Love Blooms From Within (Kyunta / Binguk/ Nohtaedong)

ตอนที่ 5 : Chapter 05 : Delivery Service

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

::: CHAPTER 05 :::

 

 

#lbfwjbj

 

 

::: DELIVERY SERVICE :::

 


 

 

 

RAINZ : RAINY DAY

 

 

 

 

 

ท้องฟ้าสีเทาอ่อนๆมีเมฆปกคลุมกับหยาดน้ำฝนปรอยๆตกลงบนถนนคนเดินแห่งนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ดูแล้วผ่อนคลายมากๆสำหรับควอนฮยอนบิน


แก้วกาแฟร้อนๆหอมกรุ่นกับหยดน้ำเม็ดเล็กใหญ่ส่งเสียงกระทบกับแผ่นกระจกหน้าร้าน แอร์เย็นๆและเสียงลูกค้าพูดคุยเบาๆยิ่งทำให้เขารู้สึกดีมากขึ้นกว่าเดิม


ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อจ้องมองผู้คนประปรายเดินผ่านไปมา บ้างสวมเสื้อกางฝน บ้างกางร่มแล้วจ้องมองหยดน้ำตามหน้าต่าง แถมไฟในร้านก็เป็นสีเหลืองยิ่งทำให้บรรยากาศเริ่ม


ไม่มีออเดอร์แล้วหรอเจ้าของร้านตัวเล็กเอ่ยออกมาขณะเดินมาที่หน้าร้าน มองดูอากาศข้างนอกก่อนจะหยิบร่มจากตะกร้าหลังบาร์


ครับ ไม่มีแล้ว แล้วพี่จะไปไหนอ่ะ


ไปร้านคุณซังกยุนน่ะ ว่าจะถามเรื่องดอกแมกโนเลีย


ไม่ต้องแล้วมั้งครับฮยอนบินเหลือบไปมองที่ประตูหน้าร้านพี่เขามานู่นแล้วน่ะว่าแล้วก็ชี้ไปที่ประตูกระจกหน้าร้าน ชายเจ้าของร้านดอกไม้ยืนอยู่ใต้ร่มพลาสติกใส ใบหน้ายิ้มแย้มแล้วยกมือโบกให้เจ้าของร้านกาแฟเล็กน้อย


ผมว่าจะไปหาคุณพอดีเลย ขอโทษนะครับที่ต้องลำบากเคนตะรีบเปิดประตูให้อีกฝ่านเดินเข้ามาแล้วโค้งขอโทษ


ไม่เป็นไรครับ ผมว่าจะมาพักพอดี ผมถือโอกาสมากินร้านคุณเลยนี่แหละซังกยุนว่าแล้วยื่นตะกร้าสานที่มีดอกแมกโนเลียให้อีกฝ่าย แล้วก็แจกันอยู่ในลังนี้นะครับซังกยุนยกกล่องลังแจกันสีขาวขึ้นแล้วยื่นให้เจ้าของร้าน แต่ฮยอนบินเป็นคนรับไว้แทน


ขอบคุณเรื่องดอกไม้นะครับ เดี๋ยวเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวผมไปตามจ่ายให้ทีหลังนะครับ


ครับซังกยุนยิ้มแล้วมองหาที่ว่างซักที่หนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าจะเหลือแค่ตรงหน้าบาร์เท่านั้น


นั่งที่บาร์ก็ได้ครับฮยอนบินว่าอยากดื่มอะไรครับ


เอาทริปโปล*ก็ได้


แล้วอาหารล่ะครับ


เอาฟิชแอนด์ชิปละกัน


งั้นรอสักครู่นะครับเจ้าตัวว่าแล้วเดินออกไปยื่นใบจดรายการให้เจ้าของร้านด้านในแล้วกลับมาทำกาแฟเอสเปรสโซ่สามช็อตให้ชายเจ้าของร้านดอกไม้


ขอบใจเจ้าตัวกล่าวขอบคุณแล้วจิบเล็กน้อยหอมดีนะ


ขอบคุณครับ ว่าแต่พี่ไม่เติมน้ำตาลหน่อยหรอฮยอนบินถามเมื่ออีกฝ่ายดื่มแบบเพียวๆโดยไม่ต้องใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำตาลเลย


พี่ดื่มแบบนี้จนชินแล้วอ่ะ แต่ไม่เคยลองถึงขึ้นสามช็อตแบบนี้นะ


กริ๊ง!!~


ดสียงโทรศัพท์หลังบาร์ดังขึ้นขัดบทสนทนาของทั้งสอง มือยาวของลูกมือคว้าหมับแล้วรับสายทันที


สวัสดีครับ จอยฟูลคาเฟ่ครับ


(เอ่อ ที่ร้านมีบริการเดลิเวอรี่ใช่มั้ยครับ) คนปลายสายเอ่ยถามอย่างสุภาพ


ใช่ครับ บริการส่งฟรีภายในรัศมีห้าร้อยเมตรจากร้านครับเสี่ยงทุ้มต่ำเอ่ยตอบกลับไป


(คือรบกวนมาส่งที่บ้านเลขที่ 0302 ซอยที่ 4 ได้มั้ยครับ)


จริงๆจากที่นั่นเดินมารับที่ร้านก็ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีนะครับชายร่างสูงเอ่ย แต่คนปลายสายเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างซึ่งทำให้เขาต้องพยักหน้าเบาๆแล้วตอบรับออเดอร์ มืออีกข้างที่ว่างอยู่จดรายการที่คนปลายสายสั่งอ่า ได้ครับ ซับมารีน**หนึ่งที่นะครับ อีกสิบห้านาทีจะไปส่งให้ที่หน้าบ้านนะครับ แต่รบกวนขอทราบชื่อหน่อยได้มั้ยครับครับ คุณคิมยงกุกนะครับ ครับขอบคุณมากครับ


มือใหญ่วางหูโทรศัพท์วางที่เดิมแล้วเริ่มทำตามออเดอร์ลูกค้าทางไกลทันที


ลูกค้าหรอซังกยุนเอ่ยถาม


ครับ อยู่ซอยสีเองครับ แต่ดันไม่ยอมเดินมาเอาเองซะอย่างนั้นฮยอนบินพูดติดตลก


เอ้า ไหงงั้นอ่ะซังกยุนถาม


เขาบอกว่าหาร่มที่บ้านไม่เจอ แล้วก็ไม่มีชุดกันฝนน่ะครับฮยอนบินยักไหล่แล้วทำตามออเดอร์ต่อ มือหนาอุ่นนมร้อนจนเดือดแล้วเทใส่แก้วกระดาษ หย่อนแท่งช็อกโกแลตจุ่มลงในนมร้อนแล้วปิดฝาแก้วให้แน่น


ผมรบกวนพี่ฝากบอกพี่เคนตะหน่อยนะครับว่าผมไปส่งออเดอร์ลูกค้าฮยอนบินว่าแล้วคว้าร่มพลาสติกใสแล้วกางออกเดินออกจากร้านไป


ชายหนุ่มเดินออกจากซอยเจ็ดแล้วตรงไปเรื่อยๆยังซอยสี่ ระหว่างนั้นริมฝีปากของเขาก็บ่นกับตัวเอง


นี่คือฉันต้องเดินไปส่งนมช็อกโกแลตให้กับคนที่ออกจากบ้านไม่ได้หรอเนี่ยเขาบ่นแล้วถอนหายใจออกมาแต่ทำไมทางมันคุ้นๆวะร่างสูงเดินคิดไปเรื่อยๆจนถึงซอยห้าแล้วหันไปมองภายในซอย


บ้านฉันก็อยู่ซอยนี้นี่หว่า…” เขานึกขึ้นได้แล้วมองไปยังบ้านของตน เท้ายาวเก้าเหยียบย้ำแอ่งน้ำตื่นๆต่แไปจนถึงซอยสี่แล้วมองหาบ้านเลขที่ 0302 ช้าๆ


บ้านหลังนี้สินะเขายืนมองบ้านทาวน์เฮาส์สีขาวดูสะอาดสะอ้านก็ดูมีเงินนี่ แล้วทำไมไม่มีร่มวะ


ถึงปากจะบ่นไปเรื่อย แต่นิ้วเรียวยาวก็กดกริ่งหน้าบ้านหลังนั้นไปแล้ว ไม่เกินยี่สิบวินาทีก็มีใครบางคนเดินออกมารับ


หืมหน้าคุ้นๆ


เอ่อนี่ครับ ซับมารีนแก้วใหญ่ฮยอนบินยื่นแก้วใบใหญ่ในมือให้กับเจ้าของบ้าน


คุ้นจริงๆนะ แต่นึกไม่ออก


สี่พันวอนใช้มั้ยครับเจ้าของบ้านเอ่ยถาม ส่วนคนที่เดินมาส่งก็ทำได้แค่พยักหน้ากลับไปเพราะมัวแต่ครุ่นคิดนึกถึงใบหน้าของคนตรงหน้าอยู่นี่ครับ สี่พันวอน


ขอบคุณครับฮยอนบินโค้งตัวเล็กน้อยแล้วเดินออกมาจากซอยพร้อมกับคำถามคาใจที่อยู่ในหัว


หน้าคุ้นจังวะ คุ้นมากๆด้วย แต่นึกไม่ออกอยู่ดีๆเขาก็พูดกับตัวเองจนคนที่เดินสวนกับเขาถึงกับต้องเงยหน้ามองใครวะๆๆๆๆ


ขายาวก้าวช้าๆจนถึงซอยเจ็ดแล้วเดินกลับเข้าร้านตามเดิม ใบหน้าหล่อยืนครุ่นคิดอยู่อีกพักใหญ่พร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าเขาคนนั้นคือใคร นิ้วเรียวเคาะปลายคาง คิ้วขมวดเป็นปม


คิมยงกุก


.


.


.


วันนี้เขาใส่เสื้อแขนยาวสีชมพู


.


.


.


วันก่อนก็ใส่



.


.


.


นึกออกแล้ว!!


ดวงตาคมเบิกกว้างก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้านไปอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้หยิบเพียงแค่ร่มออกไป แต่กลับคว้าถุงขนมติดมือไปด้วยหนึ่งถุงกับปากกาไปด้วย จนลูกค้าในร้านหลายคนประหลาดใจ ขายาวเหยียบย่ำกับแอ่งน้ำตื้นๆจนกระเด็นเลอะไปตามกางเกงยีนสีซีดของเขา ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีก็ถึงหน้าบ้านหลังสีขาวเหมือนเดิมแล้วกดกริ่งหน้าบ้านรัวๆ


ใบหน้าหล่อพ่นลมหายใจออกมาถี่กว่าเดิมเล็กน้อย คนในบ้านเปิดประตูออกมาอีกครั้งแล้วทำหน้าเหมือนกับมีคำถามในใจ


ขอโทษทีครับผมแค่นึกขึ้นได้ว่าผมลืมเอาขนมมาให้คุณชายร่างสูงพูดพลางหอบ มือหนายกขึ้นส่งถุงขนมในมือให้อีกฝ่ายคุกกี้เนยสดครับ


เอ่อ ขอบคุณครับ


คุณยังมีบัตรสะสมอยู่มั้ยครับ เดี๋ยวผมเซ็นให้


เซ็นแทนปั๊มได้หรอเจ้าของบ้านถามพร้อมกับยื่นบัตรสะสมแต้มให้ เพราะปกติเขาก็ต้องให้ทางร้านปั๊มเครื่องหมายให้


ได้ครับ แต่ของคุณน่ะ…” ฮยอนบินพูดเว้นเพราะยังคงหอบอยู่


“…”


เป็นคนแรกนะที่ผมเซ็นให้เลยนะ


อ่าหะ…” เจ้าของบ้านไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยักหน้าเบาๆขอบใจ


คุณ ผมถามอะไรหน่อยสิครับฮยอนบินยื่นบัตรสะสมแต้มคืนคุณไม่มีร่มเลยจริงๆหรอ


อื้ม จริงเจ้าของบ้านหยักหน้าตอนแรกมีแหละ แต่ตอนนี้มันหายไปไหนไม่รู้


อ่าครับ


ฮยอนบินสลับเจ้าของบ้านกับร่มพลาสติกใสเหนือหัวตนเอง


ขอบคุณนะครับ เรื่องคุกกี้เจ้าของบ้านเอ่ยขอบคุณกลับดีๆนะครับ


เอ่อ คุณครับ


ครับ?”


คุณชื่อยงกุกหรอครับ


ให้ตายเถอะ ถามอะไรออกไปวะเนี่ย ฮยอนบิน


ใช่ครับ ทำไมหรอ


ชิบ


ผมแค่จะได้จำคุณได้ไงครับ ไม่มีอะไรหรอกฮยอนบินแสร้งยิ้มงั้นผมขอตัวดีกว่าครับ อุดหนุนได้ทุกเมื่อนะครับร่างสูงโค้งให้อีกครั้ง เท้ายาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากซอยสี่แล้วกลับไปยังร้านตามเดิม


ควอนฮยอนบินโว้ย!!!


อาาา ไอ้บ้าฮยอนบินเจ้าตัวบ่นแล้วลูบหน้าตัวเองเหมือนกับทำอะไรขายหน้าไปทำอะไรลงไปรู้มั้ยเนี่ย


ขายาวกลับมาเดินตามปกติอีกครั้งเมื่อหลุดพ้นสายตาของอีกฝ่าย พ่นลมหายใจเพราะเบื่อหน่ายกับความคิดของตนเองที่เผลอทำอะไรแปลกๆต่อหน้าอีกฝ่าย


เมื่อถึงหน้าร้าน มือหนาก็เปิดประตูร้านแล้วกลับไปนั่งตรงเก้าอี้หลังบาร์ สะบัดหน้าเล็กน้อยเรียกสติตัวเองกลับมาเป็นปกติ


นายรีบวิ่งไปไหนน่ะ คนในร้านตกใจหมดเลยซังกยุนเอ่ยถามเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็น


อ๋อผมลืมของน่ะครับฮยอนบินแสร้งยิ้ม ส่วนซังกยุนก็แค่ยักไหล่เบาๆไม่ได้สนใจอะไร


.


.


.


ฮยอนบินเคนตะเอ่ยชื่อคนที่อยู่หบังบาร์


ครับ


เดี๋ยวพี่ไปร้านคุณซังกยุนก่อน เดี๋ยวพี่กลับมา


เจ้าของร้านตัวบางเดินออกจากร้านหลังจากที่ท้องฟ้าเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง เมฆเริ่มกระจายตัวออก ทิ้งไว้เพียงแอ่งน้ำบางจุดกับพื้นถนนที่เปียกตลอดทาง ชายร่างสูงผละออกจากร้านแล้วหันมามองตามถนนเส้นเล็กๆหน้าร้าน ผู้คนเริ่มกลับมาเดินเยอะขึ้นอีกครั้งเพราะท้องฟ้าที่โปร่งอีกครั้ง


ดวงตาคมเหม่อมองไปเรื่อยๆ มองร้านเสื้อผ้าที่อยู่ตรงข้ามคาเฟ่ของเขาที่มีผู้คนบ้างเนื่องจากป้ายโปรโมชั่นสีแดงขนาดใหญ่กับเลข 20% ไม่ต้องเดาให้ยากว่าลดราคาสินค้าทุกชนิดทั้งร้าน ส่วนถัดไปอีกก็เป็นร้านขายขนมทั่วๆไป ส่วนทางอีกด้านหนึ่งตรงมุมตึกเลยก็คือร้านหนังสือของบรรณรักษ์ตัวเล็กกว่าเขาเกือบยี่สิบเซนติเมตร


แต่อยู่ดีๆเขาก็สะดุดตาเข้ากับชายเสื้อแขนยาวสีชมพูดคนเดิมกับที่เขาไปส่งกาแฟให้เมื่อตอนสายๆ


หืมคุณยงกุกหรอ?”


บ่นเบาๆพลางเอียงศรีษะเล็กน้อยด้วยสงสัย ทั้งท่าเดินและส่วนสูงรูปร่างก็คล้ายกันมากๆ แต่เขาเองก็ยังคงมองใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัดมากนัก ร่างสูงยกขายาวๆขึ้นบนเก้าอี้แล้วกอดเข่าตัวเองมองร้านเช่าหนังสือเหมือนกับรอให้ใครสักคนออกมา ปลายเท้ากระดิกถี่ๆ ริมฝีปากเม้มจนเป็นเส้นตรง นิ้วเรียวเคาะไปตามท่อนขาด้วยความร้อนรน


ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างเจ้านายเขากลับมากับลูกค้าผู้น่ารักคนนั้นใครจะออกมาก่อนกัน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้โชคจะไม่ได้เป็นของเขาเสียเท่าไหร่เมื่อชายหนุ่มชุดสีชมพูเดินออกมาจากร้านเช่าหนังสือเสียก่อนพร้อมกับนิยายอีกสองเล่ม ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะให้เจ้านายชาวญี่ปุ่นของตนกลับมาก่อนเพื่อที่จะได้เดินไปดูให้ชัดๆว่าใช่ลูกค้าหน้าแมวคนนั้นรึเปล่า


แล้วก็ดูเหมือนว่าเจ้านายของเขาก็พยายามจะเล่นตลกกับเขาเหมือนกัน ขณะที่ชายร่างเล็กคนนั้นเดินเลี้ยวออกจากถนนเส้นนี้ออกไป เสียงกระดิ่งตรงประตูกระจกก็ดังขึ้นมาพอดี


ให้ตายเถอะ ขอบคุณนะพี่เคนตะ


มองอะไรของนายอ่ะเคนตะหันไปตามสายตาที่ร่างสูงมอง


อ๋อ เปล่าครับ ผมแค่เห็นคนคุ้นเคยน่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่าฮยอนบินยักไหล่แล้วทิ้งขาทั้งสองข้างลงบนพื้นตามปกติ เคนตะก็ไม่ได้คิดอะไรให้ปวดหัวก็แค่ยักไหล่ตามแล้วเดินกลับเข้าหลังร้านไป


โอยยย ให้ตายเถอะ พี่เคนตะนะพี่เคนตะเขากัดฟันพูดเจ็บใจที่ไม่ได้ออกไปดูใบหน้าของอีกฝ่ายให้ชัด แต่เขาก็ชักจะมั่นใจขึ้นมากว่าคนคนนั้นคือคุณยงกุกของเขา


.


.


.


บันทึกของควอนฮยอนบิน


xx/xx/2018

ในวันที่ฝนตกปรอยๆในเช้าวันนี้ เสียงสายฝนแสนหวานฉ่ำเหมือนกับชุดสีชมพูของคุณ มันไม่มีอะไรพิเศษไปมากกว่าเสียงโทรศัพท์ของคุณที่โทรเข้ามาแล้วสั่งเครื่องดื่มอุ่นๆแล้วมีผมไปส่งให้ถึงบ้าน หวังว่าวันอื่นๆหลังจากนี้ คุณจะยังโทรมาแล้วให้ผมไปส่งอีกนะครับ หรือถ้าให้ดีกว่านี้ก็มาหาผมที่ร้านก็ได้นะ ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆกับนิยายของคุณและเครื่องดื่มที่ผมทำขึ้นมาให้คุณก็พอ


.


.


.


.


.


TBC

 

 

TALK

 

อันนยอง มาลงแล้วววว แงงงงง ตอนนี้สั้นหน่อยนะครับ

ส่วนใครที่สงสัยนะครับ

*ทริปโปล (triplo) = espresso x3 หรือสามช็อตนั่นเอง

**ซับมารีน (submarine) = ไม่ใช่เรือดำน้ำนะทุกคน ใจเย็น แต่อันนี้เป็นเมนูนมร้อนใส่ช็อกโกแล็ตทั้งแท่งลงไปเลย รอให้ช็อกโกแลตละลายไปเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น