อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 15 : คนมันรวยช่วยไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    3 ม.ค. 64

ณ เช้าวันต่อมา เมืองฉือเจียจวงภูมิภาคตอนกลางที่เเสนจะครึกครื้นคึกคักมากด้วยผู้คนจากทั่วทั้งสารทิศบนถนนหนทางคับคั่งไปด้วยกลุ่มฝูงชน เหล่าบรรดาพ่อค้าเเม่ขายทั้งขาจรขาประจำต่างเเหกปากตั้งเเต่ไก่โห่ยามเเสงเเรกจากดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าสีส้มแดง ตีฆ้องร้องป่าวประกาศเปิดร้านวางขายสินค้าจากทั่วภูมิภาคฉือจี้ คนตาดีมากมีประสบการณ์มักพบพานประสบโชครางลาภลอยคนตาบอดซ้ำร้ายเสียเบี้ยอัดอาจประสบพบพานของไม่ดีมีตำหนิไม่สมราคาค่างวด สินค้ามากมายก่ายกองเกินคณานับถูกจัดวางพร้อมสัพตาดีได้ตาร้ายเสีย ทุกมุมเมืองตรอกซอกฟาง

จ้าวลู่หลานฉีเอ๋อร์เบิกตากว้างเจริญหูเจริญตาเจริญใจกับสิ่งที่ไม่เคยพบพานเด็กหนุ่มที่เคยอยู่เเต่ป่าเขาลำเนาไพรอยู่กับป่าอยู่กับดอยมีรึจะไม่รู้สึกตื่นตาตื่นใจขณะหลานฉีเอ๋อร์ยิ่งเเล้วใหญ่พบพานสิ่งใดเห็นถูกใจดูสวยดีสดงดงามสาวน้อยมิวางวายหยิบจับกวาดซื้อเรียบไม่หลงเหลือให้ผู้อื่นอวดเบ่งบารมีคนมีสตางค์เงินถุงเงินถังคล้ายเถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยชั่งมือเติบ สายตาคนนับพันที่สันจรผ่านไปมาล้วนมองเห็นเด็กสาวชุดผ้าไหมสีดำรูปร่างอรชรสวมหมวกสานติดผ้าม่านบางปกปิดกำบังใบหน้าพร้อมเด็กหนุ่มเดินเคียงคู่เเต่งตัวคล้ายกันหยิบโยนหินยุทธจับจ่ายมิขาดมือกันเป็นว่าเล่นราวกับบ้านของเขาเเละนางเป็นเจ้าของเหมืองหินยุทธเเสนหายากยิ่งสุดล้ำค่า

จนเเม้เเต่ศิษย์ยอดสำนักยังสะดุ้งเฮือกเมื่อได้เห็นฉากนี้ ต้องร่ำรวยเพียงใดถึงจะเท่าผู้เยาว์สองคนนี้สายตาเหล่านั้นจับจ้องยังสองผู้เยาว์ด้วยนัยตาเเกมอิจฉาใคร่รู่จักเเละยังมีสายตาที่จับจ้องตาเป็นมันคล้ายอยากกระโจนเข้าปล้นเด็กบ้านรวยดั่งลูกเเกะตัวอ้วนพีให้หมดเนื้อสิ้นประดาตัวเเต่ยังพอมีสติยับยั้งชั่งใจไม่ให้กระทำเกินงาม หาไม่เเล้วคงได้นอนจมกองโลหิตสิ้นเสื้อผ้าปิดบังอำพรางกายเป็นเเน่ เเถมภูมิหลังของสองผู้เยาว์เศรษฐีน้อยย่อมต้องไม่ธรรมดาสามัญคนทั้งหลายหากไม่ถูกความโลภโมโทสันบดบังดวงตาก็มิอาจหาญรนหาที่ตายหากยังไม่ทราบเเน่ชัดถึงที่มาที่ไปของสองผู้เยาว์

ชายวัยกลางคนรูปร่างภูมิฐานมองดูคล้ายบัณฑิตมากประสบการณ์ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาจ้าวลู่เเละหลานฉีอ๋อร์ก่อนจะโค้งคำนับอย่างมีมารยาทพลางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรขณะคลี่ยิ้ม จ้าวลู่ขมวดคิ้วมองตาขวางขณะใช้มือข้างหนึ่งกันหลานฉีเอ๋อร์ให้ยืนอยู่เบื้องหลังตนเพราะเกรงนางจะก่อปัญหาชวนปวดเศียรเวียนเกล้าอีกครา

"คารวะนายน้อยทั้งสองไม่ทราบว่าพวกท่านได้ทราบข่าวเรื่องงานประมูลของกลุ่มหนานกงหรือไม่ "

จ้าวลู่ก็ขมวดคิ้วมุ่นขณะหลานฉีเอ๋อร์เบ้ปากกล่าวเสียงดังพลางยืนเท้าสะเอว วางมาดราวกับคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เอาเเต่ใจจนชินชา

"เจ้าเป็นใครงานประมูลอะไรข้ากับท่านพี่ไม่เห็นจะเคยได้ยิน "

เมื่อได้ฟังคำของสาวน้อยอีกฝ่ายถึงกับหน้าเสียขึ้นมาใบหน้าพลันกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ภายในใจกลับคิดว่าผู้เยาว์สองคนนี้คงเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่หลังเขาบ้านไกลเป็นเเน่หากไม่รู้จักกลุ่มการค้าหนานกง ทวีปฉือจี้นั้นกว้างใหญ่เกิน ประมาณคงไม่ใช่เรื่องเเปลกหากจะมีเด็กน้อยจากทวีปใกล้เคียงเดินทางมาเข้าร่วมงานพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อน ซึ่งก็พบเห็นกันไม่บ่อยนัก เพราะอุปสรรคคือระยะทางขวางกั้น

"เอ่อคือ พวกนายน้อยไม่เคยได้ยินจริงรึ "

จ้าวลู่พยักหน้าเล็กน้อยเชิงยอมรับเเละไม่คิดปฏิเสธส่วนฝ่ายหลานฉีเอ๋อร์ทำเพียงมองตาปริบปริบพลางใช้สมองครุ่นคิดเพราะเริ่มชักจะไม่เเน่ใจขึ้นมา เมื่ออีกฝ่ายเห็นทั้งสองคนเงียบไปก็มั่นใจขึ้นมาก่อนจะเริ่มเอ่ยปากสาธยายพร้อมสัพ ดวงตาของจ้าวลู่ใต้ผ้าม่านของหมวกสานพลันเปล่งประกายเมื่อได้ยินคำว่าอาวุธภพสวรรค์ส่วนหลานฉีเอ๋อร์ก็อมยิ้มน้อยๆเมื่อได้ฟังชื่อสิ่งของล้ำค่าดูน่าสนใจ 

"งานประมูลจะจัดในวันพรุ่งนี้ตอนดวงตะวันตรงหัวข้าหวังว่าทั้งสองท่านนายน้อยจะเข้าร่วมงานเพื่อเป็นเกียรติเเก่กลุ่มการค้าหนานกงของเรา ถ้าเช่นนั้นข้าขอลา "

บัณฑิตพร้อมผู้ติดตามกำลังจะหันหลังเดินจากไปเเต่ทันใดนั้นจ้าวลู่ก็เอ่ยปากถามขึ้น    

"ช้าก่อนข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่ หาไม่เเล้วข้าก็มิวางใจ "

น้ำเสียงของเด็กหนุ่มทั้งดุดันเเละแข็งกระด้างฟังดูเหี้ยมเกี้ยมมิใช่น้อยเเถมยังเเฝงคำขู่ในคำถาม

อีกฝ่ายเพียงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ฟังก่อนจะรีบตั้งสติเพราะตนเป็นพ่อค้าย่อมมองเห็นผลกำไรเหนือสิ่งอื่นใดเรื่องมารยาทใครกันเล่าจะไปสนหากมีเงินเป็นถุงเป็นถังอย่างสองผู้เยาว์เบื้องหน้าตนต่อให้อีกฝ่ายเอ่ยปากถึงขั้นด่าทอตนก็จะไม่มีการอดครวญเเม้เเต่น้อยซักคำซักแอะคงมิมี

"ข้าชื่อ หนานฟู่ จากกลุ่มการค้าหนานกงขอรับนายน้อยทั้งสอง "

จ้าวลู่พยักหน้าเล็กน้อยคล้ายจะไม่เเยเเสด้วยซ้ำส่วนฝ่ายหนานฟู่เเละผู้ติดตามก็ไม่คิดจะถือสาหาความเพราะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญคนไม่รู้จักกันเมื่อดูจากลักษณะของผู้เยาว์ทั้งสองก็น่าจะไม่ได้อาศัยอยู่ในทวีปฉือจี้ เเล้วจะเอาอะไรมาตำหนิ หนานฟู่เเละพวกโค้งคำนับอีกครั้งก่อนจะเเหวกฝูงชนก้าวเท้าเดินออกไปโดยไร้คนขัดขวาง ส่วนจ้าวลู่เเละหลานฉีเอ๋อร์ก็รู้สึกประหลาดใจให้คล้ายสายตารอบข้างที่กำลังมองพวกตนอย่างเเปลกประหลาด ราวกับเขาเเละนางพึ่งไปก่อปัญหาใหญ่เข้าให้

จ้าวลู่เเละหลานฉีเอ๋อร์ คร้านจะใส่ใจสายตาเหล่านั้นก่อนจะสะบัดชายเสื้อถือดีสองมือโพล่หลังวางมาดขรึมขณะสาวน้อยยื่ดอกเชิดหน้าเดินตามหลังต้อยๆด้วยความเย็นชาหลายส่วน ทางกลุ่มฝูงชนทำเพียงนิ่งอึ้งกระซิบกระซาบมองตาละห้อยตามเเผ่นหลังของสองผู้เยาว์โดยไม่คิดจะขัดขวางหากไม่รู้เบื้องหลังก็ไม่อยากเเหย่รังเเตน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #45 ShannonLinn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 18:41
    ขัดใจกับคำว่า "พายโล่หลัง" มาก ๆ ช่วยเปลี่บนให้ถูกต้องหน่อยเถอะขอร้องล่ะนะ ไม่ไหวจริง ๆ เปลี่ยนเป็น"ไพล่หลัง" นะไร้ท์
    #45
    1
    • 23 ธันวาคม 2563 / 19:32
      ยังไม่ได้ไปเเก้ทั้งหมดนั่นเเหละครับ จะพยายามไล่เเก้ให้นะครับ เเต่นอนก่อนเหนื่อยมาก
      #45-1
  2. #13 สุดใจนายเย็นชา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 22:49

    จ้าวลู่ผู้มั่งมีกับเเม่นางฉีเอ๋อร์ผู้ก่อเเต่ปัญหาเเต่ดัน-น่ารักซะงั้น สงสัยจะมีเรื่องเพราะความรวย ผมนึกภาพออกเลย ท่านน้าข้าคือ....
    #13
    1
    • #13-1 Speed ​​of light(จากตอนที่ 15)
      20 พฤศจิกายน 2563 / 05:59
      ฮั่นแน่ รู้ทันอีก ท่านน้าคือหวังอี้ฟาน อือิ
      #13-1