[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 31 : หลงตะวัน : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 236 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

หลงตะวัน : 12

               

[ Shogun’s Part ]

 

มันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมด ตอนที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างสวมอยู่ที่คอ...

 

สร้อยเส้นเล็กๆ ที่มีจี้เป็นแหวนสองห้อยไว้... วงหนึ่งใหญ่กว่า ในขณะที่อีกวงมีขนาดตรงกับขนาดนิ้วนางข้างซ้ายของผมพอดี

 

ทั้งตกใจ ไม่เข้าใจ สับสนงุนงงในขณะที่หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจนต้องยกมือกุมไว้ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาลักลอบเอามาสวมให้ตอนไหน อยากถามจะแย่ว่านี่มันเรื่องอะไร แต่สุดท้ายก็ได้แต่คิดวุ่นวายอยู่ในหัวตัวเอง ปล่อยให้คนขี้เซาหลับสนิทต่อไป เพราะรู้ว่าเขาคงเพลียมากจากการขับรถทางไกล แถมยังต้องเข้าครัว กับช่วยกันดูแลสองตัวยุ่งที่เอาแต่เล่นซนจนผมหมดแรงไม่แพ้กัน

 

การมาเจอครอบครัวซัน ทำให้ผมรู้ชัดเจนเลยว่าทำไมซันถึงได้น่ารักนัก ทุกคนในบ้านใจดีมาก ทั้งน่ารัก เอาใจใส่ และให้บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ เหมือนกับซัน จากที่ประหม่าแทบตายในตอนแรก ผมกลับค่อยๆ ผ่อนคลาย และสุดท้ายก็ถูกทลายกำแพงอย่างง่ายดาย ไม่ต่างจากที่ซันทำ  

 

อยากจะขอบคุณเขาสักพันครั้งที่ให้โอกาสผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่น่ารักขนาดนี้ ได้สัมผัสบรรยากาศของครอบครัวแสนอบอุ่นที่ผมแทบลืมไปแล้วว่าเป็นยังไง

 

“อืม... ตื่นแล้วเหรอ” เสียงงัวเงียจากคนที่ผมนอนมองอยู่นานเอ่ยถาม ดวงตาคมลืมตาขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะปิดลงไปอีกครั้ง หยีตาเหมือนสู้แสงไม่ไหวขณะที่แขนทั้งสองข้างที่โอบผมไว้หลวมๆ กระชับแน่นดึงผมเข้าแนบกายอย่างโหยหา

 

น้องภูถูกคุณแม่มาปลุกไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า ทำให้ตอนนี้บนเตียงเหลือแค่ผมกับคนขี้เซาที่ยังส่งเสียงครางงัวเงียในลำคอไม่เลิก ขณะกดจูบลงมาบนหน้าผาก โหนกแก้ม และริมฝีปากผม ราวกับเป็นกิจวัตรที่ต้องทำหลังตื่นนอน

 

“ซัน...” ผมเรียกเสียงกระเง้ากระงอดพลางถูจมูกเข้ากับจมูกโด่งเพื่ออ้อนให้เขาลืมตา  

 

“หือ?” คราวนี้เจ้าตัวเลยหรี่ตาขึ้นมา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าของผม “อะไรครับ”

 

ไม่รู้ว่าถามเพราะแกล้งไขสือหรือเพราะเพิ่งตื่นเลยยังมึนอยู่กันแน่ ผมเลยตีหน้าบึ้ง ชูแหวนที่ห้อยอยู่กับคอตัวเองขึ้นมาเป็นหลักฐาน

 

“นี่อะไรครับ” พอเห็นแบบนั้นเขาก็เลิกคิ้ว แกล้งตีหน้ามึนตอบอย่างไม่ยี่หระ

 

“แหวนไง”

 

“ซัน” ผมหน้าบึ้งกว่าเก่า มันไม่เห็นจะเป็นคำอธิบายตรงไหนเลย

 

สุดท้ายซันก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กระชับอ้อมกอดพลางทาบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง

 

“มันคือคำถาม”

 

“คำถาม?”

 

“อืม” เขาพยักหน้า ริมฝีปากยังคงคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสบตาผมด้วยสายตาจริงจัง

 

“คำถาม... ว่าพร้อมจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตหรือยัง”

 

“...” เอ่ยคำพูดที่ทำให้ผมได้แต่นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น สบตาเขากลับด้วยความตกใจ

 

ไม่ใช่ว่าเดาไม่ได้ว่าแหวนสองวงนี้มันหมายความว่ายังไง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ทั้งสีหน้า แววตา หรือแม้กระทั่งน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาอย่างเรียบง่ายทว่าอบอุ่นของเขา มันก็อดทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาไม่ได้อยู่ดี

 

“ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ แต่ฝากแหวนไว้ก่อน อยากใส่เมื่อไหร่ก็บอก โอเคมั้ย” 

 

“ซัน...” ผมเรียกชื่อเขาเบาๆ... ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอ่ยอะไร มือข้างที่กุมแหวนอยู่กำไว้แน่น หัวใจมันทั้งรู้สึกอุ่นวาบ และรู้สึกผิดไปพร้อมกันเมื่อเข้าใจว่าที่เขาพูดแบบนั้นเพราะอะไร

 

เพราะรู้ว่าผมยังไม่พร้อม ถึงได้ไม่ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ ยังคงยิ้มให้ และพูดอย่างสบายๆ ให้เวลาผมได้คิด ตัดสินใจเหมือนทุกๆ เรื่องที่เขายอมรอผมตลอดมา ไม่เร่งรัด ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะคาดคั้นให้ผมอึดอัดใจ

 

เพราะแบบนั้น... ผมถึงได้แพ้ให้เขาได้ทุกที

 

“ตั้งใจจะให้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ยังหาจังหวะไม่ได้ จะบอกก่อนนอน เจ้าภูก็ดันมานอนด้วยซะอีก” สบตาผมขำๆ แล้วกดจูบซ้ำๆ ลงมาทั่วใบหน้าอีกครั้ง

 

“ขอแต่งงานตอนเพิ่งตื่นนี่ไม่โรแมนติกเลยว่ะ” ยิ่งเห็นผมยังนิ่งค้างเจ้าตัวก็ยิ่งมีท่าทีขบขัน ย่นหน้าใส่กันทีหนึ่ง พลางยกฝ่ามือหนาขึ้นมาเกลี่ยผมที่ปรกหน้าให้เบาๆ

 

“น่าจะพูดใหม่ แล้วลงไปนั่งคุกเข่าดีมั้ย”

 

คราวนี้ผมถึงกับหลุดหัวเราะบ้าง ส่ายหน้าแล้วซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นๆ ของเขาอีกครั้ง “ดีแล้วครับ”

 

“...”

 

“แบบนี้ดีที่สุดแล้ว”

 

ทุกอย่างที่เขาทำ มันดีเกินไปสำหรับผมแล้วจริงๆ

 

 

ไม่เคยรู้ตัวสักนิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายได้รับมาตลอด จนกระทั่งเช้านั้นที่ผมได้มานั่งทบทวนกับตัวเองว่าที่ผ่านมา ซันทำอะไรให้ผมบ้าง ในขณะที่ตัวเองยังคงขลาดกลัว เข็ดกับความเจ็บปวดครั้งก่อนจนไม่กล้าก้าวข้ามออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง

 

เห็นแก่ตัว คิดแค่ว่าถ้าผมยังอยู่ตรงนี้ แล้วยังมีเขาอยู่ข้างๆ คงไม่เป็นไร ไม่ต้องพยายามให้มากเกินไป ไม่ต้องพาตัวเองไปเสี่ยงกับความรัก ความลุ่มหลงที่สักวันหนึ่งก็คงจะค่อยๆ จางหายไป จนสุดท้ายอาจไม่เหลืออะไร

 

ไม่ฉุกคิดเลยสักนิด ว่าต่อให้มันเป็นแบบนั้นจริง... ก็ไม่เห็นจะเป็นไร

 

แค่ความสุขทุกวันนี้ ก็มีค่าเกินกว่าที่จะความเจ็บปวดไหนๆ จะมาลบล้างได้แล้วไม่ใช่หรือไง? ต่อให้อนาคตจะเป็นยังไง มันก็คงไม่ได้ทำให้ผมเสียใจที่วันนี้ยอมก้าวออกมาเพื่อโอบกอด และกุมมือเขาไว้ให้แน่นกว่าเดิม

 

“นี่มัน... สุสาน?” ซันเลิกคิ้วถามทันทีเมื่อผมพาเขามาที่ฮวงซุ้ยแห่งหนึ่งระหว่างกำลังขับรถออกนอกเมือง

 

ตั้งแต่สอบเสร็จ เราวางแผนไว้ว่าหลังจากเยี่ยมครอบครัวซันแล้วจะไปเที่ยวทะเลกัน ซันมีบ้านพักตากอากาศติดชายหาดสวยๆ ที่ครอบครัวมักจะไปพักผ่อนกันประจำ เขาบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นที่นั่นสวยมาก เลยอยากให้ผมไปดูสักครั้ง ก่อนที่เราจะต้องกลับเชียงใหม่เพื่อไปทำงาน

 

แต่ก่อนจะถึงทะเล ผมมีที่หนึ่งที่อยากจะให้เขาแวะก่อน ถึงได้ขอร้องให้ซันขับรถมา แม้ว่าจะอยู่คนละเส้นทาง

 

“โช...” เขาเรียกชื่อผมเมื่อเราเดินเข้ามาในตัวสุสานเรื่อยๆ โดยที่ผมยังไม่ได้อธิบายอะไร แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจแล้ว ถึงได้บีบมือผมเบาๆ ขณะเดินตามมา จนถึงหลุมศพสามหลุมที่อยู่ข้างกัน บนเนินเขาสงบใกล้ร่มไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาทั้งสามคนเป็นอย่างดี

 

“นี่อากง อาม่าแล้วก็ป๊าผมเอง” ผมแนะนำ หันไปสบตาซันที่มองกลับมาด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก ทั้งตกใจ เข้าใจ และสายตาบางอย่างที่ผมไม่แน่ใจ

 

ผมยิ้ม ขยับเข้าไปยืนใกล้เขามากกว่าเดิมสอดนิ้วตัวเองเข้ากับนิ้วเรียวๆ ของเขา แล้วบีบมือกลับไปเบาๆ เพื่อบอกว่าผมไม่เป็นไร

 

ความโศกเศร้าจากการสูญเสียมันผ่านไปตั้งนานแล้ว

 

“ตอนเด็กๆ ป๊ากับแม่ผมแยกทางกัน ผมอยู่กับครอบครับป๊ามาตลอด เจอแม่บ้างนานๆ ครั้ง เพราะท่านมีครอบครัวใหม่อยู่ที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมา” ผมเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองที่ไม่ได้เล่าให้ใครฟังมานาน

 

ไม่ใช่เพราะว่าต้องการปิดบังอะไร แต่เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครอยากฟัง มันไม่ใช่เรื่องเล่าจรรโลงใจ ออกจะทำให้คนฟังลำบากใจนิดๆ ด้วยล่ะมั้งที่ต้องมานั่งทำหน้าไม่ถูกหาคำปลอบใจ เพราะแบบนั้นผมถึงไม่ค่อยอยากพูดเรื่องตัวเองเท่าไหร่ ไม่อยากให้ใครมาเป็นห่วง หรือสงสารกับเรื่องราวที่ผมทำใจยอมรับได้ตั้งนาน

 

แต่เพราะเป็นซัน ผมถึงรู้ว่าผมสามารถเล่าได้... เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่เมื่อผมเอ่ยปากพูด เขาจะตั้งใจฟัง และเข้าใจผมเสมอ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร

 

“อากงเสียไปตั้งแต่ผมยังเล็กๆ ผมเลยจำท่านไม่ค่อยได้นัก แต่อาม่าบอกว่าอากงใจดี” ผมพูดยิ้มๆ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองซันก็พบว่าเขากำลังยิ้มอยู่เหมือนกัน

 

รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าผมสามารถเล่าต่อไปได้โดยไม่ทำให้เขาอึดอัดใจ

 

“ส่วนป๊า... เป็นคนดุนิดๆ” ผมย่นหน้า

 

จริงๆ ก็ไม่นิดเท่าไหร่ นึกไปถึงตอนที่ป๊าดุจนผมร้องไห้ ต้องให้อาม่ามานั่งปลอบตั้งนานกว่าจะหาย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลัวขึ้นมา แต่ก็ใช่ว่าป๊าจะดุตลอดเวลา บางครั้งผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดพวกผู้ใหญ่นักหรอก แต่ก็เข้าใจว่าทุกอย่างที่ท่านทำก็เพราะเป็นห่วงผมมากกว่าใคร

 

“ตอนที่รู้ว่าผมเป็นเกย์ ป๊าโกรธมาก ไม่คุยกับผมเป็นเดือนๆ”

 

“...”

 

“แต่ตอนหลัง ถึงจะยังไม่เข้าใจ แต่ป๊าก็ไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้ห้ามหรือดุด่าถ้าผมจะชอบผู้ชาย เพราะงั้นซันไม่ต้องห่วงนะ” ผมแกล้งพูดติดตลกบ้าง ร่างสูงจึงหันกลับมาย่นหน้าใส่ เอื้อมมือมาขยี้หัวผมอย่างหมั่นไส้

 

“ใครห่วงกัน” ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแทบจะยืนซ้อนหลัง ก่อนจะยกมือข้างที่จับกันอยู่ขึ้นไปกดจูบที่หลังมือผมแผ่วเบาแล้วเอ่ยถาม “แล้วอาม่าดุมั้ย”

 

ผมส่ายหน้าทันที “คนนี้ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย” หัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงรอยยิ้มของอาม่าที่แต้มอยู่บนใบหน้าแทบตลอดเวลา

 

“อาม่าใจดีมาก เข้าใจผมทุกอย่าง ตอนที่ทะเลาะกับป๊า ก็ได้อาม่านี่แหละที่คอยไกล่เกลี่ยให้ตลอด”

 

“...”

 

“ตอนที่ป๊าเสีย ผมต้องอยู่กับอาม่าสองคน ท่านไม่เคยร้องไห้ให้ผมเห็นเลยสักครั้ง ยังเลี้ยงดูผมอย่างดีจนได้ขึ้นมหาลัย... อาม่าเข้มแข็งมาก แถมรวยมากอีกต่างหาก” เอ่ยขำๆ ก่อนจะเอนหัวลงไปซบไหล่ซัน นึกถึงความหลังตอนที่ยังมีอาม่าอยู่ด้วยกัน

 

ตอนมัธยม มันเป็นช่วงที่ลำบากสำหรับผม ตอนนั้นถ้าไม่มีอาม่าอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจ คอยบอกว่าผมไม่ได้ทำผิดอะไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านมันมาด้วยตัวเองได้ยังไง ยิ่งคิดถึง ผมก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณ อยากกอดท่านอีกสักครั้ง ขอบคุณซ้ำๆ ที่ทำให้ผมอยู่มาจนถึงทุกวันนี้...

 

อยู่มาจนถึงวันที่ได้เห็นฟ้าหลังฝนอันสดใสที่ไม่เคยจินตนาการ

 

“อยากเจอเลย” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขาแล้วพบว่าซันกำลังยิ้มบางๆ ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเขาเข้าใจว่าผมรักอาม่าแค่ไหน

 

มือหนาเอื้อมมือลูบหัวผม ก่อนจะดึงเข้าไปหาเพื่อจูบหน้าผาก แล้วกอดไว้แน่นพลางกระซิบแผ่วเบา “เตรียมคำพูดไว้ตั้งเยอะแยะ กลัวแทบตายว่าถ้าถูกห้ามไม่ให้คบจะทำยังไง แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วก็โล่งใจ... ทั้งสามคนต้องไม่ว่าอะไรแน่ๆ”

 

ผมหัวเราะออกมาอีกครั้ง เพราะเข้าใจดีในสิ่งที่เขากลัว เหมือนตอนที่ผมไปเจอครอบครัวซัน ก็เตรียมคำพูดไว้ในหัวมากมายเหมือนกัน แต่พอเอาเข้าจริง คำพูดพวกนั้นก็ไม่มีความหมายเลย

 

“เช่นอะไรบ้างครับ... คำพูดที่เตรียมไว้น่ะ” ผมแกล้งถาม ซันเลยผละอ้อมกอดออก เลิกคิ้วกวนๆ ก่อนจะยิ้มแล้วหันไปนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหลุมศพของอาม่า

 

“สวัสดีครับอาม่า ผมชื่อซันนะครับ เป็นแฟนโชกุน” ฝ่ามือหนายื่นออกมาหาผมที่ได้แต่หัวเราะ ยื่นมือออกไปให้เขาจับอีกครั้ง แล้วนั่งลงข้างๆ กัน

 

“ผมรักโชกุน... รักมาก อยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตเลย” มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ยังคงยิ้มทว่าสายตามองตรงไปที่หลุมศพอย่างจริงจังแล้วหัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้นมา

 

“อาม่าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลโชกุนอย่างดี จะเป็นแฟนที่ดี และในอนาคตจะเป็นสามีที่ดีแน่ๆ ผมรับรอง”

 

“...”

 

“ผมไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน แต่ผมมั่นใจว่าจะไม่ทำให้อาม่าผิดหวัง”

 

“...”

 

“เพราะงั้น... อาม่าให้ผมแต่งงานกับโชกุนนะครับ” ดวงตาคมหันกลับมาสบตาผม ราวกับเขากำลังขออนุญาตอย่างจริงจัง

 

ไม่ใช่กับอาม่า... แต่เป็นผม

 

คำพูดทุกคำของเขา สื่อโดยมาถึงผมที่นั่งอยู่ตรงนี้โดยตรง... ไม่ใช่ใครที่ไหน

 

“ซัน...” พอเข้าใจแบบนั้นผมจึงเรียกชื่อเขาออกไป เงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงแล้วเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจ “ที่ผมพาซันมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้เหมือนกัน”

 

“...” และเหมือนกับทุกครั้งที่เขามองกลับมาอย่างตั้งใจฟัง

 

“ผมอยากพาซันมาเจอครอบครัว มาเห็นว่าชีวิตที่ผ่านมาของผมเป็นยังไง และต่อจากนี้จะเป็นยังไง”

 

“...”

 

“พออาม่าเสียผมก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ ญาติคนเดียวที่รู้จักก็คือพี่โม ญาติฝั่งแม่ที่ทั้งแม่ทั้งป๊าฝากให้คอยดูแลผมห่างๆ มานาน”

 

“...”

 

“พี่โมไม่เคยคิดว่าผมเป็นภาระ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็โตแล้ว โตพอที่จะต้องออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง...”

 

“...”

 

“ดังนั้น คำถามของซัน ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถาม...” ผมเว้นวรรค แกะสร้อยจากคอตัวเองออกมา วางแหวนทั้งสองวงไว้บนฝ่ามือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

 

“ซัน... ถ้าตอนนี้ผมไม่มีอะไรเลย เป็นแค่ผู้ชายตัวเปล่า เอาแต่ใจ แถมขี้กลัวมากๆ...” ยื่นออกไปตรงหน้าซันที่ยิ้มกว้าง ราวกับรู้แล้วว่าประโยคต่อไปของผมจะเป็นอะไร

 

“ซันยังจะอยากอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตมั้ยครับ” 

 

เพราะแบบนั้นเขาถึงได้รับแหวนวงหนึ่งกลับไป และเอ่ยคำตอบออกมาอย่างง่ายดาย ไม่มีความลังเลสักนิดในแววตา

 

“อยากสิ”

 

“...”

 

“อยากอยู่แล้ว เพราะงั้น...” เขาเว้นวรรค หมุนตัวหันกลับมาหาผม เอื้อมมือมาดึงมือข้างซ้ายของผมไปจับไว้ ก่อนจะเอ่ยคำขออย่างเป็นทางการ

 

“แต่งงานกันนะครับโชกุน”

 

น้ำเสียงของเขายังคงเรียบง่ายเจือไปด้วยความอบอุ่นใจ จะต่างกันก็ตรงที่ครั้งนี้แววตาของเขา ดูเป็นประกายกว่าครั้งไหนๆ

 

... ผมเองก็คงไม่ต่างกัน

 

“ครับ” พยักหน้าตอบรับ พลางมองนิ้วนางข้างซ้ายที่ถูกบรรจงสวมแหวนให้ด้วยความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นอยู่ในใจ รู้ตัวว่ารอยยิ้มของตัวเองกว้างกว่าครั้งไหนๆ ขณะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ก่อนจะจับมือข้างซ้ายของเขามาสวมแหวนให้บ้างด้วยมือสั่นๆ ที่ทำเอาเจ้าของแหวนหลุดขำ ยกมือขึ้นมาลูบหัวผมอย่างเอ็นดู

 

เราจับมือข้างที่มีแหวนของกันและกัน มองมันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายหัวเราะพลางกดจูบลงมาบนหลังมือของผมแล้วโอบไหล่ดึงร่างผมเข้าไปในอ้อมกอด เอ่ยกระซิบแผ่วเบา

 

“ทีนี้... ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันได้หรือยัง”



B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 236 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #570 momomay79 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:05
    มันดีมากเลยนะตอนนี้
    #570
    0
  2. #560 sorsoongnoen (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 15:04
    น่ารักมาก
    #560
    0
  3. #558 snk_onge (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:50
    น้ำตาไหลเลย
    #558
    0
  4. #546 Jibangrin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:40
    มาทำตามสัญญาพามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลแล้วนะะ แงงงงง
    #546
    0
  5. #545 Jibangrin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:39
    แกกกกกก ฮรืออออออออ ซึ้งมากกกก
    #545
    0
  6. #500 mmamaexx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:15
    ไม่เศร้านะแต่ร้องไห้อะ หืออคู่นี้น่ารักจริงๆ ความเป็นซันกับโชเป็นอะไรที่ลงตัวและเข้ากันมาก ๆ เลย
    #500
    0
  7. #460 namnamtee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 19:06
    คนอ่านร้องไห้จนตาแดงเลย
    #460
    0
  8. #453 Sujin.K (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 15:28
    อ่านมาถึงตรงนี้คือร้องไห้แล้วอ่ะ พึ่งได้มาอ่าน กะว่าพออ่านจบจะเม้นทีเดียว แต่ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้แล้ว ㅠㅠ
    #453
    0
  9. #442 Yanapat. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 14:48
    ฮือออออ ชอบบบ ขอแต่งงานกันได้น่ารักมากก
    #442
    0
  10. #306 Sket-D (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 18:48
    โอ๊นยยยย โรแมนติกมากกก ฮือออออออ
    #306
    0
  11. #304 mamieweiei (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 17:36
    ช๊อตนี้ตายคะะะะ เอื้อกกก
    #304
    0
  12. #300 noowiwie (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 13:35
    ซึ้งงงงง~ เหมือนโดนขอแต่งงานเองเลยยยยยย แง้~ ยินดีด้วยนะโชกุนนนนนน เลิ๊ฟฟฟฟ <3
    #300
    0
  13. #298 poommyTY (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 12:39
    น้ำตาคลอเลย จะมีความสุขจริงๆแล้วนะน้องโช
    #298
    0
  14. #293 ♡ aunjai ♡ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 10:31
    ซึ้งเหมือนโดนขอแต่งงานเอง
    ซันอึ้งเลยดิ
    แต่โชนี่หนูลูก อยากจะดึงเข้ามาปลอบ
    #293
    0