[ทำมือ] FRIEND | TOUCH เพื่อนสนิท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 130,313 Views

  • 1,639 Comments

  • 2,856 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    938

    Overall
    130,313

ตอนที่ 4 : FRIEND | TOUCH เพื่อนสนิท 'ใช่ไหม' 1 [UP 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

ใครอยากได้หนังสือ ทักมาหาไรท์ที่เพจ Mriimmy ค่ะ

Friend Touch เพื่อนสนิท
Myriimmy
www.mebmarket.com
ฉันเกิดมาพร้อมสิ่งที่เรียกว่าความเกลียดชังเกิดมาโดนที่ไม่มีใครต้องการ ช่วงชีวิตสิบกว่าปีที่ผ่านมาฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยวใช้ชีวิตแสนไร้ค่าให้ผ่านไปวันๆ จนกระทั่งคืนหนึ่งในวันเลี้ยงสายรหัส'ความบริสุทธิ์' ที่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันเหลือติดตัวถูกช่วงชิงไปอย่างเลือดเย็นจากเดรัชฉานตัวหนึ่ง มันชื่อว่า 'ดิน'พร้อมคำพูดที่แสนเลวทรามตีตราว่าฉันเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าแต่แล้วเหตุการณ์หนึ่งก็ทำให้ความรู้สึกที่ฉันมีให้กับมันเปลี่ยนแปลงไปจากที่เกลียดมาก กลับกลายเป็นโหยหา จากที่อยากให้มันหายๆ ไปจากโลกนี้ซะ กลับขาดมันไม่ได้จนสุดท้ายความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่คนรักก็เริ่มต้นขึ้นระหว่างเรา...

        คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหา ฉาก และภาษาที่ไม่เหมาะสมค่อนข้างเยอะ ใครไม่ชอบแนวนี้สามารถกดออกได้เลย แต่ถ้าชอบก็ได้ไปต่อจ้า 




EPISODE 3
"ตอแหลจริงๆ"


           [ย้อนมาตอนที่พระนางพึ่งอยู่ปี 1 ไทม์ไลน์ปัจจุบันของเรื่องคือตอนปี 3]

ฉันในวัย 18 ปีกำลังเดินทางไปมหาวิทยาลัยด้วยความรีบเร่ง เพราะกลัวรุ่นพี่จะลงโทษ ระบบโซตัสหรือการที่มีรุ่นพี่มาว้ากรุ่นน้องที่ไม่ทำตามกฎมีอยู่เกือบทุกคณะของมหาลัยแห่งนี้

ใช้เวลาไม่นานฉันก็วิ่งหอบมาถึงคณะของตัวเอง วันนี้เป็นวันที่ 3 สำหรับการเข้ามาอยู่รั๊วมหาลัยแห่งนี้ ชีวิตดูเหมือนจะราบรื่นดี แต่มันก็โครตจะบัดซบเช่นกัน

ใครจะรู้ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะอยู่คนเดียวมาเกือบทั้งชีวิต ไม่มีเพื่อน ไม่อะไรเลย

ฉันไม่ได้เรียนที่โรงมัธยมทั่วไป แต่เป็นการเรียนอยู่บ้าน มีครูมาสอน สอนเสร็จก็ไป ชีวิตใครชีวิตมัน

เมื่อเรียนเสร็จแล้ว ก่อนจะกลับบ้าน นักศึกษาปี 1 ทุกคนมีหน้าที่ต้องเข้าห้องเชียร์เพื่อมาทำกิจกรรมกับรุ่นพี่ ทุกคนต่างเบื่อหน่ายที่ต้องเข้าไปในห้องเชียร์ ฉันก็เช่นกัน

ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เข้าห้องเชียร์ไปแล้วจะไม่ถูกทำโทษ รุ่นพี่บางคนก็ทำตัวไม่น่าเคารพ เอาเพียงตัวเลขที่บ่งบอกถึงอายุว่าเหนือกว่ามาเป็นตัวตัดสินว่าตัวเองจะทำอะไรกับรุ่นน้องก็ได้ โดยเอาคำว่า สามัคคีมาอ้างอยู่ร่ำไป

ไร้สะระ

เก็บกดหรือไง

ฉันเลิกคิดเรื่องพวกนี้ ก่อนที่จะหันไปสนใจรุ่นพี่ผู้ชายที่ชื่อว่า ก้องใช่ พี่คนนี้แหละ ที่เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าบางคนของฉัน เขาเป็นเฮดว้าก

ในเมื่อเพื่อนของพวกคุณเลือกที่จะเห็นแก่ตัว ผมก็จะเห็นแก่ตัวบ้างฉันไม่ทันรู้เรื่องรู้ราวอะไร อยู่ๆพี่แกก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย นักศึกษาปี 1 ที่นั่งอยู่ในนี้ต่างทำเสียงงึมงำ บ้างหันไปคุยกับเพื่อน บ้างคุยคนเดียว

ขอเชิญพวกคุณทั้งหมดไปวิ่งรอบลานเกียร์ 30 รอบ ใครหยุดพัก เพิ่มเป็น 40 เชิญครับ!” ทุกคนที่อยู่ปี 1 พร้อมใจร้องโห่กันอย่างไม่ได้นัดหมาย ลานเกียร์ไม่ได้มีขนาดเล็กๆ ด้วยความที่มหาลัยแห่งนี้เป็นมหาลัยที่ใหญ่ พื้นที่ของแต่ละคณะมีขนาดที่กว้างมาก และดูเหมือนว่าคณะที่ได้พื้นที่กว้างมากที่สุดไปคงจะเป็นคณะของฉัน

คณะวิศวกรรมศาสตร์

ใช่ ฉันเลือกเรียนคณะนี้

แต่จะเลือกเรียนเพราะอะไร คงไม่สำคัญหรอก

ทุกคนเหนื่อยมากหลังจากวิ่งเสร็จ บ้างก็มีเป็นลมไปทั้งอย่างนั้น ก็ถูกหามส่งห้องพยาบาลไปตามระเบียบ หลังจากนั้นเฮดว้ากก็สั่งให้พอ แล้วแยกย้ายกันกลับที่ใครที่มัน

ฉันขาสั่นตลอดการเดินทางกลับบ้าน จะขึ้นลงรถโดยสาร ก็ต้องเชื่องช้ากว่าทุกที ที่จริงฉันจะเอารถยนต์มาขับก็ได้ แต่ฉันเลือกที่จะไม่ขับ เพราะยังขับไม่แข็งพอ สักวันคงได้เอาไปที่มหาลัยด้วย

 

วันต่อมา

เชื่อไหมว่าฉันยังขาสั่นไม่หาย ปวดไปทั้งตัว ไม่คิดว่าแค่การวิ่งรอบลานเกียร์ประมาณ 10 รอบจะเกิดเอฟเฟคต่อฉันขนาดนี้

ฉันนั่งฟังอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับการคำนวณหาความน่าจะเป็นอะไรสักอย่าง ฟังไปฟังมาก็งงๆ คล้ายจะง่วงแต่ก็ไม่ใช่ ชีวิตในรั๊วมหาลัยของฉันผ่านมาแล้ว 5 วัน แต่ฉันไม่เคยสัมผัสคำว่า เพื่อน

ฉันไม่อินกับการมีเพื่อนเลยสักนิด เพราะที่ผ่านมาก็อยู่คนเดียวมาตลอด และคิดว่าจะอยู่คนเดียวต่อไปด้วย

ขอให้นักศึกษาจับกลุ่มกันทำชิ้นงานที่ดิฉันสั่งไปก่อนหน้านี้ด้วยนะคะ กลุ่มละ 6 คนขึ้นไปเสียงโห่ฮาดังขึ้นท่ามกลางความงุนงงของฉัน อะไรอ่ะสั่งงานหรอ สั่งตอนไหน ไม่เห็นรู้เรื่อง กรุณารักษาความสงบด้วยนักศึกษา กำหนดส่งสิ้นเดือนนี้นะคะ

อะไรเนี่ย ว่าจะไม่มีเพื่อนแล้วนะ แต่งานกลุ่มเนี่ย ตัวสร้างสัมพันธ์เลยไม่ใช่หรือไง บ้าที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว ฉันก็ต้องมาอยู่ร่วมกลุ่มกับ ผู้ชาย 5 คน แต่ละคนมีคาแรกเตอร์ต่างกันไป

โอมคนนี้หน้าตาดูขี้เล่น การพูดจาก็ติดขี้เล่น รวมๆแล้วหล่อ

บอสคนนี้เหมือนโอม รู้สึกว่าจะเป็นเพื่อนกับโอมตั้งแต่สมัยมัธยม

โต๋คนนี้มองตาครั้งแรกก็รู้แล้วว่าขี้หลี คงจะเจ้าชู้น่าดู แต่บอกก่อนไม่ได้แอ้มฉันหรอก

โจคนนี้ดูเงียบๆเหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลา เขาไม่ค่อยพูดเท่าไหร่

ดินส่วนคนนี้ ฉันรู้จัก รู้จักดีด้วย ลูกเพื่อนของสัตว์นรก สมัยเด็กชอบมาบ้านสัตว์นรกบ่อยๆ และฉันเกลียดขี้หน้ามัน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ไม่ยอมเข้าห้องเชียร์  

เราชื่อหลิว ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคน

ฉันไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อใคร ดังนั้นการเลือกที่จะเข้าสังคมครั้งนี้ คงต้องลงทุนสร้างหน้ากากที่กำบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ฉันไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

บางทีอาจจะไม่ไว้ใจตัวเองด้วยก็ได้


2 เดือนผ่านมา

ชีวิตฉันไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนักหลังจากมีพวกผู้ชายเข้ามามีบทบาทในชีวิต การพูดคุย รวมถึงความรู้สึกของฉัน ยังคงเหมือนเดิม การมีเพื่อนไม่ได้มีอะไรพิเศษ

แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมนิดหน่อย ที่ไม่ว่ายังไงก็เกลียดขี้หน้าดินมากกว่าเดิม ฉันไม่ชอบมันเลย เวลามันใช้สายตามองฉัน ฉันรู้สึกเหมือนมันพยายามมองลึกเข้ามาถึงตัวตน ซึ่งมันทำให้ฉันคิดว่า มันรู้อะไรบางอย่าง

ดังนั้น สิ่งที่ฉันทำได้และเลือกที่จะทำมากที่สุดคือการหลีกเลี่ยงดิน

ถามว่าเกลียดมากแค่ไหน ก็คงไม่มากเท่าไหร่หรอก แต่ถ้ากำจัดได้ก็จะทำ

บางทีการอยู่เพื่อขวางหูขวางตา ก็ไม่น่าจดจำเท่าการจากไป

แต่ขอโทษนะ ฉันไม่จำให้เปลืองพื้นที่ของสมองหรอก

แต่ถึงแม้จะอยากเลี่ยงมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ตามคือสิ่งที่อยากเลี่ยง โชคชะตาที่แสนบ้าบอกำลังเล่นงานฉันอยู่

งานเลี้ยงสายรหัส ที่รวมตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นตารุ่นยายรุ่นป้า จะรวมห่าเหวอะไรเยอะแยะ นี่ถามจริงว่าว่างนักเหรอ ต้องมาจัดงานพบปะสายรหัส เสริมสร้างความสัมพันธ์แบบเฟคๆนี่ทุกปี

รำคาญ

แต่แล้วไงอ่ะ ฉันก็ได้แต่ตอบรับคำเชิญว่า ค่ะ หลิวไปแน่นอนตอบแบบตอแหล

ตอแหลจริงๆ

ฉันสร้างตัวตนใหม่ที่ภายนอกดูเป็นผู้หญิงที่น่ารัก อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่ฉันจะสามารถปฏิเสธอะไรหลายๆอย่างที่เข้ามา

ดาวคณะเอย

หลีดมหาลัยเอย

ทุกอย่างถาโถมใส่เข้ามาหาฉันแบบไม่ทันตั้งตัว ผลสุดท้ายคือต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะการกระทำของตัวเอง

วันนี้ฉันเลือกใส่ชุดที่ขัดกับบุคลิกที่สร้างขึ้นมาใหม่ นั่นก็คือชุดแซกเกาะอกรัดรูปสีดำ ผมดัดตรงถึงกลางหลัง เมคอัพแบบที่ไม่เคยแต่งที่ไหนมาก่อน ด้วยการทาลิปที่แดงเลือดนก กับบล็อกตาที่แน่น มองตัวเองในกระจกก็แอบตกใจนิดนึง

ก็ไม่รู้ว่าสวยหรือเปล่าอ่ะนะ แต่ถูกโหวตให้เป็นดาวคณะ ก็ไม่รู้สิ

สถานที่จัดงานเลี้ยงสายรหัสคือผับแห่งหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัย ได้ข่าวว่าผับแห่งนี้เจ้าของคือปู่รหัสของฉันเอง

สาขาที่ฉันเรียนอยู่น้อยคนนักจะมีผู้หญิงเรียน ถึงมีก็เป็นทอมดี้ไปหมดเลย คณะของฉันไม่เข้มงวดเรื่องสายรหัส ใครจะเล่นไม่เล่นก็ได้ตามใจ ในกลุ่มของฉันมีโจคนเดียวที่ไม่เข้าร่วมสายรหัส

ในระหว่างที่เดินเข้ามาในผับ ฉันก็พานพบแต่สายตาหื่นกระหายของผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นซ้ายขวาหน้าหลัง บางทีการโดนจ้องด้วยสายตาแบบนี้ ก็ทำเอาฉันขนลุกเหมือนกันนะ

เดี๋ยว นั่นหลิวปะเสียงของรุ่นพี่คนหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเดินมาถือโต๊ะ

เฮ้ย! หลิวจริงอ่ะตามด้วยอีกคน

สวัสดีค่ะ นี่หลิวเองฉันยกมือไหว้พี่ๆตามมารยาททางสังคมที่ควรจะมี ตามด้วยการโปรยยิ้มหวานโชว์ฟันขาวให้พวกรุ่นพี่ผู้ชายได้หัวใจวายเล่น

ฮิ้ววว ไม่เคยเห็นลุคนี้ สวยผิดหูผิดตาจริงๆ เว้ย น้องรหัสกูส่วนนี้เป็นเสียงของ พี่อั้มเขาเป็นพี่รหัสของฉันเอง สนิทกันประมาณหนึ่ง หมายถึงสนิทกับตัวตนที่ฉันสร้างเอาไว้

อย่าชมแบบนั้นสิคะ หลิวขนลุก แหะๆฉันทำท่าเขินอายพอเป็นพิธี กวาดสายตาไปรอบๆโต๊ะ ก็เหลือบเห็นดินนั่งอยู่ข้างๆ พี่กิ๊บ เธอเป็นพี่รหัสของดินนั่นแหละ คนนี้เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นผู้หญิงในสาขานี้ หายากจริงเชียว

ฉันกับมันมองหน้ากับแวบเดียว มองให้รู้ว่ามันมาด้วย

อันที่จริงฉันก็ไม่คิดว่าคนอย่างดินมันจะเข้าร่วมสายรหัส เพราะมันดูเป็นเงียบๆ ไม่สนใจโลก ไม่สนใจใคร ดีแต่ทำหน้ามึนไปวันๆ น่าตะบันหน้าให้หายหมั่นไส้

แต่ก็เรื่องของมัน ฉันไม่จำเป็นต้องไปเสือก มันจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็สิทธิ์ของมัน

ฉันย้ายร่างสังขารของตัวเองมานั่งกลางวง ด้วยคำเชิญชวนของเหล่ารุ่นพี่ ปั้นหน้ายิ้มเสแสร้งว่าสนุก แต่แท้จริงแล้วอยากกลับไปจะตายชัก เสียงก็ดัง คนก็เยอะ ยังไม่รวมสายตาหื่นๆ ของพวกผู้ชายในนี้ด้วย

แน่นอนว่ามาผับต้องดื่มของมึนเมา ใครจะสั่งแค่นมปั่นมานั่งกินล่ะ ฉันถูกรุ่นพี่ชงเหล้าให้เรื่อยๆ และถูกรบเร้าให้กินเอาๆ จนผ่านไป 4 แก้วแล้ว รู้สึกมึนตื้อไปทั้งหัวเลย พะอืดพะอม อยากเข้าห้องน้ำ

หลิวขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะพยายามอย่างมากที่จะไม่ทำให้เสียงที่ถูกเปล่งออกไปนั้นไม่ยานคาง

ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหมพี่อั้มออกตัว

ไม่เป็นไรค่ะห้องน้ำอยู่แค่นี้เองพี่อั้มต้องเก็บพับความหวังดีไว้ที่เดิม เพราะฉันเลือกที่จะปฏิเสธ มันคือความจริงที่ฉันบอกว่า ห้องน้ำอยู่แค่นี้เองไม่กี่ก้าวก็ถึง

ฉันไม่ได้เมา เดินแค่นี้ไม่ตายหรอก

ฉันเดินออกมาจากโต๊ะ เดินไปทางห้องน้ำ เห็นชายหญิงนัวเนียกันอย่างออกรส เห็นแล้วอุจาดตา

ไปเปิดห้องไหม?

มั่นใจว่าเกิน 100% ว่าไม่เมานะ แค่มึน แต่ทำไมยิ่งเดินไปเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกว่าห้องน้ำอยู่ไกลออกไปเรื่อยๆ แถมยังรู้สึกขนลุดอยู่ตลอดเวลา เหมือนมีคนจ้องมองมาตลอด

อึกในที่สุดฉันก็ทรุดตัวลงอยู่ตรงนั้น ตะครุบมือปิดปากตัวเองทันที เมื่อสิ่งที่อยู่ในกระเพาะ เริ่มย้อนขึ้นมา จะมาอ้วกตรงนี้เหรอ? ห้องน้ำอยู่แค่เอื้อมแต่เดินไปไม่ถึงสักที หงุดหงิด

นอกจากเสียงเพลงที่ทางผับเปิดแล้ว ก็คงได้ยินเสียงอื่นไปไม่ได้ นอกจากเสียงฝีเท้าหนักที่เดินเข้ามาใกล้ฉันขึ้นทุกที ฉันพยายามพยุงร่างกายของตัวเองขึ้นมา ฝ่ามือก็ขวนขวานเกาะผนังเพื่อเป็นตัวช่วยในการพยุงตัวขึ้น

หมับ!

เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ให้ผมช่วยไหมบุคคลนิรนาม ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตา ไม่เคยรู้จัก ถือวิสาสะเข้ามาจับแขนฉันแล้วช่วยฉันพยุงตัวขึ้นมา

กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายคนนี้แรงมาก แรงจนอยากจะอ้วกเต็มที 

ไม่เป็นไรค่ะช่วยปล่อยได้ไหมคะดูสายตาหมอนี่ที่มองมาทางฉันสิ น่ากลัวมาก เหมือนอยากจะกินฉันเข้าไปทั้งตัวเลย ยอมรับก็ได้ว่าเมา เพราะฉันเห็นมันเป็นสองคน เรียกว่าตาลายหรือเปล่า

แต่ดูคุณท่าทางจะไม่ดีเลยนะครับ ให้ผมช่วยอะ เฮ้ย! เดินประสาอะไรของมึงวะ!!” ไอ้คนหวังดีผิดเวลาถูกใครสักคนเดินชนอย่างแรง จนแทบล้มหน้าคะมำ ฉันรอดจากการถูกลวนลามทางสายตา

“…” ฉันมองไม่ค่อยชัดว่าคนที่เดินชนไอ้บ้านั่นเป็นใคร เนื่องจากแสงตรงที่นี้ค่อนข้างมืด และฉันตายลายมาก จึงได้แต่ขอบคุณเขาคนนั้นในใจ

ฉันใช้โอกาสนี้รีบกลับไปนั่งที่โต๊ะทันที ไม่เข้าแล้วห้องน้ำ

ระหว่างทางเดินกลับ ฉันได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของกลุ่มผู้หญิงที่นั่งใกล้ๆ โต๊ะของกลุ่มรุ่นพี่ ก็ไม่ได้แอบฟัง แต่พอดีพวกนางพูดเสียงดัง แค่บางเอิญได้ยิน

มึง เห็นผู้ชายกลุ่มนั้นปะ แซ่บเว่ออ นี่อยากเข้าไปถวายฮีเลยอ๊าโอ้โหยอม

โอ๊ย! มึงฝันเหอะ ถึงมึงถวายทั้งตัว เขาก็ไม่เอามึง อีร่าน!”

มึงพูดแบบนี้ได้ไง มึงเพื่อนกูปะเอาล่ะ ตบกันเลยๆ รอดูอยู่

ดูเหมือนยัยประสาทสองคนจะเถียงกันไม่เลือก และจะตบตีเรื่องผู้ชายกันอีกไม่ช้า ดังนั้นฉันเลยรีบเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

แต่มึงเห็นอีผู้หญิงสองคนที่นั่งสะหล๋อนหน้ากลางวงปะ หมั่นไส้อ่ะมึง เหมือนพวกเด็กเชียร์เบียร์เลยแต่ฉันต้องมาชะงักกึกกับคำพูดของมัน

เออ กูก็หมั่นไส้อยู่ มึงเห็นคนที่ใส่เกาะอกสีดำปะ ดูนางมั่นหน้าเกินเบอร์อ่ะ หน้าตาก็งั้นๆ สู้มึงยังไม่ได้เลยพึ่งเคยเห็นปลวกอวยปลวกนะ คนพวกนี้วันๆ ไม่ทำหอทำตออะไรนอกจากอิจฉาคนอื่นไปวันๆ ฉันยืนฟังต่อไปเรื่อย เพราะอยากรู้ว่าสัมภเวสีพวกนี้จะโหยหวนอีกนานแค่ไหน

อ๋อ อีคนที่นั่งข้างๆ น้องอั้มปะมันรู้จักพี่อั้มด้วย แสดงว่าอยู่มอเดียวกัน ก็ดีจะได้จัดการสะดวก วอนตีน

เออ

อีนี่ภายนอกใสๆ จ้า ไม่รู้ว่าโบ๋หรือยัง แต่ดูหนังหน้าแล้วน่าจะโบ๋ว่ะโบ๋แม่มึงสิ

ฉันเริ่มคุกรุ่นในอกหน่อยๆ ไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ ในหัวมันมีควรความคิดตีกันมั่วไปหมด รู้ตัวอีกทีก็เดินมาที่บาร์แล้ว

มีเหล้ากลิ่นที่แรงๆแนะนำไหมคะฉันไม่เชี่ยวเรื่องการมาผับสักเท่าไหร่นัก จึงจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากบาร์เทนเดอร์

เหล้าทุกตัวก็กลิ่นแรงหมดนั่นแหละน้อง แต่ให้พี่แนะนำก็เตกีล่าเลย ถ้าคออ่อนเป๊กสองเป๊กก็ไปแล้วพี่จะรู้ไหมคะ ว่าหนูไม่ได้เอาไปกินเอง

งั้นเอาแบบที่พี่บอกก็ได้ค่ะแต่ฉันก็ได้แต่ยิ้มหวานส่งไปให้ แต่หนูก็ใส่แก้วใหญ่เลยนะคะ ไม่ใส่แก้วเป๊ก

พี่บาร์เทนเดอร์ยิ้มกรุ้มกริ่มเบาๆให้ฉัน สื่อทางสายตาว่า แหมน้อง ของแรงนะ ไหวหรออะไรประมาณนั้น

พอได้แก้วเตกีล่ามาแล้วลองดมกลิ่น ฉันถึงกับต้องนิ่วหน้า กลิ่นมันแรงจริงๆ ฉันลองชิมนิดนึงเพราะอยากลอง รสชาติแสนขมขื่น ขมขื่นเหมือนชีวิตฉันเลย

สายตาเจ้ากรรมดันเสไปมองผู้ชายร่างสูงที่เดินออกมาจากทางออกน้ำ เช่นเดียวกันมันก็มองมาทางฉันเช่นกัน

ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าใคร ดินไงจะใครล่ะ 

มันมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ จะสมเพชก็ไม่ใช่ เห็นใจก็ไม่เชิง มองเสร็จมันก็เดินกลับไปที่โต๊ะ และอีกไม่นานฉันจะตามไปนั่งที่โต๊ะเหมือนกัน แต่ขอทำอะไรบางอย่างให้สะใจเล่นๆ ก่อนเถอะ

ฉันเดินดุ่มๆ ไปที่โต๊ะของอีพวกชะนีสองคนก่อนหน้านี้ที่มันนินทาฉัน ฉันแกล้งทำเป็นมือลื่นทำแก้วเตกีล่าหกใส่หนังหัวของพวกมัน

กูว่านะ อีนั่นคงได้ผู้ชายแก๊งค์นั้นทั้งแกงค์แน่เลย เสียดายเว่ออ กลัวใจว่าจะติดเอดส์ อ๊ะ! กรี๊ดดดดดด! ทำบ้าอะไรของเธอ!” ยังไม่วายหยุดนินทาฉันอย่างออกปาก แน่นอนว่าเสียงร้องโหยหวนตามมาเป็นระลอก

อุ๊ย! ขอโทษค่ะ เราขอโทษจริงๆ หัวของพวกคุณเปียกหมดเลย ให้เราช่วยนะคะฉันพยายามเอาผ้าเช็ดหน้าที่ตั้งใจสละให้พวกมันได้เช็ดหนังหัวของพวกมันได้เอาไปเช็ดกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คืออีชะนีสองตัว ปัดทิ้งอย่างไร้ค่า

อี…” อีหน้าแป้นแล้นชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นฉัน มันหันไปมองเพื่อนของมัน

เสียงดังโวยวายของอีชะนีทำให้คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ใกล้หันมามอง ฉันไม่ชอบเป็นจุดสนใจเลย จริงๆ

เธอจะรับผิดชอบพวกฉันยังไงไม่ทราบอีชะนีอีกตัวที่แต่งหน้าเหมือนแต่งไม่เป็นหันมาแว้ดใส่ฉัน หลังจากที่ส่งกระแสจิตให้เพื่อนของมันเสร็จแล้ว

เราขอโทษจริงๆค่ะ เราไม่ได้ใจ คือ…”

ขอโทษนะครับ มีอะไรกันหรือเปล่าอ้ำอึ้งอยู่ไม่นาน มีอั้มก็เข้ามามีบทบาทในวงสนทนานี้ด้วย พอพวกมันเห็นพี่อั้มเข้ามา ความร่านของมันก็ดูเหมือนว่าจะเข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน

ก็น้องคนนี้สิคะ ทำเหล้าหกใส่พวกพี่ กลิ่นแรงมากด้วย ไม่ทราบว่าจะรับผิดชอบยังไงเหรอคะเมื่อกี้ยังตวาดใส่ฉันเสียงดั่งลั่นร้านอยู่เลย แต่พอผู้ชายเข้ามาก็ระริกระรี้ทำเสียงหวานเชียว ตอแหลดี

พวกพี่บาดเจ็บหรือเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับพี่อั้มคนดีคะ พี่ควรถามน้องมากกว่า ว่าเป็นอะไรไหม เนี่ย จิตใจกระทบกระเทือนหมดเลย น้องโดนนินทา

เหล้าเข้าตาพี่นิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ

งั้นพี่ช่วยรับเงินนี่ไปหาหมอนะครับ ถือว่าเป็นค่าเสียหายพี่อั้มควักแบงค์สีเทาในกระเป๋าตังค์ออกมา 5 ใบ ส่งให้ไปทางอีชะนีสองตัวนั่น

พวกนางทำตาแวววาวทันทีที่ได้เห็นจำนวนเงินนั่น รับเงินไปอย่างหน้าด้านๆ ฉันรู้นะว่า เหล้าไม่ได้เข้าตาอะไรทั้งนั้นแหละ สงสัยไม่ใช่ชะนีธรรมดาแล้วแหละมั้ง เป็นขอทานพ่วงมาด้วย

นี่คือวิธีการหาเงินแบบใหม่เหรอ?

เอาเป็นว่า พวกพี่จะไม่เอาเรื่องแล้วกันนะคะ ทีหลังน้องก็ระวังด้วยนะอีหน้าแป้นแล้นหันมาพูดกับฉันโดยใช้น้ำเสียงที่ต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ

แต่ขอหน่อยเหอะ

ขอโทษอีกครั้งนะคะพี่ ทีหลังหนูจะไม่ไปทำเหล้าหกใส่ใครแล้วค่ะ ดูสิ ทำหกทีเสียตั้งห้าพันแหนะ…” ฉันยิ้มเยาะแบบที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะรู้ว่าไม่ใช่แค่ยิ้มธรรมดา พวกมันถลึงตาใส่ฉันทันที แต่ก็ทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ เพราะพี่อั้มยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

ขอตัวนะครับหลังจากนั้นพี่อั้มก็พาฉันกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม ลืมบอกไปว่าที่นั่งตรงนี้อยู่บนชั้นสอง ซึ่งชั้นสองคือเป็นชั้นที่ VIP ทุกโต๊ะ สามารถมองลงไปข้างล่างได้ จะเห็นคนเต้นกันกลางฟลอร์

ดูน่าสนุกนะ

เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นพี่คนหนึ่งหันมาถามฉัน น่าจะชื่อเจ เสียงดังเชียว

หลิวซุ่มซ่ามทำแก้วเหล้าหกใส่พวกพี่เขาน่ะค่ะฉันปั้นหน้ารู้สึกผิดสุดๆ นี่ฉันว่าควรไปเรียนนิเทศมากกว่ามาเรียนวิศวะอ่ะ ด่าคนอื่นว่าตอแหล แต่คนที่ตอแหลกว่าใครเพื่อนก็ฉันนี่แหละ

ทำหกใส่พวกมันอ่ะดีแล้วหลิว ตอนพี่ไปเข้าห้องน้ำได้ยินมันนินทาถึงพี่แล้วก็เราด้วยเป็นพี่กิ๊บที่พูดขึ้นมา ฉันไม่ได้สนิทอะไรกับเธอมาก แต่ก็พอคุยได้ เธอนิสัยดีในระดับหนึ่ง ดูห้าวๆ แต่ไม่เป็นพิษเป็นภัย เห็นอีอั้มควักตังค์ให้พวกนางด้วยอ่ะ ให้ไปเท่าไหร่

ห้าพันพี่อั้มตอบไม่ยี่หระอะไร ก็ใช่สิ พี่อั้มเขารวย ตอนฉันต้องหาว่าใครเป็นพี่รหัสช่วงแรกๆ พี่อั้มเปย์มาก และฉันชอบมาก

คุณพระ! อีอั้ม!! นี่มึงให้ไปทำไมตั้งห้าพัน ตีหรี่ได้ตั้งสองคน โง่จริงๆ เพื่อนกูคำหยาบนับสิบออกมาจากปากผู้หญิงหน้าสวยคนนี้ จนมันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

พี่อั้มกับพี่กิ๊บเถียงกันไปมาอยู่อย่างนั้น ส่วนคนข้างๆ พี่กิ๊บก็ทำหน้าเบื่อโลก เบื่อทุกสิ่งเหมือนเดิม ฉันเกลียดขี้หน้ามันจริงๆ นะ มันขัดหูขัดตา อยากกวาดมันไปไกลๆ เหมือนตอนกวาดขี้ฝุ่น

ดูเหมือนว่าฉันจะมองมันนานไปหน่อย มันเลยมองฉันกลับ สายตาที่มันส่งมา ไม่เหมือนคนเป็นมิตรเลย มันเหมือนคนเกลียดกันมากกว่า

ก็ดี เพราะฉันก็ไม่อยากญาติดีอะไรกับมันอยู่แล้ว

ดินไม่ได้ทำอะไรฉัน ไม่ได้ทำให้ฉันเกลียดเป็นการส่วนตัว แต่เพราะฉันอคติกับมันไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่สนิทชิดเชื้อหรือเกี่ยวข้องกับสัตว์นรกนั่น ฉันเกลียดหมด

พอคิดถึงไอ้สัตว์นรกนั่นฉันก็เริ่มโมโหขึ้นมาดื้อๆ จึงยกแก้วเหล้าของใครก็ไม่รู้ขึ้นมากระดงลงขอ

โครตขมโครตเฟื่อนคอ แต่กลับให้ความรู้สึกดีเมื่อได้ลิ้มลอง

ฉันว่าฉันก็พอตัวนะ ตอนที่ทำเหล้าหกใส่อีพวกนั้น ก็ยอมรับว่าเมาๆ อยู่ แต่ก็สามารถประคองสติของตัวเองให้พูดรู้เรื่อง

เอ๊ะหรือว่าฉันไม่เมา

เฮ้ยๆๆ หลิวใจเย็น นั่นเกือบเพียวนะเว้ยอะไรเพียว ไม่รู้เรื่องเลยหยุดกินเลย เดี๋ยวล้มแล้วจะแย่

กินยังไม่ถึงครึ่งแก้วก็โดนแย่งไปจากมือก่อน

ไม่เป็นไรพี่ หลิวกินได้ เอามาให้หลิว

เมาแล้วแน่ๆพี่อั้มดีดหน้าผากฉันดังเป๊าะ จนฉันเซไปพิงพนักของโซฟา หัวนี่หมุนติ้วๆเลยอ่ะ

ฉันได้ยินอะไรค่อยชัดเท่าไหร่ แสงโสมคือสิ่งที่ฉันได้ยินเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นความร้อนก็เข้ากัดกินลำคอของฉัน ลามไล้จนมันร้อนไปทั้งตัวเลย


งานเลี้ยงสายรหัสจบลง พร้อมกับศพคนที่มาหลายคน หนึ่งในนั้นคือ หลิวเธอเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จนไม่ได้สติ พูดจาไม่รู้เรื่อง เป็นเพราะความที่เธอไม่เคย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาเปิดหูเปิดตาที่นี่

ดูเหมือนว่า อั้มผู้เป็นพี่รหัสของหลิว ต้องพาเธอกลับบ้านเสียแล้ว

แต่ติดปัญหาอยู่ที่ว่าอั้มไม่รู้ที่อยู่บ้านของหลิว

อั้มนั่งมองหลิวที่กำลังนั่งกึ่งนอนพิงโซฟา ไม่มีใครรู้ว่าในหัวของอั้มคิดอะไร แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เรื่องดีแน่

ภายนอกอั้มดูเป็นสุภาพบุรุษ แต่ภายในใครจะรู้ ว่าเขาคือเสือผู้หญิงตัวยง

รูปลักษณ์ของหลิวไม่ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหล่ ออกจะสวยสะดุดตาด้วยซ้ำไป หุ่นก็ดูจะเต็มไม้เต็มมือไปทุกส่วน มีเหรอที่อั้มจะไม่สนใจ

จริงๆ แล้วเขาสนใจหลิวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้ว

ในสายตาของอั้ม เธอดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ถ้าลองมองดีๆ แล้วเธอมีบางอย่างเต็มไปหมด มันน่าค้นหาและท้าทายมากสำหรับเขา

ความเซ็กซี่ของหลิววันนี้ทำให้อั้มจะตบะแตกเอา เนินเนื้อที่นูนขึ้นมาพ้นขอบเสื้อเกาะอกนั้น ดูแล้วคงอึดอัดน่าดูนะ อยากจับถอด ขาขาวๆที่โผล่พ้นออกมานั่นอีก

อึก...” เสียงกลืนน้ำลายดังพอๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเพราะความตื่นเต้นกับจินตนาการที่สร้างในหัว

“…จะอ้วกหลิวเปล่งเสียงแหบบางออกมา ความร้อนของแสงโสมคงกำลังเล่นงานเธอ เพราะแก้วเหล้าที่เธอกระดกลงคอไปนั้น มีแสงโสมอยู่ในนั้นเกือบ 90%

ไปค่ะ เดี๋ยวพี่พาไปห้องน้ำทุกคนที่มางานเลี้ยงสายรหัส ต่างทยอยกลับกันไปหมดแล้ว เหลือไม่กี่คนที่เหลืออยู่ หนึ่งในนั้นเป็นอั้มกับหลิว

หลังจากปล่อยให้หลิวทำธุระส่วนตัวของเธอในห้องน้ำ อั้มก็ออกมาคุยกับรุ่นที่เป็นเจ้าของผับของเขา

พี่กอล์ฟ มีห้องว่างปะอั้มถามแบบไม่อ้อมค้อม รุ่นน้องผมเมาท่าจะไม่ไหว

น้องเขาไม่ไหว หรือมึงไม่ไหว ไอ้อั้มเป็นอันรู้กันอยู่แล้วว่า อั้มถามหาห้องทำไม ขึ้นชื่อว่าเสือ มีแม่กวางสาวมาให้ขย้ำถึงที่ เหตุใดเขาถึงต้องทน

ให้ทายอั้มตอบแบบกวนตีนรุ่นพี่ ทำให้กอล์ฟขุ่นเคืองหน่อยๆ จึงหมายยกมือตบกบาลรุ่นน้องคนนี้สักฉาด เฮ้ยพี่ ใจเย็นดิ

สงสารน้องเขา กูดูๆ แล้วก็น่าจะยังไม่เคยป่าววะ ดูอ่อนต่อโลกชิบหาย อย่าไปทำลายเขาเลยไอ้ห่า ของสวยๆ งามๆ เอาไว้ดูเล่นก็พอกอล์ฟเอ่ยเตือน ในใจก็คิดสงสารหลิวไม่น้อยที่ต้องมาเจอกับไอ้กอล์ฟ เธอคงไม่รู้ว่าไอ้กอล์ฟนั้นมันร้ายยิ่งกว่างูเสียอีก

โห่พี่ ของสวยๆ งามๆ งี้ก็ต้องคู่กับคนหล่อๆ แบบผมนี่แหละ เอาเป็นว่ามีห้องไหม ผมจะพาน้องไปนอนกับผมอั้มพูดได้อย่างไม่กระดากปาก แค่คิดว่าจะได้จูบลูบคลำร่างเล็กนั่นยังไง แค่คิดถึงสีหน้าตอนเธออยู่ใต้ร่างของเขา เขาก็แทบจะบ้าแล้ว

เออๆ อย่าให้เดือดร้อนมาถึงกูก็พอ ห้อง 3 อ่ะว่าง มึงขึ้นไปเลย

คร้าบบบอั้มตอบรับอย่างสบายใจ ในจังหวะนั้นหลิวก็เดินโซซัดโซเซ ออกมาจากห้องน้ำพอดี อั้มไม่รอช้า พาหลิวขึ้นชั้นบนสุดของตึกนี้ทันที

อั้มจัดแจงร่างเล็กให้นอนบนเตียง เขาไม่รีรอเวลาต่อไป

เขาขึ้นค่อมหลิวทันที หน้าอกที่เป็นจุดศูนย์รวมของสายตาผู้ชายนับสิบ กำลังจะเป็นของเขาในอีกไม่ช้า อั้มใช้แรงถกเกาะอกลงมา เผยให้เห็นเนินเนื้อที่อูมใหญ่ และบราไร้สายสีเนื้อ ช่างเย้ายวนให้เขาเชยชิมเสียจริง

อั้มสูดดมดลิ่นสตรีเพศเต็มปอด ภายใต้เนินเนื้อนุ่มนิ่มสองก้อนนี้ เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ลิ้นร้อนของอั้มแตะเลียไล้เนินอกอย่างหื่นกระหาย ระหว่างนั้นมือทั้งสองข้างก็ทำหน้าที่ปลดเข็มขัดกางเกงของตัวเองไปด้วย ความรีบร้อนทำให้เขาไม่รู้เลยว่า มีใครบางคนเฝ้ามองการกระทำเขาอยู่ด้านหลัง

เพล้ง!!

โอ๊ย! เหี้ยไรวะ ไอ้สัส!!” อั้มคำรามออกมาเสียงดัง หลังจากที่ถูกของแข็งถูกตีเข้ามาเต็มๆ ที่หัวของเขา เลือดไหลอาบหน้าในขณะที่ปากก็ก่นด่า

“…” ผู้ที่มาใหม่ไม่พูดอะไร นอกจากใช้สายตาคมกริบที่แทบจะฆ่าคนได้ มองที่อั้มอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ ในฐานะของรุ่นพี่

ไอ้เหี้ยดิน มึงมาเสือกอะไรวะ ไอ้สัสเอ้ย!!” อั้มทำท่าจะเข้าไปสวน แต่ก็ถูกดินเตะสวนเขาที่หน้าท้อง ทำให้อั้มต้องไปนอนกุมท้องอยู่บนเตียงอย่างช่วยไม่ได้

ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ดิน คือคนที่ทำร้ายอั้ม เพื่อนของพี่รหัสตัวเอง เพื่อช่วยหลิว

ทั้งๆ ที่มองยังไงสองคนนี้ก็ไม่ถูกกัน แต่เพราะมีเหตุผลบางอย่าง จึงทำให้ดินต้องทำแบบนี้

มึงอยากตายแบบไหนดินพูดในขณะที่จัดการหลิวขึ้นมาในอ้อมแขน เขาปลายสายตามองอั้ม

มึงสิตาย! เดี๋ยวมึงจะได้รู้อึก ว่าเล่นแบบนี้กับกูแล้วเจออะไร

ก็มาดูกันว่าใครจะตายก่อนดินพูดจบก็พาร่างหลิวออกไปจากห้องนี้ ออกมาจากผับแห่งนี้ และจะไม่มีทางกลับมาเหยียบที่นี่อีก

ดินวางร่างของหลิวที่เมาไร้สติบนเบาะรถ เขาเปิดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ โดยไม่ลืมเปิดแอร์

ดินยืนพิงรถของตัวเอง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ไม่บ่อยที่เขาจะสูบ เวลามีเรื่องให้คิด ดินมักจะเลือกบุหรี่เป็นตัวคลายความคิดเสมอ

เขาหยิบโทรศัพท์กดโทรหาใครบางคน คนที่จะทำให้ความคิดของเขาเป็นจริง

[TO BE CONTINUED...]


โอ้โห อิพี่อั้ม เลวได้ใจ 
แล้วดินแกจะทำอะไรรร
เนี่ยเห็นปะ เหตุการณ์ในอดีตของหลิวทำให้นางเป็นหลิวในปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมนางร้าย
ความคิดผิดมนุษย์มนา

ใครเดาปมออกบ้าง ที่ค่ตใบ้ให้อ่ะ
ใครเดาออกให้ 10 บาท 555555

ย้อนมาตอนที่เกลียดกันแล้วนะคะ
สมัยหลิวและดินปี 1
คอมเม้นท์ = กำลังใจ

Please comment for me
it's important for writter
don't ignore to comment
luv you na :)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #789 immx (@immx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:22
    สนุกกกก
    #789
    0
  2. #45 Mu-noi (@MayNatthaphon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 20:11
    อยากรู้เหตุผลนั้นน
    #45
    0
  3. #37 hellokittyy (@phatnarin41) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 08:38
    เพิ่งมาอ่านอ่ะแต่เข้าใจนางเลยว่าทำไมต้องถึงขนาดนี้ ฮือออ ค้างคามาก รีบมาต่อนะ
    #37
    0
  4. #36 Na_999th (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 08:00
    ต่อออออออ
    #36
    0
  5. #35 KUNGKIK5544 (@kikza2008) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 22:07
    ไรท์รีดมีไรจะบอก ไรท์ทำรีดค้างคามาก555555
    #35
    0
  6. #34 NerunStts (@NerunStts) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 14:59
    รอค้าสาส
    #34
    0
  7. #33 Mu-noi (@MayNatthaphon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 13:53
    เมาแล้งจะเป็นอะไรน้อออ555
    #33
    0
  8. #30 Na_999th (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 12:24
    ต่ออออออ
    #30
    0
  9. #29 Mu-noi (@MayNatthaphon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 21:04
    เมจหลิวแซ่บเว่อออ
    #29
    0
  10. #28 bus1133 (@bus1133) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 17:05
    นางเอกเด็ดถึงใจจิงๆ
    #28
    0
  11. #27 Cfc (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 13:27
    รอค่าาาา❤
    #27
    0
  12. #26 Cfc (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 13:27
    รอค่าาาา❤
    #26
    0
  13. #24 Mu-noi (@MayNatthaphon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 02:53
    หลิวเหมือนจะร้ายก็ร้าย เหมือนจะดีก็ดี
    #24
    1
    • #24-1 Myriimmy (@oohsemail) (จากตอนที่ 4)
      13 มีนาคม 2561 / 03:39
      ง่า จริงๆ ไม่มีใครร้ายโดยไม่มีสาเหตุหรอก เราเขียนให้นางเอกเรื่องนี้ร้ายเฉพาะกับคนที่ร้ายกับนางเท่านั้นน้า เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆ จะเห็นด้านดีของนาง รออ่านด้วยนะคะ
      #24-1
  14. #23 3812257 (@3812257) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 13:56
    เจิมมมมม มาต่อเร็วววว
    #23
    0
  15. #22 meawtnw2 (@meawtnw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 12:25
    เจิมมมม
    #22
    0