อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 14 : เมืองฉือเจียจวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,064
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    3 ม.ค. 64

สองสัปดาห์ต่อมา ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร ในที่สุดจ้าวลู่หลานฉีเอ๋อร์ก็มาถึงจุดนัดรวมตัวเเรกของงานประลองพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อน ณ เมืองฉือเจียจวง ภูมิภาคตอนกลางของทวีป ลั่นฉื่อ

เมืองฉือเจียจวงเป็นสถานที่นัดหมายของเหล่าอัฉริยะชนวัยเยาว์จากตระกูลน้อยใหญ่เเละยังมีกลุ่มก้อนอิทธิพลขนาดต่างๆจากทั่วสารทิศที่ส่งบรรดาสมาชิกมาเข้าร่วมงานประลองอันจัดขึ้นทุกทุกห้าสิบปี นับได้ว่าเป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งสำหรับกลุ่มอิทธิพลขนาดเล็กที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทในผืนทวีป

เหล่าชนวัยเยาว์ต่างถูกคัดสรรมาอย่างเข้มข้นเฟ้นหา

ยอดอัจฉริยะจากตระกูลต่างๆเพื่อเข้าร่วมเป็นศิษย์ของยอดสำนักสามเสาหลักจากนิกายทั้งสามผู้ยืนอยู่บนยอดหอคอยงาช้างมาอย่างยาวนาน 

หนึ่งคือ นิกายเมฆาหมอก ว่ากันว่าศิษย์ของนิกายนี้นั้นล้วนเเล้วเเต่เป็นยอดยุทธ์ในกลุ่มอัฉริยะชนชั้นนำเเทบทั้งสิ้นเเถมเล่าลือกันว่ายังโหดเหี้ยมไร้ความปราณีหาใดเปรียบภายในนิกายเมฆาหมอกล้วนเเล้วเเต่มีกลุ่มคนชนิดประเภทจิตใจไม่ปกติเกือบทั้งสิ้นฝึกปรือวิชาการประหลาดพิสดารหากไม่บ้าสุดโต่งก็กระหายโลหิตสุดขั้วเเละยังคงจัดเป็นนิกายที่มีความทะเยอทะยานอยากมากที่สุดโดยคาดหวังจะพัฒนาเป็นกลุ่มอำนาจระดับสามในอนาคตก่อนนิกายอื่นๆในสามนิกาย 

ลำดับที่สอง นิกายบุปผาจันทรา นิกายนี้นั้นรับเเต่อิฐสตรีเข้าเป็นศิษย์เพียงเท่านั้นเเละยังนับเป็นเเดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าบุปผางามสะพรั่งไม่เคยมีบุรุษรูปใดใจกล้าหน้าด้านเข้าไปสำรวจภายในมาก่อน ส่วนเรื่องที่เล่าลือกันมานั้นไม่ว่าจริงหรือเท็จเเต่กฏเกณฑ์ของนิกายสตรีเช่นนี้ย่อมข้มงวดเป็นพิเศษเเละยังมีกฏเหล็กอีกมากมายเกินคณานับหากมองอีกมุมก็เปรียบดั่ง สวนสวรรค์ของเหล่าดารุณีบุปผางามจากทั่วสารทิศ บุรุษมากหน้าหลายตาไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือเป็นยอดคนเเสนคนธรรมดาสามัญส่วนใหญ่ล้วนเเล้วเเต่ใฝ่ฝันจะได้เชยชมโฉมงามจากนิกายเเห่งนี้ 

ส่วนนิกายวัฏจักรนั้นค่อนข้างเเปลกประหลาดเล่าลือกันว่า นอกจากจะมีวิชาการลึกล้ำสุดพิสดารกว่านิกายอื่นอื่นเเล้วยังโดดเด่นด้วยสถานที่ลึกลับมากมายภายในให้ฝึกฝนซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน ทั้งลึกลับเเละซับซ้อนวิชาการต่างๆล้วนเเล้วเเต่เป็นสุดยอดของสามนิกาย

มาอย่างชานานเเต่อนิจจาวิชาเหล่านั้นกลับยากเกินกว่าจะตีความศิษย์นิกายนี้ ค่อนข้างรักสงบชอบอยู่อย่างสันโดษเเต่ก็คลัายพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจำศีลหากมีศิษย์คนใดถูกสังหารภายนอกเขตนิกายขึ้นมาเมื่อออกไปทำภารกิจก็จะมีศิษย์อีกคนมาสืบเสาะค้นหาข่าวคราว

หมายล้างเเค้นจะเป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไปจนกว่าจะจับตัวคนร้ายที่สังหารศิษย์ร่วมนิกายได้

เพียงเพื่อการล้างเเค้น เล่ากันว่า เคยมีศิษย์นิกายวัฏจักรประสบเคราะห์ร้ายถึงชีวิตด้วยน้ำมือกลุ่มโจรขอบเขตกายาเเต่เช้าวันต่อมาก็โดนศิษย์พี่ศิษย์น้องนิกายวัฏจักรบุกรังเหยียบถึงหน้าบ้านเข้าสังหารจนเหี้ยนเตียนไร้สิ่งมีชีวิตเหลือรอดเผาผลาญทำลายล้างทุกสิ่ง

นิกายวัฏจักรนับเป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ไม่มีที่ไปนอกจากนี้ยังมีศิษย์น้อยกว่าสองนิกายก่อนหน้าเพราะบรรดาสรรพวิชายากเกินบรรลุ 

บรรยากาศของเมืองฉือเจียจวงเต็มไปด้วยความครึกครื้นเมื่อมีกลุ่มคนจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมเยือน เหล่าบรรดาผู้เยาว์ต่างที่มาต่างเดินกระทบไหล่กันให้ควักต่างคนต่างสถานะในที่เเห่งนี้จะยากดีมีจนสูงศักหรือเป็นสามัญชนยันคนธรรมดาล้วนถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมภายใต้กฏของยอดสำนักสามเสาหลัก

ที่ถูกบังคับใช้กฎอย่างเข้มงวด ใครกล้าก่อปัญหาหากไม่ตายก็คางเหลืองเเล้วถูกโยนออกจากเมืองราวกับสุนัขข้างถนนในสภาพอุจาดตาสิ้นเสื้อผ้าปิดบังกายหากเป็นสตรีก็จะถูกทำให้เสียโฉมนับว่าเป็นฝันร้ายของชีวิตไปตลอดกาล 

จ้าวลู่เเละหลานฉีเอ๋อร์สาวเท้าทอดน่องจับมือกันก้าวเดินย่างกรายสวมหมวกสานปิดบังใบหน้าติดผ้าม่านบางบางปะปนกับกลุ่มฝูงชน ก่อนจะเริ่มหาที่พักชั่วคราวอย่างที่เคยกระทำมาตลอดทางสองผู้เยาว์ได้เรียนรู้สิ่งต่างต่างมากมายสั่งสมประสบการณ์ที่ไม่เคยพบพานในป่าหลินตันเจอทั้งคนดีคนชั่วช้าผ่านมาเเล้วก็ผ่านไปประหนึ่งสายวายุ เผชิญปัญหาอุปสรรคภัยร้ายคณานับเกินนับไหวด้วยนิ้วมือซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากใบหน้าของสาวน้อยผู้งามพิลาสเกินต้านทานทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ยันคนเฒ่าชราต่างพากันมาตกม้าตายเพราะความรำคานของนางเป็นเหตุกำปั้นน้อยน้อยเเต่หนักราวกับขุนเขาของนางทั้งโหดเหี้ยมเเละเย็นชานิสัยถอดเเบบจากมารดามิมีผิดพลาดแม้กระเบียดนิ้วศรีษะมากมายของบุรุษต่างถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือนางสาวน้อยผู้เเซ่หลานนามฉีเอ๋อร์เเต่สุดท้ายฉากจบของทุกรายที่เข้ามาตอแยเเม่นางน้อยผู้นี้

ในบรรดาคนเหล่านั้นล้วนเเล้วเเต่เผชิญชะตากรรมเดียวกันคือไม่เป็นศพก็จบไม่สวยสักราย 

เเต่ทว่าสุดท้ายสองผู้เยาว์ก็ผ่านความยากลำเค็ญเเทบหลั่งน้ำตาร้องอ้อนวอนขอพรจากพระเจ้ากว่าจะมาถึงเมืองเเห่งนี้ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมาย

ดวงตะวันลาลับจันทรามาเยี่ยมเยือนภายในโรงเตี๊ยม จ้าวลู่ยืนทอดสายตามองกลุ่มฝูงชนสัญจรบนท้องถนนยามราตรีเเสงไฟประดับส่องสว่างสองข้างทาง เงยหน้ารอดริมระเบียงหน้าต่างขณะหลานฉีเอ๋อร์จมจ่อมกับฝันหวานบนเตียงอุ่นอุ่น เด็กหนุ่มไม่คิดเลยว่าในโลกภายนอกตนเองเเละหลานฉีเอ๋อร์จะพบพานเรื่องราวมากมายทั้งดีร้ายมิตรสหายเเละศัตรู ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์นองโลหิตเป็นครั้งคราว ตลอดเส้นทางทั้งจากสัตว์อสูรเเละมนุษย์ชั่วช้า เเต่สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มเป็นกังวลคือทุกการต่อสู้นั้น ล้วนเต็มไปด้วยการเดิมพันของชีวิตจะอยู่หรือตาย ตัดสินเพียงเสี้ยววินาที ดั่งคำที่ว่าหากอ่อนเเอตกตายเเกร่งกล้าจึงอยู่รอด 

จ้าวลู่หันกลับไปมองใบหน้าของหลานฉีเอ๋อร์ที่กำลังหลับฝันหวานเเย้มยิ้มที่มุมปากก่อนจะส่ายหน้าอย่างจนปัญญายากติเตือนนาง เพราะเด็กสาวนางนี้สร้างปัญหาให้ตนมิน้อยเเม้นจะมีนิ้วมือเพิ่มขึ้นอีกสักพันเท่าก็คงไม่เพียงพอที่จะใช้นับเรื่องที่นางเป็นคนก่อขึ้นทั้งทางตรงเเละทางอ้อม เด็กหนุ่มทอดถอนใจยาวพลางเดินไปดับเเสงจากตะเกียงก่อนจะล้มนอนลงบนเตียงอุ่นอุ่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #50 Lmchoy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 21:47
    ลำคาน ต้องเขียนว่า รำคาญ
    #50
    1
    • 25 ธันวาคม 2563 / 21:58
      ถ้าว่างจะไปเเก้ครับ ปกติเขียนเอาเร็วอะนะ เวลามีน้อย อาทิตย์หน้าเดี๋ยวไรท์ไล่เก็บครับ
      #50-1
  2. #49 Lmchoy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 21:45
    ย่างกลาย ต้องเขียนว่า ย่างกราย
    #49
    0
  3. #46 ShannonLinn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 18:44
    เหล่าบรรดาผู้เยาว์ต่างที่มา ต่างเดินซบไหล่กันให้ควัก

    อ่านเสร็จงงเลย คิดว่าผู้เยาว์พวกนี้เป็นแฟน หรือ คู่รักกันหมดทุกคนหรือไง ต้องเดินซบไหล่กันเนี่ย

    "กระทบไหล่"มั้ยไร้ท์
    #46
    2