[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 12 : เหนือปลายเมฆ ☆ XI

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 425 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XI

บางทีคุณก็เหมือนดาร์กช็อคโกแลต

บางครั้งกรุ่นความขมบางคราวละมุนความหวาน

 

สองอาทิตย์ให้หลังมานี้มันหวานมัวแต่ยุ่งอยู่กับกิจกรรมรับน้อง กิจกรรมที่สูบพลังงานชีวิตมันหวานไปมากมายเหลือเกิน ไหนจะต้องรับมือกับกิจกรรมทั้งหลายแหล่และไหนจะต้องรับมือกับเตวิณคนที่ประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าจะจีบมันหวานนั่นก็ด้วย

ช่วงนี้มันหวานก็จะคิวยุ่งสุดๆ

คนตัวเล็กเดินออกมาจากคณะศึกษาศาสตร์หลังจากหมดกิจกรรมของวันนี้  มันหวานสะพายย่ามพะรุงพะรังและกำลังเร่งเวลาเพื่อที่จะได้ไปเจอหน้าหมอปลาย บุคคลเพียงคนเดียวที่จะเติมพลังให้มันหวานได้

มันหวานรอด้วยๆ แต่สองขาก็ต้องหยุดเดินเพราะเสียงทุ้มใหญ่ที่พักนี้ได้ยินบ่อยยิ่งกว่าเสียงพ่อ

เตวิณมีอะไรหรอ เรารีบ

จะรีบไปไหนวะ ไปกินปังเย็นหลังมอกันป่ะ เตวิณยิ้มกว้าง ใจก็หวังเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะยอมตอบตกลง

ที่บอกว่าจะจีบอีกฝ่ายนี่ไม่เคยล้อเล่นเลยนะ

เราไม่ว่างเลย รีบมากๆแล้วด้วยตอนนี้ มันหวานปฏิเสธเตรียมตัวจะเดินถอยห่างจากเพื่อนใหม่แต่ย่ามที่สั่นเหมือนเจ้าเข้าทำให้มันหวานต้องล้วงมือควานหามือถือ แป๊ปนะเตวิณ เราขอคุยโทรศัพท์ก่อน

ตามบาย เตวิณพยักหน้ารับพลางขยับถอยห่างคนตัวเล็กออกมานิดเพื่อรักษามารยาทไม่ให้ไปสอดรู้บทสนทนาของคนอื่น

สวัสดีจ้า มันหวานพูดนะ เด็กชายกรอกเสียงพูดกับคนปลายสาย

[...]

วะ..ว่ายังไงนะจ๊ะ

เสียงหวานที่ดูตกใจทำให้เตวิณต้องหันไปมอง ก่อนจะเจอใบหน้าหวานๆที่ตอนนี้จมูกเริ่มแดงก่ำอย่างไม่รู้สาเหตุ

มันหวานเป็นอะไร? คนตัวใหญ่เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะแตะข้อศอกขาวของอีกฝ่ายเบาๆ

ได้จ่ะๆ มันหวานจะรีบไปนะ” 

มันหวานไม่ได้สนใจสายตาห่วงใยของเพื่อนคนใหม่ คนตัวเล็กรีบหย่อนมือถือลงไปในกระเป๋าย่ามก่อนจะเตรียมออกวิ่งแต่กลับถูกฝ่ามือใหญ่ของเตวิณรั้งไว้เสียก่อน

มันหวานเกิดอะไรขึ้น?”

ฮื่ออ เตวิณปล่อยมันหวาน คนตัวเล็กเริ่มร้องไห้ออกมาจนคนมองตกใจ มันหวานพยายามแกะมือหนักๆของเตวิณออกแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆ

บอกมาดิวะว่าเป็นอะไรเผื่อช่วยได้ อย่าร้อง

ฮึก! หมอปลาย.. หมอปลายถูกรถชน มันหวานสะอื้นออกมาเมื่อข่าวร้ายจากคนปลายสายคือหมอแทนไท 

โรงพยาบาลไหน ไปกับเรา เราเอารถมา เขารีบคว้ามือบางของอีกคนทันทีที่ได้รับคำตอบและเดินนำไปยังที่จอดรถแม้จะไม่รู้ว่าหมอปลายอะไรนั่นเป็นใครด้วยซ้ำ

มันหวานถูกจับสวมหมวกกันน็อคให้เพราะดูเหมือนคนตัวเล็กจะสติหายไปแล้ว เตวิณสะกิดอีกคนเบาๆเพื่อให้ก้าวเท้าขึ้นรถและซ้อนท้ายเขาเสียที คนตัวบางกอดเอวเพื่อนใหม่แน่น ดวงตากลมโตผลิตน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย เสียงสะอื้นเล็กๆแข่งกับเสียงโต้ลมจนเตวิณต้องเร่งความเร็วของมอ'ไซต์ขึ้นอีก

ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาถึงโรงพยาบาล มันหวานไม่สนใจถอดหมวกกันน็อคออกด้วยซ้ำ คนตัวเล็กรีบวิ่งไปยังหน้าแผนกฉุกเฉินทันทีจนเตวิณวิ่งตามแทบไม่ทัน

พี่แทน! ฮื่ออ พี่แทนจ๋า หมอปลายของมันหวานอยู่ที่ไหน มันหวานรีบตรงไปยังคุณหมอตัวสูงทันที คนตัวเล็กเกาะแขนคุณหมอแน่นพลางเขย่าไปมาอย่างคนร้อนใจ

ใจเย็นๆก่อนมันหวาน ตั้งสติแล้วฟังพี่ก่อนนะครับ แทนไทเอ่ยอย่างใจเย็น เขาส่งแผ่นชาร์จคนไข้ให้พยาบาลไปถือก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออกให้กับเด็กน้อยตรงหน้าที่คงจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองลืมถอดมันออก

หมอปลายของมันหวาน ฮึก! อยู่ไหน มันหวานไม่สนใจว่าตอนนี้ใครจะมองยังไง ไม่สนใจคำขอให้ใจเย็นของหมอแทนไท ไม่สนใจแม้กระทั่งสายตาเป็นห่วงของเตวิณ เพราะตอนนี้คนที่ทำให้หัวใจมันหวานบีบรัดมากมายขนาดนี้คือหมอปลายเมฆที่มันหวานต้องการเจอหน้ามากที่สุด

มันหวานแค่ไปเรียนเอง แล้วหมอปลายของมันหวานถูกรถชนได้ยังไง

เมฆมันทำแผลอยู่ มันหวานใจเย็นๆก่อนนะ เมฆมันปลอดภัยแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากเลย พี่ขอโทษที่ทำให้เราตกใจ ฝ่ามือของหมอแทนไทลูบผมยุ่งเหยิงของคนตรงหน้าเบาๆ รอยยิ้มใจดีถูกส่งไปให้แต่นั่นไม่ได้ทำให้มันหวานเบาใจลงเลยสักนิดเดียว

พามันหวานไปหาหมอปลายนะจ๊ะ มันหวานขอร้อง ดวงตากลมแดงก่ำไม่ต่างจากจมูกเล็กๆของตนเลยสักนิด

โอเคครับๆ -อ้าวมันมาพอดีเลย จบคำพูดของหมอแทนไท มันหวานก็ถูกจับหันหลังให้ไปมองยังอีกทาง ก่อนที่ตรงหน้าจะปรากฏร่างของผู้ชายตัวโต เท้าขวาของหมอปลายถูกพันไว้ด้วยผ้าหนาจนต้องนั่งรถเข็นมา มือข้างซ้ายถูกพันไว้ด้วยผ้าก๊อตไม่ต่างจากข้อศอกที่ถูกทำแผล

หมอปลาย.. มันหวานรีบวิ่งไปหาอีกคนโดยที่ไม่ต้องให้มีใครบอก คนตัวเล็กหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคุณหมอตัวสูง โน้มตัวลงลูบใบหน้าคมนั้นอย่างแผ่วเบา ถึงแม้สภาพของหมอปลายจะดูไม่ได้สาหัสมากอย่างที่มันหวานนึกกลัว แต่ถ้าหมอปลายแค่หกล้มมันหวานคิดว่าความเป็นห่วงของตัวเองก็คงไม่ลดน้อยไปกว่านี้

ร้องไห้ทำไม ปลายเมฆเอ่ยถามเด็กน้อยที่ค่อยๆทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าของเขา

หมอปลายเจ็บมากไหมจ๊ะ ใครทำหมอปลายของมันหวานแบบนี้ มันหวานจับมือข้างซ้ายของคุณหมอขึ้นมาดูก่อนจะแนบกับแก้มของตัวเอง ทำไมหมอปลายของมันหวานต้องเจ็บ ทำไมเขาใจร้าย

ปลายเมฆมองการกระทำของคนที่เด็กกว่าด้วยแววตาที่ยากเกินจะอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ การกระทำของมันหวานที่ต่อให้ไม่ต้องพูดออกมาแต่ปลายเมฆก็รู้ว่าที่ตรงนี้ท่ามกลางคนทั้งหมดที่ยืนอยู่ ไม่มีใครห่วงเขาได้เท่ามันหวานอีกแล้ว

มันเป็นอุบัติเหตุ อย่าร้องไห้ มือข้างที่ว่างส่งไปลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ปลายเมฆยิ้มออกมาเมื่อเด็กน้อยตรงหน้าเหมือนกระต่ายตัวจ้อยที่กำลังเสียขวัญ จมูกรั้นนั้นแดงแจ๋ แก้มกลมทั้งสองข้างก็อาบไปด้วยหยดน้ำตา หยุดร้องได้แล้ว ฉันยังไม่ตาย

อย่าพูดแบบนี้ มันหวานเงยหน้ามองคนบนรถเข็น นิ้วเล็กจรดบนริมฝีปากของอีกฝ่าย มันหวานส่ายหน้าเบาๆก่อนจะพูดต่อ อย่าพูดแบบนี้อีกนะ มันหวานไม่ชอบเลย

ครับๆ ไม่พูดแล้ว ปลายเมฆไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้เขาต้องยิ้ม ทำไมยังยิ้มได้ทั้งที่ตัวเองกำลังเจ็บตัว 

และเหมือนเขาจะพบคำตอบของรอยยิ้มในตอนนี้ว่ามันไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใดเลย นอกจากเด็กแครอทที่ร้องไห้จนตาบวมต่อหน้าเขา

ตอนร้องไห้ก็ยังคงน่ารัก แต่ปลายเมฆไม่ได้อยากเห็นมันหวานร้องไห้เลยสักนิด

มันหวานจะพาหมอปลายกลับห้องนะ

อืม กลับห้องเรากัน

มันหวานยกหลังมือปาดน้ำตาก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อได้ยินประโยคนั้นห้องเราห้องของมันหวานและหมอปลายเมฆ

มันหวาน เตวิณที่ยืนนิ่งดูฉากตรงหน้าอยู่นานสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็กกว่า ฝ่ามือหนักวางลงบนหัวทุยๆก่อนจะโยกไปมา ไม่สนใจสายตาเคลือบแคลงของคนเจ็บที่มองมาอย่างไม่เข้าใจ เพราะหลายนาทีแล้วที่เตวิณปล่อยให้ตัวเองไร้บทแบบนี้

เตวิณ เราขอบคุณมากนะที่พามาส่ง มันหวานยิ้มบางให้อีกฝ่าย เกือบลืมไปแล้วว่าเพราะเตวิณมันหวานถึงได้มาหาหมอปลายเร็วแบบนี้

ไม่เป็นไร กลับก่อนนะ เจอกันที่มอ เตวิณลูบผมนุ่มมืออีกสองสามทีก่อนจะปลายตามองคนที่นั่งบนรถเข็น เตวิณทิ้งสายตาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินไปเอาหมวกกันน๊อคของตัวเองกับมือคุณหมอตัวโย่งและเดินออกไปจากฉากที่ตัวเองถูกละทิ้งไว้นานสองนาน

ไม่ต้องเอ่ยถามสักคำเตวิณก็ได้คำตอบแล้วว่าใครคือคนที่มันหวานเร่งรีบมาหาทุกวันหลังเลิกเรียน

เอาล่ะ ขออธิบายอะไรสักหน่อย หมอแทนไทว่าก่อนจะก้าวเท้ามาหาเพื่อนสนิทของตัวเองที่นั่งเดี้ยงอยู่บนรถเข็น "ระหว่างที่ข้อเท้ามึงยังไม่หายมึงก็พักงานไปก่อน ไม่ต้องห่วงงานของตัวเองเดี๋ยวกูดูแลต่อเอง"

อืม ปลายเมฆพยักหน้า เพราะการที่เขาเจ็บตัวขนาดนี้คงไม่มีเรี่ยวแรงหรือกำลังมารักษาใครได้

ยังไม่มีใครบอกมันหวานเลยว่าใครทำให้หมอปลายเป็นแบบนี้ เด็กหนุ่มเอ่ยท้วง

คืองี้มันหวาน พี่อยากดื่มกาแฟแต่ร้านประจำเขาปิดก็เลยชวนเมฆมันไปซื้อฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล แล้วตอนจะข้ามกลับมันมีรถมอ'ไซต์ขับมาเร็วไปหน่อยเหมือนฝ่าไฟแดงมามั้ง ไอ้เมฆก็ไม่ทันระวัง และนั่นแหละมันเจ็บตัว มอ'ไซต์ขับหนี หมอแทนไทยักไหล่ก่อนจะเอ่ยต่อ แต่ไม่เป็นไรมาก ที่จริงพี่ก็ตกใจใช้คำผิดไปนิด น่าจะใช้คำว่ารถเฉี่ยวเนอะ หมอแทนไทเกาหลังคอตัวเองแก้เก้อ เพราะความตกใจของตัวเองแท้ๆถึงได้ใช้คำที่ดูรุนแรงเกินความจริง

แล้วก็นะแทนที่จะโทรหาพ่อแม่คนเจ็บแต่ดันไปค้นโทรศัพท์ปลายเมฆแล้วโทรหามันหวานแทนซะได้

อาจจะเพราะมันหวานเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดเพื่อนของเขามากที่สุดแหละมั้ง

หมายถึงใกล้ใจน่ะ

มันหวานใจเสียหมดเลย เด็กน้อยหน้าหงอลงจนปลายเมฆต้องเอื้อมมือข้างที่ไม่ได้พันผ้าก๊อตแตะข้อศอกของอีกคนเบาๆ

แทนไทมันตื่นตูม อย่างที่เห็นฉันแค่เป็นแผลนิดหน่อยกับข้อเท้าแพลง ไม่เกินสองอาทิตย์ก็หายแล้ว อธิบายให้อีกคนคลายความกังวลแม้ว่าน้ำตาของมันหวานจะยังไม่แห้งสนิทดีก็ตาม

ถ้างั้นระหว่างนี้มันหวานจะดูแลหมอปลายเองจ่ะ” 

ดีเลยครับ พี่ฝากมันด้วยนะมันหวาน แทนไทพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะตบบ่าเพื่อนสนิทของตัวเองเบาๆและเดินเลี่ยงไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ 

ถือว่าเขาส่งคนเจ็บให้พยาบาลส่วนตัวถึงมือแล้วเนาะ

 

ใช้เวลาไม่นานก็ถึงคอนโดจากการโดยสารด้วยแท็กซี่ ส่วนรถหมอปลายคงต้องจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลก่อนเพราะมันหวานขับรถไม่เป็น

พอรถจอดหน้าคอนโดมันหวานก็ต้องขอความช่วยเหลือจากลุงยามให้พยุงหมอปลายมาส่งถึงในห้องเพราะหมอปลายตัวใหญ่มากๆมันหวานแบกคนเดียวไม่ไหวหรอกไหนจะต้องถือไม้ค้ำอันยาวนี่ก็อีก

ขอบคุณมากนะจ๊ะคุณลุง

จ้าๆ ไม่เป็นไร” 

มันหวานยิ้มแป้นยกมือไหว้ขอบคุณคนแก่กว่าก่อนจะปิดประตูลงเมื่อลุงยามเดินออกไปจากห้อง คนตัวเล็กจึงเดินมาหาคนเจ็บที่กำลังนั่งพิงโซฟาตัวยาว หมอปลายเมฆเงยหน้าพิงกับขอบโซฟา เปลือกตาสีอ่อนนั้นปิดลงอย่างคนเหนื่อยอ่อน 

หมอปลายมีไข้ไหมจ๊ะ ทิ้งตัวนั่งลงข้างกายอีกคน ฝ่ามือเล็กแนบแก้มเพื่อเช็คว่าคุณหมอจะมีไข้แทรกซ้อนไหม การกระทำที่ทำให้ปลายเมฆลืมตาขึ้นมามอง คุณหมอจับมือนุ่มออกจากใบหน้าของตัวเองก่อนจะกุมมันไว้หลวมๆ

ไม่มีไข้ ฉันเป็นหมอพอรู้ตัวเอง

มันหวานเป็นห่วงหมอปลายมากแค่ไหนรู้ไหม

แล้วมันแค่ไหน? คุณหมอแกล้งถาม ทั้งที่รู้ดีว่ามันคงจะมากพอควรถึงทำให้ดวงตาคู่หวานช้ำได้ขนาดนี้     

มันหวานไม่รู้ว่ามันต้องใช้อะไรวัดถึงจะตอบออกมาเป็นรูปธรรมให้หมอปลายเห็นได้

“...”

มันหวานรู้แค่ว่าหมอปลายเจ็บ มันหวานก็เจ็บ มันหวานบีบมือหนาของอีกคนเบาๆ ดวงตากลมเริ่มหล่อเลี้ยงด้วยน้ำตาอีกครั้ง

หมอปลายคงไม่รู้ว่าตอนที่มันหวานได้ฟังคำบอกเล่าจากหมอแทนไทว่าอีกฝ่ายถูกรถชน ตอนนั้นหัวใจมันหวานเหมือนตกลงไปกระแทกกับพื้น ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าหมอปลายจะเจ็บมากเจ็บน้อย แต่แค่รู้ว่าหมอปลายต้องเจ็บ หัวใจของมันหวานก็เจ็บขึ้นมา

มันหวานเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนเด็กที่มันหวานหกล้มพ่อถึงร้องไห้ ทำไมพ่อถึงบอกว่าพ่อเองก็เจ็บทั้งที่พ่อไม่เห็นจะมีแผล

มันหวานเข้าใจความรู้สึกของพ่อก็ตอนนี้

ความเจ็บบนร่างกายของใครบางคน จะส่งผลต่อหัวใจของเรา

ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ เรียวนิ้วยาวละเลียดเช็ดน้ำตาให้คนเด็กกว่าแผ่วเบา ปลายเมฆมองดวงตากลมที่อ่อนลงซึ่งความสดใสอย่างทุกๆวัน เขาไม่คิดว่าการที่เขาเจ็บตัวเพียงเท่านี้จะทำให้มันหวานเสียน้ำตาให้แก่กันมากมายจนดวงตาบอบช้ำ

จนกว่าหมอปลายจะหายดี ให้มันหวานดูแลหมอปลายนะ” 

เกิดมาเพื่อดูแลคนทั้งโลกหรอ หื้ม

ไม่ได้เกิดมาดูแลคนทั้งโลก

“...”

แต่มันหวานเกิดมาเพื่อดูแลแค่คนสำคัญ

"..."

และตอนนี้ หมอปลายคือคนนั้น

เป็นคนที่สำคัญ สำคัญในระยะใกล้ใจ

ที่ซึ่งบางที

ขอบคุณนะครับ

ก็อยากจะเข้าไปอยู่ในใจของคนสำคัญคนนี้

 

หมอปลายลุกมากินข้าวเช้าหน่อยนะจ๊ะ มันหวานปลุกคนตัวโตที่กำลังนอนขี้เซาไม่ยอมตื่นสักทีทั้งที่ตอนนี้ปาเข้าไปแปดโมงเช้าแล้ว โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์มันหวานจึงไม่ต้องไปเรียนเลยมีเวลาดูคนป่วยได้

เขาค่อยๆประคองคนเจ็บให้นั่งพิงหัวเตียงดีๆแม้ว่าหมอปลายจะยังหน้าตางัวเงียไม่ยอมตื่นดี แต่ตอนนี้มันหวานจะไม่ตามใจหรอกนะ หมอปลายต้องกินข้าวจะได้กินยาแล้วหลังจากนั้นมันหวานจะทำแผลให้ 

ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนได้ไหม คุณหมอเอ่ยท้วง เพราะลืมตาขึ้นมาห้องน้ำก็ยังไม่ได้เข้า ข้าวเช้าก็มาจ่อที่หน้าซะแล้ว

หมอปลายนั่งรออยู่บนเตียงนี่แหละจ่ะ เดี๋ยวมันหวานจัดการให้นะ

ว่าจบก็วางถ้วยโจ๊กไว้ที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะผละไปทำตามอย่างที่ปากว่า มันหวานเดินเข้าห้องน้ำของคนตัวสูงก่อนจะออกมาพร้อมกับแปรงสีฟันที่บีบยาสีฟันใส่เรียบร้อย แก้วน้ำพลาสติคสีขาวที่บรรจุน้ำสำหรับบ้วนปาก ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กทุมน้ำหมาดๆและไม่ลืมภายชนะสำหรับบ้วนน้ำทิ้ง

ต้องขนาดนี้เลยหรอมันหวาน?” ปลายเมฆมองสิ่งที่คนตัวเล็กเตรียมการมาให้ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก คือแค่ข้อเท้าเจ็บไหมยังไม่ได้ถึงกับขาขาดไงมันหวาน

ขนาดนี้แหละจ่ะหมอปลาย ขยับเดินให้น้อยที่สุดหมอปลายจะได้หายไวๆไงจ๊ะ มันหวานยิ้มก่อนจะส่งแปรงสีฟันให้คนบนเตียง

ปลายเมฆก็ไม่ได้อยากจะขัดความหวังดีของคนเด็กกว่า เขารับแปรงสีฟันมาแปรงมันบนที่นอน รับแก้วน้ำจากมือเล็กมาเพื่อบ้วนยาสีฟันใส่ภายชนะอีกใบ เสร็จเรียบร้อยจนช่องปากสะอาดมันหวานก็ใช้ผ้าซับริมฝีปากให้เขาเบาๆ ตามด้วยส่งผ้าให้เขาเช็ดหน้า ก่อนจะเดินเอาของทุกอย่างไปเก็บไว้ในห้องน้ำ

ปลายเมฆมองการกระทำของอีกคนที่ใส่ใจเขายิ่งกว่าใคร ใส่ใจดูแลแม้แต่เรื่องที่จะมองข้ามก็ได้ ยอมรับอย่างแมนๆเลยว่ามันหวานกำลังทำให้เขาใจสั่นเพียงแค่การกระทำเล็กๆแบบนี้

หมอปลายกินข้าวเองได้ไหมจ๊ะ หรือให้มันหวานป้อน มันหวานเอ่ยถามพลางยกถ้วยโจ๊กมาคนๆไล่ความร้อนออกให้

กินเองได้ ปลายเมฆว่าก่อนจะรับถ้วยข้าวนั้นมาไว้ที่หน้าตักของตัวเองและเริ่มตักมันเข้าปากทีละคำ

ระหว่างนั้นมันหวานก็นั่งมองอีกคนไม่ห่าง กลัวว่าถ้าปลีกตัวออกไปไหนแล้วหมอปลายจะเรียกหาจะไม่ได้ยินเลยทำได้แต่นั่งมองหมอปลายกินโจ๊กฝีมือตัวเองเงียบๆแบบนี้ทั้งรอยยิ้ม

Rrrrr

ระหว่างนั้นเสียงมือถือของมันหวานก็มีสายเข้า คนตัวเล็กมองดูเบอร์จากปลายสายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่พ้นใครอื่นเลยนอกจากเตวิณที่เดี๋ยวนี้โทรหามันหวานบ่อยยิ่งกว่าพ่อเสียอีก

จ้า เตวิณ"

[ทำไรอยู่] 

เราดูแลหมอปลายอยู่ เตวิณมีอะไรหรือเปล่า

ชื่อที่ออกมาจากน้ำเสียงใสๆของคนเด็กกว่าทำให้ช้อนของปลายเมฆที่กำลังตักโจ๊กเข้าปากหยุดชะงัก คุณหมอเหลือบมองเด็กแครอทที่คุยกับคนปลายสาย และถ้าจำไม่ผิดคงเป็นคนเดียวกันกับที่เขาเห็นที่โรงพยาบาล

คนที่กำลังจีบมันหวานอะไรนั่นน่ะ

[ต้องมีอะไรด้วยหรอ ถึงจะโทรมาได้]

            “ก็..เปล่าจ้ะ มันหวานเอ่ยตอบเสียงแผ่วเพราะเกรงว่าถ้าหากตอบไปตามตรงจะเป็นการทำให้เตวิณเสียความรู้สึกเพราะเมื่อวานเตวิณก็ได้ให้ความช่วยเหลือมันหวาน      

                แล้วมันหวานก็ไม่ได้ลืมหรอกนะที่อีกฝ่ายบอกว่าจะจีบเขาน่ะ

[ที่โทร.มาคือจะชวนไปดูหนังพรุ่งนี้]

ดูหนังหรอ?”

เคร้ง!

เสียงของช้อนกระทบกับถ้วยกระเบื้องทำให้มันหวานต้องละจากสายสนทนามามองคนตัวโตบนเตียง หมอปลายเมฆที่กำลังมองมันหวานอย่างไม่ละสายตา และนั่นกำลังทำให้มันหวานไม่เข้าใจว่าคนป่วยเกิดเป็นอะไรขึ้นมา

แป๊ปนึงนะจ๊ะเตวิณ มันหวานบอกกับคนปลายสายก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้บนที่นอนแล้วเอ่ยพูดกับคนป่วย "หมอปลายเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ"

เป็น คุณหมอเอ่ยตอบเสียงเย็นก่อนจะเหลือบสายตาไปมองโทรศัพท์ที่คาดว่าคนปลายสายคงจะได้ยินทุกคำพูดระหว่างตนและมันหวาน

เป็นอะไรจ๊ะ?” 

มือไม่มีแรง อยู่ดีๆก็จับช้อนไม่ไหว

“...”

ป้อนหน่อยได้ไหมครับ?

คำพูดนั้นทำให้มันหวานมองอีกคนตาปริบๆ มันหวานจำได้ว่าถามหมอปลายไปแล้วว่ากินข้าวเองได้ไหม หมอปลายเองก็ยืนยันว่ากินได้ และเขาก็เห็นว่ากินเองได้มาตั้งหลายนาที แล้วมาไม่มีแรงอะไรเอาตอนนี้?

ให้มันหวานป้อนหรอจ๊ะ?” ถามย้ำเผื่อเข้าใจอะไรผิดไป

อืม ป้อน หิว คนเอาแต่ใจกะทันหันกำลังตอบหน้าตาย

ปลายเมฆเหลือบมองหน้าจอมือถือของคนตัวเล็กที่ขึ้นแสงสว่างวาบเป็นอันรู้ว่าคนปลายสายได้วางสายลงไปแล้ว คุณหมอยกยิ้มเพราะรู้สึกเหมือนเขาเอาชนะบางอย่างได้สำเร็จ

อ่า ได้จ้ะๆ มันหวานขอวางสายเพื่อนก่อนนะจ๊ะ

เขาวางไปแล้ว ไม่ต้องสนใจหรอก

ได้ยินดังนั้นมันหวานจึงหันไปมองมือถือของตัวเองก่อนจะเห็นว่าเตวิณวางสายไปแล้วจริงๆ สงสัยจะถือสายรอนานเลยวางไปก่อน มันหวานไม่ได้สนใจจะโทรกลับไปขอโทษเพราะตอนนี้เขาต้องทำหน้าที่ป้อนข้าวให้หมอปลายที่อยู่ดีๆก็ไม่มีแรงเสียอย่างนั้น

มือเล็กรับถ้วยมาจากคนป่วย ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเบาๆและป้อนคนบนเตียงที่นั่งอ้าปากรอ หมอปลายเคี้ยวตุ้ยๆพลางมองหน้ากันจนมันหวานรู้สึกเขินไปหมด

หมอปลายมองหน้ามันหวานทำไม

ไม่ให้มองหน้าเธอจะให้มองอะไร

ก็มองอะไรก็ได้นี่จ๊ะ หมอน ผ้าม่าน แอร์.. มันหวานพยายามเลี่ยงสายตาไม่สบแววตาคมกริบของอีกฝ่าย อยู่ดีๆก็รู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวแปลกๆ

นี่หมอปายเมฆของมันหวานไข้ขึ้นหรือเปล่านะ ทำตัวพิลึกจัง

ทุกอย่างที่เธอบอกมันไม่ได้น่าสนใจเท่าหน้าเธอตอนนี้สักหน่อย คุณหมอทำหน้าตายโดยไม่รู้เลยว่าประโยคเมื่อครู่ของตัวเองกำลังทำให้หัวใจของเด็กปีหนึ่งเต้นกระหน่ำแค่ไหน

มันหวานก้มหน้ายิ้มเขิน ไม่รู้เพราะหมอปลายกำลังป่วยหรือเปล่าถึงรู้จักพูดจาอย่างนี้ ถ้าหากเป็นเวลาปกติมันหวานคงไม่ได้ยินประโยคคล้ายคำหวานแบบนี้แน่ๆ

หมอปลายคนบ้า เด็กน้อยแกล้งว่าอีกคน มือก็จับช้อนป้อนโจ๊กคนเจ้าเล่ห์ที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ

แต่เธอก็ชอบคนบ้านะ

โอ๊ยจ้า ไม่ให้พูดแล้ว!” เด็กน้อยนั่งดีดดิ้นจนคนแก่กว่าต้องหัวเราะออกมากับท่าทางเหล่านั้น

ปลายเมฆกำลังคิดว่าการที่เขาเจ็บตัวแบบนี้มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียวเพราะมันก็มีเรื่องดีๆอยู่

อย่างน้อยก็เด็กที่นั่งป้อนข้าวให้เขาในตอนนี้ล่ะนะ

อยู่ดีๆฤดูกาลของประเทศไทยก็แปรปรวนอีกแล้ว ฝนกำลังตกทั้งที่นี่เพิ่งบ่ายสามโมงกว่าๆ มันหวานรีบวิ่งไปเคลื่อนย้ายผักที่ปลูกไว้ตรงริมระเบียงแทบไม่ทัน

หมอปลายเมฆหลับไปหลังจากกินมื้อเที่ยงและกินยาเรียบร้อย ดูเหมือนฤทธิ์ยาจะทำให้หลับสนิทเพราะคุณหมอไม่ตื่นขึ้นมาเลยแม้ฟ้าจะร้องดังแค่ไหน

มันหวานหย่อนก้นนั่งลงข้างเตียงของเจ้าของห้อง กระชับผ้าห่มให้ปิดแผ่นอก ดูแลอีกคนเหมือนตอนที่มันหวานไม่สบายในครั้งนั้นแล้วถูกหมอปลายเมฆดูแลอย่างดี

นิ้วเรียวเล็กแตะลงที่แก้มกร้านของคนหลับเบาๆ มันหวานยิ้มขณะที่ลากปลายนิ้วผ่านจมูกโด่งของหมอปลายก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปาก 

อยู่ดีๆหัวใจมันหวานก็เต้นอย่างหนักหน่วง เพียงแค่สัมผัสที่ปลายนิ้วยังทำให้มันหวานเขินได้ขนาดนี้ คิดไม่ออกเลยว่าหากเปลี่ยนจากปลายนิ้วเป็นริมฝีปาก...

มันคงจะละมุนนุ่มและหอมหวานเหมือนในฉากนิยายที่มันหวานชอบอ่านใช่ไหมนะ

เด็กน้อยยิ้มหวานออกมาอยู่คนเดียวเมื่อรู้สึกเขินกับจินตนาการของตัวเอง คนตัวเล็กเคลื่อนปลายนิ้วไปเกลี่ยผมหน้าของคุณหมอที่เริ่มยาวออกจากหน้าผาก มันหวานชั่งใจกับสิ่งที่กำลังคิด แต่เพราะความรู้สึกในหัวใจมันเรียกร้องมันหวานจึงตัดสินใจโน้มใบหน้าไปใกล้กับหน้าของหมอปลายก่อนจะประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับหน้าผากของคนหลับอย่างแผ่วเบาและค่อยๆละออกมา 

ระยะห่างตรงหน้าไม่ได้มากมายเลยสักนิด มันหวานเห็นแพรขนตายาวของหมอปลายได้อย่างชัดเจน ใบหน้าที่เนียนละเอียดแม้จะไม่มีเวลาดูแลตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นหมอปลายเมฆก็ดูสมบูรณ์แบบมากๆสำหรับมันหวาน

ลักหลับหรอ

!!

มะ..หมอปลาย!” 

คนที่ลักลอบแอบจุ๊บหน้าผากคุณหมอสะดุ้งเมื่อคนที่หลับตาสนิทเมื่อครู่ลืมตาขึ้นมามองกัน มันหวานพยายามจะละใบหน้าถอยหนีความใกล้ชิดระหว่างกัน แต่หมอปลายกลับเร็วกว่า มือข้างที่ไม่ได้เจ็บนั้นรั้งคอของมันหวานให้ใบหน้าของเขาทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

มันหวานรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆของหมอปลายและหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นอย่างรัวเร็วแบบที่ไม่สนใจเลยว่าเจ้าของร่างกายของมันจะเป็นยังไงบ้างแล้วตอนนี้     

เป็นเด็กแบบนี้หรอ หื้ม” 

เสียงของหมอปลายแผ่วเบา แต่ชัดเจนสำหรับการได้ยินเพราะระยะห่างของเขาทั้งสองถดถอยลงเรื่อยๆจนปลายจมูกแตะกัน 

มันหวานไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงจึงทำได้เพียงมองแววตาของอีกฝ่าย และเพราะระยะห่างเพียงเท่านี้มันหวานถึงเห็นตัวเองที่สะท้อนอยู่ในแววตาของหมอปลายเมฆได้อย่างชัดเจน

คำพูดมากมายนั้นเลือนหาย เมื่อระยะใกล้ของเขาทั้งสองอยู่ในขีดของความอันตราย มันหวานรู้สึกถึงแรงจากฝ่ามือของคนตัวสูงที่กดท้ายทอยของตัวเองลง

หมอปลาย.. เพียงแค่มันหวานเอื้อนเอ่ยคำพูด ริมฝีปากของเขาทั้งคู่ก็เฉียดสัมผัสของกันและกัน

ปลายเมฆมองแววตาหวานของอีกคน เด็กน้อยที่ดวงตาสั่นระริก ปลายเมฆไม่แน่ใจว่ามันหวานกำลังกลัวหรือเพียงแค่ตื่นเต้น ปลายเมฆเพียงแค่รู้ว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานกลิ่นหอมอ่อนๆจากอีกฝ่ายได้เลยสักนิด

อาจจะเพราะบรรยากาศที่ดำเนินอยู่ อาจจะเพราะความเงียบที่เกิดจนได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองมากขึ้น หรืออาจจะเพราะแววตาของมันหวานที่กำลังทำให้ปลายเมฆไม่เป็นตัวของตัวเอง อาจจะเพราะเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้ปลายเมฆตัดสินใจกดท้ายทอยของคนเด็กกว่าให้ระยะห่างของเขาทั้งคู่หดหายจนแทนที่ด้วยริมฝีปากที่สัมผัสกัน

ริมฝีปากนุ่มนิ่มที่ปลายเมฆกำลังครอบครองนั้นสั่นระริกแต่เจ้าของความนุ่มหยุ่นไม่ได้ผละออก คุณหมอแตะริมฝีปากค้างไว้สักครู่เพื่อดูท่าทีของอีกคน มันหวานหลับตาแน่น ปลายเมฆจึงค่อยๆกดริมฝีปากแนบกับริมฝีปากสีอ่อนมากขึ้น เขาขบเม้มความนุ่มนิ่มดุจมาร์ชเมลโลนั้นอย่างแผ่วเบา 

คนตัวเล็กสั่นไหวแต่ปลายเมฆไม่คิดจะหยุดอะไรทั้งนั้นเมื่อจูบของมันหวานกำลังทำให้เขาเกิดอาการที่หัวใจ คุณหมอประคองใบหน้าหวานไว้ทั้งสองมือก่อนจะออกแรงพลิกตัวเองให้คนตัวเล็กนอนแนบกับผืนเตียง

ปลายเมฆไม่สนอาการเจ็บที่ข้อเท้า เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมคนเด็กกว่าเอาไว้ และออกแรงดูดดึงริมฝีปากรสหวานนั้นอย่างเอาแต่ใจ

เรียวลิ้นแตะตรงรอยแยกของริมฝีปากเหมือนเป็นการขออนุญาตก่อนที่อีกคนจะยอมตามใจมอบให้ ลิ้นเล็กของมันหวานถูกลิ้นร้อนของคนป่วยช่วงชิงเก็บเกี่ยวอย่างเอาแต่ใจและความเงอะงะของคนที่ไม่มีประสบการณ์นั้นทำให้ปลายเมฆเหมือนเสียการควบคุมตัวเอง

หน้าอกเล็กของมันหวานกระเพื่อมลงตามความสั่นไหวของร่างหาย ฝ่ามือเล็กสอดเข้าใต้กลุ่มผมของคนบนร่าง แม้จะจูบตอบกลับไม่เป็นนักแต่มันหวานเต็มใจเดินตามความต้องการของอีกฝ่าย     

ลมหายใจของคนทั้งคู่รวยรินซึ่งกันและกัน มันหวานละมือจากกลุ่มผมสีเข้มมาบีบไหล่คนตัวหนาเบาๆเพื่อบ่งบอกว่าต้องการอากาศในการหายใจ และเมื่อริมฝีปากละห่างออกจากกันความร้อนก็แผ่ซ่านไปทั้งร่างกาย

มันหวานเบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากของตัวเองสะกดกั้นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ซึ่งตอนนี้มันหลั่งไหลไปทั้งร่างกายและหัวใจของมันหวาน

มันหวาน ปลายเมฆจับปลายคางของอีกคนให้หันหน้ามามองกัน แววตาหวานฉ่ำหวานนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปลายเมฆชอบมันเหลือเกิน

หมอปลาย.. มันหวานเสียงแหบพร่า นิ้วเรียวแตะลงที่แก้มกร้านของคนบนร่าง แขนอีกข้างคล้องไว้ที่ต้นคอหนา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันดั่งคนช่างใจก่อนจะตัดสินใจพูดมันออกมา ตอนนี้ฝนตก

“...

หมอปลายเห็นมันหวานเป็นใครอื่นเหมือนคืนนั้นหรือเปล่า

คืนนั้นที่หมอปลายมองว่ามันหวานเป็นม่านฝน ผู้ชายคนนั้นที่หมอปลายคิดถึงในยามที่ฝนตก

ในวันนี้ ณ นาทีที่พวกเขาใกล้ชิดกันจนระยะห่างแทบไม่มีเหลือ หมอปลายยังมองมันหวานเป็นคนอื่นอยู่หรือเปล่า?

ที่จูบกันไปนั้น หมอปลายจูบมันหวาน หรือคิดว่ากำลังจูบใครอื่นหรือเปล่า

ปลายเมฆไม่ได้ตอบกลับไปในทันที เข้าโน้มใบหน้ากดจูบลงที่แก้มนิ่มของคนตัวเล็กกว่า ฝ่ามือหนาสอดใต้หลังของอีกฝ่าย ออกแรงยกคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นนั่งก่อนตัวเองจะสวมกอดและฝังใบหน้าไว้กับลาดไหล่แคบ

หมอปลายตอบมันหวานได้ไหม แขนน้อยๆกระชับกอดอีกคนแน่น ในใจก็หวังว่าคำตอบนั้นจะแสนดีเพื่อมันหวานสักครั้ง

เป็นมันหวานสักครั้งจะได้ไหม

รู้อะไรไหมมันหวาน

“...”

เธอรู้ไหมว่าฝนตกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่นึกถึงหน้าของเขา” 

“...”

รู้อะไรไหม ว่านี่คือจูบแรกของเรา และฉันในตอนนี้มองเห็นแค่เธอ

ฮึก.. หมอปลาย

มันหวานร้องไห้ออกมาเมื่อคำขอของตัวเองได้ผล หมอปลายไม่เห็นมันหวานเป็นคนอื่น หมอปลายไม่เห็นมันหวานเป็นเพียงตัวแทนของม่านฝนคนนั้น

หมอปลายย้ำมันว่านี่คือจูบแรกของเขาทั้งคู่

หมอปลายกำลังเห็นความสำคัญ

ปลายเมฆผละคนในอ้อมกอดออกมาเพื่อมองหน้า ใบหน้าหวานนั้นแดงก่ำเพราะกำลังร้องไห้ คุณหมอเช็ดน้ำตาออกให้คนที่กำลังสะอื้น มองแววตาสั่นไหวจากคนเด็กกว่า

มันหวานประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ด้วยสองมือ รสจูบเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขา มันละมุนคล้ายกับกำลังลิ้มลองดาร์กช็อคโกแลต

ดาร์กช็อคโกแลตที่บางครั้งก็ให้รสขม บางคราก็ให้รสหวาน

เหมือนกับหมอปลายเมฆที่เคยมีดวงตาที่โศกเศร้าแต่ตอนนี้มันหวานเห็นเพียงความอบอุ่นในแววตาของอีกคน

หมอปลายรู้ไหมว่ามันเป็นจูบแรกของมันหวานเลยนะ มันหวานยิ้มออกมา ปลายนิ้วโป้งลูบบนริมฝีปากของคนแก่กว่าเบาๆ

และมันหวานดีใจที่หมอปลายเป็นคนได้มันไป

คนตัวเล็กทำใจกล้าโดยการจูบริมฝีปากของคุณหมอก่อนในครั้งนี้ เป็นฝ่ายขบเม้มริมฝีปากแสนนุ่มของหมอปลายเมฆก่อน ทำเหมือนที่คนแก่กว่าทำให้ และเมื่อได้รับรู้ว่านี่เป็นจูบของเขาทั้งคู่จริงๆ เป็นจูบที่หมอปลายรับรู้ว่านี่คือจูบของมันหวาน มันยิ่งทำให้จูบครานี้อ่อนหวานมากกว่าเดิม

จูบค่อยๆบรรจงผละออก เสียงถอนริมฝีปากก้องอยู่ในหูของพวกเขา มันหวานมองหมอปลายที่กำลังยิ้มให้กัน ปลายนิ้วโป้งนั้นเช็ดน้ำสีใสของมันหวานที่เลอะตามขอบปากออกให้อย่างไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด 

มันหวาน ปลายเมฆเอ่ยออกมาหลังจากมองคนตรงหน้าอยู่นาน ปลายนิ้วแตะลงที่แก้มนุ่มก่อนจะลูบมันอย่างแผ่วเบา

“...” มันหวานนิ่งเงียบ รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมา

เธอทำสำเร็จแล้ว

“...”

เธอทำให้ฉันชอบเธอได้แล้วจริงๆมันหวาน

        ประโยคนั้นที่กำลังปลุกผีเสื้อในใจของมันหวานให้กล้าโบยบิน

       

 #มันหวานปลายเมฆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 425 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1037 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 22:24
    สงสารเตวิณจัง5555555
    #1,037
    0
  2. #977 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 01:07
    สงสารเตวิณเลย แพ้ตั้งแต่เริ่มที่แท้ แง แล้วแบบคูมหมอคะ...แพ้ความเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆจนได้
    #977
    0
  3. #949 pcy921 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:00
    เย่!!! มิชชั่นคอมพลีทค่าาาา
    #949
    0
  4. #918 นุ้งโด (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 08:16
    อย่ากลับมานะใานฝน อย่ากลับมา ฉันกลัววว
    #918
    0
  5. #900 Miiwxx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:58
    จริงนะหมอ
    #900
    0
  6. #852 areenachesani (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:02
    สำเร็จไปขั้นนึงแล้วนะมันหวานรู้กก
    #852
    0
  7. #826 Jibangrin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 21:36
    ฮรุกกกกก ชั้นขอกรีดร้องงงงงง มั่ยหวายยยยย แง้้้้้้
    #826
    0
  8. #796 taloeyteay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 08:42
    แงหมอปลายยยยยย
    #796
    0
  9. #790 orangepie, (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 19:13
    อ้ากกกกกกกกก จริงจังใช่มั้ยหมอปลาย ชอบน้องจริงๆชั่ยรึป้ะ วี้ดดดดดดดด
    #790
    0
  10. #724 PINKLAND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:04
    อี้ดดดดด จริงมั้ยหมอปลายยย
    #724
    0
  11. #703 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:51
    หมอได้ป่ดอย่าล้อเล่นกับความรู้สึกน้อง แงงงง
    #703
    0
  12. #687 silence_z (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:30
    รู้สึกว่ามันต้องดราม่า
    #687
    0
  13. #675 15magnitude (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:33

    หมออออ เอาดีๆๆๆๆๆ ชอบจริงๆนะ ไม่หลอกน้าาาา

    #675
    0
  14. #652 withfluffyp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 23:30
    หมออออออออ TT อย่าเล่นๆแค่ชั่ววูบนะ ฮือ ไม่งั้นจะโกรธแทนมันหวาน
    #652
    0
  15. #607 ppvs_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:04
    แกคือแบบ ฮือออออ จะร้องไห้แทนมันหวาน
    #607
    0
  16. #543 winterwinddd (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:25
    ฮืออออออจริงๆใช่มั้ยคุณหมอ
    #543
    0
  17. #445 JongjitSriyan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 12:02
    จริงใช่ไหม ไม่หลอกน้องนะหมอ
    #445
    0
  18. #338 Miki_milky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:52
    หมอปลายไม่โกหกมันหวานใช่ไหม ที่ชอบมันหวาน
    #338
    0
  19. #134 ฟิน... (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 16:48
    กรี๊สสสสสสสสสสสสสส
    #134
    0
  20. #94 NEO G (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 16:45
    พึ่งเข้ามาอ่าน ฮือออ ชอบมันหวานน่ารัก
    #94
    0
  21. #84 chimpleesky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 00:53
    ว้อยยยยเขินว้อยยยย น้องทำสำเร็จแล้วว้อยยยย
    #84
    0
  22. #80 K1407 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 11:32

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุด!!!

    #80
    0
  23. #77 MelodyAon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 23:37
    มันหวานลูกกกก เก่งมากก
    #77
    0
  24. #76 nuneonan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 21:07
    โอ๊ยเป็นเรื่องที่น่ารักมากดีมาก ชอบการดำเนินเรื่องแบบช้าๆค้อยๆเป็นค่อยๆไป เห็นความรู้สึกของหมอปลายที่ค่อยๆเปลี่ยนไปเพราะมันหวาน ส่วนหนูมันหวานก็หวานสมชื่อ ร้อยทั้งร้อยได้อยู่ใกล้คนแบบมันหวานนี่มีแต่ความสุขแน่ๆๆ
    #76
    0
  25. #75 oshbbh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 11:55
    โอ้ยยยยยยดีงามมมมมม >////<
    #75
    0