อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 37 : จ้าวลู่เดือดดาลสุดขีด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    7 ม.ค. 64

จ้าวลู่เเละปิงอี้เฟยเร่งฝีเท้าสุดกำลังมิคิดเหลียวหลังหันมองสาวเท้าก้าวผ่านม่านคลื่นพลังหยินบริสุทธิ์หากพวกตนอยู่ในขอบเขตขั้นวิญญาณสถานที่เเห่งนี้ก็ไม่ต่างจากบ่อน้ำยามฝนแล้งเเต่ทว่าเเม้นพบพานมีวาสนาต้องกันเเต่มิอาจหยิบจับขืน ดูดซับก็มิต่างดื่มยาพิษ 

เเถมจ้าวลู่เองยังพอจะเดาออกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่พวกตนประสพพบเจอนั้นเกิดจากเหตุใดเเล้วมันผู้ใดกันเป็นตัวการชักใยเบื้องหลังซึ่งยังทำให้ตนจำต้องลำบากคิดเเผนนั่งภูดูเสือกัดกันเองเพื่อเอาตัวรอดพ้นภัยเเต่ทว่ากลับคล้ายการดั่งนกกระยางสู้หอยกาบสุดท้ายชาวประมงตักตวงเสียนี่ 

ภายในใจของจ้าวลู่เคียดเเค้นถังมู่ยิ่งนักชนิดมิอาจอยู่ร่วมฟ้าใต้ผืนนภาเดียวกัน เพราะตนมิมีเงินจ้างผีโม่แป้งเช่นนั้นรึ หากการนี้อยู่โลกภายนอกที่มิใช่สถานที่เเห่งนี้เเล้วไซร่ คงจะพอหาทางออกที่ดีกว่าการข้ามเเม่น้ำรื้อสะพานทิ้ง เฉกเช่นนี้

ร่างกายของจ้าวลู่ปวดร้าวไปทั่วทั้งเส้นขนระพรางกายเเทบจะมีน้ำตานองหน้าทั้งเสียรู้ทั้งเจ็บใจทั้งเเค้นชิงชังยิ่งนักเเน่นอนว่าเเม่น้ำทุกสายย่อมไหลสู่ทิศบูรพาบรรจบสู่ทิศบูรพา 

นี่ก็มิต่างจากการประกาศตัวเป็นศัตรูกับอัฉริยะชนรุ่นเยาว์ทั้งหลายภายในสถานโบราณ ตำหนักสวรรค์ซ่อนเร้น

สถานการณ์ของจ้าวลู่เเทบจะสิ้นไร้ไม้ต่ออับจนหนทางเพราะดันไปเจอเข้ากับหมากล้อมพบคู่มือ ถังมู่ผู้นี้ไม่มีเรื่องใดไม่ทำโดยเเท้

เเถมยังดูท่าว่าตราบใดขุนเขาเขียวยังคงทนสายน้ำรินไหลก็คงมิคิดจะเลิกราเสียโดยง่าย ไม่หนำซ้ำยังเป็นดั่งทวนเปิดเผย หลบหลีกง่าย เกาทัณฑ์ลับ ยากระวัง การกระทำเช่นนี้ของถังมู่ก็มิต่างจากคนขี้ขลาดตาขาวประหนึ่งนกเคยต้องเกาทัณฑ์ เเม้เเต่ความกล้าจะเผชิญหน้าโดยตรงยังมิมี ซึ่งจ้าวลู่เองก็มิต่างจากหงส์ฟ้าในฝูงห่านชนิดเรียกได้ว่าตำราหมื่นเล่มเดินทางหมื่นลี้บังเอิญเจอยาขม ได้รับบทเรียนราคาเเพงสูงลิ่วเป็นของเเถม

หากเจอกันคราหน้าจ้าวลู่เองก็มิคิดจะรั้งบังเหียนม้าเเม้นรู้ว่าข้างหน้าคือหน้าผาสูงชันก็ตาม 

เพราะตอนนี้ตนได้เสียไพ่ลับใบสำคัญในเเขนเสื้อไปเเล้วหากอีกนัยหนึ่งก็คือผนึกจักระโลหิตครั้งจะหวังพึ่งพามันก็ต้องอดรนทนรออีก 15 วันกว่าจะเรียกใช้งานได้อีกครั้งเเถมสถานการณ์ก็มิเอื้ออำนวยเลยสักนิดขืนเผชิญหน้าการรุมล้อมก็มิต่างจากหนูติดจั่นโดยเเท้

ไอ้คราคิดเเก้เเค้นก็สิ้นปัญญาดั่งคำว่าน้ำน้อยย่อมเเพ้ไฟใครเล่าจะยื่นมือ กระต่ายน้อยย่อมมิกินหญ้าข้างบ้านเพราะหลงกลตนโดยง่ายเป็นเเน่

เพราะตัวจ้าวลู่เองเคยหว่านเเหจับปลากลางบ่อขนาดนั้นก็มิต่างกับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับชนทั้งหลายความบาดหมางกระจายตัวไปทุกหย่อมหญ้าใครกันเล่าในโลกหล้าจะปราถนามีศัตรูนับร้อยเกือบพันในคราวเดียว

โชคชะตาฟ้าลิขิตสรรพชีวิตมิอาจฝืน คล้ายดั่งคำว่า ความผิดมหันต์สวรรค์ยากอภัย

ปิงอี้เฟยนางมองดูจ้าวลู่ฉายชัดถึงอาการร้อนใจเเต่กระนั้นขนาดนางเองยังรู้สึกว่าเเผนการของจ้าวลู่ที่ใช้เอาตัวรอดครานี้ชั่งต่ำช้าโหดเหี้ยมสิ้นดียิ่งนัก

เเม้นว่านางจะโหดเหี้ยมไร้ความปราณีต่อศัตรูครั้งลงมือ

เเต่ก็มิเคยคิดใช้เลห์กลลากฝูงหมาป่าหันคมกระบี่ชี้มายังตัวต่างจ้าวลู่ผู้ยอมสละคุณธรรมใช้ผู้คนต่างโล่เป็นดั่งของเล่นเเผ่นเหล็กหนาสกัดเเม่น้ำทั้งห้าสายประหนึ่งเขื่อนขวางกั้นสายธารนำตนหลบหนี 

ซึ่งการกระทำนี้คงมีคนมิน้อยต้องตกตายจากกลอุบายเมื่อครู่

เเค่ทำเพียงคิดก็คล้ายเด็ดบุปผาคว้าจับถอนทั้งราก

"เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง "

ปิงอี้เฟยนางกล่าวถามไถ่ด้วยอาการเย็นชาหลายส่วนคล้ายมิคิดจะดูดำดูดีด้วยซ้ำสักนิด

ครั้งนางถามไถ่ทำตามมารยาทอันพึงควรต่อสหายร่วมทางเเละมิคิดจะสำนึกรับผิดชอบต่อชะตาของจ้าวลู่เเม้เเต่น้อย

ฝ่ายจ้าวลู่เองครั้งได้ฟังความก็พาให้รู้สึกคันขึ้นมาจนยากจะเกาผู้ใดกันเล่าบีบบังคับตน

เพราะนิสัยของตัวนางเองมิใช่รึที่ชอบเลือกเดินทางตรงหมายเข้าห้ำหั่นคนนับร้อย

หากมิอาศัยใช้เลห์กลเเล้วละก็คงมิเเคล้วได้ไปเดินเล่นทัวชมปรโลกพร้อมกันเป็นเเน่

เพราะต่อให้จ้าวลู่จะมีกายาเเข็งเเกร่งมากเพียงใดถึงขั้นขนาดที่ว่าต่อให้โดนซัดฝ่ามือจากขอบเขตกายาก็เพียงรู้สึกเเค่คันคันเเต่ทว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ในการต่อสู้เป็นตายหาใช่การเดินชมสวนหลังบ้านท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์ครั้งเจออาวุธภพสานสวรรค์นั้นมิเเน่ว่าตนอาจตกตายคามือฝูงชนเพราะในโลกนี้

มือเท้าหามีตาไม่ หากมั่นใจมากเกินไปจะกลายเป็นการทะนงตน ภูเขาสูงชันยังมีวันถูกก้าวข้าม เปรียบดั่งคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าอันนกกาย่อมบินมิสุดขอบ ฉันใดจ้าวลู่ก็มิคิดทำการประมาทฉันนั้น

เด็กหนุ่มโบกมือคล้ายยังพอทนไว้ได้ก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นอีกครั้ง

หวั่นเกรงการตามติดมาของกลุ่มฝูงหมาป่าที่คงจะบ้าชนิดคลั่งเเทบลมจับกระอักโลหิตเมื่อมารู้ภายหลังว่าสิ่งที่พวกตนเเย่งชิงกันชนิดเลือดตาเเทบกระเด็นคือของริมทางหาได้ทั่วไปตามท้องถนนสองฟากฝั่งของเมืองทั้งหลาย

หากรั้งรอก็มิต่างจากหมูบนเขียง 

ทั้งสองร่างทะลุผ่านหมอกพลังหยินสู่ภายในโบราณสถานตำหนักสวรรค์ซ่อนเร้น

ซึ่งภาพที่ฉายชัดเบื้องหน้าเขาเเละนางคือซากอันรกร้างของอาคารที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่เเละรุ่งเรืองมากด้วยผู้คนเเต่บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าท่ามกลางความทรุดโทรมผ่านกาลเวลาฝุ่นละออง

เกาะจับทับถมนานเเรมปีจนมิอาจคาดเดา

เเถมซากกระดูกที่นอนทับถมสองฝั่งทางคล้ายประหนึ่งประสบพบภัยการต่อสู้ชนิดเรียกได้ว่าล้างบางสรรพชีวิตมิเหลือรอดจ้าวลู่ที่เดินนำหน้าปิงอี้เฟยมองเเล

กลุ่มซากโครงกระดูกด้วยความรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก

ตำหนักที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้เหลือเพียงเศษซากจากกาลเวลาคนทั่วใต้หล้าในครั้งหนึ่งคงเคยมาเยี่ยมเยียนสร้างความครึกครื้นในสถานที่เเห่งนี้เป็นเเน่เเถมตัวอาคารหลายหลัง

ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่มีความสวยงามสะดุดตา

ยังคล้ายถูกรื้อค้นจากกลุ่มก่อนหน้าซึ่งจ้าวลู่เเละปิงอี้เฟยก็พอจะเดาออกได้ว่าเป็นของคนกลุ่มใดบ้างจากรอยเท้าของอีกฝ่ายที่ทิ้งไว้ 

ไม่ว่าจะเป็นของกลุ่มหงจี้เเละเเม่นางซูฉี หรือถังมู่ล้วนเคยผ่านมาทางนี้เเทบทั้งสิ้น

ครั้งหวังคิดตามติดก็คงมิยากนักเกินความสามารถ หากเเต่ตัวของจ้าวลู่เองนั้นมิใช่พระโพธิสัตว์คล้ายมิอาจลืมเลือนทำตนวางมีดกลายเป็นอรหันต์ละความเเค้นได้ 

นอกจากถังมู่ผู้นี้จะชั่วช้าถึงขั้นเรื่องดีมิทำเรื่องทำมิดีเเล้ว ยังหมายยืมมือผู้อื่นสังหารตน

ในความคิดของจ้าวลู่เเล้ว

 หากขุนเขาเขียวยังคงอยู่ จงอย่ากลัวไร้ฟืนไฟ 

หน้าผาสูงชันข้ายังข้ามผ่านได้เเล้วจะมีสิ่งใดกันเล่าจะหยุดข้าได้กระอีเเค่ถังมู่ไอ้ฟืนผุที่ยากจะใช้การ 

ต่อให้อีกฝ่ายจะมีฝีมือสูงส่งมิธรรมดาดั่งตาเห็นเเต่ฝ่ายจ้าวลู่ก็หาใช่ทารกเเรกเกิด กระบี่ที่คมในฝักครั้งมิชักออกยังคมกล้าเหล็กร้อนเจอไฟลนเหมือนคนเราหากมิเห็นโลงศพย่อมมิหลั่งน้ำตา เเผ่นเหล็กหนาถังมู่เตะเข้าเต็มเปา

จ้าวลู่ไม่เเม้เเต่จะลังเลใจคิดรั้งรอก่อนจะห้อตะบึงรุดหน้าหมายพบปะหน้าถังมู่ให้มันรู้ประจักษ์ใจว่าคนเช่นไรมิควรยุเเหย่หากนกน้อยต้องเกาทัณฑ์หลงลืมตัวครั้งนี้จ้าวลู่ก็ไม่คิดจะละชีวิตของมันไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #32 สุดใจนายเย็นชา (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 10:16

    เกือบตามไม่ทันแล้วท่าไม่เคยอ่านนิยายจีนเเปลมาก่อนคงงงใช่เล่นสำบัดสำนวนขนาดนี้เล่นเอาคิดว่าอ่านเสียวอื้อยี้ 10 ให้ 7 น้อยไปหน่อยนะคุณหมัด
    #32
    2
    • 16 ธันวาคม 2563 / 10:29

      555+ เวลามีน้อยครับได้เเค่นี้ ประมาณอยากเขียนก็เขียนต้องว่างจริงจริงด้วยเเหละครับถึงจะมีเวลา
      #32-1
    • #32-2 สุดใจนายเย็นชา(จากตอนที่ 37)
      16 ธันวาคม 2563 / 16:11

      ผมว่าลดพวกคำเปรียบเปรยลงหน่อยก็ดีหรือไม่ก็เขียนอธิบายสักนิดเถอะคับ ยกตัวอย่างเช่น รั้งบังเ-ยนม้าเมื่อถึงหน้าผาชัน อันนี้ผมเองก็พึ่งรู้ว่า กลับตัวก่อนสายเกินการ ยิ่งกระต่ายไม่กินหญ้าข้างบ้านอันนี้หนัก สมภารไม่กินไก่วัดส่วนจ้างผีโม่แป้งก็เเปลว่ามีเงินมีอำนาจมีพวกมาก จะทำอะไรก็ได้ บางคำเปรียบอ่านดูไม่เข้าสถานการณ์ว่าจังซั่น
      #32-2