คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Fic Twice : Wild [Dahyun x Chaeyoung] Fic Twice : Wild [Dahyun x Chaeyoung] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




We’re alike you and I
Two blue hearts locked in our wrong minds






Troye Sivan - WILD ft. Alessia Cara



เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ค. 59 / 01:05




ฉันได้แต่ฟังเรื่องราวที่ใครๆเขาพูดกัน...

 

 

เรื่องที่ว่าเธอคนนั้นเป็นคนแบบไหน

 

 

 

“พวกแกรู้ข่าวที่ว่าพี่แจบอมปีสามขอพี่ดาฮยอนเป็นแฟนหรือยัง?”

 

“เดี๋ยวเมื่อไหร่?”

 

“เมื่อวานนี้เลย มีคนเห็นว่าสองคนนั้นคุยกันที่ทางเดินระหว่างตึกสามตอนเย็น”

 

“แค่คุยกันแล้วแกรู้ได้ไงว่าพี่แจบอมเขาขอเป็นแฟน?”

 

“มันจะไป...”

 

 

มันจะไปเดายากอะไร

 

 

ซน แชยองเผลอยิ้มออกมาเมื่อเธอเดาคำที่เพื่อนรักกำลังจะพูดต่อไปในใจได้ถูกต้องทุกพยางค์ เธอเคาะดินสอกับโต๊ะเรียนเป็นจังหวะและรอเวลาที่ออดเริ่มคาบเรียนจะดังขึ้น เพื่อที่พวกกลุ่มเพื่อนช่างคุยพวกนี้จะได้สลายตัวออกจากรอบโต๊ะของเธอเสียที การวาดรูปโดยมีเสียงเด็กผู้หญิงสี่ห้าคนกรอกอยู่ข้างหูดูจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนสมาธิเสียง่ายอย่างเธอซึ่งความผิดส่วนหนึ่งแชยองก็จะขอรับไว้เองโทษฐานที่ตัดสินใจผิดมาเลือกที่หนึ่งอยู่ที่โต๊ะตำแหน่งศูนย์กลางของกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างนี้

 

“แต่พี่ดาฮยอนเขาดูจะสนิทกับพี่ยูคยอมที่อยู่ปีสองเหมือนกันมากกว่านะ ฉันว่าเขาไม่น่าจะชอบคนที่แก่กว่าหรือเปล่า?”

 

เสียงแสดงความคิดเห็นจากเพื่อนอีกคนแทรกขึ้นมาและตอนนี้แชยองเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ จริงอยู่ว่าเธอเป็นคนเงียบๆโดยปกติอยู่แล้วแต่ไม่ใช่กับเรื่องที่เธอรู้ข้อมูลดี แชยองพร้อมเสมอที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างละเอียดกับเรื่องที่เธอรู้ลึกรู้จริง

 

แต่กับเรื่องของรุ่นพี่คิม ดาฮยอน...รุ่นพี่ชั้นมัธยมปลายปีสองที่มีบ้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านของเธอ ผู้มีตำแหน่งเป็นทั้งกรรมการนักเรียน เป็นทั้งพิธีกรในแทบจะทุกงานของโรงเรียน เป็นรุ่นพี่ที่นักเรียนชายชอบและนักเรียนหญิงทั้งหลายก็ยกให้เป็นไอดอลไม่เว้นแม้แต่พวกเพื่อนในกลุ่มของเธอ เรื่องนี้แชยองไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างไร

 

 

เธอแค่แน่ใจว่าดาฮยอนไม่ได้กำลังคบกับแจบอม หรือยูคยอม หล่อนไม่ได้กำลังคบกับคนที่แก่กว่า หรือคนอายุเท่ากัน


ไม่ใช่ทั้งนั้น

 

 

ก็เมื่อคืนที่หล่อนแอบปีนเข้ามาในห้องเธอทางหน้าต่างหล่อนยังบอกด้วยตัวเองอยู่เลยว่าหล่อนรักเธอคนเดียว...

 

 



“แชยอง”

 

“ฮื่อ?”

 

“แชยอง สนใจพี่หน่อย”

 

“เดี๋ยวก่อน กำลังจะแก้โจทย์ได้แล้วเนี่ย”

 

แชยองยิ้มขำทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวเลขตรงหน้า คนร้ายกาจที่ก่อนหน้านี้แอบเข้ามาในห้องเธอผ่านทางหน้าต่างโดยทักษะการปีนต้นไม้ขั้นสูงกำลังเท้าคางมองหน้าเธออยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะญี่ปุ่นก่อนจะใช้เท้าสะกิดที่หน้าแข้งของเธอจนเธอยอมเงยหน้าขึ้นขานรับ

 

“ว่าไงคะ?”

 

“พี่รักเธอนะ”

 

พูดจบก็ยิ้มจนทำให้ตาที่ตี่อยู่แล้วยิ่งตี่มากกว่าเดิมอีก แชยองว่าคนตรงหน้าว่ากวนประสาทแต่ก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองหุบยิ้มได้

 

“รักฉันจริงเหรอ? ไหนมีคนบอกว่าพี่แจบอมเขามาจีบพี่ ไม่ใช่ว่าหวั่นไหวกับคนอื่นไปแล้วหรือไง?”

 

“พี่แจบอมก็แค่รุ่นพี่ในชมรม เห็นหน้ากันมาตั้งนานแล้วจะมาหวั่นไหวได้ยังไงกันเล่า”

 

“กับฉันก็เห็นหน้ากันมาตั้งแต่ไม่กี่ขวบไม่ใช่เหรอคะ ทำไมหวั่นไหวได้?”

 

“ก็หวั่นไหวกับเธอไปแล้วไงเลยหวั่นไหวกับคนอื่นอีกไม่ได้” แชยองรู้ดีอยู่แล้วว่าดาฮยอนน่ะลื่นเป็นปลาไหลแต่เธอก็ยอมใจอ่อนกับมุกฝืดๆพวกนี้อยู่ร่ำไป อันที่จริงเธอก็ยอมหล่อนตั้งแต่ตอนที่หล่อนมาเคาะกระจกขอให้เธอเปิดหน้าต่างห้องนอนให้ก่อนหน้านี้แล้ว

 

“แชยอง”

 

“ว่า?”

 

“พี่รักเธอนะ รักเธอคนเดียวด้วย”

 

“รู้แล้ว พอแล้วน่า”

 

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เธอยอมให้ดาฮยอนเรียกเพื่อจะบอกว่ารักอยู่อย่างนั้นอีกหลายต่อหลายครั้งทั้งที่รู้ดีว่าหล่อนไม่มีมุกอื่นมาเล่นอีกและมันก็เสียเวลาชีวิตของเธอมาก

 

แต่จะทำไงได้...ก็เธอยอมหล่อนมาตั้งแต่จำความได้แล้วนี่นา

 

 

 

 

“รุ่นพี่ที่ฉันรู้จักบอกว่าพี่ดาฮยอนน่ะเรียนเก่งมากเลยนะ ถึงจะเป็นเด็กกิจกรรมแต่ผลการเรียนก็ไม่เคยตกเลย”

 

ในเมื่อการอภิปรายเรื่องส่วนตัวของดาฮยอนยังคงดำเนินต่อไปแชยองจึงจำเป็นจะต้องนั่งฟังสิ่งที่เพื่อนของเธอพูดอย่างเสียไม่ได้

 

“ใช่ๆ ฉันก็เคยได้ยินมาว่าพี่ดาฮยอนเก่งวิชาภาษาอังกฤษมากเลย ไม่น่าแปลกใจเลยนะว่าทำไมถึงมั่นใจเวลาพูดประชาสัมพันธ์ออกไมค์ขนาดนั้น”

 

ภาษาต่างประเทศกับคิม ดาฮยอนน่ะเหรอ? แชยองได้แต่ยิ้มขำกับข่าวลือไร้ที่มาและไร้ความจริงที่เพื่อนของเธอยกขึ้นมาพูด เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดาฮยอนจะสามารถพูดประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างฉะฉานอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่าถ้าไม่ได้คนติวเข้มให้อย่างเธอ

 

 

 

“คำนี้มันอ่านว่าทู-วิ-เชิ่น ไม่ใช่ ทวย-ชั่น นะพี่”

 

แชยองเอาปากกาเคาะมือของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะญี่ปุ่นไปหนึ่งทีเมื่อได้ยินอะไรแปลกๆในบทพูดที่หล่อนจะต้องพูดประชาสัมพันธ์พรุ่งนี้เช้าที่โรงเรียน ดาฮยอนพยักหน้าก่อนจะเริ่มอ่านใหม่ แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ก็ไม่วายฉวยมือที่เพิ่งใช้ตีมือตัวเองไปกุมไว้แน่น ไม่ว่าจะดึงออกอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งแม่ของแชยองเคาะประตูเข้ามาเพื่อเอาขนมมาให้ดาฮยอนถึงค่อยปล่อยมือของเธอและหันไปยิ้มหวานให้คนที่เพิ่งมาใหม่

 

“ขอบคุณนะคะแม่”

 

“ไม่ต้องเอาขนมมาให้พี่ดาฮยอนหรอกแม่ คนอะไรกินเปลือง” แชยองบ่นอุบอิบก่อนจะโดนเขกหัวโดยคนเป็นแม่ไปหนึ่งที พอดาฮยอนมาที่บ้านของเธอแบบปกติ(ที่ไม่ใช่ปีนเข้าทางหน้าต่าง) แม่ของแชยองก็มักจะดูแลหล่อนเกินหน้าเกินตาเสมอ บางทีเธอก็แอบคิดว่าแม่อาจจะอยากได้หล่อนเป็นลูกสาวอีกคนก็ได้

 

“ทำไมชอบดุพี่เขาจังเลยนะเราเนี่ย” พอเธอเห็นดาฮยอนพยักหน้าเออออตามแชยองก็นึกอยากจะตีคนตรงหน้าอีกสักที

 

 

“เพราะดุแบบนี้ล่ะสิถึงยังไม่มีแฟนสักที”

 

จบประโยคนั้นดาฮยอนก็หยุดทุกปฏิกิริยาตอบโต้กับแม่ของแชยองทันที หล่อนหันมาสบตากับคนเด็กกว่าแล้วก็หลบไปมองที่อื่นแทน ดาฮยอนทำได้เพียงตอบปฏิเสธพลางยิ้มแหยเมื่อแม่ของเธอถามเอาว่าเธอมีหนุ่มที่ไหนมาจีบบ้างหรือยัง แชยองใช้เท้าสะกิดเป็นสัญญาณว่าให้เลิกคุยเรื่องนี้กับแม่ของเธอต่อเสียที จริงอยู่ที่ว่าแม่ของเธออาจจะรักดาฮยอนมากเหมือนลูกตัวเองแต่แชยองไม่คิดว่าหล่อนจะยอมให้รุ่นพี่บ้านตรงข้ามคนนี้เปลี่ยนจากลูกสาวเป็นลูกเขย แชยองพนันว่ามันเป็นแบบนั้นกับเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของทุกบ้านในประเทศที่เธออาศัยอยู่ แล้วดาฮยอนน่ะจะไปรู้อะไรเรื่องที่เธอมีใครมาจีบหรือไม่มี...เวลาอยู่ต่อหน้าที่โรงเรียนก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ

 

“อ-อ่า มาอ่านต่อดีกว่าเนอะ ทุยชั่นใช่ไหมคำนี้?” หลังจากตอบเลี่ยงคำถามยืดยาวของแม่เธอไปสักพักสุดท้ายหล่อนก็ตัดบทได้สำเร็จ

 

“ทู-วิ-เชิ่น ค่ะ อ่านผิดอีกรอบฉันจะไม่ช่วยแล้วนะ”

 

 

 


 

“มีคนบอกว่าพี่ดาฮยอนร้องเพลงเพราะด้วยนะ”

 

“เรื่องจริงหรือเปล่าแชยอง?”

 

หลังจากพากันขุดคุ้ยความดีความงามของรุ่นพี่คนดังมาพูดกันไม่หยุดราวกับว่าดาฮยอนเป็นเทวดาในร่างมนุษย์ ในที่สุดไฟก็เริ่มลามมาที่บ้านของแชยองจนได้ ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเคาะดินสอและปล่อยให้พวกหล่อนพูดเลยด้วยซ้ำ

 

“ล-แล้วทำไมต้องถามฉันด้วยเล่า?”

 

“ก็แกเคยบอกว่าบ้านแกอยู่ใกล้บ้านพี่ดาฮยอนไม่ใช่เหรอ? แกน่าจะรู้จักพี่เขาดีกว่าพวกเราสิ”

 

 

“ไม่หรอก เราไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากเท่าไหร่”

 

 

แชยองตอบ จะว่าไปคำตอบนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นคำโกหกแต่อย่างใด ทุกครั้งที่เธอกับดาฮยอนได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ถ้าหล่อนไม่ได้ไปคึกมาจากไหนแล้วตั้งใจมากวนประสาทเธอ เธอทั้งสองคนก็จะแค่อ่านหนังสือด้วยกันแบบเงียบๆ ดาฮยอนคนพูดเก่งสามารถเปลี่ยนเป็นดาฮยอนคนที่ไม่พูดได้เป็นชั่วโมงเพราะระหว่างเรามันไม่จำเป็นจะต้องมีภาษาอะไรมาสื่อสารกันให้มากความ ไม่จำเป็นจะต้องแปลความหมายและไม่จำเป็นจะต้องเรียบเรียงรูปประโยคอะไรทั้งนั้น ภาษาที่ใช้พูดแทนทุกคำในใจได้ถูกบอกผ่านภาษากายไปแล้วทั้งหมด

 

 



 

“อื้อ”

 

“ชู่ว เบาหน่อย”

 

“พี่นั่นแหละเบาหน่อย ฉันบอกว่าอย่าอ๊ะ!

 

ดาฮยอนทำหน้าเหยเกเมื่อถูกคนที่นอนอยู่ใต้ร่างฟาดแขนเข้าที่ไหล่อย่างจัง แสงจากโคมไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำของแชยองที่เมื่อครู่เผลอส่งเสียงแปลกๆออกไป เธอกัดริมฝีปากของตัวเองก่อนจะส่งสายตาคาดโทษไปให้คนอายุมากกว่า

 

“บอกว่าอย่าทำให้เป็นรอยไง” ดาฮยอนไม่ได้โต้ตอบในทันที หล่อนแค่ยกมือขึ้นมาแตะบริเวณต้นคอของแชยองตรงที่เพิ่งจะประทับริมฝีปากลงไปเพื่อตรวจสอบ

 

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมพ่อและแม่ของเธอจึงไม่ควรได้รู้ว่าลูกบ้านตรงข้ามเข้ามาหาเธอถึงห้องนอนแทบทุกวัน ถ้าวันไหนดาฮยอนแค่อยากจะมาอ่านหนังสือกับเธอหล่อนก็สามารถเดินมากดกริ่งและขออนุญาตขึ้นมาอยู่กับเธอได้ แต่กับวันแบบนี้...แชยองคิดว่าพ่อแม่คงสงสัยแน่ว่าพวกเธอจะอ่านหนังสือกันดึกเกินไปไหม

 

“มันไม่มีรอยเลยนะเนี่ย พี่ทำแรงไปเหรอ?” แชยองพยักหน้า ดาฮยอนละมือจากต้นคอของคนที่ถูกคร่อมอยู่ไปลูบเส้นผมนุ่มอย่างเบามือ หล่อนจูบลงที่หน้าผากของเธอแล้วค่อยพูดต่อ

 

“โอเค งั้นต่อไปพี่จะทำเบาๆนะ อย่าเสียงดังล่ะ”

 

แทนคำตอบรับประโยคนั้น แชยองรั้งคอเสื้อของอีกคนให้โน้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนปากของเธอ สิ่งที่ดีที่สุดของปากดาฮยอนไม่ใช่ตอนที่มันกำลังเอ่ยถ้อยคำชวนให้ผู้ฟังรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ หรือคล้อยตาม แต่กลับเป็นตอนที่มันกำลังสัมผัสไปบนริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลอย่างตอนนี้ต่างหาก เธอยอมเสียสละคำพูดทั้งหมดที่อยากจะบอกคนตรงหน้าไปเลยก็ได้ถ้ามันทำให้ได้จูบของหล่อนกลับมาเป็นสิ่งตอบแทน

 

 

 

 

 

“แกว่าพี่ดาฮยอนเขาจะขี้เม้าท์แบบพวกเราไหมวะ?”

 

“ฉันว่าเขาดูเป็นคนดีเกินกว่าที่จะไปนินทาใครว่ะ ชีวิตดีอยู่แล้วจะไปอิจฉาใครให้เสียเวลาทำไม”

 

“นี่คนหรือนางฟ้าวะ...ที่พวกแกกำลังพูดถึงกันอยู่เนี่ย?”

 

ในที่สุดแชยองก็มีโอกาสได้พูดแทรกขึ้นมาบ้าง เธอขำจนกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อได้ยินคำชมที่เกินจริงเกี่ยวกับคิม ดาฮยอนและนั่นทำให้เหล่าสาวกของหล่อนพากันมองเธอราวกับเป็นตัวประหลาด

 

“มันไม่มีหรอกเว่ย คนที่ไม่เคยนินทาใครน่ะ” แชยองพูดต่อเพื่อแสดงสิ่งที่เธอหมายความถึง เพื่อนของเธอพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นใหม่แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ที่เรื่องของดาฮยอน

 

เธอได้แต่ฟังเรื่องที่ใครๆพูดกัน เรื่องที่ว่าหล่อนเป็นคนแบบไหน หล่อนเก่งเรื่องอะไรบ้าง แชยองอยากจะคิดว่าตัวเองเป็นคนที่รู้เรื่องของดาฮยอนมากที่สุดคนหนึ่งแต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ ความจริงแล้วบางทีเธอก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่เคยรู้เลยว่าตกลงแล้วดาฮยอนเป็นคนแบบไหนกันแน่

 

 

 

 

 

“เคยอยากหายตัวไปจากที่ที่เราอยู่ตอนนี้บ้างหรือเปล่า?”

 

ดาฮยอนถามเธอแบบนั้นในวันที่เธอทั้งสองคนตัดสินใจกลับจากโรงเรียนช้ากว่านักเรียนคนอื่นๆ หล่อนกำลังนอนหนุนตักของแชยองโดยไม่สนใจว่าพื้นคอนกรีตบนดาดฟ้าอาคารเรียนมันจะแข็งจนทำให้เจ็บหลังมากขนาดไหน แชยองพิงหลังกับราวบันไดที่เชื่อมชั้นด้านล่างขึ้นมายังพื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้แล้วเหม่อมองไปยังท้องฟ้าสีส้มด้านหน้า

 

“แล้วฉันเอาพี่ไปด้วยได้ไหม?” ดาฮยอนยิ้ม หล่อนหลับตาพริ้มก่อนจะพูดต่อ

 

“ได้ หายไปด้วยกันสองคนได้”

 

“อืม งั้นก็น่าไปอยู่”

 

 

“แต่อยู่ที่นี่ก็มีคนที่รักพี่อยู่ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ? ไม่ชอบหรือไง?” แชยองถาม

 

“พวกเขารักพี่ แต่พวกเขาไม่ได้รู้จักพี่จริงๆนี่นา”

 

ดาฮยอนถอนหายใจราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แชยองเหลือบมองดวงตาที่ปิดอยู่ด้วยหวังว่าอีกเดี๋ยวหล่อนก็จะลืมตาขึ้นมาและบอกกับเธอด้วยสายตาว่ากำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่

 

“บางทีพี่ก็อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าพี่รักเธอ”

 

หัวใจของแชยองหยุดเต้นไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเต้นแรงจนเธอรู้สึกเจ็บ แชยองเล่นกับเส้นผมสีดำสลวยของคนที่หนุนหัวบนตัก ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินบทสนทนาไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

 

“ทุกคนไม่จำเป็นต้องรู้หรอกถ้าเขายังไม่พร้อมจะยอมรับ”

 

 

“แค่ตอนนี้มีฉันที่รู้ว่าพี่รักฉันคนเดียวก็พอแล้ว”

 

ดาฮยอนยิ้มทั้งที่ยังหลับตาพริ้ม เมื่อแชยองละสายตาไปจากโครงหน้าสวยของคนแก่กว่าหล่อนก็แอบลืมตาขึ้นสำรวจใบหน้าที่คุ้นเคยของแชยองบ้าง จากหางตาแชยองเองก็รู้ว่าหล่อนกำลังมองเธออยู่แต่เธอกลับไม่ได้ละสายตาไปจากภาพขอบฟ้าและตึกน้อยใหญ่ข้างหน้า เธอรู้ว่าบางทีดาฮยอนก็ไม่อยากให้เธอแอบสืบความลับภายในแววตาของหล่อนและเธอก็จะไม่ทำอย่างนั้น เธอมักจะเป็นอย่างนั้นมาตลอด

 

 

เธอจะขอเป็นฝ่ายเฝ้ามองโลกหมุนไปแล้วไม่มีอคติใดๆ ดีกว่าถูกจ้องมองโดยโลกทั้งใบแล้วถูกตัดสิน

 

ถึงเธอทั้งสองคนจะพร้อมบอกกับใครๆว่าเธอรักกัน แต่ถ้าพวกเขายังไม่พร้อมที่จะฟัง เธอก็จะไม่ส่งเสียงออกไป

 

ถ้ามันจะไม่ได้ทำให้ใครซาบซึ้งใจ...เราก็จะเก็บความรู้สึกนี้ไว้กับตัวของพวกเราเอง

 

 

 




“แล้วแกล่ะว่าไงแชยอง?”

 

“ฮะ ว่าไงอะไร?”

 

“ฉันถามว่าแกคิดว่าพี่ดาฮยอนเป็นคนยังไง? นี่เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอวะ...ฉันเห็นแกนั่งเงียบอยู่คนเดียวเลยเนี่ย”

 

 

“ก็ไม่รู้สิ”

 

 

“พี่ดาฮยอนเขาค่อนข้างจะเป็นคนดูออกยากสำหรับฉันน่ะ”

 

แชยองพูด เมื่อเธอเลิกสนใจเสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนสาวที่ยังคงพยายามวิเคราะห์ตัวตนของคิม ดาฮยอนต่อไปแล้วเหม่อมองออกนอกหน้าต่างห้องเรียนแทน ท้องฟ้าไร้เมฆนั่นก็ทำให้เธอนึกถึงนัยน์ตาสีเข้มของคนที่ชอบแอบมองเธอในขณะที่แกล้งหลับอยู่ ทุกครั้งที่แชยองได้สบตาคู่นั้นเธอก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าดาฮยอนเป็นคนแบบไหนหรือกำลังคิดอะไร หล่อนกำลังอยากจะบอกอะไรหรือไม่บอกอะไรกับเธอ...แชยองจะไม่เคยรู้เลยถ้าอีกคนไม่เคยบอก

 

 

แต่สิ่งเดียวที่แชยองรู้ก็คือ ดาฮยอนเป็นคนเดียวที่ทำให้หัวใจของเธอถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ

 

 

 

                                                                                                                                                                                               

ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของความเคว้งหลังแต่งเรื่องล่าสุดจบไปและอิทธิพลของความชอบเพลงค่ะ ความจริงเพลง Wild เวอร์ชั่นนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่นแรกนะ(ซึ่งหลายคนอาจจะรู้แล้ว) เวอร์ชั่นแรกจะเป็นทรอยร้องคนเดียวและเนื้อบางท่อนไม่เหมือนกัน ซึ่งก็เราก็ชอบค่ะ แต่ที่เลือกเวอร์ชั่นนี้เพราะมันมีท่องของอเลซเซียที่เป็นเสียงผู้หญิง และมันน่าจะให้ความรู้สึกของ LGBT ที่ครบขึ้น(ถ้าฟังแต่เสียงทรอยหัวมันจะนึกถึงแค่ Boy love ตลอด //ซึ่งมีเราเป็นอยู่คนเดียวแน่ๆ)

แล้วก็ชอบท่อนที่โปรยตรงแนะนำบทความด้วยค่ะ We’re alike you and I ,two blue hearts locked in our wrong minds มันรู้สึกว่าให้ฟีลแบบ คนสองคนหัวใจตรงกันแต่แค่อยู่ในร่างที่คนอื่นอาจจะไม่ยอมรับมากๆ เลยบังเกิดเป็นฟิคสุขไม่สุดเรื่องนี้ขึ้น ถ้ามีโอกาส+มีพล็อตที่คลิกกับดุ๊บแชงเราจะแต่งอีกนะคะ ความจริงอยากแต่งให้คู่วนไปทั้งวงเลยแต่รอไอเดียอย่างเดียวเลย ฮ่าๆ อ่านแล้วชอบหรือไม่อย่างไรบอกกันได้โนะ


ผลงานอื่นๆ ของ once-a-write

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

20 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 13:27
    ปวดตับเบาๆนะคะเนี่ยฮือ
    #20
    0
  2. #19 Ce'ces Rizle (@aster-1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 23:05
    แต่งเป็นฟิคยาวเลยไม่ได้เหรอไรท์ชอบอะ รักกันคนนอกไม่ต้องรู้ก็ได้ ฮือ งานฟินก็มาคะทีนี้ ^^
    #19
    0
  3. วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 03:57
    ชอบมากเลยค่ะ ภาษาตรงใจมาก ถ้าเขายังไม่พร้อมจะยอมรับ เราเก็บเอาไว้ที่ตัวเราก็ได้
    #18
    0
  4. วันที่ 18 กันยายน 2559 / 18:08
    ชอบที่นำแรงบรรดาลใจจากเพลงมาแต่ง ยิ่งเอาประเด็นLGBTมาเล่นแล้วรู้สึกอินเข้าไปใหญ่ ดูเรียลดี
    #17
    0
  5. #16 apluto (@apluto) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 02:56
    โอ๊ย ชอบมากๆเลยค่ะ ชอบแบบชอบ ฮือ.. อ่านไปด้วยความรู้สึกที่ลุ้นตลอดเวลา ตรงที่เค้าเดาไม่ออกเลยว่าแชงจะรู้สึกยังไง กำลังคิดอะไร ปกติแล้วมักจะได้อ่านฟิคในมุมของตะดุ๊บมากกว่าด้วยค่ะ พอได้มาอ่านมุมแชงบ้างแล้วยิ่งรู้สึกชอบมากไปอีก ฮือ เผลอยิ้มบางๆออกมาหลายตอนเลย แต่ยิ้มแรงสุดก็ตอนที่ยัยน้องเฉลยนี่แหละค่ะว่าตะดุ๊บปีนเข้ามาทำอะไร พหวีด วหวมแนดสสดว 5555555 ในส่วนของเรื่องที่แชงจะสื่อออกมานี่ เค้าเข้าใจเลยค่ะ ถึงจะคบกันอยู่ลับๆแบบนี้ แต่ก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่เจ็บปวดหรอกใช่ไหม เพราะต่างคนต่างก็มั่นใจในความรักของกัน "ถึงคนอื่นจะไม่เชื่อในความรักของเรา ก็ไม่แย่เท่ากับเราไม่เชื่อกันเองนะ" ทำให้นึกถึงประโยคของก้อยดาวอันนี้เลยค่ะ ถถถถถ ถ้ามีพล็อตดุ๊บแชงที่คลิกๆก็แต่งมาอีกนะคะ รออ่านเสมอค่ะ~ ขอบคุณที่แต่งดุ๊บแชงนะคะ <333
    #16
    0
  6. วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 22:26
    อ่านแล้วอินมากเลยค่ะ ชอบเวลาสลับทล.ไปมาเหมือนดูหนังเลย 
    มันเป็นฟิครักที่แบบแอบอึดอัดแต่ก็หวานๆ อยากให้มีต่อเลยค่ะ
    #15
    0
  7. #14 LifeisStrange
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 22:09
    อบอุ่นมาก ถึงมันจะสุขไม่สุดยังไงเเต่ที่รู้ๆคือนั่งอ่านไปยิ้มไปเเล้ว

    ชอบพี่ดุ๊บเเบบนี้มาก คือเเบบพี่อบอุ่นนน

    ฮืออมันดีต่อใจจริงๆ

    รอต่อไปค่ะ อิอิ
    #14
    0
  8. วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 14:12
    โอยชอบมากเลยค่ะกรีดร้อง ขอบคุณมากเลยนะคะที่แต่งดุ๊บแชงให้อ่าน T-T เราตามมาทุกเรื่องเลย ถ้าเคว้งอีกจัดวันชอตอีกสักชอตก็ได้นะคะ คู่ไหนเราก็อ่าน55555555 ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้ตลอดเลยนะคะเย้
    #13
    0
  9. #12 Leadersky (@neverovf) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 08:24
    สวัสดีคุณไรเตอร์ค่ะ
    คราวนี้ไม่มีแท็ก เลยต้องมาโพสต์ในฟิคแทน ซึ่งปกติจะชอบสครีมในแท็กมากกว่า

    ความรู้สึกระหว่างคนสองคนเนี่ย เหมือนโซ่ตรวนที่รั้งกันไว้เลยเนอะ แต่ว่าพวกเขาเต็มใจที่จะติดอยู่ในโซ่นั่น

    คุณไรเตอร์พยายามเข้านะคะ
    เราเป็นกำลังใจให้ ^^
    #12
    0
  10. #11 hnvrkn9w (@cembalos) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:06
    ได้ยินมานานแล้วค่ะว่าไรเตอร์ใช้ภาษาได้ดีมากๆ
    จากตอนแรกเราตั้งใจจะอ่านเรื่องแรกที่ลงแรกๆ ก่อน
    แต่พอเห็นว่ามีวันช็อตเลยอยากมาลองอ่านชิมลางดูสักหน่อย

    อื้อหืมมม ความรู้สึกคือปลื้มปริ่มมากค่ะ สมคำเล่าลือ
    ทำไมเขียนได้ดีขนาดนี้ อินมากๆ เหมือนกำลังดูซีรี่ส์
    ภาพมันไหลเข้ามาและผ่านไปได้สมู้ตมาก มีความรู้สึกลอยเต็มไปหมด

    ไรเตอร์ทำให้เรานึกถึงเวลาที่อ่านนิยายแปลต่างประเทศเลยค่ะ
    พอเห็นว่าชอบเพลงสากลและตีความอย่างลึกซึ้งด้วยแล้วก็ยิ่งเข้าใจ

    เราจะติดตามเรื่องอื่นๆต่อไปนะคะ ไม่พลาดแน่ๆ งานดีขนาดนี้

    พูดถึงที่เกี่ยวกับช็อตนี้บ้าง
    เราชอบความเข้าใจกันของคู่นี้ค่ะ และชอบความเทาๆ ที่มันดูสมจริง
    เป็นความรักของเด็กวัยรุ่นเพศเดียวกันที่ดูโตกว่าตัวมากๆ แต่มันเกิดขึ้นได้จริง
    เรื่องที่ต้องเก็บความรู้สึกไว้ บอกใครไม่ได้ ไรเตอร์บรรยายออกมาได้ดีมากๆ
    แล้วเราก็ชอบการนำเสนอที่ออกมาในรูปของคำซุบซิบ
    แล้วก็ความคิดของแชยองที่บรรยายออกมาก็มีจุดที่น่าสนใจค่ะ
    อย่างเช่นที่แชงบอกว่าตัวเองยังไม่รู้เลยว่าดาฮยอนคิดอะไร เป็นคนแบบไหน
    #11
    0
  11. #10 มินะของบ่าว
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 19:06
    หูยยยยยยย แต่งดีมากค่ะ เหมือนหนังสั้นเลย

    รอเรื่องต่อๆ ไปนะคะ ไรท์เจ๋งมาก
    #10
    0
  12. #9 choutzu
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 17:11
    กดเข้ามาอ่านเรื่องนี้จากทวิต twicefiction สาบานว่าไม่ได้ดูชื่อคนแต่ง อ่านละคิดว่าเอ๊ะทําไมภาษาคล้ายๆไรท์ ตามมาอ่านทอล์ครู้เลยค่ะว่าใช่ ฮือออ เรื่องสั้นเรื่องยาวก็ดีงามค่ะ จะติดตามตลอดไป555555555
    #9
    0
  13. #8 Wawa_once (@Wawa_once) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 08:59
    มาแล้วฮะ ฮือออ
    ขอบอกไว้ก่อนว่าส่วนตัวเราชอบเพลงนี้มากๆค่ะ
    เราว่าเข้ากับคาแรคเตอร์ที่ไรท์พยายามสื่อออกมาเลย อ่านไปคล้อยตามได้ไม่ยาก
    แหม่เจ้าคิมดาฮยอนเจ้าเล่ห์แอบปีนหน้าต่างน้องขึ้นมาทำไรฮะ #เขินจิกหมอน
    ชอบมากเลยค่ะไรท์ 5555 ไม่ใช่ไรท์คนเดียวหรอกค่ะที่มีแต่ boy love เวลาฟังเพลงของทรอย
    นี่เป็นแทบทุกเพลง555555555
    ติดตามฮะ แต่วังวนทุกคนในวงก็ดีนะคะ ติดตามผลงานเสมอค่ะ
    #8
    0
  14. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 07:37
    ดีจังเลยค่ะไรท์เรื่องนี้ ฟินมากกกกกก จะรอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ ส่วนเรื่องนี้บอกคำเดียว ชอบมว๊ากกกก
    #7
    0
  15. #6 Eagledubu
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 07:18
    ขอบคุณที่แต่งดุ๊บแชงให้นะคะ ฮืออออออ มันดีมากเลยค่ะ
    #6
    0
  16. #5 THWN (@THWN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 03:21
    นี่มันคิมดาฮยอนเลยค่ะ ทั้งความยอมน้องแชงขี้อ้อนกวนตีนงื้ออออ น่ารัก ขอบคุณนะคะที่แต่งดุ๊บแชงมาให้อ่าน อ่านแล้วเขินมากเลยค่ะ ????????????????
    #5
    0
  17. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 03:09
    ฟินน ฟินนมากกก ฟินมากๆๆๆๆ
    จิกหมอนแรงมาก หมอนเกือบขาด T_T
    แหมปีนมาหาน้องเขาทุกคืนเลยนะ ขออีกค่ะขออีกก 
    ดีจริงๆๆๆ
    #4
    0
  18. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 02:36
    บ้านอยู่ไหนคะไรท์จะซื้อของกำนัลไปฝาก ฮืออออ คือมันดีจริงๆค่ะ ดีมากๆ ดีมากๆ
    ชอบภาษาชอบการบรรยายของไรท์มากเลยค่ะ โดยส่วนตัวเราเป็นคนชอบฟังเพลงของทรอยอยู่แล้วด้วย
    แต่ไม่เคยได้ฟังเพลงนี้แบบเต็มๆเลย ชอบเพลงอื่นมากกว่า พอฟิคเรื่องนี้มาเลยลองไปฟังดู 
    ประกอบกับได้มาอ่านเรื่องนี้ต่อด้วย มันเลยอินมากTT 
    ชอบซีนบนดาดฟ้ามากเลยค่ะ ตอนที่ดาฮยอนบอกว่าอยากบอกให้คนอื่นรู้ว่ารักแชงมันแบบ โอ้ย
    แล้วฉากโคมไฟสลัวนี่ทำเกือบคลั่งค่ะ อร้ายยย ไม่ไหวแล้ว ชอบ ชอบมากจริงๆ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    ขอบคุณที่แต่งดุ๊บแชงให้อ่านด้วยค่ะ55555 

    #3
    0
  19. #2 ฟินจ่า
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 01:05
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนน

    เรื่องของคนสองคนนี่ลึกซึ้งจริงๆนะเข้าใจเลย

    ดุ๊บร้ายนะเนี่ยแอบปีนหาน้องแชงทุกคืนเลย555

    รอไรท์แต่งเรื่องต่อไปนะคะ 😁
    #2
    0
  20. #1 tzuyusana (@alis-tzuyu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:58
    จะหวีดยังไงดี ฮือออออ บอกไม่ถูก ขออีกสัก 10 shot ได้ไหมค่ะ จะเป็นบุญเเกอิช้อยมากกกกกก / โลภภภภภ
    #1
    0