Love Blooms From Within (Kyunta / Binguk/ Nohtaedong)

ตอนที่ 3 : Chapter 03 : The Stranger

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

::: CHAPTER 03 :::

 

 

#lbfwjbj

 

 

::: THE STRANGER :::

 

 

 

 

 

XIYEON (PRISTIN) : SYNCHRONIZATION 100%

 

 

 

 

 

อาง่วงชะมัด


เสียงของชายร่างเล็กบ่นขึ้นพร้อมกับตบหน้าตัวเองเบาๆสองสามครั้งขณะที่ค่อยๆเรียงหนังสือเข้าชั้นตามประเภท ส่วนสูงที่เกือบจะถึงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรค่อยๆทุลักทุเลแบกหนังสือนับสิบเล่มทยอยใส่ชั้นหนังสือเรื่อยๆจนครบพร้อมกับเดินตรงมายังเคาน์เตอร์หน้าร้านแล้วจดอะไรบางอย่าลงสมุดบันทึกอย่างตั้งใจ


...อันที่จริง เช้าวันศุกร์แบบนี้มันไม่ควรเป็นวันทำงานเลยนะ...


เอ่อ ขอโทษนะครับ ที่นี่มีหนังสือเกี่ยวกับทำสวนบ้างมัยครับ


เสียงของชายหนุ่มเจ้าของร้านดอกไม้เอ่ยขึ้นขณะที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เรียกให้บรรณารักษ์ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาสนใจ


อ๋อสักครู่นะครับ…” ชายร่างเล็กตอบกลับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาจ้องกับใบหน้าของใครบางคน


“…”


“…”


เห้ย! ซังกยุน!!”


ชายร่างเล็กร้องขึ้นเสียงดังเพราะประหลาดใจกับคนตรงหน้า เช่นเดียวกับชายเจ้าของร้านดอกไม้เองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน


เอ้าพี่แทฮยอนเองหรอ!?”


ซังกยุนยกมือป้องปากก่อนจะเดินเข้าไปกอดพี่ชายคนสนิทอย่างแนบแน่น


อาคิดถึงพี่จัง หลังจากเรียนจบพี่ก็ไม่ได้กลับมาหาผมเลยนะซังกยุนพูดพลางทำปากจู๋บ่งบอกอาการน้อยใจ


แทฮยอนเป็นรุ่นพี่คณะเดียวเดียวกับเขา ตอนซังกยุนเข้ามาปีหนึ่งใหม่ๆ แทฮยอนก็กำลังขึ้นปีสามพอดิบพอดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนสาขาเดียวกัน แต่ทั้งสองกลับสนิทกันมากราวกับว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ เจ้าตัวเคยบอกกับซังกยุนไว้ว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาหา แต่เพราะว่างานที่ยุ่งยากอย่างบรรณารักษ์ที่ต้องคอยดูแลหนังสือต่างๆนาๆจนแทบจะไม่มีวันหยุดอย่างเขาก็ย่อมไม่มีเวลาไปไหนมาไหนอยู่แล้ว


อาขอโทษนะ ช่วงนั้นพี่ยุ่งจริงๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีกนะเนี่ยแทฮยอนลูบไหล่คนน้องปลอบ เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวมื้อนึงแล้วกัน


พี่พูดแล้วนะครับซังกยุนหัวเราะเบาๆ


เออน่า เดี๋ยวพี่เลี้ยงขนมให้ด้วยเลยแทฮยอนหัวเราะตามแล้วเมื่อกี้จะหาอะไรนะ หนังสือทำสวนหรอ รอแป๊บ


เจ้าตัวเอ่ยให้รุ่นน้องที่พึ่งเจอเมื่อกี้แล้วค่อยๆเดินไปหาตามโซนหนังสือที่เรียงเป็นหมวดหมู่ รุ่นพี่ร่างเล็กบรรจงเลือกหนังสือบางเล่มที่คิดว่าซังกยุนต้องการออกไป


มีประมาณนี้อ่ะแทฮยอนเดินออกมาพร้อมกับหนังสือตั้งใหญ่แล้ววางลงตรงเคาน์เตอร์


ขอบคุณครับ... จริงๆพี่ให้ผมเดินไปดูเองก็ได้นะครับ


มันรกน่ะ พี่ยังจัดของไม่เสร็จเลย ดีไม่ดีเราเข้าไปเดี๋ยวก็โดนหนังสือทับตายพอดีเจ้าของร้านหนังสือเอ่ยติดตลก


พี่นี่ยังตลกเหมือนเดิมนะครับซังกยุนแซวก่อนจะเลือกหนังสือมาประมาณสามสี่เล่มที่เขาสนใจ


เอาสี่เล่มนี้ก่อนแล้วกันครับซังกยุนเลือกหนังสือให้คนพี่กรอกรหัสหนังสือทำเรื่องเช่ายืม


คืนภายในเจ็ดวันนะ หลังจากนั้นเสียค่าปรับเล่มละห้าร้อยวอนต่อวันนะเจ้าตัวเอ่ยก่อนจะยื่นหนังสือเล่มหนาทั้งสี่เล่มให้อีกฝ่าย


ขอบคุณนะครับซังกยุนกล่าวขอบคุณพร้อมเดินออกไปพร้อมกับหนังสือเล่มหนาทั้งสี่


อา... ง่วง!” แทฮยอนร้องโอดครวญอีกครั้งพร้อมกับฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะอา... อยากดื่มกาแฟ~”


เจ้าตัวร้องอีกครั้งพร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าตรงข้ามร้านหนังสือของเขามีคาเฟ่อยู่พอดี


...เปิดร้านมาเกือบสองปี พึ่งนึกได้ว่ามีคาเฟ่...


อา... ขอพักหน่อยเถอะ ไม่ไหวแล้ว


เจ้าตัวพูดพร้อมกับติดแผ่นป้ายไว้ตรงหน้าร้านว่าพักห้านาทีก่อนจะเดินข้ามไปซื้อกาแฟที่ร้านตรงข้าม


สวัสดีครับ


ชายร่างสูงเอ่ยทักทายกับบรรณารักษ์ตัวเล็กที่พึ่งเดินเข้ามาในร้าน


อา... ขอกาแฟอะไรก็ได้ที่แก้ง่วงดีๆหน่อยได้มั้ยครับแทฮยอนไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทแต่อย่างใด แต่ในเมื่อสภาพของเขาตอนนี้คือดวงตาเล็กของเขาก็ใกล้จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่อยู่แล้ว ยังไงบาริสต้าร่างสูงของร้านก็คงเจ้าใจดี


งั้นรับเป็นทริปโพล่มั้ยครับ เป็นกาแฟเอสเปรสโซ่สามช็อตน่ะครับพนักงานร่างสูงเสนอ


งั้นรับแก้วนึงครับ ว่าแต่รบกวนไปส่งที่ร้านเช่าหนังสือฝั่งตรงข้ามได้มั้ยครับ?” แทฮยอนว่าพร้อมกับชี้ไปยังร้านเช่าหนังสือของตนที่อยู่อีกฝั่ง


ได้ครับ อีกประมาณสิบนาทีเดี๋ยวผมยกไปให้นะครับ ทั้งหมดสองพันห้าร้อยวอนครับ


แทฮยอนจ่ายเงินให้พนักงานร่างสูงก่อนแล้วเดินข้ามฝั่งกลับมายังร้านเช่าหนังสือของตนตามเดิม ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างเหน็ดเหนื่อย ดวงตาเล็กเริ่มล้าลงเรื่อยๆอีกครั้ง แต่ไม่นานเกินรอ ร่างสูงของฮยอนบินก็เดินมาพร้อมกับกาแฟทริปโพล่พร้อมกับซองน้ำตาลอีกสองซอง


ขออนุญาตนะครับฮยอนบินเอ่ยพร้อมกับวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะที่ร่างเล็กทำงานอยู่ถ้ากาแฟขมเกินไปอะไรยังไงก็ไปขอทางร้านได้นะครับ


ครับ ขอบคุณครับแทฮยอนกล่าวขอบคุณพร้อมกับยกแก้วกาแฟจิบเล็กน้อย


...อื้อหือ ถ้าเขาดื่มหมดเขาไม่ได้นอนแน่ๆ...


แทฮยอนมีสีหน้าเหยเกเมื่อรสขมปร่าของกาแฟเอสเปรสโซ่สามช็อตแล่นเข้าไปในร่างกาย ขนาดที่ว่าเจ้าตัวใส่น้ำตาลทั้งสองซองใส่ลงในกาแฟแล้วก็ยังไม่หายขมอยู่ดี


อืม... หวังว่ามันจะหายง่วงล่ะนะ


.


.


.


.


.


ผ่านไปหลายชั่วโมงจนถึงเวลาปิดร้าน แทฮยอนที่ตื่นเต็มที่ด้วยฤทธิ์ของกาแฟก็เริ่มปิดร้านพร้อมกับทะยอยเก็บหนังสือต่างๆวางตามชั้นที่แยกเอาไว้ ผ่านไปหลายนาทีเจ้าตัวก็จัดชั้นหนังสือเสร็จ แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย แทฮยอนก็รู้สึกเริ่มหน้ามืดขึ้นมาเล็กน้อยเพราะไม่ได้กินอะไรมาเลยตั้งแต่เช้า


โอย... เหนื่อยเป็นบ้าเจ้าตัวใช้หลังแขนปาดเหงื่อตัวเองก่อนที่จะเริ่มไปหาอะไรกินที่คาเฟ่ฝั่งตรงข้ามตามเดิม


เอ้า พี่


ชายหนุ่มเข้าของร้านดอกไม้เอ่ยทักรุ่นพี่ของตนที่เดินก้มหน้าก้มตาตรงมายังคาเฟ่ที่เจ้าตัวมาสั่งกาแฟเมื่อเช้า


อา... นายเองเหรอ โทษทีพอดีพี่หน้ามืดน่ะ ไม่กล้าเงยหน้ามากคนพี่เอ่ยเพราะตัวเองไม่สามารถเดินเงยหน้าได้เหมือนปกติ


พี่ไปทำอะไรถึงหน้ามืดอ่ะ


ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยแทฮยอนว่าพร้อมกับนั่งลงตรงบาร์หน้าคาเฟ่ แล้วค่อยๆเปิดเมนูดูรายการอาหาร


เย็นจนจะมืดแล้วพี่ยังไม่กินอีกหรอ พี่นี่เหมือนเดิมเลยนะซังกยุนส่ายหัวให้กับนิสัยอดมื้อกินมื้อของรุ่นพี่ตัวเล็กไม่ได้


สวัสดีครับ ขอโทษที่ให้รอนะครับฮยอนบินเอ่ยขึ้นขณะที่เดินออกมาจากหลังร้านกาแฟเมื่อตอนกลางวันเป็นยังไงบ้างครับ


แรงดีมากเลยล่ะแทฮยอนพูดติดตลกฉันเอาพาสต้าแซลมอนกับชามะนาวละกัน


ผมเอาด้วยครับซังกยุนเอ่ยต่อทันทีที่คนพี่สั่งเสร็จ


งั้นเป็นพาสต้าครีมแซลมอนสองกับชามะนาวเย็นสองนะครับฮยอนบินจดรายการอาหารแล้วเดินไปให้อีกคนที่อยู่หลังร้านก่อนจะเดินตรงมาทำเครื่องดื่มให้ทั้งสองคน


นายนี่ยังขี้ลอกอาหารเหมือนเดิมเลยนะแทฮยอนแหย่รุ่นน้องของตน แล้วเป็นไงบ้าง เปิดร้านเป็นไง


ก็ดีครับ พึ่งเปิดได้ไม่นานเท่าไหร่เองครับ แต่ก็มีคนเข้ามาเยอะดีซังกยุนเอ่ยพร้อมกับรับชามะนาวทั้งสองแก้วที่ฮยอนบินทำมาให้แล้วพี่ล่ะครับ เป็นไงบ้าง


ก็ดีนะ เปิดร้านหนังสือก็ดีเหมือนกัน แต่คนส่วนใหญ่ก็วัยรุ่นน่ะแหละ พวกนิยายเลยขายดีกว่าเล่มอื่นๆ


แล้วไม่เหนื่อยหรอพี่ ทำงานคนเดียว


ก็เหนื่อย เหนื่อยมาก แต่ก็นะ พี่ชอบทำนี่นาแทฮยอนบ่นออกมาพร้อมกับจิบชามะนาวเย็นๆอา ค่อยยังชั่ว


พี่ก็ยังโหมงานหนักเหมือนเดิมเลยนะครับซังกยุนว่าแล้วหัวเราะมื้อนี้พี่เลี้ยงนะทฺบอนได้ยินดังนั้นก็ยกนิ้วโป้งให้บ่งบอกว่าเจ้าตัวยินดีที่จะเลี้ยง


ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานนักก็มีเสียงกริ่งจากหลังครัว พนักงานร่างสูงก็เดินตรงมาเสิร์ฟอาหารตรงหน้า พาสต้าเส้นแบนพร้อมกับครีมซอสคาโบนาร่ากับแซลมอนรมควัญชิ้นใหญ่อีกชิ้นหนึ่ง


ทานให้อร่อยนะครับพนักงานร่างสูงเอ่ยกับทั้งสองคนแล้วค่อยผละออกไปทำหน้าที่ส่วนอื่นต่อ


เอ้อ พี่ไม่คิดจะหาคนช่วยทำงานหน่อยหรอครับ ผมว่าร้านพี่หนังสือมันก็เยอะเกินตัวพี่นาซังกยุนเอ่ยด้วยความเป็นห่วงผมว่าอย่างน้อยหาคนช่วยงานสักคนก็ดีนะครับ


พี่จะเก็บไว้คิดแล้วกันแทฮยอนนั่งเขี่ยส้อมเล่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วเริ่มกินต่ออา... อร่อยเป็นบ้าเจ้าตัวร้องอย่างมีความสุขออกมา ด้วยความที่ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า จึงทำให้อาหารมื้อนี้เป็นมื้อยื้อชีวิตเขาได้อีกวันหนึ่ง


หิวขนาดนั้นเลยหรอครับซังกยุนถามด้วยน้ำเสียงติดตลก


นายไม่เป็นพี่นายไม่รู้หรอกแทฮยอนนึกคิดเองก็ขำเองแต่ที่จริงก็คงเข้าใจแหละ เวลาอาจารย์สั่งให้อ่านนิยายแบบจัดหนักเนี่ย


ผมว่าผมเก็ทฟีลนั้นดีนะครับ อย่างไอหนังสือที่อาจารย์กาฮีแนะนำนี่ถือว่าสุดจริงๆอ่ะ คนเขียนแค่เลิกกับแฟนเอง แต่ดันไปเที่ยวถึงสามประเทศ อิตาลียังพอทนนะ อินเดียนี่เริ่มโม้ละ แต่ตอนนางไปบาหลีนี่น่าหงุดหงิดมากอ่ะ แถมยังอวดสามีใหม่แบบภาคภูมิใจอีกทั้งสองคนพูดแล้วก็อดขำไม่ได้ เพราะทั้งสองคนคงเข้าใจดีว่าหนังสือเล่มนั้นคืออะไร


พี่จำได้เลยว่าพี่อ่านจนพี่ทุ่มหนังสือเล่มนั้นลงพื้นอ่ะ ขนาดพี่ว่าพี่มีสมาธิในการอ่านแล้วนะ แต่พี่หงุดหงิดจริงๆอ่ะ อ่านแล้วอยากสบถแรงๆมากแทฮยอนยกมือข้างหนึ่งกุมขมับเมื่อนึกถึงหนังสือเล่มดังกล่าวที่โคตรน่าหงุดหงิดเล่มนั้น


ผมว่าผมผ่านจุดๆนั้นมาได้ผมก็น้ำตาจะไหลแล้วอ่ะซังกยุนบ่นกับรุ่นพี่ตัวเล็กพร้อมกับม้วนเส้นพาสต้าเข้าปาก


ทั้งสองคนพูดคุยเรื่องที่ทั้งสองคนอยู่ในวัยเรียนกันไปเรื่อย พอของคาวหมด รุ่นพี่ตัวเล็กก็สั่งพานาค็อตต้าสตรอเบอร์รี่มาเป็นของหวานต่อทันที ยิ่งพูดคุยกันก็ยิ่งนึกถึงอดีต


หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับโดยที่มื้อนี่แทฮยอนเป็นคนออกเงินเพราะต้องการจะเลี้ยงรุ่นน้องคนสนิท แต่พอจะออกจากร้าน เจ้าของร้านดอกไม้ดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในร้านที่หลังบาร์


...ดูเหมือนจะเป็นช่อไลแลคที่เขาให้ใครสักคน...


เอ้อ น้องๆซังกยุนทักฮยอนบินที่กำลังนั่งเล่นอยู่หลังบาร์


ครับ?”


น้องได้ช่อไลแลคนั่นมาจากไหนหรอ?” เจ้าตัวถามพร้อมกับชี้ไปที่ดอกไม้สีม่วงอมชมพูที่อยู่ตรงชั้นวางแก้ว


อ๋อ...” ฮยอนบินหันไปดูตามนิ้วมือที่ชี้มาตรงชั้นพอดีเจ้านายผมได้มาน่ะครับ ใช่พี่รึเปล่าครับที่เป็นคนให้?”


อืม... แล้ว เจ้านายน้องล่ะ?” เจ้าตัวเอ่ยถามใช่คนที่มีฟันเขี้ยวชัดๆป่ะ


ใช่ครับ


ตังเล็กกว่าพี่หน่อย?” ซังกยุนยกมือกะระยะความสูงประมาณหน้าผากพี่ป่ะ


ครับฮยอนบินสังเกตตามมือหนา


ใส่หมวกเบเล่ต์?”


อ่า... ครับฮยอนบินพยักหน้า


เป็นคนญี่ปุ่น/เป็นคนญี่ปุ่น


ทั้งลูกมือตัวสูงและเจ้าของร้านเอ่ยขึ้นพร้อมกับ เท่านั้นแหล่ะ ทั้งสองก็เริ่มยกยิ้มให้กันแบบมีเลศนัย


พี่ใช่เจ้าของร้านดอกไม้ที่ถัดออกไปจากร้านนี้สี่ห้องป่ะครับ?”


อ่า...” ซังกยุนนึกภาพแล้วไล่นับจำนวนห้องแถวอยู่ครู่หนึ่งใช่


อ๋า...” ฮยอนบินพยักหน้าช้าๆทำความเข้าใจ


ไม่ทีอะไรหรอก พี่ถามเฉยๆ เดี๋ยวคราวหน้ามาอุดหนุนนะเจ้าของร้านดอกไม้ว่าพร้อมกับโบกมือเอ้อ พี่ลืมถามชื่อเราเลย เราชื่ออะไรนะ?”


ฮยอนบินครับ อายุยี่สิบเอ็ดพนักงานร่างสูงแนะนำตัวเองแล้วบอกอายุเพื่อจะได้มั่นใจว่าตัวเองอายุน้อยกว่าพี่ชื่อ?”


ซังกยุนน่ะ ส่วนนี่พี่แทฮยอน รุ่นพี่พี่เอง เปิดร้านเช่าหนังสือตรงข้ามนี้น่ะเจ้าตัวแนะนำตัวแล้วแนะนำรุ่นพี่ตัวเล็กที่ทำงานอยู่ร้านหนังสือ


อ๋อ ทราบละครับ พอดีพี่เขามาขอให้ผมไปส่งกาแฟเมื่อตอนกลางวันอยู่เลย


งั้น พวกพี่ไปก่อนนะซังกยุนโบกมือลาพนักงานตัวสูงพร้อมกับรุ่นพี่ร่างเล็กก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันออกไป ส่วนฮยอนบินก็โค้งเล็กน้อยตามมารยาทที่พนักงานต้องทำ


เห้อ... ดูเหมือนจะเป็นคนรุกแรงซะด้วยสิ ฮยอนบินถอนหายใจก่อนจะเดินไปเก็บจานเข้าหลังร้านไป แต่ปรากฎว่าดันเจอเจ้าของร้านตัวเล็กยืนแอบดูอยู่


เหวอ!” ฮยอนบินร้องอยากตกใจ พี่ทำอะไรเนี่ย


ก็พอดีตอนแรกพี่จะออกไปแล้ว แต่ดันเจอคนคนนั้นพอดีน่ะสิเคนตะว่าพร้อมกับใบหน้าที่หวาดระแวงแล้วเมื่อกี้คุยอะไรกันอ่ะ


อ๋อ เค้าแค่ถามว่าได้ช่อดอกไลแลคมาจากไหน แล้วก็ถามว่าเจ้านายของผมน่ะคือพี่รึเปล่า


แล้วเราตอบว่าไงอ่ะ


ผมก็ตอบไปว่าพี่คนนั้นน่าจะเป็นคนให้พี่มาเอง แล้วเค้าก็บอกลักษณะของพี่มา แล้วมันก็ดันตรงกับพี่ทุกข้อเลยฮยอนบินหัวเราะพร้อมกับวางจานเปล่าลงที่อ่างผมว่านะ คราวนี้พี่ต้องระวังหน่อยแล้วล่ะ


“...”


ดูๆแล้วน่าจะเป็นคนรุกแรงเสียด้วยสิ


.


.


.


.


.


ผ่านจากมื้อเย็นที่เหมือนมื้อเช้าของแทฮยอนมาไม่นาน และบรรยากาศที่ฝนตกปรอยๆในช่วงกลางดึกแบบนี้ย่อมเกิดอาการหิวแน่นอนสำหรับคนร่างเล็ก เจ้าตัวทั้งตาแข็งและรู้สึกหิวในเวลาเดียวกัน แต่จะให้ออกจากร้านที่เปรียบเสมือนบ้านของเขาก็คงจะเกินไปเสียหน่อย


อา... หิวอีกแล้วแฮะเจ้าตัวบ่นพร้อมกับเดินลงมาจากบ้านด้วยชุดนอนลายทางสีขาวสลับน้ำเงิน มือเล็กเปิดตู้เย็นเพื่อมองหาอะไรก็ตามที่สามารถทำให้เขากินแก้หิวได้


อา... โยเกิร์ตก็แล้วกันเจ้าตัวพูดกับตัวเองแล้วหยิบโยเกิร์ตธรรมชาติขึ้นมาตักกิน แต่อยู่ดีๆไฟในร้านหนังสือของเขาก็ดับลงอย่างไม่มีสาเหตุ


ภายในร้านที่ไม่มีลูกค้าเงียบลงจนผิดปกติ เสียงฝนตกปรอยๆเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงฟ้าร้องดังขึ้นจนคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย อยู่ดีๆเขาก็เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆตัวเขาเริ่มเย็นเยือกขึ้นมาเฉยๆ


อา... ไม่เอาน่า อย่าทำแบบนี้สิคนตัวเล็กลูบตามเนื้อตัวเพราะรู้สึกเย็นแปลกๆ แต่พอเท้าของเขาจะก้าวขึ้นบันไดในความมืด เขาก็ต้องรู้สึกแปลกที่บริเวณหน้าร้านของเขา


แสงของฟ้าแลบกะพริบครั้งหนึ่งพร้อมกับเงาของอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงกระจกหน้าร้านก็จะหายลับเข้าไปหลังฉากชั้นหนังสือ คนตัวเล็กที่เริ่มกล้าๆกลัวๆค่อยๆก้าวช้าๆไปยังหน้าร้าน


กริ๊ง...


เสียงกระดิ่งหน้าร้านทำให้เขาใจกระตุกเหมือนจะหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ เนื้อตัวเริ่มสั่นเทาและทวีคูณขึ้นยามที่ต้องก้าวเท้าไปดูหน้าร้านของตน


ท่ามกลางความมืดนั้นไม่ได้มีสิ่งใดปรากฎออกมา แม้แต่ไฟตามมุมถนนก็ยังไม่ติดให้เขาได้เห็นสภาพแวดล้อมรอบนอกเลย


กรี๊งงง...


เสียงกระดิ่งดังขึ้นยาวกว่าเดิม คนตัวเล็กที่หลบอยู่หลังตู้พร้อมกับถ้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ถูกบีบจนแน่นเพราะความกลัว เท้าเล็กค่อยๆก้าวไปดูหน้าประตูอย่างช่างใจ


ระยะห่างระหว่างชั้นหนังสือกับประตูห่างกันไม่ถึงห้าเมตร แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกว่าแต่ละครั้งที่ก้าวเท้ามันทำให้เขาเข้าใกล้กับอะไรบางอย่าง


มือเล็กค่อยๆจับลูกบิดประตูอย่างกล้าๆกลัวๆ เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรงเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วเริ่มบิดประตูช้าๆ


เสียงของประตูที่ดังขึ้นตามระยะทำให้เขาขนลุกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกจากความมืด


เปรี้ยง!!!


เสียงฟ้าร้องดังขึ้นพร้อมกับสายฟ้าแลบที่ส่องสว่างออกมา เงาปริศนาตรงหน้าเขาปรากฎขึ้นต่อหน้าเขาด้วยระยะที่ห่างไม่ถึงหนึ่งฟุต


คุณ...” เสียงของเงาปริศนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาและเย็นเยือก


อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!”


เจ้าของร้านหนังสือตกใจสุดขีดจนเผลอปาถ้วยโยเกิร์ตใส่เงาปริศนาอย่างแรง ขาเล็กๆอ่อนยวบทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ เท้าเล็กและมือบางค่อยๆถอยไปข้างหลังอย่างทุรนทุราย


ลมหายใจของเขาหอบถี่มากขึ้นพร้อมกับเสียงฝนที่ดังมากขึ้นเนื่องจากประตูที่เปิดอยู่ ดวงตาเล็กที่มีแต่ความกลัวจดจ้องอยู่หน้าประตู ริมฝีปากบางสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้ แรงบีบหัวใจหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ


แต่โชคก็ได้เข้าข้างเขาเมื่อไฟฟ้าบริเวณนั้นเริ่มทยอยติดกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เงาปริศนาได้หายไปทันที แต่มันกลับแทนทีด้วยชายปริศนาในชุดเสื้อยืดเปียกฝนสีเทาทับด้วยฮู้ดสีดำ กางเกงวอร์มสีเทาเข้มที่ลู่ไปตามลำขาแน่น


...กับถ้วยโยเกิร์ตที่หกราดหัวชายปริศนาคนนั้น...


ขอร้องล่ะ! อยากได้อะไรก็บอกดีๆ เดี๋ยวฉันจะสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าให้นายเอง!!!!” คนตัวเล็กที่ยังคงหวาดกลัวอยู่เอ่ยออกไปด้วยความหวาดกลัว


คุณ... ผมเป็นคน...”


...อะ อ้าวหรอ...


จริงอ่ะ...” เจ้าตัวยังคงไม่แน่ใจกับคนตรงหน้า


ถ้าไม่จริง ผมคงไม่มายืนตากฝนจนเปียกกับโยเกิร์ตเย็นๆของคุณหรอกครับชายปริศนาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะบรรยากาศที่หนาวเย็น ฝนที่เทกระหน่ำเริ่มเบาลงจนค่อยๆซา ชายตัวเล็กค่อยๆยืนขึ้นก่อนจะค่อยก้าวเข้าไปอยากกล้าๆกลัวๆ


“...” มือบางค่อยๆยื่นมือไปแตะอีกคนอย่างกล้าๆกลัวๆ จนอีกฝ่ายต้องส่งมือเข้าไปจับมือคนตัวเล็กอ้า!”


เชื่อผมยังคนตัวโตพูด


อา... มือเย็นเป็นบ้าเลย


ทำไมมือคุณเย็นล่ะ!” คนตัวเล็กรีบชักมือของตนกลับมาทันที


ก็ผมยืนตากฝนอยู่...” คนตัวโตถอนหายใจเบาๆแถมยังโดนโยเกิร์ตเย็นๆราดหัวมาอีกเมื่อกี้เลย


ผมขอโทษนะ แล้วคุณมีอะไรอ่ะ มากดกริ่งบ้านผมทำไมดึกดื่นขนาดนี้


ผมเห็นว่าร้านคุณเปิดไฟอยู่ เลยกะว่า...” เจ้าตัวเงียบลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาแรงๆเพราะความลำบากใจ


คุณ...”


ผมขออาศัยอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่งได้ไหมครับ...”


“...”


.


.


.


.


.


คุณนั่งก่อนสิ


คนตัวเล็กวางแก้วโกโก้ร้อนลงบนโต๊ะที่มีชายหนุ่มปริศนานั่งห่มผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่และผ้าคลุมผม


ขอบคุณครับชายหนุ่มพยักหน้าขอบคุณก่อนจะจิบโกโก้ร้อนที่อีกคนชงมาให้


งั้นผมขอถามคำถามคุณเลยนะ คุณเป็นใครเจ้าตัวถามพร้อมกับหยิบกระดาษขึ้นมาจด


ผมหรอชายหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย


ก็มีกันอยู่สองคน...” คนตัวเล็กว่าก่อนจะมองดูรอบๆว่าไม่มีอะไรหรือใคร


ผมชื่อแทดงครับ คิมแทดง  อายุยี่สิบเอ็ด ตอนนี้เรียนศิลปะการแสดงอยู่ครับ กำลังขึ้นปีสาม... แล้วคุณล่ะ


แทฮยอน โนแทฮยอน อายุยี่สิบห้า เป็นเจ้าของร้านเช่าหนังสือนี่แหละ


คุณอยู่คนเดียวหรอครับ


อืม ใช่แทฮยอนว่าก่อนจะเริ่มถามต่อว่าแต่ทำไมนายถึงต้องมาขออาศัยที่นี่ล่ะ


ผมทะเลาะกับที่บ้านน่ะครับเจ้าตัวถอนหายใจยาวๆออกมาด้วยความลำบากใจ


แล้วไม่มีอะไรติดตัวมาเลยหรอ?” แทฮยอนเคาะดินสอลงบนโต๊ะ


มีแค่กระเป๋าเงินกับของสำคัญครับ ผมยังพอมีเงินจำนวนหนึ่งน่ะครับ


ฉันถามได้มั้ยว่าทะเลาะอะไรกับที่บ้าน


เอ่อ...” แทดงหลบตาร่างเล็กพร้อมกับใช้นิ้วเรียวเคาะแก้วโกโก้อย่างช่างใจปัญหาครอบครัวนี่แหละครับ แต่มันรุนแรงมากๆ


อาหะ...” แทฮยอนจดอะไรบางอย่างลงไปในนั้นงั้นฉันถามหน่อย ทำไมฉันต้องให้ที่พักกับนายด้วย


ผมไม่มีใครแล้วครับ...”


มันเป็นคำตอบที่คนร่างเล็กได้ยินแล้วก็อดนึกถึงตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีครอบครัวหรอก แต่เขาเข้าใจดีว่าการอยู่คนเดียวและทำอะไรคนเดียวมันยากลำบากมากๆจริงๆ แทฮยอนถึงกับอดกลืนน้ำลายไม่ได้เมื่อได้ยินแบบนั้น มือบางที่เคาะดินสอถึงกับต้องหยุดลงเพื่อฟังคำพูดของเด็กหนุ่มร่างสูงตรงหน้า


นอกจากคนในบ้านนั้น ผมก็ไม่มีใครแล้วจริงๆครับ ผมไม่มีญาติแม้แต่คนเดียว


ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจแทนอีกฝ่าย


แล้วเพื่อนๆคนอื่นล่ะ


ผมเองก็อยากไปอาศัยกับเพื่อนนะครับ แต่ทุกคนที่ผมติดต่อได้ก็บอกว่าทางบ้านไม่ให้บ้าง ที่บ้านไม่สะดวกบ้าง แล้วผมก็ตัดสินใจเดินมาเรื่อยๆจนเจอร้านหนังสือพี่นี่แหละครับ


อืม...” แทฮยอนยกดินสอขึ้นแล้วใช้ริมฝีปากกัดพร้อมกับใช้ความคิดไปด้วย


ลำบากใจชะมัด...


ผมขอร้องล่ะครับ ผมยอมทุกอย่างเลย ผมขอแค่ที่พักกับอาหารก็พอ


เอางั้นหรอ...” แทฮยอนถามย้ำอีกครั้ง


ครับ


ฉันมีเงื่อนไข แลกกับที่พัก อาหาร เสื้อผ้าแทฮยอนเสนอเงื่อนไขข้อหนึ่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า


ครับ?” ชายหนุ่มตรงหน้าเบิกตากว้างเมื่อได้ยินว่าอีกคนจะยอมให้เขาพักที่นี่


ช่วยฉันทำงานที่นี่ ฉันจะฝึกนายเอง นายคงเดินดูรอบไปล้วแหละนะ ว่าที่ร้านหนังสือมันก็ค่อนข้างเยอะ ฉันอาจจะดูแลได้ไม่หมดหรอก ให้นายช่วยคงผ่อนแรงได้เยอะอยู่


แปลว่า...”


อื้มแทฮยอนพยักหน้าฉันให้นายพักอยู่ที่นี่ แต่ถ้านายเคลียร์กับที่ล้านหรือหาที่พักอื่นได้ นายต้องไปจากที่นี่นะ


ครับผม ผมรับข้อเสนอครับ!” ชายหนุ่มตรงหน้าโค้งศีรษะขอบคุณชายหนุ่มตัวเล็กอย่างดีใจขอบคุณจริงๆนะครับ


แทฮยอนเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกยินดี


เขาไม่รู้หรอก ว่าชายหนุ่มตรงนี้เป็นใคร เพราะเขาเองก็คาดหวังแค่ว่าเขาจะได้ลูกมือแรงดีคนหนึ่ง


เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดที่คาดหวังแค่ปัจจัยสี่เท่านั้น


มันเป็นแค่สัญญาลมปากเท่านั้นว่าทั้งสองคนจะพึ่งพากันในแบบเจ้านาย-ลูกน้อง




แต่รอยยิ้มของเด็กหนุ่มตรงหน้าของเขา... มันจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล...

 

 

 

 

 

TBC

 

 

TALK

 

สวัสดี มาเปิดคู่ที่สามให้แล้วน้า หายไปนานเลย พอดีช่วงนี้กำลังทะยอยอ่านนิยายที่ดองมาเป็นชาติด้วย เลยไม่ค่อยได้แต่งเลย


เมื่อวานที่ลงทีรามิสุไปนี่ก็แอบหวั่นๆว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง เพราะเขียนไปแบบด้นสดตลอดเลย คือเราเป็นคนที่จะพล็อตคร่าวๆไว้แต่ไม่ค่อยได้จดอ่ะ เพราะคิดว่าด้นสดยังไงก็จำได้ แต่มันผิดจ้า~


แต่เอาจริงๆสำหรับเรื่องทีรามิสุเราว่าเราเดินมาค่อนข้างถูกทางอยู่นะ แต่แค่ว่าเราไม่ได้กำหนดระยะเรื่องว่าจะจบตอนไหนเพราะเราตั้งใจที่จะเขียนไปเรื่อยๆ สักประมาณ30-40ตอน เยอะไปมั้ยอ่ะ กลัวรีดเดอร์เบื่ออยู่นะ/น้ำตาคลอ ยังไงก็อ่านกันไปเรื่อยๆน้า และเราสัญญาว่าเราจะพยายามพล็อตให้เนื้อเรื่องดีขึ้นนะคร้าบ/โค้ง


ส่วนเรื่องนี้ สำหรับเราพล็อตกยุนตะกับบินกุกยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ แต่พล็อตโนแทดงเราแข็งแรงมากๆ 55555 ขนาดว่าเป็นคู่รองนะเนี่ย แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้เราจะพยายามทำให้เข้าที่เข้าทางนะ เรื่องนี้เราคาดหวังประมาณ 40-60ตอนเลยอ่ะ ค่อนข้างยาวแบบยาวมากๆ กลัวรีดเดอร์จะเบื่ออ่ะ แต่เราจะพยายามเขียนให้ดีที่สุดนะ รักยูออลนะครับผม


แล้วก็สำหรับใครที่เคยอ่านจอยฟูลคาเฟ่ของเราในจอย เรามีข่าวดีมาบอกสำหรับชิปเปอร์กยุนตะทุกท่านว่าเราจะเขียนแบบมหากาพย์ยาวๆเลยสำหรับคู่นี้ เนื้อเรื่องจะเนิ่มตั้งแต่สามปีที่ทั้งสองคนรู้จักกันจนถึงปัจจุบันที่กลายมาเป็นคนป่วยแล้วนอนด้วยกัน/สปอยล์สุด แล้วก็อาจจะเสริมเนื้อเรื่องหลังจากนี้ไปด้วย เราเคยเขียนเรื่อง don’t forget ของบินกุกไปก็ 65 หน้า 22,000 คำ เลยคิดอยู่ว่าถ้าเราเขียนแบบมหากาพย์ยาวๆแบบนี้จะอ่านกันไหวมั้ย แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดน้า ขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนนะครับ รักทุกคนนะครับ งุงิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น