[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 2 : เหนือปลายเมฆ ☆ I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 661 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ I

เมื่อแก้มของคุณขึ้นสีคล้ายกับสีของพระอาทิตย์ตอนกำลังจะตกดิน

 

ทางนี้ชื่อมันหวานนะจ๊ะ” 

ปลายเมฆพยักหน้ารับเบาๆ และเขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป คนที่เด็กกว่ายิ้มแป้นก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่ที่คนตัวสูงถืออยู่ไปถือเอง

ปลายเมฆเตรียมจะเปิดปากท้วง แต่นิ้วเรียวของคนตรงหน้ากลับจรดกับริมฝีปากตัวเอง และส่งเสียงจุ๊ๆ นั่นกลับมาให้ พร้อมกับประโยคที่แสดงถึงความใจดี

ที่ปลายเมฆไม่ได้เตรียมตัวจะมารับสักเท่าไร

ไม่ต้องเกรงใจนะ มันหวานช่วย

กระเป๋าใบโตเลยถูกเปลี่ยนคนถือกะทันหัน ตะกร้าใส่แครอทเลยตกเป็นของคนที่ทำได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ได้รำคาญ ไม่ได้อะไร แต่เกร็งๆ จนไม่รู้จะทำตัวอย่างไรมากกว่า

ตัวก็เท่าตะกร้าใส่แครอท แต่ริจะแบกกระเป๋าของเขา

 “พ่อกำนันบอกไว้แล้วว่าจะมีหมอชื่อปลายเมฆมาหาจ่ะ แต่พ่อกำนันมีประชุมกับชาวบ้านเลยให้มันหวานมารับหมอปลายก่อนนะ

เสียงนั้นเจื้อยแจ้วขณะที่กำลังย่ำเท้าขึ้นบันได บ้านหลังนี้มีสองชั้น มีใต้ถุนบ้านและตีนบันไดมีโอ่งใบใหญ่ที่เด็กมันหวานบอกให้ล้างเท้าขึ้นบ้านด้วย แต่วันนี้เขาสวมถุงเท้าอยู่เลยไม่ต้องล้างก็ได้

ภายในบ้านถูกจัดข้าวของอย่างเป็นระเบียบ ข้าวของรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้มากนัก ดูสะอาดสะอ้านน่าอยู่ไม่น้อย บรรยากาศดีอย่างที่พ่อเขาโม้เอาไว้

มีอีกหลายอย่างที่พ่อโม้ให้ฟัง

โม้ถึงขนาดที่บอกว่า ลูกชายของเพื่อนสนิทพ่อน่ะ น่ารักน่าเอ็นดู แต่ตอนนี้ที่ปลายเมฆกำลังเจอคือเด็กที่พูดไม่หยุด แม้ตัวเองจะพูดอยู่คนเดียวก็ตาม

เขาฟังอีกคนแนะนำนั่นนี่ก่อนจะบอกห้องนอนของเขาอยู่ตรงส่วนไหน บอกแม้กระทั่งว่าห้องของเขาและอีกฝ่ายอยู่ติดกัน มีอะไรก็เคาะเรียกได้ตลอด กี่โมงกี่ยามก็อย่าได้เกรงใจ

ลูกบิดประตูไม้ถูกหมุน ก่อนเจ้าของบ้านจะเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปก่อน อันนี้ห้องของหมอปลายนะจ๊ะ พอจะอยู่ได้ไหม

อยู่ได้ตอบพลางกวาดสายตามองรอบห้อง ไม่มีแอร์ แต่มีพัดลมทดแทน

มันหวานทำความสะอาดให้แล้วเมื่อวานจ่ะ ผ้าปู ผ้าห่ม แล้วก็หมอน หอมฟุ้งเลยนะจ๊ะเสียงเล็กนั่นว่าอย่างภูมิใจจนเขาต้องละสายตาจากตะเกียงตรงมุมห้องมามองเจ้าของคำพูด

ปลายเมฆสบตาคนตรงหน้าที่กำลังมองกันตาแป๋ว และริมฝีปากนั่นที่เคลือบรอยยิ้มอยู่เช่นเคยตั้งแต่เจอหน้ากัน

ขอบคุณเขาเว้นช่วง ครับ

และเขาได้หัวเราะเล็กๆ นั้นกลับมา

หมอปลาย มันหวานเรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมจ๊ะ

ก็เรียกเจื้อยแจ้วมาสักพักแล้วไม่ใช่หรือไงกัน

เรียกได้..แล้วเธออายุเท่าไร มันอาจเป็นเรื่องเสียมารยาทสักหน่อย แต่ก็เป็นข้อมูลที่เขาควรจะรู้

มันหวานหรอนิ้วเรียวนั้นชี้เข้าหาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยต่อ อายุสิบแปดแล้วจ้า จะจบม.หกแล้วนะเก่งไหมๆ” 

ปลายเมฆมองคนที่บอกว่าตัวเองอายุสิบแปดและกำลังจะจบม.ปลาย เอาเข้าจริงตอนเห็นครั้งแรกเขานึกว่าอยู่ม.ต้นด้วยซ้ำ ม.หกมันควรจะสูงกว่านี้ไม่ใช่หรอ? แล้วดูเด็กตรงหน้าของเขาสิขนาดยืนคุยกันยังเงยคอจนสุดแบบนี้

อืม เก่งมาก

ปลายเมฆตอบไปงั้นแต่เด็กตรงหน้ากลับยิ้มแป้นจนแก้มสีอ่อนนั่นดันตัวกันเป็นก้อน คนตัวสูงกระแอมไอออกมาเล็กน้อยก่อนจะก้มลงคว้ากระเป๋าที่เด็กมันหวานวางไว้ที่พื้นไปวางไว้บนเตียง

 “หมอปลายหิวไหมจ๊ะ มันหวานทำกับข้าวไว้ให้หมอปลายแล้วจ้ะ แต่ว่ามันxชืดแล้ว ต้องอุ่นก่อน หมอปลายรอไหวไหม

ไหว เขาว่าพลางนำเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า

หมอปลายแพ้อะไรไหม อาหารทะเลกินได้ไหม

ได้

โชคดีเลยจ้ะ ถ้าแพ้อาหารทะเลมันหวานต้องทำใหม่แน่ๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะยุ่งอยู่กับการเอาของออกจากกระเป๋า แต่หูของเขาก็ยังฟังคำเจื้อยแจ้วของอีกคน และหางตาของเขาก็เห็นเด็กช่างคุยนั่นกำลังหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง

เอาไปทำอะไร?” เขาถามทันทีที่เห็นหนังยางรัดแกงสีแดงนั่น

มัดผมน่ะจ้ะ หน้าม้าเข้าตาเดี๋ยวมันหวานตาเข” หนังยางสีแดงนั่นถูกรัดกับกลุ่มผมหน้าม้าจนเผยให้เห็นเหม่งใสแจ๋ว

ปลายเมฆขมวดคิ้ว เขาคิดว่าหนังยางนั่นมันน่าจะกินผมหรือเปล่า และเวลาแกะออกมันจะไม่เจ็บหรือไง แต่เขาก็ทำเพียงแค่คิดไม่ได้เอ่ยถาม นอกจากหันมาจัดการกับกระเป๋าของตัวเองต่อ

 “ฉันจะจัดของ

อ๋อ โอเคเลย มันหวานไปทำกับข้าวนะ มีอะไรตะโกนเรียกได้เลยมันหวานหูดี

แต่เขาจะเจ็บคอ

แต่ก็นั่นแหละ

ครับ ขอบคุณ” เขาเอ่ย และหลังจบประโยคก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและประตูที่ปิดลงอย่างมีมารยาท

ปลายเมฆทิ้งตัวนั่งบนเตียงพลางเดินสำรวจห้องอย่างละเอียด เตียงขนาดหนึ่งคนนอน ตู้เสื้อผ้าไม้บานไม่ใหญ่มากน่าจะพอกับเสื้อผ้าที่เขานำมา มุมห้องมีโต๊ะไม้และเก้าอี้พร้อมให้ได้นั่งทำงาน ห้องน้ำที่ไม่มีฝักบัวแต่เป็นตุ่มใบใหญ่พร้อมขันที่ดูใหม่ โถส้วมที่เป็นแบบนั่งยองๆ กับบ้านต่างจังหวัดแค่นี้ก็ถือว่าดีมากๆ อย่างน้อยก็มากกว่าที่เขาแอบกังวล

ปลายเมฆคิดว่าเขาควรอาบน้ำเสียหน่อยเพราะเดินทางมาหลายชั่วโมง เขาจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะวางมันไว้บนเตียง แต่สายตาดันสะดุดเข้ากับล็อคสกรีนของหน้าจอมือถือที่ยังคงเป็นรูปเดิม และปลายเมฆไม่เคยคิดจะเปลี่ยนมันตั้งแต่เลิกกับคนในรูป

ถึงแม้ว่าใครคนนั้นจะทำร้ายหัวใจกันอย่างสาหัสแต่เพราะเรื่องราวดีๆ ที่เขาทั้งคู่เคยมีร่วมกันมันทำให้ปลายเมฆหวังว่าสักวันความรักของเขาทั้งสองจะกลับคืนมา แม้ลึกๆ แล้วปลายเมฆจะรู้ดีว่าไม่มีทางได้ใครคนนั้นกลับคืนมาอีกแล้ว

เพราะใครคนนั้นเลือกรักคนใหม่ที่ไม่ได้ดีไปกว่าปลายเมฆคนนี้เลยสักนิดเดียว อีกทั้งยังทิ้งประโยคแห่งการตัดเยื่อใยได้อย่างแสนใจร้ายสำหรับใจคนฟังเช่นเขา

‘ ผมหมดรักพี่แล้ว ผมขอโทษที่เวลาตื่นนอนขึ้นมามันไม่ใช่อ้อมกอดจากพี่อีกแล้วที่ผมต้องการ

ปลายเมฆไม่รู้ว่าตอนนั้นที่น้ำตาใครคนนั้นไหลเพราะเจ็บปวดที่พูดคำเสียดใจให้ฟัง หรือเพราะทนอึดอัดมาเนิ่นนานจนในที่สุดวันนั้นก็ถึงเวลาได้พูดมันออกมาสักที

ได้ปล่อยความรักของเขาสักที

ปลายเมฆจำได้ว่าตัวเองร้องไห้ออกมาทั้งที่ไม่เคยร้องไห้ให้ใครคนนั้นเห็นแม้แต่ครั้งเดียว เขาจำได้ว่าตัวเองโยนศักดิ์ศรีที่มีมาตั้งนานนั้นทิ้งไป ทั้งอ้อนวอน กอดอีกคนแน่น พร่ำภาวนาให้คนรักได้เห็นใจ

แต่ไม่เลยความน่าสงสารของปลายเมฆส่งไปไม่ถึงใจคนที่รักได้เลย

และในวันนั้นเขาทั้งสองเลิกกัน ข้าวของทุกชิ้น เสื้อผ้าทุกชุดถูกขนออกไปหมด ไม่เหลืออะไรไว้ให้ดูต่างหน้าแม้แต่อย่างเดียว ใครคนนั้นเอามันไปหมดทุกอย่างที่เคยเป็นของตัวเอง

เอาไปทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งหัวใจของคนที่ถูกบอกเลิก ..หัวใจที่มอบให้ไปทั้งดวง แต่คงมีสิ่งเดียวที่ใครคนนั้นทิ้งไว้ให้

คือความเสียใจที่ปางตาย

ก๊อก! ก๊อก!

หมอปลายเมฆจ๊ะ

เสียงหวานใสของเด็กคนเดิมดังขึ้นหลังเสียงเคาะประตูจบลง และนั่นมันดึงให้ปลายเมฆออกจากภวังค์ที่เขาเผลอสร้างขึ้น ปลายเมฆยกหลังมือปาดน้ำตาที่ไม่รู้ว่ามันไหลออกมาเมื่อไรก่อนจะเดินไปเปิดประตู และเด็กผมจุกแอปเปิ้ลนั่นกำลังยิ้มให้เขาอีกแล้ว

มีอะไรหรือเปล่า

มีจ้า กับข้าวอุ่นเสร็จแล้วมันหวานมาตามนะ

ขอเวลาสิบห้านาทีได้ไหม อาบน้ำก่อน

ได้จ้าๆ มันหวานรอนะ

อืม

ปลายเมฆปิดประตูลงก่อนจะคว้าเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ ใช้เวลาไม่ขาดไม่เกินตามที่ได้บอกเด็กตัวขาวไป ร่างสูงเดินลงมาชั้นล่าง และเขายังไม่เจอลุงกำนันเพื่อนสนิทของพ่อนอกจากลูกชายและกลิ่นของอาหารที่คลุ้งไปทั้งบ้าน

พ่อกำนันบอกว่าให้กินก่อนได้เลย ไม่ต้องรอจ้ะ งานไม่รู้จะเสร็จตอนไหน” เขาพยักหน้าตอบรับก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งมองดูอาหารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ บางอย่างไม่คุ้นตาจนไม่แน่ใจว่ารสชาตินั่นมันจะถูกปากเขาหรือเปล่า หมอปลายกินเยอะไหม คนเด็กกว่าเอ่ยถาม พลางตักข้าวใส่จานให้แก่เขาก่อน

และนั่นทำให้รอยยิ้มบางๆ ปรากฏออกมาโดยที่ใครอีกคนไม่ได้เห็น

แค่นี้พอแล้ว ขอบคุณ

หมอปลายกินได้ไหม อันนี้เขาเรียกว่าแกงหอยจุ๊บ” มันหวานว่าขึ้นหลังจากตักข้าวให้ตัวเองเรียบร้อย ก่อนจะชี้ถ้วยสีขาวใบใหญ่ ซึ่งนั่นแหละอาหารที่ไม่คุ้นตาของปลายเมฆ

กินได้หรอ และคำถามของเขาทำให้เสียงหัวเราะเล็กๆ นั่นดังขึ้น

กินได้ๆ มันหวานกินให้ดู

จบคำพูดมันหวานจึงใช้ช้อนตักหอยจุ๊บที่ว่านั่นมาสะบัดน้ำแกงที่ติดออกอยู่เบาๆ ก่อนจะเอามันไปจ่อที่ปาก ออกแรงดูดจนแก้มป่องๆ นั่นฟีบลง

ปลายเมฆได้ยินเสียงจุ๊บเบาๆ จากการดูดเนื้อหอยเข้าปาก มองเด็กตรงหน้าที่เคี้ยวหยับๆ ก่อนจะเอาก้นหอยที่กลวงโบ๋ให้เขาดู

มันมีเสียงจุ๊บเวลาดูดเนื้อหอยเข้าไปในปาก เลยชื่อว่าหอยจุ๊บจ้ะ” 

มันหวานอธิบายก่อนจะตักมาไว้ในจานข้าวเขาหนึ่งตัว พยักหน้ารัวๆ เพื่อให้กินมันเข้าไป อันที่จริงปลายเมฆยังไม่ไว้ใจเท่าไรแต่กลัวอีกคนจะเสียน้ำใจ เขาเลยต้องหยิบมันขึ้นมากิน ทำตามอย่างที่เด็กผมจุกแอปเปิ้ลทำให้ดู

จุ๊บ!

     เสียงจุ๊บนั้นดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเนื้อหอยที่อยู่ในปากของเขา รสชาติมันแปลกนิดหน่อยแต่ถือว่ากินได้ ปลายเมฆมองเด็กข้างๆ ที่ปรบมือแปะๆ ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้พร้อมรอยยิ้มที่คล้ายว่าเขาเก่งนักหนา

     หมอปลายเก่งมากๆ

          กับอีแค่กินหอยจุ๊บน่ะนะ?

หลังจากนั้นเขาทั้งคู่ก็นั่งกินข้าวด้วยกัน แต่ไม่มีหรอกความเงียบแห่งความอึดอัดที่คนแปลกหน้าควรจะมี มีแต่เด็กตัวขาวที่พูดจ้อไม่หยุดปาก อวดว่าอาหารตัวเองอร่อยสุดๆ เพราะเห็นว่าเขาตักข้าวเพิ่มอีกสองทัพพี

ปลายเมฆเพียงแค่เงียบ เขาแค่กินข้าวต่อไป เพราะปากไม่ว่างจะปฏิเสธหรอกว่ามันไม่ได้อร่อยขนาดนั้น

เพราะมันอร่อยมากๆ เลยต่างหาก

มันหวานยังโม้ไปถึงเรื่องที่ว่าที่นี่ไม่ได้กันดารนักถึงแม้จะเรียกว่าบ้านนอกสำหรับคนกรุง สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ แต่บางทีสัญญาณก็ติดๆ ดับๆ แล้วแต่ดวง แต่ถ้าอยากได้เน็ตแรงหน่อยก็ต้องเข้าตัวเมือง และถ้าหากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกเจ้าตัวได้เสมอเพราะพ่อของตัวเองนั้นไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเสียเท่าไร

เนี่ยนะหมอปลาย มันหวานใกล้เรียนจบแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะโตเป็นหนุ่ม

แล้วเรื่องคุยก็ยังไม่หมด ตั้งแต่ปลายเมฆกินข้าวทัพพีแรกจนข้าวจะหมดโถอยู่แล้ว

เขาก็ได้แต่ฟังไปกินไป ปกติคงรำคาญจนลุกหนี แต่เด็กคนนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกอย่างนั้น เขาฟังเรื่องของมันหวานได้เรื่อยๆ ทั้งที่มันไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไร อาจจะเพราะเด็กคนนี้พูดเก่งแต่เก่งแบบรู้จักพูด ไม่ได้พูดอะไรไร้สาระหรือขี้โม้มากเกินไปจนไม่อยากฟัง

ซึ่งเขาก็กำลังทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี แม้ว่านิ้วมือจะเลอะหอยจุ๊บไปหมด

หลังจากมันหวานเล่าไปเรื่องที่สิบได้ มื้ออาหารนี้ก็จบลงแบบที่คนเป็นหมอซึ่งก็ไม่ค่อยได้มีเวลากินมื้อหนักๆ ก็อิ่มจนกางเกงคับ

ปลายเมฆจะอาสาล้างจานให้ แต่มันหวานกลับบอกให้เขาขึ้นห้องไปพักผ่อนเพราะเหนื่อยเดินทางมาทั้งวัน ครั้นจะปฏิเสธแต่เจอตาแป๋วแหว๋วที่คล้ายจะอ้อนนั่น เขาก็เลยยอมแพ้เดินขึ้นห้องของตัวเอง

หลังจากอาบน้ำเสร็จปลายเมฆจึงโทร.หาพ่อเพื่อบอกว่าเขาถึงบ้านเพื่อนสนิทพ่อย่างปลอดภัย ที่จริงเขาได้บอกกับพ่อว่าอยากหาที่พักใจบรรยากาศดีๆ พ่อจึงแนะนำให้มาที่นี่ และโชคดีที่ลุงกำนันเต็มใจให้พักด้วย

พอตกดึกที่แห่งนี้ก็เงียบสนิท เสียงที่ได้ยินชัดสุดคงจะเป็นเสียงจิ้งหรีด เขาพาตัวเองไปอาบน้ำอีกรอบเพราะอากาศร้อนเกินไปสำหรับเขา ก่อนจะมานั่งตากพัดลมอีกสักพัก คืนนี้ก็กะว่าจะเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้ลมเข้าน่าจะนอนสบายขึ้น

สองทุ่มสิบห้าที่เขาคิดว่าลุงกำนันน่าจะกลับมาแล้ว จึงพาตัวเองลงมาจากชั้นสองที่ก็ยังไม่เจอลุงกำนันสักที แต่เจอเด็กแก้มป่องๆ ที่สองแก้มนั่นเลอะแป้งเป็นวงๆ ผมหน้าม้าก็ถูกมัดด้วยยางรัดแกงอันเดิม

เอ้า! หมอปลาย? มันหวานสะดุ้งเมื่อหันมาเจอเขาก่อนที่เจ้าตัวจะเขยิบเล็กน้อย และตบพื้นที่ว่างแปะๆ ให้นั่งด้วยกันพลางเอ่ยถาม ทำไมยังไม่นอนจ๊ะ

แล้วทำไมเธอไม่นอน ปลายเมมฆถามกลับ

มันหวานติดละคร เรื่องนี้สนุกสุดๆ เลยจ้ะ

อ่อ” คนแก่กว่าพยักหน้ารับ และกำลังคิดว่าละครที่เขาดูล่าสุดนี่กี่ปีมาแล้ว

ดูกับมันหวานได้นะจ๊ะ

อืม” เพราะปกติปลายเมฆเองก็ไม่ได้ดูละครเสียเท่าไร ก็มัวแต่เอาเวลาไปทำงาน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำละครตรงหน้าจึงถือว่าเป็นกิจกรรมยามว่างได้ดี

เขาทั้งคู่นั่งดูละครกันเงียบๆ ปลายเมฆเห็นว่ามันหวานอินจัดขนาดร้องไห้ออกมาตอนนางเอกโดนพระเอกเข้าใจผิด

เป็นเด็กขี้อ่อนไหวเสียด้วย

ผ่านไปเกือบสามทุ่มครึ่งละครเรื่องนั้นก็จบ]’ และเด็กข้างกายที่กำลังเช็ดน้ำตาป้อยๆก่อนจะหันมายิ้มให้กัน

มันหวานอิ่นนิดหน่อยจ่ะ แหะๆ

เป็นรอยยิ้มที่ปลายเมฆเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยิ้มที่เท่าไรของวัน

 “แล้วกำนันจะกลับตอนไหน คนโตกว่าถาม

 “มันหวานลืมบอกว่าพ่อจะกลับมาพรุ่งนี้เช้าเลย วันนี้นอนบ้านลุงชลจ้า

แล้วแม่ล่ะ จะว่าไปพ่อเขาก็พูดถึงแต่ลุงกำนัน ไม่ได้เอ่ยถึงภรรยาของแก และเขาก็ยังไม่เห็นแม่ของเด็กคนนี้เลยตั้งแต่มาเหยียบที่นี่

แม่มันหวานเสียตั้งแต่มันหวานเกิดเลย” 

และคำตอบนั่นมันทำให้เขาอยากจะตีปากตัวเองสักที

อ่า ขอโทษปลายเมฆขอโทษเสียงแผ่ว ทั้งแววตาที่บ่งบอกว่าเขารู้สึกผิดกับคำถามนั้นที่อาจจะทำให้ใครอีกคนรู้สึกแย่

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พ่อสอนให้มันหวานเข้มแข็ง แต่แทนที่มันหวานจะมีสีหน้าเศร้าหมองกลับเป็นรอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากแทน

เป็นเด็กขี้อ่อนไหว แต่ก็เข้มแข็ง

เพราะมันหวานยังคงยิ้มออกมาถึงแม้ว่าปลายเมฆจะพูดถึงเรื่องที่สะเทือนจิตใจ ลุงกำนันคงเลี้ยงลูกตัวเองมาลำบากน่าดู ไม่มีภรรยาคอยเคียงข้างแต่ปลายเมฆคิดว่าลุงกำนันเลี้ยงลูกได้ดีเลยทีเดียว

ถึงมันหวานจะดูนุ่มนิ่ม แต่ปลายเมฆคิดว่าเด็กคนนี้ไม่ได้อ่อนแอ

            “แล้วบ้านนี้มีใครอยู่บ้างเขาเปลี่ยนเรื่องถาม อย่างน้อยเขาก็น่าจะอยู่ที่นี่หลายวัน รู้จักกันไว้บ้างก็น่าจะดี

มันหวานอยู่กับพ่อสองคนจ้ะ

 “แล้วพรุ่งนี้ไปเรียนไหม?

ไปจ้ะ

งั้นไปนอนเถอะ

แล้วหมอปลายล่ะจ๊ะ?” 

จะไปนอนเหมือนกัน

หลังจากนั้นมันหวานก็ลุกขึ้นยืน เอารีโมทไปวางไว้หน้าโต๊ะทีวีก่อนจะกวักมือให้เขาลุกจากโซฟาและเดินไปยังชั้นสองด้วยกัน

แต่ก่อนที่มือปลายเมฆจะแตะที่ลูกบิดประตู เสียงใสของคนที่เด็กกว่าก็ดังขึ้นเบาๆ แต่มันดังพอที่เขาจะได้ยิน

ฝันดีนะจ๊ะหมอปลาย

ก่อนที่เสียงประตูห้องข้างๆ จะปิดลง พร้อมรอยยิ้มบางๆ ของคุณหมอ ที่มีเพียงประตูไม้ที่ได้เห็น

 “ฝันดีเด็กแครอท

และคำฝันดีนี้มันก็เบามากพอที่จะไม่สามารถทะลุไปยังห้องข้างๆ ได้

 

รุ่งเช้ามาถึงและปลายเมฆได้เจอกับลุงกำนันสักที เขาทั้งคู่ได้คุยกันนิดหน่อย ลุงกำนันบอกให้ทำตัวตามสบายขาดเหลืออะไรบอกมันหวานได้เลยเพราะลุงแกมักจะมีงานให้ทำตลอดเวลา แล้วก็คงจะยุ่งมากจริงๆ เพราะคุยกันได้ไม่นานก็มีช้าวบ้านมาตามตัว

อรุณสวัสดิ์จ้ะหมอปลาย

อรุณสวัสดิ์วันที่สองของที่นี่ กับพระอาทิตย์ที่ปลายเมฆไม่ต้องออกจากบ้านไปยืนมอง

รอยยิ้มนั้นดูท่าจะสดใสมากกว่าคำว่าอรุณสวัสดิ์ของเด็กที่กำลังตักข้าวต้มใส่ถ้วยซะอีก

เขาสองคนนั่งกินข้าวเช้าด้วยกันเหมือนเมื่อวาน แต่เช้านี้มันหวานไม่ได้มีเรื่องเล่ามากมายเพราะเจ้าตัวต้องรีบไปเรียน เขาจึงได้โอกาสขอล้างจานเองโดยอ้างว่าอีกคนจะเข้าเรียนสาย

มันหวานกับจักรยานสีไข่ไก่กำลังหายไปจากสายตาของปลายเมฆ แต่เสียงของเด็กคนนั้นที่เจื้อยแจ้วสวัสดีคนนั้นคนนี้เขายังคงได้ยินมันอยู่

ช่วงเที่ยงของวันปลายเมฆจึงใช้เวลาว่างนี้สำรวจหมู่บ้าน ที่นี่ไม่กว้างใหญ่เท่าไร มีไม่กี่ครัวเรือน ไม่หนาตาเหมือนหมู่บ้านในกรุงเทพฯ เดินไปหน่อยจะเจอทุ่งนา เจอสวนผลไม้และแปลงผัก

ซึ่งเขาจำได้ว่าหลังบ้านมันหวานก็มีสวนผักอยู่จากคำบอกกล่าวของคนเด็กยิ้มสวย ที่โม้ว่าแครอทอวบอ้วนเมื่อวานก็ฝีมือปลูกของตัวเอง

ปลายเมฆเดินเล่นไปเรื่อยๆ ลมเอื่อยๆ ที่ผ่านพัดทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อย เขาเดินไปเช็ครถและพบว่ามันยังจอดอย่างปลอดภัยที่เดิม ซึ่งลุงกำนันบอกแก่เขาว่าให้สบายใจเพราะที่นี่ไม่มีขโมย และจะบอกชาวบ้านให้ว่าเป็นรถของแขกกำนัน

ปลายเมฆยกกล้องโพลาลอยด์ที่เขาพกมาด้วยถ่ายรูปท้องฟ้า เขาเห็นเมฆก้อนหนึ่งยิ้มแต่นั่นทำให้เขารู้สึกหมันไส้มันนิดหน่อย เพราะในขณะที่เมฆยิ้ม แต่ลึกๆในใจของเขากลับเหี่ยวเฉาเหมือนผัก 

คุณหมอสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว พยายามทำตัวให้เป็นปกติ พยามดึงความเข้มแข็งของตัวเองกลับมาและระลึกไว้เสมอว่าเขากำลังตั้งใจจะตัดใจ และทำใจจากเรื่องรักสิบปีที่อาจจะทำเขวมากมายแต่ปลายเมฆเชื่อว่าวันเวลาจะช่วยรักษาความบอบช้ำในหัวใจได้

เพราะใครๆ ก็บอกแบบนั้น ที่ว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง

ปลายเมฆเป็นหมอ เขารักษาคนไข้มามากมาย มันคงถึงเวลาแล้วที่จะต้องรักษาตัวเองบ้าง แม้ว่ารักษาร่างกายกับสภาพจิตใจจะแตกต่างกันมากก็ตาม

นาฬิกาบ่งบอกว่าเดินเล่นมานานจนเกือบจะสี่โมงเย็นกับแสงแดดที่อ่อนลง คุณหมอได้แวะตลาดนัด ซื้อผักและเนื้อหมูติดมือมานิดหน่อยเพื่อเป็นน้ำใจตอบแทนคนที่ทำอาหารให้กิน ผู้ใหญ่บอกว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกเจ้าของบ้านเล่นบ้าง

แต่เด็กมันหวานโตขนาดนี้แล้วคงไม่มานั่งปั้นควายแล้วล่ะ

เขาเดินมาเรื่อยๆ จนเจอร้านขายของชำที่เต็มไปด้วยขนมและของกินที่ดูเหมาะกับเด็กๆ ปลายเมฆไม่รู้ว่ามันหวานชอบกินอะไร เขาเลยตัดสินใจโดยการซื้อหลายๆ อย่างจนสองมือเต็มไปด้วยถุงขนม

จวนจะห้าโมงเย็นปลายเมฆจึงถึงบ้าน แต่เจ้าของบ้านยังไม่กลับมาสักคน คนตัวสูงวางข้าวของไว้ที่ครัว โผล่หน้าออกมาตรงหน้าบ้านเพื่อดูอีกทีว่าเด็กมันหวานจะมาถึงเมื่อไร และเป็นจังหวะเดียวกันที่เด็กแครอทนั่นปั่นจักรยานมาจอดหน้าบ้านพอดี

คุณหมอมองคนตัวขาวจอดจักรยานไว้ตีนบันได ถอดถุงเท้าของตัวเองออกแล้วตักน้ำในโอ่งราดเท้า ก่อนจะวิ่งตึงตังๆ จนเขาต้องตีหน้าดุรอ

หมอ--” เสียงเจื้อยแจ้วนั้นแผ่วลงเมื่อมันหวานเห็นหน้าคุณหมอที่กำลังมีคิ้วขมวดมุ่น

ทีหลังค่อยๆ เดิน อย่าวิ่งแบบนั้นน้ำเสียงนิ่งๆ นั้นทำเอาคนเด็กกว่าเสียวสันหลังวาบ มันหวานได้แต่หัวเราะแหะก่อนจะพนมมือไหว้คนที่โตกว่าแบบที่ตั้งใจไว้

ขอโทษจ้ะ แล้วก็มันหวานสวัสดีตอนเย็นนะ

ครับปลายเมฆรับไหว้ ก่อนจะเดินไปหยิบถุงขนมที่ครัวแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

 “ขนมนี่จ๊ะ! ให้มันหวานหมดเลยหรอ ใครอีกคนตาโตทันทีที่เห็นขนมมากมายบรรจุอยู่ในถุงสีใสเต็มไปหมด

อืม ปลายเมฆเกาจมูก เขาทำตัวไม่ค่อยถูกกับรีแอคชั่นของเด็กคนนี้

ขอบคุณนะจ๊ะ!

รอยยิ้มหวานๆ เต็มแก้มอูมๆ นั่นกำลังบอกปลายเมฆว่าเด็กตรงหน้าชอบขนมที่เขาซื้อมาให้มากแค่ไหน

เป็นเด็กเลี้ยงง่าย แค่ขนมไม่กี่ห่อก็ล่อซื้อรอยยิ้มได้แล้ว

เดี๋ยวมันหวานจะไปเปลี่ยนชุดแล้วไปเก็บผักมาทำกับข้าวนะหมอปลาย

ฉันซื้อผักกับเนื้อหมูมาให้ด้วยอยู่ในครัว

จริงหรอจ๊ะ! จบประโยคมันหวานก็รีบวิ่งไปในครัวทันทีพร้อมเสียงบ่นงึมงำแต่ครั้งนี้ปลายเมฆได้ยินชัดเจน

หมอปลายยยยย ทีหลังไม่ต้องซื้อผักมานะ มันหวานบอกแล้วไงว่าหลังบ้านเรามีแปลงผัก

มันหวานทำหน้างอแงแต่ปลายเมฆกลับสนใจคำว่า บ้านเรา มากกว่า มันรู้สึกอบอุ่นถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนนอกที่เพิ่งมาอาศัยอยู่ที่นี่แค่สองวัน

ลืม” 

โถ่ๆ ยังไม่แก่เลยเนี่ย” เด็กมันหวานบ่นงุ๊งงิ๊ง และคำว่าแก่กำลังทำคิ้วเขากระตุก

ก็แค่สิบสองปีเองไหม

งั้นวันนี้ทำผัดกะเพราหมูด้วยดีกว่าเนอะๆ เดี๋ยวมันหวานจะไปเก็บพริกด้วย

ฉันไปด้วยได้ไหม ปลายเมฆอยากจะดูแปลงผักที่เจ้าตัวโม้ไว้เสียหน่อยว่ามันจะขนาดไหนกันเชียว

ได้จ้าๆ งั้นหมอปลายรอมันหวานนะขอไปเปลี่ยนชุดก่อน

อืม

รอไม่นานมันหวานก็ลงมาจากชั้นสองด้วยชุดลำลอง เสื้อสีเขียวอ่อนแขนสั้น กางเกงยาวเหนือเข่าเล็กน้อยสีน้ำตาลและจุกแอปเปิ้ลบนหัวเหมือนเคย

แปลงผักที่ว่านั่น ไม่ได้ใหญ่มากมาย มันเป็นแปลงผักขนาดพอดีที่ครัวเรือนจะปลูก มีผักหลายชนิดที่พร้อมให้เก็บ และก็มีบางชนิดที่มันหวานบอกว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย

เด็กแครอทนั้นบอกให้คุณหมอสวมถุงมือเพื่อจะได้เก็บพริก ส่วนตัวเองจะยอมเสียสละไม่ใส่เพราะเด็ดพริกบ่อยจนมือทนความแสบร้อนได้ดี

แต่ปลายเมฆก็แอบเถียงในใจว่ามันไม่ได้เกี่ยวกันเลยสักนิดเดียว

มือก็เด็ดพริก หูก็ฟังเด็กมอหกที่กำลังจะเรียนจบส่งเสียงงุ๊งงิ๊งเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง โม้ว่าวันนี้คะแนนภาษาอังกฤษออก และเจ้าตัวสอบได้เต็มเลยได้รางวัลจากครูเป็นกระหรี่ปั๊ปหนึ่งกล่อง

กระหรี่ปั๊ปแค่กล่องเดียว

จ๋า?มันหวานกำลังมองเสี้ยวหน้าของคนที่อยู่ดีๆ ก็พูดขึ้นทั้งที่ตอนแรกเอาแต่เงียบฟังเขาพูด

ขนมฉันตั้งหลายถุงปลายเมฆว่านิ่งๆ เขาไม่ได้หันไปมองเด็กที่หยุดการเด็ดพริกกะทันหันเพราะงงกับคำพูดของเขา

มันน่างงตรงไหน หนึ่งกับสิบ อะไรมากกว่าก็เห็นๆ กันอยู่

อ๋อ ฮ่าๆๆๆๆมันหวานหัวเราะจนแก้มยกเมื่อพอจะเข้าใจสิ่งที่คุณหมอต้องการจะบอก จ้าๆ ขนมหมอปลายอ่ะสุดยอดกว่ากระหรี่ปั๊ปเป็นไหนๆ เลยยย

มันหวานยิ้มตาปิดแม้คนที่โตกว่าจะไม่ได้หันมามอง และมันหวานจะยอมมีความลับกับพ่อหนึ่งเรื่อง ว่าเมื่อกี้เขาเห็นคุณหมอพูดน้อยยิ้มนิดหน่อยด้วยล่ะ!

อ๊ะ!

มันหวานสะดุ้งเมื่อตอนที่เขากำลังจะเก็บพริกต่อ แต่เด็ดเม็ดพริกหักจนมันกระเด็นเข้าตา นั่นจึงทำให้คุณหมอที่อยู่ใกล้ๆ ต้องรีบละมือจากเม็ดพริกและถอดถุงมืออกทันที

ฉันขอดูหน่อยว่าขึ้นพร้อมกับสองมืออุ่นที่ประคองใบหน้าคนเด็กกว่า

หมอปลาย มันหวานแสบตาเด็กมอหกเริ่มเบะเพราะเม็ดพริกนั่นทำให้มันหวานแสบตามากจริงๆ จนน้ำตาไหลออกมา พยายามจะขยี้ตาตัวเองอย่างลืมตัวแต่ก็โดนคนแก่กว่าห้ามเอาไว้

มือเธอแสบพริก อย่าสัมผัสหน้า ปลายเมฆว่าก่อนจะดึงมือเล็กนั่นให้ออกจากใบหน้าของเจ้าตัว

มันหวานน้ำตาไหลยิ่งกว่าเก่าเมื่อพยายามลืมตาให้คุณหมอดู ลมเย็นเบาๆ นั่นผ่านจากริมฝีปากอีกคนก่อนจะกระทบลงดวงตาของเขา มันหวานยังลืมตาได้ไม่มากนักเพราะความแสบ แต่เขาก็พอเห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของหมอปลายเมฆและตัวเองใกล้กันมากแค่ไหน

ยังแสบอยู่ไหม

ใกล้กันมากพอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจสะอาดนั่น

สัมผัสจากนิ้วอุ่นนั้นแตะลงตรงหางตา ก่อนจะเป่าลมไล่ความแสบร้อนให้อีกครั้ง และครั้งนี้สายตามันหวานปรับโฟกัสได้ดีมากกว่าเก่า

 “มันหวาน

มันหวานเลยเห็นระยะห่างที่ร่นลงชัดขึ้น

มันหวาน?

ได้ยินน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงนั้นชัดขึ้น

คนเด็กกว่ายังคงเงียบ อยู่ดีๆ มันหวานก็เอามือข้างนึงไปทาบไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้ปลายเมฆมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ มันหวานไม่ได้ตอบคำถามของเขาเป็นคำพูด แต่แก้มของมันหวานกลับขึ้นสีแดงจัดเป็นการตอบแทน

หมอปลาย คนที่เงียบไปนานเริ่มส่งเสียง แต่เสียงเรียกนั้นดูแผ่วเบาคล้ายคนประหม่า

หื้ม? ปลายเมฆขานรับในลำคอ ทั้งที่มือสองข้างยังคงประคองแก้มนิ่มเอาไว้

และเขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิใบหน้าของมันหวานที่เปลี่ยนไป

เอาหน้าออกไปหน่อยได้ไหมจ๊ะ

สีของแก้มนั้นก็ด้วย

มันหวานว่า มันหวานเขินมากๆ แล้วตอนนี้

และปลายเมฆรู้สึกว่า สีแก้มของมันหวานคล้ายจะเหมือนสีของพระอาทิตย์ตอนกำลังจะตกดิน

 

 



#มันหวานปลายเมฆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 661 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1125 GET♡_ _..♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:40
    น่ารักแงงง ㅠㅠ
    #1,125
    0
  2. #1123 MaLein (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 08:18
    มันหวานน่ารักๆๆๆๆ
    #1,123
    0
  3. #1121 BABYzPCY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 14:43

    แงงงง น้องมันหวานน่ารักกกกกก

    #1,121
    0
  4. #1094 HaeMay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 21:42
    น้องเป็นสดใสมากกก
    #1,094
    0
  5. #1066 loveseriesY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 06:52
    ทำไมน้องน่ารักจัง
    #1,066
    0
  6. #1056 Markbambu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 03:47
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด
    #1,056
    0
  7. #1027 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 21:21
    ฮือออ555555
    #1,027
    0
  8. #1019 Jhoooope (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:40
    น้องงงงง55555
    #1,019
    0
  9. #1008 Lolo02 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 13:53

    น่ารักกกกกกก

    #1,008
    0
  10. #961 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 10:06
    น้องน่ารักกก หมอต้องแพ้ความซื่อๆใสๆของน้องงง
    #961
    0
  11. #939 pcy921 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 07:28
    แงงงงงน้องมันหวานน่ารักจังเลยยย
    #939
    0
  12. #934 HaeMay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 21:08
    น้องมันหวานน่ารักมากเลยลูกก
    #934
    0
  13. #930 Hibiki10 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 04:56
    แงงงงง น้องมันหวานน่ารักจังลูก
    #930
    0
  14. #890 Miiwxx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:07
    โง้ยๆมันหวานน่ารัก
    #890
    0
  15. #874 PAM_17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 03:01
    มันหวานน่ารักจังเลย
    #874
    0
  16. #824 areenachesani (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 19:26
    งุ้ยยย นเองมันหวานน่ารักก
    #824
    0
  17. #815 Jibangrin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:07
    โอ้ยยยยย น่ารักทากกกกก ไม่หวายยยยย กี้ดดด ลูกกกกกก
    #815
    0
  18. #803 zgnueno (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 13:30

    มันหวานน่ารักมากเลย แงงงงง้

    #803
    0
  19. #783 orangepie, (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 13:18
    โอ้ยน้อ เขินแล้วก็บอกเค้าเนอะมันหวาน เจ้าก้อนน555555555555 น่ารัก
    #783
    0
  20. #777 dwyouveme (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 23:33
    เจ้าก้อนน่ารักแก้มแดงแจ๋ แงงงงง น้องน่ารักมากเลย อยากกอด อยากหอม ลูกแม่ๆๆๆๆ
    #777
    0
  21. #774 Yesmyboy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 15:10
    มันหวานนน เขินแล้วไม่ต้องไปบอกเค้าาาา โอ๊ย 555555555
    #774
    0
  22. #714 PINKLAND (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:10
    มันหวานนน มันเขี้ยวจังลูก
    #714
    0
  23. #672 15magnitude (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:20

    เอ็นดูน้องมันหวาน น่ารักมากเลย

    #672
    0
  24. #643 withfluffyp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 12:27
    มันหวานนนนนน เอ็นดูน้อง
    #643
    0
  25. #636 พระจันทร์ตะวันออก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 21:51
    น่ารักมากเลยอ่ะ
    #636
    0