Love Blooms From Within (Kyunta / Binguk/ Nohtaedong)

ตอนที่ 7 : Chapter 07 : Your Smile (Sunflower)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

::: CHAPTER 07 :::

 

 

#lbfwjbj

 

 

::: YOUR SMILE (SUNFLOWER) :::

 

 


 

 

SEVENTEEN : OH MY!

 

 

 

 

 

I like it when you smile at me, it’s adorble


ผมชอบเวลาที่คุณยิ้มให้ผมนะ มันน่ารักดี




วันธรรมดาที่ไม่ค่อยธรรมดาเท่าไหร่เมื่อวันนี้ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงแสลคไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย ดวงตาคมเหม่อมองไปรอบๆร้านเหมือนกับเป็นวันที่ดูน่าเบื่อ


น่าเบื่อมากๆ


แต่พอนั่งเบื่อๆไปได้ครู่หนึ่งเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหนังสือแต่งสวนของเขาทั้งสี่เล่มใกล้กำหนดคืนแล้วทั้งๆที่พึ่งจะอ่านไปได้ไม่กี่เล่มเอง


รอพักเที่ยงค่อยไปขอพี่เค้าต่อเวลาแล้วกัน


มือหนาคว้าหนังสือเล่มที่เล็กที่สุดแล้วค่อยๆเปิดไล่อ่านไปเรื่อย มองรูปภาพในหนังสือแล้วเปิดผ่านไปเรื่อยๆฆ่าเวลาช่วงที่ลูกค้าซาๆ แต่ไม่ทันไรเขาก็โยนหนังสือไว้ตามเดิมแล้วถดตัวไหลลงไปนอนบนเก้าอี้ทั้งอย่างนั้น


โอย น่าเบื่อๆๆๆๆๆ


บ่นเบากับตัวเองแล้วเงยหน้าเพดานร้านไปพลาง ในวันที่อากาศร้อนจนแทบจะละลายกับการมานั่งเฝ้าร้านเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันเลย


หิวอยู่ดีๆก็หิว แต่ก็ทิ้งร้านไม่ได้ อีกไม่กี่นาทีเองก็จะได้พักแล้ว แต่พอสายตาคมมองออกไปด้านนอก เขาก็พอจะรู้ได้ว่าถ้าออกไปตัวเขาอาจจะระเหิดขึ้นไปกลายเป็นไอก็ได้ เขาตัดสินใจลุกขึ้นนั่งแล้วนั่งมองนาฬิกาไปพลางๆ รอให้เวลาเที่ยงตรงเมื่อไหร่เขาจะรีบวิ่งแจ้นตรงไปยังคาเฟ่ของคนที่คุณก็รู้ว่าใครทันที


อีกสิบนาที


.


.


แปดนาที


.


.


ห้านาที


.


.


สี่


.


.


สาม


.


.


สอง


.


.


พรวด!


แล้วเขาก็ทนความหิวไม่ได้จนต้องรีบพักร้านดอกไม้ของตนก่อนกำหนดสองนาทีแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาคาเฟ่ร้านเดิมร้านประจำที่อยู่ถัดจากเขาไปสี่ร้าน เป้าหมายหลักของเขาอาจจะไม่ใช่แค่มื้อเที่ยง แต่อาจจะเป็นใครบางคนที่อยู่ในนั้น


เปิดร้านเข้าไปก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อบาริสต้าหน้าหล่อไม่ได้อยู่ต้อนรับเหมือนกับทุกๆวัน ลูกค้าในร้านก็ยังคงเยอะเหมือนเดิม แถมเจ้าของร้านที่อยู่คนเดียวอาจจะต้องทำหน้าที่ในส่วนของเครื่องดื่มด้วย ร่างสูงนั่งลงที่หน้าบาร์เครื่องดื่มแล้วนั่งมองไปรอบร้านพลางๆเหมือนเฝ้ารอเจ้าของร้านที่คิดว่าคงกำลังวุ่นวายเป็นแน่ในหลังร้าน


นั่งรอไม่นานนักเจ้าของร้านก็เดินออกมาพร้อมกับอาหารในจานอีกสี่จาน สองจานบนมือ อีกสองจานบนแขน ถึงแม้ว่าจะเดินออกมาทั้งๆที่อาหารเต็มไม้เต็มมือ แต่ใบหน้าน่ารักก็ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อเห็นลูกค้าตรงหน้าและมีความสุขไปกับอาหารของเขา


ก็แหงล่ะ เคนตะเหมาะสมกับรอยยิ้มอยู่แล้ว


อ้าว คุณซังกยุน ทานอะไรดีครับเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นถามร่างสูงพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนหน้า เหมือนกับว่าร่างสูงเองก็เป็นหนึ่งคนที่ควรจะให้ความสำคัญเหมือนกัน


ตอนแรกผมว่าจะมาสั่งอาหารนี่แหละ แต่เห็นคุณลูกค้าเยอะจัง แล้วฮยอนบินไปไหนล่ะ


อ๋อ น้องลาน่ะ เห็นบอกว่ามีธุระมหาลัยเลยจำเป็นต้องไป


แล้วเรื่องเครื่องดื่ม…” ซังกยุนถามแล้วชี้ไปที่เคาน์เตอร์ว่างหลังร้านของตน


ผมก็ต้องรับหน้าที่ตรงนั้นด้วยน่ะเคนตะยักไหล่เพราะจะให้บอกลูกค้าว่าบาริสต้าไม่อยู่ก็ไม่ใบ่วิธีที่เห็นสมควรเสียเท่าไหร่


เหนื่อยแย่เลยสิซังกยุนเอ่ยด้วยความเป็นห่วงให้ผมช่วยมั้ยครับ ช่วยเสิร์ฟก็ได้ ผมเห็นคุณทำคนเดียวก็เหนื่อยแย่เลย


ไม่ดีกว่าครับ คุณเองเป็นลูกค้าที่นี่นะ ผมนะให้คุณมาทำได้ไง


แต่คุณทำคนเดียวไม่ไหวหรอก ผมช่วย


ซังกยุนว่าแล้วดันเจ้าของร้านกลับเข้าไปหลังร้านพร้อมกับตัวเองที่ถือวิสาสะเข้ามาหลังร้านโดยไม่รอคำท้วงติงใดๆ หลังร้านตกแต่งคนละแนวกับหน้าร้านแทบจะลิบลับ ภายในห้องครัวตกแต่งไปด้วยผนังหินสีดำมีลวดลายสีเทาปนเล็กน้อย อุปกรณ์ต่างๆวางเป็นระเบียบดูสะอาดตา จะมีที่ขัดตาอยู่ก็แค่ตรงอ่างล้างจานก็เท่านั้น


นี่คุณต้องทำคนเดียวกี่อย่างกันเนี่ย?” ซังกยุนมองตรงไปยังเตาไฟฟ้าทั้งสี่เต็มไปด้วยกระทะทั้งสี่ใบ และทุกๆใบก็มีอาหารสำหรับที่จะเสิร์ฟทั้งนั้น


ใช่สิ ผมเหลืออีกประมาณสิบกว่าจานเลย แต่ผมคงต้องรบกวนให้ช่วยเสิร์ฟแล้วแหละ


เคนตะใช้หลังมือปาดเหงื่อแล้วค่อยๆจัดการทำอาหารทั้งสี่จานต่อเนื่องกัน ซังกยุนที่ไม่รู้สูตรอาหารของที่นี่จึงไม่กล้าเข้าไปยุ่งเองเนื่องจากสูตรของร้านกับสูตรของเขามันคงจะต่างกันพอสมควรเลย ผ่านไปไม่นานเคนตะก็ค่อยๆแต่งจานแล้ววางไว้อีกฝั่งหนึ่ง ทั้งๆที่ท้องของเขาก็เรียกร้องมื้อเที่ยงเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขาอาสาจะช่วย เขาก็จะทำให้เต็มที่


คุณถือสี่จานไหวมั้ยครับเคนตะถามแล้วถืออาหารสองจานในมือ


ผมคิดว่าสามได้ แต่สี่คงไม่


งั้นคุณเอาจานใหญ่ไว้บนแขนนะครับ อีกสองคุณถือเอา


เคนตะวางอาหารจานใหญ่บนแขนข้างซ้ายของซังกยุน แล้วตามด้วยมือใหญ่อีกทั้งสองข้าง เคนตะชี้ไปยังแผ่นกระดาษที่ติดอยู่บนกำแพงสีเทาเข้ม มันคือผังโต๊ะภายในร้านนั่นเอง


จานในแขนคุณโต๊ะหนึ่งนะครับเคนตะเอ่ยแล้วชี้ที่โต๊ะตัวที่ใกล้ประตูร้านที่สุดจานซ้ายโต๊ะสี่นิ้วเล็กเลื่อนไปที่มุมสุดของร้านแล้วก็จานขวาโต๊ะหกชี้มาที่แถวที่สองโต๊ะกลาง


โอเค งั้นผมไปช่วยเสิร์ฟก่อนนะซังกยุนว่าแล้วเดินออกไปเสิร์ฟอาหารจานใหญ่ทั้งวามจาน


รบกวนด้วยนะครับเจ้าของร้านพูดทิ้งท้าย ใบหน้าน่ารักยังคงยิ้มสดใสอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้ร่างสูงคงไม่ทันได้รู้ตัว


ทั้งสองคนต่างช่วยงานกันเป็นอย่างดี คนหนึ่งก็ทำอาหารในครัว ส่วนอีกคนก็ทำหน้าที่ช่วยเสิร์ฟอาหารโดยไม่ได้สนใจถึงความหิวจนไส้แทบขาดของตนเลยแม้แต่น้อย


เมื่อครบตามออเดอร์ เจ้าของร้านก็รีบผละออกมาจากหลังร้านแล้วเข้าไปทำหน้าที่เป็นบาริสต้าแทน โดยความจริงแล้ว เคนตะมีความสามารถในการผลิตเครื่องดื่มประเภทกาแฟได้ค่อนข้างดีกว่าฮยอนบินเล็กน้อย แต่เนื่องจากว่าตัวเด็กร่างสูงไม่ค่อยมีฝีมือในการทำอาหารมากนัก เขาเลยต้องยอมผละหน้าที่บาริสต้ามาทำหน้าที่เป็นเชฟแทน


คุณซังกยุน ผมรบกวนคุณช่วยเสิร์ฟเครื่องดื่มอีกรอบได้ไหมครับ


แน่นอนว่าคนอย่างเขาไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว


เอาสิครับ เดี๋ยวผมช่วยคุณเอง


เจ้าของร้านร่างเล็กเริ่มลงมือทำกาแฟ สิ่งที่ซังกยุนเห็นแล้วรู้สึกประหลาดใจมากก็คือฝีมือของเจ้าตัวดูเชี่ยวชาญมากกว่าลูกมือร่างสูงที่วันนี้ไม่ได้เข้าร้านเสียอีก


คุณดูเชี่ยวกว่าฮยอนบินอีกนะ


ซังกยุนเอ่ยชมขณะที่มองไปยังมือบางทั้งสองอย่างไม่ละสายตา


ผมเป็นคนเทรนฮยอนบินเองกับมือเองเลยนะ แต่ว่าน้องเค้าทำอาหารไม่เก่งเฉยๆน่ะครับ ผมเลยให้น้องทำส่วนตรงนี้ไป


อยากชิมคุณจัง…”


อะ... อะไรนะครับ!?” เคนตะเบิกตากว้างแล้วถามทวนคำพูดอีกคนหนึ่ง


อ่ะ อ๋อผมหมายถึงผมอยากชิมกาแฟฝีมือคุณน่ะครับร่างสูงรีบพูดแก้ทันที เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจความหมายของมันผิด


เกือบไปแล้วมั้ยล่ะมึงคิมซังกยุน


มือบางทั้งสองข้างค่อยๆทำกาแฟอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ค่อยๆทะยอยส่งกาแฟให้ร่างสูงเสิร์ฟตามโต๊ะไปเรื่อยๆจนครบ ใบหน้าน่ารักก็ยังคงยิ้มให้กับลูกค้าอยู่เสมอ


วันนี้รบกวนคุณแย่เลย หิวมั้ยครับ


อ๋อ ไม่เป็นไรครับ จริงๆผมเองก็ไม่ได้หิวมากเท่าไหร่หรอกเขาตอบไปตามมารยาท


โครกกกก~


เสียงท้องร้องของร่างสูงที่ดังพอที่สองคนจะรับรู้ส่งเสียงขึ้นมา ทั้งสองคนมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะให้กัน


หิวก็บอกว่าหิวสิคุณ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกเคนตะหัวเราะจนซังกยุนต้องเกาท้ายทอยแก้เขินคุณอยากทานอะไรล่ะครับ เดี๋ยวผมเลี้ยง


คุณจะเลี้ยงผมอีกแล้วหรอ ไม่เอาน่ะคุณ


ผมรบกวนคุณช่วยเสิร์ฟอาหารเสิร์ฟเครื่องดื่มทั้งที ให้ผมเลี้ยงข้าวคุณเถอะครับ


เคนตะยืนกรานว่าจะเลี้ยงข้าวให้ได้ แถมทำท่าบิดเนื้อบิดตัวงอแงเหมือนเด็กก็ยิ่งน่ารักเหลือเกิน


ก็ได้ครับ แล้วแต่คุณเลยซังกยุนยักไหล่แต่คุณต้องให้ผมออกค่าเครื่องดื่มนะ


ก็ได้ครับ คุณอยากทานอะไรล่ะ


อะไรก็ได้ครับ ผมชอบอาหารฝีมือคุณหมดแหละซังกยุนยกยิ้มตามใจเชฟเลยครับ


งั้นเชฟจะไปทำอาหารมาให้นะครับคุณลูกมือเคนตะเอ่ยแซวแล้วหัวเราะร่า เช่นเดียวกับร่างสูงที่ยิ้มกลับไป


.


.


ได้แล้วครับเคนตะเดินกลับมาที่หน้าร้านพร้อมกับอาหารบนเขียงลายไม้แผ่นหนึ่ง ขนมปังปิ้งมากหน้าหลากตาวางอยู่บนเขียงไม้อย่างสวยงามพร้อมกับซอสอีกสองถ้วย ทั้งขนมปังหน้าแซลมอนกับผิวสีส้มสดมีลายสวยงาม ขนมปังเบคอนกรอบชีสย่าง ขนมปังสลัดอาโวคาโดกับน้ำสลัดบัลซามิก มีเครื่องเคียงเป็นมะกอกกับมันฝรั่งทอดสีเหลืองทอง


โห คุณ น่ากินจังซังกยุนที่นั่งอยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มมองอาหารบนบาร์ด้วยสายตาที่ดูเป็นประกายเมื่อเห็นอาหารตรงหน้าขอบคุณนะครับ


คุณอยากดื่มอะไรล่ะ


ชาวานิลลาแล้วกันครับ


ร่างบางเดินเข้าไปที่หลังบาร์ มือบางหยิบถุงชาวานิลลาใส่กาน้ำร้อนพร้อมกับแก้วชาอีกหนึ่งใบให้ร่างสูง


ขอบคุณครับร่างสูงยิ้มตอบ


ถ้ามีอะไรขาดตกก็บอกได้นะครับเคนตะว่าแล้วนั่งมองร่างสูงตรงหน้าทานอาการฝีมือของเขา ถึงแม้ว่าจะมีลูกค้ามากมายในร้าน แต่ร่างเล็กก็กลับมองปฏิกิริยาเพียงแค่คนตรงหน้าคนเดียวเท่านั้น


และแน่นอนว่าซังกยุนเองก็คงไม่ชินกับการกระทำของคนตรงหน้าเสียเท่าไหร่ ต่างฝ่ายก็ต่างจ้องหน้ากันไป เขาเข้าใจนะ ว่าคนญี่ปุ่นชอบมองลํกค้าเวลาทานอาหารที่พวกเค้าทำ แต่พอมาเป็นคนตรงหน้าแบบนี้ ร่างสูงก็คงไม่ผิดที่จะรู้สึกประหม่าเวลาที่ถูกมองแบบนี้


.


.


.


พี่แทฮยอน ผมมาขอต่อเวลาหนังสือเพิ่มได้มั้ยครับ


หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จก็เกินเวลาพักไปเกือบชั่วโมง เจ้าตัวก็คงคิดว่าเปิดร้านสายอีกเสียหน่อยคงไม่เป็นไรจึงกลับมาที่ร้านหนังสือแล้วขอต่อเวลาเพิ่มอีกดีกว่า


ต่ออีกสัปดาห์หนึ่งหรอรุ่นพี่ตัวเล็กถามพลางดันแว่นสายตาขึ้น


ครับ ผมยังอ่านไม่จบสักเล่มเลยร่างสูงถามแล้วมองไปรอบๆร้าน สายตาสะดุดเข้ากับชายหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังนั่งไล่เก็บหนังสือเข้าชั้นหนังสือพี่แทฮยอน เด็กฝึกงานหรอครับ


อ๋อ…” แทฮยอนผละออกมาจากหน้าจอแล้วหันไปมองวัยรุ่นร่างสูงที่กำลังจัดชั้นหนังสืออยู่ก็จะว่างั้นก็ได้


ที่แน่ๆคือเขาไม่ได้โกหกรุ่นน้องของเขาเลย แต่ก็ไม่ได้พูดความจริงออกไปเหมือนกัน เพราะเรื่องมันคงจะยาวมากจนเขาเองก็ขี้เกียจจะเล่ามันทั้งหมด


แล้วเขาชื่ออะไรหรอครับซังกยุนยังคงมองไปที่วัยรุ่นหนุ่มคนนั้นอยู่


แทดงน่ะแทฮยอนเอ่ยแล้วยื่นหนังสือคืนให้รุ่นน้องของตนต่อเพิ่มอีกสัปดาห์แล้วนะ


ขอบคุณครับซังกยุนว่าแล้วยกหนังสือทั้งสี่เล่มขึ้นแนบอกแล้วเดินกลับไปประจำที่ร้านตามเดิม ไม่นานนัดคนเด็กสุดในร้านก็เดินตรงกลับมาที่หน้าร้านตามเดิม


ผมเก็บหนังสือเสร็จแล้วนะครับ


อาหะ ขอบใจมาก


พี่พักหน่อยมั้ยครับ พี่จ้องคอมมานานแล้วนะคนน้องถามด้วยความเป็นห่วง


ฉันก็ทำแบบนี้มาสองปีอยู่แล้วอ่ะ ไม่เป็นอะไรหรอกน่าแทฮยอนบ่นไม่สนใจคำแนะนำของเด็กฝึกงานคนใหม่เลย


พี่แทฮยอน พักหน่อยเถอะครับ แล้วยิ่งใช้งานไปเรื่อยๆมันจะยิ่งแย่นะครับ


“…”


พี่…”


แทดงเอ่ยเสียงเข้มขึ้นมาจนคนพี่หันกลับมามอง สายตาของคนตัวเล็กมองด้วยความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญขึ้นมา เหมือนกับจะเริ่มมีสงครามกันในเร็วๆนี้ สายตาทั้งสองคู่จ้องกันเหมือนกับต่างคนก็ต่างจะไม่ยอมกัน บรรยากาศเริ่มตึงเครียดและไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงเพลงคลอเบาๆในร้านกับเสียงจากเครื่องปรับอากาศ


“…”


คืออยากให้พี่พักมาก ว่างั้น


ครับ


เออ งั้นพักก็ได้


เจ้าตัวผละออกจากหน้าจอคอมแล้วเดินเข้าไปในครัวหาอะไรทานเล่น ถึงแม้ว่าคนพี่จะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ แต่อย่างน้อยให้เจ้าของร้านได้พักบ้าง มันก็ดีกับเขาแล้วแหละ


เหลือแค่ว่าจะไปง้อยังไงนี่แหละ


.


.


หลังจากกลับมาประจำที่ร้าน ซังกยุนก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งดูแลลูกค้าคนอื่นๆต่อไปตามหน้าที่ แต่ยังดีช่วงหลังบ่ายลูกค้าไม่ค่อยเยอะเท่าช่วงเช้ามากนักจึงพอมีเวลาว่างบ้าง มือหนาเขียนข้อความอะไรบางอย่างลงบนกระดาษโน้ตสีเหลืองแล้วผูกเข้ากับดอกทานตะวันดอกใหญ่ดอกหนึ่งแล้วเอาไว้แล้วรอจนกว่าจะถึงเวลาปิดร้าน


หวังว่าข้อความบนกระดาษจะช่วยอะไรเขาได้บ้างนะ


เวลาผ่านไปพักใหญ่ก็เป็นเวลาเย็นเสียแล้ว ร่างสูงเริ่มเก็บของต่างๆแล้วปิดประตูร้านสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วเดินถือดอกทานตะวันไปวางไว้ที่หน้าคาเฟ่ของชายชาวญี่ปุ่น ริมฝีปากยิ้มน่อยยิ้มใหญ่เพราะเขาก็คาดหวังอยู่ไม่น้อย


มองหาร่างบางจากด้านนอก แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายอาจจะอยู่หลังร้านเลยคิดว่าไม่น่าจะมีแผนอะไรผิดพลาดแล้วเดินกลับบ้านของตนไป


ร่างบางที่ออกมากแทบจะทันทีหลังจากร่างสูงเดินผ่านไป คลาดกันเพพียงแค่เสี้ยววิที่เคนตะเดินออกมาจากหลังร้านและสะดุดตาเข้ากับกระถางต้นไม้ต้นหนึ่งหน้าร้าน เปิดประตูร้านแล้วมองดูต้นทานตะวันที่สูงเลยหัวเขาไปเล็กน้อย กลีบดอกยังคงมีสีเหลืองสวยงามแม้จะเป็นเวลาเย็นย่ำแล้วก็ตาม แววตาสดใสเหหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองแผ่นหนึ่งที่ห้อยติดมากับดอกทานตะวัน แสงไฟสีนวลหน้าร้านส่องลงมากระทบกับแผ่นกระดาษสีเหลืองพอดี


หมึกสีดำตัดกับแผ่นกระดาษมีข้อความเพียงแค่สองบรรทัดเท่านั้น แต่มันกลับเรียกรอยยิ้มของเขาได้เป็นอย่างดี


.


.


.


ขอบคุณสำหรับมื้อเที่ยงนะครับ แล้วก็ยินดีที่ได้ช่วยงานกับคุณนะ


ID : 8eomatom”


.


.


.


Fri 21:26


rkm0855 : อันนยอง!

 

 

 

FIN

 

 

TALK

มาลงแล้วววววววววววว ผสมโนแทดงมานิดหน่อย ตอนหน้าก็น่าจะเป็นบินกุกกับกยุนตะนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #7 Jenidentity (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 13:45

    งื้ออ น่ารักกกก >v< กระดาษโน้ตสองบรรทัดของซังจังนี่ทำเราเขินหนักกว่าเคนจังอีก 555555

    #7
    0
  2. #6 Amewa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 01:52
    กี๊ดดดด คุณกยุนขี้อ่อยมากค่ะ มีทิ้งไลน์ไว้ให้ด้วย จะบอกว่าทำดีมากค่ะ!55555
    #6
    0