อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 39 : ค่ายกลเพลงกระบี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    19 ธ.ค. 63

จ้าวลู่ยืนคลี่ยิ้มเย็นเเลดูเหี้ยมหาญมิใช่น้อยเเถมยังมิวายทำท่าทางล้อเลียนประหนึ่งเต้นแร้งเต้นกาท้าทายเหล่าหุ่นเชิดขณะสะบัดมือเรียกกระบี่มาถือไว้พลางคิดอ่านคำนวนจังหวะ

ครั้งหุ่นเชิดเริ่มขยับตัวนัยตาของจ้าวลู่พลันหดเกร็งเร่งเปิดค่ายกลที่เเอบวางไว้ก่อนหน้าอาศัยลูกไม้ตบตาประหนึ่งตนอ่อนเเอเเต่ที่เเท้คือลูกสุนัขจิ้งจอกจอมเจ้าเลห์ดีดีนี่เองโดยถือเอาคติที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นเเม่น้ำสายใดย่อมไหลสู่ทิศบูรพาบรรจบสู่ทิศบูรพา หนทางใดก็ตามจะขาวสะอาดดั่งผ้าไหมเเรกตัดถักทอหรือสกปรกโสโครกประหนึ่งผ้าขี้ริ้วก็ตามหากคือหนทางสู่ชัยชนะเเล้วไซร้จ้าวลู่ก็มิคิดเกี่ยงวิธีการเพื่อผลลัพธ์ต่อให้ถูกประนามจากคนนับหมื่นเเสนว่าขี้โกงมากเลห์เพทุบายหรือขี้ขลาดตาขาวเพราะใช้กลโกงนานัปการจ้าวลู่ก็ยินดีน้อมรับโดยมิขัดคำเเม้เเต่น้อยเเถมยังจะหน้าชื่นตาบานชนิดไร้ยางอายถึงที่สุดเพราะถือคำว่า คุณธรรมอยู่เพียงค่ำคืน ไหลลื่นดั่งสายธารอยู่นานดั่งขุนเขา

ค่ายกลขุนเขาสยบฟ้าที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากหวังอี้ฟานผู้เป็นปรมาจารย์ค่ายกลย่อมมิธรรมดาสามัญดั่งตาเห็นเเม้จ้าวลู่จะเข้าใจเพียงส่วนน้อยมองดูผิวเผินเเต่กลับยิ่งใหญ่เกินประมาณภายในการเบื้องหน้าหากเด็กหนุ่มรู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของค่ายกลขุนเขาสยบฟ้าหรืออีกชื่อที่เเท้จริงคือทลายฟ้าสยบขุนเขาเเล้วล่ะก็คงเป็นการยากที่จะหาผู้ใดมาทัดเทียมพลังอันน่าหวาดหวั่นครั้งผืนฟ้ายังสั่นไหวมิอาจอยู่ทนรองรับเเรงกดที่มากล้นประหนึ่งน้ำหนักทั่วหล้าหลอมรวม ณ จุดเดียวบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกลาญ

ซึ่งเเม้เเต่หวังอี้ฟานผู้ได้รับตำราค่ายกลฉบับเก่าเก่าฝุ่นเขรอะนี้มาเเลอ่านอักษรมิชัดด้วยความบังเอิญจากสุสานบรรพชนของตระกูลตนยังถอดความได้เพียง 1 ใน 3 ส่วนของทั้งหมด ค่ายกลทลายฟ้าสยบขุนเขานั้นไร้ที่มาที่ไปเเต่รู้ชัดว่าหาใช่ค่ายกลธรรมดาสามัญ

หากยังประยุกต์ใช้ได้หลากหลายตามใจปรารถนาภายในยังเเฝงด้วยสัจธรรมของเเรงทั้งหลายภายในโลกหล้า ซึ่งเเม้เเต่ผู้ที่บรรลุขั้นเซียนค่ายกลยังถวิลหาทุกทิวาราตรีเเต่ก็มิอาจครอบครองไว้ในมือทำเพียงเเต่เฝ้าเสาะหาทุกค่ำเช้าประหนึ่งกระต่ายหมายดวงจันทร์เเต่กลับกระโดดเอื้อมมือมิถึงฝั่งฝันอยู่ร่ำไป

หากเหล่าเซียนค่ายกลทั้งหลายมารับรู้ถึงการกระทำของจ้าวลู่ที่เล่นใช้งานพร่ำเพรื่อมองเเต่เพียงว่าค่ายกลฉบับนี้คือเครื่องฝึกฝนกำลังกายโดยมิได้ฉุกคิดว่าหากเข้าใจมันอีกสักนิดต่อให้เป็นสวรรค์ยังถูกบดขยี้ใต้เเรงกดอันน่าสะพรึงจนแหลกลาญเป็นเสี่ยงเสี่ยงใต้เเรงกดทับถึงกระนั้นก็ยังต้องสร้างตราประทับมากเกินประมาณ

เเน่นอนว่าตำราค่ายกลทลายฟ้าสยบขุนเขานั้นอยู่ภายในมือของเด็กหนุ่มนามจ้าวลู่โดยที่หวังอี้ฟานเเทบจะล่ะความสนใจในการเเก้ปริศนาภายในที่เเฝงเร้นซุกซ่อนอยู่อย่างสิ้นเชิงเพราะอับจนปัญญาจึงตกเป็นของจ้าวลู่โดยความสมัครใจ

ตราค่ายกลนับร้อยสีขาวนวลลอยกำจายเหนือท้องฟ้าตั้งเเต่ยามใดมิทราบเเน่ชัดครั้งสำแดงฤทธิ์เดชก็ยากจะต้านทานน้ำหนักร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันจนความเร็วของหุ่นเชิดลดลงถึงสองในสามส่วน เเลดูมิต่างปลาในอวย ที่จ้าวลู่จะคว้ามือจับตีหัวขึ้นเขียงต้มยำทำแกงยามใดก็ได้ตามใจปรารถนา

ชายร่างวิญญาณอมตะถึงกับต้องหนังตากระตุกหนังหัวชาหนึบครั้งเห็นกลอุบายของจ้าวลู่ที่เเอบอาศัยลู่ทางประหนึ่งเส้นขนบังภูเขาโกงหน้าด้านด้านชนิดไร้ยางอาย เเน่นอนว่าใช้ค่ายกลนั้นหาได้ผิดกฏเเต่ประการใดเเต่นั่นก็หมายถึงค่ายกลปกติที่ก่อความเสียหายเเล้วก็สูญสลายไปเมื่อหมดสิ้นพลังงานเเต่ทว่าค่ายกลของจ้าวลู่นั้นหาใช่ค่ายกลธรรมดานอกจากจะดึงพลังฟ้าดินรอบบริเวณมาเป็นพลังเสริมเพื่อคงสภาพไว้เเละข้อเสียเองก็ยังมีเพียงสองประการเเค่เท่านั้นหนึ่งคือ เวลาที่ต้องใช้เตรียมการซึ่งก็มิต่างกับค่ายกลปกติประการที่สองคือ จุดรวมศูนย์พลังหรือตราประทับหากทำลายลงได้ก็จะสิ้นปัญหา เเต่ทว่าเเม้จะสามารถจัดการได้ไม่ยากเย็นนัก

เเต่นั่นคือในกรณีของคนปกติหาใช่หุ่นเชิดที่ปราศจากความคิด เพียงเท่านี้ก็มิต่างจากการโกงเมื่อฝ่ายหุ่นเชิดยืนนิ่งมิอาจขยับตัวได้เเม้เเต่จ้างงอ

ซึ่งนี่เองก็รอเพียงให้เด็กหนุ่มก้าวสามขุมไปหั่นร่างอดีต ศิษย์พี่ศิษย์น้องของตนที่ยอมสละชีวิตเเละเลือดเนื้อกลายเป็นหุ่นเชิดเพื่อเป็นเครื่องมือทดสอบเหล่าบรรดาอัฉริยะชนผู้ถูกเลือกทั้งหลายหมายสืบทอดเคล็ดวิชาสู่รุ่นต่อไปครั้งลาลับสิ้นตำหนักสวรรค์ซ่อนเร้นฝากไว้เพียงชื่อให้ดำรงอยู่ภายในโลกหล้าตราบนิรันดร์กาล เเต่การโกงที่อาจเรียกว่าโกงได้มิเต็มปากก็ยากจะมองผ่าน

จ้าวลู่ที่กำลังลิงโลดวางมาดเท่ก้าวสามขุมพลันต้องชะงักเมื่อเล็งเห็นว่าอยู่ดีดีปลาในอวยกำลังกลายร่างเป็นปลาปิรันย่าในอวยเเทน

เมื่อร่างหุ่นเชิดทั้งสามพุ่งเข้ามาพร้อมกันด้วยความเร็วมิต่างจากเดิมเเถมเมื่อครู่ตนยังประจักษ์ชัดเต็มสองลูกกะตาว่าเหล่าหุ่นเชิดนั้นมิต่างจากตอไม้รอตัวตัดทิ้งราวพลิกฝ่ามือเเล้วมันเป็นเช่นนี้ได้เยี่ยงไรหัวใจของจ้าวลู่เเทบจะระเบิดออกมาครั้งมิเป็นดั่งหวั่งซ้ำร้ายกลับยิ่งทวีความโหดขึ้นอีกหลายส่วน

ใบหน้าของจ้าวลู่พลันเปลี่ยนเป็นคมกล้าขึ้นมาก่อนจะเข้าโรมรันกับหุ่นเชิดทั้งสามตัวเพราะปราศจากทางเลือกพร้อมกัน

ฝ่ายหุ่นเชิดทั้งสามซัดหมัดใส่ร่างของจ้าวลู่ด้วยความแข็งกร้าวเเลดูมิต่างจากสัตว์ร้ายส่วนจ้าวลู่ใช้เพลงกระบี่นภารุกรับใช้อ่อนสยบรับเเข็งประหนึ่งสายลมวายุปล่อยผ่านหลีกปะทะลื่นไหลดั่งสายธาร กระบี่ไม้ในมือควงรับหมัดเท้าเข่าศอกของสามหุ่นเชิดในท่าทางต่างต่างเเลดูพิศดารยิ่งนัก

ประหนึ่งมีตาหลังบังคับจัดท่าทางเหล่าหุ่นเชิดทั้งสามให้ตกอยู่ในกำมืออย่างช้าช้าคล้ายการวางหมากล้อมอาศัยการคาดคะเนคำนวณจุดปะทะชักจูงล่อหลอกอีกฝ่ายให้โจมตีตามจุดต่างต่างดั่งควบคุมด้วยเส้นด้ายชักใยเพียงปลายนิ้วมือ นี้คือสุดยอดเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ นามนภา ทำตนดั่งท้องฟ้าโอบกอดทุกสิ่งไว้ภายในใช้เเรงศัตรูคืนสนองพวกเดียวกัน ยิ่งมากคนยิ่งทวีคูณเเรงคืนกลับ

จ้าวลู่ใช้เพียงเพลงกระบี่ฝ่ายรับประหนึ่ง เหรียญมีสองด้านเเม้จะผ่านไปนานเเต่กลับมิปรากฏสักหมัดจากกลุ่มหุ่นเชิดเข้าปะทะร่างของจ้าวลู่เพียงจ้างงอ คล้ายขุนเขามิหวั่นเกรงต่อคลื่นลมพายุกระหน่ำสาดซัดยิ่งคล้ายดั่งไม้ไผ่พริ้วไสวตามแรงลมโถมเข้าหา เอนเอียงโอนอ่อนยามลมมา ทั้งยืนยงคงทนต้านวาโย

ฟิ้ว...เเกร่ง..

ปัง...

ตูม...

เศษซากหินท่อนไม้เเผ่นไม้ชิ้นส่วนอาคารบ้านเรือนกระจายหลุดลอยตามเเรงปะทะขณะฝุ่นละอองลอยกำจายกวนตัวไปทั่วบริเวณยากต่อการสังเกตเห็นร่างทั้งสี่ที่กำลังโรมรันพันตูกันอยู่ ณ จุดนั้น

ฝ่ายร่างวิญญาณอมตะจับตามองการต่อสู้ของจ้าวลู่ด้วยความประทับใจยิ่งนักหากนำมาเปรียบเทียบกับคนทั้งหมดเด็กหนุ่มผู้นี้เเม้จะมากเลห์แพรวพราวเเต่กลับมีฝีมือสูงส่งโดยเเท้จริงหาใช่อวดอ้างสำหรับรุ่นเยาว์ ในที่นี้ก็มีเทียบเทียมได้เพียงหนึ่งคือดารุณีนางน้อยกระบี่เงินมังกรหยกผู้นั้น ส่วนที่เหลือก็ลดหลั่นกันลงตามลำดับ

ยิ่งได้มองยิ่งประทับสลักจิตเด็กหนุ่มผู้นี้อนาคตไกลหมื่นลี้มิผิดเเน่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น