อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 44 : จักระกระบี่เทพพฤกษาเผชิญหน้าอสูรสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    24 ธ.ค. 63

ณ ใจกลางกองทัพจอมยุทธฝ่ายมารปรากฏชายหนุ่มสวมใส่ชุดดำนั่งทอดน่องมือเท้าคางอยู่บนเก้าอี้ประหนึ่งรัตนบัลลังก์ท่ามกลางคนนับหมื่นพันรายล้อมพลางฉาบใบหน้าเหี้ยมเกียมเเลดูกระหายโลหิตยิ่งนักมิต่างจากสัตว์อสูรปีศาจมารร้าย

พลังอันน่าสะพรึงพรึ่งพิฤทธิ์กำจายรอบกายเป็นเส้นสายปราณอุรุสีดำทมิฬนัยตาจับจ้องทอดสายตามองยกมือชี้นิ้วยังหลงเปาที่อยู่ห่างไกลหลายสิบลี้ด้วยความประหลาดใจเอ่ยปากถามคนสนิท

ที่ดูเเลคล้าย บัณฑิตทรงภูมิในชุดดำยาวถือพัดโบกสะบัดประหนึ่งมิเเยเเสต่อพลังของหลงเปาที่เเสดงออกมาเเถมพัดในมือของเขาดูคล้ายปักษาวิหคสายรุ้งขนนกนานาชนิดจากเผ่าเทพอสูรเเละสัตว์อสูรประเภทนกต่างประดับประดาในพัดชิ้นนี้ราวของสะสมอันสร้างจากขนนกซากศพ

"มันผู้นั้นคือบรรพจารย์เทพอักษรเช่นนั้นรึ "

คนสนิทเหลือบมองจ้องพินิจพิจารณาสาวเท้าก้าวสามก้าวหันหลังกลับมาตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งคล้ายมิเเยเเสเเม้นว่าวันนี้ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายก็เเลคล้ายมิต่างมายากลที่ถูกเเสดงโดยหลงเปา

"เรียนใต้เท้า หากข้าคาดมิผิด คนผู้นั้นคือผู้เเซ่หลงนามเปาฉายามารโลหิต 42 ปีก่อนจักระโลหิตบรรพกาลได้ถูกเปลี่ยนมือจากบรรพจารย์เทพอักษรสู่ศิษย์เอกลำดับห้า 17 ปีก่อนเกิดการสังหารหมู่โดยศิษย์เอกผู้นี้ฝ่าสังหารคนนับพันจนเป็นที่มาของการขนานนามมารโลหิตในภายหลัง "

เมื่อได้ฟังความจากอีกฝ่ายเขาก็ทำเพียงคลี่ยิ้มในเเววตาปรากฏความสนอกสนใจมิน้อยก่อนเปล่งวาจาลั่นสุรเสียงก้องชั้นฟ้าด้วยลมปราณยังหลงเปาหมายไต่ถาม

"เจ้าใช่ศิษย์เอกลำดับห้าของบรรพจารย์เทพอักษรเช่นนั้นรึ? "

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหาได้เเสดงถึงความจริงใจไม่นอกจากนี้ยังฟังเเลเย็นชาหลายส่วน

ฝ่ายหลงเปาเองก็มิได้รั้งรอเร่งตอบคำถามเพียงทำตามมารยาทถือว่าอย่างน้อยก็ควรรู้จักชื่อเเซ่ของเเม่ทัพฝ่ายศัตรู

"ใช่เเล้วข้าผู้เเซ่หลงนามเปาศิษย์เอกลำดับห้าบรรพจารย์เทพอักษร เเล้วท่านคือผู้ใดในกองทัพทมิฬ ?"

เสียงหัวเราะดังลั่นครั้งลุกยืนขึ้นกอดอกจับจ้องยังหลงเปาที่ลอยเด่นเป็นสง่าหยุดเยืนท่ามกลางนภากาดเผชิญกองทัพมากเพียงนี้กลับมิปรากฏความหวาดกลัวเเถมยังดูองอาจชั่งหาได้ยากยิ่งในบรรดาเหล่าจอมยุทธ์อายุน้อย

"ชื่อเเซ่ข้ามิเคยมี ครั้งเกิดในเเดนทมิฬตั้งเเต่ลืมตาดูโลกถูกปกครองโดยพวกจักรพรรดิเเละเหล่าราชันย์เผ่าอุรุ อยู่ในดินเเดนที่เหล่าพวกที่เรียกตัวเองว่าเทพอย่างพวกเจ้าทอดทิ้งมิคิดเคยจะมาสนใจใยดี ชนทั้งหลายต่างเรียกขานข้าว่า มือปีศาจ เเม่ทัพลำดับเจ็ดในกองทัพทมิฬ สังกัดราชันไป๋หู่ คนมากมายที่อยู่ภายในดินเเดนทมิฬก็มิต่างจากปศุสัตว์ คุณธรรมที่พวกเจ้าชอบเเอบอ้างชั่งไร้เเก่นสาร เทพเช่นนั้นรึ มารเช่นนั้นรึ ต่างกันเพียงที่มาจากการบำเพ็ญขุมพลัง หากพวกเจ้าถือคุณธรรมจริงใยไม่บุกฝ่าเข้าช่วยเหลือเหล่าคนตกทุกได้ยากนับล้านล้านในเเดนทมิฬกันเล่ามิหนำซ้ำยังปล่อยเวลาล่วงเลยนานนับแสนปีก็ไม่มีการเคลื่อนไหว พวกเจ้ามันสมควรตายให้หมด ! "

ฝ่ายหลงเปามิคิดจะคัดค้านเเต่ประการใดเเถมในใจยังรู้สึกสงสารมิใช่น้อยจะมีเรื่องใดในโลกหมื่นสวรรค์กันเล่าจะรันทดเท่าการเป็นทาสสืบลูกชั่วหลาน ดั่งคนจากฝั่งเเดนทมิฬเเม้นจะยินดีหรือไม่นั้นมิสลักสำคัญ หากเกิดในเเดนทมิฬก็มิต่างจากก้าวเท้าหนึ่งข้างย่างยังปากนรกเเถมในพื้นที่เเห่งนั้นยังปราศจากหลิงฉีในฟ้าดินเพราะปราณอุรุคอยทำลายกัดกลืนชนิดมิมีเหลือเพียงเส้นขนเเถมพลังปราณอุรุเองก็เกิดจากจิตใจด้านลบของผู้คน เเม้นพวกมันจะเรียกตัวเองว่าเหยาหมิง เเต่เหล่าบรรพจารย์กลับตั้งชื่อเรียกขานพวกมันว่าอุรุตลอดมา

จะเหยาหมิงหรืออุรุมิสำคัญสำคัญที่การกระทำต่ำช้าทั้งหลายล้วนเกิดจากพวกมันทั้งสิ้น ทั้งจับคนมาทันฑ์ทรมานทั้งกักขังใช้เเรงงานมิต่างทาส เพื่อให้จิตใจของทุกผู้คนเกิดความเคียดเเค้นปลดปล่อยปราณอุรุกลายเป็นขุมพลังให้กับพวกมันใช้ในการบำเพ็ญ

เมื่อสิ้นเสียงเหล่าทหารฝ่ายกองทัพเเดนร้างต่างส่งเสียงลั่นสั่นกระเพื่อมอย่างพร้อมเพรียงมือเท้ากระทืบชกอกนำอาวุธกระเเทกพื้นดินปากร้องคำรามลั่นประหนึ่งสัตว์ร้ายปลดปล่อยพลังอันน่าหวาดหวั่นเป็นเส้นสายสีดำสนิทโพยพุ่งเหนือท้องฟ้า ปกคลุมกำจายเหนือศีรษะกองทัพนับหมื่น

ฮึ่มฮือฮา...ปัง...ปัง...ปัง...

ฝ่ายหลงเปาพลันมีนัยตาหดเกร็งเร่งเร้าวาดมือพนมนั่งลงหยุดเหนือนภากาดประหนึ่งพระโพธิสัตว์เผชิญมารเค้นพลังสุดขีด

จักระกระบี่เทพพฤกษาพลันสั่นไหวก่อขยายร่างสูงหลายสีบลี้กลายเป็นต้นโพธิ์ขนาดยักมหึมากิ่งก้านสาขายืดยาวปกคลุมประหนึ่งสวรรค์เเละโลกสะท้อนเเสงสีมรกตระยิบระยับยามต้องดวงตะวันเเถมยังปรากฏร่างชายเเต่งกายคล้ายนักบวชนั่งพนมมือเเลคล้ายพุทธะส่งรอยยิ้มเปี่ยมล้นด้วยความเมตตามองยังเหล่าทหารกองทัพเบื้องหน้าชนิดมิสั่นไหวหรือหวาดกลัว

เมื่อครั้งหลงเปารับรู้ว่าศัตรูเเข็งเเกร่งกว่าที่ตนคาดการณ์ไว้หลายส่วนยากประเมินถึงศักยภาพของกองทัพนี้ หากเป็นในยามปกติดเหล่าจอมยุทธงูงูปลาปลามิต่างปลาซิวปลาสร้อยในเเห

ขอบเขตเทวะสามัญ เทวะสวรรค์ เทวะนิรันดร์ ก็มิต่างหมูรอเชือดเเต่เมื่อมีการ ฝึกฝนโดยฝิงฉือก็คล้ายดั่งฝูงพยัคฆ์ติดปีกบิน เเม้นอีกฝ่ายคือจอมยุทธที่มีขุมพลังห่างกันถึงขอบเขตหนึ่งหรือสองขั้นชั้นยังสามารถต่อกรเข้าสังหารอีกฝ่ายให้ตกตายได้ชนิดสบายสบายเเทบมิระคายเคืองผิวด้วยอสูรสงครามที่ก่อร่างจากลมปราณร่วมใจเป็นหนึ่งจากทหารใต้อาณัติ

มือปีศาจจ้องมองต้นโพธิ์ขนาดยักษ์พลางคลี่ยิ้มเย็นฉีกกว้างก่อนจะสะบัดมือสั่งการนำพาจิตความนึกคิดมุ่งสู่ทะเลลมปราณพลังสีดำทมิฬจากเหล่าทหารใต้การบัญชาที่ปลดปล่อยออกมา

ก่อร่างสร้างอสูรกายตัวยักษ์ 6 เศียร 4 กรผิวหนังดำสนิทขนาดร่างกายมิเเพ้กัน จ้องมองยังต้นโพธิ์ยักษ์ด้วยนัยตาเเดงโลหิต

ร่างอสูรสงครามคำรามลั่นชั้นฟ้ามิมีความหวาดเกรงต่อต้นโพธิ์ยักษ์อันสร้างจากจักระพฤกษา เเถมยังดูท่าพร้อมจะตัดฉีกรากถอนโคนต้นโพธิ์ให้มิเหลือเศษซากด้วยมือทั้ง 4 เสียด้วยซ้ำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น