อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 30 : สองเราร่วมทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    5 ม.ค. 64

เเสงอรุณรุ่งสางกำจายเเสงเหนือนภากาดร่างสูงโปร่งหายลับตา


ฝ่ายสาวน้อยกัดริมฝีปากเเน่นนัยตาคู่ใสมองดูเเผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้จากลาจรด้วยความรู้สึกประหลาดกวนตัวเกิดขึ้นภายในจิตใจใบหน้าอันขาวผ่องปรากฏสีเเดงอ่อนอ่อนสองริมฝังเเก้มด้วยเหตุผลกลใดมิทราบเเน่ชัด


หัวใจของนางกลับสลักลึกภาพของเด็กหนุ่มผู้นี้ไว้ลึกเเน่นจนยากจะลบลืมความอัปยศครั้งนี้เเถมความสงสัยใคร่รู้เองก็กวนตัวภายในโสตสมอง 


วิชายุทธเชิงกระบี่ของเด็กหนุ่มชั่งเเลดูคุ้นตานางยิ่งนักเเถมวิชากายาของอีกฝ่ายก็หาใช่ธรรมดาสามัญนอกจากนี้ยังไปสกิดต่อมความทรงจำของเเม่นางน้อยเข้าจนได้


นางผู้จากมาทำภารกิจลับของกลุ่มทรงอิทธิพลเหนือฟ้า วิชากายานั่นหากมองมิผิดคงไม่เเคล้วเป็นของตำหนักเทพโลหิตเเถมตัวเพลงกระบี่เองก็เป็นของตำหนักสุดนภา ช่างมองดูเป็นส่วนผสมที่ขัดแย้งชนิดฟ้าถล่มดินทลายเลยทีเดียว


เนื่องด้วยองค์ความรู้จากภูมิหลังของนางที่คอยสั่งสอนพร่ำบอกก็หาใช่ธรรมดาสามัญ จึงมองออกว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นย่อมหาใช่คนธรรมดาผู้ควรอยู่ในโลกกึ่งกลางไม่ เเต่ควรมาจากโลกพิภพสวรรค์เฉกเช่นเดียวกันเมื่อครั้งนึกถึงชื่อของเด็กหนุ่มผู้ล่วงเกินนางก็พาให้ใจรู้สึก ขุ่นเคืองมิใช่น้อย 


นอกจากนี้ชื่อเสียงเรียงนามของอีกฝ่ายเองก็ฟังดูตลกร้ายคล้ายละครลิงให้ความรู้สึกคล้ายเรื่องตลกพิลึกพิลั่น หาใดเปรียบ จ้าวลู่รึ ชั่งมิเจียมตนยิ่งนัก ชื่อเเซ่จ้าวหาใช่นามธรรมดาสามัญดั่งตาเห็นไม่ คงมิเเคล้วหมายถึงตระกูลจ้าวผู้ปกครองตำหนักสุดนภาเป็นเเน่


ส่วนคำว่าลู่คงมิเเคล้วมาจากตำหนักเทพโลหิต สองตำหนักผู้เป็นศัตรูคู่ฟ้า กลับมารวมตัวในชื่อเดียว คงไม่แคล้วโลกหล้าพลิกคว่ำพลิกหงายหากมีผู้ใดล่วงรู้คงหัวเราะจนขาดใจตายชนิดฟันร่วงหมดปากในคราวเดียว 


สำหรับความคิดของนางที่มีต่อจ้าวลู่ชื่อนี้ชั่งรนหาที่ตายโดยเเท้ครั้งกล้าใช้นามนี้ หากประกาศออกไปยังโลกพิภพสวรรค์คงสร้างคลื่นระลอกใหญ่มิใช่น้อย สองตำหนักผู้มิกินเส้นกันตั้งเเต่เดิมคงออกตามล่าชนิดพลิกฟ้าพลิกดินหมายสังหารให้สิ้นชีพที่กล้าบังอาจล้อเลียนพวกตนด้วยชื่ออันเป็นอัปมงคลในสายตายิ่งได้ฟังยิ่งระคายหูจนแทบจะเรียกได้ว่าเเค่ฟังยังพาใจให้คลั่งกันจนเเทบตกตายเพราะนามชื่อนี้


เเม่นางดารุณีน้อย แสยะยิ้มที่มุมปากด้วยความดูแคลนต่อจ้าวลู่ โดยหารู้ไม่ว่านามนี้นั้นภายภาคหน้าจะยิ่งใหญ่คับฟ้า



สามเดือนต่อมา จ้าวลู่กำลังนอนพิงกายสบายอุราเหนือกิ่งไม้ท่ามกลางความเงียบสงบ ปราณดาบปริศนาพลันกวนตัวขึ้นมุ่งมาทางร่างเด็กหนุ่มผู้กำลังนอนเอ็นหลับตา 


ให้ต้องสะดุ้งโหยงกระโดดหลบหนีชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด เหลือบมองยังผู้ประส่งร้ายด้วยนัยตาคมกล้าชนิดปรากฏเส้นเลือดฝอย


เรียกได้ว่าเดือดดาลสุดขีดมิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้หมายดับชีพอีกฝ่ายที่ลอบกัดตนให้ตกตายคามือ เเต่ทว่าเมื่อเห็นร่างของอีกฝ่าย อาการกระอักกระอ่วนพลันปรากฏบนใบหน้าของจ้าวลู่พลางเอ่ยปากเสียงอ่อน


"เจ้าอีกเเล้วรึ "

น้ำเสียงของจ้าวลู่คล้ายคนปวดท้องถ่ายมิออกมาหลายวัน เพราะเเม่นางน้อยนาม ฝิงอี้เฟยไล่ล่าตนมิหยุดหย่อนคล้ายโกรธเเค้นมิเลิกลาในโลกหล้าจะมีบุรุษคนใดกันเล่าจะรังเกียจสาวงามปานล่มเมืองเเต่ก็มิใช่สถานการณ์ ชนิดกลืนไม่เข้าคายมิออกเช่นนี้ เพราะฝ่ายเเม่นางฝิงอี้เฟย นั้นประมือกับตนมานับครั้งมิถ้วน สลับกันเเพ้สลับกันชนะครั้งเมื่อนางชนะตนก็ สะกัดจุดจับตนเปลื้องผ้าส่วนบนมัดขาห้อยต๋องเเต๋งเหนือยอดไม้ในทุกครา


ส่วนฝ่ายจ้าวลู่เองเมื่อชนะนางก็ทำเพียงตีก้นอีกฝ่ายให้อับอายเล่นมิคิดเอาชีวิต เเต่กลับไปเพิ่มพูนความโกรธเเม่นางเสือร้ายตัวน้อยจอมเย็นชาเสียงั้น ชีวิตดั่งโดนสาปโดยวิญญาณร้ายที่ดันจ้องอาฆาตตนไม่เลิกลา


ฝ่ายฝิงอี้เฟยทำเพียงสาดสายตาเย็นเยือกจับขั้วหัวใจใส่เป็นการตอบเเทน


ครั้งจ้าวลู่ถอนหายใจยาวสะบัดหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายอนาถใจใครเล่าจะล่วงรู้ว่าเเม่นางผู้นี้จะฝังเเค้นตนชนิดมิเลิกซึ่งก็คอยตามติดชำระหนี้เเค้นตนเช้าสายบ่ายเย็นคอยหลอกหลอนกันทุกวันคืน ตลอดสามเดือนความสงบสุขคือสิ่งเดียวที่เด็กหนุ่มปราถนาเเถมเขายังขยาดใบหน้าดวงตาคู่นี้เป็นอย่างมากยามใดมิระวังยามนั้นคงวิบัติจากคมกระบี่ของนางที่คล้ายดั่ง วิญญาณร้าย คอยตามติดชีวิตตน ทุกเช้าเย็น



"เเม่นางฝิงอี้เฟยเจ้าจะตามล่าข้าไปถึงไหนมิเหนื่อยบ้างรึ "

น้ำเสียงอันเย็นชาพลันเปล่งออกมาจากปากของสาวงามก่อนจะเก็บดาบเอาไว้พลางทำตาหยีก้าวมาหยุดเบื้องหน้าฝ่ายเด็กหนุ่มชนิดเรียกได้ว่าเเทบจะหายใจรดต้นคออยู่ร่อมร่อ

"ข้าก็เหนื่อยเหมือนดังเจ้า กล่าวยอมเเพ้มาซะมิเช่นนั้นข้าก็จะตามติดเจ้าไปตลอดกาล"

ใบหน้าของนางปรากฏสีเเดงอ่อนอ่อนสองข้างเเก้มเล็กน้อยส่วนฝ่ายจ้าวลู่เองก็ถึงกับหมดคำพูดเเต่ด้วยความทะนงตน หยิ่งผยองในศักดิ์ศรีมีรึจะยอมสยบใต้ชายกระโปรงของอิสตรี

"ไม่ หัวเด็ดตีนขาดเช่นไรข้าจ้าวลู่ก็มิคิดจะกล่าวออกจากปากต่อให้กระบี่มาจ่อคอข้าก็มิยอมสยบต่อเจ้า "

จ้าวลู่พลันยื่นหน้าก้มตัวจ้องสพสายตาของฝิงอี้เฟยส่วนฝ่ายเเม่นางน้อยพลันหลบสายตาก่อนจะกระทืบเท้าก้าวเดินไปยังตอไม้หย่อนก้นนั่งลงพลางเอ่ยปากโดยมิคิดจะหันมาเหลือบมองฝ่ายเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้ากลืนไม่เข้าคายมิออก

"เจ้าบ้าข้าจะตามล่าเจ้าไปยังสุดขอบล่าฟ้าเขียวหากเจ้ายังมิอยากเจอปัญหาจากข้าที่คอยก่อกวนเจ้าอยู่ทุกค่ำเช้าเเล้วล่ะก็จงเอ่ยปากยอมรับความพ่ายแพ้มาเสียโดยดี ! "

คำพูดของสาวน้อยฝิงอี้เฟยนั้นชั่งดูเผด็จการยิ่งนักเเถมฟังดูขัดหูจ้าวลู่มิใช่น้อย ร่างของเด็กหนุ่มพลันก้าวเท้าห้อตะบึงไปนั่งข้างข้างฝ่ายฝิงอี้เฟยชนิดเรียกได้ว่าเเทบจะเเนบชิดติดกันเลยทีเดียว ก่อนหันหน้า สาดยิ้มหวานเปล่งวาจา

"หากเจ้าคิดจะให้ข้ายอมเเพ้เจ้าก็บอกมาสิว่าเจ้ามาจากกลุ่มอิทธิพลใด เหตุไฉนเจ้าถึงบอก ว่าชื่อของข้าจะนำภัยมาสู่ตัว ทั้งที่ท่านเเม่ของข้าเป็นผู้มอบให้เชียวนะ "

จ้าวลู่ฉายเเววตาอันโศกเศร้าเมื่อกล่าวถึงมารดาผู้มิเคยเห็นเเม้เเต่หน้าค่าตาจนฝ่ายฝิงอี้เฟยที่หันมามองยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาสอันขุ่นมัวจากเด็กหนุ่มที่ต่างจากในยามปกติ ที่ออกจะกะล่อนปลิ้นปล้อนคล้ายปีศาจจิ้งจอกตัวน้อยผู้หยิ่งผยองดั่งขุนเขายามต้องวายุยังมิอาจหวั่นไหวเเต่พอกล่าวถึงมารดานัยตากลับ เจือปนความโศกเศร้า

สาวน้อยเอ่ยปากเท้าความสาธยายเพื่อสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองจากอีกฝ่าย หมายไขข้อสงสัยที่ยากจะเกาจนนัยตาของเด็กหนุ่มพลันหดเกรงลงหัวใจเต้นเเรงคล้ายดั่งจะระเบิดออกมาเมื่อได้ฟังถึงประมุขคนปัจจุบันของตำหนักสุดนภา เเววตาของฝิงอี้เฟย

ฉายเเววประหลาดใจยิ่งทวีเมื่อเห็นเเววตาของจ้าวลู่เปี่ยมล้นด้วยไฟเเห่งโทษะคล้ายดั่งอสูรร้ายหมายบดขยี้ให้สิ้นสูญเเถมยังปลดปล่อยลมปราณฟ้าดินกำจายออกมาด้วยความอำมหิตชวนให้อึดอัดมิใช่น้อยเมื่อนางเอ่ยถึงนามจ้าวซื่อถู

เเต่เมื่อกล่าวถึงอดีตประมุขน้อยที่ถูกคุมขังกว่า 14ปี อย่างจ้าวหยิงหยิงผู้มิรู้ชะตากรรมยากคาดเดาเเววตาของเด็กหนุ่มพลันอ่อนลงหลายส่วนจนนางเริ่มเข้าใจบางอย่างยิ่งพอกล่าวถึงตำหนักเทพโลหิตนัยตาของเด็กหนุ่มพลันเร้าร้อนขึ้นมาทันที

จนนางเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้เพราะภูมิหลังของนางเองก็ได้รวบรวมข่าวสารที่ได้มาจากทั่วสารทิศเก็บสะสมไว้มิใช่น้อย ยิ่งเป็นข่าวสารเกี่ยวกับตำหนักทั้งสามยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง ต่อให้เป็นเพียงขนเส้นเดียวบนหลังของวัวเก้าตัว ก็มิมีข้อยกเว้น 


ฝ่ายจ้าวลู่ฟังความอย่างตั้งใจโดยปล่อยเวลาให้ล่วงผ่านไปครั้งฝิงอี้เฟยนางเองก็กำลังวิเคราะห์ถึงตัวตนของจ้าวลู่เช่นกัน


ขณะพยายามเล่าเรื่องที่นางพอจะรู้เเละจดจำได้เพียงบางส่วนเพื่อจับตามองพฤติกรรมของเด็กหนุ่มที่ดูคล้ายคนวิกลจริตครึ้มดีคุ้มร้าย เมื่อกล่าวถึงตำหนักทั้งสาม ไม่ว่าจะเป็นตำหนัก สุดนภาของตระกูลจ้าวหรือตำหนัก เทพโลหิตของตระกูลลู่ เเต่พอกล่าวถึงตำหนักเทพผู้สร้าง ของตระกูลหวัง เขากลับฉายดวงตาทอประกายคล้ายคนเจอขุมมหาสมบัติก็มิปาน


ไม่ว่านางจะพยายามกล่าวถึงตำหนักใดเด็กหนุ่มล้วนเเล้วเเต่มีปฏิกิริยาตอบสนองทั้งสิ้น จนนางถึงกับต้องมืดเเปดด้าน ยากจะคาดเดาถึงตัวตนของเด็กหนุ่มผู้นี้ ว่ามาจากตำหนักใดกันเเน่ ขนาดชื่อเสียงเรียงนามก็มิเคยปรากฏในโลกภพสวรรค์ เเถมมองดูจากท่าทางก็มีความเกี่ยวข้องกับตำหนักทั้งสามมิใช่น้อย โดยเฉพาะความร่ำรวยของอีกฝ่ายก็คล้ายคนที่มาจากตำหนักเทพผู้สร้าง ซึ่งเป็นพวกชอบเบ่งกล้ามอวดบารมีอาวุธภพสวรรค์

เมื่อนางหยุดกล่าวพลางขมวดคิ้วมุ่นเด็กหนุ่มก็พลันฉุกใจได้ว่าตนกำลังถูกล่อลวงจากฝิงอึ้เฟย

จ้าวลู่ฉีกยิ้มเย็นก่อนจะลุกขึ้นสะบัดไพล่หลังหัวเราะร่าพลางเหลือบมองร่างของสาวน้อยที่มองตนด้วยความเย็นชาหลายส่วนก่อนจะอวดเบ่งบารมี

" ในโลกหล้านั้นจะมีอัจฉริยะชนวัยเยาว์คนใดจะเป็นดั่งข้า บิดาข้าคือยอดยุทธผู้สยบอัจฉอริยอชนนับร้อยด้วยตนเพียงลำพังฝ่ายมารดาข้าคือยอดยุทธ์ในศาสตร์เเห่งค่ายกลเหลือบมองยังใต้หล้ายากนักจะหาคนมาทัดเทียม ข้าจ้าวลู่ถูกเลี้ยงดูมาโดยจอมยุทธเสมอฟ้าผู้เก่งกาจรอบรู้ทั่วด้านมากมีบารมีเงินตราเเถมหน้าตายังหล่อเหลาหาบุรุษคนใดจะทัดทานเสมอเหมือน เเถมยังได้รับการชี้เเนะจากเทพอสูรจ้าวผู้ครองสัตว์อสูรทั่วใต้หล้าในพิภพกึ่งกลางสัตว์อสูรทั้งหลายล้วนหวาดเกรงมิกล้าเสนอหน้า หากเจ้าคิดจะใช้ปัญญาอันน้อยนิดคิดคาดเดาถึงภูมิหลังของข้าเเล้วล่ะก็ เเม่นางฝิงอี้เฟยฝิงอี้เฟยเอ๋ย เจ้าชั่งอ่อนหัดนัก"

จริงดั่งคำของจ้าวลู่ต่อให้นางคิดให้ตายก็ยากจะล่วงรู้ถึงตัวตนของเด็กหนุ่มเพราะเขาดันมีความเกี่ยวข้องกับทุกตำหนัก

เเถมยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขผู้สืบเชื้อสายบริสุทธิ์ของสองตำหนักมิหนำซ้ำยังถูกเลี้ยงดูโดยหวังอี้ฟานผู้เป็นถึงประมุขน้อยลำดับสองของตำหนักเทพผู้สร้างครั้งยังมีวายได้รับเเก่นโลหิตเเละคำชี้เเนะจากหลานหลีหมิ่นผู้สืบสายเลือดเทพอสูรฟ้าคํารณในตำนานเสียอีกคงจะไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า จ้าวลู่คือประมุขน้อยของสองตำหนักหนึ่งเผ่าพันธุ์เทพอสูรอย่างเผ่าพยัคฆ์สวรรค์ เเม้จะเป็นมนุษย์ก็ตามเเต่หากเหล่าอสูรเฒ่าล่วงรู้เรื่องที่หลานหลีหมิ่นกระทำลงไปคงมิวายจับนางมาจองจำนับพันปี


เเถมยังไม่นับรวมความผิดเรื่องที่ปิดบังการกำเนิดของหลานฉีเอ๋อร์หากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไปเผ่ามังกรคงบ้าคลั่งมิใช่น้อยที่นางดันปล่อยสายเลือดบริสุทธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพวกตนออกมาเดินเล่นเพ่นพ่านตามติดเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ต้อยต้อยไม่หนำซ้ำยังสะเออะผูกพันสัญญาโลหิตถึงชีวิตกับประมุขน้อยเผ่ามังกรจอมอหังการเป็นของเเถม


ฝ่ายสาวน้อยฝิงอี้เฟยถึงกับต้องเดาะลิ้นเบ้ปากอย่างจนปัญญาในใต้หล้าคงมิมีเด็กหนุ่มคนใดในความคิดของนางอีกเเล้วที่จะหลงตัวเองได้ขนาดนี้เเถมยังกล่าวออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยชนิดเรียกได้ว่าหน้าชื่นตาบานเสียนี่กระไรมิละอายเเม้เเต่น้อยช่างหน้าด้านหน้าทนเสียเต็มประดา กว่าอสูรหน้าขน

เมื่อจ้าวลู่มองเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่ายถึงกับต้องสะดุ้งเฮือกกระแอมไอเขินยิ้มตาหยีพลางกล่าวชักชวนอีกฝ่ายให้ร่วมทางไปกับตนเพราะอับจนหนทางสลัดเเม่นางน้อยผู้นี้ที่คอยรังควานตนทุกค่ำเช้า

" อะแฮ่มอะแฮ่ม เเม่นางฝิงอี้เฟย เจ้าสนใจจะร่วมทางออกล่าสมบัติกับข้าหรือไม่ อย่างไรเสียเจ้าก็คิดรังควานข้ามิเลิกอยู่เเล้ว คงจะดีมิน้อยหากเจ้าเปลี่ยนบุรุษหนุ่มหล่อเช่นข้าเป็นพันธมิตรข้างกาย ดีกว่าการเป็นศัตรูกันเเถมข้าเองก็เอือมระอาเต็มทนที่ต้องคอยมาระเเวงตัวเจ้าทุกค่ำเช้า เกือบลืมเเม่นางฝิงอี้เฟยเจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าภายในใจข้าเองก็ชอบเจ้ามิใช่น้อย "

จ้าวลู่ยักคิ้วหลิ่วตาพลางฉีกยิ้มกว้างมองดูชั่งน่าเกลียดมิน้อยให้อีกฝ่าย ส่วนฝ่ายฝิงอี้เฟยเองก็มิได้ปฏิเสธเสียที่เดียวกลับทำเพียงนิ่งเงียบมิคิดกล่าวคำใดเพราะภายในใจกำลังสะกดข่มความรู้สึกประหลาดที่เริ่มกวนตัวจากคำพูดของเด็กหนุ่มผู้ชั่วร้ายที่กล่าวออกมาโดยเเทบมิคิดถึงผลกระทบใดใด เเถมน้ำเสียงเองก็เหมือนไม่ได้สลักให้ความสำคัญใดใดทั้งสิ้นเเต่สำหรับนางคำพูดตอนท้ายนั้นคือการสารภาพรักก็มิปาน

ฝ่ายจ้าวลู่ถึงกับเหงื่อตกเมื่อสัมผัสได้ถึง สวนดอกลาเวนเดอร์ท่ามกลางพายุเหมันต์จากในเเววตาของสาวน้อยผู้งดงามปานล่มเมืองเเต่กลับมาพร้อมบรรยากาศรอบกายที่สุดจะเย็นชาดั่งขั้วโลกเหนือที่กำลังมองสพตามายังตน ด้วยรอยยิ้มที่มุมปากเเถมจ้าวลู่มองยังไงก็ไม่ต่างจากเครื่องประหารเลยสักนิดชีวิตน้อยน้อยของตนคงตกตายเพราะปากพล่อยพล่อยที่ดันเผลอเรอเป็นเเน่




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น