ตอนที่ 8 : VII :: #คนโง่ของผม [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1853 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

I’m a good enough person to forgive you, 
but not stupid enough to trust you again.


มาตกลงกันก่อนอ่าน :: นิยายเรื่องนี้พระเอกเจ้าชู้มาก และนางเอกโง่บรม เอาเป็นว่าอ่านกันเองนะคะ ฉากติดเรตจะไปลงในกลุ่มลับ ไปตามหากันเองนะคะ และที่สำคัญที่สุด คอมเมนต์เยอะเท่าไหร่ ได้อ่านตอนต่อไปเร็วมากเท่านั้นค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ





EPISODE 7
"เรานึกว่าเธอจะฉลาดกว่านี้นะ"

ประเด็นที่สงสัยคือ อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอทำแบบนี้?

เป็นไรไหมเนี่ยเมื่อแหนมมัดพยุงฉันขึ้นมาจากพื้น เขาก็แสดงความเป็นห่วงด้วยการสำรวจความเสียหายของร่างกายฉันจากการล้มเมื่อครู่

ไม่เป็นไรๆฉันปวดมือนิดหน่อยโดยเฉพาะบริเวณสันมือ ในขณะนั้นฉันก็มองไปที่มิ้งเป็นตาเดียว เธอคงรู้ว่าถูกฉันมองจึงแสร้งทำมาเป็นห่วงกันด้วยการดึงมือข้างที่ปวดไปดู

นานะซุ่มซ่ามจังนะ ดูดิมือแดงเถือก คงช้ำแน่เลยเพราะไม่อยากให้คนอย่างเธอมาแตะเนื้อต้องตัว จึงดึงมือออกทันที การกระทำของมิ้งชี้ให้เห็นว่าเธอไม่ใช่เพื่อนที่ดีอีกต่อไป ไม่ต้องเดาเหตุผลให้ปวดหัวฉันมองปราดเดียวที่แววตาของเธอก็รู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร

ขอบคุณที่เป็นห่วงพูดแค่นั้นก่อนที่อาจารย์จะถามไถ่ว่าฉันเป็นอะไรไหม ซึ่งฉันก็ตอบคำถามนั้นของอาจารย์เหมือนที่ตอบเพื่อนๆ ไป ท้ายที่สุดแล้วภายในคลาสก็กลับมาส่สภาวะปกติ ประหนึ่งว่าที่ฉันล้มเมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้น ซึ่งมันก็ดีแล้ว

กลุ่มฉันพรีเซ้นต์ตามปกติ ถึงแม้ว่าจะปวดที่มือแต่ด้วยสปีริตอันแรงกล้าที่จะพรีเซ้นท์งาน ฉันจึงอดทนและนำเสนองานจนผ่านไปได้ด้วยดี

วันนี้ทุกกลุ่มนำเสนอได้ดีมาก เกรดของงานชิ้นนี้ผมจะส่งให้ในกรุ๊ปของวันพรุ่งนี้นะครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อน

เมื่อหมดเวลาอาจารย์ปล่อย ฉันเก็บข้าวของของตัวเองและเตรียมตัวกลับบ้าน ในขณะที่มือก็ยังปวดเรื่อยๆ พักนี้ฉันเป็นอะไรกับแขนมากหรือเปล่า เดี๋ยวก็โดนอดีตเพื่อนสนิทจิกจนเป็นแผล วันนี้ยังมาล้มจนข้อมือซ้น

ไปห้องพยาบาลไหมนานะ ข้อมือเธอก็มีแผลด้วย เดี๋ยวเราพาไปแหนมมัดอาสาเมื่อเห็นฉันสำรวจแผลของตัวเอง ความจริงฉันมีแพลนในหัวว่าจะไปเหมือนกัน

ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปเองก็ได้จ้ะ

พูดว่าไม่เป็นไรๆ มาตั้งแต่ในคลาสและ เก่งจริงๆ นะเธออะเหมือนเขาจะแซะฉันนะ แต่ทว่าฉันก็รับรู้ได้ว่าแหนมมัดเป็นห่วงจริงๆ

ฮ่าๆ เราก็เป็นแบบนี้แหละในระหว่างที่คุยกับแหนมมัดอยู่นั้น ฉันแอบเห็นมิ้งยู่ปากมองบนเหมือนว่าหมั่นไส้อะไรบางอย่างเต็มประดา ปลายตามองเธอครู่เดียวก็กลับมาสนใจคู่สนทนาต่อ ปกติเราไม่ได้ซุ่มซ่ามนะ

เชื่อดีไหมคนตรงหน้าคงคิดว่าฉันพยายามจะแก้ต่างให้ตัวเอง แต่นั้นก็ไม่ได้ผิด เพราะฉันไม่ได้แก่ต่างให้ตัวเองอย่างเดียวหรอก

นอกจากจะมีคนอยากให้เราล้มอะตอนฉันพูดประโยคนี้ฉันปลายสายตาไปทางมิ้งอีกครั้ง เห็นเธอมองมาเหมือนกัน แต่ไม่ใช่สายตาของคนเป็นมิตรสักเท่าไหร่

ผู้ชายอย่างแหนมมัดคงไม่ได้โง่จนมองสถานการณ์ไม่ออกหรอกเนอะ ว่าฉันจะสื่ออะไร

คนเรานี่ก็แปลกเหมือนกันนะ ฉันว่าฉันอยู่ของฉันเฉยๆ ไม่เคยไปทำอะไรใครก่อน แต่ทำไมมักคนไม่ประสงค์ดีกับฉันเต็มไปหมด นี่ฉันไว้ใจใครได้บ้างไหม

อืมแต่ครั้งนี้เราคงซุ่มซ่ามเองนั่นแหละสองแขนยกมากอดอก พลางทำสีหน้าเหมือนว่าตัวฉันนั้นเป็นคนล้มเอง เพราะถ้าจะมีคนขัดขาเราจริงๆ ก็คงจะเป็นคนที่เรากำลังเดินผ่าน ซึ่งคนคนนั้นก็คือมิ้ง

พูดอย่างอ้อยอิ่งแล้วมองเธอด้วยสายตาเหยียดขั้นสุด มุมปากของฉันกระตุกยิ้มเองโดยสัญชาติญาณ มิ้งกำลังตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่รู้ตัว ฐานะของเธอตอนนี้ทำให้เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้มากนัก แต่ว่าคงไม่ใช่หรอกเนอะ ฮ่าๆๆๆ

ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะตามทันหรือเปล่าเพราะเห็นสีหน้าของเขาค่อนข้างเหรอหราพอสมควร

ใช่ เราจะไปทำอย่างนั้นทำไม เหมือนนางร้ายในละครเลยแน่นอนว่ามิ้งต้องปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ทำ เพราะการเล่นงานใครสักคนแบบไม่เปิดเผยมันต้องทำให้แนบเนียนและแยบยล เพราะถ้าฉันเป็นมิ้งฉันก็คงปฏิเสธตาใสแบบเธอ แต่ฉันจะไม่ใช้วิธีกะโหลกกะลาแบบนางร้ายละครหลังข่าวแบบนี้แน่นอน

อ่างั้นเราไปก่อนนะ พอดีแฟนเรารอนานแล้วอะ เดี๋ยวต้องไปห้องพยาบาลด้วยจริงซะด้วยที่มิ้งเปลี่ยนไปเป็นเพราะเรื่องของเมฆ ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ เพียงเพราะฉันพูดคำว่าแฟนออกมาจากปาก มิ้งที่ดูเหมือนจะเก็บสีอารมณ์ไม่เก่งก็ตีสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

ปัง!

ฉันปิดประตูห้องน้ำลงกลอนอย่างรุนแรงโดยที่ไม่สนใจคนที่ใช้บริการห้องน้ำเหมือนกันส่งผลให้เกิดเสียงการกระทบของประตูดังสนั่น สร้างความตกใจให้แก่คนข้างนอกไม่มากก็น้อย แต่ตอนนี้ฉันกลับไม่สนใจอะทั้งนั้นนอกจากอยากจะระบายอารมณ์ของตัวเองด้วยการ

ร้องไห้

ร้องไห้อีกแล้ว น่าเบื่อจริงๆ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะสรรหาวิธีการปลดปล่อยอารมณ์ที่มันตีตื้นอยู่ในใจยังไง

ฉันคิดว่าตัวเองเข้มแข็งมากๆ แต่ในขณะเดียวกันฉันก็แสนจะอ่อนแอและเป็นคนที่น่าสมเพช ฉันไปทำอะไรให้คนพวกนั้นนักหนา พวกเขาถึงรวมหัวกันมาทำร้ายกัน

หลายครั้งที่ฉันเกือบจะทนไม่ไหวแล้วถอยออกมาเอง แต่ทว่าใบหน้าของเมฆที่แทงข้างหลังฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ลอยมา มันทำให้ฉันฮึดและอยากจะเอาคืน แต่ทว่ายิ่งฉันคิดจะทำหัวใจฉันยิ่งเจ็บ มันยิ่งทำให้ฉันเกลียดตัวเอง เกลียดหัวใจของตัวเองจนอยากควักมันออกมาแล้วปาไปให้ไกลๆ เฝ้าถามตัวเองอยู่ร่ำไปว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้นสักที

แล้วเมื่อไหร่จะฉันเข้มแข็งได้จริงๆ สักที


วันต่อมา

น้อง ไปตามพ่อกับเจ็ทมากินข้าวหน่อยไปแม่เอ่ยสั่งในตอนที่ฉันตักข้าวใส่จานสุดท้ายพอดี

อ้าว เจ็ทกลับมาตอนไหนอะแม่ตั้งแต่ฉันมาถึงบ้านช่วงเช้าก็ไม่เห็นเจ็ทเสนอหน้าลงมา ก็เลยคิดว่าน้องสาวคนนี้อาจจะงอนพ่อจนไม่ยอมกลับบ้านเสียที เออจะว่าไปฉันก็ลืมคุยกับน้องเลยนะ

เมื่อวานนั่นแหละลูก

แล้วพ่อว่ายังไงบ้างปกติพ่อของฉันค่อนข้างเข้มงวดกับเจสซี่มากเลย เพราะพ่อรู้ว่าน้องฉันเป็นแบบนี้ จึงไม่ค่อยปล่อยให้คลาดสายตาเท่าไหร่ นี่ก็แปลกเหมือนกันที่เจ็ทไปอยู่บ้านคนอื่นแล้วพ่อไม่ตาม

ก็ไม่ว่ายังไง แต่ก็ไม่คุยกันเลย แม่เหนื่อยใจเหมือนกันพอฟังที่แม่เล่ามาถึงตอนนี้ฉันก็แอบสงสารผู้เป็นแม่ขึ้นมาหน่อยๆ แม่ก็เหมือนเป็นคนกลางของบ้าน เวลาใครทะเลาะหรือไม่คุยกัน แม่ก็มักเป็นคนกลางที่ลำบากทุกที

วันนี้ฉันกลับมาบ้านเพราะเป็นวันเสาร์ ฉันคิดไว้แล้วว่าจะย้ายกลับมาอยู่บ้านวันจันทร์นี้เลย และเมื่อคืนฉันก็ไปนอนห้องจิ๋วมาเพราะยังระแวงเมฆไม่หาย เขารู้รหัสของห้องฉัน ถึงแม้จะเปลี่ยนรหัส แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจเขาอยู่ดี

ฉันออกไปตามอดีตนายทหารก่อนเป็นคนเพราะท่านนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หน้าบ้าน กาลเวลาผันเปลี่ยนไป คนเราก็เปลี่ยน เมื่อก่อนพ่อของฉันหล่อมากเลย แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นตาลุงแก่ๆ คนหนึ่งที่เกษียณราชการนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้านเฉยๆ

พ่อคะ แม่ให้ตามไปทานข้าวพ่อของฉันชอบนั่งตากแดดอยู่เรื่อย ฉันเคยถามอยู่ครั้งหนึ่งว่าทำไมถึงชอบนั่งตากแดด ไม่ร้อนบ้างเหรอ คำตอบของท่านคือร้อนกว่านี้ก็เคยมาแล้ว

อืม เดี๋ยวพ่อไปเมื่อได้ยินอย่างนั้นฉันจึงขึ้นไปตามเจ็ทที่ห้องของนางต่อ ปกติฉันกับน้องก็สนิทกันมากอยู่ จึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะเคาะ

ว๊ายย!” น้องสาวของฉันหวีดเสียงออกมาทันทีเมื่อฉันเปิดประตูห้องมาเจอนางที่เสื้อไม่ใส่แถมกำลังพยายามเบ่งกล้ามหน้ากระจกอีก

ทำไมอะไรของเธอยิ้มขำแซวน้องสาว เจ็ทเหมือนจะอายมากเพราะต่อมานางก็รีบใส่เสื้อแล้วมองฉันด้วยสายตาไม่พอใจอย่างแรง อะไร เดี๋ยวน้องจิกพี่เหรอ

เจ๊ไม่มีมารยาทเลยปากนางตอนพูดยู่เหมือนตูดลิง น้องสาวฉันเป็นคนหน่อมแน้มตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วกลับมาตั้งแต่ตอนไหน

ตอนเช้า เธอไม่ลงมาเองนะไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่ารูปลักษณ์ภายนอกจ้องสาวฉันเปลี่ยนไป นางดูแมนขึ้นนะ สังเกตได้จากหนวดที่เริ่มขึ้นเป็นตอ ถ้าปกตินางจะไม่ปล่อยมีแม้แต่ตอหนวดเลยแหละ ทำไมกลัวพ่อมาเห็นหรือไง

โอ๊ย เลิกพูดถึงตาแก่คนนั้นเหอะ แล้วเจ๊มีไร

แม่ให้ตามไปทานข้าว

อืม เดี๋ยวเจ็ทไปสองพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันอย่างกับแกะเลย คำพูดยังใช้คำเดียวกันเลยอะ

 

จะว่ายังไงดีบรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะอึดอัด อบอวนไปด้วยรังสีแปลกๆ จากสองพ่อลูกที่ปล่อยออกมาตลอดเวลา แม้แม่พยายามจะชวนพูดชวนคุยแค่ไหน ทั้งเจ็ทและพ่อก็เอาแต่ทานข้าวไม่สนใจ ถามคำตอบคำ จนในที่สุดก็มาถึงช่วงสุดท้ายของมื้อนี้

เอ่อพ่อกับแม่ น้องมีเรื่องจะบอกค่ะฉันจึงถือโอกาสนี้บอกเรื่องที่จะย้ายกลับมาอยู่บ้านเสียเลย พ่อกับแม่รวมถึงเจ็ทก็ดูท่าจะรอฟังฉันอย่างตั้งใจเลยทีเดียว น้องจะย้ายกลับมาอยู่บ้านนะ

ทำไมล่ะแม่เป็นคนถาม ส่วนพ่อก็เปลี่ยนท่านั่ง

น้อง….น้องคิดถึงพ่อกับแม่แล้วก็เจ็ทค่ะเป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเลย ร้อยวันพันปีถ้าแม่ไม่บอกให้กลับช่วงวันหยุดหรือตอนปิดเทอม ฉันก็ไม่ค่อยอยากกลับเท่าไหร่ เหตุผลก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่

แน่ใจ? ไม่ใช่ว่าไปมีปัญหาอะไรกับใครนะลูกฉันเริ่มเลิ่กลั่กขึ้นมาหน่อยๆ แต่ก็ยังคงเก็บอาการได้อยู่ พ่อฉันเป็นคนฉลาด ฉลาดเกินไป

ไม่มีค่ะน้องขอโทษพ่อกับแม่ที่ต้องโกหก แต่น้องไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้ว่าน้องคบกับผู้ชายสันดานชั่วที่อยากเลิกแต่เขาไม่ยอมเลิก พ่อก็รู้ว่าน้องเป็นคนยังไง น้องไม่กล้าไปมีปัญหากับใครหรอกค่ะ

พ่อก็พูดเผื่อไว้ก่อน ถ้ามีปัญหากับใครบอกพ่อนะ พ่อจัดการให้ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นมาอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ว่านะต่อให้พ่อของฉันจะเคยเป็นทหารยศใหญ่ มีคนเคารพนับถือมากในสังคม แต่ฉันก็ไม่กล้าบอกเรื่องเมฆกับพ่ออยู่ดี

แล้วมันจะไม่ลำบากเหรอลูกแม่แย้งมา

ไม่หรอกค่ะ ถ้าน้องขี่มอเตอร์ไซค์ที่พ่อซื้อให้แป๊บเดียวก็ถึงมอแล้วตอนแรกพ่อกับแม่เหมือนว่าจะมีคำถามเยอะมากกับการตัดสินใจของฉัน แต่ก็ต้องขอบคุณความสามารถในการช่วยแถของเจสซี่ด้วย ถึงทำให้พ่อกับแม่อนุมัติให้ฉันย้ายกลับมาอยู่บ้าน

ส่วนคอนโดก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น เพราะฉันคงไม่ย้ายกลับมาอยู่บ้านถาวรหรอก รอให้ผ่านช่วงนี้ไปฉันอาจจะย้ายกลับไปอยู่คอนโด

วันต่อมาพ่อพาฉันมาย้ายของที่คอนโด โดยเลือกเฉพาะของที่จำเป็น เนื่องจากว่าฉันไม่คิดว่าจะพาไปเอาของ ฉันเลยยังไม่ได้จัดของให้เตรียมพร้อม เพื่อไม่ให้พ่อรอนานฉันจึงบอกพ่อให้กลับไปก่อน ส่วนฉันจะหาทางกลับไปบ้านในช่วงเย็นๆ เอง

เหมี๊ยว เหมี๊ยว

เมื่อเปิดประตูเข้าห้องมา นังแมวอ้วนที่ไม่เจอวันหนึ่งเต็มๆ ก็เดินเข้ามาพันแข้งพันขา ฉันอดไม่ได้ที่จับอุ้มนางขึ้นมาฟัดให้หายหมั่นเขี้ยว ฉันไม่ได้ทิ้งมินนี่ให้อยู่คนเดียวนะคะ อย่าเข้าใจผิด ฉันจ้างให้แม่บ้านของคอนโดนี้ขึ้นมาให้อาหารมันในตอนที่ฉันไม่อยู่เป็นประจำ ทำให้ฉันค่อนข้างที่จะสนิทกับแม่บ้านนิดหน่อย ฮ่า

เหงาไหมคะ หืมหม่ำๆ ยังแมวอ้วนครางในลำคออย่างออดอ้อน ฉันมองไปที่จานข้างของนางก็เห็นว่ายังมีอาหารแมวหลงเหลืออยู่ แสดงว่าแม่บ้านคงมาให้อาหารมันแล้ว มาอ้อนแบบนี้สงสัยอยากกินขนมแน่นอน

แมวเจ้าเล่ห์

เดี๋ยวแม่ให้หม่ำหนมนะ ตอนนี้แม่ขอเก็บของก่อน เคเปล่า เดี๋ยวเราย้ายไปอยู่บ้านใหญ่กัน เนอะๆในตอนที่ฉันอุ้มแมวอ้วนมาวางไว้บนโซฟา ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะเข้ากับผิวของฉันอย่างจัง ตั้งแต่เข้าห้องมาฉันยังไม่ได้เปิดแอร์เลยนะ แล้วทำไมแอร์ถึงเปิดได้ ปกติฉันจะให้แม่บ้านคอยเปิดพัดลมให้มินนี่ เพราะกลัวนางร้อน แต่นี่

เธอจะย้ายไปไหนครับ…” และเสียงทุ้มหนาของใครบางคนทำให้ฉันกระจ่างว่าทำไมแอร์ถึงเปิดทิ้งไว้ ไม่คิดจะบอกกันเลยเหรอว่าจะไปไหน เราก็อุตส่าห์มารอตั้งแต่เมื่อคืนวันศุกร์

เหมี๊ยว

เจ้าของเสียงทุ้มหนาที่ว่านั่นเดินออกมาจากห้องนอนของฉัน โดยที่ในมือของเขาถือกรอบรูปที่ฉันจำได้ว่าเป็นรูปคู่ของฉันและเขาซึ่งก่อนหน้านี้มันน่าจะตั้งอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง

ตอนนี้ในสมองประมวลผลหลายอย่างมาก และอย่างแรกเลยคือฉันต้องหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

มินนี่แม่ขอโทษนะลูก เดี๋ยวจะกลับมารับ

เมื่อเอ่ยกล่าวแมวอ้วนในใจอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนที่ในที่สุดจะตัดสินใจหันรีบวิ่งไปที่ประตูเพื่อหวังที่จะหนีเขาออกจากห้องนี้ แต่ทว่าเมื่อวิ่งจนมาถึงประตูได้ดั่งใจหมายแล้วฉันกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอื้อมมือไปจับกลอนประตู เพราะร่างกำยำที่ไม่รู้ว่าวิ่งตามฉันทันได้ยังไงเป็นฝ่ายเอื้อมมือมาจับแขนฉันได้ทันก่อน

ปล่อย!” ผลที่เกิดขึ้นคือฉันดิ้นขลุกขลักและหวีดร้องเสียงดังลั่น เมฆที่มีความสูงมากกว่าฉันหลายเซนติเมตรดันร่างของฉันที่หันหลังให้กับเขาชิดกับประตู ในขณะที่แขนข้างหนึ่งของฉันถูกจับกดให้ไพล่ไว้ที่หลัง

หนีทำไมเรามาคุยด้วยดีๆการกระทำแบบนี้แถวบ้านเขาเรียกคุยดีๆ หรือยังไงกัน นอกจากจะไม่น่าไว้ใจแล้วยังทำให้ฉันกลัวมากขึ้นกว่าเดิมอีก ว่าไงครับเธอจะย้ายเหรอ

ขนอ่อนของร่างกายพากันตั้งชันอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อริมฝีปากของผู้บุกรุกเอ่ยชิดต้นคอ การเสียดสีของการกระทำดังกล่าวทำให้ฉันเริ่มเกิดอาการหวาดหวั่นในใจ อีกทั้งลมหายใจที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ยิ่งสร้างความเกรงกลัวให้แก่ฉันเป็นเท่าตัว

อย่าคำตอบของฉันในตอนนี้ที่มีให้กับเขาก็คือการปฏิเสธทุกรูปแบบ ฉันขยาดเหลือเกินที่จะให้เขามาแตะต้องตัวฉันหรือแม้กระทั่งใช้สายตาที่มีความนัยบางอย่างมองมา

ฉันรับรู้ได้ว่าร่างกายฉันสั่นเกินจะควบคุม มืออีกข้างของฉันที่เคยยันประตูไว้เปลี่ยนมาเป็นกำแน่น

ตอบเราก่อนสิครับแล้วจะปล่อยน้ำเสียงของเขาเชื่อถือได้กี่เปอร์เซ็นต์กันล่ะ

ใช่แต่ทว่าถึงจะเชื่อถือไม่ได้ ฉันก็ตอบคำถามของเขาเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เมฆในตอนนี้ไม่ใช่เมฆคนเดิม สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมาใส่หน้ากากเข้าหากันหรือแสดงว่ารักกันนักหนาอีกต่อไป

ทำไมถึงอยากย้ายกลับไปล่ะ อยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้วอยู่กับเราเมฆฉันไม่ต้องการความเห็นที่สุดแทนจะทุเรศจากนาย

ตอบแล้วก็ปล่อยฉันสิ!” การที่เขาเอามือฉันไพล่หลังมันทำให้ฉันเริ่มเจ็บจนต้องดิ้นอีกครั้ง อีกทั้งฉันยังรู้สึกรังเกียจเวลาเราริมฝีปากของเขามาโดนต้นคอหรือแม้กระทั่งลมหายใจของเขา

ปล่อยก็ได้ฉันไม่คิดว่าเมฆจะปล่อยฉันไปเฉยๆ เพราะคำว่าปล่อยของเขาก็คือการเลิกดันแขนให้ไพล่หลัง แต่เป็นปล่อยของเขาคือการออกแรงลากฉันให้เข้าไปด้านในห้อง

ฉันถูกเหวี่ยงให้มานั่งอยู่ตรงโซฟา ฉันมองมินนี่ที่นอนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจ ช่างไม่รู้อะไรเอาบ้างเสียเลย บางทีฉันก็อยากเป็นแมวเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ วันๆ นอนรอให้เจ้ามาให้อาหาร จากนั้นก็นอน

สรุปทำไมถึงย้ายครับเมฆเขยิบเข้ามานั่งใกล้ๆ ส่วนฉันก็ถอยหนี เขาเหมือนกำลังรับบทบาทเป็นคนโง่ที่ไม่รู้สถานการณ์ ทั้งๆ ที่จริงแล้ว เขานั่นแหละที่บีบให้ฉันต้องย้ายออก

อย่าแกล้งโง่!” เพราะงั้นฉันจึงอดไม่ได้ที่จะด่าเขาไปหนึ่งที อารมณ์เกรี้ยวโกรธของฉันที่แสดงออกไป เมฆคงรับรู้มัน เขาทิ้งได้ยิ้มเยาะออกมาอย่างชอบใจ

เรานึกว่าเธอจะฉลาดกว่านี้นะ เมฆอุ้มมินนี่ที่นอนอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา ลูบขนมันอย่างรักใคร่เอ็นดู ฉันมองทุกการเคลื่อนไหวของเขา ทำไมครับ เราอยากจะแกล้งโง่แบบเธอไม่ได้เหรอ

“…!” คนอย่างเขามันน่ารังเกียจ ฉันพึ่งตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งก็ตอนนี้ รู้สึกอยากตบตีทึ้งหัวตัวเองที่ทนโง่มาหลายเดือนเพราะคำว่ารักที่มีให้แก่ผู้ชายคนนี้ โง่งม โง่บรม การทดลองเป็นคนโง่ของฉันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาก็คือสูญเปล่า เสียทั้งเวลาและเสียทั้งความรู้สึก ฉันเกลียดตัวเอง

ต่อไปนี้มันจะไม่มีอีกแล้วไอ้คำว่ารัก

พอกันที ฉันพอแล้ว

เราถึงขอให้นานะแกล้งโง่ให้เราต่อไง เราชอบแล้วเราก็รักเธอมากพอที่จะไม่มีวันปล่อยเธอไปทันทีที่เขาประกาศความคิดที่สุดแสนจะชั่วช้าออกมาจากปาก เมฆก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง ทำท่าจะดึงตัวฉันเข้าไปกอดแต่ทว่าฉันไม่ยอมจึงผลักแผงอกของเขาให้ออกห่างตัว

อย่ามาแตะต้องตัวฉันขยะแขยงทุกครั้งที่เขามองมา อยากจะอาเจียนเมื่อถูกสัมผัสโดยน้ำมือที่หยาบโลน

ทำไมเย็นชากับเราขนาดนี้ล่ะครับอยากจะหัวเราะแรงๆ จริงๆ ฉันเริ่มรำคาญความอินโนเซนต์ของเมฆขึ้นทุกที รู้สึกเหมือนกรรมกำลังจะตามสนองฉัน เคยทำแบบนี้กับหลายคนเพียงเพราะไม่อยากปะทะฝีปากด้วย

นายจะไม่ยอมเลิกใช่ไหมเมฆฉันถามเขาเพื่อขอความแน่ใจ ฉันกำลังให้โอกาสเมฆ และดูเหมือนว่าเขาจะไม่รับโอกาสนั้นของฉันไป และเขาตอบคำถามของฉันด้วยการทำอะไรบางอย่างกับมือถือของตัวเอง

ก่อนที่ต่อมามือถือฉันในกระเป๋ากางเกงจะเกิดการแจ้งเตือนขึ้น ฉันรีรอที่จะหยิบขึ้นมาดู ในขณะที่สายตาก็ไม่วางตาไปจากร่างกำยำ ซึ่งเขาก็จ้องมาแบบไม่ละสายตาไปไหนเหมือนกัน

ฉันกระจ่างได้ภายในไม่กี่วินาทีว่าเมฆคิดจะทำอะไร เพราะเมื่อเปิดหน้าจอดูแจ้งเตือนที่โผล่ขึ้นมา ฉันก็พบว่าเมฆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดแม้แต่จะเปิดตัวฉันกับใครได้ตั้ง Relationship กันฉันในฐานะ แฟนอย่างเป็นทางการในเฟซบุ๊ค

นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขากำลังท้าทายฉันอย่างชัดเจน 

เราก็ว่าเราพูดชัดแล้วนะ ว่าเราไม่เลิกกับเธอ การที่เราตั้งสถานะกับเธอในวันนี้ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะครับเราว่าฉันเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ใช้สายตาที่แสนจะรังเกียจมองไปทางเขา ซึ่งเมฆไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เขากำลังทำให้ฉันหมดทางเลือก ถ้าเธอไม่อยากอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไรครับ เราเข้าใจเธอหนีเราไปอยู่บ้านเถอะ

เมฆยิ้มแปลกๆ ทันทีที่เขาพูดจบ ฉันไม่เข้าใจและจะไม่พยายามเข้าใจเขาว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ไม่มีใครรู้ว่าคิดจะทำอะไรนอกจากตัวของเขาเอง เพราะฉะนันฉันถึงได้นั่งฉงนอยู่แบบนี้

ฟุ่บ!

เพราะว่าไม่ทันได้ตั้งตัว เมฆจึงฉวยโอกาสโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วประทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วที่ปากของฉันจนเกิดเสียง จุ๊บ!” ซึ่งเขาก็ผละออกไปทันทีเมื่อฉันได้สติโดยไม่รอให้ฉันเป็นฝ่านผลักออก

ได้แต่กรีดร้องในใจพร้อมเอามือของตัวเองขึ้นมาเช็ดปากแรงๆ เมฆมองปฏิกิริยาฉันและเขาก็ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัยเหมือนเดิม จากนั้นเขาก็เป็นฝ่ายเดินออกไปจากห้องนี้โดยทิ้งปริศนาคาใจให้ฉันว่าเขาคิดจะทำอะไรออกไป

เฮ็งซวย!!” โมโหฉันโมโหตัวเองมากถึงมากที่สุด ไม่มีอะไรไม่ได้ดั่งใจฉันสักอย่าง เป็นอีกครั้งที่ฉันเอื้อนเอ่ยถ้อยคำหยาบคายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เหมี๊ยว

แมวอ้วนรู้งานประหนึ่งว่าฟังภาษาคนรู้เรื่อง เพราะในวินาทีต่อมานางก็เอาหัวมาถูไถกับขาของฉันอย่างออดอ้อน พ่อของเธอมันสารเลว…”

เมื่อไม่มีที่ระบายความคิดด้านลบของตัวเอง แมวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้

ฉันอุ้มมินนี่ขึ้นมาประจันหน้า นางกระพริบตาปริบๆ ไม่ต่อไปนี้ลูกแม่จะไม่มีพ่อทุเรศๆ แบบนั้นหรอก อยู่กับสองคนแม่ลูกดีกว่าเนอะว่าจบก็กอดนางอย่างรักใคร่ ฉันทั้งรักทั้งเกลียดเมฆก็จริงแต่ทว่ามินนี่เป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าฉันเคยมีช่วงเวลาที่ดีกับเขาและฉันแยกแยะออกว่าถึงแม้จะเกลียดเมฆเพียงใด ฉันก็ไม่มีวันทิ้งขว้างหรือทำร้ายมินนี่เด็ดขาด

ฉันไม่เก็บเอาเรื่องที่เมฆทำวันนี้มาใส่ใจ เขาจะทำอะไรต่อจากนี้ก็เรื่องของเขา หลังจากนี้ก็ต้องมาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งฉันมั่นใจว่าตัวเองจะหาทางแก้ไขมันได้อย่างแน่นอน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแหละ

เรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นเมื่อฉันพยายามที่จะเก็บสัมภาระที่จำเป็นมากที่สุดใส่กระเป๋าเดินทาง แต่พบว่าเมื่อเก็บไปเก็บมาจากกระเป๋าหนึ่งใบก็เพิ่มมาเป็นสอง จากสองเพิ่มมาเป็นสาม จนในที่แล้วกระเป๋าของฉันมันก็ไม่พอสำหรับการบรรจุข้าวของสำคัญที่ฉันว่า

และที่สำคัญไปกว่านั้นมันลำบากต่อการเดินทางเอามากๆ ฉันจะแบกกระเป๋าสามใบนี้ลงไปที่ล็อบบี้ยังไงดี คิดได้ไม่กี่วิธีนั่นก็คือต้องเทียวไปเทียวมาขนลงทีละใบ เพราะสารร่างย่างฉันไม่มีปัญญาขนไปหมดแน่ๆ

ฉันตัดสินใจเอาของออกจากกระเป๋าเพื่อแบ่งเบาพื้นที่ในกระเป๋า โดยคัดของที่สำคัญจริงๆ สำคัญที่สุด ของที่แบบว่าคัดแล้วคัดอีกว่าต้องเอาไปชัวร์ๆ ก็อย่างเช่นคอลเลคชั่นเครื่องสำอางที่กินพื้นที่ในกระเป๋าไปมากกว่า 50% ในหนึ่งกระเป๋า ส่วนเสื้อฉันไม่เอากลับไปเยอะเพราะที่บ้านใหญ่มีอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็นของจิปาถะเล็กๆ น้อยๆ

ใช้เวลาอยู่นานในที่สุดฉันก็จัดของเสร็จสักที เดินดูความเรียบร้อยในห้องอีกนิดหน่อย ฉันตัดสินใจว่าจะเอากระเป๋าลงไปทีละใบจนครบสามใบ ในรอบที่สามนั้นฉันจะเอามินนี่ลงมาหน่อย ก็ค่อนข้างที่จะทุลักทุเล แต่ว่าไม่มีทางเลือกเท่าไหร่

ฉันเริ่มแบกกระเป๋าเดินทางใบแรกลงไปที่ล็อบบี้ในขณะที่กำลังรอลิฟต์นั้นฉันก็ฮัมเพลงไปเรื่อยเปื่อย แต่เมื่อได้ยินฝีเท้าหนักๆ ของเพื่อนข้างห้องคนอื่นๆ ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้จากทางด้านหลัง ฉันจึงสงบปากทันที

เพราะไม่คิดหันไปมองว่าเป็นใครฉันจึงเสตามองไปเรื่อยเปื่อน ปกติฉันไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเท่าไหร่นัก พูดง่ายๆ คือไม่รู้จักใครเลยนั่นแหละ

จะไปไหนน้ำเสียงของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันมันคุ้นมาก เสียงเหมือนหนึ่งในเพื่อนในกลุ่มของฉัน แต่ทว่ามันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่อยากคาดเดาต่อไปจึงหันไปเผชิญหน้ากับผู้ถามโดยตรง

เอ๊ะ!” และพบว่าเจ้าของเสียงที่คุ้นหูนั้นคือเพื่อนในกลุ่มฉันจริงๆ ดิม?

ประเด็นที่สำคัญและฉันสงสัยมากๆ เลยก็คือทำไมดิมถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่อะฉันไม่รีรอที่จะถามเขา

ดิมหลุบตามองที่กระเป๋าเดินทางใบโตของฉัน ก่อนที่เขาจะตอบคำถาม พึ่งย้ายเข้ามาวันนี้

หาเป็นเรื่องที่บังเอิญจริงๆ เราเกือบจะเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ถ้าเกิดฉันไม่ย้ายออกก่อน ดีจริงๆ เขาย้ายเข้าส่วนฉันย้ายออก

อ๋ออืม เราจะย้ายไปอยู่บ้านสักพักน่ะในขณะนั้นประตูลิฟต์ก็ได้เปิดออก บทสนทนาของฉันและดิมจึงชะงักลง ในตอนที่ฉันกำลังจะยกกระเป๋าเดินทางของตัวเองขึ้นมานั้น ก็เป็นฝ่ายดิมที่ฉวยมันไป ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในลิฟต์หน้าตาเฉย

ฉันยืนงงอยู่เล็กน้อย ก่อนที่ดิมจะกดดันด้วยการกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์ค้างไว้พร้อมเลิกคิ้วขึ้นสงสัยประมาณว่า จะเข้ามาได้หรือยังนั่นแหละฉันถึงเลิกเอ๋อแล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ทันที

ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าจิตใจของฉันจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่นัก

อ่าแล้วดิมกำลังจะไปไหนเหรอเนื่องจากว่าห้องฉันอยู่ชั้น 15 จึงใช้เวลาน่าจะมาประมาณสองนาทีกว่าจะเดินทางถึงชั้น 1 เพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในลิฟต์เงียบเกินไปฉันจึงเป็นฝ่ายถามเขาอีกครั้ง

ไปทำธุระแถว N” ชื่อสถานที่ที่ดิมบอกว่าจะไปทำธุระเล่นเอาฉันแปลกใจรอบที่ล้าน เพราะมันอยู่ระแวกเดียวกับบ้านของฉันเลยน่ะสิ บังเอิญดีจริงๆ แล้วบ้านเธออยู่แถวไหน

ไม่รู้ฉันคิดมากไปเองหรือเปล่านะว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเหมือนจงใจให้ฉันต้องไปกับดิม เขาต้องไปส่งฉันแน่ๆ หากฉันตอบว่าบ้านของฉันก็อยู่แถวๆ ระแวกที่เขากำลังจะไปทำธุระ แล้วฉันควรตอบเขาว่าอะไรดีล่ะ?

อ๋อ อยู่แถวเดียวกับที่เธอจะไปพอดีเลยจะดูเหมือนว่าฉันอยากไปกับเขาไหมถ้าฉันตอบแบบนี้ออกไป

อ๋อ อยู่แถว L น่ะ ไกลมาเลยใช่ไหมล่ะแล้วถ้าฉันโกหกออกไปว่าอยู่คนละทางกับเขา มันจะดีไหม ถ้าดิมมารู้ทีหลังว่าโกหกเขาจะมองฉันว่าเป็นผู้หญิงขี้โกหกหรือเปล่า

แล้วทำไมฉันต้องมาคิดมากด้วยอะ

อยู่แถว N อะเพราะงั้นฉันจึงตอบความจริงออกไปโดยไม่คิดอะไรให้มากความอีก ดีเหมือนกันถ้าหากว่าเขาอาสาไปส่งฉันก็จะได้ไม่เสียค่ารถและไม่ลำบากเรียกแท็กซี่ด้วย

คิดแล้วก็ดีจริงๆ เลยนะ


น้องลูก แม่เข้าไปได้ไหมในขณะที่ฉันกำลังนั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นบริเวณหน้าห้อง

ค่ะแม่ เข้ามาได้ค่ะยังขานตอบรับท่าน

แม่เปิดประตูเข้ามาในชุดพร้อมที่จะนอน ใบหน้าของท่านแต่งแต้มไปด้วยแป้งฝุ่นกลิ่นหอม ฉันก็เลยอดที่จะเดินเข้าไปกอดแม่แล้วหอมแก้มท่านฟอดใหญ่ไม่ได้

ขี้อ้อนจริงนะเราเราสองคนแม่ลูกเดินไปนั่งที่เตียงนอน แม่ในวัย 51 ยังดูสาวและสวยมากสำหรับฉัน

มีอะไรหรือเปล่าคะแม่ไม่ตอบในทันที แต่จัดการรวบผมยาวสลวยของฉันให้อยู่เป็นที่เป็นทาง สายตาของท่านที่มองมามันช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่ม

แม่แค่อยากมาคุยกับน้อง

หืมคุยเรื่อง?ในตอนที่ฉันอยู่คอนโดฉันไม่ค่อยกลับมาบ้านเท่าไหร่ถ้าหากว่าแม่หรือพ่อไม่ขอให้กลับไป ฉันจึงสามารถเข้าใจแม่ได้ว่าท่านคงมีเรื่องมากมายอยากจะคุยหรือเล่าให้ฉันฟังตามประสาแม่กับลูกสาว ซึ่งเมื่อก่อนตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม ฉันกับแม่ก็ค่อนข้างเป็นคู่แม่ลูกที่สนิทกันอยู่พอสมควร

ตั้งแต่น้องมาถึงบ้านแม่ก็ลืมถามว่าใครมาส่งหญิงวัยกลางคนตรงหน้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าเย้าหยอก ในความเข้าใจของแม่ฉันขอเดาว่าท่านคงคิดว่าดิมคือคนที่มีซัมติงกับฉัน ทั้งๆ ที่จริงเขาก็คือเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเท่านั้น

เพื่อนน่ะแม่ เขาอยู่คอนโดเดียวกับหนู เห็นว่าแวะมาทำธุระแถวบ้านเรา เขาเลยอาสามาส่งค่ะหลังจากที่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่บังเอิญมากๆ ที่ดิมจะมาทำธุระของเขาแถวบ้านฉัน เขาก็อาสามาส่งที่บ้านตามที่ฉันคาดไว้ แถมยังช่วยแบกกระเป๋าลงจากรถอีก ดีนะพ่อไม่อยู่บ้านเพราะไม่งานอะไรสักอย่าง ไม่งั้นมีหวังได้วุ่นวายแน่ๆ

ดีแล้วแหละลูก อย่าพึ่งมีแฟนตอนนี้เลย แม่อยากให้น้องตั้งใจเรียนก่อน

“…ค่ะตอบแห้งๆ กลับไปพร้อมเสตามองไปทางอื่น ถ้าแม่ได้รู้ความจริงว่าน้องมีแฟนแล้ว แถมแฟนน้องสารเลวมากๆ แม่จะอกแตกตายก่อนไหม เพราะฉะนั้นเรื่องของเมฆ พ่อกับแม่ของฉันห้ามรับรู้เด็ดขาด

นอนเถอะลูก พรุ่งนี้ตื่นเช้านะหลังจากนั้นแม่ก็ออกจากห้องฉันไป ฉันจึงกลับไปหวีผมต่อที่โต๊ะเครื่องแป้ง ในขณะนั้นแจ้งเตือนในมือถือก็ดังขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นแจ้งเตือนดังขึ้นไม่หยุด เนื่องจากสถานะใน Facebook ฉันตัดสินใจลบสถานะนั้นออกจากหน้าไทม์ไลน์ของตัวเอง แต่ทว่ามันก็ยังคงอยู่ฉันจึงลบแอปออกไปในที่สุด

พบว่าเป็นแชตกลุ่มของฉันและเพื่อนๆ ที่เอาไว้คุยกันเรื่อยเปื่อย หัวข้อประเด็นที่พวกเขาคุยกับก็ไม่พ้นเรื่องของฉัน อันที่จริงพวกเขาคุยเรื่องนี้กันตั้งแต่บ่ายๆ ที่เกิดเรื่องแล้ว แต่ทว่าฉันกลับไม่เข้าไปแม้แต่อ่าน ดีหน่อยที่พวกเขาไม่ได้อยากรู้อยากเห็นจึงถึงขั้นโทรตาม ไม่อย่างนั้นมันคงอึดอัดปนกระอักกระอ่วนแน่นอน

 

Jiew

แรงมากแม่

*รูปภาพ*

ก็คือด่าขนาดนี้เหมือนแค้นมาก

5555555555555

 

ฉันตัดสินใจกดเข้าไปอ่านแชตทั้งหมดที่พวกเขาคุยกัน โดยมาสะดุดที่รูปภาพที่จิ๋วส่งมา มันเป็นหนึ่งในคอมเมนต์ใน Relationship ที่เมฆตั้งขึ้น ใจความว่า หญิงก็ด้าน สงสัยคันมาก ส่วนผู้ชายก็ร้อยเมีย ระวังเหอะจะติดเอดส์เข้าสักวัน

คนเราสมัยนี้จะคอมเมนต์อะไรก็ไม่เคยใช้สมองกลั่นกลองสิ่งที่พิมพ์เลยนะ รู้จักฉันมากแค่กันถึงกล่าวว่าฉันคัน? ถึงแม้จะรู้สึกโกรธขึ้นมาหน่อยๆ แต่ฉันก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไร เพราะรู้ดีว่าตอนนี้เรื่องมันยังร้อนอยู่ ปล่อยไว้สักพักก็คงเงียบเอง

ถามว่าทำไมฉันไม่แก้ข่าว ทำอะไรสักอย่างว่าไม่ได้คบกับเมฆ อยากให้ลองนึกคำตอบง่ายๆ ดูว่าถ้าหากฉัน ทำมันในตอนนี้ เรื่องมันจะไม่แย่ลงไปกว่านี้เหรอ ฉันจะกลายเป็นผู่หญิงแพศยาและถูกประณามในที่สุด

 

Blueberry

มึงคิดว่าคนอย่างไอ้เมฆ มันจะมีกี่เมียล่ะ?

ผู้หญิงที่มาด่าส่วนมากกูว่าน่าจะมีซัมติงกับมันนั่นแหละ

 

Jiew

ก็คือกูอยากรู้ความจริง

เมื่อไหร่องค์แม่เสด็จคะ

 

องค์แม่ที่จิ๋วว่าก็คงหมายถึงฉัน ในขณะนั้นเองสายตาฉันเห็นว่ามีคนขึ้นอ่านข้อความของจิ๋ว 6 คน นั่นก็แสดงว่าหนิงยังอยู่ในกลุ่มแชตนี้ เธอยังไม่ได้ออกไปงั้นเหรอ?

ก็ยังหน้าด้านทนอยู่ได้เนอะ

 

ก็คงจะเป็นจริงอย่างที่เขาด่าแหละ

หลังจากนี้เราอยากให้ทุกคนอยู่เฉยๆ

ไม่ต้องทำอะไรนะ รอดูเฉยๆ ก็พอ

Ning ออกจากกลุ่ม

 

หึๆแค่นหัวเราะทันทีเมื่อตัดสินใจพิมพ์ตอบไป ผลที่ได้คือหนิงกดลีฟออกจากทันที เหมือนว่าเธอยังอยู่ในกลุ่มเพื่อแค่คอยส่องเท่านั้นว่าเพื่อนๆ คุยอะไรกันบ้าง ในบริบทนี้ที่หนิงมีข่าวลืมว่ามีซัมติงกับแฟนเพื่อนและเคยท้องมาก่อน ทำให้ความสัมพันธ์ของหนิงกับเพื่อนๆ ในกลุ่มแย่ลงก็จริง แต่ทว่าก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะเตะเธอออกจากกลุ่ม หรือพูดง่ายๆ ก็คือถ้าหนิงรู้ตัวเองก็ควรกดลีฟกลุ่มออกไปเอง

และดูเหมือนว่าฉันจะเป็นชนวนให้เธอกดลีฟออกจากกลุ่มไปนั่นเอง

จากนั้นก็ไม่มีใครโต้ตอบกลับมาอีกเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพัก ในตอนที่ฉันกำลังจะนอนก็มีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งนี้คนที่เงียบไปนานเป็นฝ่ายพิมพ์ตอบกลับมาตั้ง 2 คน

 

Pay

ขอให้ทำได้จริงๆ เหอะ

ไม่อยากมีเพื่อนโง่

 

Dim

ดีแล้ว

 

เหมือนนัดกันมา พวกเขาตอบพร้อมกัน ซึ่งโทนของคำตอบนั้นก็ไปในโทนเดียวกัน แต่ถ้าหากจินตนาการใส่น้ำเสียงของแต่ละคนลงไปในประโยคที่พวกเขาพิมพ์มา ก็บอกได้เลยว่ามันเป็นคำตอบโทนเดียวกันที่แตกต่างกันเหลือเกิน

 

ฉันพบว่าหนิงบล็อกฉันทุกช่องทาง เริ่มแรกฉันก็เล่นไอจีตามปกติแต่ทว่าในตอนที่จะเข้าไปส่องไอจีของหนิงนั้นฉันกลับไม่พบไอจีของเธอ ฉันจึงระแคะระคายว่าอาจจะถูกบล็อก เมื่อลองเปิดรายแล้วไม่พบเจอเธอในรายชื่อเพื่อน ก็กระจ่างในทันทีว่าถูกกีดกันจากอดีตเพื่อนสนิทแล้ว แบบนี้ก็หมดสนุกไปเสี้ยวหนึ่งเลยนะ

ฉันรู้ว่าหนิงเป็นคนยังไง ถึงเธอจะหักกับฉันแล้ว คนอย่างเธอไม่มีทางบล็อกฉันซึ่งอีกนัยยะหนึ่งก็คือการหนีหรอก นอกจากว่าเธอจะโดนสั่งให้ทำ


[Loading...100%]


คอมเมนต์หน่อยจ้า รออ่านอยู่เหมือนที่รีดรออ่านนิยายเรานั่นแหละคิคิคิคิคิ

มีแต่คนลงเรือดิม ได้ค่ะ ถ้าคุณพร้อมใจกันลงเรือนี้ ไรท์ก็จะประเคนฉากของนานะและดิมให้รีดได้เสพเยอะๆ ฮ่าๆๆๆๆ /ยิ้มมุมปากแบบอิเมฆ



คอมเมนต์หน่อยเด้อ ช่วงนี้เราไม่ค่อยมีแรงปั่นต่อเลย แง
รอหน่อยนะคะ พาร์ทของเมฆน่าจะอีกสองตอนข้างหน้า

ไปเล่นแท็กในทวิตได้น้า มีลงสปอล์ยด้วยค้าบ #คนโง่ของผม





ติดแท็ก #คนโง่ของผม
ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.853K ครั้ง

4,933 ความคิดเห็น

  1. #4140 thampirifamily (@thampirifamily) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 16:10
    เปลี่ยนบทได้ไหม ไม่รู้สิ อยากให้คู่กับดิม
    #4140
    0
  2. #3710 Be bad. (@nadpanchupang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 02:26
    คนร้ายคืออิพี่เมฆ อมก.ดูพี่แกจิตๆ แต่ทำไมฉันชอบอ่าาา แงง รอติดตามนะคะ อยากได้เล่มเลย
    #3710
    0
  3. #3609 lilgr (@lilgr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 00:41
    ลงเรือดิม +1
    #3609
    0
  4. #2569 Wawa Swr (@wawa_006) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 05:35
    อยากได้ e-book (ไม่มีที่เก็บหนังสือแล้ว)
    #2569
    0
  5. #2523 IIaom (@iiaomjompoan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:10
    ทำไมเรากลัวผู้ชายแบบเมฆว่ะ ขนลุก~~
    #2523
    0
  6. #2313 PaweenaChaidilok (@PaweenaChaidilok) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 18:51
    พี่ดิมโครตแปลกอ่ะ บังเอิญหลายอย่างมาก
    #2313
    0
  7. #2250 belenn (@bentobelenn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 19:19
    อ่านแล้วหัวร้อน มันต้องได้ทำอะไรเพื่อตอกหน้าสักอย่างอ่ะ ขอเจ็บๆนะ โง่ได้แต่ก็ให้หายโง่ด้วยนะนางเอกอ่ะ
    #2250
    1
    • #2250-1 finalay (@0832259288) (จากตอนที่ 8)
      2 เมษายน 2562 / 19:37
      เห็นด้วย
      #2250-1
  8. #2083 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 15:47
    เมฆมันเป็นอะไรรรรรร
    #2083
    0
  9. #2041 Loukwha (@lugva_vava) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:02

    ร้ายมากกกกกก อ่านแล้วเรารู้สึกเรานิ่งขึ้นเยอะมากเลย
    #2041
    0
  10. #2038 คุโรคิคิ (@loveb55553) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 14:01
    พระเอกเหมือนโรคจิต น่ากลัวมาก
    #2038
    0
  11. #1995 WangLennyTaun (@iamrainybow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:33
    เกลียดอีเมฆอะ

    นานะเอาคืนไปแบบแสบๆไปเลย
    #1995
    0
  12. #1982 Bluebell17 (@tukta_17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 18:25

    เมฆเป็นไรห้ะ

    #1982
    0
  13. #1967 พุดซ้อนสีขาว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 17:24

    อิเมฆมีเหตุผลอะไร ที่ใช้คู่ขา ทำร้ายนานะตลอด ไม่รักก็อย่ามาทำลายคนดีๆ ตัวเองเลวกันสองคนก็พอแล้ว

    #1967
    0
  14. #1949 ตะวันหมอก (@pf_pr_myself) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 16:04
    อะไรทำให้เป็นแบบนั้น
    #1949
    0
  15. #1887 Illusion pony (@immy07) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 13:54
    ทำไมดิมดูมีราศีกว่าเมฆ
    ปะเรือเดิมพร้อม
    #1887
    0
  16. #1886 Rich99 (@Rich99) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 13:33

    อิเมฆ มันเลว แบบนี้มีเหตุผลไรว้า

    #1886
    0
  17. #1885 Parichat Changtam (@plalomaheha5) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 13:16
    หรออ่านนนนนนนนนนนนนนนน ชอบบบบ
    #1885
    0
  18. #1884 mumiina1 (@mumiina1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 13:06
    ดิมเรือดิมมมมม
    #1884
    0
  19. #1883 mngbgrl (@mingnim) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:25
    รอต่อจ้า
    #1883
    0
  20. #1882 fon na ka (@fon009naka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:13

    รออ่านนะคะ
    #1882
    0
  21. #1881 FRAN-SUNISA (@FRAN-SUNISA) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:05
    เชียดิมสุดใจเลย พี่แกมีคาแรคเตอร์พระเอกรุนแรงกว่าอิเมฆอีก #ทีมดิม
    #1881
    0
  22. #1880 suwimon_001 (@suwimon_001) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:06

    😍😍😍😍😍😍😍
    #1880
    0
  23. #1878 mayzsmtz (@mayzsmtz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 10:39
    อึดอัดแทนนานะ
    #1878
    0
  24. #1877 zAERYHello (@zAERYHello) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 09:54
    ทนมาได้ไง คนอะไรอึดเป็นบ้า
    เมฆนี้ก็หล่อจริงหล่อชิปหาย แต่ก็เลวมาก ตัดใจซักทีเถอะโว้ยยยยยย โง่มานานแล้ว พอ!! เลิกโง่
    #1877
    0
  25. #1876 Pimmala (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 09:50

    เราชอบดิม นะ แต่ไม่รู้ว่าหลังฉากจะดีเหมือนหน้าฉากหรือเปล่า

    #1876
    0