ตอนที่ 6 : VI :: #คนโง่ของผม [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1231 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

I never knew loving someone could hurt this much.

มาตกลงกันก่อนอ่าน :: นิยายเรื่องนี้พระเอกเจ้าชู้มาก และนางเอกโง่บรม เอาเป็นว่าอ่านกันเองนะคะ ฉากติดเรตจะไปลงในกลุ่มลับ ไปตามหากันเองนะคะ และที่สำคัญที่สุด คอมเมนต์เยอะเท่าไหร่ ได้อ่านตอนต่อไปเร็วมากเท่านั้นค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ





EPISODE 6
"...ใช่ โง่เหมือนควาย"

มันมีอะไรน่าอภิรมย์ขนาดที่เขาต้องยิ้มออกมาเลยหรือยังไง

แล้วเธอเจ็บมากไหมครับ…” สีหน้าของเขากำลังเย้ยหยันฉันสุดโต่ง ในขณะที่ฉันนั้นนั่งกำมือแน่น

แล้วฉันควรตอบว่ายังไงดีล่ะ

เหมือนคนน้ำท่วมปากที่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยสิ่งไปได้ มันจุกอยู่ในลำคอ มองหน้าของเมฆตอนนี้ก็เหมือนเป็นการตอกย้ำเรื่องราวต่างๆ พาลให้หัวใจฉันเต้นหน่วงอีกครั้ง

ความจริงเราก็รักเธอนะ รักมากเลยแต่ว่าเราก็รักคนอื่นด้วยเนี่ยสิเมฆพูดออกมาได้ยังไง เขาพูดออกมาโดยที่ไม่ละอายใจเลยสักนิด ฉันขยะแขยงสะอิดสะเอียนจนทนไม่ไหวแล้ว

ทุเรศ!” ฉันใช้ความยายามเป็นอย่างมากในการกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าเขา กัดปากของตัวเองเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่ก่อเกิดขึ้นในใจ

หมับ!

เมฆคว้าแขนที่มีรอยแผลของฉันไปมองใกล้ แต่ว่าฉันกลับชักออกอย่างรวดเร็ว เมฆก็ยังคมโปรยรอยยิ้มจอมปลอมของเขามาให้ฉัน บรรยากาศภายในรถเริ่มน่ากลัวเพราะรังสีแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเมฆ

เราก็แค่จะดูให้ เห็นไหมเลือดไหลเต็มเลยความเป็นห่วงเป็นใยของเขาทำให้ฉันจะอาเจียนขึ้นมาจริงๆ สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เมฆไม่ใช่เมฆคนเดิมที่น่ารักต่อไปแล้ว ในเมื่อเราทั้งสองก็ต่างคนต่างรู้ว่าอีกฝ่ายก็ต่างรู้ความจริงของกันและกัน แต่ที่น่าแปลกที่เมฆไม่ยอมกระทำอย่างตรงไปตรงมาเสียที ฉันไม่อยากเล่นละครน้ำเน่าเรื่องนี้อีกต่อไป อยากจบมันสักที

เลิกกันเถอะ อย่ามายุ่งกันอีกใช่ฉันบอกเลิกเขา แต่ทว่าคนตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีสลดใดๆ อีกทั้งเขายังดูไม่แปลกใจกับการบอกเลิกของฉัน เขาเพียงแต่แค่นหัวเราะในรอคอว่า หึคำเดียวสั้นๆ ซึ่งมันหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ

ไม่เลิก เมฆไม่เลิกกับนานะ…” เขาจับแขนของฉันอีกครั้ง แต่การจับครั้งนี้ของเขาไม่ใช่ขี้หมูขี้หมา แรงของผู้ชายย่อมมากกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว นั่นจึงทำให้ฉันไม่สามารถขืนแรงเขาได้ ในช่วงจังหวะหนึ่ง เมฆกระตุกร่างฉันให้เขาไปใกล้ชิดเขาขึ้นอีกระดับ ส่งผลให้ริมฝีปากของเมฆกระแทกลงมาที่แก้มของฉันหนึ่งที และฉันขยะแขยงเป็นที่สุด ได้ยินไหมครับ ว่าเมฆไม่เลิก

เจ็บเจ็บไปหมด เจ็บทั้งใจ เจ็บทั้งแขน วินาทีนั้นฉันไม่สามารถกลั้นน้ำตาของตัวเองไว้ได้อีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าให้เขาได้เห็นน้ำตาของผู้หญิงขี้แพ้และหน้าโง่ที่โดยเขาด่าว่าควาย มันน่าสมเพชจนฉันอยากจะหายไปจากตรงนี้ ถ้าการรักใครสักคนมันเจ็บขนาดนี้ ชีวิตนี้ฉันไม่ขอรักใครอีกต่อไปเลยจะกว่า

เมฆอยากเห็นนานะโง่ต่อไปอีกนิดหน่อยน้ำเสียงเยือกเย็นและโหดเหี้ยมกระซิบข้างๆ หู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรินตามกรอบหน้าของฉัน ทนมาได้ตั้งนาน ทำไมตอนนี้ถึงทนไม่ได้ล่ะครับ หืม?

คำหนึ่งคำที่ดังก้องในหัวของเขาก็คือ กลัว

ไม่ต้องร้องไห้นะ…” ร่างกำยำใช้แรงมหาศาลในการฉุดร่างฉันไว้ในอ้อมกอดของเขา ซึ่งใช่ว่าฉันจะไม่ขัดขืนแต่เพราะยิ่งขัดขืนมากเท่าไหร่ เมฆก็ยิ่งรัดร่างของฉันแน่นขึ้นจนหายใจแทบไม่ออก ชู่วไม่ร้อง เมฆขอโทษ

เขากำลังทำให้ฉันกลัวขึ้นไปเรื่อยๆ ตัวสั่น ปากสั่น พูดอะไรไม่ออก ใครก็ได้ช่วยฉันให้ออกไปจากที่นี่ทีเถอะ

เธอไม่ต้องกลัวนะ เราไม่ทำอะไรเธอหรอก เพราะเรารักเธอยิ่งเขาพูดแบบนี้มามากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งร้องไห้หนักเท่านั้น คำบอกรักของเขามันไม่ได้มีค่าอะไรแล้ว มันเป็นเหมือนแค่ลมปากของผู้ชายมักมาก ถึงเขาจะบอกรักฉันเป็นร้อยเป็นพันครั้ง มันก็ไม่สามารถซ่อมแซมหัวใจของฉันที่พังได้อีก

ฮึกปล่อยฉันไม่ยอมมองหน้าเขาแม้แต่สักวินาทีเดียว ตอนนี้ต้องคิดแต่จะหาทางหนีจากเขาท่าเดียว จึงใช้น้ำเสียงในเชิงออดอ้อนเพื่อหวังให้เขาปล่อยฉันก่อน ได้โปรด

แล้วมันก็ได้ผลเป็นอย่างดีเลยล่ะ เมฆยอมปล่อยฉันในที่สุด ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่รับรู้ได้ว่าเขากำลังมองมาอย่างไม่วางตา

ฉันพยายามตั้งสติให้มาก พลางใช้มือเช็ดน้ำตาของตัวเองให้ออกไปจากใบหน้า สายตาก็เหลือบเห็นแผลที่แขนบริเวณข้อมือของตัวเองพบว่ามันเริ่มช้ำเป็นวง อีกทั้งยังมีเลือดบางส่วนที่ทยอยแห้งไปแล้ว

ขึ้นไปบนห้องเราหน่อยไหมล่ะ…” ขึ้นไปให้โง่ สถานที่แบบนั้นฉันไม่ต้องการจะพาตัวเองเข้าไปหายใจในนั้นอีก หรือว่ายังลบภาพบาดตาบาดใจไม่หายครับ

ใครมันจะลบออก ฉันขอถามหน่อยได้ไหมเมฆ

คนที่รักมากทั้งสองคนมาเอากันให้เห็นต่อหน้าต่อตา ถามหน่อยว่าใครเข้มแข็งพอที่จะยังทำตัวเป็นปกติแบบฉันได้บ้าง


6 เดือน 13 วันที่แล้ว

ฉันกำลังอยู่ในสภาวะที่คิดหนักหนัก

เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าพรุ่งนี้วันเกิดของแฟนฉันนั่นเอง ฉันไม่รู้ว่าจะให้ของขวัญวันเกิดอะไรกับเขาดี ปีที่แล้วฉันซื้อกีต้าร์ยี่ห้อดังให้เขา เพราะเคยแอบเห็นเมฆเปิดดูกีต้าร์รุ่นนี้ผ่านๆ ตา แต่ปีนี้นี่สิฉันไม่รู้จะให้อะไรกับเขาดี เพราะว่าเมฆก็มีเกือบหมดทุกอย่างแล้ว

วันนี้ฉันว่างมากเลยมานอนเผละอยู่ที่ห้องของเพื่อนสนิทอย่างหนิง เรารู้จักกันตอนปรับพื้นฐาน นับตั้งแต่นั้นมาเราก็สนิทกัน เธอกับฉันเรียกได้ว่าเป็นคู่เพื่อนที่สไตล์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยที่หนิงเนี่ย เป็นหญิงเฉี่ยว บุคลิกภาพภายนอกของเธอเป็นคนแรงๆ ดวงตาของหนิงก็คมราวกับมีดก็ไม่ปาน ส่วนฉันคนที่ถูกตั้งฉายาว่าแม่พระ กลับเป็นเพื่อนสนิทกับเธอเสียอย่างนั้น

หิวจัง…” ฉันพึมพำขึ้นมา พอเวลาใช้ความคิดมากๆ มันมักทำให้ท้องฉันร้องตลอดเลย หนิงที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ ก็ปลายสายตามามองฉันนิดหน่อย ก่อนที่จะไปพิมพ์ยุกยิกๆ กับโทรศัพท์ของเธอต่อ หนิงเราหิวแล้ว

หิวก็ไปหาไรแดก มาบอกกูทำไมคนนอนเล่นโทรศัพท์พูดคำหยาบออกมาอย่างไร้เยื่อใย พ่อแม่ฉันค่อนข้างประคบประหงมเหมือนไข่ในหิน อบรมสั่งสอนให้ฉันรู้จักมารยาททางสังคม การพูดการจาต่างๆ เพราะฉะนั้นฉันเลยไม่ค่อยพูดคำหยาบเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าชีวิตนี้ก็พูกคำหยาบนับครั้งได้เลย

เพราะสังคมของฉันตอนเด็กๆ นั้นมันเหมือนเป็นสังคมที่ถูกจำกัดพื้นที่โดยพ่อกับแม่ ทำให้ฉันเจอแต่เพื่อนๆ ที่พ่อกับแม่สกรีนให้พบเจอเท่านั้น ดังนั้นสังคมสมัยนั้นจึงค่อนข้างแตกต่างกับสังคมมหาลัยที่มีมากหน้าหลายตา ร้อยพ่อพันแม่ ตอนแรกก็ค่อนข้างปรับตัวยาก แต่พออยู่ไปอยู่มา ได้เพื่อนใหม่ๆ ที่หลากหลาย มันก็ทำให้ฉันรู้ว่าคนนั้นมีหลายประเภทและก็อยู่ที่ว่าเราจะเลือกคบคนแบบนั้น นี่ก็ถือว่าเป็นบททดสอบของชีวิตอย่างหนึ่งเลย

และเพราะความไร้เดียงสาทำให้ฉันพบเจอกับรักแรกที่ร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย

ฉันยังจำภาพเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดี เขาคนนั้นในชุดนักเรียนของสถาบันแห่งหนึ่งเป็นคนตัวสูงที่โดดเด่นมากๆ ในร้านกาแฟที่ไม่ได้หรูหราอะไรมากนัก แต่เขากลับทำให้ร้านแห่งนี้ดูสว่างขึ้นทันตาเห็น เสี้ยววินาที่เขาหันมาทางฉันแล้วส่งยิ้มมุมปากมาให้ ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันที่ไม่เคยพบเจอกับความรู้สึกแปลกประหลาด ก็ดีดเต้นระรัวเหมือนจังหวะกลอง และเขาคนนั้นก็คือเมฆ

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

หนิงใจร้าย เป็นเจ้าบ้านแท้ๆ ไม่บริการแขกหน่อยเหรอตัดพ้อกับเหมือน พร้อมทำหน้ากะเง้ากะงอดใส่เธอ หนิงคงรำคาญจึงดีดหน้าผากฉันหนึ่งที ความรุนแรงก็ระดับ 3 กะโหลก เจ็บนะ

แขกคนนี้ไม่ได้รับเชิญ เสนอหน้ามาเอง

เชอะ! ไปหาอะไรกินเองก็ได้ หนิงใจดำพูดจบก็รีบยันตัวขึ้นจากที่นอน เพราะถ้าอยู่ต่อนานกว่านี้คงโดนเพื่อนหน้าสวยใจมารประทุษร้ายเป็นแน่

ตู้เย็นห้องหนิงไม่ค่อยมีของมีประโยชน์เลย นอกจากพวกขนมนมเนย ของสดไม่เห็นจะมี พอเหลือบตาไปที่ถังขยะถึงได้บางอ้อ พบซากข้าวกล่องจากเซเว่นเต็มถังไปหมด ของพวกนี้ก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์นะ หนิงทานพวกข้างกล่องจนติดนิสัยมันทำให้เธอกำลังกลายเป็นคนขี้เกียจ

ก็อยากจะบ่นเธอสักหน่อย แต่ว่าพับเก็บไปก่อนเพราะตอนนี้ฉันหิวมากเลย ช่วยไม่ได้ฉันจึงต้องหยิบขนมพวกนั้นมาทานลองท้องก่อน

น่าแปลกเหมือนกัน ทำไมหนิงที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เท่าไหร่ แต่เธอกลับหุ่นดีไม่มีแม้แต่ไขมันส่วนเกิน ทำไมกันนะ ทำไมฉันต้องถามเคล็ดลับจากเธอบ้างแล้วล่ะ

ฉันย้ายตัวเองมานั่งตรงโซฟาเปิดทีวีดูในระหว่างที่กินขนมไปพลาง หนิงอยู่ๆ ก็ลุกจากเตียงมานั่งข้างๆ ฉัน พร้อมแย่งขนมในมือฉันไม่กินเฉยเลย พอฉันจะเปิดปากว่า เธอก็มองมาสื่อด้วยสายตาประมาณว่า ของฉันฉันจึงต้องสงบปากไปโดยปริยาย

เออแล้วมึงคิดเซอร์ไพรซ์ให้ผัวมึงได้ยังอะคำว่า ผัวของหนิงเล่นทำเอาฉันหน้าร้อน พร้อมกับจินตนาการในหัวที่แสนจะลามก ต้องรีบกำจัดทิ้งด้วยการสะบัดหัวแรงๆ ทันที

บ้าเหรอ ผผัวเผออะไรกัน แฟนก็พอแล้วเพราะงั้นน้ำเสียงของฉันจึงอดที่จะกระตุกระตักไม่ได้

แสดงว่ายังไม่เคย?

ไม่รู้! ไม่คุยแล้วมันค่อนข้างจะเป็นเรื่องน่าอายสำหรับคนที่หน้าบางแบบฉัน ก็ถ้าพูดตามตรงก็ยังไม่เคยกับเมฆหรอก พูดให้ถูกก็คือไม่เคยกับใครเลย! อย่างมากก็แค่จูบกับหอมแก้มเท่านั้น ยังไม่เคยเกินเลยถึงขั้นนั้นหรอก เมฆก็ไม่เคยบังคับหรือขืนใจฉันด้วย

อะๆ แล้วตกลงคิดวิธีเซอร์ไพรซ์ได้ยังหนิงเป็นคนเดียวในบรรดาเพื่อนที่รู้ว่าฉันกำลังคบกับเมฆ ฉันมักมาปรึกษาเธอเรื่องเมฆตลอด เพราะหนิงเธอเป็นคนสวย มีคนผ่านเข้ามาในไทม์ไลน์ชีวิตเยอะ สำหรับฉันเธอค่อนข้างมีประสบการณ์

ยังคิดไม่ออกเลยอะความรักนี่มันน่าอัศจรรย์จริงๆ นะ มันทำให้ฉันใส่ใจกับทุกๆ รายละเอียดของคนๆ หนึ่ง ทั้งห่วงความรู้สึกของเขา หรือแม้กระทั้งความเสียใจ น้อยใจ ที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาเอง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่จะมาคบกับเมฆ ฉันไม่เคยที่จะต้องพะว้าพะวงเรื่องแบบนี้เลย ยกตัวอย่างเช่นน้องสาวของฉัน เจสซี่วัดเกิดของนางฉันก็แค่พาไปเลี้ยงชาบู ของฟรีน้องฉันชอบหมดแหละ แต่ไม่เห็นฉันต้องคิดเล็กคิดน้อยว่าน้องจะอยากไปทานชาบูหรือเปล่า

แต่กับคนคนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างของเขาเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับฉัน

กูแนะนำให้เอาปะน่าแปลกที่วันนี้หนิงเป็นคนเสนอออกรับให้คำปรึกษาเอง ทั้งๆ ที่เธอจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องของฉันกับเมฆเท่าไหร่นัก

อะไรเหรอถามอย่างสงสัย แล้วเขยิบตัวให้ไปใกล้ชิดกับเพื่อนสนิทมากขึ้น

"มึงก็ลองไปเซอร์ไพรซ์แฟนมึงที่ห้องดิ" คำแนะนำของหนิงก็ดูจะเข้าท่านะ แต่ว่าฉันไม่เคยไปห้องของเมฆนี่สิ รู้แต่ที่อยู่เพราะฉันเคยส่งของไปให้เขาที่ห้อง แล้วที่สำคัญระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดเขาก็เรียกได้ว่าเป็นชั้นนำของประเทศ

"คงไม่ได้หรอก คอนโดเมฆต้องให้คนของคอนโดมารับที่ล็อบบี้แน่เลย"

"กูมีวิธีหน่า...เอาเป็นว่ามึงเชื่อกู ไปเซอร์ไพรซ์ที่ห้องเมฆ อาจจะแบบซื้อลูกโป่ง ดอกไม้ อะไรก็ว่าไป ผู้ชายชอบทั้งนั้นแหละ"

"เอางั้นเลยเหรอ" ฉันไม่แน่ใจว่าหนิงจะมีวิธีการพาฉันเข้าไปในห้องเมฆได้ยังไง แต่ว่าเพื่อนของฉันคนนี้เป็นคนเก่ง เธอต้องมีวิธีพาฉันเข้าไปไดแน่ๆ ของขวัญวันเกิดของเมฆปีนี้รับรองว่าต้องถูกใจเขาแน่นอน

 

สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้เมฆได้เกรด A+ ทุกตัว ถ้าได้ F มาล่ะน่าดู แล้วเราก็ขอให้เมฆสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย เป็นคนหล่อของเราตลอดไปนะคะ ขอบคุณที่อยู่ให้เราเซอร์ไพรซ์วันเกิดถึงสองครั้งนะ หวังว่าปีหน้าหรือปีต่อๆ ไปเราจะยังได้เซอร์ไพรซ์วันเกิดเธออีก รักเมฆที่สุดนะ จากนานะ

เมื่อบรรจงเขียนข้อความอวยพรวันเกิดแฟนสุดที่รักใส่การ์ดสีชมพูลายกุหลาบพร้อมมีฟังก์ชันกลิ่นหอมอ่อนๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็นั่งอ่านข้อความบนการ์ดนั่นอยู่นานสองนานทีเดียว กลัวว่าเมฆจะไม่ชอบของขวัญที่ฉันจะให้ปีนี้ เพราะมันก็ไม่ได้ราคาแพงอะไรเพราะมันถูกสร้างด้วยใจของฉัน

หลังจากได้คำแนะนำจากหนิงเพื่อนรัก ฉันก็ลงทุนซื้อลูกโป่งสีใสขนาดใหญ่ โดยที่ข้างในก็ลูกโป่งสีใสนั้นก็มีลูกโป่งลูกเล็กๆ สีมพูบรรจุอยู่ในนั้นด้วย ไม่พอเท่านั้นฉันยังปริ้นท์รูปคู่ของฉันและเมฆมาทำเป็นสมุดไดอารี่เล็กๆ น่ารักๆ หลังจากที่กลับมาจากห้องหนิงฉันก็ยิงยาวทำทั้งคืนเลย

 

หนิง

ฝากคีย์การ์ดไว้ที่นิติบุคคลแล้วนะ

กูต้องไปก่อนเลยไม่ได้เอาขึ้นไปให้

โชคดี

 

หนิงส่งข้อความมาหลังจากฉันเตรียมของเสร็จไม่กี่นาที ฉันยิ้มร่าด้วยหัวใจที่ตื่นเต้น อยากรู้เหมือนกันว่าเมฆจะชอบของขวัญของฉันไหม

เมื่อมองดูนาฬิกาที่ขึ้นโชว์บนโทรศัพท์ ก็เล่นเอาฉันหัวหมุน ก็เพราะว่ามันจะบ่ายสามโมงแล้ว กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็นานพอควร เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษฉันจึงต้องพิถีพิถันมากที่สุด

เพราะมั่วแต่วุ่นกับความเร่งรีบ ฉันจึงไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า หนิงไปเอาคีย์การ์ดห้องของเมฆมาได้ยังไง

 

5.44 PM

ฉันรีบสุดๆ แล้วนะเนี่ย แต่ก็ไม่ได้เลทจนหน้าเกลียด ป่านนี้เมฆคงกำลังเล่นกีต้าร์อยู่บนห้องหรือไม่ก็นั่งเล่นเกมตามประสาผู้ชายอยู่แน่ๆ เลย

เมื่อมาถึงคอนโดหรูของเมฆด้วยแท็กซี่ ฉันก็แบกของของตัวเองอย่างพะรุงพะรัง รู้สึกได้ว่าตัวเองค่อนข้างที่รุงรังพอสมควรเลยล่ะ แต่ก็โชคดีที่ได้พี่รปภ. คนหนึ่งมาช่วยถือของเข้าไปภายในล็อบบี้ หื้มเอาไงดีเนี่ย

คิดกับตัวเองว่าจะจัดการกับของพวกนี้ยังไงดี ที่มีทั้งลูกโป่งใบใหญ่ สมุดไดอารี่ เค้กวันเกิด แล้วก็กล่องอาหารที่วันนี้ฉันลงมือเข้าครัวเองโดยเฉพาะ เพราะแม่เคยสอนทำอาหารฉันเลยมั่นใจในรสมือของตัวเองมาก ว่าเมฆต้องชอบรสชาติของมันแน่ๆ

ฉันตัดสินใจที่จะฝากกล่องอาหารกับกระเป๋าสะพายของฉันไว้กับนิติบุคคลของที่นี่ โดยฉันไม่ใช่ผู้พักอาศัยของคอนโดแห่งนี้จึงถูกซักถามนิดหน่อยว่าเข้ามาได้ยังไง และมาหาใคร ฉันจึงบอกไปตามตรงว่าแฟนพักอยู่ที่นี่และกำลังจะเซอร์ไพรซ์วันเกิดเขา ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ถือว่าด่านนี้ก็ผ่านฉลุย

ในตึกนี้มีแค่ 10 ชั้นเท่านั้น ชั้นละ 3 ห้องซึ่งดูด้วยตาเปล่า คาดว่าแต่ละห้องคงต้องกว้างมาก ชนิดที่ว่าอยู่ได้เป็นครอบครัว ในตอนที่ฉันขึ้นลิฟท์มาถึงชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นของห้องเมฆแล้วนั้นก็ไม่ลืมที่จะสอดส่องสายตาไปที่ห้องข้างเคียง

มันหรูหราจริงๆ

ฉันในชุดเดรสสีชมพู แต่งหน้าสีอ่อนให้หวานใสและดูเป็นธรรมชาติกำลังจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองหน้าประตูของเมฆ เรียกความมั่นใจให้ตัวเองก่อนจะหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะที่เครื่องสแกน สักพักก็มีเสียง ติ๊ดซึ่งนั่นเป็นสัญญาณว่าประตูได้ปลดล็อกแล้ว

กลิ่นแรกที่มาปะทะเข้าจมูกคือกลิ่นของความแพง ไม่รู้สิฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่รู้ว่าเป็นกลิ่นที่น่าอภิรมย์ใจเป็นอย่างมาก ฉันก้าวเดินเข้ามาในห้องของเขาซึ่งมันกว้างขวางมากเสียจนฉันอยากจะเดินสำรวจให้ทั่ว แต่ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปโดยรอบก็ไม่พบร่างของเมฆเลย

ห้องนี้แบ่งโซยอย่างชัดเจน มีกระจกใสแบ่งกั้นโซนครัวกับโซนรับประทานอาหาร เมื่อมองไปทางซ้ายก็พบกับประตูบานใหญ่ ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นห้องนอน ฉันจึงไม่รีรอที่จะเข้าไปใกล้ๆ ประตูนั้น เพื่อเปิดไปเจอเขา

อ๊ะเมฆ อะแต่ทว่าเมื่อย่างก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆ แล้ว ฉันกลับได้ยินเสียงครวญครางประหลาดจากภายในห้อง ด้วยความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในความคิด ทำให้ฉันตัดสินใจจับกลอนประตู

แล้วฉันก็บิดกลอนอย่างเชื่องช้า แง้มประตูดูเพื่อส่องเข้าไปข้างในห้อง

วันนี้ฉันตั้งใจมาเซอร์ไพรซ์เมฆ แต่ทว่าฉันกลับโดนแฟนสุดที่รักกับเพื่อนที่ไว้ใจเซอร์ไพรซ์ฉันแทน ด้วยการร่วมรักกันต่อหน้าฉัน

อึกอ๊ะ อ๊ะ รแรงตั้งแต่เกิดมาจนอายุครบ 19 ปีบริบูรณ์นั้นฉันยังไม่เคยพานพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาเลยสักครั้ง ภาพที่เพื่อนสาวอยู่ใต้ร่างหนาของแฟนฉัน และพวกเขากำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายใต้ผ้าห่มผืนหนา

หัวใจฉันแตกสลาย ร่างกายชายิบตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวสมองขาวโพนคิดอะไรไม่ออก ฉันควรจะปิดประตู ก้าวเท้าออกไปหรือไม่ก็เข้าไปอาละวาดพวกเขาซะ แต่ทว่าขาของฉันกลับไร้เรี่ยวแรง แม้แต่จะยกมือขึ้นมาเช็ดหยดน้ำใสที่ไหลออกมาจากเบ้าตาฉันยังทำไม่ได้เลย

โลกมันเคว้งไปหมด เหมือนว่ามันไร้แรงโน้มถ่วงฉันรู้ตัวว่าสองขาของฉันไม่มีแรงจะยืนต่อไปได้แล้ว ร่างทั้งร่างจึงทิ้งตัวฟุบลงที่พื้น

ฮึก…” เจ็บทำไมมันเจ็บแบบนี้ หัวใจฉันเหมือนจะแตกออกเป็นเสียงๆ ฉันสะอื้นไห้แบบไม่มีเสียงซึ่งมันทรมานมากเหลือเกิน ฉันอยากหายไปจากตรงนี้เมื่อเสียงครวญครางหอบหายใจจากคนด้านในห้องยังคงดังระงมมาถึงตรงนี้

ลุกขึ้นแล้วออกไปจากตรงนี้สิ ลุกเดี๋ยวนี้!’

ถึงแม้จะบอกตัวเองอย่างนั้นแต่เอาเข้าจริงฉันก็ไม่สามารถทำได้

ฉันมักได้รับคำชมจากคนรอบข้าง ทุกคนต่างจะเอ็นดูฉันในฐานะผู้หญิงที่น่ารักน่าถนุถนอม บอบบางและนิสัยดี ฉันมั่นใจว่าตัวเองนั้นเก่งในทุกๆ ด้าน แต่ทว่า ณ ตอนนี้ความเก่งกาจของฉันนั้นมันเหือดแห้งหายไปไหนหมด

อีกนิดค่ะเมฆ อ่า…” ไม่ไหวแล้วฉันไม่ไหว ในที่สุดฉันก็ฮึบแรงตัวเองเอามือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไว้จนได้ ส่ายหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง พยายามเรียกสติตัวเองแข่งกับเสียงของคนข้างในอยู่ประมาณ 2 นาที

ถึงน้องจะเป็นผู้หญิงก็ต้องเข้มแข็งไว้นะ โลกนี้มันไม่ได้สวยงามเหมือนพ่อกับแม่วาดไว้ให้

คำของพ่อที่เคยสอนฉันตอนที่ฉันสอบเข้ามหาลัยได้ได้ฉายวับมาในสมอง สีหน้าแววตาของพ่อที่อดีตเคยเป็นทหารยศใหญ่ มองมาที่ฉันอย่างแน่วแน่ ภายในวันนั้นฉายซ้อนขึ้นมา ภายที่พ่อเข้ามากอดฉันในตอนที่ฉันร้องไห้เพราะดีใจที่ติดมหาลัยที่อยากเข้า

ถ้าน้องเจออะไรที่หนักหนา บางทีก็ปล่อยวาง แต่ว่าถ้ามันหนักเกินอย่าปล่อยไปเฉยๆ นะลูก สู้กับมันสักตั้ง พ่อรู้ว่าน้องทำได้

คงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะรักฉันได้เท่ากับพ่อแล้ว และฉันพึ่งตระหนักได้ในตอนนี้

เมื่อตั้งสติได้ฉันจึงาพาตัวเองให้ออกห่างจากตรงนี้ แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาต่อสายถึงคนข้างในห้องที่ตอนนี้ก็ยังคงดำเนินกิจกรรมบนเตียงกับเพื่อนของฉันอย่างหรรษา

Rrrr

ใครโทรมาอะเมฆ รับเถอะหนิงรำคาญ เราจะได้มาต่อกันฉันได้ยินเสียงเล็กแหลมของหนิงแว่วๆ ก่อนที่ในที่สุดเมฆจะกดรับสายของฉัน

[ครับว่าไง] น้ำเสียงเขาปกติมาก ฉันเหลือบสายตาไปที่ช่องของประตูที่แง้มเล็กน้อย มองคนในห้องก็พบว่าเขาเคลื่อนตัวไปนอนข้างๆ หนิงแทน ส่วนเพื่อนสาวของฉันนั้นก็ช่างรู้งาน เขยิบตัวเข้าไปซุกตัวในอ้อมแขนของเมฆ

สารเลว ชาติชั่ว

“…” ยังไม่ได้ตอบปลายสายไปทันทีเพราะมัวแต่ตั้งสติประกอบกับก่นด่าพวกเขาทั้งสองคนในใจเงียบๆ คนเดียว จากนั้นก็เอาอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง เมฆ

แต่ทว่าน้ำเสียงของฉันที่เปล่งออกไปนั้นก็แสนจะแหบแห้งและสั่นสะท้าน ฉันเข้าใจตัวเองในตอนนีดีว่าคงยากจริงๆ ที่จะทำให้เสียงของตัวเองปกติ ฉันนั้นก็ยังแอบสะอึกสะอื้นในบางครั้ง

[ครับว่าไง]

เราขอโทษนะ วันนี้คงไปดินเนอร์วันเกิดเธอไม่ได้ อึก…” ไม่รู้ว่าท้ายประโยคนั้นเขาจะได้ยินเสียงสะอึกของฉันหรือเปล่า

[…ทำไมล่ะ] คล้ายว่าจะได้ยินน้ำเสียงของเมฆในทำนองที่เย้ยหยัน แต่ก็สลัดความคิดนั้นไป เพราะคงคิดไปเอง

เราไม่สบายปวดหัวมากพอมาถึงตอนนี้การร้องไห้ในไม่กี่นาทีแต่ทว่ามันแฝงไปด้วยความทรมานก็ทำให้ฉันรู้สึกปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว

[เป็นไรมากหรือเปล่า เราไปหาไหมครับ] ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันคงดีใจจนตอบรับยินกีให้เขามาหาที่ห้อง แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมาจากปากของเมฆล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ตอแหล

ไม่ต้องค่ะ เราโอเค เราไม่เป็นไรเพราะไม่อยากอยู่ที่นี้แล้วจึงพยายามตัดบทเพื่อที่จะตัดสาย แล้วออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แค่นี้ก่อนนะคะ ขอไปทานยาก่อน

เมื่อบทสนทนาผ่านโทรศัพท์ของเมฆและฉันจบลง ฉันก็พยุงตัวขึ้นมาเพื่อที่จะออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด โดยไม่ลืมหยิบของที่เตรียมมาด้วย

แต่ทว่าก่อนที่จะเดินออกไปนั้น ใบหูกับได้ยินเสียงบทสนทนาที่สร้างความเจ็บปวดให้หัวใจเหลือแสน จากปากของคนที่ฉันรักทั้งคู่

คนอะไรโง๊โง่เนอะเมฆถ้าเธอจะด่าฉันว่าโง่ก็คงไม่ผิด เพราะฉันนั้นมันก็โง่จริงๆ ที่ไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนกับแฟนได้แอบแทงข้างหลังฉัน

แต่ทว่าคำพูดของหนิงเมื่อครู่ มันไม่ได้เจ็บเท่ากับคำพูดนี้ “…ใช่ โง่เหมือนควาย

ซึ่งมันเป็นคำพูดของเมฆ

วันต่อมาฉันก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นได้เปลี่ยนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันเคยมองทุกสิ่งทุกอย่างในแง่ดีเสมอ แต่ทว่าตอนนี้ฉันกลับมองทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ฉันไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีกเลย

จะว่าฉันโง่ จะด่าตราด่าฉันว่าอีควายก็ได้ เพราะฉันก็เป็นแบบนั้นจริง เนื่องจากฉันยังขี้ขลาดตาขาวอยู่มาก จึงทำให้ไม่กล้าปล่อยมือจากรักแรกอย่างเมฆ และทนเจ็บมาซ้ำๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาทำอะไรลับหลังฉันบ้าง รู้มาโดยตลอด 6 เดือน 13 วันแต่ทำเป็นหลับหูหลับตาเพราะยังอยากจะอยู่เคียงข้างเขา และในที่สุดอะไรที่ฉันเคยคิดว่าจะอดทนไหว พอมาถึงตอนนี้ ฉันไม่อยากจะทนมันอีกต่อไปแล้ว

ต่อให้รักมากแค่ไหนแต่ว่าฉันไม่อยากปล่อยให้ตัวเองเขางอกไปมากกว่านี้

พอกันที

 

ปัจจุบัน

ไม่ต้องเข้ามา กลับไปซะฉันพูดเสียงแข็งในตอนที่เมฆมาส่งฉันที่ห้องแล้วเขาทำท่าจะเดินตามเข้ามาในห้องอย่างเคยชิน เมื่อทำท่าจะปิดประตูใส่หน้าเขาเมฆกับใช้แขนแกร่งยันไว้ไม่ให้ฉันปิดประตูได้

แล้วยังอยากเลิกกับเราอยู่ไหมร่างสูงใจหยาบช้าค้อมตัวเข้ามาใกล้ชิดแต่ฉันก็ถอยหลังหนีอย่างนึกรังเกียจ

อยากพูดไปตามความจริงที่คิด แต่ทว่าเมฆไม่เห็นว่าจะสลด เขากลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ร่างกำยำไม่ได้ทำท่าจะเข้ามาคุกคามฉันจึงยืนมองเขาหัวเราะต่อไปทั้งอย่างนั้น

มันมีอะไรน่าตลกกันนะ?

ไม่ว่าเธอจะอยากหรือไม่อยากเลิกกับเรา ตอนนี้มันไม่สำคัญอะไรแล้วนะครับ เพราะเราไม่มีวันปล่อยเธอไป…” ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าผู้ชายที่ฉันเคยรักมากจนยอมทนโง่มาหลายเดือนจะมีธาตุแท้ที่น่าขยะแขยงสิ้นดี ถ้าเธออยากให้เรามีเธอคนเดียว เราก็พอจะทำให้ได้นะ…”

“…”

แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำไหม

เพี๊ยะ!

เพราะคำพูดที่แสนเห็นแก่ตัวของเมฆ ทำให้ฝ่ามือของฉันที่เคยกำแน่นมันอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จึงสะบัดฝ่ามืออย่างแรงไปที่ใบหน้าของคนจิตใจหยาบโลนจนหน้าหัน รอยแดงปรากฏขึ้นมาทันที

การตบหน้าเมฆครั้งนี้มันทำให้ฉันเจ็บมาก

สถุน!” ระเบิดอารมณ์โพล่งคำหยาบคายอย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นก็อาศัยจังหวะเขากำลังหันหน้ารีบปิดประตูทันทีโดยไม่ลืมที่จะล็อกประตู และผลที่ตามมาก็คือ

ปัง!!!

ประตูที่ถูกกระทบด้วยสิ่งบางอย่างจนเกิดเสียงดังสนั่นและสั่นไหวอย่างรุนแรง ซึ่งต้นเหตุของการกระทำน่าจะมาจากบุคคลภายนอกที่เมื่อครู่ฉันได้ฝากรอยประทับบนใบหน้าของเขา

ฉันพูดไม่ออก ช็อคและกำลังตกอยู่ในความหวาดกลัว เท้าสองเท้ารีบก้าวถอยหลังให้ห่างจากประตูทันที ยืนนิ่งเงียบอยู่บริเวณนั้นอยู่เกือบนาที จนแน่ใจว่าเขาได้ไปแล้วเพราะไม่มีการถีบประตูหรือเสียงอื่นใด ฉันจึงลองส่องตาแมวดู ก็พบว่าเขาได้ไปแล้วจริงๆ

เมฆน่ากลัวขนาดนี้ เห็นทีฉันคงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว

 

คนอย่างฉันก็ยังมาเรียนตามปกติเหมือนทุกวัน แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือความระแวงฉันมากยิ่งขึ้นเพราะเหตุการณ์เมื่อวาน ฉันผวาไปหมดต้องคองมองซ้ายมองขวาเหมือนคนมีความผิด

เมื่อคืนฉันนอนคิดแล้วว่าจะย้ายกลับไปอยู่บ้าน ด้วยการอ้างเหตุผลกับพ่อและแม่ว่าคิดถึงบ้าน อยากอยู่กับพ่อแม่มากกว่า ถึงแม้ว่ามันจะไม่สะดวกต่อการเดินทาง แต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ฉันยอม

คลาสนี้เป็นวิชาเลือกเสรี ฉันเดินเข้าห้องสอดส่องสายตาหาเพื่อนใหม่อย่างมิ้งและแหนมมัด เมื่อพบเจอทั้งสองคนก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปหาพวกเขา

หวัดดีเพราะว่าที่นั่งรอบข้างของพวกเขาเต็ม ฉันจึงต้องนั่งข้างหลังพวกเขา เอ้อ...ลืมอัปเดตว่าฉันกับพวกเขาเราสร้างกรุ๊ปแชตสำหรับงานกลุ่มด้วยแหละ ทำให้วันนี้ต่างคนต่างก็เตรียมงานมาพรีเซ้นต์กันในคาบนี้

แต่ว่านะบรรยาศรอบตัวตอนนี้มันชวนน่าขนลุกยังไงก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่ามิ้งจะหันหลังมาส่งยิ้มให้กัน แต่ทว่าสัญชาติญาณบางอย่างบอกฉันว่านั่นไม่ใช่ยิ้มที่จริงใจเท่าไหร่

ไง เตรียมงานมาพรีเซ้นต์แล้วใช่ไหมก็คงมีแต่แหนมมัดที่ยังคงปกติดีทุกอย่าง ซึ่งตอนที่ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ก็มีเขานี่แหละ ค่อยชะโงกหน้ามายิ้มและโบกมือหย็อยๆ ให้

แน่นอน แหนมกับมิ้งก็เตรียมมาใช่ปะมองพวกเขาสองคนที่นั่งข้างหน้าสลับกันไปมา พบว่าหนิงไม่ตอบอะไรนอกจากนั่งหันหลังกอดอก ส่วนแหนมมัดก็พนักหน้ายิ้มสดใส

เมื่ออาจารย์เข้ามาในห้อง ท่านก็เรียกให้แต่ละกลุ่มออกไปพรีเซ้นต์งานในหัวข้อที่เตรียมเอาไว้ ทุกกลุ่มนำเสนองานได้น่าสนใจมากๆ แต่ก็มีบางกลุ่มที่อาจารย์ติบ้าง จนกระทั่งถึงตาของกลุ่มฉันออกไปพรีเซ้นต์

ฉันนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินไปข้างหน้าห้อง สายตาเห็นว่าแหมมัดก็ลุกจากเก้าอี้เหมือนกัน แต่ทว่ามิ้งกลับยังนั่งเฉยๆ เหมือนเดิม

ไม่ได้คิดอะไรจึงก้าวเดินต่อ แต่ทว่าในตอนที่กำลังเดินผ่านมิ้งไปนั้น ขาเรียวของฉันกลับสะดุดอะไรบางอย่างทำให้ร่างฉันรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะล้มในที่สุด เหมือนเป็นภาพสโลว์โมชั่น แผ่นงานที่ฉันเตรียมตัวมาพรีเซ้นต์ลอยเหนืออากาศ มือเป็นสิ่งแรกที่กระทบลงกับพื้น น้ำหนักทั้งหมดถูกถ่ายโอนไปที่มือตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ฉันปวดมือจนนิ่วหน้าออกมาอย่างชัดเจน

ทุกคนต่างตะหนกที่เห็นฉันล้ม แหนมมัดรีบมาพยุงฉันขึ้นทันที ส่วนเพื่อนคนอื่นที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก็ช่วยเก็บเอกสารให้

ฉันถูกคนในห้องมองว่าเป็นคนเลินเล่อและซุ่มซ่าม แต่แท้จริงแล้วใครจะรู้ว่าที่ฉันล้มลงมันไม่ใช่เพราะฉันซุ่มซ่ามเพียงอย่างเดียว

แต่ทว่าช่วงวินาทีก่อนหน้าที่ฉันจะล้มลงไปนั้นฉันเห็นนะ ว่าขาของมิ้งยื่นออกมาจงใจขัดขาให้ฉันล้ม

ประเด็นที่สงสัยคือ อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอทำแบบนี้?


[Loading...100%]


เอ้...มันยังไงๆ อยู่นะมิ้ง 55555555

วันนี้อัปสามรอบเลย ตีหนึ่งทีนึง รอบสองตอนสิบเอ็ดโมง รอบสามคือสามทุ่มเกือบสี่ทุ่ม โคตรคึกอะบอกเลย ถ้าอยากให้อัปแบบนี้ ต้องเมนต์ให้กันเยอะๆ แล้วแหละ ฮ่าาาา


ขอบคุณทุกคนที่อินกับนิยายของเรามากขนาดนี้นะคะ

ขอบคุณที่อ่านนิยายของเรา ขอบคุณที่ยังไม่ไปไหนถึงแม้ว่าพระเอกจะแสนชั่วก็ตาม

การเขียนนิยายเรื่องนี้มันทำให้เรากดดันมาก เพราะเขียนให้พระเอกเลวไว้เยอะ นักอ่านคาดหวังให้เมฆและหนิงถูกเอาคืนอย่างสาสม ซึ่งเราก็จะเขียนแบบนั้นอยู่แล้วแน่นอนค่ะ ส่วนนานะที่เธอรู้ความจริงมา 6 เดือน 13 วันนั้นแต่ก็ยังไม่ทำอะไร ทุกคนคิดว่ายังไงคะ อยากให้ลองทบทวนชื่อเรื่องของนิยายเรื่องนี้ดู

ยอมรับว่าอยากได้คอมเมนต์เยอะๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากจะเปิดอ่านเลยค่ะ 55555 แต่ไม่เป็นไรนะคะ ทุกคนสามารถเมนต์ได้ตามปกติ ยังไงเราก็อ่านทุกเมนต์อยู่แล้ว แต่แค่มาระบายให้ฟังเฉย ว่านักเขียนตัวเร้กคลนี้กัมลังกดดันคร่าาา

พึ่งลงไป 6 ตอนเอง อย่างพึ่งตัดสินอะไรเลยนะคะ ด่าเมฆ ด่าได้ ด่าเลยค่ะ เพราะนางเหี้ยจริง จะด่านานะว่าโง่ ก็ด่าได้เลยค่ะ ตัวละครในนิยายของเราทุกตัวเป็นตัวละครที่สร้างมาจากจินตนาการของเราล้วนๆ ไม่ไดมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ใดในชีวิตจริง อยากให้ทุกคนอ่านเพื่อความบันเทิงมากกว่าเนอะ หรือว่ายิ่งอ่านยิ่งเครียด5555555 ไรท์แต่ไรท์ก็เครียดนะ 55555555

เอาเป็นว่าขอบคุณนะคะที่ยังรออ่านนิยายเรา เราขอบคุณมากๆ ไม่ต้องคิดมากน้า เราแค่มาระบายเฉยๆ เดี๋ยวก็มาอัปต่อ ไม่ต้องกลัวว่าจะเลิกแต่งเนอะ 5555555

ปล. ขอแก้ไขจากที่นานะไม่เคยมาห้องของเมฆ เป็นเคยมาครั้งหนึ่งน้าา


ไปเล่นแท็กในทวิตได้น้า มีลงสปอล์ยด้วยค้าบ #คนโง่ของผม




ติดแท็ก #คนโง่ของผม
ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.231K ครั้ง

4,883 ความคิดเห็น

  1. #4217 จะซุ่ม (@0623170639) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 06:51
    อ่านตอนนี้ ตอนที่นานะเปิดประตูเข้าไป เพลง สังหารหมู่ ลอยเข้ามา

    ช่วงนี้เพลงนี้เพิ่งมาหลอนติดหูฉัน คือมันได้ คล้ายกันเลย ! ลองฟังดูนะ จะอินมากๆ
    #4217
    0
  2. #4093 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 20:20
    ไม่ใช่ว่ามิ้งเคยกินกับเมฆนะ5555555
    #4093
    0
  3. #3363 Sachaa (@may_scm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 09:01
    มิ้งกับหนิงนี่ยังไง ไรท์แต่งดีมากนะเพราะถ้าอ่านก็เข้าใจได้จริงๆว่ามันร้ายกันไปหมดทั้งเรื่องเลยค่ะ มีแค่รีดคนนี้ที่โง่จริงๆ555555555
    #3363
    0
  4. #2568 Wawa Swr (@wawa_006) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 05:21
    นี้อย่าบอกนะว่าพระเอกวางแผนให้นางเอกมาเห็นเองอะ เพื่อไร เพื่อให้นางเอกบอกเลิกอ่อ
    #2568
    0
  5. #2312 PaweenaChaidilok (@PaweenaChaidilok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 18:41
    อยากถามเมฆว่า เคยรักนานะบ้างไหม
    #2312
    0
  6. #2251 finalay (@0832259288) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 19:19
    ไม่เคยอ่านเรื่องไหนแล้วอารมณ์เสียเท่าเรื่องนี้มาก่อนเลย(อินจัด) ไอเ-้ยเอ้ย!!!(ขอโทษกับคำหยาบ)

    โมโหกับอีเมฆ โมโหกับอีเพื่อนอับ อัปรีย์ ฮึ้ยยยยย ไรท์แต่งดีมากสู้ๆน้าา
    #2251
    0
  7. #2037 คุโรคิคิ (@loveb55553) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 13:44
    ชอบอะ ชอบจริง ชอบนานะ
    #2037
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #1579 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 10:25

    เป็นนิยายที่แหวกแนวดีค่ะ ก็เลยน่าติดตามว่าตอนจบจะลงเอยให้สวยงามได้ยังไง นาติดตามมากค่ะ

    #1579
    0
  10. #1575 Baek Light (@spipe65) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 07:09
    อยากรู้ว่าตอบจบจะแฮปปี้มั้ยคะไรท์ แงงงงง เกลียดเมฆนะแต่ก็อยากให้จบแฮปปี้ ฮือออออ
    #1575
    0
  11. #1557 zAERYHello (@zAERYHello) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:32
    ถ้าเป็นนานะ จะกระโดดตบมิ้งให้แหลกคามือเลย หมั่นไส้โว้ยยยยย!!
    เมฆก็แบบ อิหยังวะ?
    #1557
    0
  12. #1540 Chanamol1213 (@Chanamol1213) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 19:34
    มีเมียทั่วบ้านทั่วเมืองไม่พอ เมีนยังมาระรานนานะอีกตายกันพอดีนางเอกฉัน ไสหัวไปเลยเมฆ
    #1540
    0
  13. #1494 Mammy26 (@Saowadee26) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 15:53
    อิมิ้งนี้ก้ออีกคนมาทำร้ายนานะทำไมนานะเอาคืนเลยลูกนี่ก้อคงเป็นเมียมันอีกคนซินะ
    #1494
    0
  14. #1448 NATTHAKANNN (@NATTHAKANNN) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:25
    เป็นนิยายเเปลกใหม่จากการอ่านหลายๆๆเรื่อง เป็นนิยายที่สามารถสร้างปมต่างๆได้ดีมาก ชอบ อยากอ่านต่อไปเรื่อย อยากรู้ว่าจุดจบของการที่คนๆหนึ่งทำเเบบนี้

    มันต้องเป็นจุดจบที่เจ็บมาก ขนาดเริ่มยังเจ็บขนานนี้ นานะคงรัก ผช เมฆมาก เเต่ทุกคนมีขีดจำกัน
    อยากอ่านตอนต่อไป ไปๆ เรื่อยๆ ขอบคุณไรท์ที่เเต่นิยายดีๆเเบบนี้ให้อ่าน😍
    #1448
    1
    • #1448-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 6)
      21 มีนาคม 2562 / 14:43
      ขอบคุณนะคะ
      #1448-1
  15. #1447 mumiina1 (@mumiina1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 13:43
    เอาแล้วไง ตัวแถมเพิ่มมาอีกหนึ่ง
    #1447
    0
  16. #1446 Parichat Changtam (@plalomaheha5) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 13:41
    มิ้งต้องเคยได้กับเมฆแน่ๆ สำส่อนจริงๆอีเมฆฆฆ
    #1446
    0
  17. #1445 kris_sky (@kris_sky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 12:48
    เกลียดพระเอกได้ไหม
    ปล่อยไข่ไปทั่ว
    อย่าทำร้ายน้องนะ//ปกป้องนางเอกสุด55555
    #1445
    0
  18. #1444 Illusion pony (@immy07) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 12:30
    มิ้งเด็กของเมฆรึป่าว
    #1444
    0
  19. #1443 mngbgrl (@mingnim) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 11:46
    มิ้งต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเมฆแน่ๆ
    #1443
    0
  20. #1442 Rainnycloud (@ppathintida) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:57
    มิ้งนี่ยังไง อย่ามามิ้งแงงง
    #1442
    0
  21. #1439 Sellamoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:24

    อยากให้นานะเอาคืนใ ห้สาสม ไม่อยากให้คนเลวได้ใจ ที่ทำชั่วแล้ว ยังลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ร่วมกันหักหลังทรยศเพื่อน ยังไม่พอ ยังทำร้ายร่างกายอีก แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้อีกแล้ว ส่วนมิ่งหล่อนก็ยังมาพลอยผสมโรง กะยำเพื่อนให้เละคาตีนหรือไง. นานะจำไว้ ใครทำอะไรเราต้องได้รับผลแบบนั้น

    #1439
    0
  22. #1438 Starlight (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:14

    เข้าข้างนานะ รอดูการเอาคืนให้เจ็บ ไม่กล้ามาคิดร้ายอีก เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแบบนี้ คบไปทำไม เป็นคนหยาบคาย เลว โดยสันดานจริงๆ

    #1438
    0
  23. #1437 Malisorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:11

    ในโลกนี้ไม่มีคนดีบ้างแล้วใช่ไหมถึงได้คิดเอาคนชั่วคนเลว มาเป็นพระเอก. เรียกว่าสนับสนุนคนชั่วหรือเปล่า. นิยายดีนะแต่พระเอกถ่อย - (ต้องใช้. ล ลิง สะกดนะคะ) อย่าให้นานะคู่กับคนแบบนี้เลย. สงสารอนาคตของเจ้าหล่อน ต้องวิ่งไล่ตามจับสามีเจ้าชู้ แล้วจะมีความสุขไหม

    #1437
    0
  24. #1436 Praneemeesuk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:03

    นานะ สู้ เค้า ลูก. อย่ายอมแพ้. เอาให้เจ็บแสบให้กลัวจนหัวหดไม่กล้ามาทำอะไรอีก ถ้าอยู่เฉยแล้วถูกรังแก. ต้องลุกขึ้นมาสู้แล้ว. ข้างนอกพลับลับหลังตะโก ก็มีเยอะ.

    #1436
    0
  25. #1435 Sunisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:00

    นานะมีศัตรูเยอะจัง มิ้งร่วมมือกับหนิงแกล้งอีกแล้วใช่ไหม เพื่อนกันนี้ มีสักกี่คนที่ไว้ใจได้

    #1435
    0