Walking In The Dark พลิกตำนานร้าย ป่วนตำนานรัก

ตอนที่ 6 : Chapter 4 : Phobia

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 เม.ย. 56


4

Phobia

 

          “มีมั้ย?”

            “ยังไม่เห็น” ฉันตอบพลางจับตามองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างไม่ละสายตาในขณะที่คนข้างๆ เอาแต่นั่งเคี้ยวแซนด์วิชอย่างสบายใจ -_-

            “คิดจะช่วยกันหามั้ยเนี่ย” ฉันหันไปถามเจวานอย่างเคืองๆ หมอนี่เลยเลิกคิ้วก่อนจะตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา

            “ฉันรู้จักหมอนั่นที่ไหนล่ะ” ว่าแล้วก็หันไปกัดเซนด์วิชคำโตต่อ

            ก็จริงของเขา ถ้าฉันสามารถอธิบายลักษณะของคนที่กำลังมองหาให้เขาฟังได้มากกว่าเป็นผู้ชายผมหยิก ตัวเล็กก็คงจะดี =_= อย่างน้อยหมอนี่อาจจะช่วยฉันมองหาได้บ้าง เพราะคนในโรงอาหารนี่มันน้อยๆ ซะที่ไหน มองจนเวียนหัวไปหมดแล้วเนี่ย -^-

            โอเค ฉันว่าฉันควรจะบอกแผนการทั้งหมดที่กำลังทำให้ทุกคนฟังสินะ...อันที่จริงมันก็ไม่ใช่แผนการอะไรหรอก มันก็แค่หลักการพื้นฐานที่ใครๆ เขาก็ทำกันเวลาตามหาใครสักคนนั่นแหละ นั่นคือการตามหาคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่หายไปไงล่ะ เจวานบอกว่าไม่มีทางหรอกที่พี่ชายฉันจะอยู่ที่โรงเรียนนี้แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ ซึ่งฉันก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น จำได้มั้ย ที่ฉันเคยบอกว่าฉันรู้เรื่องการหายตัวไปของโรเบิร์ตมาจากเพื่อนของเขา ...นั่นแหละ ฉันกำลังตามหาคนคนนั้นอยู่ -_-

            เขาเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ ผมหยิกๆ ที่หน้าตาธรรมดาสุดๆ และท่าทางดูติ๋มสุดๆ ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโรเบิร์ตยังมีเพื่อนคนไหนอีกหรือเปล่า แต่ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ ฉันก็ไม่เห็นเขาจะแนะนำเพื่อนคนไหนให้ฉันรู้จักเลย แม้กระทั่งนายคนนี้เองก็เถอะ ฉันแค่เคยเห็นว่าเขาแวะมาส่งโรเบิร์ตที่บ้านครั้งหนึ่งตอนที่รถเขาเสีย แต่โรเบิร์ตก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไร แม้แต่ชื่อฉันก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ตอนที่ฉันเจอเขาและถามเรื่องโรเบิร์ต หมอนั่นก็ตอบแบบรีบๆ แล้วก็จากไป ทำให้ฉันไม่ได้ข้อมูลอะไรมากมายไปกว่า พี่ชายฉันหายตัวไปร่วมเดือนแล้ว =_=

            ฉันไม่ได้หวังจะถามข้อมูลอะไรจากเขามากมายหรอก แต่อย่างน้อยถ้าได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียนของโรเบิร์ตมากกว่านี้อีกหน่อยก็ยังดี ฉันอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่แล้วเป็นยังไง สนิทกับใครมากที่สุด หรือมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า...

จะว่าไป ทำไมมันมีแต่เรื่องที่ฉันไม่รู้เต็มไปหมดเลยล่ะ? นี่ฉันเป็นน้องสาวที่ห่วยแตกขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ให้ตายเหอะ =_=;

            “เฮ้ เดี๋ยวมานะ” เสียงเจวานปลุกฉันจากภวังค์ เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ฉันนิดหน่อยก่อนจะลุกออกไปทางป้ายที่เขียนว่าทางไปห้องน้ำ อะไรของหมอนี่ เพิ่งกินไปเมื่อกี้ ย่อยเสร็จแล้วเรอะ -O-^

            ฉันมองตามเจวานอย่างมึนๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบแซนด์วิชอีกชิ้นที่เป็นส่วนของฉันขึ้นมากิน และหันกลับไปมองที่ทางเข้าโรงอาหารต่อ ตอนแรกฉันกะว่าจะไปยืนรออยู่หน้าตึกเรียนอยู่หรอกนะ แต่ประเด็นคือ ฉันไม่แน่ใจว่านายคนที่กำลังมองหาอยู่เนี่ย เขาเรียนอยู่ชั้นไหนน่ะสิ อย่างที่บอกว่าเขาเป็นคนตัวเล็ก อาจจะเล็กกว่าฉันด้วยซ้ำ เลยทำให้ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเรียนเกรดสิบสองเหมือนกันกับโรเบิร์ตหรือว่าเป็นรุ่นน้อง ดังนั้นพวกเราเลยตัดสินใจมาดักรอในโรงอาหารดีกว่า กันพลาด

            ตุบ

            “...!?” ฉันสะดุ้ง ก่อนจะหันกลับมามองต้นตอของเสียงที่ดังมาจากด้านข้าง และก็ยิ่งงงเข้าไปอีก เมื่อพบว่าคนที่ทำให้เกิดเสียงนั่นคือผู้หญิงผมฟูที่ฉันเจอที่ห้องพักครูเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

            “หวัดดี” ยัยผมฟูเบอร์หนึ่งทักเสียงเย็นก่อนจะนั่งลงตามถาดอาหารที่หล่อนโยนลงมาบนโต๊ะก่อนหน้านี้ ส่วนอีกคนก็แสยะยิ้มให้ใบหน้าเหวอๆ ของฉันและนั่งลงด้านตรงข้าม

            ฉันมองพวกหล่อนอย่างงุนงงอยู่พักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจปลงๆ เชื่อมั้ย ว่าโผล่มาแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีแหง -_-^

            “ไง เด็กใหม่” ยัยหัวฟูเบอร์สองพูด (ทำไมพวกหล่อนต้องทำผมทรงเดียวกันด้วยเนี่ย มันแยกยากนะ =_=)

            “ฉันชื่ออลิซ” ฉันว่าพลางกัดแซนด์วิชที่อยู่ในมือ

            “พวกฉันไม่ได้อยากรู้”

            อ่ะนะ -_- ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ยัยพวกนี้

            “แต่ฉันอยากรู้ชื่อพวกเธอนะ ช่วยแนะนำหน่อยสิ” ฉันโพล่งออกไป ไม่ได้ตั้งใจจะกวนหรอกนะ แต่แค่คิดว่าถ้าได้รู้ชื่อก็คงจะเรียกง่ายขึ้น เท่านั้นเอง

            ผู้หญิงหัวฟูสองคนมองหน้ากันอย่างชั่งใจนิดหน่อย ก่อนที่ยัยเบอร์หนึ่งที่นั่งข้างฉันจะเป็นคนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งๆ เหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์

            “ฉันชื่อคาริน ส่วนยัยนั่นชื่อเอ็มเจ” ฉันพยักหน้าอย่างจดจำ

โอเค เดี๋ยวจะทวนให้ฟัง ยัยหัวฟูเบอร์หนึ่ง หรือคนที่นั่งข้างฉันชื่อว่าคาริน ส่วนอีกคนที่นั่งตรงข้ามฉันตอนนี้คือเอ็มเจ ไม่งงนะ?

            “พวกเธอเป็นฝาแฝดกันเหรอ” ฉันถามต่อ แต่ดูเหมือนคำถามนี้จะไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้ตอบนะ เพราะพวกหล่อนเอาแต่เขม่นตามองหน้าฉัน เหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาตบเต็มที่แล้ว -_-;

            ฉันเงียบอย่างไม่ต้องการคำตอบ ก่อนที่คารินจะเริ่มพูด “ฉันรู้ว่าเมื่อเช้าเธอเห็น”

            โอ้โห มาถึงก็เข้าประเด็นเลยแฮะ (-.-)

            “...” ฉันเงียบ ซึ่งแปลว่าใช่ และดูเหมือนยัยผมฟูสองคนนี้จะเข้าใจด้วย คารินจึงพูดต่อ

            “ถ้าเธอเอาเรื่องที่เห็นไปบอกใคร รู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น” หล่อนเริ่มใช้น้ำเสียงข่มขู่ ฉันหันไปมองก่อนจะเลิกคิ้ว

            “แค่นี้อ่ะนะ?”

            “อะไรแค่นี้” เอ็มเจเป็นคนถาม

            ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ที่พวกเธอลงทุนมานั่งร่วมโต๊ะกับเด็กใหม่ที่ทุกคนรังเกียจอย่างฉัน เพื่อเรื่องแค่นี้อ่ะนะ” ฉันอธิบาย พลางมองไปรอบๆ เพื่อให้ยัยสองคนนี้ได้เบิ่งตาดูว่าในรัศมีร้อยเมตรรอบตัวฉัน แทบไม่มีใครย่างก้าวเข้ามาเลย นักเรียนส่วนใหญ่เอาแต่มองแล้วก็ซุบซิบนินทาอย่างไม่ปิดบัง ฉันแน่ใจว่าต้นเหตุมันคงจะมาจากเรื่องยัยผมแดงเมื่อเช้านี้ แถมหลังจากนั้นฉันยังถูกผอ. เรียกพบอีก (ถึงจะเรียกพบด้วยเรื่องไร้สาระก็เหอะ -_-) ดังนั้นตอนนี้ฉันกับเจวาน เลยกลายเป็นตัวอันตรายของโรงเรียนนี้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย

            แล้วยัยพวกนี้เอาอะไรมาพูดว่าฉันจะเอาเรื่องน่าอายของพวกเธอไปโพนทะนา ฉันไม่ได้บ้านะ ถึงพูดไปใครเขาจะใส่ใจล่ะ ทำแบบนั้นยิ่งมีแต่จะหาเรื่องใส่ตัวซะมากกว่า -_-

            ฉันได้ยินคารินกระแอมนิดหน่อย ก่อนจะเชิดหน้ามองฉันอย่างวางท่า “ยังไงก็ตาม ถ้าเธอปากโป้งพูดอะไรเกี่ยวกับพวกฉันล่ะก็ ...ไม่มีทางที่เธอจะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขแน่ จำไว้”

            “อ่า...โอเค” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ และหันมายัดแซนด์วิชคำสุดท้ายเข้าปาก

            ตอนแรกฉันคิดว่าพอหมดธุระแล้วพวกหล่อนก็จะไปซะอีก แต่ที่ไหนได้ ยัยสองดูโอหัวฟูนี่กลับนั่งตีหน้ามึนกินอาหารกลางวันในถาดของตัวเองกันหน้าตาเฉย ฉันมองทั้งสองคนอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ให้เดานะ ฉันคิดว่าพวกเธอก็คงจะเป็นพวกสังคมรังเกียจไม่ต่างจากฉันหรอก ก็ดูจากสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาที่พวกเธอสิ มันเหมือนกำลังมองตัวเชื้อโรคไม่มีผิด

            “ถามได้มั้ย ว่าพวกเธอทำอะไรผิด ทำไมถึงถูกเรียกไปพบแบบนั้น” ฉันถามโดยที่สายตามองออกไปที่ทางเข้าโรงอาหาร ตอนนี้คนเริ่มบางตาไปมากแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนที่ฉันกำลังตามหาอยู่สักที

            นี่หมอนั่นเรียนอยู่ที่นี่จริงหรือเปล่าเนี่ย =_= ฉันชักจะท้อแล้วนะ

            “ก็ไม่มีอะไรนี่” คารินเป็นคนตอบ ฉันนิ่วหน้ามองอย่างไม่เชื่อ

            “แต่จากสถานการณ์เมื่อเช้า ฉันว่ามันรุนแรงพอดูเลยนะ”

            คารินเหลือบตามามองอย่างไม่สบอารมณ์ทันทีที่ฉันพูดออกไปแบบนั้น แต่ตรงกันข้ามกับเอ็มเจ ยัยนี่แค่นหัวเราะ ก่อนจะเฉลยออกมาซะหมดเปลือก

            “เหอะ คนพวกนั้นหาว่าพวกฉันวางยาลูกหมาของยัยเอมี่...ลิ่วล้อของประธานหอน่ะสิ...”

            “เอ็ม!” คารินเอ็ดเสียงเข้ม แต่ฉันว่าไม่ทันแล้วล่ะ เอ็มเจมองเพื่อนตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเถียง

            “อะไรล่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดซะหน่อย ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น”

            ทำไมพวกเธอต้องมาเสียงดังใส่กันตรงนี้ด้วยเนี่ย =_=

            “เดี๋ยวนะ เอมี่นี่ใช่ยัยคนใส่แว่น ท่าทางเชิดๆ หรือเปล่า” ฉันถาม เอ็มเจหันมาพยักหน้า

            อา...งั้นก็เป็นคนเดียวกับที่ฉันเจอเมื่อเช้าสินะ โห ยัยนั่นมีตำแหน่งเป็นถึงลิ่วล้อของประธานหอเชียวเหรอเนี่ย มิน่า ถึงได้ทำท่าหยิ่งซะน่าหมั่นไส้ขนาดนั้น

            “แล้วพวกเธอทำจริงหรือเปล่า” ฉันถามต่อ เอ็มเจเบ้หน้า

            “ไม่ใช่! ถึงฉันจะหมั่นไส้ยัยนั่นเข้ากระดูกดำ แต่ก็ไม่ได้จนตรอกถึงขนาดต้องไปลงกับหมาซะหน่อย! L” เธอขึ้นเสียงอย่างหัวเสีย ฉันครางออกมาเบาๆ พลางพยักหน้า

            “ฉันเชื่อนะ ถ้าเป็นฉัน ฉันเลือกวางยายัยเอมี่นั่นดีกว่า ไม่เอาไปลงที่หมาหรอก” ฉันพูดหน้าตาย เอ็มเจเลยหันมามองอย่างอึ้งๆ ในขณะที่คารินแสยะยิ้มนิดๆ (โอ้ ยัยนี่ยิ้มเป็นกับเขาด้วยแฮะ)

            “ฉันชักชอบยัยนี่แล้วสิ” เอ็มเจพูดยิ้มๆ พลางหันไปมองคารินซึ่งก็ได้แต่ยักไหล่อย่างไม่เถียงอะไร

            ฉันยิ้มบ้าง นี่หมายความว่าฉันได้เพื่อนกับเขาแล้วใช่มั้ย? แสดงว่าต่อมสร้างพันธมิตรของฉันยังใช้งานได้อยู่สินะ คิดว่าเสื่อมสมรรถภาพไปแล้วซะอีก หลังจากที่ฉันเอาแต่สร้างศัตรูเพิ่มมาเกือบทั้งเช้า =_=

            “แล้วเรื่องของเธอล่ะ ได้ข่าวว่าย้ายมาเพราะถูกไล่ออกจากโรงเรียนเก่าเหรอ” คราวนี้เอ็มเจหันมาถามฉันบ้าง คำพูดตรงไปตรงมาของเธอทำให้ฉันชะงักนิดหน่อยก่อนจะยักไหล่

            “ก็ไม่เชิง ฉันยอมออกเพราะมีจุดประสงค์อื่นด้วยน่ะ”

            “จุดประสงค์อะไร?” ฉันมองพวกเธออย่างชั่งใจนิดหน่อย แต่ก็ยอมตอบออกไป เพราะคิดว่าบางทีพวกเธออาจจะช่วยอะไรได้บ้างก็ได้

            “คือว่า ฉันมาตามหา...” แต่แล้วเสียงของฉันก็ขาดหายไป เมื่อสายตาดันเหลือบไปเห็นใครบางคนที่มีลักษณะคุ้นตา

            “ตามหาใคร” เสียงเอ็มเจถาม แต่ตอนนี้สมองฉันได้ละความสนใจจากการคุยกับพวกเธอไปอยู่ที่ผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหารเรียบร้อยแล้ว...

นั่นมัน เพื่อนของโรเบิร์ตที่ฉันกำลังมองหาอยู่ ไม่ผิดแน่

            “เธอรู้จักลูคัสด้วยเหรอ” เมื่อเห็นว่าฉันนิ่งไป เอ็มเจเลยมองตามสายตาของฉันก่อนจะถามขึ้นมา แต่ว่า...ลูคัสเหรอ?

            ฉันมองเอ็มเจอย่างงุนงงก่อนจะกลับไปมองที่เดิมอีกครั้ง และก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าหนึ่งในบรรดาคนที่เดินมากับเพื่อนของโรเบิร์ต มีนายประธานนักเรียนผมบลอนด์ที่ฉันเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วรวมอยู่ด้วย

            เฮ้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน ทำไมพวกเขาถึงมาด้วยกันล่ะ

            ฉันจับตามองคนกลุ่มนั้นสักพัก จนกระทั่งพวกเขานั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งที่กลางโรงอาหาร ก่อนที่เพื่อนของโรเบิร์ตจะขอตัวลุกออกจากโต๊ะไป

            “ฉันขอตัวก่อนนะ” ฉันหันกลับมาพูดกับคารินและเอ็มเจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกตามหมอนั่นไปทันที ฉันไม่ได้ยินเสียงร้องห้ามอะไรจากสองคนนั้น แต่ถึงได้ยินฉันก็ไม่สนใจอยู่ดี

            “เฮ้ๆ จะรีบไปไหนของเธอเนี่ย” แต่หลังจากที่เดินตามไปได้ไม่กี่ก้าว แขนของฉันก็ถูกคว้าด้วยมือของร่างสูงที่กำลังจะเดินสวนไป ฉันเงยหน้ามองและพบว่าเป็นเจวาน เขาขมวดคิ้วอย่างงุนงง

            “จะไปไหน นั่นมันทางไป...”

            “เจฟ ฉันเจอเขาแล้ว” ฉันไม่สนว่าเจวานกำลังจะพูดอะไร รีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทันที

            “เจอใคร -*-

            “ผู้ชายคนนั้นไง เพื่อนของโรเบิร์ตน่ะ ฉันเจอเขาแล้ว รีบตามไปเร็ว” ฉันบอกอย่างเร่งรีบ และดึงแขนตัวเองออกจากฝ่ามือใหญ่ของเจวาน

            “เฮ้ย เดี๋ยวดิ แต่นั่นมันทางไป... อลิซ!

            ปัง

            “...!

            ฉันไม่รู้ว่าเจวานจะพูดอะไร จนกระทั่งวินาทีต่อมาที่ฉันได้ผลักประตูบานหนึ่งให้เปิดออก และฉันก็ได้รู้ว่าคำเตือนของเจวานมันช้าไปสุดๆ เพราะทันทีที่ประตูเปิดออก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉัน...ก็คือโถฉี่สำหรับผู้ชายที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

            โอ๊ะ...โอ...-O-;;

“เฮ้ย O_O!” เสียงร้องอย่างตกใจดังมาจากผู้ชายตัวเล็กที่กำลังยืนฉี่อยู่ที่โถด้านในสุด ในขณะที่ยืนอึ้งอยู่ เจวานเดินมายืนข้างๆ ฉันก่อนจะถอนหายใจ

            “ฉันจะบอกว่ามันคือทางมาห้องน้ำชาย -_-

            รู้แล้วเหอะ =_=! ฉันหันไปยู่หน้าใส่เจวานนิดหน่อย ก่อนจะตัดสินใจย่างสามขุมไปยังเพื่อนโรเบิร์ตที่ตอนนี้กำลังลนลานรูดซิปกางเกงตัวเองอยู่ โชคดีที่ในนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากหมอนี่ ทำให้ฉันไม่ขายหน้าเท่าไหร่ และฉันก็สามารถเจรจาได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไร เพราะเจวานช่วยดูต้นทางให้อย่างรู้หน้าที่

            “สวัสดี” ฉันทักเสียงเรียบ พยายามไม่มองอะไรที่อยู่ต่ำกว่าใบหน้าของเขา

            “ธะ...เธอ เป็นใคร”

            “จำฉันไม่ได้เหรอ” ฉันขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรทำให้ไก่ตื่นจึงเปลี่ยนสีหน้ากลับมา (พยายาม) เป็นมิตรอีกครั้ง “ฉันชื่ออลิซ เป็นน้องสาวของเพื่อนนายไง โรเบิร์ตน่ะ ^^” ฉันยิ้ม แต่นายหัวหยิกนี่กลับทำหน้าประหลาดๆ ก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเขาฉายแววตกใจขึ้นมานิดหนึ่ง แต่แวบเดียวก็หายไป

            “มีธุระอะไร” เขาพูดเสียงแข็งเหมือนไม่ค่อยอยากจะคุย พร้อมกับเดินผ่านฉันไปที่อ่างล้างมือ

            “ฉันอยากจะถามนายเรื่องพี่ชายของฉันหน่อย” ฉันเห็นเขาหยุดชะงักก่อนจะทำเป็นล้างมือต่อ

            “ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่เห็นหน้าหมอนั่นมาเป็นเดือนแล้ว” น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบนิ่งเหมือนกำลังเบื่อหน่าย

            “แล้วนายไม่รู้เลยเหรอว่าเขาหายไปไหน” ฉันว่าพลางเดินเข้าไปยืนข้างๆ เขาอีกครั้ง อย่างไม่ยอมลดละความพยายามที่จะพูดคุย นายหัวหยิกหันมาขมวดคิ้วมองฉันอย่างไม่เข้าใจ และวินาทีนั้นเองที่ฉันรู้ตัวว่า ตัวเองน่าจะสูงกว่าหมอนี่สักห้าเซนฯ ได้ (ฉันควรจะภูมิใจดีมั้ย ที่ตัวเองตัวใหญ่กว่าผู้ชายเนี่ย -_-;)

            “ไม่” เขาตอบสั้นๆ นั่นยิ่งทำให้ฉันร้อนใจ

            “แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ ...ก่อนหน้าที่เขาจะหายไป นายเห็นเขามีท่าทีแปลกไปหรือเปล่า หรือว่าเขามีเรื่องบาดหมางกับใครบ้างมั้ย?” ฉันรัวเป็นชุด รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังขมวดคิ้วอย่างต้องการคำตอบเต็มที่

            นายหัวหยิกเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจ ท่าทางไม่สบอารมณ์ “ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ ไปถามคนอื่นเถอะ”

            เขาทำท่าจะเดินหนี แต่ฉันก็รีบไปดักหน้าเอาไว้ก่อน “นายจะไม่รู้ได้ยังไง ก็ในเมื่อนายเป็นเพื่อนเขานี่!” ฉันขึ้นเสียงอย่างทนไม่ไหว ดูเหมือนหมอนี่จะไม่เข้าใจสถานการณ์เอาซะเลยว่าตอนนี้เรื่องมันกำลังร้ายแรงมากแค่ไหน คนหายไปทั้งคนนะ แถมหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วย แต่ทำไมทุกคนกลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรทั้งสิ้น ทำตัวราวกับว่าโรเบิร์ตเป็นฝุ่นผงไร้ค่า ที่จะมีก็ได้แต่ถ้าหายไปก็ไม่แคร์อย่างนั้นแหละ บ้าเอ๊ย!

            “แล้วใครบอกเธอล่ะ ว่าหมอนั่นเป็นเพื่อนฉัน” นายหัวหยิกว่าพลางเหยียดยิ้มราวกับกำลังสมเพชอะไรบางอย่าง

            “หมายความว่ายังไง -*-

            “ก็หมายความว่า ฉันกับพี่ชายของเธอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันทั้งนั้น ตั้งแต่ที่ไอ้เลวนั่นขโมยของสำคัญของฉันไป!” จู่ๆ หมอนี่ก็ระเบิดเสียงดัง ราวกับอัดอั้นตันใจมานาน เขามองหน้าฉันอย่างคาดโทษในขณะที่ฉันได้แต่ยืนอึ้ง

            “ขโมย...ของเหรอ? ขโมยอะไร” ฉันขมวดคิ้วถามอย่างไม่อยากเชื่อ คนอย่างโรเบิร์ตเนี่ยนะจะขโมย หมอนี่มั่วนิ่มชัดๆ

            “ฉันไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับเธอ” เขาเฉไฉพร้อมกับเดินผ่านฉันไปอย่างหน้าตาเฉย แต่ฉันไม่ยอมหรอก

            “นี่ คุยกันให้รู้เรื่องนะ นายจะมากล่าวหาคนอื่นเขาลอยๆ แบบนี้ได้ยังไง!

            “เฮ้ๆ ไม่เอาน่าอลิซ ใจเย็นๆ ก่อน” เจวานที่ยืนอยู่หน้าประตู ถึงกับต้องวิ่งเข้ามารั้งฉันเอาไว้ ทันทีที่ฉันทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องผู้ชายตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า

            “ปล่อยฉันเจฟ! นายไม่เห็นเหรอว่าหมอนี่มันปากพล่อยแค่ไหน โรเบิร์ตเนี่ยนะจะเป็นขโมย โกหกกันหน้าด้านๆ เลย!” ฉันโวยวายพร้อมกับดิ้นสุดชีวิตเพื่อให้หลุดออกจากฝ่ามือของเจวาน ในขณะที่นายผมหยิกเองก็ถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นฉันเริ่มอาละวาด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่หยุดพูดเรื่องไร้สาระที่ทำเอาฉันถึงกับปรี๊ดแตกยิ่งกว่าเดิม

            “ธะ...เธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเธอยังคิดจะตามหาหมอนั่นในโรงเรียนนี้ต่อล่ะก็ บอกได้เลยว่าเสียเวลาเปล่า เพราะต่อให้เธอจะถามเรื่องมันกับใครอีกกี่สิบกี่ร้อยคน ก็ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้แน่นอน คนอย่างมัน ไม่ว่าจะอยู่หรือจะตาย ก็ไม่มีค่าให้ใครเขามาสนใจหรอก!” ว่าจบก็รีบเดินออกจากห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้ฉันที่กำลังเลือดขึ้นหน้าสุดๆ ได้แต่ดิ้นอย่างไร้ความหมายอยู่ในอ้อมแขนของเจวาน

            “เจฟ! ไอ้บ้าเอ๊ย ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปฆ่าหมอนั่น!” ฉันวีนแตกพร้อมกับก้มลงกัดแขนเจวานที่พยายามดึงฉันเอาไว้

            “โอ๊ย! เจ็บนะ กัดทำไม โอ๊ยยย อลิซ ปล่อยเดี๋ยวนี้!” เขาร้องเสียงหลง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากแขนฉันซะที ฉันจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปล่อยคมเขี้ยวตัวเองออกจากแขนเขา เจวานร้องโอดโอยเสียงดังก่อนจะตัดสินใจใช้มืออีกข้างรวบเอวฉันไว้แล้วยกขึ้นจนตัวฉันลอยจากพื้น

            “กรี๊ดดด! ทำอะไรของนายเนี่ย” คราวนี้เป็นฝ่ายฉันที่ต้องร้องเสียงหลงบ้าง เมื่อจู่ๆ หมอนี่ก็ยกตัวฉันไปพาดไว้บนไหล่อย่างง่ายดายเรากับยกตุ๊กตา

            ฉันได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอก่อนจะถามออกมา “เป็นไง ใจเย็นขึ้นหรือยัง?”

            “ไม่! ถ้าฉันลงไปได้ ฉันชกหน้านายแน่ คนทรยศ” ฉันแหวเสียงดัง เจวานเลยแค่นหัวเราะ ก่อนจะเหวี่ยงตัวฉันลงไปนั่งที่อ่างล้างมือ ฉันเกือบจะเหวี่ยงหมัดใส่หน้าเขาอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่ทำหน้าดุ ก่อนจะชี้หน้าฉันด้วยท่าทางวางอำนาจซะก่อน

            “หยุดเลย... แล้วฟังฉัน -_-^

            “นะ...นี่นาย -O-;” ฉันก็อยากจะโวยวายอยู่หรอกนะ แต่พอเห็นท่าทางจริงจังที่ไม่ค่อยจะได้เห็นของเขาแล้ว ฉันจึงตัดสินใจสงบลงอย่างว่าง่าย

            “ให้ตายเถอะ เธอนี่มัน...” เขาเงียบไปอย่างไม่รู้จะว่าอะไรก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คิดว่าทำร้ายหมอนั่นไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมาหรือไง” ว่าพลางทำท่าเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังอบรมเด็กประถม

            “แต่ว่าไอ้บ้านั่นมัน...!

            “เธอเชื่อหรอ”

            “ฮะ?”

            “เธอเชื่อที่ไอ้หมอนั่นมันพูดหรือไง ถึงได้ทำท่าตีโพยตีพายไปซะขนาดนั้นน่ะ -*-” เจวานขมวดคิ้ว ฉันนิ่งไปนิดหน่อย ก่อนจะส่ายหน้า

            “ไม่ ร็อบไม่ใช่คนแบบนั้น” พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “อ่าฮะ...แล้วจะโวยวายไปทำไม” เจวานทำหน้าเอือมระอา

            ก็มันน่าโมโหนี่! จู่ๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้มาปรักปรำว่าโรเบิร์ตเป็นหัวขโมย ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด แล้วแบบนี้จะให้ฉันทนไหวได้ยังไงกัน -*-!

            “ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าโกรธ แต่ฉันว่าเธอน่าจะเอาเวลาที่โมโหจนเสียสตินั่น มาคิดดีกว่า ว่าทำไมหมอนั่นถึงพูดออกมาแบบนั้น”

            “...” ฉันเงียบไป นั่นสินะ... ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงพูดเรื่องงี่เง่าแบบนั้นออกมาล่ะ แถมยังบอกว่าต่อให้โรเบิร์ตจะเป็นหรือตาย ก็ไม่มีใครในโรงเรียนนี้สนใจอีก... นี่สรุปแล้ว พี่ชายฉันเป็นอากาศธาตุประจำโรงเรียนหรอกเหรอเนี่ย =O=

            “เดี๋ยวสิ มันมีเรื่องน่าสงสัยอยู่นะ” ฉันโพล่งขึ้นมาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เจวานเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้วถาม

            “เมื่อกี้ตอนที่นั่งอยู่ในโรงอาหาร ฉันเห็นนายหัวหยิกนั่นเดินมากับลูคัสด้วยล่ะ”

            “ลูคัสไหน -*-

            “ก็นายประธานนักเรียนผมบลอนด์ที่เราเพิ่งเจอเมื่อเช้านี้ไง” ฉันขึ้นเสียงอย่าลืมตัว

            อะไรของหมอนี่เนี่ย ความจำสั้นหรือไง

            “อ่อ” เขาลากเสียงพลางพยักหน้า

            “นายเป็นคนบอกฉันเองนะ ว่าการหายตัวไปของโรเบิร์ตอาจเกี่ยวข้องกับประธานนักเรียนทั้งสองคนของที่นี่ แล้วยิ่งนายลูคัสอะไรนั่นดูเหมือนจะสนิทสนมกับเพื่อนของโรเบิร์ตแบบนั้นอีก แบบนี้ไม่ต้องคิดเลย ฉันว่าคนที่ทำให้พี่ชายของฉันหายตัวไป ต้องเป็นพวกเขาแน่ๆ” ฉันสันนิษฐานด้วยความมุ่งมั่น เจวานทำท่าคิดนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้า

            “ก็จริงของเธอ ถ้างั้นฉันว่า...งานนี้เราคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ”

            “ทำอะไร?” ฉันขมวดคิ้วถาม แต่ยังไม่ทันที่เจวานจะได้ตอบอะไร จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินมาทางนี้ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตู

            แกรก~

            “ฮะ...เฮ้ย O_O!” และแน่นอนว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนคนที่ลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหนอย่างฉันและเจวานถึงกับได้แต่นิ่งเพราะตั้งตัวไม่ทัน ทำให้พวกผู้ชายกลุ่มใหญ่ที่เดินเข้ามา เห็นเราในสภาพที่...เอ่อ...

            นี่ฉันขึ้นมานั่งบนขอบอ่างล้างหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?...ละ...และที่สำคัญไปกว่านั้น...ทำไมอีตาบ้าเจวานถึงได้มายืนบื้ออยู่ตรงระหว่างขาฉันพอดิบพอดีขนาดนี้ =O=;

            “ยังไงซะ...ฉันว่าก่อนอื่น เราไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า -_-” เจวานพูดเสียงเนือย ก่อนจะดึงฉันลงจากอ่างล้างหน้าและลากออกมาจากห้องน้ำชายท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของผู้ชายพวกนั้นที่มองมาด้วยสีหน้าที่อ่านออกเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            ให้ตายเถอะ...ดูเหมือนวันนี้ ฉันจะเพิ่มข่าวลือให้ตัวเองได้อีกเรื่องแล้วนะ =__=;

 

            00.05 A.M.

คืนนั้นฉันฝัน... มันอาจเป็นเพราะฉันกังวลกับเรื่องที่ได้ยินมาวันนี้ หรืออะไรก็แล้วแต่... แต่ที่แน่ๆ ฉันฝันถึงโรเบิร์ต และความฝันนั่น มันก็ทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

            “อลิซ”

            “...”

            “อลิซ”

            “อืม~” ฉันครางออกมาเบาๆ หลังจากได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองดังแว่วมาถึงสองครั้ง ตาทั้งสองข้างค่อยๆ ลืมขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงีย

“ใครน่ะ?” ฉันร้องถามพร้อมกับชะโงกหัวขึ้นมาจากหมอน แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าที่หน้าต่าง มีเงาของใครบางคนยืนหันหลังให้อยู่

มันไม่ใช่ผี ฉันรู้...รู้ดีเลยล่ะ ก็ในเมื่อแผ่นหลังนั้นฉันรู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างดี...แผ่นหลังกว้างของพี่ชายของฉัน

“ร็อบ นั่นพี่เหรอ” ฉันถาม มันค่อนข้างน่าแปลกใจที่น้ำเสียงของฉันมันไม่ได้ฟังดูตื่นเต้นอย่างที่คิด ทั้งๆ ที่ฉันควรจะกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจเลยด้วยซ้ำ ที่ในที่สุดฉันก็เจอตัวเขาสักที

ฉันลุกจากเตียงนอนและเดินเข้าไปหาเขา โรเบิร์ตยืนมองออกไปนอกหน้าต่างในสภาพเปลือยท่อนบนอวดร่างกายกำยำที่ดูเหมือนจะมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเขาซะอีก

นี่ตกลงว่าที่เขาหายตัวไปเพราะแอบไปเพาะกล้ามเหรอเนี่ย -_-^

“ร็อบ...”

“เธอมาที่นี่ทำไม”

“ฮะ?” ฉันถึงกับเสียงหลง เมื่อเจอคำถามสวนกลับมาทั้งๆ ที่ยังเรียกชื่อเขาไม่จบดีด้วยซ้ำ “ถามอะไรแบบนั้น ฉันก็มาหาพี่น่ะสิ รู้มั้ยว่าตอนที่พี่หายไปฉันเป็นห่วงแทบแย่น่ะ” ฉันว่าพลางเดินเข้าไปใกล้เขามากขึ้น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากตัวโรเบิร์ต

“ร็อบ พี่ไม่สบายเหรอ ทำไมถึงเหงื่อออกชุ่มตัวขนาดนั้น” แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา ทำให้ฉันพอเห็นลางๆ ว่าบนร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของโรเบิร์ตมีหยดน้ำเกาะพราวเต็มไปหมด แถมเสียงหายใจของเขาก็ดังหอบราวกับกำลังหายใจลำบากอีกด้วย

“ร็อบ...”

“ไปซะ! รีบไปจากที่นี่” จู่ๆ โรเบิร์ตก็ตวาดเสียงดังจนฉันถึงกับสะดุ้ง

“ฉันไม่เข้าใจ พี่หมายความว่ายังไง ทำไมฉันต้องรีบไปไหนด้วย” ฉันเถียง พร้อมกับเดินเข้าไปดึงตัวเขา ให้หันกลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง

แต่แล้ว...ภาพที่ฉันเห็นกลับทำให้ฉันถึงกับพูดอะไรต่อไม่ออก...เมื่อร่างกายกำยำของโรเบิร์ต ปรากฏรอยบาดแผลฉกรรจ์อยู่ทั่วเรือนร่าง ไม่เว้นแม้แต่ใบหน้าของเขาที่มีแต่รอยบวมช้ำอยู่เต็มไปหมด ฉันแทบล้มทั้งยืน เมื่อจู่ๆ เลือดสีแดงสด ที่เหมือนจะเหือดแห้งไปแล้วในตอนแรก กลับค่อยๆ ไหลรินออกมาจากปากแผลน่ากลัวพวกนั้นอีกครั้ง ราวกลับมีใครไปกดสวิตช์

“ไปซะ...ก่อนที่เธอจะเป็นเหมือนพี่...” โรเบิร์ตพูดออกมาเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่ของเหลวสีแดงเหล่านั้น จะเริ่มชโลมไปทั่วตัวเขาอย่างช้าๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า จนกระทั่งมันเริ่มลุกลามเรื่อยมาจนถึงบริเวณพื้นที่เท้าฉันกำลังเหยียบอยู่

วินาทีนั้น ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากส่งเสียงกรีดร้องออกมาให้ดังที่สุด เท่าที่จะทำได้

“กะ...กรี๊ดดดด!!!

 




∆ ( คูลิโอ้' ) 。
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #39 Small Heart (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 02:47
    ชอบเจวานจังอ่ะ่ เอาเจวานเป็นพระเอกเหอะ -O-
    #39
    0
  2. #28 PLAY$: (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 15:28
    =[]= มันเกิดอะไรขึ้น #เอาเจวานเป็นพระเอกเหอะ
    #28
    0
  3. #24 ½ ' Y K c. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 04:53
    กรี๊ดแทน -[]-
    #24
    0