ตอนที่ 20 : XIII :: #คนโง่ของผม [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1201 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

I never changed, I just learned.


มาตกลงกันก่อนอ่าน :: นิยายเรื่องนี้พระเอกเจ้าชู้มาก และนางเอกโง่บรม เอาเป็นว่าอ่านกันเองนะคะ ฉากติดเรตจะไปลงในกลุ่มลับ ไปตามหากันเองนะคะ และที่สำคัญที่สุด คอมเมนต์เยอะเท่าไหร่ ได้อ่านตอนต่อไปเร็วมากเท่านั้นค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ





EPISODE 13
"เราจะพูดครั้งสุดท้าย...อย่ายุงกับมันอีก"
(เปิดพรีอยู่นะคะ จิ้มรายละเอียด)

ครับตอบเพียงเท่านั้น ผมไม่มีอะไรจะเอ่ยกล่าวไปมากกว่านี้

เอ้อ แล้วแม่แกไปอังกฤษนานเท่าไหร่ แกรู้ไหม ไม่เห็นแม่บอกอะไรพ่อเลยนะชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะวางช้อนส้อมลงคู่กัน นั่นเป็นสัญลักษณ์ว่าจะไม่ทานต่อแล้วถึงแม้ว่าจะยังเหลือข้าวอยู่บนชามก็ตาม เพราะงั้นผมจึงวางช้อนซ้อมลงบ้าง เพราะคิดว่ากินต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร

ไม่รู้ครับ แม่ก็ไม่ได้บอกอะไรเหมือนกันผมไม่ได้ติดต่อกับแม่เลยตั้งแต่ที่แม่ไปอังกฤษ ท่านมีธุรกิจจิวเวลลี่อยู่ที่นั้น เพื่อนๆ ของท่านส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นด้วยกันทั้งสิ้น

เฮ้อ แย่จังพ่อก็เริ่มคิดถึงแม่แกขึ้นมา หรือว่าจะบินตามไปหาดีนะ?มือที่วางอยู่บนตักได้แต่กำแน่น ส่วนกล้ามเนื้อใบหน้าก็ทำได้เพียงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

เอาที่พ่อสะดวกครับ

ไม่ต้องพูดจาสุภาพกับพ่อมากก็ได้ ดูห่างเหินดีจังห่างเหิน? ก็ตั้งแต่จำความได้ผมก็พูดแบบนี้กับพ่อมาตลอด แล้วอยู่ๆ พ่อกลับมีความรู้สึกนี้ผลุดขึ้นมาตลกมากครับ

ผมก็พูดแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะ

ช่างเถอะๆ แล้วนี่จะกลับมาอยู่บ้านนานแค่ไหนล่ะชายวัยกลางคนหน้าตาคละคล้ายกับผมเอ่ยถาม เป็นความจริงที่ว่าผมไม่ชอบบ้านหลังนี้ หรือจะเรียกว่าเกลียดเลยก็ได้ ไม่บ่อยนักที่ผมจะกลับมาที่นี่ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ได้อยากมาอยู่นักหรอก แต่ทว่าครั้งนี้กับจำเป็นเพราะเงื่อนไขที่แลกไว้กับแม่

ไม่รู้สิครับ คงจะอยู่เรื่อยๆ ผมคิดถึงบ้านหลังนี้…” ในจังหวะที่กลอกตาไปมองหน้าบุพการีของตัวเองนั้น สายตาผมก็เห็นร่างของผู้หญิงผ่านเงาสะท้อนของแจกันเคลือบเงา มองดูปราดเดียวก็เก็ทได้ว่ากำลังแอบฟังบทสนทนาของผมและพ่ออยู่

นอกจากจะแพศยาแล้วยังไม่มีมารยาทนะครับคุณธิติพร

เหรอ ดีเลยลูกชายคนโตของพ่อกลับมาอยู่บ้าน พ่อกับ น้องจะได้ไม่ต้องเหงาคิ้วผมกระตุกนิดหน่อย แต่ก็ยังพอข่มอารมณ์ของตัวเองไว้อยู่

ผมคิดว่าตัวเองคงนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ชายคนนี้ไม่ไหว ถ้าหากว่านานกว่านี้คงทนไม่ได้อีกต่อไป ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยที่ไม่ได้ลั่นวาจาใดๆ ออกไป เพียงแค่เดินผ่านร่างของพ่อและสุดท้ายก็ไม่ลืมที่จะเหยียดตามองคุณธิติพรที่แอบอยู่ด้วยสายตาจงเกลียดจงชัง

ในบ้านหลังนี้มีพร้อมทุกอย่าง เมื่อก่อนมันเคยเป็นบ้านที่อบอุ่นกว่าแต่ทว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นมันได้แปรเปลี่ยนทุกอย่างไปหมด อะไรๆ ก็แย่ลงจนผมเกลียดเกลียดที่จะอยู่ที่นี่

เมื่อขึ้นบันไดมาชั้นสองของบ้าน ผมเพ่งสายตาไปยังห้องอีกฝั่งหนึ่ง จ้องมองอยู่นานไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีพยาบาลที่ถูกจ้างมาเปิดประตูออกมาจากห้องนั้น ผมถึงได้ละสายตาออกจากบานประตูแล้วเดินเข้าห้องตัวเอง

[End Talk]

 

ต้นนี้ต้นอะไรเหรอคะเอ่ยถามเจ้าของร้านต้นไม้ด้วยความตื่นเต้น ต้นไม้ที่ฉันชี้ถามอยู่ตอนนี้คงเป็นที่ 10 ได้ ก็แบบว่าฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพืชพันธ์เท่าไหร่ พอได้มาเห็นต้นไม้ที่ออกดอกสวยงามมันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

เดหลีครับไม้ดอกไม้ประดับต้นนี้ฉันเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นของจริงเลยสักครั้ง เห็นแบบนี้แล้วก็อยากจะซื้อกลับบ้านไปปลูกเหมือนกัน พ่อกับแม่คงจะชอบน่าดู

ดิม เลือกต้นไม้ได้หรือยังล่ะนี่ถ้าหากว่าไม่ได้มองไปรอบๆ ร้านต้นไม้แล้วเห็นดิมยืนอยู่ไม่ไกล ฉันก็คงจะลืมไปแล้วว่าเขามาด้วยกัน บางทีฉันก็สงสัยว่าฉันหรือดิมใครที่จะมาซื้อต้นไม้กันแน่ เพราะคนชวนไม่ได้มีท่าทีสนใจต้นไม้ต้นไหน ตั้งแต่เรามาถึง มีแต่ฉันฝ่ายเดียวเนี่ยแหละที่ดูตื่นเต้นสุด

ยัง เธอชอบต้นไหน?คนตัวสูงเอามือสอดเข้าไปในกางเกง อยู่ๆ ดวงตาของฉันก็พล่ามัวฉับพันเพราะเห็นออร่าแปลกๆ ที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขา ดิมกับต้นไม้ดูเข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อเลย

พอก่อน

ฉันส่ายหัวให้กับความคิดบ้าๆ ของตัวเอง พอทบทวนคำถามของเพื่อนคนนี้ก็ได้แต่หมวดคิ้วสงสัย เขาจะอยากรู้ว่าฉันชอบต้นไหนไปทำไมกัน

หลายต้นเลยนะ ที่นี่มีแต่ต้นสวยๆ ทั้งนั้นดูเหมือนคำตอบของฉันจะคลุมเครือไปดิมถึงได้จ้องหน้ากันไม่เลิก ก็อย่างเช่นอืมฉันว่าฉันคงเป็นบ้าหรือไม่ก็สมองเลอะเลือนไปแล้วถึงได้จำชื่อต้นไม้ที่ถามไปเมื่อครู่จนหมด เจ้าของร้านก็จ้องกดดันมาที่ฉันไม่ต่างจากดิม ฉันจึงตอบส่งๆ ไปว่า เดหลีอืม เราชอบต้นเดหลีนะ

เอาต้นเดหลีห้าต้นครับ เจ้าของร้านพยักหน้ารับ ก่อนที่เจ้าตัวจะกวักมือเรียกคนงานให้มาช่วยขนต้นเดหลีไว้หลังรถของดิม ฉันได้แต่ยืนเหรอหรา ทั้งงงงวยและสงสัย

ดิมก็ชอบต้นเดหลีเหรอ?ฉันยืนอยู่เคียงข้างเขา ระดับความสูงแตกต่างกันมากเหลือกัน เขาดูจะสูงกว่าเมฆด้วยซ้ำไป ซึ่งฉันก็พึ่งมาสังเกตเอาก็ตอนนี้

อืม…” เขากลับตอบรับอย่างไม่ยี่หร่ะ ฉันรู้มาว่าดิมต้องการซื้อต้นไม้ไปไว้ที่คอนโดของเขา คอนโดที่เดียวกับฉันนั่นแหละ ทุกยูนิตจะมีระเบียงที่กว้างพอจะปลูกต้นไม้ได้อยู่

ดีจัง…”

ชอบคนแนะนำโอเค

หืม? อะไรนะ

พอฉันจะหันไปท้วงดิมก็เดินไปจ่ายเงินกับเจ้าของร้านเสียแล้ว ส่วนฉันก็เอ๋อไปพักหนึ่ง พอมาทบทวนคำพูดของเขาแล้วถึงได้รู้ว่านั่นคือประโยคจีบ


ในระแวกที่เรามานั้นเป็นสถานที่ที่ขายต้นไม้โดยเฉพาะ ดังนั้นสองข้างทางจึงมีแต่ร้านขายต้นไม้เป็นส่วนใหญ่ อันที่จริงแล้วแถวนี้ไม่ได้ห่างจากบ้านของฉันมาก แต่ก็แค่อยู่กันคนละเขตเท่านั้น

ตอนนี้สารถีอย่างดิมกำลังขับรถไปส่งฉันที่บ้านเพราะเขาไม่ได้อยากได้ต้นไม้อะไรเพิ่มอีก หลังจากที่เราแวะจอดร้านขายต้นไม้ประมาณ 3-4 ร้าน ดูท่าทางแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจต้นไม้ต้นไหนเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราตกลงกันว่าจะกลับ

ระหว่างทางท้องน้อยๆ ก็ฉันก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาหน่อยๆ เพราะวันนี้แทบทั้งวันฉันเสียพลังงานไปกับการเดินชมต้นไม้ อีกทั้งสภาพอากาศของประเทศนี้ถึงแม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวแล้ว แต่อากาศก็ยังคงร้อนเอาเรื่องถึงแม้ว่าจะไม่ร้อนเท่าช่วงหน้าร้อนก็เถอะ

ดิม เดี๋ยวอีกประมาณสองกิโลฯ จะเจอป้ายสีแดงใหญ่ๆ ว่า ป๊วยกิมหลีช่วยจอดให้เราหน่อยนะผินหน้าไปทางคนขับจากนั้นก็เอ่ยความประสงค์ของตัวเองออกไป เขาเพียงพยังหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนที่ภายในรถจะเงียบฉี่เหมือนเดิม

ป๊วยกิมหลีคือร้านอาหารจีนที่เด็ดที่สุดในย่านนี้แล้ว ด้วยรสชาติและวัตถุดิบที่ถูกทำให้พิถีพิถันออกมาเป็นจานรสเลิศจากฝีมือคนจีนแท้ๆ จึงไม่ยากที่จะทำให้ร้านนี้เปิดสาขาที่ไหนก็ค่อนข้างบูม คิดแล้วก็น้ำลายสอขึ้นมาเลย

หิวเหรอ…” เพราะเป็นช่วงหยุดรถรอสัญญาณไฟแดง ดิมจึงผินหน้ามามองกัน

ก็นิดหน่อยไม่อยากมองหน้าเขานานเลยเลือกที่จะมองตรงไปทางข้างหน้า อีกไฟแดงเดียวก็จะถึงป๊วยกิมหลีแล้ว ดิมหิวหรือยังล่ะ เรากะว่าจะลงไปซื้อน่ะ น้องเราชอบกินขนมจีบของเจ้านี้

ก็นิดหน่อยเขาเลียนแบบคำพูดฉันอ่า แต่เดี๋ยวไปส่งเธอที่บ้านค่อยไปหาไรกินก็ได้

จังหวะนั้นไฟแดงได้เปลี่ยนเป็นไฟเขียวพอดี ดิมจึงหันหน้าไปขับรถต่อ ไม่กี่นาทีต่อมาล้อรถก็มาหยุดหมุนที่หน้าร้านป๊วยกิมหลี เมื่อลงจากรถก็เอ่ยปากบอกให้ดิมรออยู่ที่รถส่วนฉันจะลงไปซื้อเอง ฉันสั่งขนมจีบกุ้งและหมูไปอย่างละสองชุด ยัยน้องสาวของฉันนางชอบกินขนมจีบกุ้งมาก ซิกเนเจอร์ของร้านนี้คือหมั่นโถวไม่ว่ามากินที่นี่หรือซื้อไปกินที่บ้านทีไร ฉันมักสั่งเมนูนี้เสมอ รอไม่นานเท่าไหร่นักเมนูที่ฉันสั่งก็มาถึงมือ เมื่อจ่ายเงินเสร็จสรรพแล้วถึงได้กลับไปที่รถ

โทษที รอนานไหมตอนที่ฉันเปิดประตูรถมาก็แอบเห็นว่าเขาทำหน้าเหมือนจะเบื่อ นิ้วแข็งแรงของเขาเคาะไปที่พวงมาลัยด้วยจังหวะที่ค่อนข้างหนักหน่วงพอสมควร

แอบรู้สึกเกรงใจเขาเหมือนกันนะ

ไม่นานๆถึงแม้จะเป็นการปฏิเสธที่ดูนุ่มนวล แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าคนอย่างเขาคงไม่ชอบรออะไรนานๆ นี่เป็นเรื่องใหม่นวันนี้เลย

จากนั้นก็สารถีหนุ่มก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ เพราะหิวมากฉันเลยขออนุญาตดิมกินบนรถของเขาก่อน ลองไหม?

ฉันไม่ได้ทันได้คิดเลยว่าตัวเองได้ทำทีตีสนิทกับดิมมากเกินงามหรือเปล่า แค่เพียงอยากให้เขาได้ลองชิมขนมจีบรสเด็ดเท่านั้น ถึงได้จิ้มขนมจีบกุ้งจ่อที่ปากเขาพร้อมเอามือรองเพราะกลัวน้ำจิ้มจะหยดเลอะเทอะ

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ดิมปรายตามองกันนั่นแหละ ถึงแม้จะเป็นเพียงเวลาไม่กี่วิฯ แต่ก็สร้างความวูบวาบและขวยเขินให้ฉันอยู่โข จะชักมือกลับก็ยังไงๆ อยู่เหมือนกัน สถานการณ์ตอนนี้ถึงได้ค่อนข้างกระอักกระอ่วนอยู่หน่อย

ทว่าดิมก็อ้าปากงับขนมจีบไปทันทีหลังจากนั้น โดยที่เขาโน้มหน้ามาลงเล็กน้อย แต่ระยะแค่นี้ก็สร้างความใกล้ชิดให้เราประมาณหนึ่ง ใกล้จนเห็นไรผมเล็กของเขา เห็นผิวสีน้ำนมที่มีจุดสีแดงระเรื่อไปทั่วผิว

ผิวดีจริงๆ เลย

อืม อร่อยดีฉันคิดว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นคนเพ้อเจ้อในอีกไม่ช้า ถึงได้นั่งเงียบไม่ยอมพูดจาอีกจนเขามาส่งฉันถึงบ้านในที่สุด

ขับรถกลับดีๆ นะ / ขอบคุณนะในจังหวะที่กำลังผลดเบลท์ เราสองคนก็เอ่ยพูดมาพร้อมกับ ฉันยิ้มๆ โคลงศรีษะให้เขาเล็กน้อย ก่อนลงจากรถก็ไม่ลืมที่จะสอดส่องสายตาว่าลืมอะไรหรือเปล่า จะได้ไม่ต้องลำบากทั้งฉันและเขา เมื่อไม่คิดว่าลืมอะไรฉันถึงได้ปิดประตูจากนั้นดิมก็ขับรถออกไปในที่สุด

ฉันมองรถของดิมที่ขับออกไปจนลับสายตา ทว่าในตอนที่กำลังหันหลังกลับเข้าบ้าน ดวงตาฉันได้เบิกโพรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นใคร

ไปไหนมาครับ?เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเมฆ แฟนสุดที่รักคนเดิมของฉัน ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เขาจะเสนอหน้ามาในวันนี้ ก่อนหน้านี้เมฆทักมาหาฉันในทำนองว่าจะพาไปหาอะไรอร่อยๆ ทาน แต่ทว่าฉันกลับไม่ได้ตอบอะไน เพราะไม่อยากตอบ เหตุผลเดียวเท่านั้น

ไปซื้อต้นไม้กับเพื่อนค่ะฉันไม่เลิ่กลั่กล่อกแล่กแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่พูดไปมันคือความจริง ใบหน้าของเมฆไม่ได้แสดงออกว่าไปในทางลบหรือบวก แต่รู้อะไหมภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยๆ ของเขา ฉันดูออกนะว่าเมฆกำลังหัวร้อนอยู่น่ะ

แล้วทำไมไม่เห็นตอบแชตเราเลยร่างสูงทำสีหน้าน้อยใจ เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ๆ แต่ทว่าฉันกลับรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ จนต้องก้าวถอยหลังออกห่างไปหนึ่งก้าว

ก็เพราะไม่อยากตอบไงเมฆ ยากตรงไหนคะ?

นั่นคือสิ่งที่ฉันตอบเขาอยู่ภายในใจ แต่สิ่งที่ฉันเอ่ยตอบไปคือ หืม? มันไม่เห็นแจ้งเตือนขึ้นมาเลยนะคะ

ทำเป็นหยิบโทรศัพท์เปิดขึ้นมาดูแอปไลน์ให้เมฆเห็นจะๆ เปิดแชตเขาที่ทักมาเมื่อชั่วโมงก่อนก่อนจะตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไรค่ะ เราซื้อเข้ามาแล้ว

เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์เมฆพลันก็ดังขึ้นมาทันที เมฆหยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังขึ้นมาดู จากนั้นเจ้าตัวก็ปรายตามองกัน ส่วนฉันก็

อยากทานด้วยกันไหมคะเมฆชูถุงอาหารจีนที่แวะซื้อขึ้นมาพร้อมส่งยิ้มหวานละลายให้กับเขา

เจ้ ทำไมพึ่งกลับมาเจ็ทเปิดประตูบ้านแล้วโผล่หัวออกมา ดูเหมือนว่าการถามไถ่ของน้องฉันครั้งนี้จะเป็นตัวช่วยดึงความสนใจของเรา ฉันเดินผ่านร่างของเมฆไปแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ นาง

โทษที พอดีเพลินไปหน่อยสาบานได้ว่าไม่ต้องการยั่วโมโหใครบางคนแถวนี้ จริงๆ นะ

แฟนเจ้เค้ามารอสักพักละนางดูดี๊ด๊าแต่ก็ยังคงกระซิบพูด หน้านางน่ะดูออกเลยว่าถูกใจแฟนคนนี้ของฉัน เข้ามาในบ้านกันเถอะค้า พี่เมฆ ว่าจบก็หันไปพูดกับอีกคนที่ยืนหันหลังอยู่ ด้วยความเอือมกับการบ้าผู้ชายของผู้เป็นน้อง จึงแทรกตัวผ่านนังน้องสาวตัวดีเข้าไปในบ้าน

ฉันเข้าไปในครัวเพื่อนำอาหารที่ซื้อมาจัดใส่จาน ดูจากการแต่งตัวของเจ็ทที่ใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น เดาว่าตั้งแต่เช้าคงยังไม่ได้หาอะไรรองท้องแน่ๆ

คล้อยหลังได้ยินเสียงคุยเจื้อยแจ้วของคนสองคนดังอยู่บริเวณห้องนั่งเล่น ตัวฉันที่กำลังเทเป็ดปักกิ่ง หมั่นโถว และขนมจีบลงจานไม่ได้สนใจบทสนทนาที่ได้ยินอะไรมากนัก ก่อนที่เสียงคุยนั้นจะหายไปฉันกลับได้ยินประโยคของเมฆชัดถ้อยชัดคำ

ถ้าไม่รักมากก็คงไม่คบกันมานานขนาดนี้หรอก ลองถามพี่สาวของน้องดูสิตาฉันกลอกมองบน คนอย่างเมฆไม่มีทางพูดประโยคนี้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ได้หรอก ถ้าจะพูดให้ถูก เมฆควรพูดแบบนี้มากกว่า ถ้าไม่โง่มากก็คงไม่คบกันมานานขนาดนี้ได้หรอก

แรงกอดจากทางด้านหลังเรียกสติฉันจากการตกอยู่ในความคิดชั่วขณะ ด้วยกลิ่นเฉพาะตัวและท่อนแขนแกร่งที่พาดอยู่ที่เอวก็ไม่ได้ต้องเดาให้เสียเวลาว่าบุคคลที่ว่านั้นคือใคร

หอมน่ากินมากเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา ตบท้ายด้วยการหอมแก้มฉันหนักๆ อีกหนึ่งที

ปล่อยก่อนค่ะ จะได้ยกไปทานข้างนอก ส่วนฉันก็พูดด้วยโทนเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติมาก ความพยายามครั้งแรกคือการแกะมือของเมฆออกจากเอว แต่ก็ไม่สำเร็จ ความพยายามครั้งที่สองคือการพูดจาอ่อนหวานกับเขา แต่ทว่าเจ้าตัวก็ยั่งคงนิ่งไม่ไหวติงใดๆ

เราหมายถึงเธอ หอมน่ากินมากฉันชะงักไป ไม่ใช่เพราะว่าเขินจนทำอะไรไม่ถูก แต่หากเป็นเพราะกำลังรู้สึกแขยงมากกว่า

“…” ฉันควรตอบออกไปว่ายังไงดีล่ะ

วันนี้ไปซื้อต้นไม้กับ เพื่อนเป็นยังไงบ้างเหรอครับเขาจงใจเน้นคำว่าเพื่อนมากกว่าคำอื่น นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการขยี้ฉันในจุดนี้

ก็ดีค่ะ สนุกมาก เพลินด้วยหากเขาต้องการขยี้ฉันก็พร้อมเป็นผ้าให้เขาซัก เมฆยอมเอาแขนออกมาในที่สุด แต่ทว่าก็ยังไม่ได้ออกไปไหนไกล เขายินพิงเคาท์เตอร์ข้างๆ และยืนกอดอกหันหน้ามองการกระทำของฉันเป็นตาเดียว

แค่จัดอาหารใส่จาน ฉันสามารถทำได้เร็วกว่านี้ไหมนะ

เราเคยบอกเธอไปว่ายังไงเหรอ?ณ เวลานี้ฉันไม่ได้ให้ความสนใจกับเมฆมากเท่ากับอาหารตรงหน้า แต่อวัยวะสำคัญอย่างหูก็ยังคงทำหน้าที่ฟังได้เป็นอย่างดี แค่ฟังว่าเมฆกำลังใช้น้ำเสียงแบบไหนในการพูด ฉันก็พอเดาออกว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน และฉันเชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากฉันไปกระตุ้นต่อมโกรธเขาสักนิดหน่อย ตัวฉันอาจจะเดือดร้อนในภายหลัง

แต่ฉันกลับรู้สึกชอบใจที่เขาเป็นแบบนี้

ยิ่งร้อนรนเหมือนโดนน้ำร้อนลวก แบบนี้แหละดี เมฆคงเคยรู้สึกแบบนี้แน่ๆ เลย

บอกอะไรคะเพราะงั้นการยั่วโมโหเมฆ ก็คือการตีมึนอินโนเซนต์ให้มากเข้าไว้ ที่นี่เป็นบ้านของฉัน ทุกสิ่งในบ้านที่สามารถเป็นอาวุธป้องกันตัวฉันรู้ว่าอยู่ตรงไหน ถ้าเกิดว่าเมฆคิดจะทำไม่ดีกับฉันขึ้นมาน่ะนะ

หึๆคนร่างสูงที่ฉัไม่ได้มองหน้าเพียงแค่นหัวเราะในลำคอ ในขณะเดียวกันฉันก็จัดจานเสร็จพอดี พร้อมที่จะยกไปทานที่ห้องนั่งเล่นและเรียกเจ็ทออกมาทานด้วย นี่คือที่แพลนเอาไว้ตั้งแต่ต้น เราจะพูดครั้งสุดท้าย...อย่ายุงกับมันอีก

มันที่เมฆว่าก็คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากดิม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมฆถึงรู้ว่าเพื่อนที่ว่าของฉันคือใคร เราก็เคยบอกเธอไปแล้วนะ ว่าดิมเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น

ฉันหันไปสวนเขาในทันที เมฆยังคงกอดอกและจ้องมองกันอยู่ สายตานั่นน่ะที่กำลังมองฉัน คาดเดาไม่ได้เลยว่ากำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ เขาใช้สายตาว่างเปล่ามองฉันแหละ

สรุปเธอจะไม่เลิกยุ่งกับมัน?

เขาเป็นเพื่อนเราค่ะนี่เป็นการท้าทายเมฆอย่างจัง เธอลองบอกเหตุผลเราได้ไหมว่าทำไม เราต้องเลิกยุ่งกับดิม ถ้าเธอบอกเหตุผลได้เราจะยอม

เมฆเงียบ ฉันเงียบ สถานที่แห่งนี้เงียบสงัด มีเพียงการสบสายตากันเท่านั้น ในที่สุดฉันก็เป็นฝ่ายหลบตาหนี เพราะคิดว่าจ้องกันไปก็มีแต่เสียเวลา เห็นชัดๆ แล้วว่าเมฆไม่มีเหตุผลอะไรมารองรับ ดังนั้นฉันไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งคนอย่างเขา

ฉันหยิบจานที่ใส่ขนมจีบและหมั่นโถวเดินนำออกมาจากห้องครัว เพราะไม่อยากเดินเข้าๆ ออกหลายรอบ เลยตะโกนสั่งคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ในครัว ทำเหมือนว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมฆคะ ช่วยหยิบจานเป็ดปักกิ่งกับเกี๊ยวซ่ามาด้วยนะ

 

ฉัน เจ็ท และเมฆนั่งทานอาหารจีนที่ซื้อมาอย่างเอร็ดอร่อย ดูเหมือนว่าน้องสาวฉันก็ยังคงดี๊ด๊าชวนเมฆคุยไม่ขาดปาก ส่วนฉันก็มีพูดบ้าง แต่เมฆก็คือถามคำตอบคำ แต่ก็ยังคงคอนเซปต์เดิมของเขา

ตอนนั้นอะนะ เจ็ทยังไม่โตเป็นสาว แต่ก็จำได้ว่าพี่สาวเจ็ทอะ ฮ็อตไม่เบาหัวกระไดไม่เคยแห้งก็ไม่รู้ทำไมเรื่องของฉันในอดีตถึงตกเป็นประเด็นในบทสนาครั้งนี้ ฉันพยายามห้ามปรามน้องด้วยสายตาหลายรอบเหลือเกิน ทั้งๆ ที่นางก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้นางเอาเรื่องนี้มาเผล แต่น้องสาวตัวดีก็ปิดหูปิดตาทำเป็นไม่สนใจ

ตบน้องตัวเองต่อหน้าเมฆจะเป็นอะไรไหมนะ

อืม พี่ไม่เถียง เพราะตอนนี้ก็ยังฮ็อตเมฆว่าต่อ ส่วนฉันส่ายหัว

มีอยู่คนหนึ่งนะพี่เมฆ ตามจีบเจ้นานมาก ทั้งๆ ที่เจ้ก็เรียนหญิงล้วนแต่ก็ยังมานะมาหาทุกเย็น

พอแล้วเจ็ทฉันทำเสียงดุเพราะเจ็ทกำลังเล่าเรื่องไม่ควรเล่า นางเงียบปากทันที จ๋อยสนิทไปเลยแต่ทว่า

เล่าต่อสิ ไม่เป็นไรหรอกเธอ เราอยากฟังเมฆกลับนั่งเท้าคางตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ ฉันเห็นนะว่าเขากำลังอมยิ้มอยู่

เอ่อก็แบบจนพ่อรู้เรื่อง อยู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่มาหาพี่นานะอีกเลย แล้วตอนนั้นพี่นานะก็เด็กหงิมๆ ไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน ก็คงรำคาญมาก เลย…”

เจ็ท!” ฉันเผลอขึ้นเสียงใส่น้องสาวไปซะแล้วล่ะ

แอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน ฉันน่ะไม่เคยทำแบบนี้กับน้องเลย คู่พี่น้องเราไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง

ครืด ครืด

บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น อึมครึมได้เพียงชั่วอึดใจเท่านั้น เพราะต่อมาเสียงสั่นของโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้นมา เจ้าของโทรศัพท์อย่างเจ็ทถอดถอนหายใจออกมาคล้ายคนโล่งอก เจ็ทไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ ไม่ทันได้มองว่าปลายสายคือใคร หากแต่ว่าเมื่อได้ยินน้องตัวเองตอบรับปลายสายไปก็พอจะเดาออก

เอ้อ เธอคะ เราจะย้ายกลับไปอยู่ที่คอนโดแล้วนะเมื่อได้อยู่กันสองต่อสองจึงถือโอกาสบอกเขาในเรื่องนี้ พอคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ทำให้ฉันนั้นฉุกคิดขึ้นาได้ว่าดิมเองก็พึ่งย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกับฉันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แถมห้องยังใกล้กันมากซะด้วย ตอนแรกฉันคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่บังเอิญมากๆ แต่พอรู้ว่าเขาชอบและเดินหน้าจีบถึงได้รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้บอกกันตรงๆ แต่ฉันสามารถรับรู้ได้เอง

จริงเหรอครับเมฆดูดีใจแต่ก็เป็นการดีใจที่ไปไม่สุด เขาเขยิบก้นเข้ามานั่งชิดกัน ซึ่งฉันไม่ได้ถอยหนีในทันทีเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เมฆเอาแขนใหญ่ๆ มาพาดบ่าแล้วรั้งให้ร่างฉันชิดติดกับเขา และต่อมาแขนอีกข้างก็พาดที่เอวนี่เป็นการกอดน่ะ ซึ่งเป็นการกอดที่โจ่งแจ้งเอามากๆ เจ็ทจะมาตอนไหนก็ไม่ทราบได้ ถ้าหากว่าพ่อกับแม่กลับมาเห็นจะเป็นยังไงนะ

เมฆคะ ไม่ดีเลย ปล่อยก่อนนะมือฉันน่ะ แทบจะจิกเข้าเนื้อเขาอยู่แล้ว เมฆไม่หือไม่อือแถมยังถือวิสาสะหอมแก้มฉันฟอดใหญ่

แฟนเราน่ารักที่สุดเลย

 

สองวันต่อมา

ฉันได้กำหนดการณ์การย้ายกลับแน่ชัดแล้วว่าจะย้ายของในวันเสาร์หน้า

ความสัมพันธ์ของฉันและเมฆก็เรียกได้ว่ากลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เป็นการเหมือนเดิมที่ไม่เหมือนเดิมนั่นก็คือความรู้สึกของฉันที่ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเมฆเขาก็น่าจะเก็ทพ้อยท์ในจุดนี้  ความต้องการของเขาในความคิดของฉันคือการมีฉันอยู่ข้างๆ และต้องการให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด ทรมาน ยามเห็นเขาเสพสมกับผู้หญิงอื่น

นั่นน่ะมันเป็นเมื่อก่อน

ตัวฉันที่ถูกตั้งฉายาว่าแม่พระนานะ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าความรู้สึกของเมฆเวลาเห็นฉันโง่เป็นความน่ะมันเป็นยังไง มันจะรู้สึกดีขนาดไหนกันเชียว

วันนี้ก็เหมือนทุกวันคือการไปเรียนจากนั้นก็คงกลับบ้าน เมฆทำหน้าที่เป็นสารถีส่วนตัวไปรับไปส่งทุกวัน เขาทำตัวติดฉันเหนียวแน่น น่าแปลกแต่จริงที่ผู้หญิงของเขาไม่มาตามวอแวฉันสักคน แม้แต่หนิงอดีตเพื่อนรักเองก็ตาม ฉันเห็นเธอแวบๆ ว่ามาเรียน แต่ก็แค่แวบๆ เท่านั้นไม่ได้สนใจว่าเธอจะไปคบกับใคร หรือพูดอีกอย่างคือใครจะคบเธอ บุคคลที่ถูกคนทั้งคณะตราหน้าว่าแอบกินแฟนเพื่อน

ข่าวลือที่เธอท้องเป็นเรื่องจริง มีใครที่ไหนก็ไม่รู้เสริมประเด็นเข้าไปว่าหนิงท้องกับผู้ชายคนไหนก็ไม่รู้เพราะว่าเธอนั้นมั่ว อันนี้ฉันก็ว่าจริง

ฉันน่ะ เลิกคิดเรื่องของวีรกรรมของอดีตเพื่อนแล้วรีบเก็บสัมภาระใส่กระเป๋า หลังจากที่เมื่อครู่อาจารย์ที่สอนในคลาสสุดท้ายของวันนี้จะปล่อยให้เรากลับบ้านสักที ทุกคนดูเหนื่อยล้าจากการเรียน ยิ่งปีสูงเท่าไหร่ งานก็ยิ่งหนักและยากเอามากๆ ชั้นปีต่อไปพวกฉันก็ต้องเริ่มไปฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์แล้ว

มึงๆ เจ้ากรรมนายเวร เอ้ย! แฟนมึงอะ ยืนรอซะเหมือนเท่มากมั้งทันทีที่กลุ่มฉันเดินลงมาจากตึก จิ๋วก็ใช้ศอกสะกิดฉันพร้อมพยักเพยิดหน้าไปทางผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งที่ยืนพิงเสาอยู่ เมฆจ้องฉันตาเขม็งเลยเมื่อเห็นว่ายืนใกล้ใคร ส่วนฉันก็ยังคงคอนเซปต์เดิมของตัวเอง ก็คือการตีหน้ามึนทำตัวอินโนเซนต์ไปวันๆ

เจอกันพรุ่งนี้นะระยะห่างระหว่างฉันกับเพื่อนๆ และเมฆไม่ได้ไกลกันเท่าไหร่ ก็ใกล้พอจะได้ยินเสียงพูดของฉันที่จงใจให้เขาได้ยินโดยเฉพาะ กลับก่อนนะดิม ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ดิมยิ้มบางๆ พยักหน้าน้อยๆ และตามด้วยการเสตามองไปทางเมฆ ด้วยสายตาที่มีเลศนัยและนัยยะอะไรสักอย่าง

ฉันแยกกับเพื่อนแล้วเดินไปหาเมฆที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อีกแล้ว เมื่อประชิดตัวเขาได้สำเร็จจึงกอดแขนใหญ่เหมือนที่ชอบทำ กลับกันเถอะค่ะ

 

วันต่อมา

เวลาผ่านไปรวดเร็วมากๆ รู้ตัวอีกทีก็มาถึงวันใหม่แล้ว เช้านี้อากาศสดใส เหมาะแก่การนอนต่อเป็นอย่างมาก ถ้าหากว่าไม่มีเรียนตอนเก้าโมง ฉันก็คงไม่มีทางตื่นขึ้นมาหรอก ฮา

เมฆก็ยังคงทำหน้าที่แฟนดี คอยไปรับไปส่งฉันเหมือนเดิม เมฆทำตัวเป็นเงาตามติดฉันขึ้นทุกวัน จากเมื่อก่อนเขาจะไม่ค่อยจู้จี้และตามฉันมากเท่าไหร่ พอเริ่มมีดิมเข้ามาเขาถึงค่อยๆ เปลี่ยนไป ดีจริงๆ แบบนี้แหละฉันชอบมาก

พราะว่าวันนี้อารมณ์ดีถึงได้ทำแซนด์วิชมาเผื่อเมฆด้วย ไม่ใช่แซนด์วิชธรรมดานะคะ แต่เป็นแซนด์วิชแบบ Footmade 

ฉันป้อนให้เมฆกินตลอดทางและเขาก็ชมว่าอร่อยตลอดทาง ก็รู้สึกตื้นตันหน่อยๆ นะคะ ที่ฉันก็มีรสเท้าที่ดี เมฆถึงได้ดูจะเอร็ดอร่อยเหลือเกิน

เดี๋ยวตอนเย็นเรามารับนะครับนี่เป็นประโยคที่หลายวันมานี้ฉันได้ยินจนคุ้นหู เมฆโน้มตัวมาปลดเบลท์ให้กันและประทับริมฝีปากลงมาที่หน้าผากฉันอย่างแผ่วเบา เขามอบสัมผัสที่อุ่นร้อนและซาบซ่าผ่านริมฝีปากหยักลึกได้รูป ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มขึ้นมา รักเธอนะครับ

 

ถึงเวลาได้พักทานข้างจริงๆ ก็ล่อไปเกือบบ่ายโมง เพราะต้องไปฟังอาจารย์ติเรื่องรายงานที่ฉันทำไม่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้ท้องของฉันร้องเป็นระยะเลย ไม่รู้ทำไมวันนี้แคนทันที่คณะฉันถึงได้เนืองแน่นไปด้วยนักศึกษา ซึ่งปกติคณะเราคนไม่ได้เยอะขนาดนี้ ต่อมาฉันถึงได้รู้ข่าวจากเบอร์รี่ว่า แคนทีนของคณะรัฐศาสตร์ใกล้ๆ ปิดปรับปรุงทำให้นักศึกษาของคณะนั้นส่วนใหญ่ต้องมาฝากต้องกันที่นี่

ตอนนี้กลุ่มเรามีอยู่สองเสียง เสียงหนึ่งคือไปหาอะไรทานหลังมอ แต่ทว่าจะเสียเวลากับการเดินทางนิดหน่อย ส่วนเสียงที่สองให้เราไปที่แคนทีนของคณะนิเทศฯ แต่คนในกลุ่มก็ยังตกลงกันไม่ลงตัวสักที เพราะงั้นการตัดสินใจที่ง่ายที่สุดก็คือ

ไม่ต้องเถียงกันแล้ว โอน้อยออกดีกว่าฉันเป็นคนเสนอวิธีการนี้ออกไป ทุกคนหันมามองฉันเป็นตาเดียวพร้อมกับทำหน้าสงสัยกันตามๆ ไป แม้ก็พวกเราโตกันป่านนี้แล้วอะเนอะ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ขัดอะไรนะ ยอมโอน้อยออกกันแต่โดยดี ผลสรุปก็คือเราได้ไปทานข้าวที่คณะนิเทศฯ กัน

ใช้เวลาไม่กี่นาทีพวกเราก็เดินมาถึงแคนทีนของตึกนิเทศฯ ฉันไม่เคยทานอาหารที่นี่แต่ก็เคยเดินผ่านอยู่หลายครั้ง โชคดีมากๆ ที่คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ทำให้สามารถหาโต๊ะนั่งจับจองได้ โดยที่ระหว่างเดินเข้ามาฉันก็สังเกตได้ว่าถูกจ้องมองจากหลายสายตา ถึงแม้จะไม่ใช่การจ้องมองมาแบบโจ้งแจ้ง แต่มันสามาถรับรู้ได้โดยที่ฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

คิดถูกปะวะที่มาแดกที่นี่เนี่ยเป้เป็นคนพูดออกมาในตอนที่เราแยกย้ายกันไปซื้อข้าวแล้วมานั่งรวมตัวกันแล้ว ข้างซ้ายฉันเป็นเป้ ข้างขวาเป็นดิม ตรงกันข้ามเป็นจิ๋วกับเบอร์รี่

รีบกินเถอะ จะได้รีบไปไงพูดไปเท่านั้นฉันก็เริ่มลงมีทานข้าวราดแกงที่ได้ไปสั่งกับดิมเมื่อครู่ ตักข้าวเข้าปากคำแรกก็บรรจงเคี้ยวอย่างไม่รีบร้อน ทุกคนบนโต๊ะต่างทานโดยไม่ได้พูดอะไรให้เดาทุกคนก็น่าจะหิวมากแน่ๆ

หืม?

ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือเปล่า แต่สายตาฉันกลับโฟกัสไปที่ผู้หญิงสองคนที่เดินมาด้วยกันคุยกระหนุงกระหนิงกันอย่างสนิทสนม พวกเธอสองคนเดินผ่านโต๊ะฉันไปโดยที่ไม่ได้เหยียดตามอง พวกเธอคงไม่เห็นถึงการมีตัวตนของฉันเป็นแน่

แต่ทว่าในตอนที่พวกเธอเดินเข้าเฉียดใกล้โต๊ะ ใบหูของฉันกลับได้ยินบทสนทนาของพวกเธออย่างแจ่มชัด ถึงแม้ว่าจะมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจของคนในแคนทีนก็ตาม

ซิ่วมาคณะนี้ปีหน้าดีไหม ไม่อยากเรียนที่นั่นละ เหม็นสาปนี่เป็นประโยคของหนิงอดีตเพื่อนสนิทของฉันล่ะ

มาดิ พ่อฉันเป็น…” ฉันได้ยินแค่นั้นเพราะว่าพวกเธอเดินไปไกลแล้ว

ไม่รู้ทำไมฉันกับเป้ถึงพร้อมใจมองหน้ากันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ฉันมองตาเขาก็รู้ได้ว่าเรากำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่ ฉันส่ายหัวให้เขาไป จากนั้นก็เริ่มทานข้าวต่อ

ดีจริงๆ ที่เมฆไม่ปรากฏตัวมาวุ่นวายใจและทำตัวขี้หึง เพราะไม่งั้นมื้อหารครั้งนี้ก็คงกร่อยไม่น้อย หลังจากที่เราทานข้าวเสร็จก็ถึงเวลาแยกย้ายเพราะฉันมีเรียนเลือกเสรีเป็นคลาสถัดไป ตอนนี้ฉันใช้ห้องน้ำชั้นสองของตึกนิเทศฯ เพราะรู้สึกปวดปัสสาวะ อีกทั้งอยากเติมลิปเพราะคาดว่ามันน่าจะหลุดออกไปบางส่วนแล้วในตอนที่ทานข้าว เมื่อจัดการธุระของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงได้มุ่งหน้าไปเรียนเลือกเสรี

อ้าวนานะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอหนิงที่เดินมาพร้อมกับแยมที่นี่ ฉันมองหน้าพวกเธอสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันได้รับบทเรียนจากพวกเธอทั้งสองในเวลาเดียวกันก็คือคนเราจะคบกันได้ก็ต้องศีลเสมอกันอยู่แล้วใช่ไหม คนอย่างแยมที่ตีสองหน้านกสองหัว ต่อหน้าอีกอย่างลับหลังอีกอย่างจะมาคบกับหนิงที่ชอบทำอะไรลับหลังได้ก็ไม่แปลก แต่ที่สงสัยคือหนิงรู้หรือยังว่าต้นเหตุข่าวลือทั้งหลายมันมาจากผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ

พอดีว่ามากินข้าวที่นี่น่ะฉันพูดยิ้มๆ ส่วนหนิงก็ไม่ได้มีท่าทีละอายใจในสิ่งที่เธอทำกับฉัน กลับใช้สายตาไม่เป็นมิตรมองกันอย่างไม่ลดละ ฉันเลิกสนใจอดีตเพื่อนสนิทแล้วมาโฟกัสที่แยมแทน

อืมเหรอ งั้นไปก่อนนะนับถือแยมจริงๆ ที่ยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนแรกฉันก็คิดไปเองแบบโง่ๆ ว่าแยมอาจจะไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แต่ก็นะทุกอย่างมันสามารถพลิกแพลงไปตามโอกาสและวาระอยู่แล้วนี่

เดี๋ยวเราขอคุยกับหนิงแป๊บหนึ่งได้ไหม?” 


[Loading...100%]


ถ้าอารมณ์ดีตอนเย็นๆ จะมาเปิดเจิมแล้วถ้าเจิมครบ 5 ทุ่มก็เจอกันอีกรอบนะคะ แอบสปอล์ยว่าตอนต่อไป จะโยงมาสู่เหตุการ์ณที่เราเคยสปอล์ยไว้นะคะ 



นักอ่านบอกว่าเนื้อเรื่องดำเนินช้ามาก โอเคค่ะ คือเราจะบอกว่าเราเขียนแบบนี้ไว้แล้วนะคะ เพราะงั้นไม่อยากให้นักอ่านเบื่อ เรามาทำข้อตกลงกันเนอะ เราจะมาอัปให้วันละ 2 ครั้ง ก็คือเที่ยงวัน และห้าทุ่ม เป็น 40% ต่อวัน (นับการเปิดตอนเจิมเป็นหนึ่งครั้งเหมือนกันเน้อ) ตัวเองโอเคกันไหมคะ แต่ก็ต้องสัญญากับเรานะว่าจะช่วยกันคอมเมนต์ อะไรก็ได้ค่ะ เราชอบอ่านความคิดเห็นของพวกคุณ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงเจอกันอีกนะคะ ^___^ 



พี่เขารุกหนักมากแม่ คำถามคือใครเป็นพระเอกกันแน่ เป็นงง 

ตัวละครก็เพิ่มมาอีกแล้วเด้อ อิอิ


แล้วนี่รูปอะไร งงมากกกกกกกกก

มีสปอยอีก เราลงไว้แย้ว แต่ลงที่ไหนก็ไม่รู๊วววว คิคิ


ยังเปิดพรีอยู่นะคะ ใครที่ยังไม่ตำ บอกเลยว่าคุณพลาดแล้วววววววววววววววววววววววววววววววว




ใครที่สั่งหนังสือก็สามารถเช็ครายชื่อของตัวเองได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ





เล่นแท็กในทวิตเตอร์ได้นะคะ
เราจะลงสปอล์ยไว้อยู่
#คนโง่ของผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.201K ครั้ง

4,933 ความคิดเห็น

  1. #4680 yingnakprasert (@yingnakprasert) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 15:01
    ดิมน่าจะเป็นน้องชายเมฆนะ
    #4680
    0
  2. วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 16:17
    สู้ๆนะนานะ
    #4086
    0
  3. #4027 aomzizz (@nutchaya22) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 23:23
    ชอบนางสตรองขึ้นเยอะ
    #4027
    0
  4. #4007 Minhyunkook (@Minhyunkook) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 00:05
    ชอบนางเอกแบบนี้มากค่ะ นางเอกนิสัยแบบนี้หาอ่านยากเหลือเกิน
    #4007
    0
  5. #3955 kengfone218885 (@kengfone218885) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 17:38
    เดานะว่ามีตบ แล้วนานะเห็นเมฆ เมฆก้อเข้ามาช่วยแล้วด่าหนิง ประมาณนี้ มโนนะ
    #3955
    0
  6. #3954 PImpim2548_1234 (@PImpim2548_1234) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 16:52
    มีความชอบสกิวการตอแหลของนางเอก555ชมนะไม่ได้ด่า
    #3954
    1
    • #3954-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 20)
      20 มิถุนายน 2562 / 18:14
      นานะไม่ถูกใจสิ่งนี้
      #3954-1
  7. #3953 Nnapat29 (@Nnapat29) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 15:12
    ตบๆๆๆๆๆๆ.

    รแเน้อออ
    #3953
    0
  8. #3952 failAM (@fai-lAM) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 14:21
    ตบเลยค่ะหมั่นไส้หนิงมาก
    #3952
    0
  9. #3951 • :K-мίйOr • (@whitemiew) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 13:45
    จริงๆอีพวกนางๆหน้าด้านพวกนี้ควรโดนหนักๆ พร้อมเฆษด้วย ดิมมจ๋าา
    #3951
    0
  10. #3950 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 13:45
    ได้เวลาเคลียร์สวยสตอแล้วนานะ
    #3950
    1
    • #3950-1 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 20)
      20 มิถุนายน 2562 / 13:45
      *สวน ว้อยยยย
      #3950-1
  11. #3949 maywis (@nattariga77777) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 13:42
    ดิมกับเมฆต้องมีอะไรมาก่อน
    #3949
    0
  12. #3947 roseedah81 (@roseedah81) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 13:07
    ebookๆๆๆๆๆๆ
    #3947
    0
  13. #3946 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:49
    ฉันคิดแล้วว่านางแยมไม่บริสุทธิ์ใจตั้งแต่แรกแล้ว
    #3946
    0
  14. #3945 krinuei (@suratz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:22
    หนิงควรโดนสักดอกอะจริงๆ
    #3945
    0
  15. #3944 PatpimolSupathip (@PatpimolSupathip) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:22
    รอออออออออ
    #3944
    0
  16. วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:18
    ตบมะหนิง
    #3943
    0
  17. #3942 oil_thantita (@oil_thantita) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:13
    รอค่าาา
    #3942
    0
  18. #3941 Kungking2009 (@Kungking2009) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:13
    รอค่าาาาาา
    #3941
    0
  19. #3940 eeaxroni (@eeaxroni) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:01
    รอค่าาาา
    #3940
    0
  20. #3939 puzzlenan (@0810344593) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 11:53
    รอค่าาาาาา
    #3939
    0
  21. #3938 wcxkq (@wcxkq) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 11:51
    รอค้าบบบ
    #3938
    0
  22. #3937 Fon Proy (@fonproy12) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 11:51
    ศีลเสมอกัน. หนิงและแยม555
    #3937
    0
  23. #3936 chon29 (@chon29) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 11:29
    เมฆโรคจิตต้องเจอกับโรคจิตเหมือนกันถึงจะคู่ควร5555
    #3936
    0
  24. วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 11:15
    footmadeeee 555555
    #3935
    0
  25. #3934 Ribony (@Ribony) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 09:27
    รอค้าบบ
    #3934
    0