[ทำมือ] FRIEND | TOUCH เพื่อนสนิท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 129,686 Views

  • 1,638 Comments

  • 2,861 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    311

    Overall
    129,686

ตอนที่ 6 : FRIEND | TOUCH เพื่อนสนิท 'ใช่ไหม' 3 [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

ใครอยากได้หนังสือ ทักมาหาไรท์ที่เพจ Mriimmy ค่ะ


Friend Touch เพื่อนสนิท
Myriimmy
www.mebmarket.com
ฉันเกิดมาพร้อมสิ่งที่เรียกว่าความเกลียดชังเกิดมาโดนที่ไม่มีใครต้องการ ช่วงชีวิตสิบกว่าปีที่ผ่านมาฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยวใช้ชีวิตแสนไร้ค่าให้ผ่านไปวันๆ จนกระทั่งคืนหนึ่งในวันเลี้ยงสายรหัส'ความบริสุทธิ์' ที่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันเหลือติดตัวถูกช่วงชิงไปอย่างเลือดเย็นจากเดรัชฉานตัวหนึ่ง มันชื่อว่า 'ดิน'พร้อมคำพูดที่แสนเลวทรามตีตราว่าฉันเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าแต่แล้วเหตุการณ์หนึ่งก็ทำให้ความรู้สึกที่ฉันมีให้กับมันเปลี่ยนแปลงไปจากที่เกลียดมาก กลับกลายเป็นโหยหา จากที่อยากให้มันหายๆ ไปจากโลกนี้ซะ กลับขาดมันไม่ได้จนสุดท้ายความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่คนรักก็เริ่มต้นขึ้นระหว่างเรา...

Music :: Troye Sivan - BITE

        คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหา ฉาก และภาษาที่ไม่เหมาะสมค่อนข้างเยอะ ใครไม่ชอบแนวนี้สามารถกดออกได้เลย แต่ถ้าชอบก็ได้ไปต่อจ้า 




EPISODE 4
"มึงรุนแรงเกินไปหรือเปล่า"


เช้าวันต่อมา

หลิวนอนหมดสภาพบนเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ กลิ่นคาวเลือดยังคงหลอกหลอนเธอ ไอร้อนอุณหภูมิสูงถูกแผ่ซ่านกระจายตัวออกมาจากร่างเล็ก ร่างกายที่เปลือยเปล่าเป็นสัญลักษณ์ที่คอยย้ำเตือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นความจริง

ดินยังคงไม่ได้กลับไป เขายังกอดอกยืนมองหลิวอยู่ตรงปลายเตียงอย่างสงบนิ่ง ในใจหวังรอร่างเล็กให้ตื่นขึ้นมาตะโกนแว้ดใส่เขา แต่ผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า หลิวก็ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น

ดินรู้ได้ทันทีว่า มีใครบางคนแถวนี้กำลังป่วย

มันเป็นความจริงที่ว่าเมื่อคืนดินทำรุนแรงกับหลิวมากเหลือเกิน เพราะด้วยความโมโหหรืออะไรสักอย่างทำให้ปีศาจในตัวเขามันตื่นขื้นมา

ด้านดีในตัวดินคอยตะโกนบอกตลอดว่า มารักษา ไม่ใช่มาทำลาย

ดินกดโทรศัพท์เพื่อติดต่อใครบางคนที่จะสามารถช่วยคนป่วยได้ เขาไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ และไม่อยากให้ใครรู้เยอะ

ไม่นานนายแพทย์หนุ่มที่พึ่งเรียนจบมาหมาดๆ ก็เข้ามาภายในห้องนอนของหลิวพร้อมกับพยาบาลผู้ช่วย แต่ก่อนหน้าที่แพทย์นายนี้จะมา ดินได้ทำการจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้ร่างเล็กเรียบร้อยแล้ว

โห สภาพนี่คือคำทักทายแรกที่หมอคนนี้เดินเข้ามาในห้อง แล้วเห็นร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่มีรอยช้าอยู่ตรงหัวไหล่ เสื้อผ้ากระจัดกระจาย คงไม่ต้องบอกว่าเมื่อคืนสองคนนี้ทำเรื่องอะไรกัน

เป็นไข้ รักษาหน่อยดินพูดอย่างไม่ยี่หระ พลางขยี้หัวอย่างหน่าย ที่เขาบอกให้หมอคนนี้รักษา ไม่ใช่รักษาเขาหรอก แต่รักษาหลิวต่างหาก

เออ มึงออกไปก่อนนายแพทย์คนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของดินเอง ความสนิทก็ประมาณหนึ่ง สนิทพอที่จะรู้ว่าต่างฝ่ายเป็นอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งคือรู้ไต๋กันนั่นเอง

ดินออกไปตามคำสั่งของนายแพทย์หนุ่ม พยาบาลที่มากับเขาด้วยมองดินด้วยสายตาหวาดๆ ในใจของเธอคิดได้แต่เพียงว่าผู้ชายคนนี้ช่างน่ากลัว แค่มองหลักฐานที่ปรากฏอยู่บนตัวของร่างเล็กก็พอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เขาไม่ได้ออมแรงเลยสักนิดเดียว

เดี๋ยวผมจะตรวจอาการเบื้องต้นของเธอก่อนนะ แล้วพี่แนนค่อยเช็คร่างกายของเธอ ว่าเป็นอะไรมากกว่าเป็นไข้ไหมแพทย์หนุ่มเพียงมองแค่ภายนอก ก็รู้ได้ทันที ว่านอกจากอาการป่วยของหลิวแล้ว มันมีมากกว่านั้น

ค่ะ คุณภัคพยาบาลสาวขานตอบ พร้อมพยักหน้า

หลังจากที่ภัคหรือ ภัคพลตรวจอาการเบื้องต้นของหลิวเสร็จ ก็เป็นตาของแนนที่ต้องดูสภาพร่างกายของคนป่วยต่อ

ตอนนี้ภายในห้อง มีเพียงร่างบางของหญิงสาวทั้งสอง อีกคนนอนไม่ได้สติบนเตียง อีกคนกำลังรู้สึกสังเวชที่ได้เห็นสภาพของหลิว

แนนดึงผ้าห่มลง หลิวมีเพียงชุดนอนตัวยาวคุมร่างไว้เท่านั้น เนื่องจากแนนก็ทำอาชีพพยาบาลมาหลายปี มีหลายครั้งที่เขาต้องเปลี่ยนเสื้อให้ผู้ป่วย แน่นอนว่าเธอเห็นร่างเปลือยเปล่าของมนุษย์มาเกือบทุกรูปแบบ จึงไม่แปลกที่เธอจะไม่รู้สึกเคอะเขิน ยามปลดเปลื้องเสื้อผ้าหลิวออกจากร่าง

วินาทีที่แรกที่เธอเนื้อผิวใต้ร่มผ้าของหลิว เธอก็เบิกตาโพลงอย่างตกใจ แววตาสั่นระริกไล่มองร่างกายของหลิวตั้งแต่ลำคอจรดเท้า มันทำให้แนนรู้สึกหดหู่ไม่น้อย เพราะร่างกายของหลิวเต็มไปด้วยรอยช้ำม่วงอีกไม่นานคงกลายเป็นสีเขียวคล้ำ มันไม่ใช่รอยรัก ไม่ใช่รอยจากการถูกทุบตี แต่เป็นรอยที่ถูกบีบและถูกกดอย่างรุนแรง ด้วยความที่หลิวเธอเป็นคนผิวบางและขาวซี้ด จึงทำให้รอยต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย

มากไปกว่านั้นช่วงล่างของหลิวที่ถูกใช้งานอย่างหนัก ดูเหมือนว่ามันจะฉีกขาดจนมีเลือดไหลซึมออกมา นั่นยิ่งทำให้แนนแทบอยากจะร้องไห้ เพราะความสงสารกัดกินเต็มหัวใจ

หลังจากที่แนนตรวจร่างกายของหลิวเสร็จแล้ว เขาจึงเรียกภัคมาพูดคุย เพื่อบอกอาการทางกายภายนอกของหลิวให้เขาได้ฟัง เมื่อภัคได้ยินสิ่งที่แนนพูด เขาก็รู้สึกโกรธลูกพี่ลูกน้องของเขาขึ้นมาอย่างจริงจัง เขาไม่เข้าใจเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดมันถึงทำกับผู้หญิงตัวเล็กได้รุนแรงขนาดนี้

ภัคให้แนนเข้าไปดูอาการของหลิว ส่วนเขาออกมาคุยกับดิน

มึงมีเรื่องอะไรกับผู้หญิงคนนั้นภัคเปิดประเด็นหัวข้อขึ้นมา เขารู้จักลูกพี่ลูกน้องคนนี้ ดินไม่ใช่คนที่ใครจะมามีเรื่องด้วยง่ายๆ ดินไม่ยุ่งกับใครก่อน ตราบใดที่ไม่มีใครมาล้ำเส้นเขา

ไม่มีดินตอบหน้าตาย

เมื่อภัคได้ยินคำตอบคำตอบของดินก็แทบอยากจะเข้าไปตั้นหน้าของดินให้หายหงุดหงิด นิสัยหน้ามึนหน้าตาย ไร้อารมณ์ความรู้สึกของดิน นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนภัคก็อดคิดไม่ได้ว่า ดินยังมีความเป็นคนเหลืออยู่ไหม

มึงรุนแรงเกินไปหรือเปล่าภัคถอนหายใจออกมา แล้วหยุดพูดเพื่อลอบสังเกตปฏิกิริยาของดิน แต่กลับพบว่าไม่มีภายฉายอะไรออกมาจากแววตาของดิน มันแทบจะไร้แวว ผู้หญิงตัวเล็กคนเดียว มึงทำได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ

“…”

เธอเป็นไข้สูง ถ้าสูงกว่านี้คงช็อคตาย สภาพร่างกายช้ำไปทั้งตัว อวัยเพศของเธอฉีกขาด

คนภายนอกอาจมองดินว่าเป็นปีศาจไร้ความรู้สึก เป็นปีศาจที่พร้อมจะเอาวิญญาณของผู้คนไปอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร หากแต่ว่าใครมันจะไปรู้ความในใจของคนอื่นได้นอกจากตัวของคนนั้นเอง ไม่มีใครรู้ความในใจดินหรอก ว่าเขาก็มีความรู้สึกเยี่ยงมนุษย์ไม่ต่างจากคนอื่น

เพราะทันทีที่เขาได้ยินความเป็นไปของหลิวออกมาจากปากหมอภัค เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างดื้อๆ ดินพึ่งมาคิดได้ทีหลังว่าบางทีเขาอาจจะรุนแรงเกินไปหน่อย ด้วยเป็นเพราะความโมโห และไม่ใช่คนอ่อนโยน

เป้าหมายของเขาไม่ใช่มาทำลายหลิวเสียหน่อย

รักษาเธอที่บ้านดินพูดเสียงเรียบ ดินรู้ว่าตัวเองผิด การรักษาหลิวให้หายดีเป็นเรื่องที่เขาต้องทำแน่นอน แต่เขาไม่อยากให้เธอรักษาที่โรงพยาบาล มันมีหลายเหตุผล หนึ่งในนั้นคือเพื่อกลบความผิดของตัวเอง ไม่ให้ เขารู้

กูไม่รู้ว่ามึงมีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนี้ แต่กูว่ามึงควรหยุด เธอเป็น…”

ใช่ มึงไม่รู้ยังไม่ทันให้หมอภัคได้พูดจบ ดินก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน เป็นความจริงที่ภัคพลรู้จักหลิว แต่หลิวนั้นไม่รู้จักเขา มึงมารักษาเธอที่นี่ทุกวันด้วย จนกว่าจะหาย

ไอ้เหี้ย กูไม่ได้ว่างทุกวันแบบมึงอาชีพหมอช่างสาหัส เวลาจะนอนยังมีไม่พอ ยังต้องแบกสังขารมารักษาผู้หญิงคนนี้ก็กระไรอยู่

มึงต้องทำน้ำเสียงเย็นยะเยือกเปล่งออกมาจากปากของร่างสูง มันสามารถข่มใครหลายๆ คนได้แต่ไม่ใช่กับภัคพล ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

แต่เห็นแก่ความเป็นพี่น้อง และสงสารผู้หญิงข้างในห้อง เขาจึงจะยอมเสียสละ

แต่…” แต่ใครกันที่จะยอมทำเรื่องบางเรื่องให้ฟรี มันคงต้องมีเรื่องต่อรองกันบ้าง

ดินกับภัคพูดคุยกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ได้เวลาที่ต้องกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อเข้าเวรต่อ โดยก่อนไปภัคได้ให้ยาลดไข้ และแก้อักเสบ แนนทิ้งท้ายกับดินก่อนที่เธอจะกลับไปกับหมอภัคเช่นกัน

ช่วยเบามือกับเธอหน่อยนะคะ ตอนนี้เธออ่อนแอมาก ถ้าเช็ดตัวให้เธอได้จะดีมากค่ะ

ทันทีที่แนนพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องทันที เพราะเพียงแค่สบสายตาของดินเธอก็ขนลุกเกรียว แต่เธอก็ดันใจถึงรวบรวมความกล้าบอกเขาไป เธอคิดในใจ คนอะไรช่างน่ากลัว

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ดินได้แต่นั่งมองร่างเล็กที่ไม่ได้สติ เขาเดินไปวัดไข้จากตัวเธอเป็นพักๆ แต่ก็ไม่เห็นว่าอุณหภูมิร่างกายของเธอจะลดลง

เขาไม่เคยดูแลใคร เขาไม่เคยเฝ้าไข้ใคร เขาไม่เคยต้องมานั่งสังเกตอาการป่วยของใคร เขาไม่เคยคิดที่จะป้อนยาใคร

แต่วันนี้เขากลับต้องทำ

ดินออกไปรินน้ำอุณหภูมิห้อง กลับเข้ามาพร้อมยาแก้อักเสบและยาแกไข้ เขาขึ้นไปอยู่ร่วมเตียงกับหลิวในลักษณะขึ้นคร่อม ขึ้นคร่อมเหมือนเมื่อคืน

อีกมือกำเม็ดยา อีกมือถือแก้ว ดินเงอะงะทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติและรู้ว่าควรทำอะไรเป็นอย่างแรก เขาก็เอี้ยวตัวไปวางแก้วน้ำไว้ตรงโต๊ะหัวเตียง ก่อนที่ค่อยๆ ใช้มือข้างที่ว่างแล้วจับบริเวณสันกรามของร่างเล็กเพื่อให้ปากของเธอเปิดรับเม็ดยา

ช่วยเบามือกับเธอหน่อยนะคะ ตอนนี้เธออ่อนแอมาก

แต่อยู่ๆ คำพูดของพยาบาลคนนั้นก็ลอยเข้ามาในหัวของเขา ในจังหวะที่กำลังจะออกแรงบีบสันกามของหลิว ดินชะงักไป ถ้าเปรียบหลิวตอนนี้เป็นอะไรสักอย่าง เธอคงเป็นดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉา เพียงออกแรงจับเบาๆ ก็พร้อมที่หลุดล่วงออกจากต้น ช่างบอบบาง

ดินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างรำคาญ เขาคิดวิธีป้อนยาอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก

เขาเอายาเข้าปาก ตบท้ายด้วยกระดกน้ำตาม จากนั้นโน้มตัวลงไปใกล้คนตัวเล็ก จนได้กลิ่นหอมหวานจากเธอชัดเจน ปลายจมูกของเขาและเธอชนกัน ดินมองขนตาแพยาวของหลิว ยามหลับใหลช่างเหมือนแมวน้อยที่ไร้พิษสง

วินาทีต่อมา ริมฝีปากเย็นของดินบดจูบลงไปที่ริมฝีปากร้อนระอุของหลิว ยามที่ริมฝีปากของเขาและเธอสัมผัสกัน เหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตร่างของหลิว เธอสะดุ้งโหยงโดยไม่มีปี่มีขุ่ย แต่เพียงไม่นานก็กลับไปสงบเหมือนเดิม

สัมผัสจากริมฝีปากของดินคงกำลังหลอกหลอนเธออยู่

ดินส่งยาและน้ำจากปากของเขาสู่ปากของหลิว รั้งคอระหงให้แอ่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะให้ยาและน้ำไหลลงคอได้อย่างสะดวก

ดินผละออกเมื่อแน่ใจว่าเธอได้รับยาจากเขาเรียบร้อยแล้ว

ความหอมหวานยังคงติดตรึงที่ริมฝีปากของเขา


วันต่อมา

อาการของหลิวดีขึ้นเยอะจากเมื่อวาน แต่เธอก็ยังไม่ได้สติเสียที หมอภัคกับพยาบาลแนนมาตรวจร่างกายของหลิวเป็นวันที่สองตามปกติ ผลลัพธ์ที่ได้น่าพอใจ คือร่างกายของเธอกำลังฮีลตัวเอง และที่สำคัญดินถูกกำชับว่าให้เช็ดตัวหลิว เพราะไม่อย่างนั้นไข้ของเธอจะไม่หายเสียที

อย่างที่บอกว่าเขาไม่เคยทำแบบนี้ให้ใคร ที่จริงเขาจะไม่ทำก็ได้ เขาจะไปจ้างให้คนอื่นมาดูแลหลิวก็ได้ แต่เขากลับเลือกไม่ทำ เขาคิดว่านี่คงเป็นประสบการณ์ครั้งใหม่ของเขา

ดินพอจะรู้ว่าการเช็ดตัวเบื้องต้นที่ควรจะทำนั้นทำอย่างไร กับอีแค่การนำผ้าชุบน้ำเย็นมาชโลมไล้เพื่อลดระดับความร้อนของอุณหภูมิร่างกาย แค่นี้เป็นเรื่องที่ง่ายไปด้วยซ้ำ แต่

เขาก็เถียงอยู่ในใจของตัวเองว่า แค่การนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้คนเป็นไข้ มันจะหายได้ยังไง สู้เอาคนป่วยไปแช่ไว้ในอ่างน้ำเย็นไม่ดีกว่าเหรอ

เมื่อเกิดไอเดียนี้ขึ้นมา ดินไม่รอช้า จึงค่อยๆ ยกร่างเบาหวิวของหลิวขึ้นมาอยู่ในอ้อมอก เขาคิดในใจหลังจากอุ้มหลิวขึ้นมา นี่มันคนหรือตุ๊กตายัดนุ่น?

ดินวางหลิวลงในอ่างอาบน้ำ จากนั้นเขาก็เปิดให้สายน้ำไหลลงสู่อ่าง ร่างเล็กในชุดนอนตัวยาวสีฟ้าพาสเทลค่อยๆ เปียกปอน หลิวนั่งพิงอ่างโดยไม่ได้สติ ดวงตาปิดสนิทไม่มีท่าทีจะเปิด 

ดินนั่งยองๆ มองหลิวอยู่นอกอ่าง เมื่อเห็นว่าน้ำท่วมครึ่งตัวของหลิวจึงปิดน้ำ เขาค่อยๆ กวักน้ำในอ่างชโลมร่างกายส่วนบนของเธอ ฝ่ามืออุ่นเคลื่อนไปสัมผัสใบหน้าเล็กอย่างแผ่วเบา คงจะเป็นจริงอย่างที่พยาบาลว่า หลิวช่างบอบบาง นี่ก็ผ่านมาเกือบสองวันที่เธอเป็นไข้หนัก ไม่ยอมฟื้นสติมาเสียที ถ้าพรุ่งนี้เธอไม่ฟื้น ดินคิดว่าเขาคงต้องพาเธอไปโรงพยาบาล

ไม่ได้เรียกแค่แช่ตัวธรรมดา แต่เรียกว่าอาบน้ำให้ใหม่เลยก็ว่าได้ ดินจัดการสระผมให้หลิว ไดร์ผมให้เธอจนแห้ง เช็ดตัวเธอให้แห้ง แต่งตัวให้เธอ ราวกับว่าเขากำลังเล่นตุ๊กตา จากนั้นเขาก็อุ้มเธอไปนอนที่เตียงดังเดิม

 

หลายชั่วโมงต่อมา

ฉันลืมตาตื่นขึ้นท่ามแสงสีฟ้ายามเย็น ห้องฉันถูกเปิดผ้าม่าออก

เฮือก!

ฉันสะดุ้งอย่างตกใจ เมื่อความทรงจำคืนนั้นย้อนไหลเข้ามาในสมอง หันซ้ายหันขวาไม่เจอมัน ก็รู้สึกโล่งอก แต่ฉันหลับไปนานแค่ไหนกัน เพราะลำคอของฉันแห้งผาก เหมือนคนไม่ได้กินน้ำมาแรมปี ท้องก็ร้องประท้วงทันทีตั้งลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วใครเป็นคนเปิดม่านห้องฉัน ใครเปลี่ยนชุดให้ฉัน เพราะจำได้ว่าวันนั้นฉันไม่ได้สวมใส่ชุดนี้ แล้วอาการปวดหัวตุบๆ มันเกิดขึ้นได้ยังไง ตั้งแต่ตอนไหน

คำถามมากมายประดังประเดเข้ามาจนฉันต้องกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวยิ่งกว่าเดิมอีก

หิวน้ำจัง

ฉันค่อยๆ พยุงตัวเองให้นักพิงหัวเตียง ฉันคิดว่ามันจะเจ็บกว่านี้ หมายถึงพื้นที่อ่อนไหวของฉัน แต่มันกลับไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บ รวมถึงจิตใจของฉันด้วย แค่คิดถึงหน้าของมันฉันก็เหงื่อแตกพลั่ก มือกำผ้าห่มแน่นเพราะความโกรธแค้น

ฉันเพิ่มชื่อของมันเข้าไปในลิสต์คนที่อยากฆ่ามากที่สุด มันถือว่าเป็นคนที่สอง มันควรภูมิใจ

กริ๊ก!

เสียงจับลูกบิดดังขึ้นที่ประตู มันเปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่มีเรือนผมสีดำสนิท แววตาสีดำเหมือนกับผม แต่มองยังไงก็ไร้แวว ใช่มันคือดิน คือไอ้เหี้ยดิน คนที่มันข่มขืนฉันอย่างเลือดเย็น!

ปฏิกิริยาฉันเป็นไปอย่างอัติโนมัติเมื่อเจอหน้ามัน อะไรที่อยู่ใกล้มือของฉันตอนนี้ ฉันหยิบปาใส่มันอย่างไม่คิดเหนื่อย หมอนเอย หนังสือเอย รวมถึงโทรศัพท์ของฉันเองด้วย

ขอบตาฉันร้อนผ่าว เมื่อมองหน้ามันเหตุการณ์คืนนั้นมันฉายซ้ำไปมา หลอกหลอนฉันจนยากที่จะลืม ระหว่างฉันกับมันไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา มันไม่ฉุนเฉียวที่ฉันปาของใส่มัน ต่างจากฉันที่นอกจากจะโกรธมันจนอยากฆ่าให้ตาย

ฉันจำได้แม่นว่าคืนนั้น ฉันกลัวมันมากขนาดไหน ร้องขอมันให้หยุดเป็นสิบรอบแต่มันกลับเมินคำขอฉันอย่างไม่ใยดี ฉันเจ็บจนสลบไป

มันยืนได้ไม่นานก็เดินเข้ามาใกล้ ฉันเขยิบถอยหลังทันที ฉันรู้ว่าตอนนี้ตัวฉันเองกำลังกลัวมันจนขี้ขึ้นสมอง กลัวว่ามันจะทำแบบนั้นกับฉันอีก

ไม่ทำฉันไม่ทำเธอแล้วเหมือนมันรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ เพราะเสียงทุ้มนุ่มชวนเชื่อที่ไม่เชื่อว่าจะออกมาจากปากของมันถูกลั่นออกมาไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันจะเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่ว่ายังไง คนตรงหน้า ไม่สิเดรัชฉานตรงหน้าก็ไม่มีวันที่จะได้รับคำว่า เมตตาจากฉันอีก

จะไปตายที่ไหนก็ไป…” ฉันพบว่าตัวเองเสียงแห้งจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องได้ยินแน่นอน ต่อจากนี้ มันจะไม่มีทางได้ยินมธุราวาจาจากปากของฉัน

พูดจบฉันก็ห้อยขาลงจากเตียงทันที เพราะด้วยความหุนหันไปหน่อย ทำให้อาการปวดเนื้อปวดตัวจากพิษไข้เล่นงานฉัน ไม่กี่วินาทีต่อมาฉันก็ล้มไปอยู่ที่พื้น

เจ็บ

ตึก ตึก ตึก

มันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันเห็นเท้าใหญ่ทั้งข้างของมัน เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นมา จากนั้นมันก็นั่งยองๆ มองฉันด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจกว่านั้นคือ มันเคลื่อนมือของมันมาตรงใบหน้าของฉัน

จะตบหรอ?

ฉันหลับตาปี๋โดยอัติโนมัน คิดการตบครั้งนี้ของมันคงเจ็บน่าดู มันคงจะเอาคืนที่ฉันปาของใส่มันแน่ๆ

แต่

ฉันกลับคิดผิด มันใช้นิ้วมือเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าของฉันขึ้นไปทัดที่หู มันสร้างความประหลาดใจให้ฉันไม่น้อย แต่ฉันก็คือฉัน เมื่อได้เกลียดใครจนอยากฆ่าแล้ว สิ่งที่เรียกว่าหวั่นไหวจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับคนอย่างฉันแน่นอน

เพี๊ยะ!

ฉันปัดมือมันออกอย่างไร้ค่า พร้อมทั้งด่ามันด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบลอดผ่านไรฟัน เดรัชฉาน!!”

มันไม่สนใจคำด่าของฉัน และเลือกที่จะอุ้มร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของฉันขึ้น แน่นอนว่าฉันด่ามัน ตบหน้ามัน และข่วนมัน ทำร้ายร่างกายของมันเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็ขอบรรเทาความแค้นผ่านการทำให้มันเจ็บก็ยังดี

แต่มันไม่สะทกสะท้าน เดินอุ้มฉันหน้าตาเฉยราวกับว่าไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรกับการกระทำของฉัน มันวางร่างของฉันให้นั่งที่โต๊ะกินข้าวในห้องครัว จากนั้นมันก็เดินไปเปิดตู้เย็น ที่มีอาหารแช่แข็งแช่เต็มตู้ไปหมด มันไม่ใช่ของฉัน ฉันไม่ได้เป็นคนซื้อมา ปกติแล้วฉันจะไม่ค่อยเข้าครัว ถนัดโทรสั่งซื้อมากกว่า ถ้าจะมีของกินในครัวก็คงมีแต่พวกมาม่าแล้วก็ขนมกินเล่นจุกจิก ไว้กินขำๆ ตอนดึกๆ

มันหยิบอาหารแช่แข็งพวกนั้นไปเวฟในตู้ไมโครเวฟ จากนั้นก็รินน้ำส่งมาให้ฉันอย่างรู้ดี ฉันเมินมันอย่างสิ้นเชิง ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะมานั่งมองมันทำห่าเหวอะไร คิดได้อย่างนั้นฉันจึงลุกเพื่อจะเดินหนีมัน

ลองเดินไปสิฉันชะงักกับคำพูดของมันทันที เท้าที่เคยจะก้าวหยุดกลางอากาศ เธอจะได้รู้ว่าการไม่ได้เดินอีก มันเป็นยังไง

ฉันกลืนน้ำลายดังอึก กลัวก็กลัว เกลียดก็เกลียด ฉันรู้ว่ามันไม่ทำแค่ขู่ มันทำจริง แต่รู้อะไรไหมยิ่งมันทำเหมือนฉันเป็นสัตว์เลี้ยงแบบนี้ คิดเหรอไงว่าฉันจะยอมเชื่อง มันอาจจะมองฉันเป็นแมวน้อยผู้ใสซื่อ แต่บอกไว้ เมื่อไหร่มึงเผลอ กูพร้อมแปรงร่างเป็นอีงูพิษทุกเมื่อ

เพราะงั้นฉันจึงรักษาความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองด้วยการกลับไปนั่งเหมือนเดิม และมองค้อนใส่มันอย่างเกลียดชัง ในหัวมีคำถามมากมายที่อยากได้คำตอบ หนึ่งในนั้นคือมันทำแบบนี้กับฉันทำไม จำได้ว่าไม่เคยไปทำอะไรให้มัน อยู่ดีไม่ว่าดี อยากเปลี่ยนจากคนที่ฉันไม่ชอบขี้หน้าเฉยๆ เป็นเจ้ากรรมนายเวร ที่ฉันให้มากกว่าเกลียด

ความคอแห้งทำให้ฉันตัดสินใจหยิบน้ำที่มันรินให้มากระดกกิน แน่นอนว่าหมดแก้ว มันช่วยให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังกระหายอยู่

ดินมันกอดอกมองฉัน มันมองมาตั้งแต่ที่พูดประโยคขู่ออกมาแล้ว มองหาพ่อมึงหรือไง

ตอนนี้ทำอะไรมันไม่ได้ การด่ามันจึงเป็นทางเลือกที่เดียวที่ฉันทำได้ และถนัดมาก แน่นอนว่าความหน้าหนาของมันฉันยกให้เป็นที่หนึ่ง มันไม่สนใจคำด่าของฉันและมองหน้าฉันต่อไป

อยากบีบคอมันให้ตาย

ติ้ง!

เสียงสัญญาณจากไมโครเวฟดังขึ้น มันเป็นสัญญาณเตือนว่าฉันกับมันพักยกกันแค่นี้ หลังจากห้ำหั่นกันทางสายตากันมานานร่วมหลายนาที

มันหยิบอาหารที่ก่อนหน้าที่แช่แข็งใส่จานแล้วเลื่อนมาทาฉัน หน้าตาอาหารก็เหมือนสันดารของมัน ทุเรศสิ้นดี

กินมันพูดเสียงเรียบพร้อมหน้าตากวนตีนของมัน ฉันโมโหมาก

เพล้ง!!

กูไม่แดก! เอาไปให้พ่อมึงแดกฉันปัดจานข้าวให้พ้นทางจนมันลงไปทักทายกับพื้น มันแตกละเอียดจนเศษเล็กเศษน้อยของจานปนอยู่กับเม็ดข้าว

ได้ที่มันตอบมาไม่ได้เพราะว่ามันตกลง ที่จะเอาเศษข้าวที่พื้นไปให้พ่อมันกิน แต่คำว่าได้ของมันนั้น เหมือนเป็นสัญญาณแจ้งเตือนว่า มันเองก็ชักทนไม่ไหว ฉันไม่รู้ว่ามันจะทำอะไร เพราะทันทีที่พูดจบมันก็เดินหายไปจากห้องครัว

ไม่นานมันก็เดินกลับมาพร้อมกับเชือกไนล่อน ที่จำได้ว่าเคยเก็บไว้ในห้องใต้บันได

มึงจะทำอะไร!!” ฉันหวีดลั่นเมื่อมันใช้เชือกมัดร่างของฉันใว้ให้ติดกับเก้าอี้ ความรุนแรงที่มันใช้มัดเชือกให้ตรึงฉันไว้กับเกาอี้ทำให้ฉันเบ้หน้า มันเจ็บเพราะความสากของเชือกมันเสียดสีกับผิวของฉัน ปล่อยกู!”

ฉันทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่อย่างนั้น ไอ้เหี้ยดินงุ่นง่วนอยู่ทางด้านหลังของฉัน เมื่อพยายามเอี้ยวตัวไปมองก็พบว่ามันกำลังมัดข้อมือของฉันทั้งสองอยู่

ปากก็ด่าอย่าไม่ลดละ มีแรงเท่าไหร่ก็ดิ้นมันไปให้สุด แต่เหมือนว่ายิ่งดิ้น มันยิ่งมัดแรง

“…” ไอ้เหี้ยดินผละออกจากทางด้านหลังของฉัน มันเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วเอาอาหารแช่แข็งออกมาเวฟอีกครั้ง แล้วก็หันมาส่งสายตาเป็นแนวเยาะเย้ยประมาณว่า กินดีๆ ไม่ชอบ

อ้าปากเมื่อมันเวฟอาหารเสร็จ ก็บังคับให้ฉันกิน แต่ใครมันจะยอมทำตาม ฉันหันหน้าไปทางอื่น เมินมันให้ถึงที่สุด ฉันขยับร่างกายของตัวเองไม่ได้เลย มันมัดฉันแน่นมาก

หมับ! กึก!

ไอ้เหี้ยดินคว้าเข้าที่สันกรามของฉัน ออกแรงบีบให้ฉันเผยอปากอ้าขึ้น มันไม่ได้เจ็บเท่าไหร่ เหมือนมันออมแรงไว้ไม่ให้รุนแรงเกินไป แต่ฉันยอมเจ็บดีกว่าที่จะมารับความเห็นใจจากเดรัชฉานอย่างมัน

ซี้ด…” เมื่อได้จังหวะเอาคืน ฉันจึงงับเข้าเต็มๆ ที่มือของมัน ผลก็ตามที่เห็น มันสูดปากคล้ายเจ็บปวด แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะมันแค่ส่งเสียงว่าเจ็บ แต่ใบหน้าเรียบตึงของมันไม่ได้แสดงว่าเจ็บเลย

กูไม่กิน ไอควาย!!” แผดเสียงใส่มันอย่างเหลืออด ใจจริงก็หิว แต่ฉันไม่อยากกินข้าวที่มันเตรียมให้ ขอกินอ้วกหมายังจะดีกว่า

จะไม่กินดีๆ ?

กินขี้ยังดีกว่ากินของที่มึงทำ ไอ้สัส!”

ดินมันพยักหน้าแล้วเลิกขึ้นคิ้วขึ้น ฉันก็แอบหวาดๆ ว่ามันจะเอาขี้มาให้ฉันกินหรือเปล่า ถ้ามันมาให้ฉันกินจริงคงขอตายดีกว่า ใครมันจะไปอยากกินขี้ แต่ฉันก็ไม่อยากกินข้าวของมันเหมือนกัน

แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดแต่อย่างใด ไอ้เหี้ยดินตักข้าวในจานเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวอยู่หลายครั้ง เคี้ยวนาน เคี้ยวเอื้องเหมือนควาย!

หมับ!

อ๊ะ! ปล่อย มึงจะทำอะไร!!” ฉันตกใจกับการกระทำของมัน ที่อยู่ๆ ก็คว้าสันกรามของฉันอีกครั้ง แถมครั้งออกแรงบีบจนฉันเจ็บขึ้นมาจริงๆ แต่สิ่งที่ฉันตกใจมากกว่านั้นคือมันพยายามดันใบหน้าของมันเข้ามาจนปลายจมูกของฉันกับมันชิดติดกัน

“…”

ฉันหัวใจเต้นแรง หากแต่ไม่ได้เต้นแรงเพราะหวั่นไหว หรือชอบใจที่ได้ใกล้ชิดกับมัน ฉันจ้องมันด้วยสายตาแข็งกร้าว มันจะทำอะไร!

คำตอบถูกตอบวินาทีต่อมา เมื่อดินมันกดริมฝีปากลงมาที่ปากของฉัน ปากที่เผยออยู่รับรู้ถึงความเปียกแฉะ และแยะๆ มันไหลเข้าไปในปากของฉัน วินาทีนั้นฉันรู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร

และฉันแทบจะอ้วกออกมา

แต่ก็อ้วกไม่ได้ เพราะถูกมันรั้งลำคอให้เชิดหน้ารับข้าวแยะๆ ที่มันพึ่งเคี้ยวไหลลงคอ ฉันน้ำตาปริ่มที่ขอบตา มันทั้งรู้สึกอยากอ้วก และขยะแขยง

กินดีๆ ไม่ชอบมันพูดเมื่อผละออกไป ฉันไออย่างแรงจนเจ็บคอ เพราะมีบางส่วนมันฝืดจนติดคอ ขี้เกียจเคี้ยวมาก?

ฉันยังคงสำลักไอของตัวเอง จะโต้ตอบก็ไม่ได้ เพราะคันคอเหลือเกิน ฉันใจกระตุกอีกครั้งเมื่อมันตักข้าวเข้าปากอีกคำแล้วเคี้ยวตามลำดับ

กูเคี้ยวเอง!!” วินาทีนั้นฉันตอบโต้ไปแบบแทบไม่คิดอะไร ที่บอกว่ายอมกินขี้ดีกว่าคงต้องขอยอมแพ้ เพราะแค่กินข้าวจากปากของมันอ้วกก็แทบพุ่งแล้ว

ไอ้ชั่วมันกระตุกยิ้มเหมือนผู้ชนะ ก่อนที่จะตักข้าวยื่นมาที่ปากของฉันแล้วใช้สายตากดดันให้อ้าปาก ซึ่งฉันก็ยอมกินข้าวดีๆ ดีกว่า

ในใจได้แต่บอกตัวเองว่า ยอมไปก่อน ถึงทีกูเมื่อไหร่ มึงเละเพราะฉันคิดว่าอีกไม่นานไอ้เดรัชฉานตรงหน้า มันต้องไปนอนในตารางแน่ และฉันจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด ถ้าประหารฉันจะยินดีเป็นอย่างมาก

หลังจากมันบังคับให้ฉันกินข้าวจนหมด มันก็เอายามาให้ฉันกินตบท้าย ซึ่งคราวนี้ฉันยอมกินดีๆ เพราะไม่อยากให้มันป้อนด้วยปากอีก แค่คิดก็ขยะแขยงร้องอี๋ อยากอ้วกจะตายห่า

มันแก้เชือกให้ฉันหลังจากกินข้าวกินยาเสร็จ ฉันสำรวจตัวเอง พบว่ามีรอยจากการถูกมัด มันเป็นรอยแดงเป็นเส้นของเชือก เมื่อลองจับๆ ดูก็เจ็บ รู้สึกหงุดหงิดตัวเอง ทำไมต้องเกิดมาเป็นผู้หญิงด้วย อ่อนแอ บอบบาง ไม่มีเหี้ยไรดี!

ไม่ควรเกิดมามากกว่า ให้กูเกิดมาทำไม

ฉันเอาคืนไอ้เหี้ยดินด้วยการตบหน้ามันไปหนึ่งฉาดหลังจากที่มันแก้เชือกให้ฉันเสร็จ จากนั้นก็รีบวิ่งหนีเข้าห้องตัวเองโดยไม่ลืมล็อกประตูห้องนอน

เวลาสองทุ่มครึ่ง ฉันหมดเวลาไปกับการอาบน้ำถูตัว เพื่อลบคราบสกปรกจากไอ้เดรัชฉานนั่น ไม่รู้ว่าตอนที่ฉันหลับไปมันทำอะไรกับฉันบ้าง ฉันพึ่งมาคิดได้ว่าวันนี้มีเรียน แต่มันก็สายไปเสียแล้ว แต่ที่ยิ่งเครียดคือวันที่ฉันขาด ดันเป็นวันที่มีคาบของอาจารย์ที่เข้มงวดเรื่องการเข้าเรียน หากขาดเกิน 2 ครั้งฉันจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่ส่งงาน

เท่ากับว่าถ้าหากฉันขาดอีกครั้งเดียว ฉันได้ F วิชานี้แบบไม่ต้องสงสัย

เหี้ยเอ๊ย

ฉันหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู หน้าจอมาแตกนิดหน่อย แต่ก็ยังใช้ได้ พอเปิดเครื่องดูพบว่ามีสายโทรมาเพียบเลย แน่นอนว่าจะมีใครได้อีก ฉันไม่ได้มีใครที่ไหน ไม่มีเพื่อนที่ไหน คงไม่พ้นพวกนั้น

ฉันเลือกที่จะไม่โทรกลับ แล้วไปอธิบายในแชทกลุ่มแทน ทุกคนโวยวายที่ฉันหายไปพร้อมกับดิน แต่ฉันก็ตอแหลได้เก่งจนเพื่อนเชื่อ แต่พอไอ้เหี้ยดินมาอ่านแชท มันก็ทำให้ฉันหมดอารมณ์จะคุยต่อ จึงคว้างโทรศัพท์ไปให้พ้นทาง

ไม่รู้ว่ามันกลับไปหรือยัง แต่ก็ควรไปให้พ้นสักที ฉันเกลียดมันจะแย่ อะไรที่ฉันมี มันก็ได้ไปหมดแล้ว ทั้งความบริสุทธิ์ ทั้งความรู้สึก ฉันหาเหตุผลไม่เจอว่ามันจะมาให้ฉันเห็นหน้าต่อทำไม

อย่างน้อยมันก็รู้แล้วว่าจะแจ้งความจับมัน มันควรจะกระวนกระวาย และหาทางรอดให้กับตัวเองสิ ไม่ใช่มาเสนอหน้าให้ฉันเห็น เสนอหน้าไม่พอยังมาจุ้นวุ่นวาย ทำเหมือนเป็นห่วง ป้อนข้าวป้อนน้ำทั้งที่ไม่ต้องการ ตบหัวลูบหลังแบบนี้หวังให้ฉันยอมความหรอ

ตอบเลยว่าไม่มีทาง

ต่อให้มันเอาพานพุ่มมากราบไหว้ฉันเป็นร้อยรอบ เอาฉันขึ้นหิ้ง ทำดีสารพัด ฉันก็จะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด ฉันจะทำให้มันได้รู้ว่า การถูกทำร้ายมันเป็นยังไง

การถูกเกลียดจนอยากฆ่า ไม่ควรมีในใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉัน แต่ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้มันผ่านเรื่องอะไรมาบ้าง

จะมาหาว่าฉันร้าย ช่วยดูด้วยว่าใครมันทำอะไรกับฉันบ้าง!

[TO BE CONTINUED...]



มิติใหม่แห่งการป้อนข้าว

ตามฉบับคนกระด้าง


คอมเม้นท์มาแผ่วเหลือเกิน

ไม่อยากอ่านกันแล้วใช่ไหม่ใช่?

น้อยใจอ่ะ

ต่อจากนี้ภาษาที่เราจะถ่ายทอดออกมาให้ทุกคนได้อ่านจะหยาบคายและรุนแรงหน่อยนะคะ

นี่ก็เสียวว่าจะโดนแบนเหมือนกัน

เอาเป็นว่าใครไม่ชอบเราไม่ว่านะคะ

เลิกอ่านได้ ไม่ได้ไล่เด้อ

แต่แบบเราไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกแย่

กับนิยายของเรา

คอมเม้นท์ให้เราด้วยนะคะ

จะได้มีแรงไปปั่นต่อ ;_;


ปล.ชอบเพลงบทนี้มาก ฟังแล้วโครตได้อารมณ์ตอนอ่านอ่ะ ลองฟังดูนะคะ




สามารถไปหวีดคุณพี่หมื่นดินได้ที่ทวิตเตอร์

ติดแท็ก #หลิวติดดิน

ไปเล่นกันน้าา


B
E
R
L
I
N
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #1381 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 13:31
    โหด สัส รัสเซีย
    #1381
    0
  2. #792 immx (@immx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:40
    สงสารหลิว...
    ..
    #792
    0
  3. #277 Little_Which (@Lady_KaRen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:45
    ชอบจังเลย แต่งสนุกมากเลยคะ
    #277
    1
    • #277-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 6)
      23 เมษายน 2561 / 23:13
      ขอบคุณที่ชอบค่ะ ^^
      #277-1
  4. #107 KUNGKIK5544 (@kikza2008) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 03:31
    ทำไมรู้สึกเกลียดนางเองว่ะหรือคิดไปเองคนเดียว
    #107
    0
  5. #106 Juniee (@aysnk01) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 00:39
    สงสารหลิวอ่ะ
    #106
    0
  6. #105 moorung1996 (@moorung1996) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 00:15
    โหดดดดดดดด
    #105
    0
  7. #104 purepeaw (@purepeaw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 22:04
    โหดมากก
    #104
    0
  8. #103 hellokittyy (@phatnarin41) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 21:44
    อยากรู้ปมที่เก็บไว้ของทั้งสองมาก
    #103
    0
  9. #102 โลโล่ (@dreambyzelo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 18:45
    กลัวดินแล้ววววว
    #102
    0
  10. #101 moorung1996 (@moorung1996) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 11:23
    ดินโหดมากกก
    #101
    0
  11. #100 SaovaneeMada (@SaovaneeMada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 10:50
    โหดเหลือเกินคะ
    #100
    0
  12. #99 hellokittyy (@phatnarin41) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 08:15
    ดินไม่อ่อนโยนเลย
    #99
    0
  13. #98 LizBAMM_97 (@LizBAMM_97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 04:26
    ดินคะดิน
    #98
    0
  14. #97 kaemzs (@kaemzp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 17:17
    ทำหลิวไว้ขนาดก็สมควรโดนเกลียดอ่ะ
    #97
    0
  15. #96 hellokittyy (@phatnarin41) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 08:24
    ไม่โหดสิดิน
    #96
    0
  16. วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 06:17
    ดินโหดอ่ะ
    #95
    0
  17. #94 SaovaneeMada (@SaovaneeMada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 05:06
    สงสสารหลิวอ่ะ
    #94
    0
  18. #93 Yuki1316 (@Yuki1316) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 23:06
    ดินนนนน ถ้าเลวกว่านี้จะร้องแล้วนะ😭
    #93
    0
  19. #92 Na_999th (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 22:53
    ดินขาโหด
    #92
    0
  20. #91 hellokittyy (@phatnarin41) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 22:53
    ดินโหดร้ายไปแล้วนะ จะให้หลิวไปหาคนอื่นแล้วเด้อ
    #91
    0
  21. #90 forgetmenot story (@pimnapa182) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 22:45
    ดินแปลกๆนะ
    #90
    2
    • #90-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 6)
      20 มีนาคม 2561 / 22:48
      แปลกยังไงงง่าา เราแต่งแปลกหรือเปล่า
      #90-1
  22. #89 moorung1996 (@moorung1996) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 20:55
    กลัวดินนนนนน
    #89
    0
  23. #88 kaemzs (@kaemzp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 18:59
    คนโหดเ-้ยม
    #88
    0
  24. #87 Na_999th (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 13:28
    ดินโหดเกินไปแระ
    #87
    0
  25. #86 tthaii (@tthaii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 05:39
    โหดร้าย~
    #86
    0