อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 42 : ความดื้อรั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 ธ.ค. 63

หุ่นเชิดทั้งสามยืนนิ่งมิไหวติงประหนึ่งขุนเขาสูงย่อมไม่สะทกสะท้านต่อเเรงลมขณะจ้าวลู่ลื่นไถลถอยร่นตามเเรงหมัดที่ซัดเข้าใส่ใบกระบี่ปัดป้องฝาเท้าของเขาราวหมุดเหล็กยึดผืนดินลากทางยาวเเตกระแหงเป็นทางก่อนจะทรุดตัวลงชันเข่าตัวสั่นเทิ้มมือทั้งสองอันชุมโชกด้วยเม็ดเหงื่อ

ใช้จับปลายด้ามกระบี่ปักยึดเเผ่นพสุธาทอดสายตามองยังร่างทั้งสามนัยตาคู่นั้นเเฝงเร้นฉายเเวววูบไหวถึงความมิยินยอมจำนนต่อลิขิตฟ้าอันปรากฏชัดในม่านตา

ลมหายใจของเด็กหนุ่มประหนึ่งกระทิงดุหายใจถี่ยิบสายโลหิตไหลซึมออกจากริมฝีปากเป็นทางคราบสดไหลติดเเลดูไม่ต่างผ้าขี้ริ้วสติเลือนลางภาพเบื้องหน้าฉายพร่ามัวเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืดหม่นหัวใจเต้นแรงเร็วคล้ายการลั่นกลองรบ ความเจ็บปวดปานกระดูกเเหลกเหลวความรู้สึกร้อนหนาวไหลวนเวียนภายในร่างประหนึ่งก้อนเหล็กร้อนราดรดน้ำเย็นตามผิวหนัง

จ้าวลู่กัดฟันกรอดเค้นพลังพุ่งเเบกร่างในสภาพ สะบักสะบอมเข้าโรมรันเเต่ทว่าคล้ายละครฉากเดิมจำถูกซัดกลับมาเช่นเคย หัวใจของจ้าวลู่ร่ำร้องสนั่นคล้ายจะอยากยอมเเพ้ถึงสามในสี่ส่วนเเต่อนิจจาความดื้อรั้นจากสายโลหิตฝังเเน่นยันกระดูกกลับมีอำนาจเหนือกว่าจิตใจที่อ่อนแอครั้งจะเลิกล้มกลางคันความคิดเช่นนี้ในสมองของจ้าวลู่เเทบมิปรากฏในส่วนโสตประสาทเเม้นสติจะ พร่าเลือนลางเเต่ยังฝืนยิ้มประคองร่างเดินลากกระบี่คล้ายนกปักษาปีกหักมิอาจโบยบินสู่ท้องนภากาด

หวนคำนึงถึงคำกล่าวของหวังอี้ฟานผู้เป็นท่านน้า

จิตมิสงบกายมิสงบยากค้นพบหัวใจเต๋าเเม้นขุนเขาเเม่น้ำสายธารอยู่เบื้องหน้าง่ายต่อการข้ามผ่านเเต่ก็ยากจะก้าวเดิน คนเราเเรกเริ่มเดินทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวเเรกลู่เอ๋อร์หากวันใดเจ้าพบพานความยากลำบากจงคิดเสียว่า ขุนเขาเขียวสายน้ำไหลเเม้นสูงใหญ่กว้างขวางปานชั้นฟ้าลึกดั่งท้องมหาสมุทรยังมีหนทางให้ก้าวข้าม หากคิดกระทำสิ่งใดก็ตามจงอย่ายอมจำนนต่อลิขิตฟ้าดั่งคำว่า ขุนเขาสูงชันยังมิเกินความเพียรย่อมมีวันที่เจ้าจะก้าวข้ามมันไปได้ หัวใจเต๋าของเเต่ละคนมิเหมือนกันจงค้นหามันให้พบพลังอยู่ที่ใจใช่พึ่งพาฟ้าดิน

จ้าวลู่บ่นพึมพำครั้งหลับตาจมดิ่งสู่สมาธิชั่วขณะจิตฉายเรื่องราวประหลาด

"จิตมิสงบกายมิสงบยากค้นพบหัวใจเต๋า"

ในห้องหนึ่งอันตกเเต่งด้วยเครื่องเรือนงามสะดุดตาประหนึ่งวิมานฟ้าสตรีชายหญิงหล่อเหลางามพิลาสล้ำทั้ง 7 ต่างหันหน้ามามองยังตนที่กำลังจ้องสบสายตากับคนทั้ง 7 ในห้องนั้น

"ศิษย์พี่ศิษย์น้องพวกท่าน คิดอ่านริอาจทำประการใดถึงได้ไม่ฟังคำกำชับของท่านอาจารย์ว่าหากมิถึงคราวฟ้าลิขิตห้ามรบกวนการปิดด่านของท่านเป็นอันขาด "

ชายหนุ่มที่เเลดูมากอาวุโสสุดกลับกล่าวด้วยความจนใจใครเล่าจะล่วงรู้ว่าเขาทุกระทมเพียงใดกับความคิดนี้เมื่อศัตรูนับหมื่นกำลังเข้ามาใกล้เขาเทพเซียนอักษรอันเป็นที่ตั้งประหนึ่งบ้านวิมานหลังใหญ่ที่เหล่าบรรดาบุรุษสตรีน้อยใหญ่ต่างเข้ามาเรียนเพียรศึกษาวิชายุทธยังวังเทพเซียนอักษรสั่งสอนคนในใต้หล้าภายในโลกหมื่นสวรรค์

คำสั่งของอาจารย์เขาจดจำได้ขึ้นใจเเต่ตอนนี้สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุดหากมิมีศัตรูเรือนหมื่นขั้นเทวะทั้งหลายบุกเข่ญฆ่าชาวประชาทั่วโลกหมื่นสวรรค์ให้พินาศเพิ่มเติมครั้งจบศึกเทพปีศาจเเล้วละก็ตนคงไม่เลือกหนทางเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะกล่าวคำหมายชี้แจงให้กับศิษย์น้องจอมดื้อรั้นเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกหมื่นสวรรค์เเบ่งเป็นสอง 1 คือเหล่าเซียนทั้งหลายฝ่ายธรรมมะจากโลกหมื่นสวรรค์เเละพิภพเบื้องล่างที่บรรลุขุมพลังก้าวผ่านมิติสู่โลกหมื่นสวรรค์ 2 คือ จอมยุทธฝ่ายมารร้ายที่ปนเปื้อนรับพลังมาจากพวกอุรุศัตรูของมนุษย์เเละสัตว์อสูรเพื่อหมายยึดครองทั่วหล้าทำลายล้างกลืนกินสรรพชีวิตให้ตกตายหรือกลายเป็นพวกมัน

" นานมาเเล้วทุกสรรพสิ่งล้วนว่างเปล่า หลิงฉีก่อกำเนิดเเยกเป็นสอง หนึ่งคือฟ้าดินก่อกำเนิดโลกมนุษย์เเละสัตว์อสูรอยู่ร่วมกันมากล้นละลานตาเกินนับไหวโดยศูนย์กลางคือโลกหมื่นสวรรค์ดั่งผืนมหาสมุทรล้อมเเผ่นดิน ชีวิตทั้งหลายล้วนบำเพ็ญตนสู่การเป็นอมตะ สองคือปีศาจมารร้ายในมิติเเยกออกก่อกำเนิดจากหลิงฉีฝ่ายมืดจากความตายความเศร้าโศกความเจ็บปวดของชนทั้งหลายจิตใจด้านลบ

สามร้อยปีก่อนมหาสงครามอุบัติขึ้นทั่วสากลโลก สามบรรพจารย์รวมกองทัพจอมยุทธเรือนล้านทั่วหล้าโรมรันขับไล่พวกปีศาจต่างมิติสุดท้ายบรรพจารย์ทั้งสองท่านเเละท่านอาจารย์ของพวกเรายอมสละเเม้พลังยุทธกว่าสองในสามเพื่อสร้างม่านพลังเเบ่งโลกหมื่นสวรรค์เป็นสองส่วนขวางกั้นการรุกรานจากพวกอุรุปีศาจร้ายต่างมิติ โลกทั้งหลายจึงประสบความสงบสุขถึงทุกวันนี้เเต่กระนั้นในศึกครานั้นทั้งข้าเเละเจ้าหลงเปาพวกเราทั้งหมดในที่นี่ภายในห้องเเห่งนี้ยังมิเกิดด้วยซ้ำซึ่งบัดนี้พวกจอมยุทธผู้หลงผิดริอาจหยิบยืมพลังจากมารร้ายหมายพิชิตโลกทั้งหลายส่วนบรรพจารย์ทั้งสองเเละท่านอาจารย์ของพวกเราปิดด่านกว่าสี่สิบปีเร่งฟื้นฟูพลังกลับคืนสู่จุดสูงสุดดั่งเดิมเเถม ณ ตอนนี้สถานการณ์คับขันยากต่อกรเจ้าคิดหรือว่าจอมยุทธทั้งหลายจะรวมใจเป็นหนึ่งหากปราศจากเหล่าบรรพจารย์เป็นผู้นำทัพ! "

หลงเปายืนตัวสั่นเทิ้มเมื่อฟังความจบเเถมนัยตายังฉายชัดถึงความลังเลเเต่มิอาจสงบใจได้เมื่อคำนึงถึงเหล่าบรรดาศิษย์รุ่นน้องทั้งสายนอกสายในเเละคณาจารย์ ภายในเขาเทพเซียนอักษรนับเเสนชีวิตที่กำลังเผชิญภัยร้าย หัวใจของเขากำลังหวนรำลึกถึงภาพโศกนาฎกรรมครั้งวัยเยาว์ก่อนคลี่ยิ้มเเลดูคล้ายตัดสินใจได้เเล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางเบนสายตามองยังศิษย์น้องหญิงที่กำลังฉายสีหน้าวิตกกังวนเเทบหลั่งน้ำตาเเละเหล่าบรรดาศิษย์พี่ทั้งหลาย

"ศิษย์พี่เหมากล่าวถูกเเล้วหากปราศจากเหล่าบรรพจารย์ก็ยากจะรวมใจเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายเเต่..."

หลงเปาป้องมือให้ทุกคนก่อนจะสะบัดชายเสื้อออกเรียกใช้งานเสาสมุทรทั้งสี่กางค่ายกลเอ่ยปากครั้งสุดท้ายท่ามกลางความตื่นตะลึงลานของทุกสายตาที่ไม่ทันระวังตัว

"ข้ามีจักระโลหิตบรรพกาล ศึกนี้ข้าหลงเปาจะขอรับศึกไว้เพียงลำพัง...!"

น้ำเสียงอันกระจ่างใส่พลันเปล่งวาจาหลุดออกมาจากปากดารุณีโฉมสะคราญชุดเขียว

"ศิษย์พี่อย่าทำเช่นนั้นหัวใจข้ามิอาจทนเห็นท่านจากไปได้!"

เเละก็มีอีกหลายเสียงทัดทานความคิดอ่านของหลงเปาที่ขังพวกเขาเเละนางไว้ในค่ายกลอาวุธเทวะ

"หลงเปา...เจ้า..!"

"ไม่น่ะศิษย์พี่!"

"อาเปาไอ้เด็กบ้าอย่าาาา..!"

....

.

หลงเปาไม่ฟังเสียงทัดทานสะบัดชายเสื้อหายลับตาไปโดยมิคิดสนใจใยดีว่าจะมีคนทั้งเจ็ดกำลังน้ำตาคลอมองดูตน หอบร่างหายลับตาไปในช่องมิติ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #41 Saowaros5912 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 17:25

    ✌️(^^)
    #41
    1
  2. วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 13:14

    1 ตอน เหลืออีก 1 ถ้าลงทันนะ
    #40
    0