[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 19 : เหนือปลายเมฆ ☆ XVIII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 359 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XVIII

ความโง่ของผมคือการยอมปล่อยให้รอยยิ้มของคุณตกเป็นของเขา

 

ติ๊งหน่อง!

เสียงกริ่งจากหน้าประตูดังขึ้นทำให้ปลายเมฆต้องงัดตัวเองออกจากเตียงหลังจากเพิ่งนอนไปยังไม่ถึงห้าชั่วโมงดีด้วยซ้ำ ขายาวก้าวไปยังหน้าประตูก่อนจะเปิดออกและเดินนำแฟนเก่าที่กลายมาเป็นแฟนปัจจุบันเข้ามาในห้อง

ตั้งแต่วันนี้ม่านฝนจะย้ายมาอยู่กับเขาเหมือนที่เคยอยู่ ในเมื่อเขาทั้งสองกลับมาคบกันแล้ว อะไรที่เคยทำร่วมกันในอดีตจึงจะกลับมาอีกครั้ง ปลายเมฆไม่แน่ใจว่านี่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาหรือปล่า แต่ในเมื่อตัดสินใจไปแล้วเขาก็ต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเอง

เป็นการตัดสินใจที่ถ้าไม่ดีที่สุดก็อาจจะแย่จนสาหัสไปเลย

ฝนนอนห้องเดิมของเราหรือเปล่าครับ” ร่างบางเอ่ยถามหลังจากวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ที่โซฟาตัวยาว

ห้องเดิมครับ เหมือนเดิมที่เคยอยู่” ปลายเมฆเอ่ยบอก

ขอบคุณนะครับพี่เมฆ” คำขอบคุณที่มาพร้อมกับการถูกโอบกอด ปลายเมฆไม่ได้กอดตอบอีกคนเขาเพียงแค่ยกฝ่ามือลูบผมเบาๆก่อนจะละกอดออกช้าๆ

เดี๋ยวพี่ต้องไปทำงาน

งั้นพี่เมฆไปอาบน้ำเถอะครับ ฝนจะเตรียมมื้อเช้าให้นะ

ครับ” เอ่ยตอบรับพลางมองร่างบางที่ตรงไปยังครัวด้วยความคุ้นชิน

ม่านฝนเคยอยู่ที่นี่ เคยใช้ชีวิตอยู่ในห้องของเขา ไม่แปลกอะไรที่อีกคนจะดูคุ้นเคยและคุ้นชินอย่างที่เป็น

แต่คงมีเพียงเขาที่แปลกไปเพราะปลายเมฆกำลังเห็นภาพของใครอีกคนปรากฏอยู่ทั่วห้อง

ในห้องครัวพร้อมกับกลิ่นหอมๆของอาหาร ในห้องนั่งเล่นกับนิยายเล่มโปรด ในห้องนอนกับการคลุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ตรงริมระเบียงกับแปลงผักเล็กๆ หรือแม้กระทั่งหน้าประตูกับรอยยิ้มหวานต้อนรับเขาเมื่อกลับมาที่ห้อง

ทุกสัดส่วนของห้องที่เคยมีใครบางคนอยู่แต่ตอนนี้กลับหายไป

ปลายเมฆสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนจะเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาไม่ได้เข้าไปอาบน้ำเพื่อเตรียมไปทำงานในทันทีแต่กลับเลือกหยิบบุหรี่และไฟแช็คออกไปยืนสูบตรงระเบียงห้องนั่งเล่น

ปล่อยให้ร่างกายซึมซับสารนิโคติน มองดูท้องฟ้าทั้งที่สายตาไม่โฟกัส ปล่อยให้ความขมกระจายไปทั้งปลายลิ้น และรับรู้ถึงการขยับฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังเข้ามาใกล้กันพร้อมกับการถูกโอบกอดจากด้านหลัง

ฝนแพ้บุหรี่ พี่เมฆจำได้ไหมครับ” น้ำเสียงที่อู้อี้ของคนด้านหลังทำให้ปลายเมฆชะงักบุหรี่ในมือ คนตัวสูงรีบขยี้มันที่ราวระเบียงก่อนจะทิ้งมันไว้ลวกๆ และหันกลับมาเผชิญหน้าร่างบางที่กำลังไอออกมาเบาๆพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำและน้ำมูกน้ำตาที่กำลังไหลออกมา

ขอโทษ

ปลายเมฆเอ่ยคำขอโทษกับการกระทำที่เขาไม่ได้ตั้งใจเพราะเผลอลืมบางสิ่งไปชั่วขณะ ทั้งที่ผ่านมาสมองของเขาเคยจดจำมันได้เป็นอย่างดีมาตลอด

ชายหนุ่มจับมือร่างบางก่อนจะพาไปนั่งยังโซฟา ปลายเมฆละตัวไปที่ห้องครัว เขาเปิดลิ้นชักข้างตู้เย็นที่มียาหลายชนิดอยู่ในนั้น หยิบยาแก้แพ้ออกมาพร้อมน้ำดื่ม และผ้าผืนสะอาดที่ซับน้ำหมาดๆก่อนจะกลับไปหาอีกคนที่นั่งตาแดงอยู่บนโซฟา

ม่านฝนแพ้บุหรี่เขาไม่ควรจะลืมมันเลยด้วยซ้ำ

มันเคยเป็นข้อที่สำคัญ สำคัญมากๆสำหรับเขา

พี่ขอโทษ” เอ่ยซ้ำอีกครั้ง ต้องการให้รู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจอยากจะลืมและทำร้ายอีกคนแบบนี้

ไม่เป็นไรครับ” รอยยิ้มบางของม่านฝนปรากฏขึ้นก่อนที่มือหนาจะส่งยาแก้แพ้และน้ำดื่มให้อีกคนได้ทาน ปลายเมฆรับแก้วน้ำเปล่ามาวางไว้ที่โต๊ะก่อนจะใช้ผ้าหมาดน้ำนั้นเช็ดตามกรอบใบหน้าที่แดงก่ำอย่างเบามือ

ที่หลังรู้ว่าแพ้ก็อย่าเดินเข้าไปกอดแบบนั้น” เขาว่าหลังจากเช็ดหน้าให้อีกฝ่ายเรียบร้อย

ฝนขอโทษครับ

ช่างเถอะ” ปลายเมฆเอ่ยปัดเพราะอีกคนกำลังมีสีหน้าเหมือนคนรู้สึกผิดถึงแม้ว่าคนผิดจะเป็นเขาก็ตาม “พี่จะไปอาบน้ำ

อ้อ ครับ ฝนเตรียมกาแฟดำกับขนมปังปิ้งให้แล้ว

อืม เดี๋ยวออกมาทาน” ปลายเมฆว่าก่อนจะเพยิดหน้าไปยังกระเป๋าเสื้อผ้าด้านหลัง “เอาของไปเก็บเถอะ

ครับ” ม่านฝนยิ้มรับคำก่อนจะคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าไปยังห้องนอนฝั่งซ้าย

ปลายเมฆใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่นานก่อนจะออกมาจากห้องนอนที่ไม่มีม่านฝนอยู่ในนั้น เขาเดินเข้าไปยังครัวก่อนจะพบว่าอีกคนกำลังทาแยมลงบนขนมปังและยื่นมันมาให้กับพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ

กาแฟดำน้ำตาลหนึ่งก้อนครับ

ขอบคุณครับ” มือหนารับแก้วกาแฟและขนมปังมาถือไว้ ปลายเมฆจรดขอบแก้วกาแฟแตะที่ริมฝีปากก่อนจะปล่อยลมไล่ความร้อน แต่พอเขาลิ้มรสชาติของกาแฟกลับทำให้เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันจนร่างบางตรงหน้าต้องเอ่ยถาม

มีอะไรหรือเปล่าครับพี่เมฆ

ทำไมไม่เหมือน

ไม่เหมือนอะไรครับ?” ม่านฝนมีสีหน้าฉงนเพราะไม่เข้าใจคำพูดของแฟนตัวเอง

ปลายเมฆไม่ได้เอ่ยตอบกลับ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งและพบว่ามันไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคยดื่มในทุกๆวันที่ผ่านมา

ไม่เหมือนที่มันหวานทำให้แม้จะเป็นกาแฟดำใส่น้ำตาลเพียงก้อนเดียวเหมือนที่ม่านฝนทำก็ตาม

เปล่า ไม่มีอะไร” เขาเอ่ยตัดบทก่อนจะยกแก้วกาแฟนั้นดื่มตามปกติและกัดขนมปังปิ้งตามเข้าไป ยืนกินอยู่ตรงนั้นเพียงไม่กี่นาทีมื้อเช้าในเวลาเร่งรีบของเขาก็หมดลง ปลายเมฆปล่อยให้ม่านฝนใช้ทิชชูเปียกเช็ดมือที่จับขนมปังให้เขาก่อนจะส่งมือข้างที่ไม่ได้เลอะลูบกลุ่มผมนั้นเบาๆเหมือนเป็นการขอบคุณ

นาฬิกาบ่งบอกเวลาอีกไม่กี่นาทีจะแปดโมง ปลายเมฆเดินถือกระเป๋าเอกสารเตรียมตัวออกไปทำงานพร้อมกับร่างบางที่เดินตามหลังมา ปกคอเสื้อและเนคไทของเขากำลังถูกมือขาวของอีกฝ่ายจัดให้

ปลายเมฆเพียงยืนนิ่งอยู่แบบนั้นปล่อยให้ม่านฝนทำแบบที่เคยทำให้กันเหมือนเมื่ออดีต แต่ต่างกันที่ครานี้เขาไม่ได้ก้มไปหอมแก้มม่านฝนก่อนไปทำงานเหมือนที่เคยทำ มีเพียงแค่ร่างบางที่เขย่งปลายเท้าและจูบลงตรงข้างแก้มของเขา

ตั้งใจทำงานนะครับ

มีเพียงม่านฝนที่ทำเหมือนอย่างเคย

ม่านฝนที่กำลังรื้อฝืนสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา

                ในขณะที่ปลายเมฆกำลังจะลืมมันลงเพราะจดจำใครบางคนแทนที่

 

 

 

งานวันนี้ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากทุกวัน ถ้าจะต่างก็อาจจะเพราะวันนี้เขาได้เลิกงานเร็วขึ้น วันนี้ปลายเมฆได้เลิกงานตอนสองทุ่มและคิดว่าคงไม่มีการเรียกตัวมากลางดึกเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นบ่อยๆ

เขาพาตัวเองขึ้นมานั่งบนรถก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็วปกติ เพลงสากลถูกเปิดกล่อมเบาๆไม่ให้ทั้งห้องโดยสารแคบเงียบจนเกินไป ในขณะที่รถติดโทรศัพท์ที่วางไว้เบาะข้างๆจึงดังขึ้นมา

ม่านฝน

เบอร์มือถือที่เขาบันทึกไว้เมื่อวันก่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ปลายนิ้วเลื่อนสไลด์และกรอกเสียงลงไปให้ปลายสายได้ยิน

ครับ

[เมื่อเช้าฝนลืมถามเลยครับว่าพี่เมฆเลิกงานกี่โมง]

เลิกแล้ว กำลังกลับ

[จริงหรอครับ ดีจัง ฝนกำลังรอทานมื้อเย็นกับพี่เมฆเลย]        

ยังไม่ทานอีกหรอ” ปลายเมฆยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา เวลาตอนนี้สองทุ่มกว่าซึ่งมันเลยเวลาอาหารเย็นมาสักพักแล้ว เขาจำได้ว่าวันก่อนม่านฝนบอกว่ามาหาหมอเพราะปวดท้องแล้วทำไมปล่อยให้มื้อเย็นเลทขนาดนี้

[รอพี่เมฆน่ะครับ แต่คิดว่าถ้าพี่เมฆเลิกเวรค่ำกว่านี้ก็จะทานแล้ว]

            “เดี่ยวกลับไปทานด้วย อยากได้อะไรเพิ่มไหม

[ที่จริงฝนอยากทานพานาคอตต้ามะม่วงครับ]

ได้

[ถ้าพี่เมฆเหนื่อยก็ไม่เป็นไรนะครับ]

ไม่เป็นไร ยูเทรินไปหน่อย

[พี่เมฆจำได้ไหมครับว่าร้านไหนร้านโปรดฝน]

จำได้

[ดีใจจัง งั้นฝนรอนะครับ ไม่ต้องรีบนะขับรถดีๆนะครับ]

ครับ

สายถูกตัดไปก่อนที่ปลายเมฆจะหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวยูเทรินข้างหน้าไปร้านเค้กที่ม่านฝนอยากจะทาน

สิบห้านาทีหลังจากนั้นรถก็จอดเทียบอยู่หน้าร้านขนาดย่อมที่ทำด้วยกระจกใสทั้งหมด ปลายเมฆปลดเข็มขัดนิรภัยเตรียมจะลงไปซื้อสิ่งที่ม่านฝนบอกไว้ แต่กลับต้องชะงักตัวเองไว้แค่นั้นเมื่อภายในร้านที่มองผ่านกระจกใสไป มีร่างของเด็กหนุ่มตัวเล็กในชุดนักศึกษากำลังนั่งกินขนมอยู่กับผู้ชายร่างหนาที่คุ้นตาเป็นอย่างดี

มันหวาน” เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆภายในรถและรู้ดีว่ามันคงส่งไปไม่ถึงอีกคน

จากที่จะลงไปซื้อขนมที่ม่านฝนต้องการกลับกลายเป็นปลายเมฆนั่งแช่ตัวเองไว้ในรถ เขามองมันหวานผ่านกระจกหน้ารถของตัวเอง มองอีกคนที่หัวเราะกับเตวิณ ปลายเมฆไม่รู้หรอกว่าสองคนนั้นคุยเรื่องอะไรแต่คงเป็นเรื่องที่ทำให้มันหวานมีความสุขน่าดู

ท่อนแขนทั้งสองข้างถูกทาบไว้ที่พวงมาลัยก่อนจะวางปลายคางของตัวเองลงไป ปลายเมฆนิ่งเงียบเฝ้ามองคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าแต่ไม่สามารถเดินเข้าไปหาได้แม้แต่ก้าวเดียว มองเตวิณที่กำลังใช้ปลายนิ้วเช็ดมุมปากให้กับเด็กแครอทของเขา

มองรอยยิ้มหวานๆที่ไม่ได้มอบให้แก่เขาอีกแล้ว มองความสุขของคนตรงนั้นที่กำลังทำให้ใจของเขาเกิดอาการเจ็บเพราะบางอย่างอย่างไร้สาเหตุ

ปลายเมฆคิดว่าเขากำลังหวงรอยยิ้มของมันหวาน

รอยยิ้มแสนหวานนั่นที่เขาอยากครอบครองมันแต่เพียงผู้เดียว

แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่คิดเพราะตอนนี้เตวิณกำลังได้รับสิ่งนั้น

สิ่งที่เขาปล่อยให้หลุดมือไปเพราะความไม่มั่นคงพอ

ปลายเมฆเคยได้ยินบทความหนึ่งของใครสักคน เขาถามว่าหากวันใดวันหนึ่งเราทำลูกโป่งหลุดมือไปเราจะโทษอะไรระหว่างลมที่พัดแรงหรือเพราะมือเราที่จำมันไว้ไม่แน่นพอ

ตอนนั้นปลายเมฆไม่ได้คิดจะหาคำตอบกับมัน ไม่ว่าจะเป็นลมที่แรงหรือมือที่จับปลายเชือกไว้ไม่แน่น

แต่ตอนนี้เขาได้คำตอบของมันแล้ว เขาเคยมีลูกโป่งแสนสวยอยู่หนึ่งลูก พองไปด้วยลมที่ถูกอัดมากมายอยู่ในนั้น ลูกโป่งใบนั้นถูกชูอยู่เหนือลมด้วยความสดใส แต่แล้ววันหนึ่งมันก็หลุดมือจากไป

ในตอนนั้นที่ลูกโป่งกำลังลอยออกไปมันไม่มีแม้แต่ลมที่พัดผ่าน มีเพียงอากาศที่คงที่ มันทำให้เขาตระหนักได้ว่าในเมื่อวันนั้นไม่มีลมที่ไหวติงก็คงเป็นมือของเขาเองที่ปล่อยให้ลูกโป่งนั้นหลุดมือจากไป

อยากไขว่คว้าแต่ก็ทำไม่ได้ในเมื่อลูกโป่งใบนั้นไม่คิดจะย้อนกลับมา มันลอยล่องออกไปยังทิศทางอื่นเพื่อให้ใครบางคนที่มีความมั่นคงครอบครองลูกโป่งใบนั้นแทนเขา

ปลายเมฆรู้แล้วว่าต่อให้มีลมโต้แรงแค่ไหนแต่ถ้าเขาจับปลายเชือกนั้นไว้แน่นพอ ลูกโป่งจะไม่มีวันหลุดออกไปจากมือของเขาได้

เขาจะไม่โทษใครที่สูญเสียลูกโป่งแสนสวยใบนั้น แต่เขาจะโทษตัวเองที่แค่ลูกโป่งใบเดียวยังไม่มีปัญญารักษา

ก็สมควรแล้วที่ลูกโป่งใบนั้นจะปล่อยให้ใครสักคนที่เหมาะสมกว่าดูแลแทน

ปลายเมฆคว้ามือถือมาไว้ในมือ เขาเปิดเข้าโหมดกล้องหลังก่อนจะจับโฟกัสไปยังคนตัวเล็กที่ถูกกั้นด้วยกระจกใส เสียงชัตเตอร์ดังติดกันสามสี่ครั้งและรูปภาพที่ถ่ายนั้นก็ถูกบันทึกอยู่ในอัลบัมที่มีมาสักพัก

ก่อนหน้านั้นมันเคยมีเพียงอัลบัมรูปของม่านฝนแต่มันถูกลบจนหมดไปสักพักแล้ว และตอนนี้มันกำลังถูกแทนที่ด้วยภาพของมันหวานนับหลายสิบภาพที่เขาเคยได้แอบถ่ายเอาไว้

รูปภาพเหล่านั้นมันอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีลูกโป่งที่แสนงดงามใบนั้น

ปลายเมฆนั่งมองคนสองคนกินขนมด้วยกันจนหมด มองสองคนนั้นที่เดินออกมาจากร้านก่อนที่เตวิณจะสวมหมวกกันน็อคให้กับคนตัวเล็กกว่า มองมันหวานที่จับลาดไหล่กว้างนั้นและหยัดตัวเองขึ้นไปซ้อนท้ายก่อนที่รถมอไซต์คันโตนั้นจะขับเคลื่อนออกไป

มีใครบางคนกำลังพาลูกโป่งของเขาให้หายไปจนลับสายตา

 

ปลายเมฆกลับมาถึงห้องพร้อมกับถุงพานาคอตต้ามะม่วงในมือ เขาถอดรองเท้าไว้หน้าประตูก่อนจะสวมสลิปเปอร์และเดินเข้าไปในครัวโดยมีม่านฝนที่กำลังนำอาหารออกจากไมโครเวฟ และเมื่อร่างบางหันมาเห็นเขาอีกคนก็วางสิ่งที่อยู่ในมือลงก่อนจะเข้ามาสวมก่อนและจูบลงที่ปลายคาง

ม่านฝนก็แค่ทำเหมือนที่เคยทำ มีเพียงเขาที่ไม่ได้ตอบรับสัมผัสนั้นกลับไปนอกจากเพียงแค่ส่งยิ้มบางให้

ฝนเพิ่งอุ่นอาหารเสร็จ พี่เมฆอยากไปอาบน้ำก่อนไหมครับ

ทานก่อนเถอะ เลยเวลาอาหารมาเยอะแล้วจะปวดท้องเอา ส่วนขนมไว้ทานพรุ่งนี้มันดึกแล้ว

ขอบคุณนะครับ งั้นทานข้าวกันเนอะ

หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งทานอาหารเย็นพร้อมกัน ในระหว่างมื้ออาหารมีเพียงเสียงหวานของอีกคนที่ถามเรื่องงานของเขา ไม่มีอะไรที่น่าลำบากใจในการตอบคำถามที่เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันในการทำงาน

อาหารไม่อร่อยหรอครับ ฝนทำแต่สิ่งที่พี่เมฆชอบเลยนะ

เปล่าครับ” ปลาเมฆตอบ เขามองอาหารสามสี่อย่างที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ มันจริงอย่างที่ม่านฝนว่า มีแต่อาหารโปรดของเขาทั้งนั้น แต่ที่น่าแปลกคือเขาไม่เจริญอาหารเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น

เขาแค่รู้สึกว่ามันขาดอะไรไปบางอย่าง อาจจะเป็นรสเผ็ดที่เขาไม่ชอบกิน อาจจะเป็นชื่ออาหารที่เขาไม่คุ้นหู หรืออาจจะเป็นรสชาติอาหารที่เขาคุ้นเคยถูกเปลี่ยนไปไม่เหมือนกับทุกวัน

หรืออาจจะเพราะคนทำอาหารไม่ใช่คนเดิม

พี่แค่ไม่ค่อยหิว” ปลายเมฆตอบก่อนจะตักอาหารมาไว้บนจาน เขาพยายามกินมันเข้าไปแม้จะไม่อยากอาหารนักแต่เพราะไม่อยากให้คนทำเสียน้ำใจจึงทำให้เขาต้องทำทุกอย่างให้เป็นปกติ

ม่านฝนเป็นแฟนของเขา เขาก็ควรจะชอบในสิ่งที่ม่านฝนทำให้เหมือนที่เคยชอบ

มื้ออาหารจบลงในอีกยี่สิบนาทีหลังจากนั้น ม่านฝนอาสาล้างจานส่วนปลายเมฆกลับมาอาบน้ำในห้อง สายน้ำเย็นๆช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถชะล้างความขุ่นมัวในใจออกไปได้หมดก็ตาม

ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำโดยที่แต่งชุดนอนเรียบร้อย เขามองอีกคนที่กำลังปัดปูที่นอนที่ต้องใช้นอนด้วยกัน ก่อนที่ม่านฝนจะเดินตรงมาหาเขาและจับมือไว้หลวมๆ

พี่เมฆจะนอนเลยไหมครับ

อีกสักพัก

งั้นฝนขอไปอาบน้ำก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวเข้านอนพร้อมกัน

ครับ

ปลายเมฆปล่อยให้อีกคนเข้าไปอาบน้ำ ส่วนเขาเดินไปยังตู้เสื้อผ้าก่อนจะเปิดมันออก มองเสื้อผ้าขนาดต่างไซส์ที่ถูกเติมเต็มจนแน่นตู้ มองไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่เคยโล่งแต่ตอนนี้เต็มไปด้วยครีมต่างๆ

มันเป็นภาพที่เคยมีในอดีตและตอนนี้ภาพนั้นกำลังปรากฏขึ้นอยู่ในเวลาปัจจุบัน

มันก็ควรเป็นอย่างนี้ เป็นแบบนี้มันก็คงจะถูกต้องแล้ว

ปลายเมฆทิ้งตัวเองลงบนเตียง เขาคว้าผ้าห่มมาห่มปิดช่วงเอวก่อนจะหยิบมือถือมาเข้าอัลบัมรูป เปิดดูรูปที่เพิ่งถ่ายมาเมื่อชั่วโมงก่อน แม้จะมีเพียงแค่สี่รูป เป็นภาพมุมเดิมแต่เขาห้ามตัวเองให้เลิกดูมันซ้ำๆไม่ได้

ไม่ได้มีรอยยิ้มในขณะที่ดูรูปที่ปรากฏ ไม่ได้มีความรู้สึกหรือปฏิกิริยาใดๆบนใบหน้าเพราะความรู้สึกพวกนั้นมันไปปรากฏอยู่ที่หัวใจ

พี่คิดถึงเธอ

ใช่..คิดถึง

แต่เป็นความคิดถึงที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง

พี่เมฆครับ” เสียงทุ้มหวานดังขึ้นทำให้ปลายเมฆต้องกดล็อคโทรศัพท์ก่อนจะสอดมือถือไว้ใต้หมอนเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

เขาหันไปมองอีกคนที่อยู่ในชุดนอนก่อนที่ม่านฝนจะขึ้นมายังเตียงและนอนลงฝั่งข้างกายพร้อมกับไฟที่ถูกปิดลง

ปลายเมฆรู้สึกถึงท่อนแขนบางที่พาดอยู่บนเอวของเขา รู้สึกถึงศีรษะกลมที่ใช้อกเขาหนุนแทนหมอน รู้สึกถึงอุณหภูมิของร่างกายที่คุ้นชิน

ฝนนึกว่าจะไม่มีโอกาสได้นอนกอดพี่เมฆแบบนี้ซะแล้ว

“…”

ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสกัน ฝนจะรักษามันไว้อย่างดีเลย

ปลายเมฆไม่ได้เอ่ยตอบกลับอะไร เพียงแค่ลูบผมอีกคนเท่านั้นก่อนจะปิดเปลือกตาลง ผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างแผ่วเบาและภาวนาให้คืนนี้เขาสามารถนอนหลับได้อย่างสนิทอย่าได้เหมือนหลายคืนที่ผ่านมา

ฝันดีนะครับพี่เมฆ

ฝันดีนะจ๊ะหมอปลายของมันหวาน

แม้ว่ามันจะยากมากก็ตาม

 

 

ตารางผ่าตัดของผมมีอีกทีตอนไหนนะครับ

ตอนห้าโมงครึ่งค่ะคุณหมอ

โอเคครับ ยังไงช่วยเตือนผมอีกทีเนาะ ง่วงจนจะลืมแล้วครับ

ได้ค่าหมอแทนไท

แทนไทส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับพยาบาลคนสนิทก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาให้คุณพยาบาลได้ทำหน้าที่ ตอนนี้มีเวลาว่างนิดหน่อยประมาณครึ่งชั่วโมงได้ แทนไทว่าเขาควรจะไปดูเพื่อนตัวเองสักนิดว่าสภาพเป็นยังไง ได้ข่าวมาว่ากลับไปเดินทางเก่าอย่างที่เขาแนะนำได้หลายวันแล้ว

ในระหว่างทางที่กำลังจะเดินไปหาเพื่อนสนิทแทนไทกลับสะดุดสายตาอยู่กับร่างบางของผู้ชายที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ไม่รอช้าขายาวๆก้าวสับไปอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย

ไม่ได้อยากทักทายเท่าไร แค่อยากมาดูหน้าคนที่กลับมากลืนน้ำลายของตัวเองก็เท่านั้น

พี่แทนไท.. สวัสดีครับ

หึ” แทนไทไม่ได้รับไหว้ ไม่ได้เอ่ยคำทักทายกลับซึ่งนั่นมันเป็นการเสียมารยาทสิ้นดีเขารู้ตัว แต่กับคนตรงหน้าเขายอมเป็นพวกไร้มารยาทอย่างเต็มใจ

สบายดีหรือเปล่าครับ” คนตรงหน้าเอ่ยถามต่อหลังจากเขาเงียบไม่ได้พูดอะไร ไม่รู้ว่าคำถามนั้นมันมาจากใจหรือเสแสร้งแต่แทนไทก็จะยอมตอบคำถามนั้นให้ก็ได้

สบายดี

...

จนกระทั่งนายกลับมาในชีวิตเพื่อนฉัน

แทนไทยกยิ้มเมื่อคนตรงหน้านิ่งเงียบเหมือนถูกจี้ใจดำ ก็แหงอยู่หรอกใครทำอะไรไว้ก็ต้องรู้ดีอยู่แก่ใจตัวเองอยู่แล้ว

ขอโทษครับ” ม่านฝนยกมือไหว้แต่แทนไทเลือกที่จะไม่สนใจ

ขอโทษเรื่องอะไรดีล่ะ? ขอโทษที่ทิ้งเพื่อนฉันไปและก็กลับมาใหม่อย่างน่าไม่อาย

...

หรือขอโทษที่ทำลายความรักครั้งใหม่ของเมฆมันได้?”

พี่แทนไทพูดอะไร

เหอะ” แทนไทหัวเราะขึ้นจมูก ปรายตามองคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าที่ทำสีหน้าไม่รู้เรื่องเหมือนไร้เดียงสาสิ้นดี

พี่เมฆไม่เคยมีรักครั้งใหม่

แน่ใจ?” 

...

ถามจริงเหอะ ไม่อายตัวเองบ้างหรอม่านฝน? นายเป็นคนทิ้งเมฆไปแต่กลับมาขอโอกาสจากมันหน้าด้านๆแบบนี้” แทนไทไม่สนว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายกระอักมากแค่ไหน เขาสนแค่จะพูดความจริงให้ม่านฝนสำนึกในความผิดของตัวเองสักที ไม่ใช่มาลอยหน้าลอยตาเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

...

เอาตัวยัดเยียดให้ เข้าใจคิดดีนี่ หรือว่ายังไง? เห็นไอ้เมฆมันไม่ว่าก็เลยได้ใจ

พี่แทนไท” แทนไทหลุบตามองมือบางที่กำลังกำเข้าหากันแน่น เขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มยียวนก่อนจะเอ่ยต่อ

เมฆมันไม่พูดไม่ได้แปลว่ามันไม่ได้รู้สึก อย่าได้ใจไปหน่อยเลยม่านฝน ถ้าเมฆมันฉลาดกว่านี้นายคงไม่ได้เสนอหน้าอยู่ตรงหน้าฉันหรอก

...

และที่มันให้โอกาสไม่ได้แปลว่ามันยังรักนาย” แทนไทขยับเข้าหาคนตรงหน้า มือหนาจับปลายคางของร่างบางก่อนจะบีบมัน

พี่เมฆรักฝน ม่านฝนพยายามเถียงคนตัวโตกว่าแม้ว่ามือของอีกฝ่ายกำลังบีบคางเขาจนเจ็บ

หึ” คำตอบนั้นทำเอาแทนไทอยากจะหัวเราะให้ลั่นโรงพยาบาล ไม่รู้เพราะคนตรงหน้าโง่จริงๆหรือกำลังแกล้งโง่กันแน่ แต่ที่รู้ๆคือม่านฝนกำลังเป็นตัวตลกที่กำลังทำให้เขาสนุกเลยล่ะ

เรารักกัน” ม่านฝนยังคงย้ำถึงสิ่งที่ทำให้แทนไทรู้สึกสนุกมากขึ้นไปอีก

แน่ใจหรอ?”

“…”

งั้นลองถามมันดูไหมว่ามันรักนายหรือปล่า” แทนไทปล่อยมือออกจากปลายคางของอีกคน เขายืนกอดอกมองร่างบางตรงหน้าที่กำลังมีสายตากรุ่นโกรธ

และนั่นแหละสนุกสุดๆ

...

ลองถามมัน แล้วดูซิว่ามันจะตอบนายในทันทีเหมือนเมื่อก่อนหรือต้องคิดก่อน

“…”

เก่งมากนักก็แงะคำว่ารักออกมาจากปากมันให้ได้นะ

“…”

ม่านฝน” 

แทนไทโน้มใบหน้าลงไปเพียงนิด เขาใช้ปลายนิ้วชี้เคาะลงที่ข้างขมับของคนตรงหน้า

 “จำไว้ ว่าถ้าเมฆมันเลิกหลงทางเมื่อไร

...

ฉันจะเป็นคนแรกที่จะสมเพชให้นาย

ผมไม่มีทางแพ้เด็กคนนั้นคำพูดของม่านฝนทำให้แทนไทคิ้วกระตุก เขาจ้องหน้าอีกฝ่าย และหัวเราะออกมาเบาๆกับสิ่งที่ได้ยิน มันช่างเป็นถ้อยคำที่ดูโง่เขลานัก เพราะม่านฝนน่ะช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

นายแพ้ แพ้ตั้งแต่ที่ทิ้งเมฆไป

“…”

แพ้ตั้งแต่ปล่อยให้เมฆมันรู้สึกกับคนอื่นแล้วม่านฝน

                และแทนไทมั่นใจว่าเขาจะได้สมเพชผู้ชายหน้าไม่อายคนนี้อย่างแน่นอน

ความรักมันไม่ง่าย บางครั้งความรักก็เปรียบเสมือนผลแอปเปิ้ลที่อยู่ในสวนอีเดน ถูกหยิบยื่นให้แก่ผู้ที่มีความต้องการ และบางคนเลือกที่จะกัดกินมันเข้าไปโดยไร้ซึ่งความลังเล

เตวิณก็เช่นกัน

เขารู้ดีว่าการที่มันหวานเอ่ยขอเป็นแฟนมันไม่ได้มาจากความรู้สึกชอบพอกันเท่าไรนักหรอก มันหวานก็แค่คนอ่อนแอคนหนึ่งที่ต้องการใครสักคนเพื่อช่วยพยุงอยู่ข้างกายไม่ให้ตัวเองโดดเดี่ยวจนเกินไป เตวิณรู้มันทั้งหมดเพียงแค่มองแววตาของอีกคน

แววตาที่เคล้าน้ำตาที่แม้จะสะท้อนภาพกันในวินาทีนั้นแต่เตวิณรู้ดีว่าในหัวใจของมันหวานยังคงสะท้อนถึงใครบางคนที่ไม่ใช่เขา

ถ้าถามว่ารู้ทั้งรู้ว่ากำลังเอาตัวเองไปเป็นตัวแทนของใคร  แต่แล้วทำไมเตวิณถึงยอม? ก็เพราะบางความรักมันซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ และเตวิณไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม

โอกาสที่จะได้เป็นมากกว่าเพื่อนของคนที่ตัวเองรู้สึกชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

บางอย่างได้มาก็ต้องสูญเสียซึ่งบางอย่างไป และเตวิณเลือกแล้วว่าเขายอมแลก

เขามีผลแอปเปิ้ลอยู่ในมือและเขาเลือกแล้วที่จะกินมันเข้าไปแม้จะรู้ดีว่าท้ายที่สุดแอปเปิ้ลที่อาบยาพิษไม่เคยปราณีใครหลังจากมันออกฤทธิ์ที่ถูกซ่อนเอาไว้

เตวิณ

หื้ม?” ร่างสูงหันไปหาคนข้างกายที่กำลังนั่งกอดหมอนดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน 

เป็นแฟนกันต้องทำยังไงบ้างหรอ” คำถามชวนซื่อนั่นทำให้เตวิณต้องระบายรอยยิ้มออกมา ก็คนที่เพิ่งเป็นแฟนกันไม่ถึงสองชั่วโมงเล่นถามคำถามน่ารักขนาดนี้

นี่อย่าบอกนะว่าเราเป็นแฟนคนแรกของมันหวาน?”

อื้อ” คนตัวเล็กหันมามองกันก่อนจะพยักหน้าจริงจังจนผมหน้าม้าลงมาปรกตาเสียหมด “เตวิณเป็นแฟนคนแรกของเรา เราไม่เคยมีแฟนหรอก

มันหวานกำลังทำให้เขาอยากดึงอีกคนมาไว้ในอ้อมกอดแล้วระดมหอมให้แก้มช้ำ แต่ไม่รู้ว่าแฟนหมาดๆจะสามารถทำมันได้ไหม เตวิณจึงทำเพียงแค่ลูบกลุ่มเส้นผมนุ่มของคนตัวเล็กเบาๆแทนไปก่อน

ไอ้ติณนี่มันโชคดีจริงๆ” เตวิณว่าก่อนจะยืดตัวตรง “ได้แฟนที่น่ารักขนาดนี้

อะไรเล่า” มือเล็กๆตีลงท่อนแขนแกร่งของคนตัวสูงกว่าเบาๆและนั่นไม่ได้ทำให้เตวิณรู้สึกระคายเคืองเลยสักนิด

ถ้าจะพูดให้ถูกไม่ว่าจะถูกมันหวานกระทำสิ่งไหนใส่ เตวิณก็มองว่าทุกการกระทำนั้นช่างน่ารักไปเสียหมด

นี่เขากำลังหลงแฟนตัวเองหรือเปล่านะ

ที่จริงก็ไม่ต้องทำอะไรหรอกนะมันหวาน เป็นแบบที่เคยเป็น แค่มันหวานยอมให้เราดูแลก็พอแล้ว

อย่างนั้นหรอ

ครับ

ถ้างั้น..เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมติณ

น้ำเสียงที่เตวิณได้ยินเป็นน้ำเสียงของคนที่ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด และคำถามนั้นเหมือนมันหวานไม่ได้ต้องการจะถามเขา หากแต่คล้ายกับว่าเป็นการยืนยันในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป

มันหวานเอ่ยขอเขาเป็นแฟนโดยไร้ซึ่งความรู้สึกชอบพอ แต่เขาตอบรับข้อเสนออีกคนด้วยความรู้สึกเต็มใจ

เพราะเขาชอบมันหวาน ชอบมากจริงๆอย่างที่ได้เอ่ยบอกอีกคนไป

ชอบตั้งขนาดนี้ ตั้งขนาดนี้แล้วมันหวาน

ครับ เราเป็นแฟนกัน” แต่ถึงแบบนั้นเตวิณก็ขอยืนยันสถานะของเขาทั้งคู่ ว่าตอนนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อนเท่านั้น 

ไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้วนับจากวินาทีนี้ไป

เขาไม่รู้ว่าสถานะนี้ตัวเองนั้นจะสามารถครอบครองมันไปได้อีกนานเท่าไร เตวิณเหมือนคนที่กระทำทุกอย่างโดยที่คาดการณ์อนาคตไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว เขารู้ดีว่าสุดท้ายที่สุดในหัวใจของมันหวานมันคงเป็นเขาไปไม่ได้หรอก

ไม่ใช่เขาหรอกที่เป็นความรักที่มันหวานต้องการ แต่จนกว่าจะถึงวันนั้นเขาขอทำอย่างที่ใจตัวเองต้องการสักครั้ง

สักเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งก็ยังดี

เราจะเป็นแฟนที่ดี” คนตัวเล็กยิ้มบาง ฝ่ามือนุ่มเลื่อนมาทาบที่หลังมือของเขาแผ่วเบา “จะเป็นแฟนที่ดีนะ

อื้ม ติณก็จะเป็นแฟนที่ทำให้มันหวานมีแต่ความสุข” เขากระชับมือเล็กมั่น ส่งต่อความรู้สึกผ่านสัมผัสจากฝ่ามือและหวังว่าอีกคนจะรับรู้ได้ ว่าทุกอย่างที่เขาบอกไปนั้นเขาตั้งใจจะทำมันจริงๆ

จะทำให้มันหวานมีความสุข จะทำให้อีกคนมีรอยยิ้ม

ไม่ว่าเตวิณคนนี้จะต้องสูญเสียอะไรไปบ้างก็ตาม

 

 

เห้ยยยย ยังไงๆ ทำไมเดินโอบเอวกันมาได้วะคู่นี้

ทันทีที่เดินเข้ามาถึงห้องเรียนเสียงแซวที่เตวิณคาดคิดไว้ก็ดังขึ้นเป็นระลอกๆ เขากระชับเอวเล็กไว้มั่นขึ้นก่อนจะยักคิ้วให้กับเพื่อนร่วมเซคที่กำลังส่งสายตาล้อเลียนมาให้จนคนตัวเล็กข้างกายถึงกับหน้าแดงหูแดงไปหมด

ไหนตอนแรกบอกเป็นเพื่อนกันอ่ะ เพื่อนกันไม่โอบเอวกันแบบนี้นะเว้ย

เลิกแซวได้ละมึงอ่ะ แฟนกูเขินหมด

โหวววววว เต็มปากเต็มคำ!!”

เตวิณยิ้มขำเมื่อเพื่อนกำลังเอามือทาบอกเหมือนกับตกใจคำพูดของเขามากมาย ส่วนคนตัวเล็กที่กำลังตกเป็นประเด็นกำลังเอามือพัดหน้าตัวเองเหมือนร้อนนักหนาทั้งที่ห้องเรียนก็เปิดแอร์เย็นเฉียบไปซะหมด

เป็นความเขินที่น่ารักมากจริงๆ

โอเคไหม” เขากระซิบถามอีกคนเบาๆก่อนจะได้รับการพยักหน้าหงึกหงักตอบกลับมา เตวิณจึงยีผมคนตัวเล็กเล่นแก้ความมันเขี้ยว

ใจเย็นนะมึง มันหวานกินไม่ได้

เตวิณได้ยินเสียงแซวจากเพื่อนผู้ชายด้านหลัง มันมองเขาทั้งสองด้วยสายตาเลี่ยนๆและนั่นทำให้เตวิณต้องแจกนิ้วกลางให้หนึ่งทีเพื่อนตัวดีถึงจะยอมหุบปากสนิท

เตวิณชอบเวลานี้ เวลาที่เขาได้นั่งเรียนข้างมันหวานและได้แอบมองเสี้ยวหน้าของอีกคนเวลาตั้งใจเรียน เขาชอบมองลายมือน่ารักๆของมันหวานและชอบอ้างว่าจดเนื้อหาบนสไลด์ไม่ทันจนต้องขอยืมมาลอกแทนที่จะนำไปถ่ายเอกสาร เพราะถ้าเขาเขียนด้วยมือนั่นแปลว่าเขาจะได้มีเวลาในการมองลายมือน่ารักๆของมันหวานได้นานยิ่งขึ้น

เสียงโมโนโทนของอาจารย์ไม่ได้เข้าหูเตวิณเสียเท่าไร เขาเอาแต่มองแฟนของตัวเองที่ขมวดคิ้วนิดๆเหมือนมีบางเนื้อหาที่ไม่เข้าใจ เขาชอบมองเวลามันหวานเม้มริมฝีปากของตัวเองคล้ายคนกำลังคิดไม่ตก และในนาทีนี้เขาชอบที่ดวงตาหวานๆของอีกคนไม่ได้ผลิตของเหลวสีใสออกมาให้เห็นจนใจเขาต้องเจ็บเหมือนกับวันก่อนๆ

เตวิณชอบดวงตายิ้มๆของมันหวานมากกว่าดวงตาที่เอาแต่ร้องไห้เป็นไหนๆ

เตวิณกำลังทำตัวเป็นคนเกเรที่ไม่อยากเรียนหนังสือ เขาแนบแก้มไว้ที่โต๊ะและหันหน้าเข้าหาอีกคน รอยยิ้มกว้างถูกเผยออกมาเหมือนคนบ้าที่ยิ้มออกมาด้วยเหตุผลง่ายๆคือคนข้างกายนั้นแสนน่ารัก

แฟนเตวิณน่ะโคตรจะน่ารักเลย

เตวิณไม่ได้มีมันหวานเป็นแฟนคนแรกหรอกนะ เขาเคยมีแฟนมาหลายคนแบบว่าสิบนิ้วมือนับก็ยังไม่พอ แต่ต่างกันที่ว่ามันหวานคือแฟนคนแรกที่เป็นผู้ชาย แต่นั่นไม่ได้มีผลอะไรต่อเขานักหรอก เขาชอบเพราะมันหวานคือมันหวานไม่ได้เจาะจงว่าการคบกับใครสักคนต้องเป็นเพศนั้นหรือเพศนี้

เขาก็แค่อยากรักคนที่อยากรักก็เท่านั้น

และในตอนนี้มันหวานกำลังเป็นคนนั้นสำหรับเขา

มองอะไรเนี่ย” เสียงหวานถามเบาๆเพราะเกรงจะรบกวนคนอื่น เตวิณมองมันหวานที่ยู่ปากลงเล็กน้อยก่อนจะบ่นอีกนิดหน่อยที่เขาไม่ตั้งใจเรียน

มองแฟนตัวเองไม่ได้หรอครับ

ให้ตายเถอะ” คนตัวเล็กส่ายหน้าน้อยๆพร้อมกับรอยยิ้มน่ารักที่มุมปาก มันหวานไม่ได้ว่าอะไรอีก คนตัวเล็กหันไปตั้งใจเรียนหนังสือเหมือนเดิมและเตวิณก็ไม่คิดจะยกหน้าออกจากโต๊ะกลับไปตั้งใจเรียนหนังสือเหมือนกับอีกคน

เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเอาคาบนี้ทั้งคาบไว้มองหน้ามันหวานเท่านั้น

เวลาสี่โมงกว่าคู่รักใหม่ของคณะศึกษาศาสตร์ก็เดินจับมือกันออกมาจากคณะพร้อมกับเพื่อนร่วมคลาสอีกสองสามคน พวกเขายืนคุยกันหน้าคณะเกี่ยวกับเรื่องงานกลุ่มที่ต้องทำนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน

มันหวานหลุบตามองมือที่ถูกคนตัวใหญ่กุมไว้ไม่ห่างตั้งแต่ออกจากห้องเรียนจนถึงตอนนี้ และเพราะเตวิณไม่คิดจะปล่อยจึงทำให้ฝ่ามือมันหวานชื้นเหงื่อไปหมด

หิวไหม กินอะไรกันดี

แต่ถึงแบบนั้นมันหวานก็ปล่อยให้มือของตัวเองตกอยู่ในความดูแลของคนตัวโตกว่า

เป็นแฟนกันจับมือแค่นี้มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอ เมื่อเช้าก็ยอมให้โอบเอวมาแล้ว

ไปตลาดหลังม.ไหม” มันหวานเสนอ “จำได้ ติณเคยชวนเราไปกินปังเย็นที่นั่น

จำได้ด้วยหรอ?” ร่างสูงเอ่ยถามเหมือนไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ก็ในเมื่อมันผ่านไปสักพักใหญ่แล้วกับเรื่องที่เขาชวนอีกคนไปกินปังเย็นหลังมหาลัย

            ถ้าจำไม่ผิดก็คงเป็นวันที่หมอคนนั้นเกิดอุบัติเหตุ

เราไม่ได้ขี้ลืมขนาดนั้นสักหน่อย” คนตัวเล็กยิ้มหวานเมื่อคนตรงหน้ากำลังฉีกยิ้มกว้างแข่งกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

ดีใจว่ะ

มันหวานรู้แล้ว รู้ว่าดีใจมากๆ และขอโทษที่เคยไม่สนใจคำชวนของอีกฝ่ายเลยสักครั้ง

ไปกันเลยไหม เราหิวจะแย่

กินติณรองท้องไปก่อนป่ะล่ะ

อยากโดนต่อยหรอ” คนตัวเล็กขู่ฟ่อๆและหารู้ไม่ว่านั่นไม่ได้มีท่าทีที่จะทำให้ใครอีกคนกลัวเลยสักนิด

ขู่ฟ่อๆเหมือนเต่าหิวผักบุ้ง จะเอาอะไรมาน่ากลัวกัน

ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับคุณแฟน

ย้ำจัง

ไม่ได้หรอ?”

ไม่ใช่อย่างนั้น” มันหวานก้มหน้างุดจนคนตัวโตกว่าต้องโน้มหน้าลงมาหาเพื่อจะมองใบหน้าน่ารักๆที่กำลังซับสีอ่อนๆ “รู้แล้วว่าเป็นแฟนกัน

แฟนกันนี่แฟนใครหรอครับคุณ?” เตวิณยังคงหยอกล้อ เขาอยากได้ยินคำชื่นใจจากมันหวานเสียหน่อย

ก็..แฟนติณไง

...

เป็นแฟนของติณ

และเชื่อเถอะว่าวันนี้เตวิณชื่นใจมากจริงๆ

 

เวลาทุ่มกว่าของวันพุธกับสภาพอากาศที่กำลังเป็นใจในการออกเดทแม้จะอยู่ในชุดนักศึกษาก็ตามที แต่เตวิณไม่หวั่นใจเพราะเขาจะพาแฟนตัวเล็กไปกินขนมร้านอร่อยที่บังเอิญได้ยินเพื่อนผู้หญิงในห้องเรียนเม้าท์กันว่ามันอร่อยสุดๆ บรรยากาศดีมากๆ และเตวิณไม่รีรอที่จะพามันหวานไปกินในวันนี้

รถมอไซต์คันโตถูกจอดเทียบหน้าร้านก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปข้างใน และอย่างที่คาดไว้มันหวานดูชอบร้านนี้ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ซะแก้มอูมไปหมด

ร้านน่ารักจังเลยเนอะ

อืม ชอบไหม

ชอบสิ เราชอบ

ดีใจที่ชอบนะ

พวกเขาสั่งขนมกันมาคนละอย่างกับเครื่องดื่มคนละแก้วก่อนจะพากันไปนั่งยังโต๊ะติดริมกระจกใสเพราะดูเหมือนมันหวานจะชอบดูข้างทางไปกินไปเสียมากกว่า

อร่อยไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามหลังจากเค้กชาเขียวคำแรกได้เข้าปากคนตัวเล็กไป เตวิณมองแก้มกลมๆที่เคี้ยวเนื้อเค้กตุ้ยๆก่อนหัวทุยๆนั่นจะพยักหน้าตอบเขาพร้อมกับช้อนคันเล็กที่มีเนื้อเค้กอยู่บนนั้นถูกยื่นมาจ่อไว้ที่ปาก

อ้าปากเร็ว

...” มันหวานคงไม่รู้ว่าการกระทำนั้นมันทำให้หัวใจชายหนุ่มเต้นแรงมากแค่ไหน และถือว่าโชคดีไปที่เสียงเพลงในร้านดังพอที่จะกลบเสียงเต้นของหัวใจเตวิณได้

ร่างสูงอ้าปากก่อนจะรับเค้กนั้นมากิน ความหวานแผ่ซ่านไปทั่วปลายลิ้นแต่คงไม่มีอะไรหวานเท่ากับรอยยิ้มของคนตรงหน้าหรอก

อร่อยครับ

เตวิณไม่แน่ใจว่าเค้กมันอร่อยอยู่แล้วหรือเพราะถูกป้อนความอร่อยถึงได้เพิ่มมากขึ้น

แต่ถ้าเอาตามใจเขาเหตุผลที่คู่ควรก็คงจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า

ยิ่งแฟนป้อนยิ่งอร่อย

คำต่อไปไม่ป้อนแล้วนะ” มันหวานยู่ปากเพราะความปากหวานของอีกฝ่าย

คนตัวเล็กแสร้งทำเป็นไม่สนใจรอยยิ้มเลี่ยนนั่นจึงทำเป็นมองออกไปยังนอกร้าน ก่อนรถคันที่เหมือนจะคุ้นตาจะเลี้ยวเข้ามาจอด มันหวานไม่แน่ใจว่าเป็นรถของคนที่เขาคิดไว้ไหมเพราะรถแบบนี้ก็เกลื่อนเต็มถนนไปหมด และอีกอย่างมันหวานเคยนั่งรถเขาคนนั้นเพียงไม่กี่ครั้ง และมันหวานก็ไม่เคยจำทะเบียนรถของคนคนนั้นเลยสักครั้ง

คนตัวเล็กส่ายหัวเล็กน้อยเพราะไม่อยากเอาเรื่องของคนคนนั้นมาคิดอีก และถึงแม้ว่าจะเป็นรถของคนใจร้ายคนนั้นจริงๆมันหวานก็คิดว่ามันคงไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

เรื่องของเขาและหมอปลายเมฆมันจบตั้งแต่วันที่มันหวานตัดสินใจก้าวเท้าออกมาจากห้องนั้นในวันที่เสียใจมากที่สุดไปแล้ว

และถึงแม้ว่าเวลาที่ผ่านมาจะไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรได้มากนักแต่มันหวานควรจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ให้ลึกสุดใจเพราะตอนนี้มันหวานมีคนที่ต้องแคร์

คนตรงหน้าที่กำลังใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบเค้กออกจากปากให้แก่กัน

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน

กินเหมือนเด็กเลย

คนที่ชื่อเตวิณ

คนที่ดูแลมันหวานอย่างดีตั้งแต่วันที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเหมือนอย่างวันนี้

เตวิณคือใครคนนั้นที่มันหวานต้องให้ความสนใจมากกว่าใครบางคนที่ควรจะลืมไปได้แล้ว

โทรศัพท์ที่ไร้ความเคลื่อนไหวจากเบอร์ที่ถูกลบไปหลายวันก่อนมันก็บ่งบอกได้อย่างดีว่าเขาและหมอปลายเมฆตัดขาดออกจากกันไปแล้ว ไม่มีวันกลับมาบรรจบกันได้อีกดั่งเส้นขนานที่ไม่มีวันได้มาพบกัน

เป็นเส้นขนานที่ไม่มีปลายทางให้ไป

ไม่มีวัน และคงไม่มีความเป็นไปไม่ได้ในความสัมพันธ์ของคนที่เป็นฝ่ายรักข้างเดียวเช่นเขา

มันหวานชอบดื่มนมหรอ

หื้ม?” คนตัวเล็กเอียงศีรษะก่อนจะร้องอ๋อในใจเมื่อเตวิณเพยิดหน้ามายังนมสดปั่นที่เขากำลังดูดอยู่ “อ๋อ เราชอบหลายอย่างเลย โกโก้ก็ชอบ แต่ชอบนมปั่นที่สุด

มันหวานรู้ป่ะ

รู้อะไรหรอ?”

กินนมอาจจะทำให้โตไวแต่ถ้ากินเราเข้าไปหัวใจจะพองโต

ให้ตาย” มันหวานแทบสำลักกับประโยคเลี่ยนๆของคนฝ่ายตรงข้าม เขาหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะพยักหน้าเบะปากใส่คนตัวสูงที่กำลังยิ้มกว้างเป็นรอบที่ร้อยของวันนี้

เขินๆเลยป่ะล่ะ

เป็นคนตลกหรอเนี่ย” คนตัวเล็กแสร้งถามมือก็ตักเค้กเข้าปากไปด้วย

เป็นคนตลกแต่ไม่ตลอด มีมุขมาหยอดแถมกอดยังอุ่น

“…”

ลองป่ะ” ว่าจบท่อนแขนยาวๆนั้นก็อ้าออกคล้ายจะให้มันหวานเข้าไปสวมกอด คนตัวเล็กวางช้อนเค้กลงก่อนจะนั่งเท้าคางมองคนมากมุกก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

ไม่ลองหรอก

ใจร้ายอ่ะเธอ” เสียงทุ้มแกล้งบีบเป็นเสียงสองจนมันหวานต้องหัวเราะออกมาจนได้

ไม่กินแล้วใช่ไหมเค้กเนี่ย

เดี๋ยวก่อนดิ ว่าแต่ช่วยเขยิบหน่อยได้ป่ะ” เตวิณว่าพร้อมกับทำมือให้เขาเขยิบไปด้านซ้าย

ทำไม? หัวใจเราจะได้ตรงกันหรอ” มันหวานพูดดักมุกแต่คนฝั่งตรงข้ามกับส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเฉลยมุกสุดเลี่ยนของตัวเองออกมา

ที่ให้ขยับมาหน่อย เพราะเราอ่อยไม่ถนัด

พอเลย ไม่เล่นแล้ว เตวิณบ้าบอที่สุด” มันหวานเอามือปิดหน้าเพราะทนไม่ไหวกับความหวานที่เตวิณส่งให้ ดูท่าจะหวานมากเกินไปจนหน้าเขาเริ่มขึ้นสีแล้วด้วยล่ะ “มุกอะไรก็ไม่รู้

ที่จริงช่วงนี้ก็คิดมุกไม่ค่อยออกหรอก เพราะใจมันบอกให้คิดถึงเธอ

เตวิ๊ณณณณ” มันหวานเอามือปิดหูเพราะทนฟังอะไรแบบนั้นไม่ไหวจริงๆ คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองเป็นการบอกนัยๆว่าจะไม่ยอมนั่งให้อีกคนจีบแบบนี้อีกแล้ว

เป็นแฟนกันแล้วจะจีบอะไรนักหนาก็ไม่รู้

รอแฟนด้วยดิเธอออ” คนตัวโตแกล้งหยอดก่อนจะคว้ากระเป๋าของตัวเองมาและเดินตามคนตัวเล็กที่เดินนำออกจากร้าน จนเตวิณต้องรีบคว้ามือเล็กเอาไว้

เงียบเลยนะไม่ฟังแล้ว” มันหวานบ่นอุบแต่ก็ยอมให้อีกคนเดินจับมือมายังรถที่จอดเอาไว้

แค่นี้ก็เขิน อ่อนจังอ่ะเธอ

ถ้าไม่หยุดเราไม่กลับห้องด้วยนะ” คนตัวเล็กแสร้งเอ่ยเสียงแข็งและนั่นทำให้เตวิณหัวเราะออกมาเต็มคำเพราะความน่ารักของมันหวานอันใหญ่เบ้อเร่อ

ครับๆ ไม่แกล้งแล้ว” ว่าจบก็สวมหมวกกันน็อคให้อีกฝ่ายก่อนตัวเองจะขึ้นคร่อมรถและรอให้คนตัวเล็กขึ้นมาซ้อนเหมือนกับทุกวัน

มันหวานกอดเอวคนตัวโตกว่าก่อนจะมองกระจกข้างหน้ารถของเตวิณ เขายังเห็นรถคันเดิมจอดไว้และมันหวานไม่แน่ใจนักว่าคนขับเป็นใครเพราะติดฟิล์มดำทั้งหมด

คนตัวเล็กเลิกสนใจกับสิ่งที่ไม่ควรจะหาคำตอบ แขนเล็กกระชับเอวแกร่งแน่นขึ้นก่อนรถจะแล่นไปข้างหน้า

แม้มันหวานจะจำได้ว่าเจ้าของรถคันนั้นไม่ได้ลงมาจากรถเลยตั้งแต่รถจอดเทียบหน้าร้าน

 

มันหวานเริ่มชินกับการอาศัยอยู่กับเตวิณ แม้จะมีความเกรงใจอยู่เสมอที่คนตัวสูงยอมสละห้องนอนให้เขาใช้ได้อย่างถาวรส่วนเตวิณจะนอนที่โซฟาที่เดิมแม้เขาทั้งสองจะเป็นแฟนกันแล้วก็ตาม

และมันหวานดีใจที่เตวิณเลือกที่จะให้เกียรติกันเสมอ

มีกีต้าร์ด้วยหรอ?” เสียงเล็กเอ่ยถามเมื่อคนตัวโตถือกีต้าร์ติดมือมาก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงที่โซฟาข้างๆกัน

อื้ม มันหวานเล่นเป็นไหม

พอได้นิดหน่อย แต่ไม่เก่งหรอก

เล่นให้ติณฟังหน่อยได้ไหม

อื้ม

มันหวานรับกีตาร์สีน้ำตาลเข้มของอีกฝ่ายมาไว้ในอ้อมแขน จัดท่าและปรับคอร์ดก่อนจะเกาสายมันเบาๆและทุกอย่างนั่นอยู่ในสายตาเตวิณทั้งหมด

เอาเพลงอะไรดี” คนตัวเล็กหันไปถามคนข้างกายที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนมีความสุขนักหนา

แล้วแต่เลย

จริงๆเรามีเพลงที่ถนัดอยู่เพลงเดียว” มันหวานว่าก่อนจะปรับสายกีต้าร์อีกครั้ง

เพลงอะไร?”

เล่นของสูง

แจ่มเลยดิ ติณโคตรชอบเพลงนี้

แต่ไม่ได้เล่นนานเลย ไม่รู้จะแปล่งไหมนะ

ไม่เป็นไร ถึงจะแปล่งติณก็จะชอบ

เตวิณไม่ได้อยากเอ่ยยอเหย้าแต่เขาหมายความตามนั้นจริงๆ ถึงมันหวานจะเล่นเพี้ยนแค่ไหนเขาก็พร้อมจะปรบมือให้และเอ่ยบอกว่ามันเป็นเพลงและทำนองที่เพราะที่สุดตั้งแต่เขาเคยฟังมา

มันหวานยิ้มออกมาเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่ายที่คล้ายจะอยากให้กำลังใจกัน เขาขยับตัวก่อนจะเริ่มเล่นเพลงที่ตัวเองถนัด

รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง..รู้ว่าเหนื่อยถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง..ยังไงจะขอลองดูสักที

เล่นเป็นด้วย

รู้ว่าเราแตกต่างกันเท่าไร..รู้ว่าเธออยู่ไกลอยู่สูงขนาดไหน 

นิดหน่อยจ้ะ

ใครๆก็รู้เป็นไปไม่ได้..

มันหวานร้องเพลงให้ฟังไหมจ๊ะ ระหว่างรอละครมา

แต่คำว่ารักมันสั่งให้ฉันต้องปีนขึ้นไป..

เอาสิ

แปล่ง!!

เสียงแปล่งของกีต้าร์ทำให้เตวิณที่กำลังเคลิ้มเพราะเสียงหวานของอีกคนสะดุ้งเบาๆ คนตัวโตมองร่างเล็กข้างกายที่ก้มหน้าลงและมือคู่เล็กนั้นที่คาอยู่ตรงสายกีต้าร์กำลังสั่นเทาบางเบา แต่เตวิณไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแฟนของตัวเองในขณะนี้

มันหวาน

ขอโทษนะติณ..เราจำคอร์ดไม่ได้” มันหวานฝืนยิ้มให้กับคนข้างกายแม้จะรู้ว่าที่บอกออกไปนั้นเป็นคำโกหก

ที่จริงมันหวานเล่นเพลงนี้อีกไม่ได้เพราะมันเคยถูกเล่นเพื่อใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้

แต่น่าแปลกที่ภาพในวันนั้นฉายชัดอยู่ในม่านตาของมันหวานเหมือนกับมันเพิ่งเกิดไปไม่นาน

มันหวานเคยเล่นเพลงนี้ให้หมอปลายเมฆและนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเล่นเพลงนี้ไม่ได้อีก

ไม่ได้อีกแล้ว

ไม่เป็นไรๆ” เตวิณลูบผมอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกแย่ “งั้นติณเล่นให้ฟังเองเนอะ

อื้ม

มันหวานเตรียมจะส่งกีต้าร์คืนเจ้าของแต่เตวิณกลับส่ายหน้าก่อนจะเขยิบมานั่งใกล้กันมากขึ้นจนคล้ายกับว่าเตวิณกำลังนั่งซ้อนอยู่ข้างหลังเขา

เพลงนี้ติณชอบมากๆอยากให้มันหวานเล่นด้วย

เล่นด้วยยังไง?”

เอามือมันหวานทาบลงที่หลังมือติณสิ

เตวิณอ้อมแขนไปข้างหน้าจนกลายเป็นโอบกอดอีกคนไว้ก่อนจะวางตำแหน่งมือที่ปลายกีต้าร์และตัวสายกีต้าร์โดยมีมือเล็กของมันหวานทาบทับลงมาแบบที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก

มันหวานรู้สึกเกร็งเพราะลมหายใจของเตวิณกำลังรินรดอยู่ที่ต้นคอ เขารู้สึกถึงปลายคางอีกคนที่พักไว้อยู่ตรงลาดไหล่ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นมันหวานก็ปล่อยให้ตัวเองนั่งอยู่กับที่แทนที่จะลุกออกไปที่อื่น

เตวิณเป็นแฟนของเขา ใกล้กันขนาดนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ปกติ

เสียงกีต้าร์เริ่มดังขึ้นเป็นทำนองเพลงที่มันหวานคุ้นเคยแม้จะไม่เคยเล่นเพลงนี้เลยสักครั้ง ก่อนที่เสียงทุ้มของคนด้านหลังจะเปล่งออกมาเป็นเนื้อเพลงพร้อมกับมือของมันหวานที่ขยับตามมือหนาของอีกคน

มันเป็นเพลงที่เตวิณตั้งใจจะร้องและสื่อความหมายให้กับอีกฝ่ายได้รับรู้

แต่ฉันรัก..รักเธอไปแล้วทั้งใจ..รู้ฉันรู้ว่าเธอต้องไปแต่อยากจะขอร้องเธออีกครั้ง

“…”

 เตวิณมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่อยู่ห่างกันเพียงแค่อากาศกั้น

ทั้งที่เข้าใกล้กันขนาดนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าได้เข้าใกล้มันหวานจริงๆเลยสักครั้ง

 “โปรดรักฉันรักฉันเถอะนะจะไม่ทำให้เธอเสียใจ..รู้ฉันสู้เขาไม่ไหว เทียบกับใครที่เธอมี

“…”

เตวิณรู้ดีว่าไม่มีทางสู้คนในใจของมันหวานได้ ต่อให้เขายอมแลกทุกอย่างที่มี แต่นั่นมันคงไม่มากพอเพราะสิ่งที่เขามีไม่ใช่สิ่งที่มันหวานต้องการ

 “แต่เลือกฉันเลือกฉันได้ไหมฉันจะดูแลเธอให้ดี..” 

...

 แต่เขาก็ยังคงหวังว่าสักวันจะได้เป็นตัวจริงแทนที่ใครบางคนที่อยู่ในหัวใจดวงเล็กของมันหวานมาตลอด เตวิณไม่ได้อยากเป็นคนโลภนักหรอก เขาเพียงแค่อยากได้หัวใจของมันหวานมาเป็นของตัวเองบ้างก็เพียงเท่านั้น

..โปรดถามใจเธออีกทีเพราะทั้งใจฉันมันยังมีแค่เธอ

“...”

 ลมหายใจถูกผ่อนออกมาช้าๆในเวลาที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบหลังจากท่อนสุดท้ายของเพลงได้จบลง พวกเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว

ปลายจมูกโด่งของคนตัวโตกว่าคลอเคลียอยู่ที่แก้มใสของคนในวงแขนก่อนที่คนตัวเล็กจะเป็นฝ่ายค่อยๆเอี้ยวหน้ามามองกัน

เตวิณเห็น ในลูกแก้วกลมใสสะท้อนภาพของเขา มันสั่นไหวแบบที่เขาไม่อยากมอง

เพราะมันเป็นความสั่นไหว ไม่ใช่ความมั่นคง

เตวิณกำลังเกิดความประหม่าในความคิดของตัวเอง ริมฝีปากสีหวานที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงไม่กี่เซนเท่านั้นหากคิดจะครอบครองความหวานที่ใจปรารถนา

เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้และมันหวานยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิมโดยการมองตาของเขา ลมหายใจสะอาดคือสิ่งที่เตวิณรับรู้และในนาทีที่ริมฝีปากของเขาทั้งสองจะแนบชินกัน อีกฝ่ายกลับหันหน้าหนีกะทันหันทิ้งไว้เพียงสัมผัสจางๆเมื่อปลายจมูกสัมผัสลงที่ผิวแก้ม

เราขอโทษ..” เสียงเล็กๆนั้นเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างแผ่วเบา

เตวิณไม่แน่ใจว่ามันหวานหมายถึงอะไรระหว่างขอโทษที่จูบเขาไม่ได้หรือขอโทษที่รักเขาไม่ได้

 “ไม่เห็นต้องขอโทษเลย” เตวิณขยับถอยห่าง กลับมานั่งโดยเว้นระยะห่างเหมือนตอนแรกก่อนจะวางกีต้าร์ตัวใหญ่พิงกับขอบโซฟาเอาไว้ เขามองคนตัวเล็กที่กำลังนั่งบีบมือแน่นจนเขาต้องจับมือนุ่มนั้นไว้และแทรกแซงนิ้วของตัวเองลงไป

อย่าทำให้ตัวเองเจ็บเลยมันหวาน ทำให้เขาเจ็บคนเดียวก็พอ

รู้น่าว่าเขิน ไว้ครั้งหน้าก็ได้เนอะ” เขาเอ่ยติดตลกก่อนจะฝืนหัวเราะออกมาเบาๆ

แม้จะรู้ดีว่าคงไม่มีครั้งหน้า

ไม่มีวันที่จะได้ครอบครองจูบอย่างที่ใจปรารถนา

ในเมื่อมันหวานเลือกจะเก็บรสจูบนั้นไว้ให้กับแค่คนๆเดียว

และก็คงเหมือนกับในเพลงไม่มีผิด

รู้ฉันสู้เขาไม่ไหว 

ไม่ใช่ไม่อยากสู้แต่เตวิณรู้ดีว่าการสู้กับคนที่ชนะไปตั้งแต่แรกยังไงเขาก็ไม่มีทางชนะได้หรอก

มันหวานอาจจะหลอกตัวเองว่ากำลังเข้มแข็งและทำใจได้เรื่องผู้ชายคนนั้น

แต่มันหวานหลอกเขาไม่ได้สักนิด เพราะเขายังคงได้ยินเสียงอีกคนร้องไห้ดังออกมาจากห้องนอนหรือแม้กระทั่งมองดูหน้าจอที่ไม่ปรากฏสิ่งใดซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น

แอปเปิ้ลคำแรกถูกกัดกิน และเตวิณรู้ว่าพิษกำลังแล่นสู่ร่างกาย

แต่สิ่งที่เขาเลือกที่จะทำคือกัดแอปเปิ้ลคำต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 



#มันหวานปลายเมฆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 359 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1133 eannysrr (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 03:38

    มันหวานลูก เป็นติณไม่ได้หรอ ทำไมต้อง-หมอใจโลเลนั่นด้วย

    #1,133
    0
  2. #1101 favmme (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 19:13
    หมอแทนคือตัวแทนของชั้น
    #1,101
    0
  3. #1080 Wannapathip (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 20:25
    โอ้ยติณของแม่ T T ลูกคนนี้ต้องมีคู่
    #1,080
    0
  4. #1074 txncn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 17:58
    แทนไทก็คือพริกสิบเม็ดฟาดมันเลยพ่อ!!!!! เอาให้จม
    #1,074
    0
  5. #1063 kayomy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 14:51
    สงสารติณ ให้นุได้ทำหน้าที่นั้นแทนมันหวานนะคะ อุแง
    #1,063
    0
  6. #1044 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 07:30
    ติณณณ สงสารอ่ะคนดีเหลือเกิน เราจะดามใจให้เทอเองติณ ฮือออ
    #1,044
    0
  7. #1021 PeachieKim (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 20:55
    ชั้นขอมอบตัวเองให้ติณเอง ชั้นจะทำหน้าที่นั้นเอง
    #1,021
    0
  8. #1000 mt7047522 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 17:37
    FCหมอแทนไทได้ไหม55555//สงสารติณมากแม่คนดีเหลือเกินพ่อคุณ
    #1,000
    0
  9. #984 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:57
    ติณสู้นะ มันหวานยังได้เศษใจหมอปลายมา เราเชื่อว่าติณทำได้
    #984
    0
  10. #956 pcy921 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:51
    ติณก็น่าสงสารมากอะแกรรร
    #956
    0
  11. #924 นุ้งโด (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:56
    พี่ติณ พ่อคุณของพี่คนดีที่1ไปเลยยย
    #924
    0
  12. #907 Miiwxx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:47
    ฉันชอบหมอแทน
    #907
    0
  13. #884 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 00:00
    พี่เเทนไทคะ ตบมันเลยค่ะ ตบมันนนนนนน
    #884
    0
  14. #862 areenachesani (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:20
    ฮื่ออ อยากร้องไห้อ่ะ อย่กให้น้องเปิดใจให้เตวิณอ่ะ เนี่ยนึกว่าเตวิณเป็นพระเอกไปแล้ว เชียร์สุดใจเลยยย
    #862
    0
  15. #837 Jibangrin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 02:34
    โอ้ย แงงงงงงง ติณ ฮรึก เข้าใจมากๆเลยอะ เปลี่ยนพระเอกได้มะ โกรธพระเอก! //ชูป้ายไฟหมอแทนไทค่ะะะ จัดการนังฝนค่ะพี่!!!!
    #837
    0
  16. #750 NNHYENA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:13
    เม้นไม่ออกเลยอะ จุกกกกก น้ำตายั่วๆจ้าาาา
    #750
    0
  17. #737 blugarxx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:47
    ติณ เห้อ TT_____TT เรื่องนี้ลูกเราก็แอบผิดอ่ะ ไม่น่าไปชวนมาเป็นแฟนเลย เข้าใจว่าตอนนั้นอารมณ์มันปะปนกันมั่วไปหมด ทีนี้เลยกลายเป็นติณลงมาถลำลึกด้วย แต่ยังดีที่ติณรู้ตัวเอง ไม่งั้นคงเจ็บกว่านี้ สงสารติณจัง จะร้องไห้
    #737
    0
  18. #731 PINKLAND (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:39
    แง้ เตวิณ
    #731
    0
  19. #710 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:57
    สงสารทั้งคู่อ่ะ ทั้งติณทั้งมันหวาน คนหนึ่งอยากมีรักใหม่เพื่อลบลืม อีกคนรู้ว่าสุดท้ายต้องเจ็บแต่ก็ยอมเพื่อตักตวงความสุขสั้นๆ....

    โอ้ยยยย
    #710
    0
  20. #692 silence_z (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:41

    สงสารติณ

    #692
    0
  21. #680 15magnitude (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:28
    เตวิณ มารักกับพี่มาลูกกก
    #680
    0
  22. #659 withfluffyp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 01:41
    เตวิณก็ดี แต่ติดตรงที่มันหวานไม่ได้รักT-T ทีมมันหวานอย่างเดียวค่ะ55555
    #659
    0
  23. #631 $yrup (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 12:55
    ฮืออ ติณเป็นพระเอกเลยลูก เอาเลย แม่เชียร์ ฮือออ
    #631
    0
  24. #615 ppvs_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:02
    ตอนนี้มันหวานก็เหมือนตอนที่ปลายเมฆอกหักอะ ถ้าให้เวลากับติณ ยังไงมันหวานก็คู่กับติณ!!! แงงงงง ไม่ต้องไปยุ่งแล้วกับปลายเมฆได้มั้ย เจ็บแทส
    #615
    0
  25. #589 unicorn_waterhoure (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 00:18
    น้อง น้อง น้อง ฮืออออออ ไม่กล้าอ่าน น้องเจ็บ ปวดใจไปหมดแล้วจ้ะ
    #589
    0