ฤดูรัก...สีเลือด [EXO x SNSD]

ตอนที่ 18 : CHAPTER 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.ค. 58






CHAPTER 16










 

แบคฮยอนเงยหน้ามองก้อนเมฆสีเทาบนฟ้าที่เริ่มจะตั้งเค้าเข้าหันกัน ดั่งคลับคล้ายคลับคลาว่าฝนจะตกแรกอีกแล้ว น่าแปลกจริงเชียวที่วันนี้อากาศในตอนบ่ายของวันนี้มันออกจะเย็นและรู้สึกหนาวนิดหน่อย โดยเฉพาะเสื้อนักศึกษาสีขาวที่บางและไม่ได้เสื้อคลุมหรือโค๊ทอะไรทับ แขนทั้งสองข้างของแบคฮยอนยกขึ้นมาลูบตามขนที่เริ่มตั้งชันของตัวเองก่อนจะเร่งฝีเท้าออกจากตึกเรียนในทันใด เป็นเวลาสองวันแล้วที่ซอฮยอนนั้นเข้าโรงพยาบาลและเขาต้องมาเรียนโดยไร้เพื่อนสนิทคนสวยข้างกาย ยิ่งช่วงนี้งานของปีสองเริ่มจะเยอะขึ้นเพียงเพราะใกล้จะถึงช่วงสอบเก็บคะแนน เวลาของแบคฮยอนยิ่งน้อยจนไม่มีเวลาไปทำอะไรได้เลย  เสียงของนักศึกษาหลายคนที่อยู่รอบกายพากันคุยกันอย่างสนุกสนาน บางคนอาจจะนัดเพื่อนไปทำงานที่บ้าน หรืออาจจะมีบางกลุ่มที่นัดกันไปเที่ยวในตอนกลางคืน แต่สำหรับเขา เรื่องพวกนี้ไม่เห็นจำเป็นสำหรับเขาเลยสักนิด การได้ไปเยี่ยมเพื่อนสนิทในตอนนี้ถือว่าเยี่ยมที่สุด ในที่สุดแล้วแบคฮยอนก็เดินมาถึงตรงป้ายรถเมล์แถวๆหน้ามหาลัยก่อนที่เขาจะยกแขนข้างที่มีนาฬิกาขึ้นมามอง

 

            บ่ายสามสี่สิบ

 

            ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร เสียงทุ้มที่คุ้นหูก็ดังขึ้นข้างๆหูของเขา แบคฮยอนรีบเงยหน้าขึ้นขวับเพื่อมองเจ้าของเสียง บ้าจริง! ซูโฮคนนี้มายืนอะไรตรงนี้!

 

            “แปลกใจอะไรเหรอ หึ

 

            เพราะเห็นว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าตัวเองนั้นเงียบไปหลายวินาที ซูโฮจึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่แบคฮยอนรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นช่างไม่จริงใจเสียจริง  ซูโฮคนนี้ทำให้เขารู้สึกกลัวแปลกๆ อย่างกับมีอะไรอย่างนั้นแหละ

 

            เปล่า คุณมาทำอะไรที่นี่?”

 

            ถึงจะแปลกใจนิดๆหน่อยๆแต่ว่าการที่เขาเห็นเพื่อนในกลุ่มของพี่แทยอนมายืนข้างเขาในเวลาแบบนี้ ตรงหน้ามหาลัยเขาแบบนี้ ทำให้เขาสงสัยมากกว่า และความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในหัวคือ คนนี้อาจจะสะกดรอยตามเขา

 

            ฉันมาทำธุระ

 

            ธุระ? ที่มหาลัยผมเหรอ?”

 

            สมกับที่เป็นนายจริงๆนะแบคฮยอน ชอบยุ่งเรื่องของฉันดีจริงๆ หึหึ ซูโฮปรายตามองแบคฮยอนอย่างสมเพชก่อนจะมองรถบนถนนที่วิ่งผ่านไปมาอย่างไม่ลดละ ไม่สนใจแบคฮยอนที่ยืนกัดฟันฟังประโยคนั้นจากปากของเขา มือของคนที่อายุน้อยกว่ากำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นแต่อีกคนทำท่าไม่สนใจยังคงมองถนนที่เต็มไปด้วยรถด้วยดวงตาที่เฉยเมย แบคฮยอนพยายามที่จะไม่โมโหเผลอต่อยปากคนชอบพูดจาอวดดีและดูถูกเขาเพราะพี่แทยอนเคยบอกว่าไม่ชอบผู้ชายที่ใช้กำลังและซอฮยอนเองก็คงไม่พอใจหากเขาไปทำร้ายใครเข้า

 

            ผมจะถือว่าเป็นคำชม เลือกที่จะปล่อยไปวางไปพร้อมกับมือที่คลายออก ใบหน้าคมของแบคฮยอนจ้องเสี้ยงหน้าของอีกคนสักพักก่อนจะหันไปมองทางอื่น ผู้คนมากมายที่กำลังทยอยเดินมารอที่ป้ายรถเมล์ทำให้แบคฮยอนวางใจเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องอึดอัดกับสถานการณ์แบบนี้  ไม่นานแขนแกร่งก็รู้สึกถึงความเย็นของบางอย่างก่อนจะพบว่า ตอนนี้ฝนกำลังจะตก เสียงร่มดังขึ้นพร้อมกับซูโฮที่กำลังกางร่มยังสบายใจพร้อมกับผิวปากเป็นเพลง แม้ว่าเพลงนั้นจะไม่เข้ากับบรรยากาศแบบนี้เลยแม้แต่น้อย

 

ว่าแต่ซอฮยอนจะออกโรงพยาบาลวันไหนล่ะ ฉันว่าเพื่อนนายน่ะจะอยู่นานเกินไปละนะแบคฮยอน คำถามที่ดังขึ้นจากผู้ชายคนข้างๆทำให้แบคฮยอนต้องหันไปมองด้วยสายตาแคลบเคลืองด้วยความสงสัยในขณะที่เขายกท่อนแขนขึ้นมาบังจากน้ำฝนที่ตกลงมาถึงแม้มันจะช่วยอะไรไม่ได้แต่อย่างน้อยมันก็ทำเขามองใบหน้าด้านข้างของซูโฮได้อย่างชัดเจน จมูกคมโด่งเหมาะกับรูปหน้าที่ราวกับเทพบุตร แต่รอยยิ้มมุมปากในตอนนี้ของเขาช่างดูเหมือนปีศาจเสียจริง

 

อย่าคิดว่าแค่อยู่โรงพยาบาลแล้วจะปลอดภัย ยังคงพูดต่อไปโดยไม่สังเกตว่าแบคฮยอนกำลังกัดปากข่มอารมณ์ ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้วแถมยังพูดในเรื่องทำนองนี้อีก และในสมองของแบคฮยอนก็คิดอย่างเดียวแค่ว่าต้องทำให้ซอฮยอนอยู่ห่างจากซูโฮให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม

 

เพราะอะไรในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรแน่นอน หันมายิ้มให้กับเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดูสมเพชก่อนจะเดินไปขึ้นรถเมล์ที่มาจอดชิดกับฟุตบาท ปล่อยทิ้งไว้แต่แบคฮยอนที่ยังยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์นั่นพร้อมกับมองท้ายรถเมล์ที่ซูโฮขึ้นไป  สาย 23

 

 

ไม่เอาน่าแบคฮยอน ฉันไม่อยากย้ายโรงพยาบาลเพียงเพราะซูโฮโอปป้าหรอกนะ เขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่ะ ไม่ต้องทำหน้าเครียดเลยนะ ต่อให้นายจะอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของฉันก็เถอะ ยังไงฉันก็ไม่ยอมย้ายแน่ๆ อีกอย่างฉันอยากอยู่ใกล้พี่หมอจะตาย เสียงเอ่ยร่ายยาวแกมด้วยความดื้อจากซอฮยอนทำให้เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงโซฟาถึงกับถอนหายใจออกมา เมื่อเขามาถึงโรงพยาบาลที่ซอฮยอนพักรักษาตัวอยู่เขาก็รีบบอกทันทีว่าเขาไปเจอใครมาและก็บอกให้เพื่อนคนนี้ของเขาย้ายโรงพยาบาลอีกด้วยแต่ซอฮยอนกลับส่ายหน้าปฏิเสธอยู่ท่าเดียวจนเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง  เพราะที่เขาทำไปเป็นเพราะความเป็นห่วงซอฮยอนทั้งนั้น แต่เจ้าตัวกลับคิดว่าเขาทำไร้สาระ ซันนี่ที่นั่งเงียบๆอยู่โซฟาอีกมุมหนึ่งของห้องได้แต่มองสองคนสนทนากันอยู่แบบนั้นก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อซอฮยอนหันมาสบสายตาอย่างอ้อนวอน วันนี้เพราะซันนี่เคลียร์เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งศพทั้งงานทั้งเรื่องที่ตำรวจสอบปากคำเกี่ยวกับการตายในบริษัทของเธอแน่นอนว่าหลักฐานช่างหาได้ยากและไม่มีอะไรที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือโยงไปหาตัวฆาตกรได้เลย หญิงสาวตัวเล็กได้แต่มองซอฮยอนอยู่แบบนั้นก่อนจะเดินเข้าไปข้างเตียงพร้อมกับลูบหัวด้วยความเอ็นดู


              หลายวันที่มัวแต่ยุ่งก็ได้ยินจากแทยอนบ่นว่าซอฮยอนเอาแต่บอกว่าคิดถึงเธอ เป็นห่วงเธอ แถมยังบอกอยากให้มาเยี่ยมและกว่าซันนี่จะเคลียร์ทุกอย่างได้ก็เป็นเวลานาน ตอนนี้ซอฮยอนก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวถึงจะมีหลายคนมาเยี่ยมก็เถอะ ทั้งเพื่อนสนิทอย่างแบคฮยอน ทั้งเซฮุน พี่หมอประจำของซอฮยอนและอีกหลายคนที่รู้จักกัน และตอนนี้ที่แทยอนตัวติดกับพ่อสารวัตรหัวชมพูนั่นยิ่งทำให้จากที่เคยเหงานิดๆกลายเป็นเหงามากๆดูแล้วก็น่าสงสาร แขนเรียวของซอฮยอนตวัดโอบกอดรอบเอวคนพี่สาวคนสนิทตัวเล็กอย่างซันนี่ไว้ทันทีที่เจ้าตัวเดินมาใกล้ก่อนจะซุกหน้าลงกับแขนเล็กๆนั่น ท่าทางที่เหมือนเด็กน้อยขี้อ้อนนั่นทำให้แบคฮยอนที่มองอยู่ถึงกับหันหน้าหนี

 

ว่าไงเด็กน้อย ทำไมถึงดื้อกับแบคฮยอนอย่างงี้ล่ะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะลูบกลุ่มผมยาวนิ่มที่ถูกปล่อยสยายตามหลังและยิ่งคนในชุดคนไข้สีฟ้าอ่อนกอดรัดเอวเธอมากเท่าไร ความเอ็นดูแก่เด็กคนนี้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

ออนนี่ซอไม่ยอมย้ายโรงพยาบาลตามที่แบคฮยอนบอกหรอกนะ ซอจะอยู่ที่นี่ ซออยากอยู่ใกล้กับพี่หมอเซฮุน บอกไปตามความจริงที่ตัวเองต้องการ ใครจะอยากย้ายหนีคนที่ตัวเองรักบ้างล่ะ อุตส่าได้มาอยู่ใกล้คนที่รักแบบนี้เป็นใครใครก็ไม่ยอมหรอก เธอจะไม่แบคฮยอนเด้ดขาดเลย

 

แบคฮยอนก็แค่เป็นห่วงเราน่ะซอ

 

ซอรู้ แต่ซูโฮโอปป้าน่ะทำอะไรซอไม่ได้หรอก ซอเชื่ออย่างนั้น แทยอนออนนี่คงไม่ยอมแน่ๆ ใช่ ซอฮยอนรู้ดีว่าแทยอนน่ะห่วงและหวงเธอมาก เพราะเป็นน้องคนเดียวที่ตัวเองเหลืออยู่ แทยอนคงไม่ยอมจริงๆถึงคนนั้นจะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักก็ตามและยิ่งซูโฮกลายเป็นคนที่แทยอนสงสัยขึ้นด้วย ซันนี่คิดในใจก่อนจะผละมือออกแต่กลับโดนมือของซอฮยอนจับไว้ให้ลูบต่อซะนี่

 

และอีกอย่างออนนี่เองก็คงไม่ยอมให้ซอเป็นไรไปหรอกใช่มั๊ย?” เงยหน้าขึ้นมาจ้องกันตาแป๋วแต่กลับเคลือบไปด้วยความหวัง หวังที่จะให้ซันนี่ตอบแบบที่เธอพอใจและแน่นอน ซันนี่พยักหน้า ซอฮยอนเองก็เหมือนน้องสาวอีกคนหนึ่งของเธอ น้องสาวที่เธอเองก็เหลืออยู่แค่นี้ เหลือเป็นคนในครอบครัวของเธออีกหนึ่งคนรวมกับแทยอนอีกด้วย

 

หญิงสาวบนเตียงยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำตอบที่ตัวเองพอใจก่อนจะซุกหน้าลงเหมือนเดิมพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่จางลง ซันนี่จึงบอกให้ซอฮยอนนอนพักบ้างร่างกายจะได้แข็งแรง ซอฮยอนเองก็ว่าง่ายยอมปล่อยมือออกพร้อมกับเอนตัวลงนอนบนเตียงโดยมีเธอคอยจัดหมอนจัดผ้าห่มคลุมให้ เด็กสาวมองหน้าซันนี่ชั่วครู่ก่อนจะหลับตาลงแล้วเข้าสู่นิทราไป เมื่อเห็นว่าซอฮยอนหลับไปแล้วจริงๆ เธอก็เดินมาหาแบคฮยอนที่ยังคงมองไปด้านอื่น คนตัวเล็กนั่งลงตรงโซฟาที่ว่างก่อนจะเรียกให้เด็กหนุ่มที่ไม่สนใจเธอให้หันมามองหน้าเธอ

 

แบคฮยอน

 

นูน่าจะถามผมเรื่องคุณซูโฮสินะครับ อีกคนเอ่ยอย่างรู้ทันถึงแม้ว่าจะไม่หันมองเธอและแม้ว่าเธอจะยังไม่เปิดบทสนทนาที่ต้องการทราบ แบคฮยอนมีสำหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัดถึงแม้จะมองจากมุมนี้ดูเหมือนเด็กนี่ไม่ค่อยอยากจะบอกอะไรกับเธอแม้แต่น้อย

 

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าซูโฮจะพูดอะไรกับนายจนทำให้นายเครียดถึงขนาดนี้น่ะแบคฮยอนแต่การที่นายกำลังปิดบังฉันและทุกคนอยู่มันทำให้ฉันสงสัย สงสัยว่านายมีความลับอะไรกับเรากัน และยิ่งนายมาบอกให้ซอฮยอนย้ายจากโรงพยาบาลนี้อีก ทุกอย่างดูจริงจังไปหมดจนทำให้อึดอัด อึดอัดแม้กระทั่งจะหายใจแต่ทำยังไงได้แบคฮยอนกำลังเครียดมากจริงๆ อยู่ๆความกลัวในใจก็แล่นเข้าอย่างจัง จนไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง

 

หมอนั่นน่ะทำผมกับซอฮยอนกลัวมาก เรารู้สึกอึดอัดแปลกๆเวลาเขาพูดเวลาเขามองผมกับซอฮยอน เขาทำเหมือนเขารู้ทุกสิ่งทุกอย่าง รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันไม่ใช่แค่ครั้งแรกหรอกนะครับ เราเจอแบบนี้มาหลายครั้งแล้วและทุกครั้งที่เราเจอเขาจะชอบพูดให้เราสงสัย ให้เรากลัว เหมือนความเย็นจะเกาะกินตัวพวกเรามากเลยครับตอนเขาพูดและยิ่งอีกฝ่ายนั้นเล็งซอฮยอนโดยตรง ผมไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมรู้ว่ามันไม่ดีต่อซอฮยอนแน่ๆ แบคฮยอนยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเองก่อนจะหมุนวนนิ้วตรงขมับแก้อาการเครียดของตัวเอง

 

เพราะงี้นายถึงอยากให้ซอฮยอนย้ายโรงพยาบาลใช่มั๊ย?”

 

ครับแต่ไม่ใช่แค่ย้ายหรอกครับ ไม่ต้องเจอกันเลยจะดีเสียกว่า เสียงที่พูดนั่นของแบคฮยอนคล้ายจะดูเรือนรางแต่ว่าซันนี่กลับได้ยินอย่างชัดแจ้ง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยอีกครั้ง แบคฮยอนทำไมต้องทำเหมือนว่าซูโฮมีอะไรที่น่ากลัวมากกว่านั้น น่ากลัวกว่าที่เธอคิด

 

นายพูดเหมือนว่าซูโฮซันนี่เว้นช่วงยาวเพื่อให้แบคฮยอนพูด ก่อนที่เด็กหนุ่มจะพยักหน้าแล้วพูด

 

ครับมันไม่ใช่ผิดใช่มั๊ยครับ ที่ผมจะสงสัยว่าเขาเป็นฆาตกร ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานอะไรก็ตามแต่เขากลับทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น แบคฮยอนหันมาสบตากับเธออย่างจริงจังจนเธอถึงกับตัวแข็งทื่อ จริงด้วย ไม่ใช่แค่ซันนี่ที่คิดว่าซูโฮเป็นฆาตกร แทยอนเองก็คิดแต่ยัยนั่นไม่หลุดพูดอะไรออกมาเพียงเพราะกำลังเก็บหลักฐาน และแบคฮยอนอีก ใช่ ซูโฮน่ะทำให้ทุกอย่างน่าคิดเกินไปแล้ว น่าคิดจนดูน่ากลัว

 

นูน่าเองก็คิดเหมือนกับผมใช่มั๊ยครับ

 

 

แอ๊ด ~

 

 

คิดตื้นเกินไปนะแบคฮยอน

 

 เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงใสที่ดังขึ้นมา ร่างเพรียวของยูริที่โผล่พ้นเข้ามาในห้องและในมือนั้นมีอมยิ้มโลลี่ป๊อปที่เคลือบสีสดใสน่าทาน แบคฮยอนและซันนี่คุยกันอยู่ถึงกับหันไปมองอย่างตกใจ ยูริเลิกคิ้วก่อนจะหลุดขำน้อยๆพลางเดินเข้ามาอย่างไม่ถือวิสาสะก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้นุ่มอีกตัวหนึ่งที่ว่างไว้สำหรับคนไข้แล้วหันมามองทั้งแบคฮยอนและซันนี่

 

ตกใจเหรอคะ?”

 

แล้วทำไมเธอว่าฉันคิดตื้นเกินไป เธอคิดว่ามันมีอะไรที่ลึกกว่านี้อีกหรือไงยูริ แบคฮยอนหันไปพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจใส่ยูริ แต่คนที่เข้ามาไหล่กับยักไหล่น้อยๆก่อนจะคว้าเอารีโมทที่วางบนโต๊ะขึ้นมากดเปิดทีวีเล่นๆพลางหยิบหนังสือนิตยาสารแฟชั่นขึ้นมาอ่านโดยไม่สนใจคำพูดของแบคฮยอนทำเอาเด็กหนุ่มถึงกัดฟันดังกรอด

 

เธอนี่มันกวนประสาทเป็นบ้าเลย สบถกับตัวเองอยู่คนเดียวก่อนจะหันไปพูดกับซันนี่ที่ค้างต่อ

 

คุณซูโฮน่ะต้องเป็นฆาตกรแน่ๆ

 

ทำไมนายถึงไปกล่าวหาเขาแบบนั้นกันล่ะแบคฮยอน ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเอ่ยหยอกล้อและท่าทางที่ไม่สนใจแบบนั้นแต่ก็ทำให้แบคฮยอนรู้ดีว่ายูริเองก็คงสนใจเรื่องนี้ไม่น้อย

 

ความรู้สึกฉันบอกยังไงล่ะ

 

คำพูดและความรู้สึกไม่ได้ทำให้มันระบุใครก็ได้หรอกนะว่าเป็นฆาตกร ยูริพูดยิ้มๆในตอนเงยหน้าขึ้นมามองแบคฮยอน รอยยิ้มที่บ่งบอกว่านายนี่มันโง่จริงๆนะ แค่คำพูดที่เอ่ยออกมาก็เหมือนกับลมที่พัด เหมือนจะมีน้ำหนักแต่แท้จริงก็ไม่มีอะไร ทั้งสองคนต่างก็จ้องกันจนหญิงสาวที่ยิ้มให้นั้นค่อยๆเดินไปใกล้ๆกับเตียงของผู้ป่วยที่มีร่างของซอฮยอนกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ใบหน้าสวยมองอย่างเอ็นดูก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มยาวสีน้ำตาลอย่างเบามือแต่เพราะการกระทำแบบนั้นกลับทำให้แบคฮยอนต้องกัดฟันห้ามตัวเองเอาไว้

 

ดวงตาดำขลับของหญิงสาวที่เข้ามาใหม่ไล่มองรูปหน้าเรียวเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดที่ริมฝีปากบางนั่น ขนาดป่วยแบบนี้ปากของเพื่อนเธอก็ยังเป็นสีชมพูอยู่เลย อยากจะเอื้อมมือไปลูบมันซะจริงๆ

 

"ไม่เอาน่ายูริ พี่รู้นะว่าเธอจะทำอะไร" เป็นซันนี่ที่ปรามขึ้นมาก่อนที่ยูริจะได้ทำสิ่งที่คิดออกมาจริง สมแล้วกับที่เป็นพี่สาวของเธอ เดาใจน้องสาวอย่างเธอได้ถูกเสียงจริง และแม้จะได้ยินคนเป็นพี่พูดแบบนั้นแต่ก็ใช่ว่ายูริจะหันกลับไปมองใบหน้าของซันนี่ที่กำลังแสดงออกการตำหนิการกระทำนั้นอยู่น้อยๆก่อนที่เธอจะเหลือตาไปมองแบคฮยอนที่กำลังมีสีหน้าแปลกๆอยู่

 

"อย่างน้อยตรงนี้ก็ยังมีแบคฮยอน"

 

"ขอโทษค่ะพี่ ฉันลืมตัวไปหน่อย" มองริมฝีปากนั้นอย่างนึกเสียดายก่อนหันหลับมาด้วยแรงของแบคฮยอนที่ดึงเธอออกจากข้างเตียง ใบหน้าที่เริ่มจะดุดันทำให้เธอต้องกดยิ้มอย่างเหนือกว่า ดูท่าเจ้าเพื่อนแบคฮยอนคนนี้จะเริ่มหวงซอฮยอนเพื่อนของเธอขึ้นมาซะแล้วสิ หญิงสาวเอียงคอให้เขาเล็กน้อยก่อนจะพูดติดตลก

 

"แค่ล้อเล่นเอง แบคฮยอนก็"

 

ไม่ แบคฮยอนไม่ขำ เมื่อกี๊ตอนที่เขาเห็นสายตาของยูริที่มองซอฮยอน มันเป็นแววตาที่เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันหมายถึงอะไรแต่ในตอนนั้นใจของเขาสั่นและกลัวเหมือนกับตอนที่ใกล้กับซูโฮแน่นอนว่าเขาต้องรีบดึงให้ยูริให้พ้นจากตัวซอฮยอนก่อน เพื่อความปลอดภัยของคนที่หลับอยู่

 

"นายน่ะหวงซอฮยอนเหมือนเดิมไม่มีผิดเลยนะ ทั้งๆที่ฉันก็เป็นเพื่อนซอเหมือนกัน" พูดอย่างติดตลกน้อยๆพร้อมกับจุดยิ้มให้อย่างอ่อนหวานก่อนจะเดินไปนั่งข้างกับพี่สาวของตนเองที่กำลังส่ายหน้าให้อย่างกับความขี้แกล้งของน้องสาว ใบหน้าของสองพี่น้องหันมามองกันก่อนที่ยูริจะทำเป็นอ้อนๆพี่สาวของตน

"พี่ซันนี่ดูแบคฮยอนสิ ฉันแกล้งนิดเดียวเองก็ทำตาขวางใส่ฉัน"

 

"เลิกแกล้งแบคฮยอนได้แล้วน่ายูริ" ซันนี่เอ่ยขึ้นมาอย่างอ่อนใจก่อนจะใช้นิ้วดีดเข้าที่หน้าผากของน้องสาวจนยูริต้องร้องโอ๊ยแล้วยกขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆแต่ก็ไม่วายฉีกยิ้มให้แบคฮยอนที่เริ่มกังวลและหัวใจเต้นเร็วแรงขึ้นมาไม่มีสาเหตุ

 

"ก็แบคฮยอนเวลาโดนแกล้งแล้วมันดูสนุกนี่นา ดูสิ เหงื่อชื้นเต็มหน้าหมดเลย ผ้าเช็ดหน้าสักผืนมั๊ยแบคฮยอน"

 

หรือไม่สาเหตุก็มาจากแววตาของยูริเองก็ได้

 

"ยูริ" ซันนี่เอ่ยปรามน้องสาวตัวเองอีกครั้งเมื่อเห็นว่ายูริยังไม่เลิกแกล้งแบคฮยอนสักที หากเธอพูดอะไรขึ้นมากวนและแกล้งแบคฮยอนละก็ ซันนี่จะสั่งสอนน้องสาวซะให้เข็ดไปเลยทีเดียว ใบหน้าสวยของยูริเลยหงอยลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปอ้อนพี่สาวตัวเองดังเดิม

 

 

โดยไม่สังเกตถึงมือข้างหนึ่งที่กำลังกำแน่นจนเส้นเลือดสีเข้มปูดขึ้นมา




"ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้วะ?" ชานยอลเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ ปรายตามองก็เห็นสีหน้าของเพื่อนรักอย่างลู่หานเหมือนจะไม่สู้ดีเท่าไร ดวงตากวางนั่นมองไปทางหน้าจอที่รวนไปหมดราวกับคิดวิเคราะห์พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ข้อมูลในวงจรปิดที่เขาหวังต้องการว่ามันจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถบอกลักษณะรูปร่างหรือหน้าตาคนร้ายได้เลยแต่ตอนนี้กลับมืดแปดด้านเพียงเพราะกล้องวงจรนั้นรวนราวกับมีใครไหวตัวทันและขึ้นมายังบนห้องนี้ แม้จะสอบถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่ห้องนี้ ทุกคนต่างก็บอกว่าไม่มีคนนอกเข้ามาเลยและที่สำคัญภายในห้องนี้ทุกคนอยู่กันในนี้ตลอดเวลา

 

 

มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน

 

 

"กูปวดหัวชิบหาย ไอ้เหี้ยนี่แมร่ง ฆ่าได้นับหลายศพแต่พวกเราเสือกหาหลักฐานจับมันไม่ได้ อัจฉริยะหรือเปล่าวะเนี่ย" ลู่หานเอ่ยออกมาอย่างเซ็งๆพลางเดินออกมาพร้อมกับชานยอลที่สะพายกล้องตัวเก่งไว้ที่ นักข่าวหนุ่มร่างสูงครุ่นคิดอย่างแปลกใจก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

 

"หรือว่ามันจะอยู่ข้างในนั้นแต่แรกวะ" เป็นคำสันนิษฐานที่งี่เง่าที่สุดที่ลู่หานเคยได้ยินมาเลยล่ะ นี่ยังไม่รวมหมวดจงแดกับหมวดมินซอกอีกนะ แต่ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคำพูดจากปากของชานยอลเพื่อนรักของเขา

 

"เพ้อเจ้อละมึงชานยอล " ลู่หานพูดพร้อมกับทำหน้าเห่ย แต่ก็โดนชานยอลแย้งขึ้นในทันที

 

"ก็ไม่แน่นะเว้ย ไม่มีใครมีหลักฐานอะไรนิว่าไม่มีฆาตกรมากกว่าสองคน อาจเป็นไปได้ที่จะมีการร่วมมือกันในการก่อคดีนี้"  นั่นนะสิ อาจเป็นไปได้อย่างที่ชานยอลว่า เพราะเหตุการณ์หลายๆอย่างก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามีฆาตกรกี่คนและที่สำคัญคอนโดระดับคนมีชื่อเสียงและหรูมากขนาดนี้มาตรการการป้องกันก็หนาแน่นแน่นอนไม่มีทางจะลงมือทำคนเดียวแล้วสำเร็จได้


"แต่กูก็แค่พูดเล่นๆเฉยๆนะ มึงไม่ต้องทำหน้าซีเรียสขนาดนั้นก็ได้" ชานยอลเอ่ยติดตลกเมื่อเห็นว่าลู่หานนั้นเริ่มทำหน้าเครียดจริงจังขึ้นมาหลังจากที่เจ้าตัววิเคราะห์บางอย่างในหัวเสร็จ เวลาลู่หานคิดอะไรแบบนี้ดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือดีเหมือนกันต่างจากนิสัยกากๆเวลานอกเหนือจากงาน ชานยอลยิ้มนิดๆก่อนจะยกกล้องตัวเก่งขึ้นมากดถ่ายคนหัวสีชมพูที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

 

 

แชะ!

 

 

"เชี่ย! มึงทำเหี้ยอะไรเนี่ยชานยอล" แสงแฟลชที่กระทบมาทำให้ลู่หานรู้ตัวใช้มือปัดกล้องตัวการของเพื่อนที่ตัวสูงกว่าออกทันทีพร้อมกับโวยวายออกมาเสียงดังท่ามกลางสายตาเจ้าหน้าที่คนอื่นๆที่กำลังตรวจสอบหารอยหลักฐานที่อยู่ในบริเวณนั้นแต่ชานยอลหาได้สนใจนอกเสียจากหัวเราะร่าที่สามารถแกล้งเพื่อนตัวเองได้ มือที่ใหญ่กว่าพาดลงบนบ่ากว้างของผู้กองหน้าหวานพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ทำเอาคนหน้าหวานถึงกับหรี่ตามอง

 

 "เป็นเอามากนะไอ้ห่านี่ แค่ถ่ายรูปเอง เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะล้างมาให้มึงเก็บไว้นะเพื่อน แต่ถ้าไม่อยากได้มึงก็เอาให้คุณแทยอนคนสวยคนนั้นก็แล้วกัน เธอคงจะดีใจไม่ใช่น้อยที่มีรูปมึงไว้ดูเล่นต่างหน้า"

 

"เกี่ยวอะไรกับแทยอน"

 

เอ่ยเสียงเรียบออกมาจนบรรยากาศในบริเวณนั้นเย็นยะเยือกขึ้นมา เจ้าหน้าที่ที่มองอยู่แล้วถึงกับต้องย้ายตัวไปบริเวณที่ใกล้เคียง

 

"กูแค่หวังดีเฉยๆนะ ไม่ต้องทำเป็นหวงขนาดนั้นก็ได้ครับคุณผู้กอง กูขนลุกหมดแล้วเนี่ย" ลูบแขนตัวเองทำให้เหมือนว่าขนลุกแล้วจริงๆ ลู่หานแยกเขี้ยวก่อนจะได้ยินเสียงของผู้หมวดมินซอกกับผู้หมวดจงแดตะโกนมาจากอีกฟากหนึ่ง

 

"ผู้กองลู่หานคร๊าบบบ มาทางนี้หน่อยสิคร๊าบบบ!!!"

 

เขาเลิกสนใจชานยอลก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปหาผู้หมวดคนสนิททั้งสองพร้อมกับชานยอลที่เร่งฝีเท้าตาม จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เรียกว่าประตูทางหนีไฟ

 

"ผู้กองครับดูนี่สิ ตรงนี้มีคราบเลือดเป็นจุดๆตามทางเดินด้วยครับ" ผู้หมวดมินซอกชี้ให้ดูก่อนที่ลู่หานเองจะสังเกตเห็นถึงหยดเลือดเล็กๆที่หยดลงตามพื้นทางเดินลงไปตามขั้นบันได หากไม่เพ่งเล็งสายตาดีๆก็คงไม่เห็น เขาเดินตามหยดเลือดไปทีละน้อยๆ ด้านหลังเองก็มีชานยอลตามถ่ายรูปมาติดๆ

 

"แล้วเมื่อกี๊หมวดจงแดก็พบบางอย่างตกอยู่ที่พื้นด้วยครับ" หมวดจงแดพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะก้าวเท้าไปตรงขั้นบันไดที่อยู่ต่ำกว่านี้อีก 5 ขั้น

 

"ผมเจอปากกาที่ตกอยู่ด้วยล่ะผู้กอง แถมยังดูหรูมากด้วย ราคาคงแพงไม่ใช่น้อยเลยนะครับ คงจะเป็นของคุณเจสสิก้าเองสินะครับ" ผู้หมวดจงแดยังคงรายงานไปตามที่ตัวเองคิดแต่ลู่หานกลับนั่งย่อลงเพื่อดูปากกาที่ว่าให้แน่ชัด  แสงแวววับของด้ามที่สะท้อนเข้ามาในตาบ่งบอกว่าปากกายี่ห้อนี้ทำมาจากวัสดุชั้นดี ตรงปลายปากกาก็มีคราบเลือดเปรอะอยู่ และดูยังไงเจสสิก้าก็ไม่น่าจะใช้ปากกาแบบนี้ได้แน่นอน ผู้หญิงที่บ้าคลั่งเครื่องสำอางและของแบรนด์เนมแบบเธอคงไม่มายืนเลือกปากกาที่อันตรายแบบนี้ได้หรอก และที่สำคัญคุณคู่หมั้นของเขาที่เสียชีวิตแล้วคงไม่คิดจะสลักตัวย่อษรอย่าง SX ลงบนปากกาได้ และอีกอย่างหนึ่ง

 

ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองหยิบเอาถุงมือยางสีขาวออกมาสวมอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางสายตาของชานยอล มินซอกและจงแดที่มองอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรนอกเสียจากให้ผู้กองคนเก่งตรวจดู

 

ปากกาด้ามนี้หนักผิดปกติต่างจากน้ำหนักของปากกาตัวอื่นๆที่เขาใช้มาก่อนมากแถมยังดูวิบวับและความยาวของด้ามเองก็ดูแปลกๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนสักที่ แต่ยังไงก็นึกไม่ออก


 

เคยเห็นที่ไหนกันนะของแบบนี้


 

"นี่มันเป็นมีดที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับปากกกานี่ครับผู้กอง ผมเคยเห็นในคอลลัมบ์หนังสือตอนเราทำคดีจับพวกค้าอาวุธเถื่อนเมื่อปีก่อน พวกเราสามคนยังเคยเปิดดูด้วยกันอยู่เลย จำได้ไหมผู้หมวดมินซอก" ผู้หมวดจงแดพูดออกมาทันที่ที่นึกได้ก่อนจะหันไปถามผู้หมวดมินซอกที่พยักหน้ารัวๆ

 

"มีดตัวนี้อันตรายมากเลยนะครับ มีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นในโลกแถมยังเป็นที่ต้องการของพวกค้าอาวุธเถื่อนด้วยคมถึงขนาดตัดคนออกเป็นชิ้นๆยังได้เลย หรือว่า!"

 

"ลองเอาไปให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบดูก่อนผลออกมาเป็นยังไงให้รายงานมาที่ผมด้วย ฝากด้วยนะผู้หมวดมินซอก" ยื่นเจ้าอาวุธในคราบปากกาให้กับผู้หมวดมินซอกเป็นคนจัดการพลางเพยิดหน้าบอกให้ผู้หมวดจงแดตรวจสอบบริเวณนี้ให้ดีๆเผื่อมีร่องรอยหลักฐานอื่นๆปรากฏ ดวงตากลมมองปากกาในมือของผู้หมวดมินซอกที่กำลังเดินไปอย่างเคลือบแคลงใจก่อนจะนึกสงสัยว่าเคยเห็นเจ้าสิ่งนี้ที่ไหนกันแน่ ขมวดคิ้วแน่นจนชานยอลต้องเอ่ยถาม

 

"เป็นอะไรวะ?"

 

"เหมือนกูเคยเห็นปากกาด้ามนี้ที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่ะ"

 

"เคยเห็นมาก่อนอย่างนั้นเหรอ?"

 

"อืม" แววตาและน้ำเสียงของผู้กองสุดหล่อประจำกรมตำรวจกรุงโซลบัดนี้เครียดอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่มีทางรู้เลยว่าในแววตาคู่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 

 

 

 

 

"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าฉันไปเองได้ นั่งแท๊กซี่แป๊ปเดียวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปส่งฉัน" ร่างเล็กเอ่ยขึ้นมากับสารถีที่อาสาจะไปส่งเธอที่โรงพยาบาลหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถและออกตัวได้สักพักรถซึ่งก็ยืดยื้อเถียงกันอยู่นานมาก บทสรุปที่ได้คือลู่หานบอกจะไปส่งให้ได้ แทยอนเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำหน้านิ่งแล้วขึ้นรถตามที่เขาสั่งแต่ก็อดบ่นไม่ได้อีกเช่นกัน เขาควรจะเอาเวลานี้ไปทำงานของเขาสิ ยิ่งหลักฐานอะไรก็ยังไม่มีและยังหาตัวคนร้ายไม่ได้

 

ลู่หานอมยิ้มขำๆพร้อมกับบังคับพวงมาลัยรถอย่างชำนาญ เพลงที่เปิดคลอเบาๆในรถก็ดูฟังรื่นรมย์กว่าตอนขับคนเดียวเป็นไหนๆหรืออาจจะเป็นเพราะใบหน้าน่ารักของตุ๊กตาหน้ารถที่นั่งคู่มากับเขากันนะ เหล่ตามองริมฝีปากอมชมพูที่เคยบวมเจ่อเมื่อตอนบ่ายๆเพียงเพราะเขาต้องการที่อยากจะจูบเธอเพราะความคิดถึงและระบายเรื่องเครียดๆที่เจอมาเมื่อตอนเช้า

 

 

และมันก็จริง

 

รสจูบหวานๆจากคนสวยของเขาทำให้หายเครียดได้ทันที

 

 

"คุณยิ้มอะไร?" เมื่อเห็นว่าลู่หานกำลังอมยิ้มแปลกๆจนเธอต้องเอ่ยถามขึ้นมา กลัวเหลือเกินว่าเขาจะยิ้มเพราะนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่ายที่เธอยอมให้เขาจับจูบลูบคลำได้ตามใจแถมยังคลอเคลียกันอยู่ที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นกันตั้งนานจนเวลาเลยมามากโข เธอถึงได้นึกได้ว่าต้องไปหาซอฮยอนที่โรงพยาบาลและกะว่าจะไปนอนค้างด้วยเพราะยังไงลู่หานก็อนุญาตแล้วเรียบร้อย

 

"ฮึ"

 

"คุณนี่มันกวนประสาทที่สุด" อยู่ๆหน้าก็แดงขึ้นมา แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าวไปหมดจนต้องหันหน้าหนีไปมองทางอื่นกลบเกลื่อนอาการเขิน คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ พอถามก็ไม่ตอบแต่มายักคิ้วหลิ่วตาชอบใจอะไรอย่างนั้นใส่เธออยู่ได้ อย่าบอกนะว่าเขาคิดเรื่องนั้นจริงๆอ่ะ

 

แย่ชะมัด!

 

"คุณรู้ตัวหรือเปล่าแทยอน เวลาที่คุณเขินผม คุณน่ารักอย่างบอกไม่ถูก" รถค่อยๆชะลอตัวหยุดในตอนที่สัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงปล่อยให้คนข้ามถนน มือหนาข้างซ้ายละออกจากพวงมาลัยก่อนจะเอื้อมมาแตะที่ข้างแก้มนุ่มอย่างเบามือราวกับทะนุถนอมไม่ให้มันช้ำจากสัมผัสของเขา

 

ในที่แบบนี้เวลาแบบนี้อยู่ๆเขาก็นึกพิเรนท์ขึ้นมา บางทีลู่หานอาจจะหลงแทยอนมากเกินไปแล้วถึงได้อยากจับเธอมาฟัดทั้งตัวให้หายหมั่นเขี้ยวทั้งที่รถติดไฟแดงแบบนี้

 

ร่างเล็กขนลุกซู่ขึ้นมายามที่นิ้วมือไล้ไปตามแก้มนุ่มเลื่อนไปยังริมฝีปากของเธอไปเรื่อยๆตามซอกคอขาวแล้วเลื่อนไปยังมือเล็กของเธอที่วางบนตักก่อนจะกุมมันไว้ แค่นั้นไม่พอ เขายังโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆกับเธออีกจนได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขา กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายมีเสน่ห์ในสไตล์ที่เธอชอบ ลมหายใจอุ่นๆของเขารดที่ซอกคอของเธอจนต้องย่นคอลงเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเสียงวูบวาบในช่องท้องยามที่เขาเข้าคลอเคลีย

 

ฟู่ววววว

 

"อื้อ!"


ครางออกมาเสียงค่อยตอนที่ริมฝีปากของเขาเป่าลมเข้าที่ใบหูอย่างนึกแกล้ง หลับตาปี๋พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมมาพยายามผลักเขาให้ออกห่างและเลิกแกล้งเธอเสียที

 

"ใจเย็นๆคนสวย"

 

"พอได้แล้ว อื้ออออออ"

 

สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว เขาจึงจำต้องผละออกห่างทั้งที่ยังแกล้งคนตัวเล็กไม่เท่าไร แต่มือหนาของเขาก็ยังกุมกับมือเธอไว้พอๆกับที่แทยอนลืมตาขึ้นมาเห็นว่าเขาเลิกแกล้งเธอแล้ว หัวใจดวงน้อยๆเต้นรัวๆราวกับจะหลุดออกก่อนจะถลึงตาใส่เขาที่กำลังจุดยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ใส่เธอ

 

 

เกือบไปแล้ว....







ข้างนอกหน้าต่างกระจกใสยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้าที่มืดครึ้มจนดูน่ากลัวกว่าปกติ ดวงดาวทั้งหลายที่เคยส่องแสงในตอนกลางคืนกลับโดนเมฆสีเทาบดบังจนหายลับ เว้นแต่เพียงแสงของดวงพระจันทร์ที่ยังสว่างอยู่เรือนลางบนท้องฟ้าในเวลาเช่นนี้ หยดน้ำฝนที่ไหลตามกระจกกระทบความเย็นจนเกิดเป็นฝ้าที่เกาะอยู่กับหน้าต่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ลดความงดงามทัศนียภาพของเมืองหลวงอย่างกรุงโซลไปได้ ตึกรามบ้านช่องที่เรียมตามผังเมืองยังคงเปิดไฟกันอยู่ ยกเว้นห้องนี้เพียงห้องเดียวที่อยู่ภายใต้ความมืดมิดมีเพียงแค่แสงสว่างจากเทียนที่ตั้งอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเพียงเล่มเดียวนั้นที่ให้ความสว่างอันน้อยนิด

 

ไวน์สีแดงคล้ำถูกรินลงบนแก้วอย่างช้าๆในปริมาณที่พอดีก่อนที่มือข้างหนึ่งของคนเป็นเจ้าของนั้นจะยกมันขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วภายในพริบตา ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นใสนั้นกำลังจดจ้องไปยังตึกยังอีกฝั่งที่เป็นอาคารผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลพร้อมกับนิ้วที่เคาะลงบนที่พักแขนของเก้าอี้อย่างเป็นจังหวะ

 

ตึก ตึก ตึก ตึก

 

เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่กำลังคิดถึงอยู่ก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ เพียงแต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงถึงความสุข แต่มันเป็นรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความเกลียดชัง เครียดแค้น สมเพชและแววตาคู่นั้นก็ช่างดูว่างเปล่าจนน่ากลัว

 

ที่ด้านหลังของเก้าอี้นั้นมีบางอย่างที่สะท้อนขึ้นมาเป็นแสงวิบวับดูสวยงามประหนึ่งดั่งแสงประกายระยิบระยับของเพชรเม็ดโต ปลายที่แหลมคมจนสามารถตัดสิ่งของที่ตัดยากออกได้เป็นชิ้นๆ ความยาวของมันก็ยาวมากพอสมควรกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงสีขาวบริสุทธิ์

 

และในตอนนี้

 

เสียงกระหายเลือดจากฆาตกรกำลังดังขึ้นมา

 

อีกครั้ง

 

 

7.02 PM

โซล , โรงพยาบาลเขตอัพกูจอง

 

 

ก่อนจะกลับบ้านซันนี่เกิดอยากจะเยี่ยมน้องสาวของตนที่รักษาในโรงพยาบาลนี้เช่นกันจึงหาของฝากไปเยี่ยมทั้งผลไม้และขนมอร่อยๆพ่วงด้วยตะกร้านมอีกหลายกล่องและมันเป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจ เธอเจอกับซูโฮที่อยู่ในชุดสูทพร้อมกับร่มสีดำสนิทในมือบริเวณทางบันไดขึ้นตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่ซอฮยอนนอนพักรักษาตัวอยู่

 

ถึงจะระแวงอะไรบางอย่างแต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนสนิทและซูโฮเองก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเป็นคนร้าย เธอเองก็ได้แต่เก็บความคิดที่ว่าไว้ข้างในใจ รอไว้ให้แทยอนร่วมมือกับคุณลู่หานและตำรวจคนอื่นๆหาหลักฐานได้มากกว่านี้บางทีฆาตรกรอาจจะไม่ใช่ซูโฮก็ได้ ดังนั้นเธอจึงยิ้มให้เพื่อนก่อนจะเดินเข้าไปหาพูดทักทายเหมือนปกติเหมือนเดิมไร้ความคิดให้ร้ายแก่เพื่อนสนิท

 

"ความจริงยุนอาก็จะหายเป็นปกติแล้วล่ะ แต่เสียอย่างเดียวคืออาการพูดไม่ได้ของยุนอา ฉันเองก็ไปถามหมอมาอยู่เหมือนกันหมอก็บอกว่ายุนอาไม่ได้เป็นใบ้แต่เหมือนเธอจะไม่ยอมพูด ฉันก็ไม่รู้สาเหตุหรอกนะ แต่หมอเขาบอกว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ยุนอาฝังใจและไม่คิดอยากจะพูดมันออกมาแน่ๆ" ทั้งซูโฮและซันนี่ต่างก็เดินไปตามทางเดินของโรงพยาบาลและกำลังมุ่งหน้าไปยังอาคารผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ข้างในสุดแต่ของพื้นที่โรงพยาบาล มือสองข้างของทั้งสองคนถือตะกร้าผลไม้และนมยี่ห้อต่างๆพร้อมด้วยช่อดอกไม้สีสวย

 

"แต่นายพึ่งจะรู้หรือไงซูโฮว่าญาติฉันรักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้" เสียงเล็กเอ่ยถามขึ้นกับคนข้างตัวพร้อมกับรองเท้าส้นสูงทั้งสองที่ก้าวฉับๆเลี้ยวซ้ายทันทีเมื่อถึงทางแยกขึ้นตึก คนที่ถูกถามไม่ได้คิดจะตอบแต่อย่างใดมีเพียงรอยยิ้มบางๆที่มอบให้กับเพื่อนตัวเล็กเท่านั้น ซันนี่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเพื่อนสนิทนิ่งก่อนจะคิดอะไรอยู่กับตัวเองในระหว่างที่ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ ดวงตากลมของเธอมองหมายเลขที่แปะอยู่หน้าห้องแต่ละห้องก่อนจะเดินมาหยุดที่ห้องหนึ่งพร้อมกับซูโฮที่เลิกคิ้วขึ้น

 

 

707  ผู้ป่วย อิม ยุนอา

 

 

จะว่าไปแล้วน้องสาวต่างแม่คนนี้ก็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นานแล้ว มีบางครั้งที่เธอได้มาเยี่ยมและมาอยู่เป็นเพื่อนบางคืน แต่ช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอจนไม่มีเวลามา ไม่รู้ว่าน้องสาวคนนี้จะเป็นอย่างไรบ้างแต่ก็คงไม่ได้น่าเป็นห่วงมากเพราะมีคนดูแลอยู่คนหนึ่งที่วางใจได้ และอีกอย่างยูริเองก็มาหาอยู่บ่อยๆแทบทุกคืนด้วยซ้ำ ถึงจะงงอยู่บ้างที่ซูโฮบอกว่าเขาพึ่งรู้ว่ายุนอารักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้ทั้งที่ยุนอาก็ถูกส่งมารักษาได้เกือบปีแล้ว มีแค่วันที่พ่อของเธอเสียนั่นแหละที่ยุนอามาอยู่ด้วยคืนหนึ่งแล้วกลับมาที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม

 

จะว่าไป เพื่อนเธอก็เคยชอบยุนอามาก่อนนี่นา

 

เธอลืมไปได้ยังไงกัน

 

"เปิดเข้าไปสิ" ใบหน้าสวยของเพื่อนตัวเล็กที่เพยิดมาให้พร้อมบอกให้เขาเปิดประตูเข้าไปเป็นคนแรกแทนที่จะเป็นเธอที่เป็นพี่สาวซะเอง ซูโฮกดยิ้มที่มุมปากก่อนจะยื่นมือไปบิดลูกบิดประตู

 

เพียงแค่บานประตูสีขาวถูกเปิดออก สิ่งที่ทั้งสองคนได้เห็นคือหญิงสาวหน้าตาสละสลวยในชุดสีขาวซึ่งเป็นชุดผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลที่สั่งทำขึ้นมาพิเศษ ใบหน้าสวยๆของเธอนั้นกำลังหันไปทางด้านหน้าต่างที่มีภาพฝนโปรยรายลงมาเป็นสาย ดวงตากลมจดจ้องมองไปเรื่อยๆข้างนอกไกลสุดลูกหูลูกตา สีหน้าเรียบนิ่งของเจ้าตัวทำเอาซันนี่ที่กำลังจะเอ่ยทักขึ้นนั้นเลือกที่จะเงียบทันที

รองเท้าแบรนด์ดังของซูโซก้าวไปช้าๆจนหยุดอยู่ข้างเตียงและในจังหวะนั้นคือยุนอาที่หันสายตากลับมามองอย่างสงสัย ใบหน้าของคนคุ้นเคยที่เธอจำได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของพี่สาวจึงไม่แปลกใจที่ยุนอาจะยิ้มตอบกลับอย่างจริงใจ

 

รอยยิ้มนั้นของยุนอาไม่ว่าเมื่อไรก็ทำให้เขามองมันอย่างหลงใหลอย่างสม่ำเสมอ รอยยิ้มเธอที่เป็นดั่งพระอาทิตย์เป็นแสงสว่างให้กับเขาในตอนที่เขากำลังหมดหวังและหมดแรง

 

"ว่ายังไง ไม่เจอกันนานเลยนะ"

 

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายเธออย่างอ่อนโยน ตะกร้าผลไม้ในมือถูกวาลงบนโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย ช่อกุหลาบสีขาวในมือหนาถูกยื่นให้กับเธออย่างช้าๆโดนที่หญิงสาวบนเตียงคนป่วยได้แต่มองช่อดอกไม้ในมือของเขาอย่างมีความสุข

 

"ดอกกุหลาบสำหรับเราครับ ยุนอา"

 

คำขอบคุณถูกส่งผ่านมาจากดวงตากลมใสแจ๋วของเธอ มือเล็กทั้งสองข้างรับช่อดอกกุหลาบไปทันทีที่เขาพูดจบ แล้วยกมันขึ้นมาดมสูดกลิ่นหอมสดชื่นของดอกกุหลาบที่พึ่งผ่านการตัดมาในช่วงเย็นและพรมด้วยน้ำหอมที่ถูกคัดมาอย่างดีเหมาะสำหรับการเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล แต่ว่ามันก็ยังเจือด้วยกลิ่นเฉพาะของดอกกุหลาบคงเดิมอยู่และยิ่งเป็นดอกกุหลาบสีขาวที่แสนบริสุทธิ์ด้วยล่ะก็

 

เหมือนกับยุนอา เด็กสาวที่ไร้เดียงสาในสายตาของเขา

 

ชายหนุ่มมองกริยาของหญิงสาวอย่างเอ็นดูก่อนที่ซันนี่จะเดินมาหยุดข้างกันแล้วยิ้มให้กับน้องสาวที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอพอดี แม้ในตอนนี้จะมีแววตาแห่งความสุขให้เธอเห็นอยู่ก็ตาม แต่ในชั่วขณะหนึ่งซันนี่เหมือนเห็นแววตาแห่งความกลัวและตื่นตระหนกราวกับว่าเธอเองเป็นส่งที่น่ากลัวไปสำหรับยุนอา แต่ถ้าจะให้ถามก็คงไม่ได้คำตอบเพราะอย่างนั้นปล่อยละเลยผ่านมันไปซะยังดีกว่า

" ทานข้าวไปหรือยังล่ะเรา" เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับใช้มือเล็กของตนไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเบามือ ยุนอาพยักหน้าน้อยๆพร้อมกับชี้นิ้วไปยังชามข้าวต้มที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดบนโต๊ะที่มุมห้องแล้วฉีกยิ้มให้ ทั้งซันนี่และซูโฮต่างก็มองตามก็เป็นพี่สาวตัวเล็กอย่างซันนี่ที่มองรอบห้องก่อนจะเอ่ยถาม

 

"แล้วนี่พี่เลี้ยงเราไปไหนล่ะยุนอา"

 

"......." นิ้วชี้เลื่อนชี้ไปทางประตูห้องก่อนจะเปลี่ยนมือทำสัญลักษณ์เหมือนกำลังเก็บเสื้อผ้า เธอรู้ได้ทันทีเลยว่าตอนนี้พี่เลี้ยงของยุนอากลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านใหญ่ที่ยุนอาเคยอาศัยอยู่ ซึ่งก็อีกไม่กี่ชั่วโมงพี่เลี้ยงก็คงจะกลับมา

 

"อย่างนั้นเหรอ นี่ยัยยูริเองก็ออกไปเรียนตั้งแต่บ่ายแล้ว สงสัยคงเลิกเรียนช้าแน่ๆแล้วนี่มันก็เย็นมากด้วย ฝนตกอีกต่างหากคงอันตรายน่าดู"

 

"โรคหวงน้องสินะ" ซูโฮเอ่ยติดตลกก่อนจะหัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นซันนี่ทำตาค้อนวงใหญ่ใส่เขาพร้อมกับมือที่เงื้อขึ้นมานิ้วทั้งห้าแนบชิดติดกันพร้อมจะฟาดทุกเวลาเสมอ ก่อนที่จะโดนฟาดเอาจริงๆซูโฮจึกยกมือขึ้นมาเป็นการบอกว่าเขายอมแล้ว

 

"ชิ!"

 

ยุนอามองพี่สาวเพื่อนเพื่อนพี่สาวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นหัวเราะ ท่าทางเหมือนเด็กๆทะเลาะกันเหมือนสมัยที่ซันนี่กับซูโฮเคยเรียนมหาลัยและเธอเองที่เรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งจะเป็นคนคอยห้ามทั้งคู่อยู่เสมอเวลาที่กลุ่มของพวกซันนี่มารับเธอกับซอฮยอนที่โรงเรียน

 

รอยยิ้มที่เคยมีอยู่บนใบหน้าสวยค่อยๆหายไปเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น เรื่องของคนคนนั้นที่มาหลงรกพี่สาวของเธอและพยายามกันทุกคนที่เข้าหาพี่สาวเธอทุกวิถีทางแม้กระทั่งถึงขั้นต้องทำร้ายคนอื่นรวมถึงยุนอาเองก็โดนคนคนนั้นกระทำมาจนทำให้กลายเป็นใบ้ และตอนนี้คนคนนั้นก็ยังคงเวียนอยู่รอบๆตัวพี่สาวของเธอและจับตาดูทุกคนที่เข้าใกล้พี่สาวเธออยู่ตลอดเวลา เธออยากจะเตือนให้หลายคนได้รู้แต่หากได้บอกออกไปยุนอาอาจจะไม่มีแม้ชีวิตเหลืออยู่เลยก็ได้

 

ดวงตากลมเลือกที่จะหันมองไปทางหน้าต่างอีกครั้ง เสียงฝนที่ตกลงมาดังกลบเสียงของพี่สาวเธอและซูโฮไปแล้ว หรือบางทีอาจจะเป็นยุนอาเองก็หลงเข้าไปในภวังค์ของเสียงฝนตกนั่น

 

ตอนนี้คนคนนั้น....จะฆ่าใครเป็นรายต่อไปกันนะ

 

ขออย่าให้เป็นคนใกล้ตัวของเธอเลย

 

"ยุนอา เป็นอะไรหรือเปล่า?"

 

แต่เหมือนมันจะเป็นไปไม่ได้

 

"ยุนอา"

 

ในเมื่อมันจ้องเล่นงานพวกเราอยู่แบบนี้

 

กลับไปแล้ว ทั้งพี่ชายคนสนิทและพี่สาวของเธอ ทั้งสองคนนั้นกลับบ้านไปแล้ว เหลือเพียงแต่เธอเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่บนเตียงและมองหน้าต่างอยู่แบบนี้โดยไม่ละสายตาแม้แต่น้อย ท้องฟ้าที่มืดครึ้มเสียงฟ้าร้องก้องกังวานทั่วเมือง สายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงที่ไหนสักที่ ภาพนี้ช่างเป็นภาพที่น่ากลัวซะเหลือเกิน

 

และคงเป็นภาพน่าสะเทือนใจน่าดูหากพื้นบนถนนหรือพื้นที่ที่ใดสักที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงของใครสักคนที่ไหลปนกันพร้อมกับร่างกายที่ไร้วิญญาณที่ถูกของมีคมฟันเข้าหรืออาจจะตัดออกเป็นชิ้นๆ

 

หึ!

 

 

หยัดตัวลุกออกจากเตียงพร้อมกับเดินไปที่ริมหน้าต่างอย่างช้าๆ มือบางเลื่อนตามกระจกใสก่อนจะปลดล๊อคแล้วค่อยเปิดมันออก หยาดฝนที่ตกลงมากระทบเข้าที่ใบหน้าสวยไร้การปรุงแต่ง ไหลตามรูปหน้าก่อนจะหยดลงบนพื้นห้องอย่างช้าๆ กลิ่นอายความเย็นพัดเข้ามาในห้องจากลมที่พัดมาอย่างแรง ร่างกายของเธอเริ่มเปียกโชกไปด้วยหยดน้ำฝนที่เย็นจัดจนสั่นสะท้านทั่วร่าง หยดน้ำค่อยๆไหลลงตามเรือนร่างผอมบางก่อนจะนองอยู่ที่พื้นห้อง

 

 

แอ๊ดดดดด

 

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากเธอได้ไม่ใช่น้อย และเพียงแค่หันหลังกลับมามองมาดวงตากลมก็สบเข้าดวงตาของคนที่เข้ามาใหม่

 

"ทำแบบนั้นอีกแล้วนะ เธอพึ่งหายป่วยไปวันก่อนเอง ไม่เข็ดหรือไงกัน" เสียงแหบแห้งจากคนที่เข้ามาใหม่ในชุดไพรเวทเปียกโชกไปทั้งตัวพร้อมกับกระเป๋าสะพายข้างที่เปียกเช่นกันราวกับว่าเหมือนรีบวิ่งผ่าท่ามกลางสายฝน

 

"อย่าให้ฉันต้องมาดูแลคนป่วยแบบเธอบ่อยๆสิ  เธอก็รู้ว่าฉันมีธุระสำคัญที่ต้องทำ" แม้คำพูดจะเหมือนเป็นคำตำหนิอย่างหนึ่ง แต่รอยยิ้มที่ยิ้มตอบกลับมากลับเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน ควอน ยูริปิดประตูก่อนจะค่อยๆเดินมาหาร่างที่ยืนติดอยู่กับหน้าต่างจนแนบชิดกับแผ่นหลัง ยุนอาเองก็หมุนตัวกลับมาก่อนจะใช้มือที่เปียกเช็ดเข้าใบหน้าใสของอีกคน เพราะความสูงที่เท่ากันจมูกโด่งของทั้งคู่ก็เลยชนกัน

 

ตาสบตา

 

ยุนอายิ้มบางๆก่อนจะ...

 

"ขอโทษนะ แต่ฉันนึกถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว"

 

ริมฝีปากบางแนบลงกับริมฝีปากอมชมพูของอีกคน 

พร้อมกับลิ้นของทั้งคู่ที่แลกเข้าหาความหวานของกันและกัน

 

 

 

"ซอฮยอนเป็นไงบ้าง"

 

"ยัยนั่นน่ะเหรอ ก็นอนพักอยู่ที่นี่แหละเห็นว่าอาการกำเริบ"

 

"แล้วแบคฮยอน?"

 

"หมอนั่นก็กลับบ้านไปแล้ว คืนนี้เป็นพี่แทยอนเฝ้าแทน"

 

"อย่างงั้นเหรอ" หลังจากที่เปลี่ยนเข้าชุดใหม่เรียบร้อยคนป่วยก็กลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับที่ยูริถือนมร้อนที่พึ่งชงเสร็จมาดื่มให้คลายหนาว แก้วหนึ่งถูกยื่นให้คนป่วยก่อนที่ยุนอาจะรับมันไปและในตอนนั้นยูริเองก็พึ่งสังเกตเห็นตะกร้าผลไม้ นมและขนมต่างๆ ข้างๆเป็นช่อดอกกุหลาบสีขาวสีโปรดของยุนอา คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนที่ยุนอาจะเอ่ยขึ้นมาเมื่อรู้ทันความคิดอีกคน

 

"พี่ซูโฮเขาเอามาเยี่ยมพร้อมพี่ซันนี่น่ะ"

 

"พี่ซูโฮ หึ!" พูดเสียงเรียบตบท้ายด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันก่อนจะยกแก้วนมขึ้นดื่มไปอึกหนึ่งท่าใกลางความสงสัยของยุนอา

 

"ทำไมเหรอ?"

 

"ก็เมื่อตอนกลางวันมีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นน่ะสิ เธอต้องอยากรู้มากแน่ๆเลยยุนอา ว่าแต่เธอได้พูดอะไรกับเขาและพี่ซันนี่หรือเปล่า" ยุนอาส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำถามซึ่งมันก็เป็นคำตอบที่น่าพอใจสำหรับยูริมากๆ คนผิวคล้ำกว่าเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

 

"ดีแล้วล่ะ ถ้าหากเธอพูดแล้วมันรู้เข้าเธอต้องไม่ปลอดภัยแน่ๆยุนอา"

 

"ฉันก็คิดว่าฉันไม่ปลอดภัยแต่แรกแล้วล่ะ" ยิ้มบางๆให้กับคำพูดของตัวเองที่เหมือนจะทำใจยอมรับกับเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

 

"............"

 

"บางทีพรุ่งนี้รายต่อไปอาจจะเป็นฉันก็ได้ ใครจะรู้ ว่ามั๊ย?" หลังจากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสนิท ทั้งยูริและยุนอาต่างก็ตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ปล่อยให้ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบผิวและมีนมร้อนในแก้วช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวให้

 

โดยที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่รู้ว่าข้างนอกห้องนั้นมีใครบางกำลังยืนอยู่ทางด้านหลังต้นไม้ใหญ่และจ้องมองผ่านเธอทั้งสองผ่านกระจกหน้าต่าง ใครบางคนที่อยู่ในชุดคลุมสีดำพร้อมกับร่มขนาดใหญ่ในมือ

 

 

ร่มสีแดง

 

 

คนที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมสีดำหมุนตัวกลับไปตามทางเดิมพร้อมกับร่มสีแดงถูกกางขึ้นมา ฝนตกกระทบลงกับร่มพร้อมกับไหลลงบนพื้นปรากฏคราบน้ำสีแดงข้นที่นองปนกันกับมวลน้ำอยู่ก่อนที่ร่างนั้นจะหายลับไปกับความมืดมิด

 

 

ทิ้งไว้เพียงคำพูดอันน่ากลัว



เลือดกับฤดูฝนนี่มันช่างเข้ากันจริงๆว่ามั๊ยยุนอา หึหึ

 

 





   TBC.


ในที่สุดก็ครบ 100% สักที T.T รอกันนานหรือเปล่า

บิวเข้าหักหอที่มหาลัยแล้ว กิจกรรมเยอะมากเลิกสี่ทุ่มทุกวันได้นอนตอนเที่ยงคืน

ยังดีที่แบบตอนเช้าไม่มีอะไรแต่บ่ายเป็นต้นไปนี่เพียบเลย ยังดีที่ปลีกตัวมาอัพฟิคได้

บิวคิดถึงทุกคนนะ และบิวอาจจะแต่งฟิคงงๆไปบ้างก็ขออภัยด้วย

แต่ถ้าสังเกตดีๆจะสามารถเดาฆาตกรได้ง่ายมาก

อย่าลืมเรื่องนี้กันนะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นเลยนะคะ


ป.ล. มีคนตอบ ฆาตกร ถูกด้วยแหละ


 
THE★ FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,691 ความคิดเห็น

  1. #2671 Little1397 (@Little1397) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 14:24
    ระหว่างยุนยูลนี่คืออัลไลคะไรท์-- คนที่เป้นคนร้ายต้องเป้นคนที่คาดไม่ถึงแน่ ไม่น่าจะใช่คนที่แสดงออกแบบชัดเจนนะ เพราะไม่งั้นมันอาจจะเดาง่ายไป แเดาเรื่องไม่ถูกจิงๆ
    #2,671
    0
  2. #2644 ML_HM (@american0_0420) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 23:26
    ถัดจากซูโฮก็ยูริเนี่ยแหละแปลกมาก
    #2,644
    0
  3. วันที่ 18 เมษายน 2559 / 16:21
    ซูโฮเหรออออ
    #2,626
    0
  4. #2582 slowly (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 13:33
    ปากกาของใครอ่า แง้ๆๆๆ เดาไม่ออกเลย ไรท์บิว

    จะสิ้นเดือนสิงหาคมแล้วคะไรท์ รีบๆ มาอัพนะ

    ก่อนที่รีด slowly จะขาดใจตาย Y Y



    (แต่งฉากคัทแล้วเอามาแจกอีกนะคะ กรี๊ดดดด pooongpangR@gmail.com)



    ขอบคุณเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ ขอบคุณจริงๆ สนุกมากจริงที่ได้อ่านผลงานของไรท์
    #2,582
    0
  5. #2564 lovely-bh (@lovely-bh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 21:22
    ยุนรู้ด้วยว่าฆาตรกรเป็นใคร เกี่ยวข้องกับซันนี่งั้นหรอ
    #2,564
    0
  6. #2551 maylone (@maylonesone) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 02:01
    งั้นยุนก็รู้น่ะสิว่าใครคือฆาตกรคนที่เป็นคือคนที่เกี่ยวข้องกับซันนี่สิน่ะไม่ใช่แทยอน
    และต้องอยู่ใกล้มากๆตอนนี้สงสัยไค
    #2,551
    0
  7. #2550 love sunny (@speek-now) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 00:03
    ฆาตกรเปนคัยกันแน่เนี่ย ต้องเปนคนที่ยุใกล้ๆตัวแน่ๆ
    #2,550
    0
  8. #2549 Narisara Exo XOXO (@narisaraexo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 22:53
    ร่มสีแดงงง~มาแล้วว ฆาตกรไม่รู้อ่าาคนที่น่าสงสัยตั้งแต่แรกกับไม่ใช่ ส่วนคนที่คิดว่าไม่น่าจะกับน่าสงสัย โอ้ยยมีแต่คนน่าสงสัยไปหมดสรุป สถานะการณ์อย่างนี้ไม่อาจจะไว้ใจใครได้ ไรต์มาต่ออีกนะคะมันค้างคามากๆ อย่า!!หายไปนานอีกนะเขารออยู่ :-)
    #2,549
    0
  9. #2548 sweet_snsd (@sweet_snsd) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 19:39
    ได้อ่านตอนนี้เเล้วทำให้เรารู้เลยว่าคนที่คิดไว้นั้นไม่ใช่ฆาตกร

    ยุนอาไม่ยอมพูดกับใครนอกจากยูริเพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัยสินะ

    เเต่ถ้ายุนอากับยูริรู้ตัวฆาตกรเเสดงว่า ฆาตกรต้องเป้นคนใกล้ตัวที่รู้จักเเน่นอนเลยสินะ

    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น ยิ่งอ่านยิ่งซับซ้อน
    #2,548
    0
  10. #2546 mini_tigereyes (@mini_chii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 19:28
    ตกลงยุนพูดได้รึไม่ได้กันแน่นะ แตที่แน่ ยุนยูลนิมันคืออะไร ว๊ายยยย 
    #2,546
    0
  11. #2545 Vivian Schnepp (@tunkeaw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 17:59
    ลองอ่านอีกรอบ ฆาตรกรเป็นซันนี่รึป่าว0.0 คงไม่ใช่ใล่มั้ย ป๋าซันคงไม่ฆ่าพ่อตัวเองหรอกนะ ไม่ใช่ซอ แท ยูริ ยุนอา แน่ๆ ซูโฮก็ไม่น่า แบคก็คงไม่ใช่ แล้วมันคือใคร เอ๊ะ รึเป็นไค-..-
    #2,545
    0
  12. #2544 byuntaengoo (@byuntaengoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 15:50
    ดีใจ ไรท์มาต่อแล้ว รอคู่ลู่แทนะคะ
    #2,544
    0
  13. #2543 byuntaengoo (@byuntaengoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 15:50
    ดีใจ ไรท์มาต่อแล้ว รอลู่แทนะคะ
    #2,543
    0
  14. #2542 byuntaengoo (@byuntaengoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 15:49
    ฆาตกรนี่ไม่ใช่ซูโฮกับยูริแน่ๆเลย
    #2,542
    0
  15. #2541 byuntaengoo (@byuntaengoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 15:48
    ฆาตกรนี่ไม่ใช่ซูโฮกับยูริแน่ๆเลย
    #2,541
    0
  16. #2540 byuntaengoo (@byuntaengoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 15:47
    อึ้งยูริกับยุนนี่แหละ5555
    #2,540
    0
  17. #2539 Vivian Schnepp (@tunkeaw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 14:34
    ทำไมยุนอากับยูริถึง.... ฆาตรกรไม่น่าใช่ซูโฮอย่างที่คิดมาตลอด อ่านแล้วเดาไม่ออกจริงๆ แต่ทำไมคิดว่าเป็นซอฮยอน รึว่าจงอิน คนที่ชอบพี่สาวยุนอา งง อัพต่อไวๆนะค่ะ รอ~~ ปล.ดีใจมากที่ไรต์กับมาอัพต่อ
    #2,539
    0
  18. #2538 OLOnsG (@olonsg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 14:25
    โอ๊ะ 100 % นี้เหมือนตัดตัวเลือกไปได้หลายคนเลยแฮะ
    ที่ไม่ถูกเอ่ยถึงคงจะมีแค่ เซฮุน กับ จงอิน แบบนั้นหรือเปล่า
    ก่อนหน้านี้สงสัยจงอินเป็นอันดับต้นๆเลย แต่บทออกน้อยเลยมักจะลืมๆ
    ตั้งแต่ครั้งเจสสิก้าแล้ว แถมที่ไปบ้านซันนี่อย่างไม่มีเหตุผลอีก
    กับซันนี่ที่เลิกกันมันเพราะอะไร หรืออาจจะเป็นสาเหตุ หรือจะใช่...


    แต่ที่ตกใจ หืมมมม ยูลยุน คืออัลลไล เด๋วนะแกไม่ใช่พี่น้องกันหรอ
    อกอิแป้นจะแยก สายวาย จริงหรือนี่ ยังไงๆล่ะเนี่ย คราวที่แล้วก็ซอฮยอน
    เหมือนฆาตกรกำลังจะเปิดเผยตัวเร็วนี้แหล่ะ 

    ให้เดาก็คงคิดว่า จงอิน นี่ล่ะเข้าทางสุดละ เพียงแต่สงสัยมันเกี่ยวกับซอฮยอนยังไง...

    #2,538
    0
  19. #2537 I'm SONE (@sone19161) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 14:24
    ยุนอารู้ว่าใครคือฆาตกร ดูเหมือนยูริก็น่าจะรู้เหมือนกัน ซอฮยอนที่เราสงสัยก็ไม่น่าจะใช่ฆาตกร หรือว่าฆาตกรจะเป็นไค โอ้ยยย อยากรู้แล้วง่าาาาา
    #2,537
    0
  20. #2536 I'm SONE (@sone19161) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 20:25
    เย้ ไรเตอร์กลับมาแล้ว
    ปล.เราคิดว่าฆาตกรไม่น่าจะใช่ซูโฮนะ ยิ่งอ่านเรายิ่งคิดว่าฆาตกรคือซอฮยอน ไม่รู้มโนไปเองหรือป่าวแต่ความรู้สึกมันบอกงี้อ่ะ เหมือนน้องมีปมฝังใจตั้งแต่เด็กคงอาจจะอิจฉาซันนี่ที่มีครอบครัวที่อบอุ่นอะไรงี้
    ปล.2 #เรามโนเก่งมาก
    #2,536
    0
  21. #2535 mini_tigereyes (@mini_chii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 19:23
    มาแร้วๆๆๆๆ ลู่แทก้อยังน่ารักเหมือนเดิม ชอบๆๆ ยังไงก้อสู้ๆๆนะคะ
    #2,535
    0
  22. #2534 ทิทายุ ศิริกูล (@boymas-6501) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 11:49
    อยากฉากคัททุกตอนนต้องทำไง
    #2,534
    0
  23. #2533 aommyzp (@aommiizp) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 03:08
    Kaisunnnn
    #2,533
    0
  24. #2531 N E M O !!* (@plae) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 23:36
    ลึกลับซับซ้อนมากก ไม่กล้าเดาเลย
    #2,531
    0
  25. #2530 sweet_snsd (@sweet_snsd) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 22:55
    กรี๊ดดดดดดดดดด!! ไรต์เตอร์กลับมาอัพต่อแล้วดีใจมากอ่ะ อ่านตอนนี้เเล้วยิ่งสงสัย อย่างที่ชานยอลบอกว่าฆาตกรไม่ได้มีคนเดียวแน่นอน เเถมซูโฮกับยูริก็ทำท่าทางน่ากลัวและน่าสงสัยยังไงก็ไม่รู้เหมือนคนที่รู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับตัวฆาตกร พี่ลู่บอกเคยเห็นปากกาด้ามนั้นเเสดงว่าฆาตกรต้องเป็นคนใกล้ตัว ไม่ใกล้ไม่ใกลเเน่นอน
    #2,530
    0