อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 38 : พบหุ่นเชิดโอหังสะท้านฟ้าข้าจ้าวลู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 ธ.ค. 63

จ้าวลู่ห้อตะบึงสุดฝีเท้าเร่งเร้าพลังสุดขีดหมายตามติดกลุ่มทั้งสามชนิดมิเหลียวมองสองข้างทางสมบัติใดใดในโลกย่อมไร้ค่าเมื่ออยู่เบื้องหน้าความเเค้น เเรกเริ่มเดิมทีจ้าวลู่เปรียบตนดั่งมังกร เปรียบถังมู่ดั่งตะกวด ฝ่ายมังกรย่อมมิคิดสนใจใยดีเเม้เพียงเหลือบมองด้วยหางตาครั้งจะนับเเป็นศัตรูยังมิมีคุณสมบัติมากพอเเต่ซ้ำร้ายตะกวดตัวนั้นกลับมากฤทธิ์หมายพิชิตมังกรเสียนี่ หากมิยุเเหย่แกว่งเท้าหาเสี้ยนจ้าวลู่ย่อมมิสนใจใคร่เห็นสลักสำคัญ นกน้อยต้องเกาทันฑ์ปานมากฤทธิ์คิดกลลากตนลงหลุมเช่นนี้เเม้จะไม่คิดใยดีอีกฝ่ายก็คล้ายคนโง่เขลาหากเสี้ยนไม้ตำเท้าเเล้วไม่คิดไถ่ถอนสักวันจะกลายเป็นเเผล ฉกรรจ์ยากต่อการรักษาเเน่เเท้

ฝ่ายเเม่นางปิงอี้เฟยเร่งติดตามจ้าวลู่สุดกำลังครั้งเเต่ว่าเพียงชั่วครู่ร่างนั้นกลับหายลับตาประหนึ่งท้องฟ้าเเม้นอยู่เบื้องหน้าเเต่มิอาจคว้าจับเกิดพลัดหลง

เเม้หวังอี้ฟานเเละหลานหลีหมิ่นสองอาวุโสจะอบรมสอนสั่งเด็กหนุ่มมาเป็นอย่างดีมิให้ลุเเก่โทษะครั้งพบพานกลศัตรูเเต่บัดนี้จ้าวลู่กลับหลงลืมคำประหนึ่งไฟลนเหล็กยิ่งทวีมิมีเเม้เเต่ความฉุกใจคิดยับยั้งชั่งใจคล้ายคนตาบอดมืดมนด้วยไฟเเค้น เเลดูคล้ายปีศาจมากด้วยจิตสังหารเเผ่กำจายตลอดทางยามชะงักเท้ารู้สึกตัวอีกทีครั้งมองเหลียวหลังกลับมิพบร่างของผู้ใดใคร่ติดตาม ในสถานโบราณเเห่งนี้มิต่างจากขุนเขาสูงใหญ่ยากข้ามผ่าน

ประหนึ่งเมืองอันกว้างขวางเเบ่งเป็นฟางตรอกซอกซอยใหญ่น้อยสลับซับซ้อนซ้ำร้ายยังมีม่านหมอกประหลาดสีขาวกำจายบดบังทัศนียภาพยากต่อการมองเห็นหนทางครั้งติดตาม ร่องรอยก็สิ้นสุดลง สถานโบราณสมบัติทั้งหลายย่อมมีผู้เฝ้าอารักษ์พิทักษ์รักษา 

ร่างทมิฬยืนกวนตัวเป็นสง่ายืนจังก้าขวางทางเเลคล้ายศพก็มิใช่ผีก็มิเชิงจนหัวใจร้องเตือนถึงอันตรายยากทัดทานสงบใจ

จ้าวลู่รู้ชัดถนัดตาร่างตรงหน้าหาใช่มนุษย์เเละสัตว์อสูรหรือวิญญาณร้ายเเต่มองคล้ายหุ่นเชิดอันไร้จิตสำนึกตามคำร่ำลือพร่ำบอกสอนสั่งของท่านน้านามหวังอี้ฟานประหนึ่งขุนเขายากสั่นไหวครั้งคิดหลบหลีกหนีคงยากเพราะหุ่นเชิดไร้ซึ่งจิตสำนึกประหนึ่งคนตายรู้จักเพียงการสังหารเเละสัญชาตญาณดิบ หากมิคิดสู้ครั้งหลบหนีคงมิรอดพ้นภัยการตามล่า

เเม้นจะมีเพียงตนเดียวเเต่กลับสร้างความครั้นคร้ามมิน้อยครั้งสพสายตามองร่างนั้นดวงตาเปลวเพลิงสีเขียวอ่อนวูบไหวคล้ายหันสายตามองเฝ้าติดตามร่างของจ้าวลู่ที่กำลังเคลื่่อนไหวหลอกล่อเฝ้าประเมินหันซ้ายขวาตามทิศทางของจ้าวลู่มิเเม้เเต่จะขยับตนประหนึ่งเทพ อารักษ์พิทักษ์เส้นทางดั่งนายทวารประตูหากต้องการผ่านไปต้องสู้ผ่านบททดสอบมิอาจฝ่าฝืนกฎ

จ้าวลู่หยิบเเผ่นหยกออกหมายใช้ทางรัดผ่านพ้นเเต่ทว่าร่างนั้นกลับโหมทวีเเผ่กำจายพลังมากขึ้นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอันน่าสะพรึงพรึ่งพิฤทธิ์จนใบหน้าของจ้าวลู่บิดเบี้ยวเหยเก

"ผู้ถูกเลือกสู้สามยก "

เมื่อสิ้นเสียงก็ปรากฏอีกสองร่างก้าวเท้าออกมาจากความว่างเปล่าคล้ายเป็นบททดสอบของผู้มีตราป้ายหยกจ้าวลู่ยังมิทันได้ตั้งตัวร่างหุ่นเชิด 1 ใน 3 พลันก้าวเท้าพุ่งเข้าเเหวกร่างผ่านอากาศเข้าประชิดตัวซัดฝ่ามือเต็มเเผ่นอกของจ้าวลู่กระเด็นหลุดลอยออกไปปะทะอาคารข้างเคียงจนพังครืนลงมาทับร่างซ้ำส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ตูม...ครืน.

เศษฝุ่นละอองลอยกระจายคละคลุ้งหุ่นเชิดตัวที่ก้าวออกมาซัดฝ่ามือใส่จ้าวลู่ครั้งมิเห็นเด็กหนุ่มก้าวเท้าออกมาจากซากปรักหักพังก็ทำเพียงยืนนิ่งสนิทมิมีทีท่าว่าจะตามติดเเต่ประการใดส่วนอีกสองร่างด้านหลังก็ประหนึ่งตอไม้ไร้การเคลื่อนไหว

เหนืออากาศบริเวณใกล้เคียงปรากฏร่างวิญญาณอมตะของชายหนุ่มชุดขาวดำใบหน้าหล่อเหลายิ่งนักเเต่กลับมิมีผู้ใดสังเกตเห็นเลยว่าเหนือเส้นขอบฟ้ากำลังมีบุคคลหนึ่งจับตาดูเหล่าผู้เยาว์ทั้งหลายที่กล้าสาวเท้าเข้ามาภายในตำหนักเพื่อแสวงหาโอกาสและโชคลาภด้วยนัยตาเเละท่าทางเเสนสุดจะเย็นชายิ่งนัก

ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือการกระทำใดทั้งก่อนหน้าเเละตอนนี้ต่างอยู่ในสายตาของชายผู้นี้ทั้งหมดทั้งสิ้นไม่เว้นเเม้เเต่หนูสกปรกที่เเอบใช้เคล็ดวิชาบางประการลักลอบเข้ามาเเต่ก็มิได้สลักสำคัญเพราะอีกฝ่ายดูท่าทางว่าจะมิใส่ใจคิดเข้าร่วมเเย่งชิงสมบัติทั้งหลายจากมือของกลุ่มผู้เยาว์ทำเพียงเฝ้าสังเกตการณ์เเต่เพียงเท่านั้นโดยมิเเตะต้องสิ่งใดในที่นี้ก็มิต่างจากคนไร้ตัวตน

ร่างวิญญาณอมตะจับตามองยังเหล่าอัฉริยะเเถวหน้าที่กำลังเผชิญบททดสอบสุดถ้าทายกว่าครึ่งร้อยเเต่ทว่ากลับมีคนโดดเด่นเพียง 4 คนคือ ถังมู่ที่กำลังโรมรันกับหุ่นเชิดจากหนึ่งในสามด้วยท่าทางสบายสบายเเถมยังเก็บซ่อนพลังไว้สองในสามส่วน ซึ่งต่างจากหงจี้ที่เข้าโรมรันดั่งหมาบ้าด้วยหมัดกำปั้นลุนลุนชนิดหน้าชื่นตาบานเสียเต็มประดาประหนึ่งเจอเวทีประลองกำลังครั้งยังมีหุ่นอีกสองตัวยืนนิ่งรอตัวให้จัดการอีกส่วน ฝ่ายสองเเม่นางทั้งซูฉีเเละปิงอี้เฟยต่างผ่านบททดสอบอย่างง่ายดายโดยใช้เพียงไม่กี่กระบวนท่าเข้าห่ำหั่นถึงซูฉีจะใช้ 7 กระบวนท่าเพื่อพิชิตชัยเเต่ฝ่ายปิงอี้เฟยใช้เพียงกระบี่เดียวตัดร่างผ่านบททดสอบประหนึ่งความต่างชั้นยากทดแทนหากจะนำมาเปรียบเทียบระหว่างสตรีสองนาง

นางหนึ่งต่อสู้อย่างดุดันดั่งเปลวเพลิงโหมลุกไหม้ เผาผลาญทุกสิ่งให้สิ้นสูญ อีกหนึ่งเย็นชาดั่งขั้วน้ำเเข็งลงมือฉับไวไร้จุดบอดคนทั้งสองเเตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากเปรียบซูฉีคือพญาหงส์เพลิงฝ่ายปิงอี้เฟยเองก็คือพญาฟีนิกซ์น้ำเเข็งในตำนาน

ส่วนคนที่เหลือก็มิต่างจากสุนัขริมทางไร้เเก่นสารไร้ความสลักสำคัญใดหากจะนำมาเทียบกับบุคคลทั้งสี่ เเม้เเต่จ้าวลู่เองที่ถือคลองป้ายหยกก็ยังมิคิดออกจากหลุมเหตุใดจึงใช้เวลานานปานนั้นซึ่งก็สร้างความผิดหวังให้กับชายผู้จับตามองมิน้อยครั้งถูกรุมล้อมยังเเสดงความโหดเหี้ยมเก่งกล้าอยู่หมาดหมาดเหตุไฉนจึงอ่อนปวกเปียกโดยฉับพลันดูมิสมราคาครั้งก่อนหน้า

กองซากปรักหักพังพลันปรากฏความเคลื่อนไหวพร้อมกับเสียงของจ้าวลู่ที่เปล่งวาจาสุดโอหังหากมีผู้ใดได้ฟังคงหลงคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ชั่งทะนงตนเทียมฟ้าในใต้หล้ามิมีชนรุ่นเยาว์คนใดเสมอเหมือนเป็นเเน่

"ขั้นกายาก็คันคันเองรึ ไอ้ข้าก็อุตส่าห์หวาดกลัวเกรงกล้ามเนื้อเเทบลมจับ เเต่สุดท้ายก็ดาดดาดมิใช่คู่มือของข้าจ้าวลู่ผู้นี้เลยเเม้เเต่น้อย"

ตูม....

เสียงระเบิดดังสนั่นกัมปนาทก่อนที่เศษซากไม้หินที่เคยทับถมร่างของจ้าวลู่จะกระเด็นกระดอนออกไปเผยให้เห็นร่างของจ้าวลู่ที่กำลังก้าวสามขุมออกมาชนิดยิ้มเเย้มเเกมเย้ยหยันที่หุ่นเชิดมิอาจทำอะไรร่างกายตนได้นอกจากทิ้งรอยช้ำบนเเผ่นอกก็มิมีสิ่งอื่นอีกอาจจะมีเสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อยเเต่ก็มิได้ลดความอหังการของจ้าวลู่สักนิด เเถมร่างกายของเขาเอง ณ ตอนนี้ยังดูประหลาดพิกลทั้งสีผิวคล้ายดั่งทองเเดงผสมเงิน จนใครใครหากได้ผ่านมาพบเห็นคงลงความเห็นคิดอ่านว่า

ไอ้เด็กนี่คือหุ่นเชิดเช่นนั้นรึ เเต่เหตุไฉนใยถึงเปล่งวาจากวนหาคมกระบี่รนหาที่ตายเฉกเช่นนี้ หากรักชีวิตก็เบิกตาดูให้ดีเบื้องหน้าเจ้าคือตัวอะไรหาใช่ของเล่นซ้อมมือไม่นอกจากมันจะมิมีความหวาดกลัวเเละความเจ็บปวดเเล้วยังมิมีความปราณียามลงมือนอกจากนี้ยังมิมีวันเหนื่อยล้าหากยังมิอยากตกตายก็หุบปากเเล้วจงคิดให้หนักเสียโดยดี ครั้งตายขึ้นมาก็อย่าถามฟ้าว่ามันคือตัวอะไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น