[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 20 : เหนือปลายเมฆ ☆ XIX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 440 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XIX

ผมอาจจะต้องสูญเสียหนังสือทั้งหมดที่มี หากต้องการครอบครองคุณที่เปรียบเสมือนหนังสือที่มีเล่มเดียวในโลก

 

สี่ทุ่มสี่สิบห้านาที เวลาเลิกงานในวันนี้ น่าแปลกที่ปลายเมฆไม่ได้กระตือรือร้นที่อยากจะรีบกลับห้องเหมือนคราวก่อนๆ ทั้งที่ได้เลิกงานไวขนาดนี้แท้ๆ  เขาใช้เวลาในการเอื่อยเฉื่อยกับการขับรถและรู้สึกว่าไฟแดงมันน่ารอคอยมากกว่าไฟเขียว

การขับรถกลับคอนโดมากสุดก็แค่สามสิบนาทีแต่น่าแปลกที่ปลายเมฆใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าในการขับรถกลับคอนโดแม้ว่ารถจะไม่ได้ติดเลยสักนิด

เขากับม่านฝนกลับมาเป็นแฟนกันสามอาทิตย์ได้แล้ว และเป็นเวลาหนึ่งเดือนเช่นกันที่เขาไม่มีมันหวานอยู่ในชีวิตเหมือนเก่า

มันเป็นหนึ่งเดือนที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ปลายเมฆรู้สึกเหงาทั้งที่เขามีแฟนเป็นตัวเป็นตน เหมือนกับเขารู้สึกว่าเขาได้ขาดอะไรไปสักอย่าง

บางอย่างที่ม่านฝนเติมเต็มให้ไม่ได้

วันนี้ฝนตกและมันตกอย่างหนัก เขาได้ยินเสียงของหยดน้ำตกกระทบกับพื้นปูนจนดังก้องอยู่ในหู

ปกติเวลาฝนตกเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก นอกจากรำคาญความเฉอะแฉะและไม่ชอบกลิ่นไอของดินชื้นๆ

แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกถึงบางอย่าง

มันมีรูปร่างคล้ายกับความเหงา

เป็นความรู้สึกแปล่งๆที่หาทางออกไม่ได้

บุหรี่มวนที่สองของวันถูกปล่อยทิ้งไว้ตรงระเบียงห้องให้สายฝนชำระล้าง ปลายเมฆเดินเข้าห้องนอนของตัวเองที่ม่านฝนหลับไปแล้ว ก่อนที่เขาจะเดินไปยังห้องน้ำและอาบน้ำเตรียมเข้านอนเหมือนกับทุกๆวัน

สอดกายตัวเองเข้ากับผ้าห่มผืนหนาก่อนจะเอื้อมแขนไปปิดไฟตรงหัวเตียง ไม่มีเสียงกระซิบคำว่าฝันดีเหมือนในอดีต ปลายเมฆแค่ปิดเปลือกตาลงและภาวนาให้คืนนี้เขานอนหลับสนิทไม่ต้องตื่นมากลางดึกเพื่อพึ่งเบียร์สักกระป๋องหรือบุหรี่อีกสักมวน

กลับมาแล้วหรอครับ” เสียงงัวเงียจากคนข้างกายทำให้ปลายเมฆต้องเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาปล่อยให้ม่านฝนกอดเหมือนกับทุกๆวันโดยไร้ซึ่งความโต้แย้งใดๆ

ครับ นอนเถอะ” เขาว่าและกำลังจะหลับตาลงอีกครั้งแต่สัมผัสเบาๆจากฝ่ามือบางที่กำลังลูบแผงอกของเขาผ่านเสื้อผ้าทำให้ปลายเมฆต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

ตั้งแต่คืนนั้นเรายังไม่ได้กอดกันเลยนะครับ

...” ปลายเมฆเงียบเขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงฟังความต้องการของอีกคนผ่านความมืดเท่านั้น

และปลายเมฆรู้ว่าคำว่ากอดของม่านฝนหมายถึงอะไร

ฝนอยากกอดพี่เมฆนะครับ” มือบางนั้นสอดเข้ามาภายในเสื้อผ้าของเขาก่อนที่ม่านฝนจะลูบวนมันเบาๆที่หน้าท้องแต่ปลายเมฆกลับจับมือนั้นไว้และดึงมือของอีกคนออกจากเสื้อ

พี่เหนื่อย

พี่เมฆไม่คิดถึงฝนหรอ คืนนั้น..

คืนที่พี่เมาแล้วไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นน่ะหรอ” ปลายเมฆเอ่ยดักและมันมากพอที่จะทำให้อีกคนเงียบได้

“…”

นอนซะฝน” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะนอนตะแคงหันหลังให้อีกคน ปลายเมฆไม่รู้ว่าม่านฝนกำลังทำสีหน้าแบบไหนในความมืดแต่ความต้องการของม่านฝนเขาไม่สามารถสนองได้ในวันนี้

อันที่จริงเรื่องกอดอีกคนมันไม่ได้อยู่ในหัวสมองปลายเมฆเลยตั้งแต่กลับมาคบกัน เขารู้ว่าม่านฝนต้องการทำให้เขาทั้งคู่กลับมาเป็นเหมือนเดิมรวมถึงเรื่องบนเตียง แต่เป็นปลายเมฆเองที่ปฏิเสธทุกครั้งที่ม่านฝนต้องการจะเริ่ม

เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ทุกครั้งที่คิดถึงคืนนั้น คืนที่เขาเมาจนไม่รู้ตัวเองว่ากำลังกอดใครอยู่ เขามักจะเห็นหน้าของมันหวานแทรกแซงเข้ามาในความคิดและความรู้สึกเสมอ

นั่นจึงอาจจะเป็นสาเหตุที่เขาไม่สามารถกอดม่านฝนได้เลยในระยะเวลาที่กลับมาคบกัน

แม้แต่จูบเขาก็ไม่สามารถทำได้

ทำไม่ได้จริงๆ

ตีสองกว่าห้องนอนถูกเปิดออกก่อนที่ร่างสูงจะเดินไปยังห้องนอนที่อยู่ข้างกัน มือหนาจับลูกบิดประตูก่อนจะเปิดมันเข้าไป กลิ่นหอมของห้องนั้นจางไปมากแล้วจึงทำให้ปลายเมฆไม่กล้าสูดเอาอากาศเข้าเต็มปอดนักเพราะเขากลัวว่ากลิ่นมันจะหายไป

เขาเดินไปยังเตียงก่อนจะล้มตัวนอนลง คว้าผ้าห่มมาห่มกายและคว้านิยายปกสีหวานที่มีผู้ชายสองคนบนหน้าปกขึ้นมาอ่าน

มันหวานไม่ได้เอานิยายที่เขาซื้อให้ติดตัวไปด้วยแม้แต่เล่มเดียว มันถูกทิ้งไว้อยู่แบบนั้นในห้องที่เขาไม่อนุญาตให้ม่านฝนเข้ามาแม้แต่ครั้งเดียวต่อให้อีกคนบอกว่าจะเข้ามาทำความสะอาดก็ตามที

ปลายเมฆไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่วันไหนที่เขาจะรอให้ม่านฝนหลับให้สนิท ก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบและใช้ห้องที่เคยเป็นของมันหวานในการหลับนอน

อย่างน้อยมันก็ทำเขาหลับลงได้บ้างแม้ว่าจะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ตามที

นิยายที่กำลังบรรยายความหวานของตัวละครและเรื่องราวนั้น ไม่ได้ทำให้ปลายเมฆเข้าใจความชอบของมันหวานมากนัก แต่เขาก็อ่านมันไปอยู่แบบนั้นจนกว่าเปลือกตาตัวเองจะปิดลงและตื่นขึ้นมาพร้อมกับหน้านิยายที่ถูกกางอยู่บนหน้าอก

อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ามันหวานได้อยู่ตรงนี้ แค่เพียงเสี้ยวนาทีก็ยังดี

มันเหมือนกับกำลังมีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังรอให้ปลายเมฆยอมรับ

บางสิ่งนั้นที่อาจจะเป็นทางออกที่เขาตามหา

ตีสี่ครึ่งนั่นคือเวลาที่ปลายเมฆสะดุ้งตื่น ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องนอนนี้เพื่อกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง ม่านฝนยังคงหลับสนิทเพราะตลอดเวลาสิบปีที่คบกันมาปลายเมฆรู้ดีว่าม่านฝนจะไม่ตื่นมากลางดึกหากไม่ถึงเวลาตื่นจริงๆ แต่ถึงม่านฝนจะตื่นมาและไม่พบเขา เขาก็ไม่มีเหตุผลดีๆให้เช่นกันว่าทำไมถึงไปนอนห้องของมันหวานแบบนั้น

ฟ้าหลังฝนไม่ได้สวยงามทุกครั้งไป เพราะในเช้านี้ที่เขาตื่นนอนมาไม่ได้มีเส้นสายรุ้งพาดผ่านบนท้องฟ้ามีแต่เพียงเมฆครึ้มๆที่ยังไม่กลับมาสดใส มีเพียงหยาดน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามใบไม้ยอดหญ้าและนั่นมันไม่ได้เกิดความสวยงามในสายตาของปลายเมฆเลยสักนิด

กาแฟครับพี่เมฆ

กาแฟดำกับขนมปังปิ้งหนึ่งแผ่นคืออาหารเช้าในทุกๆวันที่ปลายเมฆได้รับจากม่านฝน มันเป็นความจำเจที่ปลายเมฆไม่ได้รู้สึกอะไร เขากินได้แม้จะคิดถึงโจ๊กหมูร้อนๆใส่ไข่ไม่สุขหนึ่งฟองและโรยขิงเยอะๆของมันหวานมากๆก็ตามที

แล้วจะได้งานทำตอนไหน” เขาถามหลังจากอาหารเช้าหมดลง

ม่านฝนไม่ได้ไปทำงานตั้งแต่เจอกันอีกครั้งในวันนั้นพร้อมกับประโยคที่บอกว่าตัวเองออกจากงานไปแล้ว ปลายเมฆไม่ได้ว่าอะไรกับการที่เขาต้องให้เงินม่านฝนใช้ อย่างน้อยเงินนั้นก็ซื้ออาหารเข้าห้องเพื่อทำให้เขากิน

มันก็เหมือนจะเป็นเรื่องปกติเพราะตอนที่คบกันเหมือนเมื่อก่อน ปลายเมฆก็เต็มใจให้เงินม่านฝนใช้แม้ว่าอีกคนจะมีงานทำ แต่เพราะงานของม่านฝนได้เงินไม่เยอะเหมือนของเขาไหนจะต้องแบ่งให้ครอบครัว นั่นเป็นสาเหตุที่เขาเต็มใจให้กับอีกคนในเรื่องของเงินทอง

ฝนรอเขาเรียกไปสัมภาษณ์อยู่ครับ

ดีแล้ว” เขาบอกแค่นั้นก่อนจะหยิบแบงค์พันออกมาจากกระเป๋าสตางค์ห้าใบและส่งให้กับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่ม่านฝนจะพนมมือไหว้ตรงกลางอกเขาพร้อมกับฝากรอยจูบไว้ที่แก้มขวาเหมือนอย่างทุกๆวัน

ขอบคุณนะครับ

ครับ ต้องไปทำงานแล้ว” ปลายเมฆมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเดินไปยังโซฟาและคว้ากระเป๋าเอกสารมาถือไว้เหมือนอย่างเคย

เขาเดินไปยังประตูและปล่อยให้ม่านฝนจัดเนคไทและคอเสื้อให้เหมือนเดิมแม้ว่าเขาจะจัดมันดีอยู่แล้วก็ตาม สัมผัสจูบที่ปลายคางยังคงเหมือนกับทุกๆวันและปลายเมฆทำเพียงลูบผมร่างบางเบาๆแค่นั้นเป็นการตอบแทนก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

ตอนนี้เวลาแปดโมงกว่าและเขาพอมีเวลาอยู่นิดหน่อยในการไปที่อื่นก่อนจะเข้าโรงพยาบาล รถคันสีดำถูกจอดอยู่ที่เดิมเยื้องๆกับคณะศึกษาศาสตร์

ไม่บ่อยนักหรอกที่ปลายเมฆมาแอบมองมันหวานจากที่ตรงนี้แม้ว่าบางครั้งจะไม่ได้เจอคนตัวเล็กเลยก็ตาม เขาไม่รู้ว่ามันหวานเข้าเรียนตอนไหนเพราะงั้นการเสี่ยงเพื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายภายในเวลาไม่กี่นาทีคือสิ่งที่เขากำลังจะทำ

เขารอคนตัวเล็กมาเกือบครึ่งชั่วโมงและยังไม่มีทีท่าว่าจะเจอ ไม่รู้ว่ามันหวานยังมาไม่ถึงหรือว่าเข้าคณะไปแล้วก็ไม่รู้ ปลายเมฆจึงตัดสินใจลงจากรถก่อนจะเดินไปยังร้านค้าขนาดย่อมข้างๆคณะ

เขายิ้มรับคำทักทายจากคุณป้าคนขายก่อนจะหยิบขนมหลายห่อหลายยี่ห้อใส่ตะกร้ารวมถึงนมและน้ำหวานก่อนจะส่งทั้งหมดให้กับคุณป้าคิดเงิน หลังจากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปยังคณะ ไม่ได้หวังว่าจะรอยื่นมันให้กับเจ้าตัว ปลายเมฆแค่ต้องการขอความช่วยเหลือจากใครสักคน

ขอโทษนะครับ

ครับ?” นักศึกษาชายที่กำลังจะเดินผ่านไปถูกเขาเรียกเอาไว้ เด็กหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจแต่ปลายเมฆไม่มีเวลาอธิบายขนาดนั้น เขาทำเพียงยิ้มบางให้ก่อนจะเอ่ยถามอะไรสักอย่างออกไป

พอจะรู้จักมันหวานไหมครับ อยู่ปีหนึ่งตัวเล็กๆขาวๆหน้าหวานๆ          

มันหวาน? ที่เป็นแฟนเตวิณป่ะพี่

แฟนเตวิณหรอครับ?” คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของปลายเมฆเกิดการกระตุกไปห้วงจังหวะหนึ่ง ทั้งที่เขาก็พอเดาได้ว่าความสัมพันธ์ของสองคนนั้นคงจะคืบหน้าไปบ้างแล้วจากสิ่งที่ได้เห็นเมื่อหลายวันก่อน แต่พอได้รับการยืนยันแบบนี้มันกลับทำให้ใจของเขารู้สึกเจ็บแปลกๆ

ครับพี่ ถ้าไม่ผิดก็น่าจะมันหวานนี้ ชื่อน่ารักแบบนี้มีคนเดียวในคณะ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสริม 

ครับ คนนั้นแหละ

แล้วพี่มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

มีครับ อยากฝากขนมไปให้เขาหน่อย” ปากว่าพร้อมกับยื่นขนมถุงใหญ่ไปให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้าที่มีสีหน้างงงวยแต่ก็ยอมรับไป

ให้บอกว่าใครฝากมาดีครับ

ปลายเมฆนิ่งคิด ถ้าให้บอกว่าเขาฝากมาให้ไม่แน่ขนมพวกนั้นอาจจะไปอยู่ในถังขยะก็ได้ บางทีเขาอาจจะต้องกลายเป็นคนโกหกเพื่อให้อีกคนรับถุงขนมที่เขาตั้งใจซื้อให้

พี่รหัส บอกว่าพี่รหัสฝากมาให้

อ้อ ได้ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้า

ขอบคุณมากครับ

ครับ งั้นผมเอาไปให้เลยละกัน

            “ครับ รบกวนด้วย” ปลายเมฆยกยิ้มบางให้อีกฝ่ายก่อนจะหันหลังกลับไปยังรถของตัวเองเมื่อเด็กหนุ่มที่เขาไหว้วานนั้นเดินเข้าลิฟต์ไป

ปลายเมฆไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันแปลว่าอะไร รู้แค่ว่าเขาอยากทำ อยากทำในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำให้ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ใช่สิทธิ์ของเขาเลยที่จะทำสิ่งนั้นได้ ในเมื่อมันหวานมีแฟนแล้วทั้งคน

เป็นแฟนคนที่เขาไม่ควรมานั่งกังวลว่าจะดูแลมันหวานได้ดีไหม เพราะเตวิณคงดูแลและใส่ใจมันหวานได้ดีกว่าที่เขาเคยทำ

เขาควรจะดีใจที่มันหวานมีคนคอยดูแล แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้หัวใจของเขาถึงเกิดอาการเจ็บแปล๊บจนต้องยกมือขึ้นมากดมันก็ไม่รู้

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะเขากำลังเหนื่อยมากเกินไป

เหนื่อยกับการเฝ้าคิดถึงคนที่เอากลับคืนมาไม่ได้อีกแล้ว

 

ปลายเมฆกลับมาทำงานในเวลาปกติที่เฉียวเฉียดจนแทบต้องวิ่งไปใส่เสื้อกาวน์ไป ในวันนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากทุกวัน เขายังคงมีงานรัดตัวอยู่เสมอ อาจจะต่างไปนิดตรงที่เดี๋ยวนี้เขาพึ่งยาแก้ปวดหัวและบุหรี่บ่อยกว่าที่เคย

ปลายเมฆเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยในเวลาสี่โมงเย็นและวันนี้เข้าต้องอยู่เวรถึงเที่ยงคืน แต่เขาก็ทำหน้าที่แฟนโดยการโทร.ไปบอกม่านฝนเรียบร้อยและเอ่ยย้ำให้อีกคนกินข้าวให้ตรงเวลาและกำชับว่าไม่ต้องมาหาเขาที่โรงพยาบาลเหมือนวันก่อนเพราะเขาคงไม่ว่างมาเจอเหตุเพราะมีผ่าตัดยาวติดกันหลายชั่วโมง

ปลายเมฆทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ในห้องพักส่วนตัว เขาคว้าน้ำเปล่ามากระดกดื่มจนหมดก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้คนจากข้างนอกเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงจากหน้าประตู

มีผ่าตัดด่วนหรอครับ” ร่างสูงเอ่ยถามพยาบาลคนสนิทก่อนจะก้มดูตารางผ่าตัดในแผ่นกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ เพราะนี่เป็นเวลาพักอันน้อยนิดของเขา พยาบาลมักจะรู้ดีว่าไม่ควรมารบกวนเวลาอันมีค่าน้อยนิดของคุณหมอหากไม่มีเรื่องด่วนมากจริงๆ

เปล่าค่ะคุณหมอ คือผู้อำนวยการเรียกพบค่ะ

อ่อครับ เดี๋ยวผมไป ขอบคุณมาก

ค่ะ” เธอรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องและปิดประตูเงียบเชียบ ปลายเมฆถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่รู้ว่าเผลอทำอะไรผิดไปหรือเปล่าถึงโดนเรียกพบแบบนี้แม้ว่าผู้อำนวยการที่ว่าจะไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดสำหรับเขา

ลิฟต์โดยสารหลังโตพาปลายเมฆมายังชั้นบนสุดของโรงพยาบาล อันเป็นที่ตั้งห้องพักของผู้อำนวยการ หรือจะเรียกให้ง่ายขึ้นก็คือพ่อของเขานั่นแหละ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากพาตัวเองมายังหน้าประตูไม้ที่ฉลุลวดลายสวยงาม ก่อนที่มือหนาจะเปิดประตูเข้าไปเมื่อได้รับอนุญาต

ปลายเมฆยกมือไหว้พ่อของตัวเองที่มองมาก่อนอยู่แล้วก่อนจะเลื่อนเก้าอี้และนั่งลงไป ชายหนุ่มยิ้มบางเมื่อพ่อส่งยิ้มมาให้เป็นอันโล่งใจเปราะหนึ่งว่าที่โดนเรียกมาไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนัก

สบายดีนะครับพ่อ” คำทักทายแรกถูกส่งออกไป มันเป็นคำถามที่ไม่น่าจะแปลกเท่าไรกับการที่สองพ่อลูกไม่ค่อยเจอกันนักแม้ว่าจะทำงานอยู่ที่เดียวกันก็ตามที

ก็ดี จนกระทั่งได้ข่าวว่าลูกชายตัวเองไม่ค่อยมีสมาธิทำงานเท่าไร

โดนฟ้องจนได้” ปลายเมฆยิ้มขำ ก็คงเป็นมนุษย์สักคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทคาบความประพฤติของเขามาฟ้องพ่อนั่นแหละ และปลายเมฆก็ไม่คิดจะเถียงเพราะพักหลังมานี้เขาไม่ค่อยมีสมาธิมากจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดที่ลืมกรรไกรหรือผ้าก็อตไว้ในท้องคนไข้

มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า

สมกับที่เป็นพ่อเลยนะครับ” ปลายเมฆยิ้ม พ่อเขาก็เป็นแบบนี้เสมอเพียงแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าลูกชายคนเดียวของตัวเองกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ ซึ่งต่างจากปลายเมฆพอสมควรที่ไม่เคยรู้อะไรเลยจากการเพียงแค่มองตาหรือสีหน้าของคนอื่น

ว่ามาสิ

ผมกลับมาคบกับม่านฝนแล้วนะครับ” ปลายเมฆเอ่ยบอกและดูท่าทีของคนเป็นพ่อ และท่าทีนิ่งเฉยนั้นบ่งบอกได้ว่าพ่ออาจจะรู้มาก่อนหน้านี้แล้วโดยคำบอกเล่าของแทนไทที่ปากสว่างเหมือนโทรโข่ง

อืม พ่อฟังอยู่

ผมทำถูกแล้วใช่ไหมครับพ่อ

ทำไมถามอย่างนั้น” จากการที่นั่งพิงเก้าอี้กลับกลายเป็นการยืดหลังตรงและมองหน้าลูกชายคนเดียวด้วยความจริงจัง

ฝนนอกใจผมไปมีคนอื่น เขาหักหลังความรักสิบปีของผม แต่ผมกลับให้อภัยเขาและกลับมาเริ่มต้นใหม่ ผมตัดสินใจถูกหรือเปล่าครับพ่อ

อะไรที่ทำให้เมฆคิดว่าตัวเองกำลังลังเลกับการตัดสินใจ

ผมไม่รู้ครับ” ปลายเมฆก้มหน้าลง ไหล่ที่ยืดตรงกลับเป็นห่อลงเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อของตัวเอง ปลายเมฆกำลังกลับมาเป็นเด็กชายปลายเมฆที่นำปัญหาของตัวเองมาให้พ่อช่วยแก้ไขอีกครั้ง

มีตัวแปรบางอย่างที่เข้ามาแทรกแซงระหว่างเมฆและม่านฝนหรือเปล่า

พ่อเหมือนมานั่งอยู่ในใจผม” ปลายเมฆยกยิ้มมุมปากเมื่อพ่อหัวเราะออกมาเบาๆเหมือนชอบใจนักกับสิ่งที่เขาได้พูดออกไป

ลองบอกพ่อสิ ว่าตัวแปรนั้นเขาทำอะไรกับลูกบ้าง

ปลายเมฆกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆ เขาเงยหน้าจากการมองหน้าตักของตัวเองเพื่อสบตาพ่อตรงๆและเริ่มเล่าเรื่องราวเหล่านั้นออกมา

เขาอยู่กับผมในวันที่ผมมีฝนขนาดใหญ่ตกอยู่ในหัวใจ เขาเหมือนพระอาทิตย์ในการ์ตูนที่แม่เคยเปิดให้ผมดูตอนเด็กเลยครับพ่อ

...

ตอนแรกผมไม่ได้ให้ความสนใจในตัวเขามากเท่าไรนัก จนกระทั่งเราได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

...

เขาตัวเล็กนิดเดียวเวลาโดนผมกอด และเขามักจะกอดผมแน่นเสมอเหมือนกลัวว่าผมจะหายไปไหน แล้วพ่อรู้ไหมครับว่าถึงเขาจะตัวแค่นั้นแต่อ้อมกอดเขาอบอุ่นเป็นบ้า” ชายหนุ่มยกยิ้ม

“…”

ที่สำคัญ เขาเหมือนคนที่ดึงผมขึ้นมาจากสระน้ำขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นว่าตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้วและผมไม่ควรจมน้ำอีกต่อไป

เขาเหมือนออกซิเจนของเมฆไหม” พ่อเอ่ยถาม

ผมไม่แน่ใจ แต่ตอนที่เขาหายไปเหมือนผมเป็นคนที่หายใจไม่เป็น” ปลายเมฆยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใครคนนั้นที่เขากำลังเล่าเรื่องราวให้พ่อฟัง มันน่าแปลกที่ปลายเมฆสามารถตอบคำถามของพ่อออกมาได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรให้มากเลยสักนิด

แล้วทำไมเขาถึงหายไป” พ่อยังคงถามต่อ

เพราะผมทำเขาเสียใจครับ

ตามเขากลับคืนมาได้ไหม

แต่ผมมีม่านฝน” คุณหมอสบตาคนเป็นพ่อและปลายเมฆเห็นว่ายังคงมีรอยยิ้มบางๆประดับอยู่บนใบหน้าเหมือนกับว่าเรื่องที่เขากำลังปรึกษาไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากอะไรเลยสักนิด

เมฆลองเล่าถึงม่านฝนให้พ่อฟังหน่อยได้ไหมหลังจากกลับมาคบกัน

ครับ ..ผมกับฝนย้ายมาอยู่ด้วยกันที่คอนโดของผม ฝนดูแลผมเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนที่เคยทำ เขาพยายามรื้อฟื้นอดีตที่ได้จบไปแล้วให้กลับคืนมาอีก

...

พ่อคงไม่รู้ว่าที่ผมกลับไปคบกับฝนก็เพราะแทนไทบอกให้ลองกลับไปเดินทางเก่าดู

แล้วเมฆก็เชื่อ

ครับ ผมคิดว่ามันคงไม่เสียหายมากนักหรอกมั้ง ก็ผมเคยรักเขานี่

เมฆ

ครับ?” ปลายเมฆชะงักเมื่อเสียงทุ้มใหญ่ของพ่อดังขึ้นขัดกับเรื่องที่เขากำลังเล่า ก่อนที่พ่อจะเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะ เป็นการกระทำที่พ่อจะทำก็ต่อเมื่อได้คำตอบของอะไรบางอย่าง

เมื่อกี้เมฆรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา

อะไรหรอครับ?”

ก็ผมเคยรักเขา เมฆใช้คำว่าเคยรักกับม่านฝน เมฆรู้ตัวไหม

...” ปลายเมฆเงียบไปเพราะเขาเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาได้เอ่ยคำว่าเคยรักออกไปจริงๆ

เคยรักนั่นแปลว่าไม่ได้รักแล้วหรือเปล่าเมฆ

แล้วทำไมผมถึงกลับมาคบกับฝน ถ้าผมไม่ได้รักเขาอีกแล้ว” ปลายเมฆรีบถามกลับ

เมฆ กลับมาเพราะความรักกับกลับมาเพราะความผูกพันมันต่างกันนะ

ผมไม่เข้าใจ” ปลายเมฆส่ายหน้าเบาๆ เพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าสองคำนี้มันต่างกันที่ตรงไหน

ความผูกพันสามารถเกิดได้โดยไร้ซึ่งความรัก” พ่อเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น

...

เหมือนกับเรามีหนังสือสองเล่ม เล่มแรกถูกเก็บไว้หลายปี และเราไม่เคยหยิบมันมาอ่านเลยหลังจากหน้ากระดาษมันบาดนิ้วมือของเรา หนำซ้ำยังไม่กล้าทิ้งอีกเพียงเพราะมันอยู่กับเรามานาน จนมีคนมาบอกว่าหยิบมันมาอ่านสิ เราถึงได้หยิบมันมาอ่านและพบว่าปลายนิ้วของเราเปื้อนไปด้วยเศษฝุ่นพร้อมกับภาพรอยแผลที่ถูกบาดในวันนั้น

“…”

อีกเล่ม เป็นเล่มที่เราเพิ่งเคยเจอ เป็นเล่มที่ไม่ได้อยู่กับเรามานานเหมือนเล่มแรก เราหยิบมันมาอ่านซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับครั้งแรกที่เคยได้อ่าน เพียงเพราะแผ่นกระดาษของมันไม่เคยบาดมือเรา มากไปกว่านั้นยังเป็นเล่มที่ทำให้เราไม่ต้องไปนึกถึงความเจ็บเพราะถูกบาดเหมือนเล่มแรก เป็นหนังสือเล่มที่ทำให้เราอ่านได้อย่างสบายใจมาโดยตลอด

“…”

เมฆรู้อะไรไหม บางครั้งความผูกพันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่กล้าเปลี่ยนแปลง เป็นความเคยชินที่สั่งให้เราต้องทำ

พ่อหมายถึงว่าการที่ผมกลับมาคบกับฝนเพราะว่าผูกพันอย่างนั้นหรอครับ

แล้วเมฆบอกพ่อได้ไหมว่าเมฆรักม่านฝนถึงได้กลับไป

 “…” คำถามของพ่อมันเหมือนจะง่าย แต่ไม่รู้ทำไมคำว่ารักม่านฝนที่ควรจะเอ่ยออกไปถึงทำให้ริมฝีปากของเขาหนักขนาดนี้

เมฆ ความผูกพันมันตัดยาก แต่มันตัดได้ อย่าอยู่กับเขาเพียงแค่ถูกความผูกพันรัดไว้โดยปราศจากความรักในหัวใจ การที่เมฆเอ่ยคำว่ารักออกมาจากปากไม่ได้ มันไม่ใช่สิ่งที่ชัดเจนแล้วหรอว่าเมฆรักม่านฝนไม่ได้อีกแล้ว

ผมสับสน.. ม่านฝนกับผมคบกันมานาน นานมากจริงๆ

นั่นแหละ สิ่งที่ทำให้เกิดความผูกพัน

"..."

"อย่าเสียดายวันเวลาที่เคยผ่านไปแล้ว ให้กลัววันเวลาข้างหน้าที่จะเอากลับคืนมาไม่ได้อีก"

แล้วผมควรทำยังไงครับพ่อ” แววตาของปลายเมฆสั่นไหว คล้ายกับคนกำลังอ่อนแรงเมื่อบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายจะขุ่นมัวเริ่มชัดเจนมากขึ้น

เหมือนกับคำพูดของพ่อได้ปลดล็อคบางสิ่งบางอย่างให้แก่เขา

แล้วเมฆอยากทำอะไร

ผมอยากทำตามหัวใจของตัวเอง

เมฆก็แค่ทำมัน อย่ากลัวที่จะเริ่มต้นใหม่เมฆ หากเรื่องที่ผิดพลาดมันเกิดจากคนสองคนก็อย่าแบกความผิดไว้แค่คนเดียวอย่ากลัวว่าถ้าตัวเองเป็นคนเริ่มตัดความสัมพันธ์เมฆจะกลายเป็นคนผิด ในเมื่อวันนั้นม่านฝนก็ทำกับเมฆอย่างนี้

...

ถ้าถามใจพ่อ คงไม่มีพ่อแม่ที่ไหนอยากให้ลูกกลับไปคบกับคนที่ทำให้ลูกตัวเองเจ็บเจียนตายแบบนั้นหรอก

...

ม่านฝน ควรจะเรียนรู้คำว่าสายเกินไปได้แล้ว

เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกก่อนที่คนเป็นพ่อจะเดินมาหาและคว้าศีรษะของเขาไปแนบไว้ที่หน้าท้องของตัวเองก่อนจะลูบผมเบาๆ

ผมเหมือนคนที่ผิดไปหมดทุกอย่าง” ท่อนแขนยาวยกกอดเอวคนเป็นพ่อไว้หลวมๆ “กลายเป็นคนขี้ขลาดจนไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลยสักนิด

เพราะว่าเมฆโดยทำร้ายมาเยอะ ไม่ผิดที่ลูกจะเปราะบางและสับสน

...

ครั้งนึงเมฆเคยให้ใจกับม่านฝนไปทั้งดวงเป็นเวลานานกว่าสิบปี แต่วันนั้นวันเดียวที่ม่านฝนปักมีดล่องหนมายังที่ใจของลูก พ่อรู้ว่าเมฆเจ็บแค่ไหน เจ็บจนอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้

...

พอในวันที่ม่านฝนขอกลับมา เมฆก็คงคิดว่ามันจะกลับไปดีอย่างเดิมได้ โดยที่เมฆคงลืมไปว่าแก้วที่แตกไปแล้วไม่มีวันเหมือนเดิม พ่อรู้ว่าเมฆพยายามแล้วที่จะประกอบเศษแก้วนั้นให้มันกลับมาเป็นแก้วใบเดิม

...

แต่เมฆได้ดูไหมว่าตอนนี้มือของตัวเองชุ่มเลือดไปมากแค่ไหน

พ่อครับ..

ปลายเมฆได้แต่คิดตามกับสิ่งที่พ่อได้เอ่ยบอก และเขาไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมาเขาสะบักสมอมมามากแค่ไหน เขาหลงลืมไปได้อย่างไรว่าทางเก่าที่เลือกเดินกลับไปมันมีแต่ซากปรักหักพังทั้งนั้น

คนที่ลูกทำหายไป ลูกคิดว่าจะตามเขากลับคืนมาได้ไหม

ผมไม่รู้ ผมทำผิดกับเขา ทำให้เขาเสียใจและไม่เคยปลอบโยนเขาเลยสักครั้ง” ปลายเมฆหลับตาลง เขารู้สึกว่าความร้อนกำลังสุมอยู่ที่ดวงตาของตัวเอง

ลองดูไหมเมฆ ลองตามเขากลับมา

ผมทำได้หรอครับ

นั่นสิ เขาทำได้อย่างนั้นหรอ

ลูกอยู่ได้หรอถ้าไม่มีออกซิเจน

ไม่ได้หรอก คนเราขาดออกซิเจนได้ที่ไหนกัน

พยายามให้ถึงที่สุด ให้มากกว่าที่เขาพยายามเปลี่ยนปรอยฝนในใจของลูกให้กลายเป็นพระอาทิตย์เหมือนในการ์ตูนที่ลูกชอบดูตอนเด็กๆ

ปลายเมฆละอ้อมกอดออกจากคนเป็นพ่อ เขามองรอยยิ้มที่แสดงออกถึงกำลังใจมากมายนั่น สุดท้ายปลายเมฆก็ยังคงเป็นคนอายุสามสิบกว่าที่ยังเป็นลูกแหง่ในสายตาของพ่อจนต้องโอบกอดเพื่อปลอบประโลมเสมอสินะ

แล้วถ้าเขาไม่ยอมกลับมาล่ะครับ

ก็แค่วิ่งมาในอ้อมกอดพ่อ

ผมเหมือนลูกแหง่เลย” ปลายเมฆยิ้มบางเมื่อเส้นผมของเขาถูกพ่อขยี้จนฟูไปหมด “พ่อครับ

ว่าไง

ถ้าเป็นพ่อ พ่อจะเลือกหนังสือเล่มไหนระหว่างเล่มที่ผูกพันหรือเล่มที่รัก

พ่อยิ้มก่อนจะเดินกลับไปยังเก้าอี้ตัวเดิม คว้ากรอบรูปบานสีขาวที่ปรากฏภาพผู้หญิงคนเดียวในนั้นและปลายเมฆรู้ดีว่าใครคือคนในรูป

เธอคนนั้นคือแม่ของเขา

ถ้าให้พ่อเลือก

...

ก็ต้องเลือกหนังสือที่มีเล่มเดียวในโลกสิ” 

 

คำพูดของพ่อทำให้ปลายเมฆต้องกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง เขารู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองได้ทำผิดพลาดไปตั้งหลายอย่างทั้งที่มีสติดีหรือทั้งที่ไร้สติก็ตาม คำบอกเล่าของพ่อเหมือนเป็นกุญแจดอกใหญ่ที่ช่วยปลดล็อคทางตันให้แก่กัน 

ปลายเมฆเหมือนเห็นแสงสว่างรำไรจากที่มันเคยมืดสนิท เหมือนปัญหากำลังจะคลี่คลายออกทีละปมๆ เขาคิดว่าอย่างนั้น

ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาคิดน้อยไป หรือไม่เคยคิดอะไรเลย ถึงปล่อยให้จากจุดเล็กๆกลายเป็นจุดด่างดำขนาดใหญ่จนเปรอะเปื้อนไปหมด แต่เขาก็หวังว่านับจากนี้เขาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมากกว่าเดิมโดยไม่เหลือร่องรอยด่างดำอะไรทิ้งไว้อีก

แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องที่ผ่านมามันก็ยังทำให้ปลายเมฆลังเลที่จะตัดสินใจอะไรคนเดียว เขาจึงพาตัวเองมาขอคำปรึกษาจากเพื่อนสนิทคนเดิมเพราะแทนไทพึ่งพาได้เสมอแม้ลุคภายนอกจะไม่ให้ก็ตาม

ที่จริงเลิกงานแล้วเขาควรจะกลับห้องทันทีแต่เพราะเรื่องที่กระจุกกันอยู่ในหัวตั้งแต่คุยกับพ่อทำให้เขาต้องตามเพื่อนสนิทมายังคอนโดเพื่อหารือเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง

มีแต่เบียร์นะแทนไทว่าก่อนจะวางกระป๋องเบียร์ลงตรงหน้า แล้วนี่บอกแฟนมึงยังว่ากลับช้า

ส่งข้อความบอกแล้วตอนนี้เวลาเกือบตีสองเขาจึงเลือกจะส่งข้อความไปบอกม่านฝนแทนที่จะโทรไปรบกวนเวลานอน

ไหนว่ามาแทนไทหันหน้าเข้าหาเพื่อนสนิทก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม ทั้งที่เลิกงานมาควรจะได้พักผ่อนแต่กลับต้องมารับฟังปัญหาชีวิตของเพื่อนตัวโตๆที่ดันฉลาดแค่เรื่องงาน

พ่อบอกว่าที่กูคบกับม่านฝนเพราะแค่ผูกพันปลายเมฆเริ่มเอ่ย กูไม่ได้รักเขาแล้ว

แล้วมันใช่แบบที่คุณอาบอกไหม

อืมชายหนุ่มพยักหน้า คงไม่ได้รักแล้วจริงๆ

ปลายเมฆเริ่มคิดหลังจากได้พูดคุยกับพ่อ เขาไม่ได้รู้สึกอยากกอดอยากจูบม่านฝนเหมือนเก่า เวลาเลิกงานไม่ได้อยากรีบไปหา และยิ่งกว่านั้นทั้งที่นอนอยู่ด้วยกันแต่เขากลับคิดถึงคนอื่นมากกว่าคนที่นอนกอดกัน เขาไม่ได้คิดถึงม่านฝนตลอดเวลาเหมือนที่เคยเป็น

เพราะเขาเอาคิดถึงใครบางคน

ที่จริงกูรู้ตั้งนานแล้วเมฆว่ามึงไม่ได้รักม่านฝนแล้ว

รู้ได้ยังไง” 

ถามมึงดีกว่า ว่าหัวใจมึงเองมึงไม่รู้ได้ไงแทนไทกระตุกยิ้มเมื่อมองสีหน้าเพื่อนตัวเองแล้วรู้สึกขบขันในใจแปลกๆ ปลายเมฆเหมือนกับเด็กชายที่เริ่มหัดทำความคุ้นเคยกับหัวใจตัวเองอย่างไรอย่างนั้น 

กูควรบอกเลิกม่านฝนใช่ไหม

นั่นคือสิ่งที่มึงควรทำ ถ้าแน่ใจแล้วว่ารักเขาต่อไปไม่ได้อีก” 

ฝนจะเจ็บมากไหมปลายเมฆมองหน้าเพื่อนตัวเอง และสีหน้าแทนไทนั้นไม่ได้บ่งบอกอะไรเลยนอกจากขบขันกับคำถามของเขา

เมฆ มึงไม่ใช่พระเอกของม่านฝนแทนไทปากระป๋องเบียร์ลงถังขยะก่อนจะมองหน้าเพื่อนตัวเองด้วยความจริงจัง เขาเห็น ในแววตาปลายเมฆมันมีความลังเลตามแบบของคนที่ตัดสินใจอะไรไม่เคยเด็ดขาดหากเป็นเรื่องของความรู้สึก

และนั่นแหละข้อเสียชิ้นโตของหมอปลายเมฆ

เขาเข้าใจดีว่าปลายเมฆเป็นห่วงความรู้สึกของม่านฝนตามประสาคนที่เคยรักกันมานานแต่ถ้าเพื่อนของเขายังคงทำเป็นคนแสนดีห่วงหาคนที่ควรจะตัดขาดตั้งนานแล้ว ปมที่เคยผูกไว้ก็จะไม่คลายสักที

คนเรามีรักก็ต้องมีหมดรักนะเมฆ

“…”

เหมือนที่ครั้งหนึ่งม่านฝนหมดรักมึงและเลือกเดินไปกับคนอื่นไง แล้วทำไมมึงจะหมดรักเขาบ้างไม่ได้

ปลายเมฆนิ่งเงียบฟังในสิ่งที่เพื่อนสนิทเอ่ยบอก และไม่มีเรื่องไหนที่ไม่จริงเลยสักนิด ม่านฝนเคยหมดรักเขาไปก่อน แล้วทำไมเขาจะหมดรักอีกคนบ้างไม่ได้ ในเมื่อคนที่ทำร้ายหัวใจกันตั้งแต่แรกเป็นม่านฝนทั้งนั้น แล้วทำไมเขาต้องกังวลกับการที่จะตัดความสัมพันธ์กับม่านฝนขนาดนี้

หรือเพราะความสงสาร เพราะม่านฝนเคยบอกว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว

แทน กูจะไม่ผิดใช่ไหมถ้าเดินไปบอกเขาว่ากูหมดรักเขาแล้ว

ถ้ามันเป็นสิ่งที่ควรทำมันจะไม่ผิดเมฆ กูรู้ว่ามึงลำบากใจ แต่มันเป็นเรื่องที่ควรทำ อย่าปล่อยให้มันยืดเยื้อไปมากกว่านี้เลย

“…”

มันหวานรอมึงอยู่นะเมฆ

ชื่อที่ออกจากปากเพื่อนสนิททำให้ปลายเมฆชะงักมือที่กำลังจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม เขาหลุบตามองหน้าตักของตัวเองก่อนจะเอ่ยปากบอกความจริงหนึ่งข้อให้เพื่อนสนิทรับรู้

มันหวานคบกับเตวิณ

ว่าไงนะ?”

มันหวานเป็นแฟนกับเตวิณไปแล้วมึงได้ยินไหมแทน” 

ปลายเมฆเงยหน้ามองสีหน้าตกใจของเพื่อนตัวโย่ง เขาแค่นยิ้มให้กับตัวเอง มันหวานรออยู่อย่างนั้นหรอ? ไม่จริงเลยสักนิดมันหวานไม่ได้รอเขาอีกแล้ว

และเหมือนกับประโยคนั้นที่พ่อบอกควรจะรู้จักคำว่าสายเกินไปได้แล้ว

มึงรู้ได้ยังไง” 

กูแวะไปที่ม.เขามา แล้วก็มีเด็กคนหนึ่งบอกว่าเขาเป็นแฟนกับเตวิณ

แม่ง งานยากไปอีกเสียงถอนหายใจหนักๆของแทนไทบ่งบอกได้อย่างดีว่างานนี้มันหนักมากกว่าเดิม

เพราะแม้ว่าปลายเมฆจะไปบอกเลิกม่านฝนได้และม่านฝนยอมเดินจากไปง่ายๆ แต่ปลายเมฆก็ไม่สามารถเดินกลับไปหามันหวานได้อย่างง่ายดายเพราะมันหวานกลับมีแฟนเป็นตัวเป็นตน และแทนไทไม่แนะนำให้เพื่อนไปแย่งแฟนของใครแน่นอน

กูผิดเอง มัวแต่โง่จนปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินแก้ไปหมด

ไม่หรอกเมฆแทนไทเอื้อมมือมาบีบไหล่เพื่อนตัวเองเบาๆคล้ายปลอบโยนเพราะสีหน้าปลายเมฆตอนนี้บ่งบอกได้อย่างดีว่ากำลังเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

พอรู้ตัวว่ารักเขาก็เป็นวินาทีเดียวกันกับการที่ต้องรู้ว่ากำลังจะเสียเขาไป

ความรักแม่งยุ่งยากไปหมด

กูคิดว่าน้องอาจจะคบกับเตวิณเพราะเหตุผลอะไรสักอย่าง

อะไร?”

อะไรสักอย่างที่ไม่ใช่รักแน่นอน

แทนไทค่อนข้างมั่นใจเพราะเด็กคนนั้นดูรักเพื่อนเขาไม่น้อยไปกว่าใคร แล้วการที่ไปตกลงคบกับเด็กที่ชื่อเตวิณทั้งที่เพิ่งผ่านมาได้เพียงแค่เดือนเดียวมันต้องมีอะไรสักอย่าง อะไรสักอย่างที่แทนไทบอกได้เลยว่ามันหวานไม่ได้คบกับเตวิณเพราะความรักแน่นอน

หมายความว่ามันหวานคบกับเด็กคนนั้นเพราะประชดหรอปลายเมฆเอ่ยถาม ในใจเขาเต้นถี่รัวเมื่อเพื่อนบอกว่ามันหวานอาจจะไม่ได้รักเด็กคนนั้น

นั่นหมายความว่าเขากำลังมีโอกาสที่จะได้มันหวานกลับคืนมาใช่ไหม

อาจจะไม่ใช่ประชดแทนไททำหน้าครุ่นคิด นิ้วมือลูบคางตัวเองไปมา ภาษาวัยรุ่นเรียกดามใจ

ดามใจ?”

เออ มันหวานคงจะคบกับเด็กคนนั้นเพื่อดามใจที่อกหักจากมึง

แล้วเขาจะรักกันไหม

มีสิทธิ์จะเป็นไปได้

“...” คำพูดจากเพื่อนสนิททำให้ใจที่เต้นถี่รัวในคราแรกผ่อนลงจนเหมือนจะหยุดเต้น 

ปลายเมฆไม่ชอบเลยที่ได้ยินแบบนั้น เขาไม่อยากได้ยินว่ามันหวานจะรักคนอื่น 

ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลยสักนิด

กูไม่แนะนำให้มึงไปแย่งเขามาหรอกนะเมฆ นั่นเป็นวิธีที่ค่อนข้างเหี้ยนิดหน่อย

หมายความว่ากูต้องปล่อยเขาไปทั้งที่รู้หัวใจตัวเองแล้วอย่างนั้นหรอ

นี่มันไม่ดีเอาซะเลย

ปลายเมฆไม่อยากสูญเสียดวงอาทิตย์ดวงนี้ให้กับใคร

มึงแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองแล้วใช่ไหม รู้แล้วใช่ไหมว่าตอนนี้ตัวเองรักใคร

รู้แล้วปลายเมฆพยักหน้าประกอบคำพูด เขามองแววตาเพื่อนของตัวเองให้แทนไทรู้ว่าเขาจริงจังมากแค่ไหนกับความแน่ใจของตัวเองในครั้งนี้

ถ้างั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือการจัดการกับเรื่องของม่านฝนให้เรียบร้อย ตัดให้ขาด จบคือต้องจบจริงๆ

อืม” 

มึงต้องห้ามใจอ่อนไม่ว่าม่านฝนจะพูดรั้งมึงแค่ไหน แม้จะก้มกราบตีนรั้งมึงไว้ด้วยคำว่ารักหรือขอโอกาสอีกครั้งมึงก็ต้องหนักแน่น จำไว้ว่าความรักไม่ใช่ความสงสารที่ควรจะฝืนใจให้กลับไป

รู้แล้ว จะจบกับเขาให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็เคยรักกัน

อืม

แล้วมันหวานล่ะ

มึงเชื่อกูไหมเมฆว่าน้องยังรักมึง น้องไม่ได้รักเตวิณ

ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นนั่นสิทำไมแทนไทถึงมั่นใจขนาดนั้น เพราะเขาไม่มั่นใจเลยสักนิด จากการได้แอบมองเขาเห็นมันหวานก็มีความสุขดีเวลาที่อยู่กับเตวิณ 

มีความสุขด้วยกันจนใจเขาชาหนึบไปหมด

แล้วทำไมมึงไม่มั่นใจกับรักครั้งแรกของมันหวาน

“...”

มึงเคยบอกกูนี่เมฆ ว่ามึงเป็นคนแรกที่มันหวานชอบ นั่นไม่ได้แปลว่ามึงคือรักแรกของน้องหรอ

“…”

แล้วรักแรกมันลืมกันง่ายๆที่ไหนกัน” 

ถ้าไม่ให้แย่งมา แล้วต้องทำยังไง” 

รอ มึงทำได้แค่รอ เพราะกูรู้ว่าคนเราถ้าไม่รักยังไงก็ต้องพาตัวเองออกมาจากจุดๆนั้น มันหวานไม่ใช่เด็กใจร้ายที่จะให้ความหวังเล่นงานเด็กที่ชื่อเตวิณนานนักหรอก

แทนไท กูจะได้น้องกลับมาใช่ไหม

ปวดใจ..พอรู้ว่าที่จริงหัวใจของเรารักใครแต่ต้องมารับรู้ว่าเรากำลังเสียเขาไปมันทำให้ปวดใจมากเหลือเกิน ปลายเมฆไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดว่าถ้าเขาเฝ้ารอแล้วเขาจะได้มันหวานคืนมาจริงหรือเปล่า

เขากลัวว่าจะถูกมันหวานเกลียดกันจนไม่ให้อภัยกันอีกแล้ว 

กลัวว่าความรู้สึกที่ตัวเองมีมันจะสายไปสำหรับอีกคน

กลัวว่าจะไม่เป็นที่ต้องการอีกแล้วนับจากวันนั้นและตลอดไป

กลัวความคาดหวังของตัวเองที่อาจจะล้มเหลว

อยู่ที่ความพยายามของมึงหลังจากนั้น น้องเสียใจเพราะมึงมาเยอะนะเมฆ

“...”

นอกจากความรักก็มีความเชื่อใจนี่แหละที่เปราะบาง มึงทำลายความเชื่อใจมันหวานซ้ำแล้วซ้ำเล่า มึงก็ต้องทนรับให้ได้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต่อให้น้องจะด่าจะทุบมึงมากแค่ไหน แต่หากมั่นใจว่าน้องยังรักมึง มึงต้องทนให้เขาทำร้ายคืนบ้าง

“...”

มึงต้องพาน้องกลับมาอย่างปลอดภัย ทั้งความรักและความเชื่อใจ” 

ปลาเมฆเข้าใจแล้วว่านอกจากความรักที่เขามีมันยังไม่พอหากจะพามันหวานกลับมา เขาทำลายความเชื่อใจของมันหวานไปหลายครั้ง การเติมความมั่นใจให้กันเพื่อบอกให้มันหวานรู้ว่าเขาจะไม่กลับไปเป็นคนแบบนั้นอีกคือสิ่งที่เขาต้องทำ 

เขาจะไม่กลับไปเป็นคนที่ดีแต่ทำให้อีกคนเสียใจ 

เขาจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมากกว่านี้

จำไว้นะเมฆ ว่าโอกาสไม่ได้มีบ่อยๆ หัวใจของเรามีขนาดเท่ากำปั้นมือและมันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดที่จะรับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้

รู้แล้ว ขอบใจมากปลายเมฆยิ้มบาง เขารู้สึกขอบคุณที่แทนไทอยู่ตรงนี้ คอยชี้ทางให้เขา บอกว่าแสงสว่างที่จะนำไปสู่ทางออกมันอยู่ตรงไหน ถ้าไม่มีแทนไทเขาก็ไม่รู้จะพาความรู้สึกที่รวนเรของตัวเองไปอยู่ตรงไหนเหมือนกัน

เออ นี่ก็เริ่มคิดแล้วว่าเป็นเพื่อนหรือเป็นลูกให้กูสอนตลอดเลย

เดี๋ยวเลี้ยงเหล้าปลายเมฆหลุดขำเมื่อเพื่อนตัวโย่งทำสีหน้าปุเลี่ยนๆ เพราะต่างรู้กันดีว่างานของเขาทั้งคู่มันรัดแน่นเกินกว่าจะพาตัวเองออกไปสังสรรค์ได้เหมือนสมัยเรียน

จะนอนนี่ไหม หรือจะกลับห้อง

เดี๋ยวกลับ ต้องคุยกับฝน

เออ งั้นไปนอนละพรุ่งนี้เวรเที่ยงแทนไทลุกจากโซฟาก่อนจะอ้าปากหาววอดๆ จะตีสามแล้วยังไม่ได้นอนสักนิดมัวแต่มาเป็นคิวปิดให้ไอ้เพื่อนหมอสมองช้าอยู่เนี่ย

แทน ขอใช้โทรศัพท์บ้านได้ไหม

ตามสบายว่าแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนปล่อยเพื่อนสนิทให้อยู่คนเดียว นาทีนี้เขาง่วงนอนเกินกว่าจะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีแล้วล่ะ

ปลายเมฆมองตามแผ่นหลังเพื่อนตัวโย่งที่หายเข้าไปในห้องนอนก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นไปคว้าโทรศัพท์บ้านไร้สายมา ดวงตาคมจดจ้องอยู่กับมันสักพักก่อนจะตัดสินใจกดโทรออกไปยังเบอร์ที่สมองจำจดมันได้อย่างดี แม้จะรู้ว่าเวลานี้จะเป็นการรบกวนอีกคนมากแค่ไหน 

แต่ปลายเมฆอดทนรอไม่ไหวแล้ว แค่เดือนเดียวมันก็มากพอที่จะหงุดหงิดตัวเองได้แล้วที่ปล่อยให้อะไรๆมันเชื่องช้าได้ขนาดนี้

ขอแค่ได้ยินเสียงก็ยังดี

เสียงสัญญาณโทรออกกำลังดังขึ้นอยู่ในหูบ่งบอกว่าเจ้าของเครื่องไม่ได้ปิดเครื่องแต่อย่างใด

[สวัสดีจ้า]

น้ำเสียงงัวเงียที่ไม่ได้ยินมาเป็นเดือนทำให้ใจของปลายเมฆกระตุก เขากำโทรศัพท์บ้านของแทนไทแน่น ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆทั้งที่ยังคงปิดปากเงียบอยู่แบบนั้น

[ฮัลโหล]

สบายดีไหม

นั่นคือสิ่งที่เขาอยากถาม ปลายเมฆเลียริมฝีปากเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนปลายสายกำลังขยับตัว

[นี่ใครจ๊ะ]

พี่หมอเอง หมอปลายของมันหวานไงครับ

[…]

ปลายสายเงียบไปเมื่อเขายังไม่เอ่ยอะไรออกไปสักอย่าง ทำได้แค่เงียบปากและปล่อยให้ลมหายใจเล็ดลอดเข้าไปในโทรศัพท์ ปลายเมฆกำมือของตัวเองแน่น เขาอยากบอกอีกคนว่าคิดถึงมากเหลือเกิน แต่ปากก็หนักเกินกว่าจะพูดออกไป

แทนไทบอกว่าให้เขารอ และเขาไม่รู้เลยว่ามีสิทธิ์มากแค่ไหนที่จะบอกคิดถึงแฟนของคนอื่น

แค่นี้เขาก็ยังไม่กล้า แล้วจะมีหน้ากลับไปเจอมันหวานอีกครั้งได้ยังไง

ทำไมเขายังคงเป็นคนขี้ขลาดเหมือนเดิมทั้งที่พ่อและเพื่อนสนิทก็บอกอะไรหลายๆอย่างกับเขาแล้วแท้ๆ

หรืออาจจะเป็นเพราะประโยคนั้นที่ดังก้องอยู่ในหูของเขาเสมอ

ไม่มีสิทธิ์

ปลายเมฆหลับตาลง เขาฟังความเงียบที่ยังไม่ถูกตัดสายทิ้งไป ฟังเสียงลมหายใจอ่อนๆของมันหวานที่เล็ดลอดออกมา

เขาคิดว่าไม่ควรจะรบกวนอีกคนไปมากกว่านี้ ควรจะปล่อยให้มันหวานได้นอนหากเขายังขี้คลาดเกินกว่าจะเอ่ยอะไรออกไป แต่ในขณะที่จะวางสายเสียงสะอื้นเล็กๆก็เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน 

และมันทำให้หัวใจของเขาบีบอัดกันแน่นเหลือเกิน

[ฮึก..]

“...”

[หมอปลายใช่ไหม..] 

 

 

#มันหวานปลายเมฆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 440 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1134 eannysrr (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 03:44

    -ปลายนี่มันเป็นหมอจริงเรอะ

    #1,134
    0
  2. #1117 khodpher (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:17
    สงสารมันหวานอ่ะ น้องงงงง
    #1,117
    0
  3. #1045 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 07:45
    พ่อกับหมอแทนโคตรจะดี
    #1,045
    0
  4. #986 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:03
    กว่าหมอจะคิดได้ แต่นะ เจ้าหวาน ขนาดรับสายตอนงัวเงียยังน่ารักเลย พูดเพราะตลอด
    #986
    0
  5. #957 pcy921 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:11
    สรุปหมอปลายนี่ไม่ได้พ่อกับพี่แทนนี่คิดอะไรไม่ได้แล้ววว
    #957
    0
  6. #925 นุ้งโด (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 12:13
    หมอแทนคือดีวะ
    #925
    0
  7. #908 Miiwxx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:02
    รักคุณพ่อรักหมอแทน
    #908
    0
  8. #838 Jibangrin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:00
    โอ้ยยยย จุกมาก พ่อกับแทนไทคือพูดดี!!!!!!
    #838
    0
  9. #751 NNHYENA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:20
    ขอแทนไทได้มั้ย ฉลาด
    #751
    0
  10. #738 blugarxx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:55
    ดีมาก มาลองเปลี่ยนมุมกันดีกว่า ลองให้หมอเป็นฝ่ายรอบ้าง จะได้รู้ว่าน้องรู้สึกยังไง รู้ว่ามันเทียบความรู้สึกกัยไม่ได้แต่แอบสะใจอ่ะ ทำลูกชั้นไว้เยอะนัก!
    #738
    0
  11. #732 PINKLAND (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:08
    คุณพ่ออออ แง้ ไม่มีคุณพ่อคือหมอปลายคิดไม่ได้แน่ๆ
    #732
    0
  12. #711 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:06
    ส่งคนน่ารักๆซื่อๆมาดามใจติณคนดีหน่อยๆจ้าาา
    #711
    0
  13. #693 silence_z (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:03

    อยากบอกหมอแทนว่า ด่ามันตรงๆเลยค่ะ5555 โง่มาก นี่ถ้ามันหวานไม่คู่กับหมอปลายก็คงต้องเ็นหมอแทนเนี่ยแหละ เอาอยู่

    #693
    0
  14. #681 15magnitude (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:58
    ตื้นตันใจกับซีนที่หมอคุยกับพ่อมากๆค่ะ อยากกอดคุณพ่อจัง ผู้ชายอบอุ่น แง้
    #681
    0
  15. #660 withfluffyp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 02:03
    หมอปลายไปเคลียร์กับม่านฝนให้จบๆ หวังว่ามันจะดีขึ้นนะ
    #660
    0
  16. #616 ppvs_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:10
    แม่ หนูร้องไห้แล้ว ฮือ ไม่รู้เลย ไม่รู้อะไรเลย สับสนไปหมดแล้ว แต่งดีจริงอะ ฮืออออออ ตื้นตันใจมาก
    #616
    0
  17. #453 JongjitSriyan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 10:17
    สงสารน้อง
    #453
    0
  18. #370 Gaw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:14

    อยู่คะไรท์...อยู่

    #370
    0
  19. #369 ♡9404♡ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:26
    ฮืออออออ ฉากโทรหามันหวานคือดีมากกก TT’ น้องร้องไห้ด้วยอ่ะ โอ้ยยย น้องคิดถึงพี่หมออออ // พี่หมอสู้ๆ ไปแย่งน้องมาเลย5555555
    #369
    0
  20. #368 Palmy Ewl (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:04
    โลเลเกิ๊น เจ็บแล้วไม่จรัมม
    #368
    0
  21. #367 Pin_pinnyyy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:34
    เข้าใจแหละว่าเคยเจ็บกับความรักมาก่อน เลยทำให้จิตใจเปราะบาง เป็นใครๆก็ต้องกลัวทั้งนั้นแหละ แต่ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าจะอภัยง่ายๆนะ บอกเลย #ทีมมันหวานคับผม
    #367
    0
  22. #366 Miki_milky (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:15
    พี่หมอโอ้ยๆๆทำไมความรู้สึกช้าขนาดนี้เนี้ย ตัดสินใจเด็ดขาดสิ
    #366
    0
  23. #364 ฟิน... (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 16:51

    TT__TT
    #364
    0
  24. #363 Rujie Taew (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 16:29
    รอนังม่านฝนตกสวรรค์ จะสะใจเป็นเพื่อนหมอแทน ส่วนอิหมอปลาย ชั้นยังคงไม่เชียร์แก ผู้ชายเฮงซวย!
    #363
    0
  25. #362 paarat (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 15:45
    บ้างทีความรักมันก็สับสน
    #362
    0