ปฐภูมิภักดิ์ (ทักขิเณ-อะเวรา)

ตอนที่ 20 : บทที่ 15 (2/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

บทที่ 15 (2/2)


       อะเวรามาถึงเรือนพำนักของตนเองก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ ปลดเสื้อแขนยาวตัวนอกขณะเดินตรวจสอบรอบเรือนว่าปิดประตูลั่นดาลเรียบร้อยมากน้อย เสร็จสิ้นก็เข้าเรือนนอน ลั่นดาลประตูนี้ไว้

 

       ที่นี่ไม่มีบ่าวรับใช้อยู่ประจำ เธอให้เข้ามาทำความสะอาดขัดถูกเรือนวันเว้นวันเท่านั้น และต้องมาขณะเธออยู่ ไม่อยู่ห้ามใครเข้า และการอยู่ตัวคนเดียวไม่ทำให้เรือนสกปรกหรือรกจนต้องจัดการทุกวันเหมือนเรือนอื่นแต่อย่างใด

 

       ฉะนั้น...เมื่อไม่มีบ่าว ไม่มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ จึงไม่มีน้ำอุ่น ไม่มีน้ำอุ่นในราตรีอันเหน็บหนาว คืนนี้ไม่ต้องอาบน้ำหรอก เช็ดตัวเปลี่ยนผ้านุ่งก็พอแล้ว

 

       ยิ่งเลยยามสาม ดึกสงัดจนได้ยินเสียงนกกลางคืนบินผ่าน ขืนตักน้ำราดโครมๆ จะพาคนแตกตื่น

 

       เคยมีคนทัก ทั้งที่อยู่เรือนนี้แต่ได้ยินยันหัวคุ้งน้ำเลยทีเดียว

 

       และเมื่ออยู่เพียงลำพัง เว้นว่างจากเรื่องปวดหัวทั้งหลาย ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงคนจากไกลทั้งสอง

 

       เธออยู่ในสักกะนครก็จริงอยู่ ทว่าเป็นคนละฝั่งกับเรือนพำนักท่านครู เรือนหลังนั้นไม่เหลือแล้วเมื่อเธอมาถึง ถูกรื้อถอน ผังเมืองถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

 

       เธอใจหาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และผังเมืองแบบใหม่นี้ก็นับว่าเป็นระเบียบ สะดวก ค่อนข้างปลอดภัย ร่วมสิบหนาวแล้วที่เธอไม่เห็นโจร ไม่พบกลุ่มอันธพาล หรืออาจเป็นเพราะส่วนมากมีคนดูแลป้องกันห่างๆ เสมอมา ยิ่งแถบนี้ที่เป็นเรือนของเหล่าปราชญ์ประจำราชสำนักก็ยิ่งมีเวรยามเฝ้าแน่นหนา ประกอบกับไม่ห่างจากจวนส่วนตัวของผริตตะวาสักเท่าไร ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกล จึงอยู่ในความสงบเรียบร้อยเสมอ

 

       ส่วนสาเหตุที่เธอต้องมาอยู่ที่สักกะนคร ก็ด้วยเหตุการณ์ครั้ง ณ สนามฝึกจารชน

 

       ตอนนั้น...

 

       เธอยืนอยู่ตรงนั้น...มองทหารรับจ้างหรือนักฆ่าในนามของนักล่า หรือไม่ว่าพวกมันจะอยู่ในนามใด ทำหน้าที่ใด แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจอีก

 

       เธอยืนรออยู่ครู่ใหญ่ วิษุวัตก็มาถึง

 

       เด็กชายตกใจจนหน้าถอดสี เขายืนยันกับเธอว่าไม่ทราบเรื่องนี้ บิดาก็คงไม่ทราบเช่นกัน หากรู้ย่อมไม่ส่งมา ที่ตามมาก็เพราะท่านปราชญ์พเนจรส่งข่าวว่ามีคนหวังกำจัดเธอ วิษุวัตเตรียมกำลังคนไม่ทันเสร็จ ก็ได้ทราบรายชื่อและจำนวนคนที่กำลังจะกลับเข้ามัจฉะนคร

 

       ไม่มีชื่อเธอ

 

       เขาเร่งเดินทางทันที ระหว่างนั้นก็ส่งสัญญาณให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ ครั้นเห็นสัญญาณบางอย่างที่ไม่เข้าพวก ซึ่งน่าจะหมายถึงทหารรับจ้าง ก็รีบรุดโดยไว

 

       เจ้าสังหารพวกมันรึวิษุวัตถามด้วยเสียงค่อนข้างเบา

 

       ตอนนั้นเธอไม่ได้ตอบ...พูดไม่ออก

 

       เด็กชายพยักหน้าว่าเข้าใจท่านปราชญ์ต้องปลอดภัยคล้ายเดาสถานการณ์ได้ และค่อยๆ งัดมือของเธอ ดึงมืดสั้น ถือไว้เอง กระซิบถามผู้เดียวฤๅ

 

       เธอยังนิ่งเช่นเดิม คำถามของเด็กชาย อาจเป็นได้ทั้งมีท่านปราชญ์พเนจรคนเดียวใช่หรือไม่ที่มาช่วยเหลือ หรือเธอสังหารคนพวกนี้คนเดียว นั่นก็ไม่ใช่ใจความสำคัญ เมื่อหัวใจของเรื่องคือเธอต้องไม่บอกวิธีการทำงานของท่านวันทะนะ และไม่ไว้ใจใครหน้าไหนอีกต่อไปแล้ว นอกจากสหายท่านครูเท่านั้น

 

       เด็กชายยิ้มน้อยๆ ไม่คาดคั้น ดูโล่งใจ มองรอบด้านเจ้าปลอดภัย...ข้าดีใจยิ่งนัก

 

       เธอก็ยังไม่ได้ตอบ

 

       นายน้อย...นี่คือทหารรับจ้างของนายท่านเจ้าข้านายกองหน้าตอบรีบวิ่งเข้ามารายงาน ตกใจจนหน้าซีด มองมือเธอที่เปื้อนเลือดตะ...แต่มิใช่นายท่านสั่งการ นายท่านเพิ่งจับกุม เค้นสอบความผู้เกี่ยวข้องเมื่อครู่ เร่งตามมาแล้วเจ้าข้า

 

       วิษุวัตเอ่ยว่าอะเวราไร้รอยขีดข่วน ที่เปรอะเปื้อน คือเลือดคนพวกนี้และหันมากระซิบบอกเธอเร็วๆ ว่าอย่าให้ผู้ใดรู้ว่าท่านปราชญ์ช่วยเหลือเจ้าทันเพลา อันตราย รู้เพียงเราสามคนและถอยห่างออกไป

 

       นั่นทำให้เห็นว่าคนมาใหม่คือผริตตะวา สีหน้าไม่พอใจชัดเจน แต่เมื่อเห็นทุกอย่างตรงนี้ ก็เหมือนจะโล่งอกอยู่ในที

 

       เจ้า...นับจากนี้ ติดตามข้าผริตตะวาสั่ง

 

       ตั้งแต่นั้น เธอจึงติดตามผู้เป็นนาย อยู่ในความคุ้มครองของเขา ไร้ตัวตนหลายหนาว รับการฝึกด้วยสภาพไร้นาม ส่วนภาสุระเพิ่งมีไม่กี่ปีมานี้เอง

 

       จะว่าไปแล้ว ที่ตั้งเรือนแห่งนี้ ผังเมือง หรือที่ใดๆ ล้วนยึดความสะดวกของผริตตะวาและเธอเป็นหลักทั้งสิ้น

 

       และตั้งแต่นั้น...ชื่อของอะเวราก็ค่อยๆ เลือนหาย

 

       การมาอยู่ที่นี่ก็เป็นไปด้วยประการฉะนี้

 

       หญิงสาวล้างหน้า เช็ดตัว ผลัดผ้าใหม่ ห้องหับล้วนมิดชิด

 

       ครั้นเห็นเกราะอ่อนที่วางไว้บนเตียง ก็อดคิดถึงคนมอบให้ไม่ได้เช่นกัน

 

       สิบปีครึ่งแล้ว...ท่านวันทะนะยังไม่ยอมพบเธอสักครั้งหนึ่ง เขาจะใจแข็งไปถึงไหน

 

       หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทุกอย่างเงียบไป เขาหายไปสองรอบพระจันทร์เต็มดวง จึงเริ่มมีข่าวสารถึงเธอ ไม่พูดถึงว่าสบายดี หรือหายบาดเจ็บมากน้อย เขาเพียงแค่ส่งข้อมูลมากมายมาให้ไม่ขาด เขารู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ส่งข่าวให้ราวกับติดตามเธอไปทุกหนทุกแห่งโดยเธอไม่ต้องแจ้ง

 

       และเพราะข่าวสารของเขา ทำให้ใครก็ยากกำจัดเธอ ต่อให้หมั่นไส้แค่ไหนก็ยังต้องนอบน้อม ให้ความเคารพ

 

       เธอไม่เคยบอกจุดแข็งข้อนี้ของตนเอง นครใกล้ไกลเกิดเหตุใด...เธอได้รู้ก่อนใคร หรือต่อให้อยู่แต่ในเรือนนี้ ไม่เคยออกไปไหน ก็ยังรู้ข่าวสารมากกว่าพวกหน่วยหาข่าวเสียด้วยซ้ำ เป็นไปอย่างที่เขาเคยบอกเธอ

 

       เธอดีใจมากที่ได้เห็นลายมือของเขาหลังจากหายไป จะว่าไป...ก็ดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวสารจากสหายท่านครู เพราะนั่นหมายความว่าเขาปลอดภัยเสมอ

 

       อะเวราพันผ้าแถบรอบหน้าอกของตนเอง มองเกราะอ่อนที่ถูกทำความสะอาดไว้ก่อนนี้ เธอดูแลเป็นอย่างดี อีกประเดี๋ยวค่อยใส่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา

 

       มองผิวเผิน เกราะอ่อนที่เห็นแทบไม่ต่างจากเสื้อหนังแขนสั้นตัวหนึ่ง เป็นหนังชิ้นเล็กชิ้นน้อยร้อยเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระเบียบ ทว่าใต้แผ่นหนังคือโซ่โลหะถักละเอียดประหนึ่งเหล็กแผ่นที่มีความยืดยืดหยุ่นสูง บุชั้นในถัดจากนั้นด้วยนุ่น เย็บปิดด้วยผ้าหนา ทำให้นุ่มและไม่ระคายเนื้อตัว ชั้นถัดจากนั้นคือผ้าซับใน ทำห่วงสำหรับร้อยผ้าไว้ เมื่อต้องผลัดเปลี่ยนก็เพียงถอดผ้าซับออก ไม่ต้องซักทำความสะอาดทั้งหมดจนเสียของ เพียงหมั่นเช็ดทำความสะอาด

 

       นายท่านฝากส่งนายวาณิช เจ้าของขบวนเกวียนขายผ้ากระซิบบอก

 

       เธอรู้ว่านั่นคือหนึ่งในคนที่ไว้ใจได้ของเขา ซึ่งไม่รู้หรอกว่าจะพบที่ไหน เมื่อไร

 

       นายวาณิชยังเจื้อยแจ้วบรรยายสรรพคุณเนื้อผ้าชนิดต่างๆ ต่อไปโดยไม่พบพิรุธ นั่นก็เพราะไม่ว่าการติดต่อใดๆ เธอต้องจ่ายอัฐแพงกว่าราคาสินค้าอื่นในท้องตลาดเสมอ

 

       ของดี ราคาถูกหามีไม่ ที่กดราคาต่ำได้...นั่นมิใช่ของดีจริง ของดีจริงต้องราคาสมตัว ให้ราคาถูก มิสู้เก็บไว้บูชาไว้เองดีกว่าท่าน

 

       นายวาณิชผู้นั้นตอบกลับทหารผู้รับผิดชอบการจ่ายเบี้ยอัฐ โดยจะหักกับเบี้ยหวัดรายเดือนของเธอ ทหารนายนี้จะติดตามไปทุกที่เมื่อต้องการแวะซื้อสิ่งใด

 

       ส่วนที่มาของประโยคดังกล่าว ก็เพราะทหารนายนี้ตัดพ้อนายวาณิชว่าราคาแผ่นหนังสูงเกิน แต่เมื่อนายวาณิชชี้ให้เห็นว่าหนังราคาถูกกับราคาแพงแตกต่างกันตรงไหน ขนาดของแผ่นหนังที่ใหญ่กว่าผืนอื่นอีก ซ้ำยังพิสูจน์ให้ดูถึงความเหนียวแต่ไม่ระคาย ประกอบกับเธอต้องการ จึงได้มา

 

       หนังผืนดังกล่าวถูกม้วนเป็นทรงกระบอก ห่อไว้ด้วยผ้าราคาถูกสามชั้น ดูแลอย่างดีสมราคาที่จ่ายไป จนแต่ละคนที่รู้เห็นต่างมองตามตาละห้อยเพราะอยากได้หนังผืนนี้เช่นกัน

 

       แต่สำหรับเธอ ทุกครั้งที่ได้ยินว่านายท่านฝากส่งไม่ว่าเป็นของสิ่งไหน ก็ล้วนอยากได้มาไว้กับตัวเร็วไวทั้งสิ้น

 

       และทุกครั้งที่ได้ยินประโยคนี้ หัวใจของเธอก็พองโต เต้นแรง ซึ่งเธอหวัง...ว่าจะได้รับข้อความจากเขา บอกว่าเมื่อไรจะได้พบหน้า

 

       แต่ไม่เคยมีข้อความนั้น

 

       และหลังจากได้หนังผืนนั้น ถึงเรือนพำนักส่วนตัวแถวโปตะลินคร นครทางฝั่งทิศตะวันออก และไร้คนนอกก็ยังต้องอดใจ รอพ้นยามค่ำเข้ายามดึกจึงเปิดดู

 

       ครั้นเปิดม้วนแผ่นหนัง จึงทราบว่าใต้ผ้าหนังม้วนนั้นได้แนบเกราะอ่อนมาด้วย เมื่อเธอสวมใส่ ขนาดเกือบพอดีตัว อาจใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ใส่ได้สบาย ยิ่งขณะเคลื่อนไหว นับว่าคล่องแคล่วพอควร

 

       ผ่านไปกว่าสามหนาว เกราะอ่อนตัวเก่าคงชำรุดนี่คือข้อความที่แนบมากับเกราะอ่อนตัวล่าสุด ที่เธอนั่งมองอยู่ขณะนี้

 

       เกราะอ่อนตัวแรกยากใช้การ จึ่งส่งตัวใหม่ให้นี่คือข้อความที่แนบมากับเกราะอ่อนตัวที่สอง

 

       ศัตรูเริ่มมาก ควรป้องกันนั่นคือข้อความแรก ที่มาพร้อมกับเกราะอ่อนตัวแรกของเธอ

 

       ตัวอักษรของเขาที่เห็นทำให้อุ่นใจ แม้อยากเก็บไว้ แต่ต้องเผาทิ้งทุกครั้ง

 

       ทุกการกระทำของเขาล้วนประทับอยู่ในใจของเธอเสมอ ต่อให้ไม่ยอมพบหน้าเธอเป็นสิบหนาว ตัวจากไกล แต่ถ้อยคำและความเป็นห่วงไม่เคยทำให้เธอลืมผู้มีพระคุณ

 

       เขาคงโกรธ ที่เธอตัดสินใจทำกับเขาแบบนั้นจริงๆ จึงได้ตอบโต้

 

       แต่ถึงท่านวันทะนะจะโกรธอย่างไร ไม่พอใจแค่ไหน แต่เขาก็ยังเป็นห่วงเธอเสมอไม่ใช่หรือ...ไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เธอมองเห็น

 

       และที่รู้ว่าเสื้อเกราะทำด้วยวัสดุใด ก็มาจากความอยากรู้

 

       เธอเลือกชำแหละเสื้อเกราะตัวแรกและตัวที่สอง แบบพอได้ทราบ หลังจากได้รับตัวล่าสุดที่เขาส่งมา ไม่ลืมเย็บเก็บงานให้เรียบร้อยเหมือนเดิม นั่นทำให้รู้ว่าเกราะอ่อนแต่ละตัวทำด้วยวัสดุชั้นเลิศเพียงใด ทุกขั้นตอนล้วนใส่ใจ

 

       แค่คิดว่าต้องควานหาช่างโลหะฝีมือฉกาจก็ยากยิ่งแล้ว

 

       ผู้ใดกันที่จะสร้างโลหะควรหนักแต่กลับไม่หนัก เหลือน้ำหนักเพียงสามในสี่ส่วนของน้ำหนักจริง ทว่าความแข็งแกร่งคงทนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ไม่ลดคุณภาพแม้แต่น้อย หรือต้องควานหาช่างตัดเย็บฝีมือดี ทำงานเย็บปักประณีต ออกแบบให้เข้ารูปเข้าทรง ทั้งตัดเย็บแน่นหนา ไม่หลุดในช่วงเวลาหลายปีหลังจากทำเสร็จ ระยะวงแขนหรือการสวมใส่ก็เหมาะกับการเคลื่อนไหว ออกแบบให้จุดที่โดนร่างกายไม่ระคายแม้แต่น้อย ซ้ำมีห่วงเชือกให้รัดตามตำแหน่งต่างๆ ป้องกันไม่ให้หลุดง่าย ย้ายไปมัดจุดอื่นเมื่อร่างกายเติบโตขึ้นก็ได้เช่นกัน ต่อให้ใส่ไว้เกือบชั้นในสุดก็ไม่อึดอัด อีกทั้งยังช่วยปิดหน้าอกที่เริ่มโผล่ออกมา จนมองไม่ออกว่านี่คือสตรี

 

       ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นเกราะอ่อนนี้ล้วนเป็นของชั้นเลิศไม่ว่าวัสดุใด ทั้งผู้ลงมือทำ หรือผู้สั่งทำ เพราะแม้แต่วิษุวัตหรือผริตตะวา แค่โซ่โลหะถักชั้นดียังไม่มีไว้ติดตัวด้วยซ้ำ

 

       ไม่ง่ายเลย...

 

       เธอยิ้มออกมา ลูบเกราะอ่อนแผ่วเบา

 

       เขาใส่ใจเธอมากมาย แค่ตัวเก่าเริ่มคับ ตัวใหม่ก็ถูกส่งถึงมือ ส่วนเธอมีหน้าที่กินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ให้ผอมจนดูแปลกตา ที่ตัวหนาแต่แขนขากลับลีบ

 

       เขาใส่ใจเธอเพียงนี้ ปกป้องเธอยิ่งกว่าผู้ใด ฉะนั้นจะให้เรียกร้องสิ่งใดจากเขาอีก ไม่นับกับข้อมูลข่าวสารที่ส่งให้รวดเร็วทันใจเสมอ ครอบคลุมจนเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง หลายคราเกือบพลาด แต่เพราะได้ข้อมูลจากท่านวันทะนะ จึงแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ไม่ต่างจากที่เขาเคยบอกไว้

 

       ถ่ายทอดความรู้ ข่าวสารใกล้ไกล ดั่งเจ้าได้เดินทางร่วมเคียง มิได้โดดเดี่ยวดอกหนา

 

       ดั่งได้เดินทางร่วมเคียง มิได้โดดเดี่ยวดอกหนา ประโยคนี้ยิ่งทำให้เธอยิ้มออกมา ทำให้มีแรงใจสู้ต่อไป

 

       แต่เมื่อไร...

 

       เมื่อไรเขาจะยอมมาหาเธอเสียที

 

       เมื่อไรจะใจอ่อน ยอมพบหน้า ไม่โกรธเธออีกแล้ว

 

- * - * - * - * -




นวนิยายเรื่องนี้นักเขียนพิมพ์ขายเอง

สั่งซื้อหนังสือได้ที่เพจ สุชาคริยา  

กับเว็บส่วนตัว www.suchacriya.com




ขอขอบพระคุณทุกๆ คอมเม้นท์ ขอขอบพระคุณทุกแรงใจที่มอบให้ผู้เขียนค่ะ

รักนะคะ


- * - * - * - * -




   

   

   
   
   
   
 


 ----------------------------------------------------------------------


ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เพจของผู้เขียน 'สุชาคริยา'

                                           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #76 krit_sa_na_pon (@krit_sa_na_pon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 13:29
    โอ๊ย...ทรมานใจแทนอะเวรา...อยากเจอท่านวันทะนะจังเลยเจ้าข้า
    #76
    1
  2. #75 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 16:32
    แอบหวานลึกๆ
    #75
    1
    • #75-1 สุชาคริยา (@onlinenano) (จากตอนที่ 20)
      15 กันยายน 2562 / 13:47
      ดีใจที่สัมผัสได้ถึงความหวานลึกๆ นี้เจ้าข้า (^.^)
      #75-1
  3. #74 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 14:39
    เฮ้อ..เข้าใจความรู้สึกของอะเวราดีว่า คึดถึงเหลือเกินเจ้าข้า อิอิ
    #74
    1