ตอนที่ 19 : XII :: #คนโง่ของผม [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16921
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1349 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

I don't wanna be you anymore.


มาตกลงกันก่อนอ่าน :: นิยายเรื่องนี้พระเอกเจ้าชู้มาก และนางเอกโง่บรม เอาเป็นว่าอ่านกันเองนะคะ ฉากติดเรตจะไปลงในกลุ่มลับ ไปตามหากันเองนะคะ และที่สำคัญที่สุด คอมเมนต์เยอะเท่าไหร่ ได้อ่านตอนต่อไปเร็วมากเท่านั้นค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ





EPISODE 12
"ถ้ายังคบกับมันอยู่...ก็ระวังตัวเองไว้ให้ดีนะ"
(เปิดพรีอยู่นะคะ จิ้มรายละเอียด)


อืมนั่นสิ ไปนอนดีกว่าเนอะ เขาจูงมือฉันไปที่เตียงนอนขนาดกว้าง ฉันสงบจิตสงบใจของตัวเองให้ทนไว้ พยายามข่มตาให้นอนกลับไปแต่สมองมันก็ไม่หยุดคิดสักที

เมฆนอนกอดฉันจากทางด้านหลัง โดยที่จมูกเขาก็คอยจะคลอเคลียที่ต้นคอ จูบบ้าง หอมบ้าง ส่วนฉันก็นอนนิ่งให้เขาทำ อยากจะทำอะไรก็เชิญ ไม่นานหลังจากนั้นคนด้านหลังก็ดูเหมือนว่าจะนิ่งไป ลมหายใจที่สม่ำเสมอที่เป่าลดตั้นคอนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขาหลับไปแล้ว

ฉันขยับตัวให้นอนเงยหน้า สักพักก็พยายามยกท่อนแขนหนาออกจากเอว แต่มันก็ช่างยากและไม่ประสบผลสำเร็จ ราวกับว่าเขารู้ว่าถ้าเกิดกอดฉันไม่แน่นพอบางทีฉันอาจหนีไป

ท้ายที่สุดแล้วฉันก็ล้มเลิกความพยายาม นับแกะไปเรื่อยๆ จนข่มตานอนได้ในที่สุด

 

เช้าวันต่อมา

อย่างที่เมฆได้บอกไว้ว่าตอนเช้าจะมีแม่บ้านมาส่งชุดนักศึกที่ซักและรีดอย่างดีให้ และที่น่าอายที่สุดคือการที่ฉันรับเสื้อผ้าเองกับมือพร้อมด้วยชุดชั้นที่ใส่ถุงซิบอย่างแน่นหนา

ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงครึ่งเท่านั้น ฉันพึ่งแต่งตัวเสร็จ ส่วนเจ้าของห้องพึ่งตื่นและลุกไปอาบน้ำเมื่อครู่นี้เอง จริงอยู่ว่าฉันมีเรียนบ่าย ไม่ต้องรีบอะไรมากมายก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่มากที่สุดแล้ว

ก่อนหน้านี้ฉันเช็คโทรศัพท์ตัวเองพบว่ามันแบตหมด จึงไม่รีรอที่จะชาร์จมันด้วยพาวเวอร์แบงค์ที่ฉันชอบพกติดตัวไว้ หยิบกระเป๋าของตัวเองออกมานั่งที่โซนนั่งเล่นใจกลางห้อง ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงไปเสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้นรัวๆ

ยังไม่ได้ปลดล็อก แต่ก็พอจะเห็นว่ามีเบอร์แปลกโทรเข้ามาหลายสาย คิ้วทั้งสองเริ่มขมวดมุ่นหน่อยๆ เมื่อไอจีมีแต่คนตอบกลับสตอรี่มาเยอะมากเลย เพราะฉันตั้งไพรเวทไอ้จีไว้ ถึงได้มีคนฟอลไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นเพื่อนที่รู้จักกันเท่านั้น แต่ว่าทำไมถึงมีคนส่งข้อความมาให้ฉันเยอะขนาดนี้

เมื่อเปิดเข้ามาในแอปความสับสนก็โจมตีเข้าอยากหนัก ลองคิดดูแล้วเมื่อวานฉันไม่ได้อัปสตอรี่เลยสักอัน แล้วทำไมถึง

ภาพๆ หนึ่งปรากฏขึ้นมาทันทีที่ฉันกดไปที่รูปโปรไฟล์ของตัวเอง ความสงสัยถูกคลี่คลายทันใด เมื่อภาพนั้นคือตัวฉันที่กำลังนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเมฆ แถมเห็นหน้าทั้งเขาและฉันอย่างชัดเจน ยอดคนดูสตอรี่ก็ปาไปหนึ่งพันคน

ยอดฟอลเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะฝีมือคนมักมาก เขาตั้งค่าไอจีของฉันให้เป็นสาธารณะ

ที่รักลืม goodnight kiss ก่อนนอก ชิงหลับไปก่อนแล้ว

มันจะไม่บูมขนาดนี้ถ้าเขาไม่ใส่แคปชั่นและแท็กไอจีเขาลงไป

แย่ที่สุดฉันนึกว่าเขาหลับไปแล้วถึงได้กล้าที่จะหลับตามไปบ้าง ใครจะคิดว่าเขาจะตื่นขึ้นมาทำเรื่องพันธุ์นี้ ยิ่งกว่าคำว่าอายคือการอยากมุดแผ่นดินหนี หากเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่ซีเรียสอะไรขนาดนี้

ความคิดหนึ่งบอกให้ลบ แต่อีกด้านกลับบอกให้ปล่อยไว้ ยังไงซะทุกคนก็เข้าใจว่าฉันกับเมฆรักกันดี ก็ได้ฉันจะเก็บมันเอาไว้ มันก็คงไม่ต่างกับการที่เมฆตั้ง Relationship ในเฟซบุ๊คกับฉันเท่าไหร่หรอก

ทำอะไรครับ เมฆเดินออกมาจากห้องนอน ฉันเหล่สายตามองร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้า พบว่าเมฆไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาของมอแต่อย่างใด เขาคงเห็นว่าฉันมองเลยเอ่ยปากอธิบาย วันนี้เราจะไปงานศพ เลยไม่ได้เข้าเรียน

แต่งตัวแบบนี้ก็พอเดาออกว่าจะไปงานอะไร ก็พ่อคุณเล่นใส่สีกำทั้งตัว ไหนจะเสื้อเชิ้ตแขนยาว เน็กไท และกางเกงสแลคนั่นอีก

สายตาฉันมาหยุดอยู่ที่เน็กไทของเขาอีกครั้ง เห็นแล้วมันขัดใจเพราะเมฆผูกมันเบี้ยวมาก เพราะความเคยชินหรืออะไรก็ตามแต่ทำให้ฉันเอื้อมมือไปผูกไทให้เขาใหม่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกได้ถึงสายตาที่เดาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่จ้องมองมา ฉันเคยผูกเน็กไทให้เขาเป็นร้อยรอบ ไม่มีครั้งไหนเลยที่รู้สึกประหม่าได้ขนาดนี้

ขอบคุณครับ เมฆกล่าวขอบคุณอย่างทุกครั้ง ก่อนที่จะโน้มหน้าเข้ามาใกล้และหอมแก้มฉันแรงๆ เดี๋ยวเราพาไปหาไรกินแล้วค่อยไปมอเนอะ

เมฆพูดเองเออเอง คิดเองเสร็จสรรพ ที่ฉันไม่ขัดอะไรเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย เลยยอมๆ ไปอีกเหตุผลก็คือไม่อยากอยู่ในห้องนี้อีกต่อไปแล้ว เป็นไปได้จะไม่พาตัวเองมาเหยียบอีกแล้ว

เพราะงั้นฉันคิดไว้แล้วว่าจะย้ายกลับมาอยู่คอนโดของตัวเองน่ะ

เขามาส่งฉันที่มอหลังจากที่ไปหาอะไรทางที่ด้านล่างของคอนโด ฉันพยายามทำตัวเป็นปกติโดยการเอ่ยลาเขาด้วยถ้อยคำที่อ่อนหวาน ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มพิมพ์ให้เขาไป ค้นพบแล้วว่าการปฏิบัติตัวเหมือนเดิมทำชีวิตดูปลอดภัยขึ้นน่ะ

คิดดีแล้วใช่ปะ นี่เป็นคำถามสุดอึดอัดจากหมวยและเบอร์รี่ พวกเขาจ้องมองมาที่ฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน

อืม เราแน่ใจ ประเด็นที่กำลังถกเถียงกันอยู่ตอนนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องสถานะของฉันและเมฆนั่นแหละ ฉันไม่ได้บอกใครว่าจุดประสงค์ของการคบกับเมฆต่อนั้นคืออะไร อยากให้ทุกคนได้เห็นเองกับตามากกว่า ที่สำคัญไปกว่านั้นฉันอยากรู้อะไรบางอย่างที่ข้องใจมาได้สักพัก แต่ไม่กล้าพอที่จะถามเจ้าตัวน่ะ

“…” น่าแปลกที่เป้กลับไม่พูดอะไรเลย ส่วนดิมเขาไม่ได้อยู่ในที่นี่หรอก ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหน

นานะ ฉันหันเมื่อมีคนเรียกชื่อ บุคคลเจ้าของเสียงนั้นก็คือเพื่อนของเป้แหนมมัดน่ะ ตึกท่องเที่ยวกับบริหารอยู่คนละโยชน์เลยนะ… “ขอคุยด้วยหน่อย

จริงๆ แล้วแหนมมัดเขาเคยขอคุยกับฉันเมื่อหลายวันก่อน แต่ฉันก็ไม่ได้คุยกับเขาสักที ฉันว่าฉันพอเดาออกมาว่าแหนมมัดจะคุยเรื่งอะไร เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธฉันจึงยอมคุยกับเขา ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะฉันเห็นว่าเป้มองแหนมมัดด้วยสายตาแปลกๆ จะประสงค์ดีก็ไม่ใช่ประสงค์ร้ายก็ไม่เชิง

แหนมมัดพาฉันมาคุยที่นอกตึกซึ่งไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปผ่านมาสักเท่าไหร่นัก ฉันเลือกที่จะหย่อนก้นลงกับม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ ส่วนผู้ชายตรงหน้าเพียงแค่ยืนมองไปทางอื่นเท่าไหร่

ขอโทษนะที่ผิดนัดวันนั้นน่ะ ตกลงแหนมมัดมีไรจะพูดเหรอ? ฉันเป็นคนเปิดประเด็นเพราะไม่อยากให้มันยืดเยื้อไปมากกว่านี้ ที่สำคัญฉันมีเวลาให้การสนทนาครั้งนี้ไม่มากนักหรอก

เรารู้ว่านานะไม่ได้โง่หรอก ใช่ไหม? คนที่ฉันเข้าใจมาตลอดว่าเป็นคนขี้เล่น บัดดี้กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียด เขาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ท้ายประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นคำถามถูกส่งมาพร้อมกับการเหลือบสายตามาทางฉัน

ฉันแน่ใจมาโดยตลอดว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนโง่ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองนั้นฉลาดหรือแค่เป็นคนโง่ที่รู้ทุกอย่าง

แล้วแหนมมัดคิดว่าไงล่ะ

เราคิดว่าเธอโง่บรม โทษนะเราไม่เคยเห็นใครโง่เท่าเธอมาก่อนเลย ไม่รู้ทำไมฉันกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บกับคำพูดของผู้ชายตรงหน้า กลับกันมันทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อืมก็จริงนะ ฉันรู้สึกสับสนกับทุกสิ่งที่ถาโถมเข้ามา จุดยืนของตัวฉันเองในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนแพ้ซักเท่าไหร่

เราก็ขอเตือนเธอในฐานะของเพื่อนที่ไม่ได้สนิทอะไรมากเท่าไหร่นะว่า…” บุคคลตรงหน้าจู่ๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฉันนั่งนิ่งเพื่อรอฟังคำเตือนของเขา ถ้ายังคบกับมันอยู่...ก็ระวังตัวเองไว้ให้ดีนะ

“…”

เราไม่รู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่เชื่อว่าเธอไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก

“…”

เธอก็คงรู้ดีว่าแฟนเหี้ยๆ ของเธอมันเป็นคนยังไง ที่บอกให้ระวังตัวเอาไว้เพราะอีกไม่นานเธอจะต้องเป็นบ้าเพราะมัน

นี่คือเศษซากความหวังดีจากแหนมมัดเหรอ?

เขากำลังเตือนฉันอยู่อย่างนั้นเหรอ?

ก็พอเดาได้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตฉันบ้าง

ขอบใจนะที่เตือนเรา แต่เราอยากจะพูดว่าไม่มีใครทำให้เราบ้าได้หรอก นอกอยากตัวเราเอง…” ยิ้มน้อยๆ ให้กับความทรงที่ผ่านมา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามหลังจากนี้ มันก็คือการตัดสินใจของเรา แล้วเราก็หวังเป็นอย่างมากว่าจะไม่มีใครเข้ามาเกี่ยว

รู้อยู่แล้วว่าเขามาเตือนฉันเพราะใคร เพื่อนของเขาไงฉันหมายถึงมิ้งน่ะ ฉันทำใจไว้ตั้งแต่ที่เมฆตั้งสถานะกับฉันแล้วว่าหลังจากนี้คงได้รับเอฟเฟกต์ต่างๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตัวอย่างแรกง่ายๆ เลยก็คือมิ้ง เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดฉัน และเชื่อว่าคนอย่างเธอไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่นอน

แหนมมัดเตือนถึงที่ คิดว่าไงล่ะ

ก็โชคดีแล้วกันนะ ลั่นวาจาจบเขาก็เดินจากไป ฉันมองดูแผ่นหลังของแหนมมัดที่ไกลสายตาไปเรื่อย ในหัวพลางก็คิดอะไรบางอย่าง

ท่ามกลางสายลมที่พัดโบกผ่านร่างกาย ฉันสูดดมอากาศเข้าเต็มปอด หลับตาแล้วอยู่กับตัวเอง ช่วงเวลานี้ฉันกำลังรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อนจนอยากที่จะหายออกไป

ฉันจมอยู่กับความคิดของตัวเองสักพักก่อนที่จะลืมตาขึ้นในเวลาถัดมา ทว่า

อ๊ะ!” การปรากฏตัวของใครบางคนสร้างความตกใจจนฉันแทบจะหงายหลังจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ และเป็นอีกครั้งที่คนคนนี้รับแผ่นหลังของฉันเอาไว้ตัวฝ่ามือหนา ดิม

เป็นเขาเองที่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในระยะเผาขน เขานั่งยองๆ อยู่ที่พื้น ส่วนฉันนั่งอยู่เป็นเก้าอี้ ระยะความสูงต่างกันอย่างชัดแจน เพราะงั้นมือของเขาที่เหมือนจะรั้งไม่ให้ฉันตกไปในหย่อมหญ้าข้างหลังจึงเป็นเหมือนการโอบกอดกรายๆ

ฉันตอนนี้เหมือนโดนฟรีซให้แข็งตัว รู้สึกเกร็งกับการใกล้ชิดระดับนี้กับคนที่ไม่ได้สนิท ก่อนที่ต่อมาจะรวบรวมสติสัมปชัญญะของตัวเองผละออกจากดิมแล้วลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่า

โทษที เห็นเธอกำลังจะหงายหลัง เขาคงรู้ว่าฉันตกใจถึงได้แก่ต่างให้ตัวเอง

มีอะไรหรือเปล่า ผู้ชายร่างสูงยังคงจ้องฉันไม่วางสายตาจากที่ประหม่ามากอยู่แล้ว กลับประหม่ามากขึ้นไปอีก ฉันต้องจับผมตัวเองแก้เก้อ การกระทำของตัวเองทำให้หวนนึกถึงตัวเองในตอน 3 ปีก่อนตอนที่พึ่งรู้จักคำว่า ชอบเป็นครั้งแรก

เห็นนั่งหลับตา นึกว่าเป็นอะไร

อ้อ พอดีเหนื่อยๆ น่ะ

ไม่สบายหรือเปล่าเมื่อยามที่ฉันจ้องมองไปที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของชายตรงหน้า มันทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาสื่อออกมาไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำมันฉายออกมาได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังเป็นห่วง

ที่ผ่านมาฉันสังเกตดิมมาโดยตลอด จากตอนแรกที่เขาเข้ามาในกลุ่ม ก็ไม่ได้เป็นคนที่หวือหวาและเป็นมิตรเท่าไหร่ นอกจากเป้แล้วเขาก็ไม่ค่อยพูดกับใครเท่าไหร่ แต่มาให้หลังนี้ดิมเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนในกลุ่มได้ดีขึ้น ฉันก็เคยคิดว่าเขาคงไม่อยากให้เพื่อนมองเขาไปทางที่ไม่ดี จึงคิดไปเองว่าที่ดิมมาทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับฉันคงเพราะไม่อยากให้ฉันคิดแบบที่ว่า

แต่นี่มันเกินกว่าที่จะคิดไว้มาก ฉันรู้ฉันอาจจะหลงตัวเองเกินไปหน่อย แต่ฉันไม่ชอบให้ความสงสัยของฉันค้างคาไปตลอด

ดิมชอบเราเหรอ

อืม ชอบผู้ชายคนนี้ตอบออกมาแทบจะทันทีแบบไม่มีลังเลใดๆ ทั้งสิ้น ในใจลึกๆ ฉันอยากคิดว่าเขาคงปฏิเสธ แต่พอมาได้ยินกับหูตัวเองก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้

ทั้งๆ ที่เราก็มีแฟนอยู่แล้วน่ะเหรอ

มีแล้วยังไงเขาทำให้ฉันทึ่งจริงๆ นะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนี้ของฉัน มันก็มีบ้างที่ผู้ชายจะแวะเวียนเข้ามาจีบ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะตอนนั้นมีแค่เมฆคนเดียว

ฉันไม่เคยหวั่นไหวกับผู้ชายคนไหนนอกจากเมฆ แม้จะมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายอย่างเป้ฉันก็ไม่เคยคิดกับเขามากกว่าเพื่อน ไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้อีกแล้วด้วยซ้ำไป แต่เพราะอะไรหลายๆ อย่างตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ได้เริ่มเข้ามาอยู่ในหัวใจฉันทีละเล็กทีละน้อยโดยที่ฉันเองก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลย

หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก รวมทั้งดิมด้วย ท้ายที่สุดแล้วเราก็ทำเพียงเดินมานั่งรวมกับเพื่อนแบบงบเงียบราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ฉันก็รู้อยู่เต็มอกว่าระหว่างฉันกับดิมมันได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว

เวลาผ่านไปไวราวกับโกหก โชคดีมากเลยที่อาจารย์ปล่อยก่อนหนึ่งชั่วโมง แต่ถึงยังไงมันก็เย็นมากแล้วอยู่ดี ฉันเปิดโทรศัพท์ของตัวเอง กดเข้าแอปแชทสีเขียวก่อนที่จะพิมพ์ข้อความส่งไปหาใครบางคน

 

เลิกเรียนแล้วค่ะ

 

เธอของเรา

15 นาทีนะครับ

 

อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ฉันกลับไปทำตัวเหมือนปกติ คุยดีๆ กับเขา ทำดีกับเขา ถึงแม้ว่ามันแสนจะฝืนก็ตามที ความรู้สึกช่างแตกต่างจากหลายอาทิตย์ก่อนอย่างสิ้นเชิง

เพื่อนๆ ของฉันทยอยกลับบ้านกันหมดแล้ว มีแต่ฉันที่นั่งรอเมฆอยู่หน้าคณะ แสงแดดยามเย็นส่องไปทั่วบริเวณ ฉันชอบแสงแดดที่สุดก็ตอนนี้แหละ คิดแล้วอยากจะถ่ายรูปเก็บเอาไว้เลย

ว่าแล้วฉันก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ว่ากันว่าผู้หญิงน่ะมาพร้อมกับการถ่ายรูปเซลฟี่ และฉันคิดว่ามันคือความจริงเลยล่ะ หามุมสวยของตัวเองไม่นานก็เริ่มกดถ่ายแบบรัวๆ แต่ทว่าในจังหวะหนึ่งที่กดชัตเตอร์กลับมีใบหน้าของผู้ชายเข้ามาอยู่ในเฟรมกับฉันด้วย

ยังไม่กลับ?เขาคือดิมฉันเก็บโทรศัพท์ของตัวเองลง เมื่อเห็นว่าดิมทำท่าจะนั่งลงในม้านั่งเดียวกัน ฉันจึงขยับตัวให้ห่างนิดหน่อย

อืม รอแฟนมารับน่ะเขาหยักไหล่หน่อยๆ ส่วนฉันก็ถามต่อ แล้วทำไมดิมยังไม่กลับล่ะ

เห็นว่าคนแถวนี้นั่งคนเดียว เลยกะว่าจะไปส่งอืมคนแถวนี้ของเขาก็คือฉันนี่แหละ ประโยคที่เขาพูดออกมามันดูธรรมดามากเลย แต่ทว่ามันกลับทำให้หัวใจฉันเต้นแปลกประหลาดไป

นี่คือการหวั่นไหวเหรอ?

ดีแล้วเหรอ

นานะทว่านั่งก้มหน้าเพราะซ่อนอาการของตัวเองได้ไม่เท่าไหร่ เสียงเย็นๆ ที่แสนจะคุ้นหูก็ดังขึ้นทันทีหลังจากนั้น คนหน้ายักษสาวเท้าเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ดูจากทรงและสายตาของเมฆที่มองดิมอย่างเอาเรื่อง ทำให้ฉันต้องลุกขึ้นยืนแล้วใช้ร่างเล็กๆ ของตัวเองบังผู้ชายทั้งสองคนนี้ไว้

มาแล้วเหรอดูเหมือนว่าเมฆไม่ได้สนใจฉันเลย ระดับสายตาของเขาน่ะ จ้องไปที่อีกคน เมื่อหันไปมองดิมนั้นเขาก็จ้องเมฆไม่ต่างกัน เพราะว่าไม่อยากให้ทั้งสองคนมีเรื่องกันที่นี่ฉันจึงยุติการสบตาของชายฉกรรจ์ด้วยการพูดเสียงดังๆ อีกครั้ง เมฆ กลับเถอะ

ว่าจบก็ควงแขนหนาเข้ามากอด ออกแรงอยู่มากโขเพื่อทำให้คนร่างใหญ่อย่างเมฆขยับตัว แต่ก่อนจากก็ไม่ลืมที่จะบอกลาอีกคน กลับบ้านดีๆ นะดิม

รถของเมฆจอดไม่ไกลเท่าไหร่ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง รับรู้ได้ถึงอารมณ์คุกรุ่นของเมฆที่ปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ ฉันชอบจริงๆ ที่เห็นเขามีอาการแบบนี้ออกมา ตั้งแต่ที่ฉันไปทานข้าวกับดิมแล้ว

เมื่อมาอยู่ในรถกันสองต่อสอง สารถีอย่างเมฆไม่ได้ออกรถในทันที เขายังนั่งจ้องไปที่ดิมที่ยืนอยู่ไม่ไกล ไม่ละสายตาออกจากว่าที่อริเลยสักนิด

เธอมีปัญหาอะไรกับดิมหรือเปล่าคะ

อย่ายุ่งกับมันอีกนะเขาพูดโดยที่ไม่หันมามองหน้าฉัน

ฉันหันไปตามวิถีสายของเมฆ ก็ยังเห็นว่าดิมยังไม่เดินไปไหน นอกจากยืนเอามือล้วงเข้าไปในกางเกงยีนส์แถมยังมองมาทางนี้ด้วย ทำไมล่ะ

เราไม่ชอบมันครั้งนี้เมฆยอมละสายตาจากว่าที่อริ ดวงตาเขาแข็งกร้าวอย่างน่ากลัว หากยั่วโมโหเมฆตอนนี้คงจบไม่สวยเท่าไหร่ ฉันจึงจับมือของเขาที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาประสานไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ

อย่าไปสนใจเลยก็แค่เพื่อนฉันยิ้มให้เขาบางๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเมฆ ว่าฉันไม่ได้อะไรกับดิมเลย แต่รู้ไม่ว่านั่นก็เป็นเพียงอุบายเท่านั้นแหละ และต่อมาเมฆก็ดูจะสงบลงไปเยอะถึงได้ยอมขับรถออกไปในที่สุด

ฉันรู้นะว่าเมฆกำลังคิดอะไรอยู่ แค่มองเศษเสี้ยวของใบหน้าที่หันข้างของเขาก็พอรู้ได้ว่าเมฆกับดิมนั้นต้องมีอะไรกันมาก่อนแน่ๆ ปกติเขาจะไม่เกรี้ยวกราดขนาดนี้ถึงแม้ว่าฉันจะสนิทสนมกับเป้มากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาว่าหึงอะไรมากมาย แค่ฉันบอกเขาคำเดียวว่าแค่เพื่อนกันเท่านั้น

แต่ดูเหมือนคนนี้จะแตกต่าง

สนุกแล้วสิ

เมฆมาส่งฉันถึงบ้านอย่างปลอดภัย น่าแปลกใจที่คนขี้ประจบประแจงอย่างเมฆจะไม่อยู่ทานข้าวที่บ้านของฉัน แต่ฉันก็พอรู้สาเหตุอยู่นะ ก็คนที่ปั้นหน้ายักษ์ซึ่งนั่งข้างๆ ฉันอยู่นี่ไง

จะย้ายกลับไปทำไม น้องอยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้วประเด็นหลักเลยคือฉันตัดสินใจบอกที่คนในบ้านแล้วว่าจะย้ายกลับไปอยู่ที่คอนโดเดิม แม่ดูจะเห็นด้วยเพราะไม่อยากให้ฉันเทียวไปเทียวมา ระยะทางจากบ้านฉันไปมหาลัย ก็ไม่ใช่ว่าจะใกล้ๆ เท่าไหร่ แต่พ่อเนี่ยสิตอนแรกที่ฉันย้ายกลับมาอยู่บ้านนะ ซักถามเหตุผลร้อยแปด เหมือนจะอยากให้ฉันอยู่คอนโดมากกว่า พอฉันจะย้ายกลับไป ไหงพ่อถึงไม่ยอมล่ะ?

ช่วงนี้งานเยอะน่ะพ่อ น้องจะสอบแล้วด้วยพ่อน่ะแพ้ลูกอ้อน เพียงแค่ฉันนั่งกอดแขนแล้วเอาหัวซบไหล่ ท่านก็ยอมใจอ่อนแล้ว

คุณก็ปล่อยลูกไปเถอะ ลูกโตแล้วนะแม่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับจานผลไม้ช่วยเสริมทัพ ยิ่งทำให้พ่อหงุดหงิดมากกว่าเดิมเสียอีก ฉันก็พอจะเข้าใจพ่อนะว่าทำไมถึงทำท่าไม่ยอมให้ฉันไป พ่อน่ะไม่ชอบเมฆทำไมฉันจะไม่รู้ ฉันคิดว่าคนที่ผ่านโลกมาเยอะกว่าย่อมมองขาดอยู่แล้ว

น้าๆๆวินาทีฉันโฉบเข้าไปหอมแก้มพ่อ เพื่อเอาลูกอ้อนเข้าแรก อ้อนขนาดนี้ไม่ใจอ่อนก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะคะพ่อ

เฮ้อ กลับก็กลับเพราะทนแรงอ้อนของฉันไม่ไหวล่ะมั้ง พ่อถึงได้เซย์เยสในที่สุด ฉันไม่ได้ดีใจอะไรขนาดนั้น เพราะเดิมทีที่ย้ายกลับมาอยู่บ้านก็เพราะจะหนีออกมาจากผู้ชายคนนั้น แต่พอมาตอนนี้กลับต้องย้ายกลับเพราะผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน แปลกแต่จริง

เราสามคนพ่อแม่ลูกนั่งคุยกันไม่เท่าไหร่ ฉันก็ขอตัวขึ้นห้อง แต่ก่อนที่จะเข้าห้องของตัวเองนั้นฉันก็ไม่ลืมที่จะแวะไปหาน้องสาวที่ไม่ยอมลงมากินข้าว ไม่เสนอหน้าลงมาด้านล่างให้เห็นหน้าเลย

ก๊อกๆ

เจ็ท เจ้เข้าไปนะฉันมีพัฒนาการนะ เมื่อคราวที่แล้วโดนน้องสุดที่รักเอ็ดเรื่องไม่เคาะประตู คราวนี้ฉันก็เคาะ แต่แค่เคาะให้เป็นพิธีการเฉยๆ ไม่รอให้เจ้าของห้องขานตอบหรอก ใช้อภิสิทธิคสามเป็นพี่เปิดประตูเข้าไปเลย

อืม เดี๋ยวกูโทรกลับฮั่นแหน่คุยกับใคร ฉันเห็นนะว่าหน้าจอโทรศัพท์น้องขึ้นเป็นรูปของเด็กผู้หญิง น่าตาน่ารักเชียว เหมือนว่าจะเฟซไทม์หากันซะด้วย อดไม่ได้เลยส่งสายตาแซวน้องสาวไปหนึ่งที

อะไรล่ะเจ้นางขมวดคิ้วกลบเกลื่อนอาการเขิน ด้วยความหมั่นไส้เลยเดินเข้าไปยีหัวนางหนึ่งที แล้วนั่งลงข้างๆ

เจ้จะกลับไปอยู่คอนโดละนะ

ดีละ เจ็ทไม่อยากเห็นแฟนพี่ไปมากกว่านี้ ใจมันหวั่นไหว คิกๆๆจริตจก้านนังคนนี้มันน่าตบมาก อดไม่ได้ที่จะดีดมะเหงกนางหนึ่งที โอ๊ย! ทำคนบอบบางอย่างเจ็ททำไม

ฉันคุยกับเจ็ทเรื่องน้องผู้หญิงคนนั้นนิดหน่อย พอเหลือบตาไปเห็นนาฬิกาที่เข็มสั้นชี้ไปที่เลขสี่ ถึงได้พูดตัดบท นอนได้แล้ว อย่าเวิ่นเว้อ

จ้า คุณเจ้ ไปอยู่คอนโดก็อย่าลืมนอนกอดแฟนเผื่อเจ็ทด้วยน้าก่อนที่จะปิดประตูห้อง เสียงของเจ็ทก็เล็ดลอดเข้ามา อยากจะเดินเข้าไปเขกมะเหงกให้หายหมั่นไส้ แต่ก็ปล่อยวางแล้วเดินเข้าห้องตัวเองให้ที่สุด

เมื่อเดินเข้ามาในห้องของตัวเองปิดประตูเสร็จสรรพแล้ว ฉันก็ยืนค้างแช่ไว้ไม่ขยับไปไหน ขยับเปลือกตามองไปรอบๆ ห้องของตัวเองแล้วถอนหายใจออกมา ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้กำลังเหนื่อยเหลือเกินนึกย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ก็ได้แต่คิดโทษตัวเองว่าทำไมไม่เลือกที่จะเดินออกมาตั้งแต่ที่รู้ความจริง ทำไมถึงได้ทนอยู่ได้ขนาดนั้น ทำไมฉันถึงโง่ไม่ยอมทำให้เรื่องนี้มันจบไปตั้งแต่แรก ที่คงเป็นโทษของการทดลองเป็นคนโง่หรือยังไง?

ฉันน่ะฉันพยายามเข้มแข็งอยู่นะ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน แม่พระอย่างฉันที่ไม่เคยมีปากมีเสียงกับใคร ไม่เคยคิดจะมีเรื่องมีราวกับใคร ตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปทีละนิดละน้อยจนฉันค่อยๆ เสียความเป็นตัวเองไปในที่สุด ฉันไม่ได้อยากให้ตัวเองเป็นแบบนั้นเลย แต่ฉันเลือกอะไรได้บ้าง สิ่งรอบข้างคนรอบข้างบังคับให้ฉันต้องเปลี่ยน

เหนื่อย

นานะ ลูกนอนหรือยังเสียงของพ่อดังขึ้นจากอีกฝั่งหนึ่งของประตู ฉันปรับเปลี่ยนสีหน้าของตัวเองให้ดีขึ้น ก่อนที่จะหันหลังไปเปิดประตูให้พ่อเข้ามาในห้อง

พ่อมีอะไรคะฉันเปิดประตูอ้ารับให้ท่าเข้ามา พ่อของฉันถึงแม้จะอายุเข้าไวกลางคนแต่ท่านก็เคยปล่อยให้ตัวเองเป็นตาแก่ที่อ้วนพุงพลุ้ย ด้วยความที่เป็นชายชาติทหารท่านจึงหมั่นออกกำลังกาย ทำให้พ่อของฉันคนนี้ยังดูเป็นคนมีอายุที่เฟิร์มและแข็งแรง

พ่ออยากคุยด้วยหน่อยจากนั้นพ่อก็พาฉันมานั่งลงที่เตียง ท่านยกมือลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู แววตานั้นทอประกายด้วยความรักใคร่ พ่อรู้นะว่าน้องมีปัญหาอะไรสักอย่าง บอกพ่อได้ไหมลูก

ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าพ่อจะรู้ ตั้งแต่เล็กจนโตมาขนาดนี้ท่านทำหน้าที่พ่อที่ดีมาโดยตลอด ท่านรักลูกของท่านเท่ากันแต่แค่บางอย่างพ่อก็แค่ยังไม่เข้าใจพวกเราเท่านั้น เวลาฉันมีเรื่องไม่สบายใจส่วนใหญ่ฉันจะปรึกษาพ่อซะมากกว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามแต่ พ่อสามารถให้คำตอบของปัญหาที่ดีให้แก่ฉันเสมอ

ถ้ามีคนมาทำร้ายน้องให้เจ็บ และน้องกำลังทำให้เขาเจ็บบ้าง พ่อว่ามันดีไหมคะหากฉันบอกความจริงทั้งหมดกับพ่อ เมฆจะตายเพราะลูกกระสุนของพ่อแน่ๆ เลย

พ่อพูดตรงๆ ว่าการแก้แค้นไม่ใช่เรื่องที่ดีหรอก ถ้าเอาแบบสวยหรูก็คือเวรย่อมระงับไม่การจองเวร ได้แต่นั่งมองมือตัวเองแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่พ่อพูด แต่ถ้ามันหนักหนาเกินจนลูกพ่อทนไม่ไหว พ่อก็คิดว่าคนที่ทำให้ลูกเจ็บได้รับบทเรียนนะ แต่จะทำอะไรก็คิดเยอะๆ น้องเป็นเด็กดีมาตลอด พ่อไม่อยากให้น้องเสีย เสียแล้วมันเสียเลยนะลูก

ท่านก็ยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาได้ดีเหมือนเคย

น้องบอกพ่อไม่ได้ทั้งหมดแต่ว่าน้องขอบคุณที่พ่อให้คำปรึกษานะคะว่าจบก็เข้าสมกอดพ่อทันที ท่านลูบหลังฉันอย่างแผ่วเบา วันนี้ฉันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองอีกแล้ว มันเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่กำลังก่อเป็นรูปภาพทีละตัวไปเรื่อยๆ

พ่อออกจากห้องนอนของฉันไปสักพักได้แล้ว เนื่องจากว่ายังไม่ง่วงเลยนอนเล่นกับมินนี่แมวอ้วนไปพลาง จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ที่ชาร์จตรงหัวเตียงดังขึ้น ฉันถึงเอื้อมตัวไปหยิบมันมาดู พบว่าเป็นดิมที่ทักเข้ามาในเวลาห้าทุ่มตรง

 

Dim

นอนยัง

กำลังอะ

 

นี่เขากำลังเดินหน้าจีบฉันอยู่หรือเปล่านะ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเขาทักมาถามอะไรทำนองนี้ จะว่าไปแล้วเขาไม่เคยทักไลน์ฉันมามากกว่า

 

Dim

พรุ่งนี้ว่างมั้ย

ก็ว่างๆ นะ

Dim

เราไปแถว N อยากจะให้เธอช่วยไปเลือกต้นไม้

 

ถ้าหากว่านี่คือข้ออ้างที่จะชวยฉันไปเดต ก็บอกเลยว่าโป๊ะมาก ฉันดูออก แต่เพราะไม่มีเหตุผลอะไรก็ตามแต่ที่จะปฏิเสธคำชวนนี้ ฉันจึงตัดสินใจว่าจะไปช่วยเขา เลือกต้นไม้

แต่ว่า

 

คิดยังไงชวนคนที่มีแฟนแล้วไปช่วยเลือกเหรอ?

Dim

ก็ไม่คิดยังไง

อยากชวน

แล้วคนมีแฟนแล้วอยากไปมั้ย

 

ฉันกำลังยิ้มออกมาอย่างไม่มีเหตุผลเพียงแค่อ่านข้อความล่าสุดของดิมที่ส่งมา ถึงแม้จิตใต้สำนึกกำลังส่งเสียงร้องออกมาว่านี่คือการนอกใจในรูปแบบของการแอบคุย ทว่าก็แปลกที่ฉันกลับไม่ได้มีความรู้สึกผิดในจิตใจแม้แต่นิดเดียว

นี่หรือเปล่าที่เมฆรู้สึกน่ะ

 

งั้นก็ไปสิ

 

วันต่อมา

รุ่งสางพ่อกับแม่ออกไปทำบุญที่วัด เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบวันแต่งงานของทั้งสอง พวกท่านก็คงอยากใช้เวลาในการสวีทกันตามประสาทคู่รักนั่นแหละ

ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว ดิมจะมารับฉันในเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง ยอมรับว่าการไปเลือกซื้อต้นไม้กับเขาครั้งนี้ทำให้ฉันค่อนข้างกังวลกับชุดเอามากๆ ใช้เวลาเลือกชุดไปร่วมชั่วโมงแต่ก็มาฉุกคิดได้ว่าก็แค่ไปเลือกต้นไม้ ทำไมต้องเลือกเสื้อผ้าให้มันยุ่งยากดังนั้นฉันจึงจบด้วยการเลือกกางเกงยีนส์ขาสั้นสีขาวกับเสื้อยื้ดสีเขียว จะได้เข้ากับตีมธรรมชาติ

ก๊อกๆ

เจ็ท เจ้ไปข้างนอกนะ กลับเย็นๆ ถ้าพ่อกับแม่กลับมาก็ฝากบอกให้ด้วยฉันเคาะประตูบอกกล่าวกับน้อง ที่ไม่โทรไปบอกพ่อกับแม่เอง เพราะไม่อยากไปขัดเวลาสวีทของพวกท่าน เมื่อได้เสียงอืออาขานรับจากคนในห้องฉันก็ลงมานั่งรอด้านล่าง

ดิมตรงเวลามากนั่งรอไม่เท่าไหร่เขาก็มารับฉันแล้ว

 

[Mhek’s Talk]

ผลตื่นเช้ามาด้วยความงัวเงียด้วยเพราะว่านอนหลับไม่เต็มอิ่ม ร่างการมันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทุกๆ สามชั่วโมง เล่นทำผมปวดหัวไม่น้อย สาเหตุมีเพียงหนึ่งเดียวก็คือที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม ถึงแม้ว่าสถานที่นี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านของผมก็ตาม

การปั้นหน้ายิ้มให้กับบุคคลในบ้านหลังนี้เป็นเรื่องที่สะอิดสะเอียนดี ผมพึ่งรู้ตัวว่ามีทักษะด้านการแสดงละครก็วันนี้แหละ

อร่อยไหมคะคุณเมฆ นี่น้าทำสุดฝีมือเลยในขณะที่ผมตักน้ำซุปเข้าปาก เสียงเจื้อยแจ้วชวนน่ารำคาญของว่าที่ เมียน้อยของประมุขบ้านนี้ก็ดังขึ้นมา ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้พุ่งสายตามาที่ผมคนเดียว

อร่อยครับกล้ำกลืนฝืนทนเอาน้ำซุปรสชาติดีกว่าอาหารหมานิดหน่อยลงคอ ก่อนจะกลั้นใจตอบออกไป

ดีใจจังเลยค่ะเจ้าหล่อนยิ้มน้อยยิ่มใหญ่แม้จะรู้ว่าคำพูดที่หลุดออกไปจากปากผมเป็นคำชมที่จอมปลอมก็ตาม   

คุณธิติพรก็มานั่งทานข้าวด้วยกันสิครับประมุขของบ้านหรือก็คือบุคคลที่ศักดิ์เป็น พ่อของผมเอ่ยชวนผู้หญิงแพศยาที่ยืนอยู่ไม่ไกล ถ้าบนโต๊ะอาหารนี้ไม่มีผมนั่งหัวโด่ผมรับประกันได้เลยว่า คุณธิติพรของพ่อก็คงไม่ได้แค่นั่งร่วมโต๊ะหรอก อาจจะไปนั่งที่ตักของพ่อก็ได้ใครจะรู้ หึ

ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ ธิไม่อยากรบกวนเวลาอาหารของคุณกับลูกชายนางฟ้ามาโปรเหลือเกิน

คุณธิติพรรู้ใจผมจังเลยครับ จะเป็นอะไรไหมถ้าผมอยากให้คุณธิติพรออกไปรอข้างนอกกับพวกแม่บ้านสายตาที่ก่อนหน้านี้หวานเชื่อมเป็นน้ำอ้อยแปรเปลี่ยนไปทันใด เจ้าหล่อนมองขวางผมก่อนจะเดินปึงปังออกจากห้องอาหารไป เหลือเพียงผมและพ่อเท่านั้น

ไปพูดแบบนั้นกับคุณธิติพรได้ยังไงบรรยากาศเงียบฉึ่งทันทีที่พ่อพูดจบ มีเพียงแค่เสียงการกระทบกันของช้อนและจานเท่านั้นที่บ่งบอกว่ายังมีคนอยู่บนโต๊ะอาหารนี้

ก็ไม่เห็นเป็นไรไป เธอไม่ได้เป็นคนสำคัญของบ้านนี้สักหน่อย ตัวผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว ยังคงละเมยีดชิมรสชาติอาหารที่ว่าที่เมียน้อยพ่อลงมือทำ ก็พบแล้วว่าไม่เพียงแต่ซุบเท่านั้นที่รสชาติดีกว่าอาหารหมา แต่ทุกเมนูบนโต๊ะนี้เรียกได้ว่าหมาไม่รับประทาน

ผมวางช้อนกับส้อมลงเพียงแต่เท่านั้น เกรงว่าถ้ากินต่ออีกคงมิวายต้องได้ขย้อนสิ่งที่อยู่ในกระเพาะออกมาเป็นแน่

เขาก็เป็นคนสนิทของพ่อคนสนิท? สนิทกันถึงขั้นไปนอนกกกันอยู่บนเตียง สนิทกันถึงขั้นนั้นเชียว

จะไปด่าว่าพ่ออะไรมากไม่ได้หรอก เพราะผมก็เป็นแบบเขา ดีจริงๆ ลูกไม่หล่นไม่ไกลต้น


[Loading...100%]


อยากให้ทุกคนเข้าใจนะคะ บางทีปัญหาของเราเราก็ไม่สามารถบอกพ่อกับแม่ได้อะ ทุกคนคงเคยมีโมเมนต์แบบนี้ใช่ไหมล่ะ นี่ก็คงเป็นความคิดของนานะว่ามันเป็นปัญหาของเธอคนเดียว ไม่อยากให้พ่อแม่มาเครียดด้วย บางทีนี่อาจจะเป็นแบบทดสอบของชีวิตก็ได้

อะ นี่ก็ว่านี่เป็นโรคนะ ชอบแต่งให้พระนางมีปมเรื่องครอบครัว งงมาก 55555555555555555

อันนี้คือต้นฉบับนะคะ ยังไม่ได้รีไรท์ใดๆ เจอคำผิดก็ปล่อยเบลอไปก่อนเด้อ

ใครยังไม่พรีอย่าลืมพรีนะ 55555 

ปล. ใครที่สั่งหนังสือไปคือมีเซอร์ไพรส์ให้นะ 5555555




เล่นแท็กในทวิตเตอร์ได้นะคะ
เราจะลงสปอล์ยไว้อยู่
#คนโง่ของผม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.349K ครั้ง

4,845 ความคิดเห็น

  1. #3747 k.am. (@kam0) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 10:40
    ไม่ชอบที่พ่อทำ ก้ยังจะทำตาม
    #3747
    0
  2. #3707 ซิ่นหลิง 信灵 (@Fk_qpcy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 00:24

    คือว่าเราอ่านแล้วอึดอัดมากๆเลย ฟีลมันแบบหายใจไม่ออก พอจบตอนแล้วถึงกับถอนหายใจยาวๆ เห้อ
    #3707
    0
  3. #3705 Whispers of a Mermaid (@rosepansy666) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:23
    ไม่ชอบเมฆ ไม่ชอบนานะแล้วด้วย ดิมก็ดูไม่น่าไว้ใจ เป็นนิยายเรื่องแรกที่เราไม่ชอบตัวละครเอก เกลียดตัวเอกยันตัวร้ายเลยอ่ะ อยากให้นานะเข้มแข็งกว่านี้ค่ะ ขอให้มีสักตัวละครหนึ่งที่เราหลงเรารักบ้างเถอะค่ะ แต่นี่ไม่มีใครให้หลงให้รักเลยสักคน 555
    #3705
    0
  4. #3693 รอซื้อหนังสือ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 08:04

    เนื้อหาสนุก แต่สะกดผิดเยอะมาก หวังว่าจะมีการแก้ไขในเล่มทำมือ เพราะรอซื้ออยู่

    #3693
    0
  5. #3670 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:34
    จะมีทางไหนที่ดิมจะได้เป็นพระเอกมั้ยค่า อยากปล่อยเมฆเข้าป่าอิอิ
    #3670
    0
  6. #3650 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 17:47
    เตรียมเชียร์ดิม

    ส่วนเมฆ บอกปมของแกมานะ
    #3650
    0
  7. #3649 kittykat13 (@jittnitee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 14:46
    ไม่ชอบแบบที่พ่อทำ แต่ก็ทำเหมือนเค้า
    #3649
    0
  8. #3648 eeaxroni (@eeaxroni) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 14:07
    รู้ปมของเมฆแล้วววว
    #3648
    0
  9. #3647 Minhyunkook (@Minhyunkook) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:30
    เชียร์ดิม
    #3647
    0
  10. #3646 oil_thantita (@oil_thantita) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:20
    เชียร์ดิมแล้วว
    #3646
    0
  11. #3645 failAM (@fai-lAM) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:57
    อยากเห็นนานะสวีทกับดิม
    #3645
    0
  12. #3644 wcxkq (@wcxkq) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:50
    เชียร์ดิมแล้วว
    #3644
    0
  13. #3643 MewSirinat (@MewSirinat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:33

    สนุกแล้วสิ อะไรคือปมของเฆม นะ อยากได้เล่มแล้วววววว

    #3643
    0
  14. #3642 krinuei (@suratz) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:30
    หงุดหงิดเมฆ ยังไม่กล้าลงเรือใครอยู่ดี รอดูลาดเลาก่อน
    #3642
    0
  15. #3641 Palita (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 12:06

    มีพ่อที่แสนดีแบบนี้ บอกพ่อไว้ดีที่สุด อย่าคิดว่าเรื่องของตัวเองจะแก้ปัญหาเอง บางทีพ่ออาจรู้อะไรดีๆก็ได้ คำแนะนำของพ่อ อาจทำให้นานะฉุกใจคิดได้บ้าง การแกล้งทำเป็นโง่ทำเป็นมองไม่เห็น เพื่อจะได้อยู่ข้างๆผู้ชายที่ตัวเองพึงใจนั้น มันโง่จริงๆ ไม่ได้แกล้งอย่างที่คิดสักนิด อย่าหลอกตัวเองเลยนานะ การแกล้งโง่ของเธอมีแต่คนสมเพทนะ ไม่ใช่สรรเสริญ

    #3641
    0
  16. #3638 Haruka_kamin (@pinli) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:55
    ไรต์ต้องแต่งนางเอกไม่บอกพ่อแน่ๆ แต่ใจน้องอยากรู้บอกละจะเแิดไรขึ้นมากๆเลยแง
    #3638
    0
  17. วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:27
    จัดๆไป นานะ
    #3637
    0
  18. #3636 merkan (@merkan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:25
    สู้ๆค้ารออยู่นะคะะ
    #3636
    0
  19. #3635 PuengSudarat (@PuengSudarat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:41
    ก็เลิกๆไปดิ จะไปทนทำไมอะ จะหาเรื่องให้ตัวเองเหนื่อยทำไม
    #3635
    0
  20. #3633 PinkZa547 (@PinkZa547) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:33
    เป็นนางเอกที่ขัดใจสุดอะ
    #3633
    0
  21. #3632 babibam1a (@babibam1a) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:00
    (โทษตัวเองว่าโง่?555555ปัญญาอ่อน
    #3632
    0
  22. #3631 wcxkq (@wcxkq) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:58
    อย่าไปยอมนานะ
    #3631
    0
  23. #3630 คุโรคิคิ (@loveb55553) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:52
    นานะนี่โง่จริงๆ โง่แบบรู้ว่าตัวเองโง่อะ อันนี้ไม่ได้ด่านะ ดูจากสิ่งที่นางทำ นางคิดน้อยอะ
    #3630
    0
  24. #3629 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:47
    บอกพ่อเลย จะได้มีแบ็คหลัง
    #3629
    0
  25. #3628 BH_TY'19 (@Smsn03411) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:44
    บอกคุณพ่อไปเลยค่ะ!!
    #3628
    0