อัจฉริยะน้อยตระกูลจ้าว

ตอนที่ 12 : บรรลุวิชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    3 ม.ค. 64

หลายวันต่อมาขณะจ้าวลู่อดรนกัดฟันกรอดนั่งขัดสมาธใจกลางค่ายกลระดับสองที่ถูกรังสรรมาเป็นพิเศษเพื่อฝึกวิชากายานิรันดร์กาล

ชั่งดูน่าสังเวชยิ่งนักร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทิ้มไม่หยุดหย่อนคล้ายจะเเตกบดละเอียดจากเเรงกดทับอันมากมายมหาศาลเกินต้านทาน

ร่างของจ้าวลู่ชั่งดูคล้ายกับมนุษย์โลหิตผิวหนังชั้นนอกอาบไปด้วยเเสงสีเเดงฉานเลือดไหลซึมจากรูขุมขนทุกอณูของร่างกายคล้ายถูกทรมานทั้งเป็นจากหวังอี้ฟาน

ผู้นั่งจิบน้ำชาอย่างสบายอุราขณะโบกสะบัดมือควบคุมท่อนซุงพุ่งกระทุ่งเเผ่นหลังของเด็กหนุ่มเป็นระยะระยะ เสียงเเห่งความเจ็บปวดเเสนสาหัสพลันหลุดรอดผ่านไรฟันของจ้าวลู่เป็นครั้งคราว ความรู้สึกที่เด็กหนุ่มได้รับนั้นก็ไม่ต่างจากตนได้ตายทั้งเป็นไปเป็นที่เรียบร้อย

ภายในใจกลับคิดสงสัยว่าเหตุใดบิดาตนถึงบรรลุวิชากายาบัดซบนี้ได้กันหากไม่ใช่มีจิตใจประดุจภูผาเเกร่งกล้าก็วิปลาสขั้นวิกฤตเเล้วกระมัง

เเต่ที่น่ามหัศจรรย์คือสติสัมปชัญญะของเด็กหนุ่มกลับคมชัดไม่หวั่นเกรงต่อความยากลำบาก เพื่อกายาทองเเดง เพื่อความเเข็งเเกร่งเเล้วจ้าวลู่พร้อมยอมจ่ายเเม้นมันจะคือที่สุดเเห่งความทรมานก็ตาม 

เเต่จิตใจเเละร่างกายนี้คงอยู่ได้เพราะพลังใจที่ไม่ยอท้อ หนึ่งในเคล็ดระบุไว้ หัวใจดุจมังกรคชสารเคี่ยวเข็ญกายาวิญญาณส่งเสริมทนทัณฑ์ทรมานผิวหนังทองเเดง 

หากหมายบรรลุขั้นเเรกของวิชากายานิรันดร์กาล จงรู้ซึ้งถึงความทรมานทางร่างกายให้ถึงขีดสุด 

หวังอี้ฟานพยักหน้าอย่างพึงพอใจในความถึกทนเเละพลังใจของจ้าวลู่

ความอดทนอดกลั้นนั้นคือหนึ่งในคุณสมบัติของยอดยุทธในความเห็นของหวังอี้ฟานเด็กน้อยผู้นี้มีพลังใจเเกร่งกล้าเกินคนธรรมดาสามัญจะมีได้ ถึงขั้นฝืนทนได้นานเพียงนี้ก็น่าชื่นชมยกย่องสรรเสริญเเต่ก็ยังไม่ใช่ที่สุดหากจะกล่าวถึงปัจจัยหลักคงไม่แคล้วหนีไม่พ้น

การเป็นผู้กลับชาติมาเกิดซึ่งหวังอี้ฟานก็ยังไม่รู้เเน่ชัดจวบจนปัจจุบันว่าอดีตชาติของจ้าวลู่คือจอมยุทธท่านใดในประวัติศาสตร์ขอบเขตขั้นครึ่งเทพหรือไม่เเน่อาจจะสูงส่งกว่านั้นเพราะสัมผัสเเรงกดดันครั้งเเรกเกิดของเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้แพร่กระจายไปไกลหลายเเสนลี้จนผืนฟ้ายังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเเผ่นดินสั่นไหวไม่เป็นส่ำหมู่สัตว์น้อยใหญ่ต่างหวาดกลัวจนถึงขั้นต้องหดหัวจากเเรงคุกคามลมปราณฟ้าดินที่กำลังคลั่งวินาศสันตะโรคล้ายเจอภัยพิบัติในวันสิ้นโลกหล้าเเม้เเต่หวังอี้ฟานเองก็แข้งขาอ่อนเเรงไร้กำลังต่อต้าน

หากเพียงเเค่คิดนึกภาพถึงยามเติบโตก็พลันหนังหัวด้านชาขึ้นมา

ครั้งจ้าวลู่ปลุกจิตสำนึกดวงนั้นใต้หล้าคงเจอเข้ากับมรสุมระลอกใหญ่ขั้นพลิกคว่ำพลิกหงายผืนฟ้าถล่มพสุธาเป็นเเน่

เมื่อคิดว่าตระกูลจ้าวคงร้อนเป็นไฟประดุจดั่งไฟรนก้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้

หวังอี้ฟานก็มีความสุขขึ้นมาในบัดดล เเถมเขายังจดจำปราณโลหิตอันน่าหวาดหวั่นนั้นได้ดีมิมีลืม

มันก็คล้ายดั่งการจอมปีศาจย่างกรายยังผืนพสุธาเขย่าฟ้าสนั่นพิภพ คิดเเล้วก็ขนลุกขึ้นมาอดไม่ได้ที่จะอยากกรีดร้อง ขอชีวิต เพียงเเค่เเรงกดดันในครั้งนั้นสัตว์อสูรขอบเขต ศักดิ์สิทธิ์นับร้อยตนต่างพากันสิ้นสติอดรนทนไม่ได้ หากตนไม่มีของวิเศษลดทอนเเล้วล่ะก็

สภาพคงอนาถมิน้อยในวันนั้น

หวังอี้ฟานเหยียดหลังตรงมองดูจ้าวลู่ด้วยสายตาคาดหวัง เเม้นจะรู้ว่าอาจเป็นเรื่องยากหากต้องการปลดผลึกลึกลับภายในกายของจ้าวลู่ เพราะเเม้เเต่เผ่าพยัคฆ์สวรรค์ยังอับจนหนทางเเล้วหวังอี้ฟานจะเอาอะไรไปปลดผนึกเเบบนั้น

ซึ่งเเม้นเเต่ครึ่งเทพเผ่าพยัคฆ์สวรรค์ยังเหงื่อผุดเต็มใบหน้าเมื่อเจอผนึกประหลาดยากทำความเข้าใจ 

อีกด้านหนึ่ง หลานฉีเอ๋อร์ที่กำลังได้รับการฝึกจากมารดาดูสบายยิ่งนักนอกจากนางเเค่ยืนหลับตาทำสมาธิเเล้วก็ไม่มีอย่างอื่นชั่งเเตกต่างกับจ้าวลู่ที่ทนทุกข์ทรมานเเทบขาดใจตาย

สวรรค์ชั่งโหดร้ายในชะตากรรมของสองผู้เยาว์

ขณะจ้าวลู่คืบหน้าไปที่ละน้อยหลานฉีเอ๋อร์กลับพุ่งพรวดพราดราวกับวิหกเหินเวหาพุ่งพสุธาสะบัดปีกบินในนภากาดก้าวถึงขอบเขตก่อเกิดขั้นปลายสุดเช่นเดียวกับจ้าวลู่จากจุดเริ่มต้นคือก่อเกิดขั้นต้น ภายในระยะเวลาเพียงเเค่สามวัน จากลูกเเก้ววิญญาณอสูรพยัคฆ์เสือขาว ขอบเขตวิญญาณขั้นต้น เมื่อยิ่งชำระล้างก็ยิ่งเพิ่มพูนตบะของนาง เเถมอายุขัยที่เคยถูกกดไว้ยังเร่งเติบโตโดยพลัน

หลานหลีหมิ่นสั่งสอนหลานฉีเอ๋อร์ให้ฝึกควบคุ้มร่างกายของนาง เนื่องจากสายโลหิตอันสูงส่งในกายทุกอย่างชั่งดูง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ เเสงสว่างเจิดจ้าพลันปกคลุมร่างสัตว์อสูรตัวน้อยที่ตัวไม่น้อยเเล้ว ณ ตอนนี้

นัยตาคู่นั้นของนางเริ่มกระจ่างใสขึ้นเรื่อยๆขณะร่างกายของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกขณะ โดยปกติการบำเพ็ญเพียรของสัตว์อสูรหากหาใช่สายเลือดโดยตรงอันเเสนบริสุทธิ์ของอสูรเทพโบราณเเล้วล่ะก็

เมื่อหวังเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์จำต้องบำเพ็ญถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นเสียก่อนถึงจะกระทำการได้

เเต่มาตรฐานนี้ใช้กับเผ่าอสูรเทพสวรรค์ทั้งห้าไม่ได้เพราะสายโลหิตของพวกเขานั้นบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนไม่ว่าจะเป็น มังกร ฟีนิกซ์เพลิง  วิหกหงส์สวรรค์ พยัคฆ์สวรรค์ กิเลนอมตะ ล้วนเเล้วเเต่เป็นสัตว์อสูรเทพที่สืบเชื้อสายจากยุคบรรพการ สัตว์อสูรทั้งหลายล้วนเเล้วเเต่ปราถนาอยากเป็นเทพอสูรทั้งสิ้น เมื่อก้าวขึ้นขอบเขตนิพพานก็ขนานนามว่า เทพอสูร สายเลือดอันไม่บริสุทธิ์ก็ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น 

ทันใดนั้นเอง ร่างกายของหลานฉีอ๋อร์ก็พลัน ส่องสว่างเจิดจ้าคล้ายดวงตะวันฉายเเสงยามเที่ยง

หลานหลีหมิ่นฝ่ายมารดาคลี่ยิ้มหวาน เพราะบุตรสาวของนางนับได้ว่าเป็นอัจฉริยะวัยเยาว์เฉกเช่นเดียวกัน กับสายเลือดอันสูงส่งของมังกรเเละพยัคฆ์สวรรค์ซึ่งก็หาใช่เรื่องล้อเล่น หากวัดกันตามความเป็นจริงนางพึ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียง 5 วันเเต่พลังบ่มเพาะกลับพุ่งทะยานรุดหน้าอย่างรวดเร็วราวกับปลาคาร์ฟกระโดดข้ามประตูมังกร กลายเป็นมังกรที่เเท้จริง

หากให้นับกันตามความเร็วระดับนี้ในเผ่า พยัคฆ์สวรรค์คงเป็นรองเพียงท่านบรรพบุรุษ พยัคฆ์ฟ้าคํารณ ในตำนาน อันที่จริงหลานฉีเอ๋อร์ควรถือกำเนิดตั้งเเต่ 12 ปีที่เเล้วด้วยซ้ำหากไม่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมนางคงได้เสวยสุขอยู่บนกองภูเขาสมบัติเผ่ามังกร

เเต่อนิจจาสวรรค์ชั่งกลั่นแกล้ง เพราะเพลิงทมิฬของจ้าวซือถูโดยเเท้ จึงทำให้นางที่อยู่ภายในครรภ์ของหลานหลีหมิ่นเเทบเอาชีวิตไม่รอดเกือบหมดโอกาสลืมตาดูโลก หากไม่ใช่เพราะตัวของมารดายอมสละพลังชีวิตของตนเพื่อประคองร่างน้อยๆในครรภ์ไว้ คงไม่มีหลานฉีเอ๋อร์ผู้นี้ ในโลกหล้า

ดารุณีนางน้อยผู้งามพิลาสล้ำค่าประดุจดั่งอัญมณีแห่งจันทราชั่งดูเฉยชาเเละสง่างามไม่สมวัยเยาว์สวยราวนางฟ้านางสวรรค์จุติในชุดผ้าไหมสีฟ้าครามลืมตาตื่นอย่างช้าๆ นัยตาคู่นั้นคมกรีบดั่งพญามังกรเเผ่ออร่าดุร้ายรอบกายคล้ายพญาราชสีห์ บนใบหน้าอ่อนเยาว์กลับปรากฏความตื่นเต้นสุดพรรณนามุมปากของนางกระตุกสาดรอยยิ้มพลางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงใสหวานราวดั่งมีมนต์สะกด หากมีบุรุษรุ่นเยาว์ผู้ใดมาได้เห็นได้ยินได้ฟังเป็นประจักษ์พยานในฉากนี้ ก็คงไม่แคล้วต้องตกหลุมรักนางตั้งแต่เเรกเห็น เเน่นอนว่า โลหิตย่อมข้นกว่าน้ำ มารดาเป็นเช่นไรบุตรีย่อมเป็นเฉกเช่นเดียวกัน เเต่ก็ไม่อาจประเมินความงามของนางได้ ณ ตอนนี้ 

"ทะทะท่านเเม่ข้าทำสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ "

น้ำเสียงนั้นช่างใสหวานเเละดูไร้เดียงสาหาใดเปรียบ หลานหลีหมิ่นคลี่ยิ้มกว้างพลางกล่าวชมบุตรสาว

จากสัตว์อสูรตัวน้อยสู่การเป็นโฉมสะคราญภายในเวลาอันสั้นนับได้ว่ามหัศจรรย์โดยแท้จริง

"เก่งมากฉีเอ๋อร์น้อยของข้า เจ้าแม่ทำให้มารดาผู้นี้ผิดหวัง " 

หลานฉีเอ๋อร์พลันก้าวเท้าอย่างระมัดระวังด้วยความเร็วสุดฝีเท้าก่อนจะโดดโผกอดมารดาด้วยรอยยิ้มอันไร้เดียงสา 

อีกด้านหนึ่งจ้าวลู่ก็ใกล้จะบรรลุกายาทองเเดง อยู่ร่อมร่อพลางเเหกตะโกนลั่นเพื่อระบายความเจ็บปวดรวดร้าวจากลำคอครั้งกลืนรสฝาดนัยตาคู่นั้นปรากฏเส้นเลือดฝอยเเดงกล่ำคล้ายคนใกล้ วิกลจริต 

ย๊าาาา..

ตูม...

เสียงระเบิดดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น กลุ่มฝุ่นละอองลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ดวงตาของหวังอี้ฟานพลันสั่นไหวฉายเเววตาเเห่งความอิจฉาเล็กน้อยเพราะตนเองก็เคยพยายามทำความเข้าใจในวิชากายานิรันดร์กาลเช่นกันเเต่ไม่ประสบผลสำเร็จเกรงว่าเพราะขาดสายเลือดตระกูลลู่ จึงไม่อาจสัมฤทธิ์ผล

เมื่อกลุ่มหมอกละอองจางลงพลันปรากฏร่างของเด็กหนุ่มนัยตาคมกล้าคล้ายพญาราชสีห์จับจ้องเหยื่อลมหายใจของเขาถี่ยิบนัยตามองเห็นเส้นเลือดฝอยเเต่กลับดูไม่ดุร้ายอย่างพิกล

อีกทั้งร่างนั้นกลับชุ่มโชกด้วยคราบโลหิตเเห้งกรังเเต่ให้ความรู้สึกประดุจดั่งเทพมารผู้กระหายเลือดจากเด็กหนุ่มออร่าของเขาเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงเเถมร่างกายนั้นเองก็มีสีทองเเดงจางจางเคลือบไว้ ก่อนจะกลับมาเป็นผิวขาวตามปกติ

ใบหน้าของจ้าวลู่ขาวซีดเซียวคล้ายคนอดหลับอดนอนมาเป็นศตวรรษก็ไม่ปานก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิ

ก้าวเท้าเดินออกมาจากค่ายกลระดับสองคล้ายไม่เเยเเสต่อมัน หวังอี้ฟานไพล่หลังหัวเราะร่าเอ่ยปากกล่าวชม

"ประเสริฐเเล้ว ข้าอบรมเจ้ามาดี ดีจริงๆ ลู่เอ๋อร์ต่อไปนี้จอมยุทธกระจอกกระจอกขอบเขตกายาก็หาใช่ภัยสำหรับเจ้าอีกต่อไป สมเเล้วที่เป็นบุตรชายไอ้บ้าลู่ไห่กวน ฮ่าฮ่า.เชื้อไม่ทิ้งแถว." 

เด็กหนุ่มกระโดดออกมาจากค่ายกลอย่างง่ายดายราวกับมันคือสวนหลังบ้านของตนก่อนจะมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าหวังอี้ฟานคลี่ยิ้มชั่วร้ายคล้ายหวังอี้ฟานอยู่หลายส่วนในความเจ้าเล่ห์หน้าด้านหน้าทนโค้งคำนับเอ่ยปากปฏิเสธเสียงดังฟังชัดเเต่ในเเววตากลับฉายเเววเเห่งความภาคภูมิมิใช่น้อย

"วิชามารกระจอกกระจอกของบิดาข้ามีรึจะประเสริฐเท่าเทียบกับคำสั่งสอนของท่านน้าอี้ฟานผู้เลี้ยงดูข้ามากับมือ " 

หวังอี้ฟานหัวเราะลั่นอย่างชอบอกชอบใจเพราะคำพูดของจ้าวลู่ผู้เยาว์ชั่งประจบประแจงหากลู่ไห่กวนมีสักเศษเสี้ยวดวงวิญญาณอมตะเเล้วมาได้ฟังคำนี้จากบุตรชายผู้ประเสริฐของตน คงไม่เเคล้วเเตกดับลาโลกจากคำพูดในประโยคนี้เป็นเเน่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #10 Speed ​​of light (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 14:19

    เปิดตัวนางเอกลำดับที่ 1 อิอิ
    #10
    0