ตอนที่ 16 : XI :: #คนโง่ของผม [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1238 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

I want to be inside you.


มาตกลงกันก่อนอ่าน :: นิยายเรื่องนี้พระเอกเจ้าชู้มาก และนางเอกโง่บรม เอาเป็นว่าอ่านกันเองนะคะ ฉากติดเรตจะไปลงในกลุ่มลับ ไปตามหากันเองนะคะ และที่สำคัญที่สุด คอมเมนต์เยอะเท่าไหร่ ได้อ่านตอนต่อไปเร็วมากเท่านั้นค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ





EPISODE 11
"เธอควรภูมืใจนะเพราะเธอเป็นคนแรกที่เราจะไม่ใส่ถุงยาง"


ระหว่างที่ลากแขนของนานะมาทั้งตลอดทาง ผมได้ยินแต่เสียงของเธอที่เปล่งออกมาว่าปล่อยนะ ปล่อยฉันนะเมฆ ปล่อยเดี๋ยวนี้ สักพักเธอก็หยุดพูด คงเรียนรู้ได้ว่าถึงแม้ว่าจะพูดมากขนาดไหนผมก็ไม่มีทางปล่อยเธอ

ตอนนี้อารมณ์ของผมมันกล้ำกึ่งระหว่างคำว่าโกรธและหึง มันเหมือนอยู่ตรงกลางของระหว่างของความรู้สึกมากกว่า ถึงแม้อารมณ์ผมจะไม่คงที่และอาจจะรุนแรงมากกว่านี้ก็ได้ถ้าหากว่านานะพยศ ผมก็ไม่ได้ทำรุนแรงอะไรกับนานะนอกจากกุมข้อมือเธอ

ผมรักเธอจึงถนอมเท่าที่จะทำได้ ข้อมือ แขน ขา ทั้งร่างกายของนานะ เล็กไปหมดเลย จับไปตรงไหนก็กลัวจะบุบสลาย เปราะบาง อ่อนหวาน น่ารัก นั่นคือภาพจำของผู้หญิงคนนี้

อืม

เราไม่พูดคุยกันอีกเลยนับตั้งแต่ที่ผมลากเธอออกมา นานะนั่งนิ่งสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของเธอเท่านั้นที่บอกว่านานะคือคน ไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

ผมลอบสังเกตเธอเป็นระยะในระหว่างที่ขับรถ แววตาของเธอที่ทอดมองถนนข้างหน้ามันว่างเปล่าเอามากๆ แต่บางครั้งก็ฉายแววเศร้าสร้อยทุกข์ใจ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าหัวใจผมมันกำลังบอกผมว่าไม่ชอบที่จะเห็นเธอเป็นแบบนี้ แต่ทว่าอีกใจหนึ่งมันก็บอกดีแล้ว แบบนี้สิดี

ในตอนที่เลี้ยวรถเข้ามานอาณาเขตของสถานที่แห่งหนึ่ง คนข้างๆ ที่เมื่อครู่ได้แต่นั่งนิ่งก็เริ่มรู้สึกตัวบ้างแล้ว เธอมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวว แต่ทว่าก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาจากปากเล็ก

ที่นี่คือคอนโดนของผม ที่เดียวกันกับเหตุการณ์ตอนนั้น

ผมกะว่าจะย้อนวันวานกับเธอไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เสร็จแล้วก็คงพาเธอกลับบ้าน นานะดูเหมือนว่าไม่อยากจะลงจากรถเลย ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอไม่อยากมาเหยียบที่นี่ แต่ในเมื่อนี่มันคือความต้องการของผม เธอก็ต้องยอม ถ้าไม่ยอมก็

ลงมาสิครับ อ้อมไปเปิดประตูฝั่งของเธอ ในตอนนี้ผมยังใจเย็นอยู่จึงพูดด้วยดีๆ

“…” แต่คนตัวเล็กไม่ยอมฟังกันก็คงต้องใช้วิธีอื่น

ฟึ่บ!

จัดการอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงทันที เพราะเธอตัวเล็กก่าผมมากจึงทำให้อะไรๆ มันก็ง่ายไปหมดเลย

นี่ ฉันเดินเองได้!” ผมล่ะเกลียดจริงๆ ไอ้คำว่า ฉัน ของเธอ ดูเย็นชาและห่างเหินสิ้นดี

ผมไม่สนใจจึงอุ้มเธอต่อไปถึงแม้ว่าร่างเล็กจะขยุกขยิกดิ้นตัวอยู่ตลอด คนในคอนโดที่เดินผ่านพวกเราก็มองอย่างคนอยากรู้อยากเห็น บ้างก็ยิ้มหรือไม่ก็หัวเราะ นานะคงอายถึงได้หยุด แต่หน้าด้านอย่างผมมีหรือจะอาย

เธอดิ้นแรง กระโปรงเปิดคนเห็นหมดแล้วมั้ง เพราะอยากจะแกล้งให้เธออายมากกว่านี้เลยพูดแบบนั้นออกไป ทั้งๆ ที่ความจริงๆ กระโปรงของเธอไม่มีทางเปิดแน่นอน ผมว่าผมเซฟให้เธอระดับหนึ่งนะ

ปล่อย เราจะเดินเอง เมื่อมาอยู่ในลิฟต์กันสองต่อสอง นานะก็ดูเหมือนว่าจะพยศน้อยลง เธอดูสงบนิ่งแล้วก็กลับมาใช้สรรพนามเหมือนที่เคย หัวใจดวงน้อยๆ ผมค่อยกระชุ่มกระชวยขึ้นหน่อย

ผมทำตัวว่าง่ายโดยการปล่อยเธอลงเมื่อนานะทำตัวน่ารัก ไม่นานลิฟต์ก็มาหยุดอยู่ที่ชั้นที่หมาย ผมเดินออกจากลิฟต์นำหน้าเธอ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคอยหมุนคอเหลือบมองว่าเธอยังเดินตามมาหรือเปล่า แต่ถึงนานะจะหนีลงลิฟต์ไปเธอก็ไม่ทันผมหรอก

เธออยากดื่มอะไรไหม ผมถามเมื่อเราถึงห้องกันแล้ว ภายในห้องก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะผมไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่แล้ว

ที่ไม่ค่อยมีผู้หญิงได้ขึ้นมาหรอกครับ ผมไม่เคยอยากให้ใครขึ้นมาที่ห้องนี้ แต่ก็มีอยู่สามคนเท่านั้นที่เคยแม่ หนิง แล้วก็คนโปรดของผม

หากว่าไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องทำให้นานะเห็นภาพบาดตาบาดใจผมก็ไม่มีทางพาหนิงขึ้นมาหรอก แต่เพราะนั่นแหละครับ

อะไรก็ได้ อะไรก็ได้ของเธอช่างแสนเรียบง่าย ผมเปิดตู้เย็นแบบสองประตูในครัว ก็พบว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากกระป๋องเบียร์กับน้ำเปล่าที่เหลือก้นขวด  

กึก

เพราะคิดว่านานะคงเคยกินของพวกนี้อยู่แล้ว ผมก็ไม่ซีที่จะให้เธอกิน เพราะผมยังกินเลย จะไปห้ามใครเขาได้ล่ะครับ

“…” นานะมองผมนิ่ง สายตาเธอกำลังบอกผมว่า อะไรก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเบียร์ไหม

ก็เธอบอกอะไรก็ได้ หยักไหล่ทีหนึ่ง ก่อนที่ฝ่ายผมจะเปิดกระป๋องเบียร์แล้วหยกกระดวกเกือบหมดกระป๋องในเวลาไม่ถึงนาที เบียร์นี่แหละทำให้หายคอแห้งได้ดี

นานะที่นั่งเรียบอยู่ที่โซฟาไม่ได้แตะกระป๋องเบียร์ที่ผมวางไว้ให้เลย ส่วนผมนั้นก็มีความคิดหนึ่งที่ผุดเข้ามาในหัวสมองอันชาญฉลาด เมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงต่อสายหาใครบางคนต่อหน้าต่อตานานะ พ่วงท้ายด้วยการเปิดลำโพงให้เธอได้มีส่วนร่วมด้วย

ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะ เสียงนี้คงคุ้นหูนานะอย่างมาก มันเรียกความสนใจจากสายตาของเธอให้พุ่งเป้าทางผม

ครับคุณแม่ ผมมีเรื่องจะบอก คุณแม่ถือสายรอแป๊บหนึ่งนะครับ นิ้วมือกดปิดไมค์เพื่อไม่ให้เสียงใดต่อไปนี้เล็ดลอด ส่วนผมก็ย้ายร่างเข้าไปนั่งบนโซฟาเดียวกับนานะ เธอเขยิบตัวหนีทันทีเมื่อผมเข้าไปนั่งชิดเธอมากขึ้น

นี่! นาย เธอจะมานั่งชิดเราทำไม มันอึดอัด ผมไม่ได้สนใจเสียงค้านใดๆ จากเธอ แขนอีกข้างที่ไม่ได้ทำหน้าที่ใดๆ ก็ตะวัดร่างเล็กให้มานั่งเกยตัก

ถ้าเธอส่งเสียงอะไรก็ตามล่ะก็ เราไม่รับประกันว่าหลังจากนี้เธอจะโดนอะไรรู้ไหมครับ” เอาเป็นว่าให้จินตนาการเอาเอง จากนั้นคนบนตักก็เงียบไปโดยปริยาย

ฮัลโหลครับ คุณแม่ เปิดไมค์อีกครั้งแล้วกรอกเสียงหาคนปลายสาย นานะนั่งเงียบสงบ ดวงกลมโตของเธอกำลังจ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของผม

[ว่าไงจ๊ะเมฆ มีอะไรจะบอกแม่เหรอ] ดูเหมือนว่ายิ่งนานะได้ยินเสียงแม่ของเธอมากเท่าไหร่ เจ้าตัวก็ยิ่งอยากจะพูดออกมา อย่างที่ผมบอกเธอมีสิทธิ์ที่จะพูดนะ

วันนี้นานะไม่ได้กลับบ้านนะครับ เธอมาทำงานบ้านเพื่อน…” คนร่างเล็กหันหน้ามามองกันทันที มือไม้เธอเริ่มจะอยู่ไม่สุข อีกทั้งยังของเธอยังขยับพูดอะไรออกมาบางอย่าง

เราจะกลับบ้าน เป็นเสียงลมแผ่วที่เซ็กซี่เสียจริง

แต่ทว่าผมก็ไม่ได้สนใจเธอเท่าไหร่นัก ตาผมจ้องหน้าเธอนิ่ง ส่วนปากก็พูดต่อ คงกลับดึกน่ะครับ เลยจะให้เธอนอนที่คอนโดแทน

[อ้าว แม่ก็ทำกับข้าวซะเยอะ แล้วทำไมน้องไม่โทรมาบอกแม่เองล่ะ] ผมคิดอยู่แล้วว่าต้องโดนถามทำนองนี้ จึงคิดคำตอบเอาไว้อยู่แล้วว่า

นานะ คุยกับแม่เธอหน่อยสิ การเปิดโอกาสให้นานะได้พูดคุยกับแม่ของเธอก็เป็นการวัดใจอย่างหนึ่ง เรามาคอยดูกันมาคำตอบของนานะจะออกมาในรูปแบบไหน

[น้องอยู่กับเมฆด้วยเหรอ?]

ผมกระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบาและอ้อยอิ่ง ไม่อยากคุยกับแม่เธอเหรอครับ? หืม…” มื้อไม้ผมลูบไล้เบาๆ สะโพกมนไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ที่เอวเล็กคอด

จะดิ้นยังไงก็ดินไม่หลุด นานะพยายามลุกออกจากตักผมหลายครั้งมาก หากแต่ว่าความพยายามของเธอไม่เคยประสบผลสำเร็จ ยิ่งดิ้นมาเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรัดเธอให้แน่นขี้นกว่าเดิม จนอะไรๆ ของเรามันก็แนบชิดยิ่งขึ้น

[ฮัลโหล เงียบกันไปเลย ยังถือสายอยู่ไหมลูก เอ๊ะ! หรือว่าสัญญาณไม่ดี] เสียงของแม่เธอดังแผ่ว เหมือนว่าท่านพยายามที่จะเดินไปหาสัญญาณมือถืออยู่

บาปนะ ทำให้แม่รอ พูดยั่วเธออีกครั้งก่อนที่จะประทับริมฝีปากที่ซอกคออันร้อนกรุ่นของเธอ

กลิ่นแบบนี้ทำเอาผมแทบทนไม่ไหว

แม่ เสียงกระเส่าและสั่นเทาถูกเอ่ยออกมาได้ที่สุด ได้ยินน้องไหม

[อ่า แม่ได้ยินแล้ว เมฆบอกว่าไปงานเหรอ] แม่ก็ยังคงเป็นแม่ ความห่วงใยต่อลูกสาวคนเดียวก็มิเสื่อมคลาย ถึงแม้ผมจะมั่นใจได้ว่าแม่ของเธอชอบผมเอาแม่ๆ แต่ก็ไม่ได้ไว้ใจพอหรอกผมรู้ดี

“…” นิ่งเงียบแบบนั้นทำไมล่ะนานะ? ริมฝีปากผมเป็นเครื่องกระตุ้นชั้นดี พรมจูบไปทั่วลำคอระหงจนไม่รู้ว่าป่านนี้ทางปลายสายที่ถือสายรอคำตอบอยู่จะได้ยินเสียงจูบไหม “…ใช่ค่ะ

ระหว่างที่เธอตอบไปนั้น มือเล็กก็คอยที่จะดันหัวผมให้ออกห่าง ผมที่ไม่มีมือเหลืออยู่แล้วเพราะอีกข้างก็ถือโทรศัพท์อยู่ ส่วนอีกข้างก็กอดรัดร่างเธอไม่ให้หนีไปไหน

[แล้วอยู่ที่ไหนล่ะตอนนี้ ทำไมเมฆถึงอยู่ด้วย] เธอนั้นเป็นต่อ ไม่กี่วินาทีต่อมาเธอก็ทำท่าจะฉวยโทรศัพท์จากมือผมไป แต่ใครจะยอม

แม่คะ หนูจะกลับบ้าน!!” ปลายสายไม่ทันที่จะได้ยินประโยคนี้ของเธอ เพราะผมเล่นปิดไมค์ก่อน ถ้าช้ากว่านี้ก็คงโป๊ะแตกไปแล้ว

[ฮัลโหลๆๆ น้องลูก] ให้เดาแม่ของเธอก็ยังคงเดินหาสัญญาณอยู่ ผมปล่อยโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะไว้อย่างนั้น ก่อนที่จะมาจัดการกับคนพยศที่ไม่เคยได้รับบทเรียนอะไรเลย

นี่! ปล่อยเรานะ จะทำอะไร!” จับตัวเธอพลิกให้นอนจมโซฟา ตรอกตรึงแขนเล็กทั้งสองข้างด้วยฝ่ามือใหญ่ของตัวเอง ผมว่าตอนนี้ผมเริ่มที่จะยั๊วะขึ้นมาแล้ว

คดีเก่ายังไม่ได้ชำระกันเลยนะ

[เฮ้อ สัญญาณคงไม่ดี ห่วยจริงๆ เล้ย] หลังจากนั้นเสียงก็เงียบไป แม่ของเธอวางสายไปแล้ว

เราบอกเธอแล้วใช่ไหมครับ มองจากมุมนี้นานะในชุดนักศึกษาดูน่าหลงไหลชอบกล แววตาที่เย่อหยิ่งกำลังฉายชัดว่ากำลังกลัว มือเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ

นายมันชั่วเมฆ ต้องการอะไรจากฉันนักหนา ฉันเคยไปทำอะไรให้!? คราวนี้นานะใช้น้ำเสียงที่จริงจัง การกระทำเธอหยุดนิ่งทุกอย่าง ไม่ดิ้นเร่า ไม่ร้องเสียงดังน่ารำคาญ

ผมตอบคำถามของเธอในใจว่า ถ้าบอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิ

ก็ชอบที่เธอเป็นแบบเมื่อก่อนดูโง่ดี ผมไม่เคยรู้สึกชอบใจแบบนี้มาก่อนเลย การได้เห็นคนที่คิดว่ารักเอามากๆ กำลังทำสีหน้าที่งงงวยและสับสนผสมปนเปกับความเจ็บปวด  

ทุเรศ!” น้ำคลอเบ้า น่าสงสารเหลือเกิน

ทุเรศที่อยากเป็นผัวเธอ ยิ้มไปพูดไปอย่างสบายอารมณ์ เป็นเรื่องจริงที่ว่าผมกับนานะเราไม่เคยมีอะไรกัน ก็ไม่รู้ทำไมถึงปล่อยเธอให้ลอยนวลได้ถึงตอนนี้ ทั้งๆ ที่ผมก็รู้อยู่เต็มอกว่านานะน่ะ น่ากินขนาดไหน

ผัวเหรอ? แค่คิดก็อยากจะอ้วก สกปรกโสโครก!” เอาล่ะ คำพูดคำจาของนานะ เริ่มทำให้ผมมีน้ำโหขึ้นมาแล้ว

ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างก็ร้อน แต่ผมว่าผมร้อนกว่าเธอมาก ไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็อุ้มนานะพาดบ่าอย่างรวดเร็ว มุ่งฝ่าเท้าไปที่ห้องนอนอย่างรวดเร็ว โดยที่

พลั่ก!

กำปั้นน้อยๆ ของผูหญิงจอมพยศก็ประทุษร้ายผมไม่ให้ขาด เพราะความโมโหหรืออะไรก็ตามแต่ทำให้ผมเผลอรุนแรงกับนานะโดยการทุ่มร่างเล็กลงบนเตียงอย่างแรง จนได้ยินเสียงดังเอี๊ยดจากเตียงนอน

ไม่สกปรกหรอกเธอ เราป้องกันทุกครั้งกับผู้หญิงคนอื่น เธอควรภูมืใจนะเพราะเธอเป็นคนแรกที่เราจะไม่ใส่ถุงยาง” มือทั้งสองข้างเท้าไว้ที่เหนือศรีษะของเธอ ส่วนขาข้างหนึ่งก็กักขวางอยู่หว่างขาเพื่อกันไม่ให้เธอลุกหนี

ออกไปเดี๋ยวนี้นะ เสียงเล็กๆ ของเธอเวลาพยายามทำให้มันแข็งกระด้าง ไม่รู้ทำไมผมถึงได้มองว่ามันน่ารักและเย้ายวน นานะที่เมื่อก่อนชอบแสดงสีหน้าว่ามีความสุขตลอดเวลา ตอนนี้กลับกำลังกลัวผมอยู่

มือเล็กๆ ทั้งสองข้างพยายามดันแผงอกผมให้ออกห่าง แต่ยิ่งเธอดันมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งโน้มตัวลงไปชิดร่างกายเธอมากเท่านั้น

ยอมรับว่าระหว่างที่เราอยู่ด้วยกันผมไม่เคยเกินเลยกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างมากสุดก็แค่ลูบคลำไปทั่วให้หายอยากชั่วครู่ เพราะอะไร? เพราะผมอยากจะถนอมเธอให้มากที่สุด ก็บอกแล้วไงว่าผมรักเธอ

ขอจูบหน่อยไม่ได้เหรอไง? ช่วงนี้ผมไม่ได้กอด ไม่ได้จูบ ไม่ได้หอมแก้มนุ่มๆ ของเธอเลย เมื่อในตอนนี้ที่เราใกล้ชิดกันแบบนี้ผมโคตรจะคิดถึงเลย แค่ได้กลิ่นเธอในระยะประชิดแบบนี้ก็แทบจะลืมความกรุ่นโกรธก่อนหน้า

ไม่เอา  หน้าเล็กๆ ของเธอกำลังหันหนีไปด้านข้าง ทำให้ผมเห็นซอกคอขาวๆ ที่ไม่ต้องเอาจมูกไปซุกไซร้ก็พอได้กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอ น้ำเสียงที่ใช้พูดสั่นเทา ตัวเธอก็ไม่ต่างมากนัก ดวงตากลมโตผินตามองไปทางอื่น ผมแอบเห็นนะว่าตาเธอแดงก่ำขนาดไหน แอบเห็นนะว่าซี่ฟันเธอกำลังกัดปากตัวเองจวนจะห้อเลือด เพราะงั้น

จุ๊บ!

ผมก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการจูบที่ขมับของนานะ แล้วล้มตัวนอนตรงพื้นที่ว่างของเตียงพร้อมรั้งร่างเล็กเข้ามากอดจมอก นานะคงงงไม่มากก็น้อย เพราะเธอนิ่งไปเลย ซึ่งก็ได้ไม่นานเท่าไหร่นักเพราะวินาทีต่อมาเจ้าตัวก็เริ่มขยุกขยิกตัวและพยายามใช้มือดันผมให้ออกห่าง

นิ่งๆไม่งั้นทำต่อนะ คำขู่นี้ใช้ได้ผมมาก นานะผันตัวเองเป็นตุ๊กตายัดนุ่นที่นุ่มนิ่มไปหมด กลิ่นก็หอมจนผมจะเคลิ้มหลับ ริมฝีปากอิ่มน้ำไม่ได้เปล่งถ้อยคำอะไรออกมา เช่นเดียวกับดวงตาคู่สวยที่มองไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างเลื่อนลอย หิวไหมครับ

ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กในอ้อมอกนั้นหิวไหม แต่ว่าตอนนี้น่ะผมเริ่มหิวแล้วล่ะ ทว่านานะก็ไม่ได้ตอบอะไรเลย เธอนอนนิ่งให้ผมกอดก่าย ไม่พูดไม่จาไม่หือไม่อือ ไม่แม้แต่จะชายตาและ

มันเจ็บนะ

เราหิวแล้ว ไปทำอะไรให้เรากินหน่อยสิ นิ่ง

“…”

เฮ้อ หรือจะจับคนแถวนี้กินแทน

ปึก!

ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างของเธอที่ไม่ใช่ด้านบวก กำปั้นมือเธอทุบที่อกผม เธอดันอกผมอีกครั้งอีกทั้งยังทำสีหน้าบูดเบี้ยว แต่ก็เป็นใบหน้าที่น่ารักน่าหยิกเหมือนเดิม

เรายื้ดหยุดกันอยู่แบบนี้ เหมือนเล่นสงครามประสาทขนาดย่อม จนในที่สุดนานะก็ยอมปริปากพูดในรอบหลายนาที ปล่อยสิ จะได้ไปหาอะไรให้กิน เสียงห้วนมากเลย รู้ตัวหรือเปล่า

ในที่ผมจะปล่อยร่างกายนุ่มนิ่มให้เป็นอิสระ ก็ไม่ลืมที่จะ… “ถ้าหนีแล้วเราจับได้ จบไม่สวยนะครับ…” กระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบา

ไม่ได้ห้ามให้เธอหนีเลย อยากหนีก็ย่อมทำได้ แต่ถ้าหนีแล้วไม่พ้นก็อีกเรื่อง

ฟู่ว

กวนประสาทร่างเล็กอีกครั้งด้วยการเป่าล่มร้อนที่ใบหูของเธอให้จั๊กจี้เล่นๆ ก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระในที่สุด

นานะเดินตึงตังออกจากห้องนอนไป ส่วนผมก็ล้มตัวนอนอีกครั้งและระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่ได้เห็นปฏิกิริยาของเธอ

ที่ยังชิลอยู่ได้ เพราะรู้ว่ายังไงนานะก็ไม่มีทางหนีออกไปจากห้องนี้ได้ เรื่องจากต้องใส่รหัสทุกครั้งไม่ว่าจะออกหรือเข้า และผมเชื่อว่านานะไม่ได้โง่พอที่พอได้ฟังคำขู่ของผมแล้วจะทำหูทวนลม

พอมาคิดถึงตอนที่นานะไปกินข้าวกับไอ้เวรที่ยิ้มกวนส้นตีนให้ผม หัวผมก็รู้สึกเหมือนมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมา ใบหน้าของมันเหมือนว่าจะมีอยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำ แต่ผมนึกไม่ออกว่ามันเป็นใคร ก็แค่รู้สึกว่ามันหน้าคุ้นเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

หึช่างมัน

เรื่องที่เธอไปกินข้าวไอ้ห่านั่นค่อยจัดการที่หลังแล้วกัน

[End talk]

 

ในตู้เย็นของเมฆมีแต่เบียร์ เบียร์ และเบียร์ ไม่มีอะไรที่จะทำให้คนมักมากที่นอนอยู่บนเตียงที่แสนสกปรกโสโครกได้กิน

ปึง!

น่าหงุดหงิด โมโห!

ถ้าหนีแล้วเราจับได้ จบไม่สวยนะครับ…

เสียงกระซิบยังดังก้องอยู่ที่ข้างหู ฉันสอดส่องสายตาหาทางหนีทีไล่แล้ว ก็คิดแล้วว่ามันไร้ประโยชน์ที่จะหนี ประตูก็ต้องใส่รหัสออก หนีทางระเบียงก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ กระเป๋าก็หายไปไหนไม่รู้ ในนั้นมีทั้งโทรศัพท์และกระเป๋าตังค์ ที่สำคัญไปกว่านั้นยังมีชีทและเล็กเชอร์อยู่ด้วย

ชีวิตที่ไม่มีอะไรดี! เยี่ยม

ตอนแรกคิดว่าจะต้มเบียร์ประชดให้เขากิน แต่โชคดีที่เจอแพ็คมาม่าอยู่หลายแพ็คบนชั้น ฉันสุ่มๆ เลือกมาสักยี่ห้อ เอาน้ำใสหม้อแล้วรอน้ำเดือด

ระหว่างนั้นฉันก็คิดเรื่อยเปื่อยไปถึงเหตุการณ์ไม่กี่นาทีก่อนหน้า ตอนนั้นฉันยอมรับว่ากลัวมาก กลัวว่าเมฆจะทำอะไรฉัน เพราะดูทรงแล้ว เขาค่อนข้างโกรธ อีกทั้งก็ฉันก็ยังสาดคำพูดไม่ดีใส่เขาเพราะความโมโห ซึ่งปกติไม่เคยเป็นมาก่อน

ตอนนั้นคิดแต่เพียงว่าไม่รอดแน่ๆ จริงอยู่ว่าตลอดที่คบกันมาเมฆไม่เคยบังคับขืนใจ แต่ครั้งนี้แววตาของเขามันน่ากลัวเกินไป ฉันตัวสั่นไม่สิ แทบทุกอย่างของร่างกายมันสั่นสะท้านไปหมดเลย ฉันจำได้ว่าฉันกลัวจนแทบร้องไห้ไม่ออก แต่หยดน้ำใสที่เรียกว่าน้ำตาก็กลิ้งออกมาหนึ่งหยด

แต่ในที่สุดแล้วเมฆก็ไม่ได้ทำอะไร เขาจูบที่ขมับฉัน ดึงฉันไปกอดเป็นนาที ซึ่งในตอนแรกฉันค่อนข้างสับสนกับการกระทำที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขา ทว่าฉันไม่อาจจะรู้สึกดีกับสัมผัสที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนของเมฆได้อีกตั้งแต่ที่เขาเอ่ยถ้อยคำวาจาว่าอยากให้ฉันยอมเป็นคนโง่ของเขา

ปุด ปุด ปุด

เสียงน้ำเดือดเรียกสติของฉันที่จมกลับความคิดให้กลับสู่โลกของความเป็นจริง ไม่ถึงนาทีมาม่ารสต้มยำกุ้งก็ถูกเทใส่ถ้วย ไอร้อนพวยพุ่งจากถ้วยเซรามิคสีขาวไม่ขาดสาย กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของมาม่ารสชาตินี้ตีขึ้นจมูกจนฉันหิวขึ้นมาหน่อยๆ

ในขณะที่ปากกำลังเอ่ยเรียกคนในห้องให้ออกมากินมาม่า ความคิดบางอย่างก็หยุดปากไว้เสียก่อน ฉันหลุบตามองถ้วยมาม่าอีกครั้ง อยู่ๆ มุมปากก็กระตุกขึ้นเสียอย่างนั้น

หิวมากใช่ไหมเมฆ


เสร็จแล้ว เปิดประตูห้องนอนก็ไม่เห็นคนมักมาก เบนสายตาไปที่ห้องน้ำถึงได้รู้ว่าเขาอยู่ในนั้น เพราะเห็นหยดน้ำที่กระเด็นออกมาจากซอกประตู

แกร๊ก!

ในตอนที่กำลังจะหันหลังกลับนั้น ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกพร้อมกับบอดี้ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของผู้ชายที่กำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้ ฉันถอยหลังโดยอัตโนมัติ พยายามลากสายตาไปมองไปทางอื่นแต่ก็ช่างยากเย็นจนน่าหงุดหงิด เวลาแบบนี้ไม่ใช่เวลามาพิศวาสร่างกายของเมฆเลยสักนิด

ครับ เดี๋ยวเราออกไปกิน ไม่ได้มองเขาเสียทีเดียวแต่ก็พอเห็นเศษเสี้ยวใบหน้าของเขา เห็นว่าหยดน้ำจากเรือนผมกำลังไหลลงมาจากขมับลงมาที่สันกามก่อนที่จะหยดลงพื้นในที่สุด

ในสภาพล่อแหลมของผู้ชายตัวใหญ่ที่มีผ้าขนหนูปกปิดแค่ช่วงล่างเท่านั้น สมองได้สั่งการให้ตัวเองหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ แต่เหมือนว่าร่างกายจะประมวลผลช้าเหลือเกิน

แค่คิดว่าคืนนี้ต้องอาศัยอยู่ที่นี่กับเมฆ ฉันก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

ในที่สุดฉันก็ย้ายร่างตัวเองออกมาจากห้องนั้นได้ กลับมานั่งรอที่โต๊ะอาหารที่มีถ้วยเซรามิคบรรจุเส้นมาม่าวางอยู่ตรงที่นั่งฝ่ายตรงข้าม เท้าคางมองถ้วยมาม่าก็นึกขำ ไม่นานเมฆก็ออกมาจากห้องนอนในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงนอนขายาว ซึ่งก็เป็นภาพที่คุ้นตาเพราะเขาชอบใส่ชุดนอนแบบนี้

ฉันสะบัดตัวเองเพื่อไล่ความคิดในวันวานออกไป

เธอไม่กินเหรอ? คนตัวใหญนั่งลงตรงฝั่งตรงข้าม เขามองที่ถ้วยมาม่าก่อนจะเคลื่อนสายตามาที่ฉัน

ฉันตอบเขาด้วยการส่ายหน้าไปมา บอกเขาทางสายตาว่ากินมาม่าที่ฉันต้มให้สักที

หืมหอมจังเลย ฝีมือแฟนเราที่สุดยอด เป็นการยอที่เสแสร้งมาก แค่ต้มมาม่าใส่เครื่องปรุงฉันก็กลายเป็นคนที่สุดยอดแล้วงั้นเหรอ

กินสักทีสิ

เพื่อไม่ได้ดูเป็นการมีพิรุธมากเกินไปฉันจึงลุกขึ้นไปรินน้ำที่กรอกไว้เมื่อก่อนหน้านี้เทใส่แก้ว ในขณะนั้นหูก็ได้ยินแว่วเสียงซดน้ำซุปจากเมฆ พร้อมคำอุทานตามหลังมาว่า อื้มชื่นใจมาก

ชื่นใจไหมล่ะเมฆ ถ้ารู้ว่าเราเอานิ้วโป้งเท้ากลั้วๆ กับมาม่าเธอ เธอยังจะสดชื่ออยู่เปล่า?

ในจังวังหวะที่วางแก้วน้ำให้เขานั้น เมฆก็กินมาม่าพร่องไปเกือบหมดถ้วยแล้ว ฉันนั่งลงดูเขากินอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางอย่างกับคนอดอยากปากแห้งมานาน คงใช้พลังงานในการทำเรื่องชั่วๆ เยอะสินะเมฆ สมองเธอคงทำงานหนักแย่เลย 

อร่อยมากเลยเหรอ นั่งมองเมฆกินมาม่าจนหมด จึงเอ่ยถามเขาด้วยความรู้สึกจะอารมณ์ดีก็ไม่ใช่ หงุดหงิดใจก็ไม่เชิง แต่เอาเป็นว่าก็รู้สึกสะใจหน่อยๆ น่ะนะ

อร่อยมากเลย อะไรที่เธอทำให้เราก็อร่อยหมดนั่นแหละครับ หึ

จากนั้นฉันก็ทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือนโดยการยกแก้วและถ้วยไปล้างให้เรียบร้อย แต่คนมักมากอย่างเมฆก็ไม่ได้ยอมให้ฉันล้างอย่างสะดวกสบายหรอก เพราะเจ้าตัวเล่นมาออเซาะคลอเคลียฉันอยู่ไม่ขาด ทำตัวปกติเหมือนตอนเมื่อก่อนไม่มีผิด ไม่อยากถูกเขาไม่กอด ไม่อยากให้เขาใกล้ชิดฉันเกินจะเป็น อยากเอาถ้วยกระเบื้องปาใส่หัวเขาแล้วหนีออกไป แต่ก็ทำไม่ได้ ถ้าหากว่าการทำตัวเหมือนอย่างปกติที่เคยทำ จะส่งผลให้ฉันยังปลอดภัยไร้มลทินสกปรกจากเมฆ เวลานี้ฉันขอไม่เสี่ยงดีกว่า

ฉันทำตัวว่าง่าย เมฆสั่งให้ฉันไปอาบน้ำโดยที่เขาเตรียมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มให้ ถ้าให้เดาฉันมั่นใจว่าเขาคงหาไซส์ที่เล็กที่สุดในตู้เสื้อผ้าแล้ว คนอยากเมฆในตอนนี้เชื่อใจอะไรไม่ได้ เพื่อเซฟตัวเองให้มากที่สุดฉันจึงไม่ลืมที่จะล็อกกลอนประตู และสอดส่องสายตาว่าคนโรคจิตจะซ่อนกล้องไว้ตรงไหนหรือเปล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มีจึงเริ่มต้นการอาบน้ำในที่สุด

น้ำอุ่นๆ ไหลมาชโลมผิวกาย สร้างความผ่อนคลายให้ฉันเป็นอย่างมาก พรุ่งนี้ฉันมีเรียนบ่ายโมงรวบยาวไปจนถึงเกือบหนึ่งทุ่ม ฉันวางแผนคร่าวๆ ไว้ว่าจะกลับบ้านในช่วงเช้าหรือไม่ก็ยอมชุดนักศึกษาตัวเดิม อาจจะมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นอะไรบ้าง แต่ก็ช่วยไม่ได้

ห้องน้ำที่นี่แบ่งออกเป็นสองโซน โดยที่จะมีโซนอาบน้ำที่จะมีแผ่นกระจกกั้นแบ่งโซนไว้อยู่ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นซิงค์ล้างหน้า เคาท์เตอร์ต่างๆ และเยื้องต่อมาจะมีชักโครก ที่นี่หรูเกินกว่าจะเรียกว่าคอนโดด้วยซ้ำไป ถ้าบอกว่าเพนท์เฮ้าส์ฉันก็จะเชื่อ

เมื่อมั่นใจว่าอาบน้ำถูสบู่จนสะอาดหมดจดแล้ว ก็พันผ้าขนหนูกระโจมอกออกมาจากโซนอาบน้ำ

หืม?

ฉันมั่นใจว่าตัวเองถอดชุดนักศึกษากับชุดชั้นในวางไว้ที่เคาท์เตอร์นะ แต่ว่าทำไมตอนนี้มันกลับว่างเปล่า

เมื่อเหลือบตาไปมองทางประตูที่เปิดแง้มไว้อยู่นิดหนึ่งก็ได้กระจ่างในเวลาต่อมา ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวว่ากองเสื้อผ้าฉันหายไปไหน จะเป็นใครไม่ได้นอกจากเมฆคนเดียว ที่น่าเจ็บใจคือฉันอุตว่าห์ล็อคประตูแล้วแท้ๆ

โง่จริง ก็นี่มันห้องของเขานี่ จะมีกุญแจไขก็คงไม่แปลก

เฮ็งซวยจริงๆ เลย

ฉันเดินไปปิดประตูให้สนิทด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว รีบแต่งตัวให้เสร็จก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้ามาอีก หลายกว่านาทีที่ฉันมัวแต่พะว้าพะวงกับเรื่องหน้าอกของตัวเอง ปกติถ้าอยู่คนเดียวจะโนบราอยู่แล้ว ถ้าอยู่กับเมฆฉันจะใส่บราสปอร์ต แต่คืนนี้ฉันต้องโนบราให้ประจักษ์ต่อสายตาเขาน่ะเหรอ?

เธอเสร็จหรือยัง เสียงเขาน่ะ ดังมาจากหน้าประตูห้องน้ำเลย ฉันลูบหน้าพลางมองสภาพตัวเองในกระจก ถ้าออกไปสภาพนี้จะโดนทำอะไรหรือเปล่านะ

เพราะงั้นฉันถึงแต่ได้เดินกอดอกของตัวเองออกจากห้องน้ำในที่สุด คนมักมากนอนรออยู่บนเตียงพร้อมเชื้อเชิญให้ฉันไปนอนด้วยการตบเตียงเบาๆ

เธอหนาวเหรอ? เมื่อเห็นว่าฉันไม่มีท่าทีขยับตัวนอกจากยืนเอ๋ออยู่หน้าห้องน้ำ เขาก็ถามคำถามที่ช่างอินโนเซนต์จนน่าใช้เล็บตะกุยหน้า

เสื้อผ้าเราไปไหน

อ้อ เราให้แม่บ้านเอาไปซักให้แล้วน่ะ

อะไรนะ!? เธอให้แม่บ้านไปซัก มันมีชุดชั้นในเราด้วยนะ ตัวฉันน่ะ ค่อนข้างซีเรียสกับของใช้ส่วนตัวมาก การที่จะมาให้คนอื่นซักชั้นในให้มันไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่เลย

หรือเธออยากให้เราซักให้ล่ะ รู้ไหมว่าฉันเกลียดเธอเหลือเกินเมฆ ไอ้หน้าแบบนั้นน่ะ เลิกทำแบบนั้นได้ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเขาก็เอามาส่งครับ เธอก็มานอนได้แล้วนะ

กระเป๋าเราอยู่ไหน เพราะยังไม่อยากนอนตอนนี้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือไม่อยากนอนร่วมเตียงเดียวกับเขา จึงถามถึงกระเป๋าที่หายสาปสูญไปตั้งแต่มาถึงที่นี่

อยู่ไหนน้า ขอเราคิดก่อน…” คนที่นอนอยู่บนเตียงทำท่าครุ่นคิดอย่างหนัก หางคิ้วฉันเริ่มกระตุกในตอนที่เขาแสดงท่าทางกวนประสาทออกมาอย่างไม่ขาดสาย ได้แต่ข่มใจของตัวเองให้นิ่งไว้ เดี๋ยวเขาจะได้ใจ

“…”

อ้อ! คิดออกแล้ว อยู่นี่ไง อยู่ๆ เมฆก็ชูกระเป๋าสะพายข้างของฉันขึ้นมา โดยที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามันไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมฆเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ

“…”

“…”

แม้ว่าเราไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เพราะบรรยากาศและการสบตาก็พอเข้าใจได้ว่า จุดประสงค์ของเมฆคือการให้ฉันเดินไปหาเขาที่เตียงนอน เขากำลังใช้ไม้อ่อนกับฉันอยู่ นั่นก็คือการพูดด้วยวาจาดีๆ หาใช่การบังคับโดยใช้กำลังแต่อย่างใด แต่การพูดด้วยวาจาของเขานี่แหละ คือการบังคับที่น่าเจ็บใจที่สุด

ฉันกัดปากตัวเอง คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี ฉันไม่อยากอยู่ร่วมเตียงเดียวกับเขา และที่สำคัญฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับเตียงที่เขาใช้ ทำ มันกับผู้หญิงคนอื่น

แค่คิดหัวใจมันก็เริ่มเต้นหน่วงจนสั่นสะท้านไปทั่วอก ภาพวันนั้นที่เห็นเขากำลังเริงร่าบนร่างกายเพื่อนสนิทก็ฉายเข้ามาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่กำลังจะลืมมันไปแท้ๆ

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสลัดภาพเหล่านั้นออกจากหัวก่อนที่จะเงยหน้ามองเมฆอีกครั้ง ฉันไม่รู้เลยว่าเขาพาตัวเองาอยู่ตรงหน้าฉันเมื่อไหร่ ไม่รู้เลยว่าตัวฉันเองกำลังจะถูกเขากอดในอีกไม่ช้า รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกท่อนแขนแข็งแรงของเขากวาดช่วงไหล่ให้ชิดกับเขาในที่สุด

ภาพมันบาดตาเหรอครับที่รัก ฉันเกลียดเขา และเกลียดตัวเองที่อ่อนแออีกแล้ว

ความรู้สึกของฉันคงเป็นเรื่องตลกของนายมากใช่ไหมเมฆ

ภาพอะไรเหรอ ถ้าอยากให้โง่นัก ก็จะโง่ให้ เราไม่เห็นจำได้เลย

เจ็บครั้งแรกคือการรู้ว่าเพื่อนตัวเองกับแฟนที่รักมากร่วมมือกันแทงข้างหลังฉัน

เจ็บครั้งที่สองคือการที่เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเพราะคำว่ารักของผู้หญิงโง่ๆ มันทำให้ฉันเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพื่อจะได้อยู่กับเขาต่อไป

เจ็บครั้งที่สามคือฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว พยายามลบเมฆออกไปจากใจแต่มันช่างยากเหลือเกิน

และเจ็บครั้งสุดท้ายคือการที่เขาเห็นฉันเป็นเหมือนของเล่น อยากให้ฉันโดนสวมเขา ใช้ผู้ชายร่วมกับคนอื่น

ฉันไม่อาจจะให้อภัยผู้ชายคนนี้ได้อีกแล้วล่ะ ฉัน

ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้อีกแล้ว 


[Loading...100%]




ตัดพ้อครั้งสุดท้ายของแม่พระ
ตัดเยื้อตัดใย

คอมเมนต์หน่อยค่าา เมนต์หาย เสียจุยย 
น้องๆ ที่เปิดเทอมแล้ว อย่าลืมอ่านนิยายเราน้า
ตอนนี้เปิดพรีอยู่นะคะ ใครสนใจก็เรียนเชิญเด้อ

ปล.เอาสปอยมาให้ดูนะคะ เร็วๆ นี้จะได้เห็นค่ะ นี่แค่จิ๊บๆ แค่เศษเสี้ยว แม่พระกำลังกลายร่างเป็นซาตานแร้วค่ะ






ติดแท็ก #คนโง่ของผม
ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.238K ครั้ง

4,843 ความคิดเห็น

  1. #3572 Daoney Sanguanpong (@daoney2555) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 06:39
    จะมี e-book ป่าว
    #3572
    0
  2. วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 18:36
    มาจ้าา
    #3535
    0
  3. #3504 Tarawan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 13:27

    มาม่าน้ำล้างเท้า นี่ แก้เผ็ดได้สะใจมาก เคยเห็นนางเอกบางเรื่องเอารองเท้าจุ่มลงในน้ำชาให้คนที่ตัวเองเกลียด กิน สะใจไปอีกแบบ

    #3504
    0
  4. #3486 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 12:36
    เลวต่อไปเรื่อยๆเมฆ

    นานะ สู้เค้าลูก เอาให้สาสม !!!
    #3486
    0
  5. #3485 Minhyunkook (@Minhyunkook) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 11:18

    เปลี่ยนพนะเอกได้ไหมม ลำใยอิเมฆ555555
    #3485
    0
  6. #3484 Apsorn Thipnen (@apsorn_thipnen) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 10:39
    หาทางเอาคืนสินานะ เราอยู่ข้างเธอนะ ✌✌
    #3484
    0
  7. #3483 maywis (@nattariga77777) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 09:43
    ชอบบบบบ
    #3483
    0
  8. #3482 Sayree (@dear5) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 09:21
    ชอบค่ะ ดิบดี ฝากบอกทุกคนนะ นิยายจ้านิยายยยยยยยย
    #3482
    0
  9. #3481 moomt (@moomt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 09:20
    นานะ สู้ให้เมฆแพ้บ้าง
    #3481
    0
  10. #3480 babibam1a (@babibam1a) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:40
    ความเป็นจริงคงไม่มีใครโง่ขนาดนี้มั้ง เหมือนคนไม่มีทางไปไม่มีปัญญาต่อกรผู้ชายจะข่มขืนยังไงก็ได้แล้วอ้างว่า รัก เป็นสังคมแบบทุเรศอ่ะ
    #3480
    0
  11. #3479 0887208932 (@0887208932) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:00
    นานะเธอโง่จริง เธอไม่ได้แกล้ง เอาคืนอิเมฆมันนนน
    #3479
    0
  12. #3478 PuengSudarat (@PuengSudarat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:41
    น้ำจากชักโครกมันสกปรกเกินไปมั้ย ถึงจะเกลียดแค่ไหนก็เถอะอ่านมาถึงตรงนี้ละสะดุดเลย
    #3478
    0
  13. #3477 kittykat13 (@jittnitee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:33
    คิดว่าได้แก้แค้น สะใจอยู่คนเดียว เหมือนจะโง่จริงละนะ
    #3477
    0
  14. #3476 nnewest (@clubcase) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 04:25
    คือเราชอบนะ พล้อตไรต่างๆดูพยายามเสริมให้เรื่องกำลังเข้มข้นขึ้นแต่เราว่าน้ำจากชักโครกนี่เกินไป อาจจะมีเด็กที่เข้ามาอ่านแล้วทำตามได้นะคะไรท์

    ยังไงก็ฝากให้ไรท์พิจารณาด้วยนะคะ
    #3476
    1
    • #3476-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 16)
      5 มิถุนายน 2562 / 10:26
      อ่าา ไว้เราจะแก้เป็นอย่างอื่นเนอะ
      #3476-1
  15. #3474 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 03:12
    ให้นานะเอาผู้ชายเข้ามาค่ะ ดิมมาเลย เอาให้อิเมฆมันอกแตกตาย รำคาญ!!
    #3474
    0
  16. #3473 MakusuMasuku (@MakusuMasuku) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:42
    นานะน่าจะลองท้าทายเมฆได้หลายวิธีเลยนะ​

    เพราะดูเมฆก็รัก​ ตอนเมฆถามว่าภาพมันบาดตาหรอ​

    ก็โต้ไปก็ได้ว่า​ อยากเห็นบ้างมั้ยละ​ เปิดโอกาศให้คนอื่นมาลองจีบ​ เมฆจะได้อกแตกตาย​

    แต่นี่นานะก็ดูโง่จริงๆจากตอนแรกที่ดูไม่โง่นะ
    #3473
    1
    • #3473-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 16)
      5 มิถุนายน 2562 / 02:45
      รอดูๆๆ
      #3473-1
  17. #3472 wcxkq (@wcxkq) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:20
    รออยู่ทุกวันเลยคาะ
    #3472
    0
  18. #3471 kengfone218885 (@kengfone218885) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 21:34
    ถึงนานะจะทำไรก้อสู้เมฆไม่ได้อยู่ดีป่ะ พยายามไปก็เท่านั้นเขาอยู่เหนือกว่าเราเนอะ //อินจัด//
    แต่ก็เป็นกำลังใจไห้แก้แค้นเมฆไห้ได้นะ ไม่ใช่ตกหลุมตัวเองเมฆทำดีด้วยก็ใจอ่อน
    ++แต่ก็จะติดตามไรท์ต่อนะไม่เบื่อหรอกรอทุกวันเลยนน
    #3471
    0
  19. #3470 Ratana (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:24

    ไรท์ให้นางเอกโง่นานเกิน ทำให้ไม่ค่อยสนุก รู้สึกว่านางโง่จริงไม่ได้แกล้งแล้ว ส่วนแม่ก็พอกันหลงไหลได้ปลื้มว่าที่ลูกเขยจนแทบจะยกลูกสาวใส่พานให้. . ครอบครัวนี้ มีอะไรให้น่าสนใจบ้าง คนเราโง่เมื่อรู้ตัวก็นับว่าเป็นคนฉลาดไม่โง่อีกต่อไป. และคนที่ถูกกระทำฝ่ายเดียวโดยตอบโต้เพียงเล็กๆน้อย มันจะไปสนุกอะไร เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปงัดไม้ซุง

    #3470
    0
  20. วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:27
    ทำไมรู้สึกว่าอยากให้ดิน ชอบนางเอก แบบแอบชอบจริงๆ

    แล้วได้กันแทนเมฆ
    #3468
    0
  21. #3466 tiffanyy (@tiffanyy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:58

    รออยู่น้าาา
    #3466
    0
  22. #3465 Minhyunkook (@Minhyunkook) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 15:59
    เข้ามาเปิดดูทุกวันเลยว่าเมื่อไรจะอัพ ในที่สุดก็อัพเย้ๆๆๆ
    #3465
    0
  23. #3464 Monruethai44059 (@Monruethai44059) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:55
    รออ่านทุกวี่ทุกวันเลย
    #3464
    0
  24. #3463 linMFR (@linMFR) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:19
    นานะเธอจะทำอะไร
    #3463
    0
  25. #3462 eeaxroni (@eeaxroni) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:08
    นานะกินเลย5555
    #3462
    0