อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 4 : ป่าหลินตัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    2 ม.ค. 64

"ท่านปู่สีหน้าท่านไม่ค่อยจะสู้ดีให้ข้าต้มยาให้ท่านดื่มดีหรือไม่ "

หวังอี้ฟานขมวดคิ้วมุ่นมองยังจ้าวลู่ที่กำลังยิ้มเเย้มหากไม่รู้จักกันดีคงคิดว่าเด็กน้อยผู้นี้ชั่งน่าสรรเสริญยิ่งนักด้วยอุปนิสัยของจ้าวลู่นั้นการกล่าวถามเช่นนี้คงไม่พ้นขอออกไปเที่ยวเล่นยังภายนอกเช่นเคยซึ่งเเต่ละครั้งก็ใช่ว่าจะ ราบลื่นเสนอไป

"เจ้าคิดรึว่าตาเฒ่าเยี่ยงข้าที่ผ่านลมหนาวผ่านฟ้าฝนจะรู้ไม่ทันเด็กน้อยเช่นเจ้า..ลู่เอ๋อร์"

"ท่านปู่ข้า..."

จ้าวลู่ก้มหน้าลดลงต่ำขณะพยายามสงบใจทำสีหน้าเศร้าสร้อยอับจนหนทาง เมื่อหวังอี้ฟานมองเห็นท่าทางของจ้าวลู่ก็ชวนให้รู้สึกระอาเหนื่อยหน่ายสะบัดมือคิดในใจ 

ครานี้คงไม่เข้าไปก่อเรื่องยุ่งสร้างวุ่นวายอีกเเล้วกระมังคราก่อนก็ฝูงสัตว์อสูรต่อมาก็ล่อพายุอัสนีบาตเพราะหลงนึกว่าจะสายฟ้าจะกลัดผนึกอัสนีครั้งปรุงยาก็ดันทำเตาหลอมระเบิดเเถมยังดึงดันกลัดยาประหลาดติดไม้ติดมือมาอีกเเล้วยังมิวายบุกรังโจรช่วยเหลือชาวบ้านเเสร้งมีน้ำใจงามเเต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นโจรเสียเองปีศาจน้อยของข้าผู้นี้ก่อเเต่เรื่องก่อเเต่ปัญหาชวนปวดกบาลทุกคราทุกครั้งที่ออกไปยังโลกภายนอก คิดเเล้วก็เหนื่อยหน่าย อัฉริยะชนมากมายที่ต้องตกตายไปก่อนวัยอันควรเพราะก่อปัณหาที่ตนมิอาจจัดการได้หากจะขนภูเขามาเเทนการนับจำนวน ครั้งบดละเอียดเป็นก้อนกรวด


ถึงคาดคะเนยังไม่เท่าจำนวนคนเหล่านั้นที่ตกตายอย่างน่าเสียดาย หวังอี้ฟานเอ่ยปากกล่าวเตือน


"ไปเถอะ หากภัยมาถึงตัว..เจ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่าควรทำเช่นไร "

เมื่อได้ยินคำถามนัยตาของจ้าวลู่พลันคมกล้าขึ้นมาเเถมยังยืดอกกล่าวด้วยเสียงภาคภูมิเเข็งขันว่า

" สามกฏเหล็ก หนึ่งคือหัวใจภูผาโหดเหี้ยมกับตัวเองเเละศัตรู สองคือเมื่อคิดสู้หากภัยถึงตัวจงประมาณตนให้จงดี ข้อสามเมื่อสู้ไม่ได้จงถอยหนีรักษาชีวิตวันใดถึงคราวเจอภัยถึงชีวิตคิดเเล้วว่าเกินกำลังจงอย่าอายที่ตนอ่อนเเอ ข้าจำได้หมดทุกข้อเป็นไงล่ะข้าไปได้หรือยัง "

หวังอี้ฟานยกมือข้างหนึ่งใช้ชายเสื้อป้องปากพยักหน้ารับอมยิ้มเล็กน้อยไปพลางเอ่ยปากกล่าววาจา

"จำได้ก็ดีต่อเจ้า ข้าอนุญาตออกไปได้เเต่ภายในเวลาสามวันหากเจ้ายังไม่กลับข้าหวังอี้ฟานจะตามไปตีก้นถึงที่หากเจ้าเจอกับภัยอันตรายเกินรับมือจงทำลายป้ายหยกเข้าใจหรือไม่ ?"

จ้าวลู่พยักหน้าตบปากรับคำเป็นมั่นเหมาะขณะคิดในใจพลางฉาบใบหน้าไร้เดียงสาประหนึ่งลูกนกผู้มิเคยสยายปีกโผบินในท้องนภา

หากข้าทำลายป้ายหยกท่านก็ตายเร็วขึ้นนะสิ

นิสัยของจ้าวลู่มีรึที่หวังอี้ฟานจะไม่รู้เด็กน้อยตัวร้ายที่ตนเลี้ยงมากับมือคิดอ่านประการใด เเม้นอายุเพียง 13 ปี เเต่กลับมีความคิดอ่านเกินวัยในมุมมองปกตินับได้ว่าถือเป็นเรื่องดีเเละน่าชื่นชมเเต่ในกรณีของจ้าวลู่หวังอี้ฟานนั้นไม่ปราถนาเลยสักนิดเพราะเขาคิดเพียงว่า เด็กก็คือเด็ก ความรักที่หวังอี้ฟานมีต่อจ้าวลู่นั้นประดุจดั่งบิดาห่วงใยบุตรเเละปราถนาเห็นวันที่เขาเติบโต มีอัฉริยะชนไม่น้อยบนโลกเเห่งนี้ที่ตกตายเพราะทะนงตน ซึ่งเขาก็หวังให้หนึ่งในนั้นไม่ใช่จ้าวลู่


เหรียญมักมีสองด้านเสมอเเม้นเด็กน้อยของตัวจะถอดนิสัยจากมารดาเเต่ก็ได้นิสัยมาจากหวังอี้ฟานผู้เลี้ยงดูเฉกเช่นกัน หากจะกล่าวว่าจ้าวลู่ทั้งดื้อรั้นยันก้นกระดูกชนิดฝังรากลึกยากจะถอดถอนเเล้วกระนั้นอีกหนึ่งส่วนยังมิวายมากเลห์เพทุบายดั่งถอดเเบบมาจากหวังอี้ฟาน


 ไม่ต่างเป็นลูกเสือลูกตระเข้คงมิผิดนักเเละมีส่วนคล้ายได้รับ เชื้อบ้าจากฝ่ายบิดาผู้เป็นสหายผู้ล่วงลับอีกหนึ่งส่วนผสมร่วมโลงโดยเนื้อเเท้กลายเป็นตัวชักนำหายนะชนิดเเท้ทรู ครั้งจ้าวลู่หากเขาไม่วิ่งรนหาที่เข้าเจอกับปัญหา ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงก็จะมาหาเขาเองโดยสดุดี อยู่ร่ำไปคล้ายสวรรค์ลิขิตให้รับบทผู้กล้าและมารร้ายในคนเดียว


หวังอี้ฟานโบกมืออีกครั้งก่อนจะนำมาพายไพล่หลังมองยังร่างของจ้าวลู่ที่กำลังเดินลงเขาไปชนิดเริงร่า ใบหน้าของนักพรตเฒ่าเปี่ยมล้นด้วยความห่วงใยเเอบชี้นิ้วยิงลำเเสงเส้นหนึ่งทิ้งไว้ตราประทับไว้ยังต้นคอของจ้าวลู่โดยมิให้เด็กน้อยตัว ปัญหารู้สึกตัวเเม้เเต่ความระคายเคือง

ป่าหลินตันดินเเดนของสัตว์อสูรดุร้ายนานาชนิดเปรียบเสมือนพื้นที่ต้องห้ามสำหรับมนุษย์เลยก็ว่าได้ เเต่กลับมีเด็กชายใบหน้าอ่อนเยาว์หล่อเหลาเดินสาวเท้าก้าวฮัมเพลงทอดน่องเบิกบานใจสบายอุณาโลมราวกับมาเดินท่องเที่ยวในส่วนหลังบ้านของตน 

โดยชนิดที่เรียกได้ว่ามิสนฟ้าดินหรือหน้าอินทร์หน้าพรหมภัยร้ายทั้งหลายแหล่จากสัตว์อสูรกระบี่ไม้ในมือกวาดแกว่งไปมาตัดเเต่งเปิดทางขณะทะยานตัวโบยบินประดุจพญาอินทรีเหนือกิ่งก้านต้นไม้สายตาคู่นั้นจับจ้องค่อยระวังภัยเป็นครั้งคราวหากหวังอี้ฟานรู้ว่า เด็กน้อยของตัวกำลังมาเดินเล่นในป่าหลินตันเเล้วล่ะก็ คงมิเเคล้วเร่งเร้าพลัง เเหวกผ่านมิติปรากฏกายจับเจ้าตัวร้ายมาตีก้นให้เข็ดหลาบเเล้วลากตัวกลับภูผาบ้านหลังน้อยเป็นที่เรียบร้อยเเถมคง สั่งลงโทษในค่ายกลอย่างหนักเขียนคัดลองคำภีสำนึกผิดนับร้อยบทเป็นการใหญ่ เเละเหตุผลเดียวที่จ้าวลู่มายังสถานที่มากภัยถึงชีวิตเช่นนี้คือ ความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ โดยมิมีสิ่งอื่นใดเป็นเหตุจูงใจจะสมบัติทั้งหลายทั้งปวงเองก็มิได้อยู่ในสายตา เเต่ทว่าที่สาวเท้าก้าวเข้ามา

เพราะหวังอี้ฟานสั่งนักสั่งหนาห้ามนักห้ามหนาเเต่เมื่อสบโอกาศมีรึที่เด็กน้อยวัยเลือดร้อนอย่างจ้าวลู่จะทนหักห้ามใจได้
นอกจากมิฟังคำเเล้วยังเบ้ปากคล้ายนกน้อยเเรกบินผจญภัยสู่โลกกว้างเสียด้วยซ้ำหากมิหนำใจตนก็มิคิดจะกลับให้เสียเวลานอกจากจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน


จ้าวลู่ยืนกอดอกอยู่บนยอดกิ่งไม้ขณะถือกระบี่ไม้ปริศนาไร้คมเล่มเดิมตั้งเเต่จดจำความได้เขาก็เห็นมันตั้งแต่เล็กเเต่น้อยเเถมกระบี่ไม้เล่มนี้ยังเป็นของดูต่างหน้าจากมารดาบิดาที่ไม่รู้กระทั้งชื่อเสียงเรียงนาม มันก็เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันตัวตนในทำนองเดียวกันเเม้ปากพร่ำบอกว่ามิสนใจเเละมิสลักสำคัญเเต่กลับถวิลหาทุกเช้าค่ำยิ่งสิ่งอื่นใดสายสัมพันธ์ทางสายโลหิตย่อมข้นกว่าน้ำ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น