Love Blooms From Within (Kyunta / Binguk/ Nohtaedong)

ตอนที่ 1 : Chapter 01 : Hello My Lilac

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

::: CHAPTER 01 :::

 

 

#lbfwjbj

 

 

::: HELLO MY LILAC :::

 

 

 

 

 

SEVENTEEN : HELLO

 

BOA : FOX

 

BOA : WHO ARE YOU

 

 

 

 

 

สำหรับพวกคุณแล้ว การที่จะได้ดอกไม้สักดอกคืออะไรกัน? และมันเริ่มจากอะไร?


สำหรับใครหลายๆคนแล้ว การที่เราจบการศึกษาแล้วทำงานไม่ตรงกับสายการเรียนที่จบมา มันคงเป็นอะไรที่คิดๆดูแล้วอาจจะรู้สึกเสียดาย ว่าเราจะเรียนมาทำไมในเมื่อเราจบมาเราก็ทำงานไม่ตรงกับสิ่งที่เรียนมาเลย


แต่สำหรับคิมซังกยุนแล้ว การที่เค้าเลือกทำงานที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่เขาจบมามันก็คงจะไม่ได้แปลกอะไรหรอก แต่เพราะสิ่งที่เขาทำมันเป็นสิ่งที่ชอบไง


แต่ก่อนจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อนๆของเขาต่างพากันถามไถ่ถึงอนาคตของพวกเขาว่าอยากจะทำงานอะไรกัน


แบคโฮ จบไปมึงจะทำอะไรวะซองอูเอ่ยถามเพื่อนร่างหมี


ก็คงรับจ็อบร้องเพลงกลางคืนเนี่ยแหล่ะ แต่คงต้องไปหาร้านดีๆก่อนอ่ะเจ้าของชื่อเอ่ยกลับมาพร้อมกับดูดโกโก้ในแก้วไปพลางแล้วมึงอ่ะ ซองอู


กูก็คงไปเป็นประชาสัมพันธ์ที่ห้างซักที่อ่ะ แต่กูคงทนทำได้ไม่นานหรอกเจ้าตัวว่าแล้วล้มตัวพิงโซฟาหนัง บางทีคนขี้เบื่ออย่างกูก็คงไม่ควรเกิดมาทำงานอ่ะ


ก็อาจจะจริงของมึงแบคโฮว่าพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหันมายังชายหนุ่มอีกคนแล้วมึงล่ะ ซังกยุน


“…” ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมานอกจากอาการเหม่อลอยของเจ้าของชื่อพร้อมกับดูดน้ำมะม่วงปั่น


เห้!” ซองอูสะกิด


- หืม ห่ะ ว่า!?” เจ้าของชื่อที่กำลังเหม่ออยู่สะดุ้งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงซองอู


นี่มึงไม่ได้ฟังกูเลยใช่มั้ยเนี่ยแบคโฮถามพลางถอนหายใจ


อ๋อฟังๆ แต่ที่มึงถามล่าสุดอ่ะ ไม่


ไอเวร กูจะถามว่าถ้าเรียนจบแล้วมึงจะทำงานอะไรต่อแบคโฮถามซ้ำอีกรอบ


อ๋อกูเองก็ยั่งไม่แน่ใจว่ะ คือกูเองก็อยากทำอยู่หลายอย่างอ่ะ


แล้วอะไรที่มึงอยากทำที่สุดล่ะซองอูถามพลางขยับตัวเล็กน้อยให้นั่งได้ถนัดขึ้น


ก็ถ้ากูตอบไปมึงจะขำเปล่าวะซังกยุนมองหน้าเพื่อนสนิทของเขาสลับกัน


มันตลกขนาดที่พวกกูต้องขำเลยรึไงซองอูถามพลางขมวดคิ้วสงสัย เช่นเดียวกับแบคโฮ


ก็ไม่รู้ว่ะซังกยุนถอนหายใจออกยาวๆแต่กูอยากเปิดร้านดอกไม้อ่ะ


เอ้า! ก็ดีนี่!” ซองอูและแบคโฮตอบกลับแทบจะทันที


นี่พวกมึงไม่แปลกใจอะไรเลยหรอ!?” ซังกยุนทำหน้าประหลาดใจ


แปลกใจทำไมอ่ะ ปกติกูก็เห็นมึงในลุคคนอบอุ่นมาตลอดอยู่แล้วอ่ะ ทั้งรักสัตว์ รักหนังสือ รักกาแฟ รักธรรมชาติ แถมบางทีก็รักสันโดษ ชอบอยู่คนเดียว กูว่าเปิดร้านดอกไม้ก็เหมาะกับมึงดีออกแบคโฮเสริม


แถมมึงก็เป็นคนเรียนรู้เร็วอีก เอาจริงๆนะ มึงลองไปศึกษาเรื่องพวกนี้ดู กูว่ายังไงก็เหมาะกับมึง


พวกมึงคิดงั้นหรอ?” ซังกยุนถามเพื่อนสนิททั้งสองของเขาเพื่อความมั่นใจ แต่คำตอบก็เป็นเหมือนเดิมคือทั้งสองมองหน้ากันแล้วหยักหน้าให้เขา


กูไม่แปลกใจเลยนะ ถ้ามึงจะเปิดร้านดอกไม้ เพราะยังไงมันก็ดูเป็นสิ่งที่มึงรักอ่ะ พวกกูก็สนับสนุนแบคโฮพูดพลางดูดโกโก้อีกครั้ง


อืมงั้นกูก็ตัดสินใจแล้วแหละว่าจะทำ กูจะเปิดร้านดอกไม้ของกูด้วยตัวกูเองซังกยุนพูดออกมาอย่างมั่นใจจนเพื่อนๆของเขาอีกสองคนก็ตกใจไม่น้อยกับความมั่นอกมั่นใจในตัวเพื่อนของเขา


.


.


.


.


.

 

::: LOVE BLOOMS FROM WITHIN :::

 

 

 

 

 

อาอากาศดีจัง


ซังกยุนสูดอากาศหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับออกมายืนชมบรรยากาศย่านชานเมืองกรุงโซลที่ไม่ได้แน่นแออัดเหมือนในตัวเมือง ร่างสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตรกับกางเกงนอนขายาวตัวเดียวและกาแฟอเมริกาโน่ร้อนๆแก้วหนึ่งก็เพียงพอสำหรับเช้าวันนี้ของเขาแล้ว


หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะทำร้านดอกไม้หลังจากจบการศึกษามาประมาณสามเดือน ตอนนี้เขาก็ได้มีร้านดอกไม้เล็กๆที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับบ้านของเขา


ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆตอนเปิดร้านจะค่อนข้างลำบากสักนิดหนึ่งเพราะต้องทำความเข้าใจกับอะไรหลายๆอย่าง ทั้งการจัดร้าน การจัดการ การตกแต่ง ทำช่อดอกไม้ จัดกระถาง หรือแม้แต่กระทั่งภาษาของดอกไม้แต่ละชนิดที่มีความหมายแอบแฝง


ซังกยุนหันหน้ากลับเข้ามาในบ้านเพื่อดูนาฬิกาในห้องนอนที่บอกเวลาเกือบแปดโมง เขาจึงตัดสินใจเดินกลับเข้ามาเพื่อทำธุระส่วนตัวแล้วจะได้ไปเปิดร้านดอกไม้ของเขาเสียที


ร้านของเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับบ้านเขามากนัก ถ้านั่งรถไฟใต้ดินไปก็แค่สามสถานีก็ถึงร้านของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นจริงๆเขาไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนอะไรมาก แต่ด้วยเวลาเปิดร้านก็ต้องมีการจัดกระถางดอกไม้ใหม่ด้วยเนื่องจากมีต้นไม้บางต้นที่ใหญ่เกินจะเอาเข้าไปในร้าน และนอกจากนี้เขาก็ต้องรดน้ำต้นไม้อะไรให้อีก ซึ่งมันก็ค่อนข้างใช้เวลานาน แต่สำหรับคนรักธรรมชาติอย่างซังกยุนก็คงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับกิจกรรมนี้แน่นอน


ร้านดอกไม้ของคิมซังกยุนตั้งอยู่บนถนนเส้นหนึ่งในโซลที่ไม่ได้มีผู้คนพุกพล่านมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในถนนที่มักจะมีวัยรุ่นหลายๆคนมักจะเดินเล่นเหมือนกับเป็นถนนคนเดินที่เป็นที่นิยมสำหรับหลายๆคน เพราะมีทั้งร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆ คาเฟ่ ร้านของเล่น ร้านดอกไม้ ร้านหนังสือ และร้านขายเครื่องสำอางค์อีกมากมายที่วัยรุ่นสาวๆชอบมากเป็นพิเศษ


หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถึงสถานีที่หมายแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังร้านดอกไม้ของเขาเองแล้วค่อยๆเริ่มจัดการกับข้าวของต่างๆภายในร้านให้เข้าที่ก่อนที่จะเริ่มเปิดร้าน


โดยปกติร้านของเขาก็มักจะมีลูกค้าสาวๆมากมายเข้ามาดูต้นไม้เล็กๆพร้อมกับขอคำแนะนำในการเลี้ยง โดยเฉพาะต้นกระบองเพชรต้นเล็ก หรือบ้างก็มีหนุ่มๆบางคนมาขอให้ช่วยทำช่อดอกไม้ให้ แต่ดูเหมือนว่าร้านของเขาจะเน้นขายต้นกระบองเพชรเสียมากกว่า เพราะด้วยความหล่อของเจ้าของร้านเองนี่แหละที่เป็นต้นเหตุ


การตกแต่งภายในร้านเป็นแนวธีมสีขาว โต๊ะและชั้นวางของต่างๆจะเป็นไม้อัดสีอ่อนกับกระเบื้องสีขาวเพื่อให้มีความขัดกันระหว่างสมัยใหม่กับความมินิมอล การจัดวางดอกไม้ภายในร้านจะจัดแยกโทนสีและขนาดเอาไว้ ของชิ้นเล็กๆจะวางไว้รอบนอกของชั้นต่างๆ ส่วนของที่ใหญ่ขึ้นไปก็จะวางอยู่รอบในๆเข้าไป ทำให้ดูน่าดึงดูดและเป็นระเบียบ


เวลาประมาณสิบโมงเช้า หลังจากที่เขาเปิดร้านได้แค่เพียงชั่วโมงหนึ่งก็มีลูกค้าสาวๆเข้ามาแอบดูเจ้าของร้านวัยยี่สิบสามสองสามปีที่เป็นที่กล่าวขานว่าหล่อเหลาเอาการ เอาจริงๆ สำหรับซังกยุนแล้ว เขาอาจจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่ต้องเจอสายตาของใครหลายๆคนที่มองมาที่เขา


เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นขึ้นรายชื่อว่าเป็นร้านชื่อของเด็กส่งดอกไม้ที่มาส่งดอกไม่ให้เขาเป็นประจำ


ฮัลโหล อึยอุง ว่าไงซังกยุนรับโทรศัพท์แล้วตอบรับคนปลายสายทันที


(ดอกไม้มาถึงแล้วครับ อีกประมาณห้านาทีน่าจะถึงร้านครับผม) คนปลายสายตอบกลับมา


อึยอุงเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดที่มารับงานเป็นเด็กส่งดอกไม้ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนก่อนที่จะขึ้นม.ปลายปีสอง ด้วยความที่เขารู้สึกว่าช่วงปิดเทอมเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากจะนอนอยู่บ้านใช้เวลาให้เสียเปล่าไปวันๆ เขาจึงตัดสินใจมาเป็นเด็กส่งของ และหนึ่งในร้านที่ต้องมาส่งประจำก็คือร้านของซังกยุนนี่เอง


โอเค ถ้าถึงร้านเดี๋ยวพี่ออกไปรับของนะ ขอบคุณมากๆนะพอพูดขอบคุณเสร็จ เจ้าของร้านดอกไม้ก็วางสายทันทีแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นบ้างสลับกับอ่านหนังสือบทความต่างๆที่เขาชื่นชอบ


เขามักจะพัฒนาตัวเองด้วยการอ่านข้อความต่างๆบนหนังสือประเภทนี้ เขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ดูแล้วน่าค้นหาตรงที่เขาไม่ได้เป็นคนที่ติดใช้โทรศัพท์เหมือนกับวัยรุ่นในวัยเดียวกับเขา แต่เขาก็ยังดูค้นหาอีกเมื่อเขาเองก็รักทั้งการถ่ายรูปและการเขียนอะไรบางอย่างลงในไดอารี่ของเขา โดยเฉพาะการอ่านที่เขาหลงไหลเป็นที่สุด


และไม่นานเกินห้านาทีก็มีรถส่งของมาถึงพร้อมกับเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดที่ลงมาเปิดท้ายรถขนของก่อนจะค่อยๆเริ่มขนย้ายของลงมา ซังกยุนเดินออกไปหน้าร้านเพื่อรอรับของและเซ็นเอกสารรับของ


มีทิวลิป กุหลาบ คาโมมาย คาเนชั่น ไอริส ทานตะวัน เดลฟี ไฮเดรนเยียร์ ดาวเรือง กล้วยไม้ ฟรีเซีย ป็อปปี้ ลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์ ไฮยาซิน  ฟอร์เก็ตมีน็อต ลาเวนเดอร์ ไลแลค รวมแล้วสิบเจ็ดรายการนะครับ ได้ครบนะครับพี่ซังกยุน?” อึยอุงไล่เช็ครายการของพร้อมกับเอ่ยไปด้วยจนแน่ใจแล้วว่าครบ


อาพี่ว่าครบนะซังกยุนยืนดูรายการของอย่างตั้งใจว่าไม่มีอะไรขาดตกไปครบแล้วๆ


ครับผม งั้นผมกลับแล้วนะครับอึยอุงโค้งหัวเล็กน้อยก่อนที่จะปิดประตูรถขนของ พอจะกลับไปนั่งที่ฝั่งข้างคนขับ ซังกยุนก็พูดรั้งไว้ก่อน


เอ้อเดี๋ยวอึยอุงซังกยุนเปิดกระเป๋าเงินของเขาก่อนจะยื่นธนบัตรพันวอนสองใบให้เด็กชายวัยสิบหกค่าขนม ขอบคุณมากเลย เก็บเอาไว้เถอะ


อาขอบคุณมากๆครับ!” ดวงตาของอึยอุงเป็นประกายทันทีที่เห็นก่อนที่จะโค้งให้ซังกยุนอีกครั้งฟพร้อมกับพุดขอบคุณ


ตั้งใจทำงานนะเราซังกยุนโบกมือเบาๆขณะที่เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดเดินกลับขึ้นไปนั่งที่ฝั่งข้างคนขับแล้วแล่นรถออกไป ซังกยุนค่อยๆหันกลับมาทยอยขนกระถางเข้าไปในร้านเรื่อยๆ


ไม่นานนักเขาก็เหลือแค่กระถางสุดท้ายดอกไลแลค


อา…” ซังกยุนใช้หลังมือปาดเหงื่อเล็กน้อยกระถางสุดท้ายแล้วซังกยุนย่อตัวลงแล้วก็ค่อยๆยกกระถางดอกไลแลคขึ้น


แต่ก่อนที่เขาจะได้หันตัวกลับไปก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามาชนกับเขาเข้าอย่างจังจนกระทั่งทั้งสองคนล้มลงไป


เหวอ!/โอ๊ย!”


โครม!!/เคร้ง!!”


ทั้งกระถางดอกไม้ที่แตกและของภายในกล่องลังของอีกคนต่างเสียงกายและกระจัดกระจายออกไป ซังกยุนค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆไปดูคู่กรณีที่ล้มอยู่


คุณ คุณ! คุณเป็นอะไรรึเปล่าซังกยุนย่อตัวลงแล้วค่อยๆพยุงตัวชายคู่กรณีให้ลุกขึ้นยืน


โอยไม่เป็นไรครับ ผมขอโทษนะครับ ผมทำกระถางดอกไม้คุณแตกเลย


ไม่เป็นไรครับ ผมมีกระถางสำรองอยู่ แต่ของของคุณเถอะ ถุงกาแฟคุณหกกระจัดกระจายหมดเลยซังกยุนพูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าของชายคู่กรณีที่ตกใจมาก


อา! หกหมดเลย…” ชายคู่กรณีรีบก้มลงไปเก็บเมล็ดกาแฟคั่วที่หล่นกระจัดกระจายไปตามพื้นด้วยความรู้สึกเสียดาย


ผมขอโทษด้วยนะครับ ถ้าผมลุกขึ้นมาดีๆ คุณอาจจะไม่ต้องเจออะไรแบบนี้ซังกยุนเองก็กล่าวขอโทษเช่นกัน


ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่ถุงเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก ผมเหลืออีกตั้งหลายถุงชายคู่กรณีพูดแบบปลอบใจตัวเองเพื่อจะได้ไม่ให้ซังกยุนรู้สึกผิดไปมากกว่านี้คุณไม่ผิดหรอก ผมต่างหากที่ผิดที่เดินไม่ยอมมองทาง


เราเองก็ผิดทั้งคู่นั่นแหละครับ…” ซังกยุนว่าพร้อมกับย่อตัวลงช่วยเก็บเมล็ดกาแฟที่ยังพอจะใช้ได้ให้มากที่สุดผมว่าที่เหลือคงใช้ไม่ได้แล้วหล่ะครับ เพราะว่าคงไม่สะอาดแล้ว


ครับผม ขอบคุณนะครับ แล้วดอกไม้ของคุณ…”


อ๋า ผมลืมไปเลยซังกยุนรีบผละออกมาแล้วเดินไปดูดอกไลแลคที่หล่นกระจัดกระ ซังกยุนหยิบกระถางดอกไม้ที่อยู่ด้านข้างของร้านแล้วค่อยๆใส่ดอกไลแลคลงไปในกระถางอย่างเบามือ มือหนาค่อยๆปัดตามตามดอกไม้เบาๆเพื่อไม่ให้เลอะเศษฝุ่น


นั่นใช่ดอกไลแลคหรอครับ?” ชายคู่กรณีเอ่ยถามพร้อมกับค่อยๆย่อตัวลงมาช่วยโกยดินบางส่วนหลังจากเก็บเมล็ดกาแฟเรียบร้อยแล้ว


ครับ…” ซังกยุนตอบกลับพร้อมกับหันมามองอีกคน เขาค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายรู้จักน้อยคนนะครับที่จะรู้จักดอกไลแลค


ผมเองก็เคยอ่านเจอมาน่ะครับ ว่าดอกไม้มันก็มีความหมายของมันชายคู่กรณียกยิ้มจนเห็นเขี้ยวที่มุมปาก


ซังกยุนแอบคิดในใจเข้าข้างตัวเองเล็กน้อย ว่าคนตรงหน้าเป็นคนคนหนึ่งที่ดูอยากรู้อยากเห็น


คุณรู้จักความหมายของมันหรอครับ?” ซังกยุนเอ่ยถามเพราะเขารู้สึกว่าคนตรงหน้าน่าจะสนใจในเรื่องของดอกไม้อยู่ไม่น้อยดอกไลแลคน่ะ


ผมไม่รู้หรอกครับ…” ชายคู่กรณีตอบกลับมาทันทีแต่ผมว่ามันก็น่าจะมีความหมายดีๆนะครับ


รอยยิ้มของชายคู่กรณีผุดขึ้นมาอีกครั้ง อยู่ดีๆซังกยุนก็มีความรู้สึกแปลกๆขึ้นมาพร้อมกับข้อความข้อความหนึ่งที่เขาเคยอ่านมาแล้ว


.


.


.


A first love always occupies a special place (Lee Konitz)”


(รักแรกมักจะอยู่ในสถานที่ที่พิเศษเสมอ)


ไม่รู้ว่าชีวิตของเขามันเล่นตลกหรืออย่างไร แต่เขารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าของเขา


.


.


.


ช่างน่ารักและน่าสนใจเสียเลยเกิน


.


.


ทิ้งกลิ่นน้ำหอมที่เข้ากับกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วหอมๆ


ทั้งการแต่งตัวที่ดูเข้ากับตัวเขา


แว่นตาแฟชั่นกลมๆกับหมวกเบเล่ต์


ทั้งเสื้อแขนยาวและกางเกงยีนต์ที่เข้ากัน


.


.


.


เอ่อ…” ชายหนุ่มคู่กรณีลุกขึ้นยืนผมขอตัวกลับไปร้านของผมก่อนนะครับ


เดี๋ยวก่อนครับคุณ!” หลังจากที่ซังกยุนนั่งเหม่ออยู่ เมื่อได้ยินชายคู่กรณีขอตัว ซังกยุนจึงรีบรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ซังกยุนกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าไปในร้านก่อนที่จะเดินกลับมาพร้อมกับกรรไกรปต่งดอกไม้แล้วตัดดอกไลแลคออกมาช่อหนึ่งแล้วยื่นใส่ลงในกล่องลังเมล็ดกาแฟของอีกคน


ครับ?” ชายหนุ่มตัวเล็กมองด้วยึวามสงสัยที่อยู่ดีๆซังกยุนก็ใส่ช่อดอกไลแลคสีม่วงอมชมพูเข้ามาในกล่องลังไม้ของเขา


ถือว่าเป็นของไถ่โทษที่ผมทำเมล็ดกาแฟคุณเสียหายแล้วกันนะครับซังกยุนเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อยเอ้อ ผมยังไม่ได้ถามชื่อคุณเลย คุณชื่อ-”


เคนตะครับ ทาคะดะ เคนตะชายหนุ่มร่างเล็กเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อยแล้วคุณล่ะครับ


ซังกยุนครับคิมซังกยุนร่างสูงเอ่ยแล้วพยักหน้าเบาๆผมขอตัวกลับไปเฝ้าร้านก่อนนะครับ แล้วก็อย่าลืมเอาดอกไลแลคใส่แจกันไว้นะครับ มันจะได้ไม่แห้งเร็วเมื่อพูดจบ เคนตะก็โค้งเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปช้าๆ


ซังกยุนค่อยๆมองชายร่างเล็กเดินจากไป ชายหนุ่มที่ตัวเล็กกว่าเขาไม่กี่เซนติเมตร หมวกเบเล่ต์ที่ดูแล้วเหมาะกับอีกฝ่าย เรือนผมสีบลอนด์และเขี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์นั่นอีก


อยู่ดีๆเขาก็กลับนึกถึงความหมายของดอกไลแลคขึ้นมาพอดี ซังกยุนยกยิ้มกับตัวเองเพราะความคิดบ้าๆของเขา


ยินดีที่รู้จักนะครับดอกไลแลคของผม


(ยินดีที่รู้จักนะครับ...)


.


.


.


.


.


(...รักแรกพบของผม...)


TBC


 


 

TALK


อันนยอง มาเปิดตอนเรื่องใหม่แล้วววววว ตัวละครหลักสองคนกับตัวละครเสริมอีกสองคน สำหรับใครที่สงสัยว่าความหมายของดอกไลแลคคืออะไร จริงๆมีสองความหมายนะ ความหมายนึงคือรักแรกส่วนอีกความหมายนึงคือความอ่อนวัยและไร้เดียงสา


เรา มาปล่อยแค่นี้ก่อนนะครับ ถ้าสอบเสร็จเดี๋ยวเราสัญญาว่าจะมาต่อ หลังวันที่ 14 ตอนที่สองมาแน่นอน ไปละเน้อออ บรัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #9 Mheerinstarx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 14:08
    คือนี่แบบกรี้ดเลย เขินมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ รักแรกพบของซังกยุน ผู้ชายรักสันโดษ ฮืออสหสกสกสสกสกวไวกบกบหยบหบกยกยกสแส เคนตะจังก็น่ารักมากๆๆๆๆเลย
    #9
    0
  2. #2 Amewa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:08
    เขินมากค่ะ ความรักแรกนี้///// รู้สึกว่าบรรยากาศช่างอบอุ่นมากเลย อาจเพราะเรื่องเกิดขึ้นท่ามกลางดอกไม้และกลิ่นกาแฟ ฮืออ รอติดตามต่อนะคะ
    #2
    0