อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 7 : หลานฉีเอ๋อร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    3 ม.ค. 64

จ้าวลู่เเหกปากร้องลั่นราวกับสุนัขตกน้ำประหนึ่งหมูโดนเชือดก็มิปาน

"ไม่....ท่านปู่ช่วยข้าด้วย...!"

เด็กหนุ่มดิ้นรนสุดชีวิตขณะพยายามต่อต้านพยัคฆ์เหมันต์ร่างมนุษย์ในชุดเกราะสีฟ้าขาดรุ่งริ่งมือข้างขวาของนางชั่งราวกับคีมหนีบคว้าจับหน้าผากของจ้าวลู่ไว้เเน่นขณะใบหน้าอันงดงามของนางพยัคฆ์เหมันต์ขาวซีดจางพลางกัดฟันกรอดอดทนต่อความเจ็บปวดนัยตาของนางมากด้วยความมุ่งมั่นหมายประหนึ่งว่าต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายก็ไม่อาจปล่อยมือจากจ้าวลู่

น้ำเสียงอันแหบแห้งหลุดรอดผ่านไรฟันของนางขณะเริ่มปรากฏโลหิตไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก

"หยุดดิ้นรนได้เเล้วข้ามีเวลาไม่มากนักหนุ่มน้อยไม่สิลู่เอ๋อร์ ทั้งหมดย่อมดีกับตัวเจ้า"

จ้าวลู่พลันรู้สึกได้สติขึ้นมาเมื่อได้ฟังคำเเละพบว่าตนไม่ได้รับอันตรายใดๆจากการกระทำนั้นโดยเฉพาะเมื่อสพตากับนางพยัคฆ์เหมันต์ที่มีใบหน้างดงามราวเทพธิดาตกสวรรค์โลหิตที่ไหลซิปตรงมุมปากของนางดวงตาคู่นั้นของนางเปี่ยมล้นด้วยความเมตตาซึ่งมีเเววตาเเบบเดียวกันกับหวังอี้ฟานผู้เป็นปู่ในความทรงจำก็เลิกดิ้นรนขัดขืน

นางพยัคฆ์เหมันต์ปล่อยมือจากจ้าวลู่ก่อนจะก้าวถอยหลังเบ่นสายตาเหลือบมองอสูรตัวน้อยผู้เป็นบุตรสาว โดยที่จ้าวลู่ไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นกับตนกันเเน่เเถมทำไมถึงได้รู้สึกผูกพันสนิทชิดเชื้อกับพยัคฆ์เหมันต์เเละอสูรตัวน้อยขนฟ้าเขามังกรมากมายเช่นนี้

"ท่านผู้อาวุโสไม่สิ ต้องท่านน้าหญิง ท่านทำอะไรกับข้า !"

พยัคฆ์เหมันต์กระอักโลหิตออกมาเมื่อจ้าวลู่เห็นภาพดั่งนั้นจึงคิดจะวิ่งเข้าไปพยุงร่างนางเเต่ทว่านางกลับยกมือข้างหนึ่งขึ้นห้ามปรามพลางใช้อีกมือป้องปากสกัดโลหิต

เปล่งวาจา

"อย่าเข้ามาตอนนี้ปราณความตายกำลังกัดกินวิญญาณข้า ลู่เอ๋อร์จงฟังให้ดี"

เด็กหนุ่มมึนงงไปหมดเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เลยสักนิดเเถมกลุ่มควันลมปราณสีดำทมิฬรอบร่างนางพยัคฆ์เหมันต์เองก็หาใช่สิ่งที่ตนควรจะเเตะต้องได้ไม่

ร่างของจ้าวลู่แข็งทื่อราวกับตอไม้ก่อนจะรีบพยักหน้างึกงักรับโดยไม่ทันรู้ตัว

รอยยิ้มเเละเเววตาอันอ่อนโยนพลันปรากฏจากนางพยัคฆ์เหมันต์ร่างโฉมสะคราญเเต่กลับมีน้ำเสียงเเหบเเห้งยามเปล่งวาจาออกมา

"ตอนนี้ข้ากำลังจะดับสูญพลังเฮือกสุดท้ายของข้า ได้มอบให้เจ้ากับหลานฉีเอ๋อร์ไปเเล้วจงปกป้องนาง เจ้าจะรับปากมารดาผู้ใกล้ลาลับอย่างข้าได้หรือไม่!" 

เด็กหนุ่มพลันเบิกตาโพลงรีบเอ่ยปากเเต่ไม่ทันไรก็โดนขัดโดยพยัคฆ์เหมันต์ที่กำลังเริ่มกลายเป็นละอองเเสงสีทองด้วยรอยยิ้ม

"ข้า..."

"ขอบคุณมากลาก่อนหนุ่มน้อยลาก่อนบุตรข้า !"

จ้าวลู่รีบวิ่งพุ่งทะยานหมายคว้าจับร่างพยัคฆ์เหมันต์ที่เหลือเพียงใบหน้าเเต่มือข้างนั้นไม่ทันถึงตัวของนาง

ร่างนั้นพลันมลายกลายเป็นละอองเเสงพัดผ่านไปกับสายลมต่อหน้าต่อตาของจ้าวลู่ฝ่ามือข้างนั้นคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

คราว....

หลานฉีเอ๋อร์สัตว์อสูรตัวน้อยคำรามเสียงเล็กขณะพยายามลืมตาเพื่อดูภาพสุดท้ายของมารดาที่กำลังจะหายไปกับสายลม ดวงตาคู่นั้นเห็นเพียงละอองเเสงบนท้องฟ้าหยดน้ำตาไหลซึ้งออกมาเป็นสายธารจากดวงตาคู่น้อย

กรร....โฮก..

เสียงคำรามอันเศร้าโศกของสัตว์อสูรดังลั่นจากทุกทิศทางราวกับพวกมันกำลังบอกลาส่งจ้าวเหนือหัวเป็นครั้งสุดท้าย

เสียงทั้งหลายผสานกับเสียงคำรามอันโศกศัลย์ของหลานฉีเอ๋อร์ จ้าวลู่เองมองดูละอองเเสงสีทองเริ่มจางหายไปบนท้องฟ้าชนิดต่อหน้าต่อตาโดยมิรู้เลยว่าตนกำลังมีน้ำตาไหลซึมออกจากดวงตาทั้งสองข้างตั้งเเต่เมื่อใด

ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจลึกพลางยิ้มให้กับท้องฟ้าใบหน้าเเละดวงตาภาพรอยยิ้มอันอ่อนโยนในร่างมนุษย์ของพยัคฆ์เหมันต์นั้นได้ตราตรึงสลักเก็บไว้ภายในใจก่อนจะเเหกปากตะโกนสุดเเรงเกิดเป็นครั้งเเรกในชีวิต

"ท่านหญิงน้าพยัคฆ์เหมันต์ข้าจ้าวลู่ขอสาบานต่อฟ้าว่า ข้าจะใช้ชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อปกป้องนาง หลับให้สบายเถอะท่านน้า ที่น่าเคารพยิ่ง เมื่อมีข้าต้องมีหลานฉีเอ๋อร์ของท่านพวกเราจะต้องเป็นสุดยอดของยอดยุทธทั้งมนุษย์เเละสัตว์อสูรไปด้วยกัน ท่านได้ยินข้าหรือไม่ท่านน้าาาาา... "

เป็นครั้งแรกที่จ้าวลู่ได้สัมผัสถึงความรักของมารดาที่มีต่อบุตรเเม้นจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆในวาระสุดท้ายมารดา

นางผู้นั้นยังฝากฝังตนให้ปกป้องลูกน้อยจ้าวลู่หันกลับไปมองหลานฉีเอ๋อร์ที่กำลังยืนด้วยขาทั้งสี่อย่างมั่นคงพลางร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายธารจากดวง

สายตาคู่นั้นทอดมองท้องฟ้าพร้อมหมู่เมฆล่องลอยสายลมพัดโอบกอดราวกับอยากจะลบภาพเเห่งช่วงวินาทีสุดท้ายของจ้าวปกครองป่าหลินตันผู้ลาลับ

จ้าวลู่เอ่ยปากด้วยดวงตาแดงกล่ำ

"หลานฉีเอ๋อร์"

สัตว์อสูรตัวน้อยขนปุกปุยพลันหันกลับมามองอย่างช้าๆด้วยดวงตาคู่ใสที่มีร่องน้ำตาไหลรินมิหยุดหย่อน ก่อนจะคำรามเสียงเล็กก้าวเท้าเดินเข้ามาหาจ้าวลู่ที่พลันนังคุกเขาทั้งสองมองท้องฟ้า

กรร...

หัวเล็กๆที่ปกคลุมไปด้วยขนสีฟ้าใสนุ่มนิ่มเช็ดถูยังต้นขาของจ้าวลู่

หนุ่มน้อยมองร่างของหลานฉีเอ๋อร์ด้วยสายตาซับซ้อนก่อนก้มตัวใช้มือทั้งสองจับร่างนั้นขึ้นมาอยู่ตรงหน้าสายตาอันโศกเศร้าของหนึ่งสัตว์อสูรหนึ่งมนุษย์ประสานกันก่อนที่จ้าวลู่จะเอ่ยปากพลางฉีกยิ้มสุดความสามารถหวังบรรเทาความเศร้าโศกของหลานฉีเอ๋อร์ที่มีน้ำตาไหลพรากมิหยุดหมายใช้ความอ่อนโยนของตนขับความโศกเศร้าให้บรรเทาจากใจของทั้งสอง

"เเม้นไม่มีท่านน้าคอยอยู่ดูเเลเจ้าเเต่ก็ยังมีข้าที่จะคอยดูแลเจ้าน่ะฉีเอ๋อร์ อย่าได้กังวลไปข้าเป็นของเจ้าเจ้าเป็นของข้าดูแลซึ่งกันและกันตลอดไป เราสองเเม้นต่างที่มาเเต่จะไม่พรากจากกันข้าสัญญาต่อฟ้า"

ราวกับสัตว์อสูรตัวน้อยจะเข้าใจในความหมายจากคำพูดของจ้าวลู่มันคำรามเสียงต่ำออกมาก่อนจะเลียมือของจ้าวลู่ที่คว้าจับร่างกายอย่างนุ่มนวลเอาไว้

กรร...

จ้าวลู่เผยรอยยิ้มด้วยความเมตตากว่าครั้งใดก่อนจะวางร่างนั้นลงพลางคว้าจับชายเสื้อของตนก่อนจะดึงฉีกกระชากจนขาดวิ่นเเล้วคว้าร่างของหลานฉีเอ๋อร์ขึ้นมามัดไว้กับหน้าอกตนด้วยผ้าชายเสื้อผืนนั้น 

เด็กหนุ่มก้มมองหลานฉีเอ๋อร์อีกครั้งก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มเเม้นจะมีร่องรอยคราบน้ำตาบนใบหน้าก็ตาม

"ไปกันเถอะฉีเอ๋อร์"

เสียงคำรามต่ำเปล่งออกจากปากของอสูรตัวน้อยคล้ายเป็นการตอบรับ

กรร...

ร่างของจ้าวลู่พุ่งทะยานเหนือยอดไม้อีกครั้งเพราะกลัวจะเจอเข้ากับสัตว์อสูรตนอื่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #3 Speed ​​of light (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 11:15

    กดให้กำลังใจกันหน่อยสิพวกเธอ ไรท์จะมีพลังในการเขียนอิอิล้อเล่นนะ
    #3
    0