[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 27 : หลงตะวัน : 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    18 ก.ค. 60

หลงตะวัน : 8


   
พนันได้เลยว่าผมจะต้องตายภายในหนึ่งเดือนนี้นี่แหละ... ต้องตายแน่ๆ
   
ที่ผ่านมาผมมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองไม่ใช่พวกบ้ากาม ขาดเซ็กซ์ไม่ได้หรืออะไรทำนองนั้นนะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความมั่นใจนั้นเหมือนจะถูกสั่นคลอนหนักขึ้นทุกที

เพราะตั้งแต่รับปากว่าจะจำศีลหนึ่งเดือนไป... ผมก็คิดดีกับไอ้ตี๋ไม่ได้อีกเลย

แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่ใช่ความผิดผมคนเดียว
   
จุ๊บ
   
“...!” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อล้างจานอยู่ดีๆ ก็มีสัมผัสนุ่มหยุ่นของริมฝีปากแตะลงมาที่ไหล่ พร้อมกับแผ่นหลังที่ถูกทาบลงมาด้วยร่างอุ่นๆ ของคนที่มายืนซ้อนหลังเขย่งสุดตัวเพื่อหยิบแก้วที่อยู่เหนือหัวผม 
   
“อา... ขอโทษครับ แก้วมันอยู่สูงไปหน่อย” แต่แทนที่ได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะถอยออกไป คนตัวเล็กกว่ากลับเอ่ยออกมาเบาๆ ทั้งที่ลมหายใจยังคลอเคลียอยู่ที่คอผมอย่างนั้น
   
“...” กูนี่สตั๊นท์ไปเลย
   
ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ผละออกไป ปล่อยให้ผมยืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่กับการถูกลอบสังหารแบบไม่ทันได้ตั้งตัว 
   
เนี่ย! แล้วจะให้คิดดีได้ยังไง ความยั่วของคุณเขาน้อยๆ ซะที่ไหน กะเล่นผมให้ตายคาร้านชัดๆ
   
“อย่าให้ครบเดือนเชียว” ผมได้แต่บ่นพึมพำ ล้างมือแล้วเดินไปตีหน้ากระเง้ากระงอดใส่คนที่ทำเป็นชงกาแฟไม่สนใจ อยากจะเข้าไปฟัดให้หายมันเขี้ยวสักที ถ้าไม่ติดที่ว่าถ้าลองได้ฟัดครั้งหนึ่งคงอยากฟัดอีกหลายๆ ที แล้วสุดท้ายคงจะตบะแตกขึ้นมาจริงๆ
   
หลังยอมรับบทลงโทษแต่โดยดีในวันนั้น ผมก็เหมือนถูกขังไว้ในวัดเส้าหลินเพื่อทดสอบความอดทน เจ้าสำนักคือคุณโชกุนที่พอรู้ว่าจุดอ่อนของผมคืออะไร ก็เล่นงานได้ตรงจุดและเล่นเอาผมแทบคลั่งตายไปหลายที ดูอย่างเมื่อกี้ดิ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเป็นผมที่เป็นฝ่ายลอบแต๊ะอั๋งมัน เล็มนู่นนิดชิมนี่หน่อย แกล้งให้คนตัวเล็กตีหน้าปั้นปึ่งปนเขินอายใส่ แล้วไหงตอนนี้นี้ถึงสลับกันได้ กลายเป็นผมที่ถูกลอบแทะเล็มซะเอง
   
พอรู้ว่ายั่วขึ้นก็เอาใหญ่เลยนะครับ ร้ายชิบเป๋งเลย แฟนใคร
   
“ลาเต้ได้แล้วครับ” ว่าพลางวางกาแฟลงตรงหน้า สีหน้าดูไม่มีความยินดียินร้ายอะไรกับความว้าวุ่นใจของผม

ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ย่นหน้ากลับไปอย่างหมั่นไส้ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมนุ่มแรงๆ จนถูกปัดมือออกถึงได้หยุดแกล้ง หันกลับมาก้มหน้าก้มตาปั่นงานที่ค้างไว้ในโน้ตบุ๊คที่พกมา 
   
อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะเข้าสู่ไฟนอลแล้ว และก่อนหน้านั้นผมก็ต้องส่งโปรเจ็กต์ ช่วงนี้เลยปั่นงานหัวหมุนจนแทบไม่ได้ทำอะไร ต้องอุทิศเวลาทั้งหมดให้เล่มวิจัยที่ถูกแก้แล้วแก้อีกจนอยากจะเผาทิ้งแม่งมัน
   
แต่ข้อดีคือผมจะได้เบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองออกมาจากไอ้ตี๋บ้าง เชื่อเถอะว่าการหันมาเพ่งสมาธิกับการทำงาน ได้ผลกว่าการนั่งท่องนโมพุทโธเป็นไหนๆ โดยเฉพาะในเวลาที่คุณเขาอัพเลเวลความน่ารักอย่างจงใจปั่นหัวผมแบบนี้
   
“ไปนั่งที่โต๊ะดีๆ เถอะครับ” คงเพราะเห็นว่าผมนั่งทำงานได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องยืดหลังบิดขี้เกียจหลายทีเพราะนั่งไม่สบายคนข้างๆ ถึงได้เอ่ยขึ้นมา
   
“ขี้เกียจย้ายอ่ะ” ผมเบ้หน้ายกลาเต้ดื่มแล้วหมุนไหล่ตัวเองไปมา
   
ก่อนหน้านี้ลูกค้าเต็มร้านผมเลยต้องหอบคอมระเห็จมาทำงานที่เคาน์เตอร์แทน แต่ตอนนี้เกือบจะตีสามแล้ว ลูกค้าคนสุดท้ายเพิ่งเดินออกจากร้านไปเมื่อกี้นี้เอง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ขี้เกียจขนของไปนั่งที่อื่นอยู่ดี
   
“งั้นเก็บร้านเลยดีมั้ยครับ” เงยหน้าขึ้นดูนาฬิกาก่อนจะถามพลางขยับเข้ามายืนซ้อนหลังนวดไหล่ให้
   
แรงบีบเค้นที่ไม่มากเกินไปทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้สมาธิผมหลุดกระจัดกระจายได้ง่ายๆ เหมือนกัน 
   
“ยั่วกันอีกแล้วอ่ะ” ผมบ่นจับมือข้างหนึ่งออกมาจากไหล่แล้วแกล้งงับเบาๆ 
   
คนถูกกัดเบิกตากว้าง ทำท่าจะถึงมือตัวเองกลับแต่ผมจับไว้แน่น ไอ้ตี๋เลยตีหน้าบึ้งใส่ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา 

“ยั่วอะไรล่ะครับ” มือข้างที่ว่างเปลี่ยนจากนวดเป็นตีไหล่ผมแทน 

“ปล่อยเลย ผมจะเก็บร้านแล้ว” พยายามจะดึงมือที่ถูกจับไว้ออกไปอีกที แต่ผมก็ยังไม่ยอมปล่อย มองหน้ามันนิ่งแล้วหมุนกลับไปหา ดึงตัวคนตัวเล็กเข้ามาใกล้แล้วใช้ขาทั้งสองข้างหนีบสะโพกไว้
   
“โช” เอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยกมืออีกข้างขึ้นมาโอบแผ่นหลังบาง เงยหน้าขึ้นสบตา “คิดเรื่องนั้นหรือยัง?”
   
“...” ไม่ต้องบอกรายละเอียดมากมายก็ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร
   
ผมเพิ่งขอให้มันย้ายไปอยู่ด้วยกัน...
   
ถึงจะเช่าอพาร์ตเม้นต์อยู่มาตลอดสี่ปี แต่อันที่จริงครอบครัวผมมีบ้านอยู่ที่นี่เหมือนกัน เป็นบ้านพักตากอากาศที่เชื่อมกับรีสอร์ตซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่พี่ชายคนโตกำลังดูแล คิดไว้นานแล้วว่าจะย้ายเข้าไปอยู่หลังจากเรียนจบ เพราะตั้งใจจะปักหลักหางานอยู่ที่นี่ ผมทำเรื่องย้ายออกจากอพาร์ตเม้นต์แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มขนของเพราะยังไม่มีเวลา 

แล้วอีกอย่าง... ผมอยากได้คำตอบจากอีกคนก่อนว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน 
   
เพราะถ้ามันไม่ตกลง ผมคงเปลี่ยนเป็นย้ายข้าวของที่มีตอนนี้ไปอยู่หอไอ้ตี๋แทน 

จริงอยู่ที่ปลายทางไม่ต่างกัน แต่สำหรับคนถูกถาม มันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจได้ง่ายๆ เหตุผลหนึ่งคือระยะทาง เพราะบ้านที่ว่าอยู่นอกตัวเมืองออกไปไกลพอสมควร จะเดินทางไปที่ร้านพี่โมก็ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมง ต่างจากหอไอ้ตี๋แค่เดินไม่กี่สิบก้าวก็ถึง แต่ก็มีข้อดีตรงที่บรรยากาศดี แถมมีพื้นที่มากกว่าอยู่หอพักหลายเท่าตัว
   
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยังลังเล... คือความไม่มั่นใจ... ความหวาดกลัวบางอย่างที่สะท้อนออกมาในแววตาทุกครั้งที่ผมวกกลับมาถามคำถามนี้กับมัน
   
“ผมว่ามัน... ค่อนข้างไกล” ทำท่าอึกอักเอ่ยคำพูดเดิมๆ เหมือนพยายามจะเฉไฉ 

แต่เพราะผมยังจ้องอยู่ถึงได้ถอนหายใจหนักๆ ออกมาอย่างยอมแพ้ เพราะผมเคยบอกไว้แล้วว่าถ้ามีอะไรให้พูดกันตรงๆ 
   
“ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นตัวเลือกที่ดี”
   
“...”
   
“ถ้าวันหนึ่งเราเลิกกัน...” พูดได้เท่านั้น เสียงทุ้มก็เงียบไป ทำสีหน้ายุ่งยากใจแบบที่ผมเข้าใจดีว่าหมายความว่ายังไง ลึกๆ แล้วเราต่างคิดตรงกันว่าอยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ตลอดกาล แต่อีกใจหนึ่งเราต่างรู้ดีเช่นกันว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน 

ต่อให้ผมยืนยันหนักแน่นแค่ไหนว่าเราจะไม่มีวันเลิกกัน แต่มันก็เป็นเพียงแค่คำพูดที่กำหนดอนาคตไม่ได้ ไม่แปลกอะไรที่ไอ้ตี๋มันจะกลัว 
   
“โอเค” ผมเผลอถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ ปล่อยมือแล้วหมุนตัวกลับมาพับหน้าจอโน้ตบุ๊ค ซดลาเต้จนหมดเพื่อเตรียมตัวปิดร้าน 
   
ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ผมค่อยถามใหม่

“ซัน” แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกจากเก้าอี้ คนตัวเล็กกว่าก็จับไหล่ผมให้หันไปเผชิญหน้าอีกครั้ง ขมวดคิ้วทำท่าดุใส่กัน “อย่าเพิ่งงอแงสิครับ”

“...” ผมเลิกคิ้ว กะพริบตาปริบๆ รอฟังเจ้าของดวงตาเรียวที่มองมาอย่างหนักใจ แล้วถอนหายใจออกมาบ้าง

“ผมยังไม่ทันได้ปฏิเสธเลย” ว่าพลางยกนิ้วโป้งขึ้นมาปาดเหนือริมฝีปากผมที่น่าจะเลอะคราบกาแฟ ก่อนจะดึงนิ้วกลับไปดูดเบาๆ แล้วยิ้มออกมาบางๆ 

“เอาเป็นว่าผมขอเวลาคิดอีกหน่อยนะ”

โอ้โห รู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าไอ้ที่ท่าทางที่ทำอยู่นี่โคตรยั่วเลย

“หึ” จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ไม่รู้ล่ะ แต่เล่นมาทำแบบนี้ต่อหน้ากันผมก็ไม่คิดจะทนดึงคนขี้อ่อยกลับเข้ามาประชิดร่างอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือออกไปดึงท้ายทอยมันลงมาเพื่อรับจูบของผมไป ขบเม้มหยอกเย้าด้วยความมันเขี้ยวอยู่พักหนึ่งก่อนจะผละออกมา 

“โอเค” คลี่ยิ้มมุมปากอย่างขบขันเมื่อเห็นอีกคนเบิกตากว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว

“...” 

“จะให้เวลาคิด จนกว่าจะได้ยินว่าตกลง” เอาแต่ใจยิ่งกว่าคำพูดคือริมฝีปากที่ดื้อดึงกดจูบลงไปอีกครั้ง กดรั้งท้ายทอยคนที่ยืนอยู่สูงกว่าไว้เพื่อให้ริมฝีปากแนบสนิทยิ่งกว่าเดิม มอบสัมผัสล้ำลึกที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนให้จนได้ยินเสียงหลุดครางเบาๆ ร่างบางทรุดตัวลงมาพิงอกผมไว้ราวกับหมดเรี่ยวแรง ครอบครองลมหายใจอีกฝ่ายอยู่เนิ่นนาน และคงจะดึงดันรุกเร้าอยู่อย่างนั้น ถ้าหากว่าไม่มีเสียงบางอย่างดังขัดขึ้นมา

กริ๊ง~

“...!” มือบางยกขึ้นมาผลักอกผมออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผมเองก็ตกใจเกินกว่าจะขัดขืนอะไร ยอมปล่อยคนตัวเล็กที่กระโดดผึงห่างออกไปไกล ก่อนจะลุกขึ้นหันตามเสียงที่ประตู

“ระ... ร้านปิดแล้วเหรอคะ” ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่อย่างเก้ๆ กังๆ ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเธอทันเห็นฉากจูบของพวกเราเข้าอย่างจัง 

“เอ่อ...” ผมอึกอัก ยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยเก้อๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าอีกคน แต่พอเห็นมันยืนนิ่งค้าง หน้าแดง เบิกตากว้างเหมือนวิญญาณหลุดไปแล้วก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา แล้วถือวิสาสะหันไปตอบเอง 

“ครับ ปิดแล้วครับ” ผงกหัวขอโทษพอเป็นพิธี ในขณะที่ลูกค้าเองก็ผงกหัวกลับมาเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปแต่ก็ไม่วายหันกลับมามองพวกผมด้วยสีหน้าเขินอายจนพ้นสายตา

ผมหัวเราะออกมาอีกครั้ง ส่ายหน้าขำๆ กับเรื่องไม่คาดฝันเมื่อครู่ แต่พอหันกลับมาเห็นอีกคนย่นหน้าจ้องเขม็งมาก็ต้องหยุดขำ

“ซัน” เอ่ยเรียกเสียงต่ำจนผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา แม้ว่าสายตาดุๆ ที่ขัดกับใบหน้าที่แดงลามไปถึงหูนั่นจะน่ารักแค่ไหนก็ตาม 

“ไม่ให้จูบแล้ว...” กัดริมฝีปากที่บวมนิดๆ ของตัวเองแน่นพลางเอ่ยพึมพำ

“...” 

“จนกว่าจะครบกำหนดหนึ่งเดือน ห้ามจูบอีกเด็ดขาดเลยนะครับ”

“หะ...หา!?”

เดี๋ยวสิครับ... แค่ข้อตกลงเดิมผมก็ต้องอดทนจนแทบคลั่งตายแล้ว ถ้าเพิ่มห้ามจูบเข้าไปอีก... 

ไม่ตายตอนนี้แล้วจะตายตอนไหนวะ






ผมไม่คิดว่ามันจะจริงจัง จนกระทั่งเห็นว่าไอ้ตี๋ไม่ยอมพูดอะไรเลยตอนที่เราเก็บร้าน หรือตลอดทางกลับหอ มันเอาแต่เงียบ คิ้วขมวดมุ่นเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างอยู่ในใจ พอกลับมาถึงห้องก็เดินหนีไปล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนตัวเก่งทันที

“งอนเหรอ” ในที่สุดผมก็เปิดปากถาม พลางเดินเข้าไปโอบรอบเอวบาง ซุกหน้าลงบนไหล่อย่างออดอ้อน สูดกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ซึมซาบลงมาบนเสื้อยืดตัวโคร่งที่เคยเป็นของผม จนกลายเป็นกลิ่นเดียวกัน

คนตัวเล็กที่ยืนทาครีมอยู่เงยหน้าขึ้นมาสบตากันผ่านกระจก ขมวดคิ้วเล็กๆ อย่างงุนงง ก่อนจะปฏิเสธ “เปล่านี่ครับ”

ผมเบ้ปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ถ้าไม่งอนแล้วทำไมเงียบอ่ะ” 

พอได้ยินแบบนั้น ก็ชะงักไป ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่น่ะครับ” 

ผมไม่ทันได้ถามว่าเรื่องอะไร ไอ้ตี๋ก็ผละออกจากอ้อมกอด หมุนตัวกลับมาตีหน้ามุ่ยใส่ผมแล้วกำชับคำพูดตัวเอง “แต่เรื่องไม่ให้จูบนี่พูดจริงนะ” 

“ง่ะ...”

“ชอบทำอะไรเอาแต่ใจนัก โดนทำโทษไปเลยครับ” ว่าพลางทำท่าเหมือนคุณครูที่กำลังลงโทษเด็กซน 

“มันเกินไป” ผมโอดครวญ รั้งเอวบางเข้ามากอดไว้ซบหน้าลงกับไหล่อีกครั้งแล้วเริ่มงอแง “จะฆ่ากันจริงๆ หรือไง” 

ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนคนตัวเล็กจะผละออกจากอ้อมกอดเบ้ปากใส่ผมอย่างสะใจ “ก็สมควรแล้วครับ”

“ตี๋~” ผมลากเสียงพลางเดินตามไปนั่งข้างๆ คนที่หนีไปนอนบนเตียงก่อนจะเริ่มต่อรอง “อาทิตย์ละครั้งก็ยังดี”
   
ทำไมต้องมาต่อรองอะไรแบบนี้วะเนี่ย ดูเป็นคนหื่นๆ ยังไงชอบกล

“ไม่เอา”

“วันละครั้ง”

คราวนี้ดวงตาเรียวมองหน้าผมเหมือนจะถามว่าอะไร อาทิตย์ละครั้งยังไม่ได้เลย แล้วทำไมดันขอมากกว่าเดิม 

แต่อาทิตย์ละครั้งมันก็น้อยไปอ่ะ ขนาดวันละครั้งยังยากที่จะทนเลย

“ปกติตั้งหลายครั้งต่อวัน” ผมว่า คนตรงหน้าชะงักไปแวบหนึ่งก่อนจะเถียงทั้งที่ใบหน้าเห่อขึ้นสีระเรื่อ

“แต่ตอนนี้ถูกทำโทษอยู่นี่ครับ” 

“ยอมรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งไง” ผมยังดึงดัน เผลอยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสายตาที่แสดงความใจอ่อนออกมา เอนตัวลงนอนตรงหน้าเพื่อสบตาก่อนจะเริ่มใช้ลูกอ้อนประจำ

“วันละครั้ง”

“...”

“นะ”

“...”

“นะครับโช” 

“โลภมากจัง” และมันก็ได้ผลเมื่อคนตรงหน้าย่นหน้าแดง พลางเอ่ยพึมพำ “วันละครั้ง” 

ผมยิ้มกว้างจนกลายเป็นหัวเราะ โอบแขนรั้งคนตัวเล็กมากอดไว้อย่างได้ใจ แต่ก็ไม่วายถูกตีหน้ามุ่ยใส่ “ไม่เอาที่สาธารณะ” 

ผมหัวเราะอีกครั้งก่อนจะพยักหน้ารัว 

“ไม่เอาที่สาธารณะ” เอ่ยย้ำพลางฝังจูบลงบนหน้าผากใสก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นในขณะที่คนตัวเล็กกว่าก็ขยับเข้ามาซุกซบอกกัน

ต่างคนต่างเงียบไปนาน จนผมคิดว่าอีกคนหลับแล้วถึงได้เอื้อมแขนไปปิดไฟที่หัวเตียงเตรียมนอนบ้าง แต่ยังไม่ทันได้หลับตาก็ได้ยินเสียงเบาๆ เอ่ยเรียกขึ้นมา

“ซัน”

“หืม?” 

“ผมน่ะ... ไม่ชอบโรงเรียนเลย” แปลกใจนิดหน่อยที่อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา แต่ก็รอฟังโดยไม่แย้งอะไร “ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก ทุกวันได้ยินแต่คำถากถาง คำนินทา” 

“...”

“มันกลายเป็นสถานที่แย่ๆ มีแต่ความทรงจำแย่ๆ ที่ถ้ากลับไปที่นั่นอีก ผมก็คงจะนึกถึงแต่เรื่องพวกนั้น” 

แต่ไม่นานก็เริ่มเข้าใจความหมายที่จะสื่อ เมื่อคนในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้นมาสบตากันภายใต้แสงรำไรของพระอาทิตย์ที่ใกล้ขึ้นเต็มทีผ่านมู่ลี่ที่ติดไว้ตรงหน้าต่างบานใหญ่ของห้องนอน

“ดังนั้นเรื่องบ้าน... ผมเลยคิดหนัก ไม่กล้าตัดสินใจ” 

รู้แล้วว่าเรื่องที่รบกวนจิตใจจนอีกฝ่ายเอาแต่เงียบมาตลอดทางกลับหอคืออะไร 
   
“ถ้าวันหนึ่งเราเลิกกัน... ถ้าผมเกิดสร้างความทรงจำแย่ๆ ทิ้งเอาไว้... ซันจะทำยังไง” 

“...” พอได้ยินคำอธิบายผมก็ถึงกับเงียบไป ใจหนึ่งรู้สึกตำหนิที่มันคิดมากจนกลายเป็นความกังวล แต่อีกใจกลับกำลังตื้นตันที่ได้รู้ว่าทุกสิ่งที่มันคิดเผื่อไว้ ก็เพื่อผมคนเดียว

“แต่ว่าถึงจะคิดแบบนั้น สุดท้ายผมก็ยังเห็นแก่ตัว” ว่าพลางขมวดคิ้ว นิ้วเรียวยกขึ้นมาเกลี้ยแก้มผมเบาๆ ทำสีหน้ายุ่งยากใจขณะที่ดวงตาเรียวสบตาผมก่อนจะเอ่ยความปรารถนาที่อยู่ในใจออกมาด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

“ผมอยากอยู่กับซัน” 

“...”

“อยากอยู่กับซันมากๆ”  

“...”

“ขอผม... ไปอยู่ด้วยได้มั้ยครับ” 

ผมยิ้มกว้าง มองใบหน้าออดอ้อนนั้นอย่างเอ็นดู ดึงคนตัวเล็กเข้ามาซุกอกอีกครั้ง รัดอ้อมแขนแน่นขึ้นพลางกดจูบหนักๆ ลงไปบนกระหม่อมอย่างหมั่นไส้ 
 
“หึ” หลุดหัวเราะออกมา เมื่อคิด
ว่าเรื่องที่มันกังวล ไม่ได้ส่งผลกับการตัดสินใจของผมเลยแม้แต่นิด 

เพราะต่อให้สุดท้ายมันกลายเป็นความทรงจำที่แย่ของผมจริงๆ ...ก็ไม่เป็นไร

“ไปสิ ไปอยู่ด้วยกัน”

ไม่ว่ายังไง... มันก็จะกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุดในชีวิตของผมอยู่ดี






-----------------------------------
หนูโชขี้กลัวเหลือเกินนน ;^;
แต่ใต้ความขี้กลัวก็ยังมีความกล้าที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา คงเพราะเรียนรู้แล้วว่าถ้าพูดกับซัน จะไม่เป็นไร
ตอนที่เขียนเรื่องนี้ หลายครั้งเราจะรู้สึกว่าเออเนอะ ถ้าไม่ใช่สองคนนี้ เรื่องคงไม่เป็นแบบนี้อ่ะ
ถ้าไม่ใช่โช ซันคงไม่ใจเย็นขนาดนี้ หรือถ้าไม่ใช่ซัน โชก็คงไม่กล้าพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาแบบนี้ 
โชคดีจริงๆ นะคะที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน 55555

ตอนจบใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เหมือนเห็นนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังตั้งอยู่ตรงหน้าเลยอ่ะ 5555
ใจหายเหมือนกันเนอะ เรื่องนี้คนอ่านไม่เยอะ แต่รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อ่านฟีดแบ็คที่ส่งกลับมาจากทุกทาง
สารภาพว่าตอนอัพเรากลัวสุดๆ อย่างที่เคยบอกว่าเป็นพล็อตที่ธรรมดามาก คาแร็กเตอร์ก็ดูจะไร้ความดึงดูดมากๆ จนกังวลไปหมด  
ดังนั้นจะรู้สึกดีใจมากๆ เลยค่ะเวลาที่มีคนบอกว่าการเขียนเราพัฒนา ตอนแรกคิดว่าแค่อย่างน้อยถ้าเขาอ่านเชนตรีมาแล้วไม่รู้สึกผิดหวังกับเรื่องนี้ก็พอใจแล้วค่ะ จริงๆ 555555 ชอบที่หลายๆ คนบอกว่ามันเป็นนิยายที่มีสีขาวสว่าง อยากจะยกความดีความชอบให้เจ้าซันเลย เพราะตอนแรกจะให้โชบรรยาย แต่คิดว่าเรื่องมันคงจะหม่นหมองน่าดูเพราะหนูโชมีปมในใจ สุดท้ายเลยใช้ซันที่อยู่ในสถานะผู้เยียวยาบรรยายแทนเพราะอยากให้เป็นนิยายที่อ่านสบายๆ คลายเครียดมากกว่า ^^

บ่นเยอะอีกแล้วอ่ะ ขอหน่อยนะคะ กลัวจบแล้วไม่ได้บ่น 555555

ฝาก #ซันโช ด้วยน้า
ขอบคุณมากๆ ค่า   



B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #541 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:29
    โธ่หนู วงวารซันอะ55555555
    #541
    0
  2. #503 G_D_G_errard (@G_D_G_errard) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 16:25
    โหยยยยย คุณไรท์ อยากบอกว่ามันดีมากกกกก ติดตามผลงานอยู่นะ เอ็นดูน้องโช น้องน่ารักกกก ยิ่งตอนน้องหึงๆยั่วๆ นี่จะตายแทนอิตาซัน
    #503
    0
  3. #484 bybambi2 (@bybambi) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:06
    น่ายัก
    โชกุนน่ายักมากๆฮือ
    #484
    0
  4. #273 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:54
    ไม่อยากให้จบเลยค่ะ;___; เรารักเรื่องนี้มากจริงๆ มันเป็นความธรรมดาที่พิเศษมาก คนธรรมดาสองคนแต่มีเสน่ห์มากจนเราไปไหนไม่รอด ตกหลุมรักคู่นี้ไปเต็มๆเลย
    #273
    0
  5. #227 clickclack (@clickclack) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 08:41
    กับซันแล้วทุกอย่างมันจะโอเคเนอะโช
    #227
    0
  6. #217 from mars (@from_mars) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:23
    ชั้นนี่อยากจะเป็นลูกค้าคนนั้น!!!!
    เอาจริงๆ ถ้าดูเวลาปิดร้านป้าคงเฝ้าพระอินทร์ซุกตัวอุ่นๆ อยู่บ้าน ไม่ทันได้ออกไปชมฉากหวามใจในร้านกาแฟร้อกก หวานเกินค่ะ อิจฉา ฮาๆ
    รออ่านต่อจ้า
    #217
    0
  7. #216 kiyotaka45 (@kiyotaka45) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 18:54
    เชนตรีก็อ่านมาแล้ว และบอกตามตรงว่ากับเรื่องนี้ก็ยัง feel good แต่ยิ่งกว่าเดิม 555 ให้ความรู้สึกสว่างจริงๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ชอบและติดตามผลงานอยู่นะ สู้ๆคะ 
    #216
    0
  8. #215 tatar (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 17:34
    สนุกมากนะเรื่องนี้ รักใสๆ มีความเข้าใจ ความอบอุ่น ชอบมากๆเลยค้าบ ขอบคุณนะ
    #215
    0
  9. #214 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 17:14
    โง้ยยย อ้อนกันไปอ้อนกันมางี้ ใจเราบางมากเลยยยย อิจฉามากด้วยยย >< // แอบคิดเหมือนไรท์ตรงที่ถ้าสองคนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน โชก็คงเป็นคนขี้กลัวและคิดมากแบบนี้ต่อไป แต่พอโชมีซัน.. โชก็ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกังวล แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น คือแบบ.. อ้ากกก เหมือนเกิดมาเพื่อกันและกันงี้ ~ เราว่าในความเรียบง่าย ในความธรรมดา มันมีความอบอุ่นซ่อนอยู่นะ อบอุ่นเหมือนชื่อเรื่องเลย :)
    #214
    0
  10. #213 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 14:38
    โอ๊ยยยยยยยย พวกหนูทำให้ป้าอิจจจจจจจฉามากค่ะบอกเลย
    #213
    0
  11. #212 poommyTY (@poommyTY) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 09:17
    อ้อนกันไปอ้อนกันมา ทำไมมันน่าเอ็นดูขนาดนี้ ชอบความยั่วไม่รู้ตัวของน้องโชมาก เป็นนิยายสายฮีลลิ่งอีกเรื่องของเราเลยนะ คาแรกเตอร์ของซันโชมันกร้าวใจป้าเหลือเกินค่ะ

    เรากับเพื่อนพูดกันอยู่เสมอ ว่าพลอตนิยายไม่จำเป็นต้องหวือหวาซับซ้อน การเขียนให้น่าติดตามต่างหากที่จะสร้างความประทับใจในเรื่อง

    เรื่องนี้ก็เช่นกันค่ะ การเล่าเรื่องราวธรรมดาให้ดูมีเสน่ห์ มันคือเรื่องนี้แหละค่ะ

    ขอบคุณมากสำหรับเรื่องนี้ ดีใจที่ได้มาอ่านค่ะ

    #212
    0
  12. #211 mamieweiei (@mamieweiei) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 09:10
    โอ้ยยชอบบบ โชยั่วน่ารักมาก ซันก็กัดฟันทนไปนะ ท่องไว้1เดือนๆ55555
    #211
    0
  13. #210 manypaty (@lookymany) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 08:00
    น่ารักทั้งคู่เลย ละมุนมากคู่นี้ แต่เรื่องของซันก็แอบสะใจนิดๆ555555
    #210
    0
  14. #209 ♡ aunjai ♡ (@aumten) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 07:36
    สมน้ำหน้า สมสม 555555555 สะใจโว้ย!
    แต่หลังๆมาโชกอนอะไรไปลูก น่ารักขนาดนี้เลย แงงงงงง จะเอาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ขอไปเป็นคนรับใช้ที่บ้านได้มั้ยซัน
    #209
    0
  15. #208 UltraPP (@UltraPP) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 07:05
    น่ารักมากอะ ละมุนละไมสายไ-ุธยา งื้ออ
    #208
    0
  16. #207 alittlethink (@alittlethink) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 06:53
    คือชอบอ่านฟิคแนวนี้มาก ซึ่งมันหายากมากเลยไรท์ คือขอบคุณมากๆ อันนี้เป็นฟิคโปรดในใจเลย คือชอบแนวนี้สุดๆ หาอ่านที่สนุกก็ยาก แบบไรท์ทำออกมาได้ดีมากๆแล้วจริงๆอะ ฮือ ชอบมากๆนะไรท์
    #207
    0
  17. #206 aormanii (@aormanii) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 06:29
    ดึงซันออกมา แล้วฟัดโชกุนแทน ทำไมน่ารัก ฮื่ออออ 
    #206
    0
  18. #205 Butterfly_Angle (@Butterfly_Angle) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 02:25
    ชอบความไม่หวือหวา ไม่ต้องอะไรมาก แต่อบอุ่นสุดๆ ฮือ /ฟัดโชกุน
    #205
    0