[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 26 : หลงตะวัน : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    15 ก.ค. 60

หลงตะวัน : 7


ผมได้แต่ยืนตัวชา สมองไม่ยอมสั่งการอะไรขณะมองพราวเอื้อมมือมาดึงโทรศัพท์มือถือของตัวเองกลับไป ริมฝีปากเคลือบลิปสติกผุดยิ้มน้อยๆ คล้ายกับพอใจในปฏิกิริยาของผม ก่อนจะเอ่ยออกมา
   
“ขอโทษนะซัน” 
   
“...”
   
“ดูเหมือนเรื่องนี้พราวจะได้รับบทเป็นตัวร้ายน่ะ” ผมจ้องหน้าเธอนิ่ง นานพอจะทำให้รู้ว่าการกระทำ คำพูด และความรู้สึกของคนตรงหน้ามันต่างกัน 
   
เธอเหยียดยิ้มและใช้คำพูดร้ายกาจ แต่แววตากลับดูหม่นเศร้าและกำลังสั่นระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างอย่างสังเกตได้ 
   
“พราว” ผมถอนหายใจ ยังคงตกใจและงุนงงจนต้องเงียบไปสักพักเพื่อคิดว่าตัวเองควรจะพูดอะไร 
   
แต่ดูเหมือนมันจะยากขึ้นเมื่อในหัวมีแต่ภาพของอีกคน... ป่านนี้ไอ้ตี๋จะเป็นยังไง กำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมเห็นรูปแล้วถึงไม่ตอบอะไรกลับมา ไม่ถามสักคำว่าคืออะไร น่าจะโทรหาผม ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือโวยวายออกมาบ้างก็ยังดี... ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้
   
อยากกลับไปหาแล้ว อยากอธิบาย แต่รู้ดีว่ายังทำไม่ได้ถ้าตรงนี้ยังไม่เคลียร์
   
“ทำแบบนี้ทำไม” สุดท้ายก็ได้แต่ถามคำถามโง่ๆ ออกไปทั้งที่คำตอบมันก็ออกจะทนโท่ว่าเธอต้องการอะไร
   
เธอกำลังพยายามสร้างความเข้าใจผิดระหว่างผมกับไอ้ตี๋ ต้องการให้เราทะเลาะกัน 
   
พราวแค่นหัวเราะ ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู 

“ถือซะว่าเอาคืนกับสิ่งที่ซันทำแล้วกัน” เธอว่าพลางเปิดประตูเพื่อไล่กัน “ทีนี้ซันก็ไปได้แล้ว” 

ผมถอนหายใจ เดินออกจากห้องนอนมาโดยไม่อิดออดอะไร แต่ก็ไม่วายหันกลับไปมองร่างบางอีกครั้ง เริ่มเข้าใจว่าทำไมเธอเลือกทางแบบนี้... ซึ่งมันก็เหมาะกับคนอย่างพราวดี

บางทีการแตกหักไปเลย อาจจะทำให้สบายใจมากกว่าการถนอมน้ำใจ จนปล่อยให้อะไรมันคาราคาซังก็ได้ 

“รู้ใช่มั้ยว่าทำแบบนี้แล้วจะกลับไปเป็นเพื่อนกันไม่ได้” ผมถาม ขณะที่พราวนิ่งไป ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา

“พราวไม่ได้อยากเป็นเพื่อนซัน”

“เราจะมองหน้ากันไม่ติด ไม่สิ... ต้องบอกว่าหน้าพราว เราก็ไม่อยากจะมองด้วยซ้ำ” 

คราวนี้เธอเม้มปาก สีหน้าดูกล้ำกลืนแต่สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “อืม” 

ผมขมวดคิ้ว จ้องเธอนิ่งอีกครั้ง แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ 

“ถ้าพราวต้องการแบบนั้นก็ตามใจ” 

น่าแปลกเมื่อทบทวนกับตัวเองแล้วผมกลับพบว่าตัวเองไม่ได้เกลียดพราวอย่างที่เจ้าตัวต้องการ... ไม่ได้โกรธด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะผมเห็นด้วยกับเธอว่าผมควรได้รับบทเรียนบ้างกับสิ่งที่ตัวเองทำ

และอีกอย่าง... ผมคิดว่าผมมั่นใจ ว่ามันจะไม่เป็นไร

“แต่รู้มั้ยว่าสิ่งที่พราวทำมันไม่มีประโยชน์อะไร” 

สิ่งที่เธอทำไม่มีทางส่งผลอะไรระหว่างเรา
   
“ต่อให้รูปนั้นทำให้เราถูกเข้าใจผิดจริง เราก็จะผ่านไปได้” 
   
ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนเหมือนกัน แค่รู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่...

“ถ้าเป็นโช... ยังไงก็เข้าใจ”

“...”

“ถ้าเป็นโชกุน ต้องรู้แน่ ว่าเราไม่ได้มีใคร”

“...”

“มันมีเหตุผลอีกเป็นร้อยเป็นพันเลยที่จะทำให้เรากับโชเลิกกัน... แต่ไม่ใช่การนอกใจ” 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดทั้งหมดนั่นออกไปด้วยสีหน้าแบบไหน ถึงได้ทำให้พราวนิ่งไป ก่อนที่สุดท้ายเธอจะหัวเราะออกมา

“ซันนี่... น่ารักจริงๆ” 






จากที่คิดว่าจะยืมรถพราวกลับหอ สุดท้ายผมก็ต้องเปลี่ยนใจโทรเรียกเพื่อนมา โชคดีที่พวกมันยังไม่กลับถึงได้แวะมารับผมได้โดยไม่เสียเวลา พวกมันสงสัยน่าดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้บอกอะไร ตลอดทางเอาแต่จ้องโทรศัพท์มือถือตัวเอง มองเบอร์ที่ไม่กล้าโทรออก สลับกับหน้าจอแชทที่ไม่กล้าพิมพ์อะไรออกไปอยู่อย่างนั้นด้วยความร้อนใจ

คำแก้ตัวมากมายผุดขึ้นมาในสมอง แต่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มยังไง ถ้าผมแสดงออกไปตอนนี้ก็เหมือนร้อนตัว รู้ว่าต้องรอคุยกันตอนเจอหน้าถึงจะเข้าใจ แต่ตอนนี้นี้อึดอัดชิบหายเลย

“ไอ้เหี้ยซัน มึงดูเครียดมาก ไม่เป็นไรแน่นะ” น้ำเสียงแสดงความห่วงใยดังขึ้นมาจากคนขับ

“ไม่เป็นไร” ผมตอบ ไม่ได้บอกอะไรมากกว่านั้น ขณะเงยหน้าขึ้นมองถนน สลับกับโทรศัพท์ตัวเองอีกครั้ง 
อย่างที่บอกว่าเห็นพวกมันใกล้สร่างเมากันหมดแล้วผมถึงยอมโยนกุญแจรถให้ และตอนนี้ผมก็ไม่ได้ทำหน้าที่ขับรถ เพราะถึงจะไม่ได้ดื่ม แต่ตอนนี้ผมไม่มีสมาธิพอที่จะโฟกัสกับถนนตรงหน้าแน่นอน โชคดีที่ถนนมันโล่งมากจึงทำให้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีรถก็เลี้ยวเข้ามาตรงทางเข้าหอจนได้

“กูไปก่อนนะ ขับรถดีๆ” ผมแทบจะกระโดดลงจากรถทันทีทั้งที่ยังจอดไม่สนิท บอกลาพอเป็นพิธีแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าหอมา

สมองผมกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อพยายามหาคำอธิบาย... ก่อนหน้านี้ยังทำเป็นปากดีว่าไอ้ตี๋จะต้องเข้าใจอยู่เลย แต่ตอนนี้แม้แต่ประโยคเริ่มเรื่องผมยังคิดไม่ได้

ถ้ามันโกรธจะทำยังไง ถ้าโดนโวยวายใส่จะต้องพูดอะไร หรือถ้ามันร้องไห้...

บ้าเอ๊ย ห้ามร้องไห้เชียว

อะไรก็ได้ แต่อย่าร้อง ผมเคยสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ทำให้มันเสียใจ และผมไม่อยากผิดสัญญาไวขนาดนี้

ยิ่งคิดผมก็ยิ่งร้อนใจ รีบสาวเท้าไปจนถึงหน้าห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะไขประตูเข้าไป ตอนแรกคิดว่าจะถูกล็อกจากข้างในอีกชั้นเสียอีก แต่ผิดคาดที่ผมกลับเปิดประตูเข้ามาอย่างง่ายดาย 

และยิ่งผิดคาดไปกันใหญ่ เมื่อเข้ามาจนถึงห้องนอนกลับพบว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน

“โช...” แต่ยังไม่ทันจะได้มองหา คนที่คิดว่าควรจะอยู่บนเตียงกลับเดินออกมาจากอีกทาง

คนตัวเล็กเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ในสภาพเพิ่งอาบน้ำมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่ที่เอว ร่างกายผอมบางและเส้นผมหนาที่ถูกผ้าขนหนูผืนเล็กคลุมอยู่มีหยดน้ำเกาะพราว 

แล้วอยู่ๆ คำพูดที่เคยอยู่ในหัวก็หายไป ผมได้แต่ยืนนิ่ง รอดูปฏิกิริยาของอีกคน คิดไปต่างๆ นานาว่ามันจะพูดถึงเรื่องนั้นยังไง และผมควรจะแก้ตัวยังไง ในขณะที่เจ้าของดวงตาเรียวกำลังไล่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า หยุดอยู่ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งแถวอกซ้ายสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกครั้งแล้วยิ้มบางๆ

“กลับมาแล้วเหรอครับ”

“...” ผมชะงัก นั่นไม่ใช่คำถามที่คิดว่าจะได้ยิน

ไม่โวยวาย ไร้ปฏิกิริยาที่บ่งบอกว่ากำลังโกรธขึ้งใดๆ... แต่ก็ใช่ว่าผมจะมองไม่ออกว่าในแววตามีอะไรบางอย่างที่ปิดบังไว้

“ซันนอนก่อนก็ได้นะ ผมขอเช็ดผมก่อน” ว่าพลางเบือนหน้าหนี เดินเลี่ยงผมเข้าไปในห้องนอนเพื่อใส่เสื้อผ้า

ผมยังคงยืนอยู่หน้าประตู มองเจ้าของแผ่นหลังบอบบางที่กำลังค้นตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงผ้ากับเสื้อยืดตัวโคร่งเพราะเป็นของผมขึ้นมาใส่ ก่อนจะถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กไว้จากด้านหลัง

“ซัน?” 

นึกไปถึงคราวก่อนที่เราความคิดเห็นไม่ตรงกัน เรื่องสายตาของคนภายนอกที่ทำให้เราปั้นปึ่งใส่กัน แล้วก็เข้าใจว่าทำไมไอ้ตี๋ถึงทำแบบนี้...

เพราะไม่อยากชวนทะเลาะ ไม่อยากผิดใจกัน ถึงได้ทำเป็นปิดหูปิดตาสินะ

บ้าชะมัด

“ทำไมไม่พูดอะไรสักคำ” ผมพึมพำ ซุกหน้าลงกับไหล่บางพลางรัดอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม “แล้วแบบนี้จะอธิบายได้ยังไง”
คำพูดมากมายในหัวที่ผมเตรียมไว้ กลายเป็นหมดความหมายไปหมดเมื่อมันไม่ยอมถามอะไร คนในอ้อมกอดเงียบไปนาน ก่อนจะเอียงหน้ากลับมาถาม “หมายถึงอะไรครับ” 

ยังจะมาทำไขสืออีก น่าตีชิบ

ผมถอนหายใจหนักๆ อีกครั้ง ก่อนจะผละอ้อมกอดออก จับคนตัวเล็กให้หมุนกลับมาเผชิญหน้า

“เรื่องพราว” คราวนี้ไอ้ตี๋เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีที่ผมเป็นฝ่ายพูดออกไปเอง “เค้าส่งรูปมาให้ใช่มั้ย” 

คนตรงหน้ากะพริบตาปริบๆ มองผมนิ่งสักพักก่อนจะเริ่มขมวดคิ้ว “รู้ด้วยเหรอครับ”

“อืม” ผมตอบ ก่อนจะทำสีหน้ากระเง้ากระงอดใส่ “ทำไมเห็นแล้วถึงไม่ว่าอะไรเลย”

“ผม...” เว้นวรรคไปสักพัก ก่อนจะถอนหายใจพลางเดินไปนั่งบนเตียงแล้วเงยหน้ามองผมด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ “ผมไม่รู้จะพูดอะไร”

ก่อนที่แววตาจะเริ่มสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผมคิดไว้
   
“ผมกลัว...” แล้วสุดท้ายก็สารภาพสิ่งที่คิดออกมาตามตรง “ถ้ามันมีอะไรมากกว่ารูปที่ส่งมาจะทำยังไง” 

“โช” ผมเรียก ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ จับใบหน้าให้หันมาสบตาแล้วมองด้วยสีหน้าจริงจัง “มันไม่มีอะไร”

“แล้วไปหาเธอทำไมครับ” คนตัวเล็กขมวดคิ้ว มองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ

“ไม่ได้ไปหา แค่บังเอิญเจอกัน”

ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ดูสับสนจนผมขมวดคิ้วตาม “แต่เธอบอกว่าซันไปหา”

“ฮะ?” ผมขมวดคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ ออกมาอีกครั้ง จับไหล่บางให้หันมามองหน้ากันตรงๆ เพื่ออธิบาย “ไม่ได้ไปหา แค่บังเอิญเจอกันจริงๆ” ย้ำคำพูดเดิมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม

“พราวเมา ก็เลยขับรถไปส่งที่ห้อง แค่นั้นเอง” 

“ต้องเข้าไปถึงห้องนอนเลยเหรอครับ” 

“แค่ไปเอานาฬิกา นี่ไง” ผมชูนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นมา ไอ้ตี๋มองตาม แต่สีหน้าไม่บ่งบอกอะไร 

ผมได้แต่โอดครวญอยู่ในใจ เพราะไม่รู้จะทำยังไงคนตรงหน้าถึงจะเข้าใจ ยิ่งมันนิ่งแบบนี้ผมยิ่งเดาใจไม่ได้ว่ากำลังคิดอะไร กลัวว่ามันจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ 

“โช กำลังคิดอะไรอยู่ บอกได้มั้ย” สุดท้ายผมก็ทนความอึดอัดไม่ไหว เว้าวอนออกมาตรงๆ 

“เชื่อที่พูดบ้างมั้ย กำลังโกรธอยู่หรือเปล่า ช่วยบอกที” ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม พลางยกมือขึ้นมาสางผมเปียกๆ ที่ลู่ลงมาปรกหน้าออกไป ก่อนจะกดจูบหนักๆ ลงไปบนหน้าผากใส

“อย่าเก็บไว้ในใจ” กระซิบเบาๆ แล้วก้มหน้าลงมาสบตาอีกครั้ง “ซันไม่อยากให้โชระแวง”

ถ้าต้องคบกันโดยที่อีกฝ่ายอยู่ในความไม่เชื่อใจ ไม่สบายใจ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะคบกัน 

ไอ้ตี๋ขมวดคิ้วมองผม เม้มปากท่าทางเหมือนกำลังไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็ยอมพูดออกมา “ผมถามได้มั้ยครับ”

ผมเลยยิ้มบางๆ พลางพยักหน้า 

“ซันคบกับผมเพื่อประชดใครหรือเปล่า” 
   
“หมายความว่าไง?” 
   
ไอ้ตี๋ชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจ “ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าซันนอนกับเธอเพื่อประชดแฟนเก่า ให้ผมระวังไว้”
   
“หา?”
   
“จริงหรือเปล่าครับ” 
   
ผมขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ตอนพราวเอาไลน์ให้ดูไม่มีข้อความพวกนี้ หมายความว่าเธอเพิ่งส่งมาทีหลังงั้นเหรอ 
   
ให้ตาย ร้ายชะมัด 

นี่กะจะทำให้มองหน้ากันไม่ติดจริงๆ เลยใช่มั้ย 
   
“ไม่จริง” แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอธิบาย “กับพราวมันเป็นแบบนั้น... แต่ตอนนี้ไม่ใช่” 
   
รู้เลยว่ากรรมตามสนองมันเป็นยังไง เคยใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือ แล้วตอนนี้ก็กำลังถูกเล่นงานด้วยการใช้ความรู้สึกเหมือนกัน
   
“เรื่องวีมันจบไปแล้ว จบไปตั้งนานแล้ว” ผมยืนยันในสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้อีกครั้ง “เรื่องพราวก็เหมือนกัน ตอนนี้มันจบแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครแล้วทั้งนั้น” พูดอย่างจริงจังเพื่อให้มั่นใจ แทบจะอ้อนวอนด้วยซ้ำ เพราะถ้ามันไม่เชื่อ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว 

ลุ้นจนเผลอกลั้นหายใจ เมื่อมันมองหน้าผมนิ่ง แววตายากจะอธิบาย ก่อนที่สุดท้ายจะถอนหายใจเบาๆ พลางจ้องผมกลับด้วยสายตาจริงจังไม่แพ้กัน

“ซัน... ขอโทษนะที่ผมไม่มั่นใจ” ดวงตาเรียวคล้ายจะปะปนด้วยความรู้สึกผิดและตัดพ้อในคราเดียว “ผมควรจะเชื่อใจซันมากกว่านี้ แต่ว่า มันก็อดสงสัยไม่ได้” 
   
“ไม่เป็นไร” ผมหลุดหัวเราะ เมื่อดูเหมือนอะไรๆ จะเริ่มคลี่คลาย ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีแล้วที่มันยอมฟัง  

“สงสัยอะไรก็ถาม โอเคมั้ย” ผมบอกพลางจับผ้าขนหนูคลุมหัวเปียกๆ แล้วเช็ดให้เบาๆ

ผมไม่อยากให้เราเลิกกัน เพราะงั้นถ้าความเข้าใจผิดครั้งนี้ทำให้ความเชื่อใจลดลงจริง สิ่งที่ผมทำได้ก็คงมีแค่พยายามสร้างมันขึ้นมาใหม่เท่านั้น... แต่บอกแล้วไงว่าผมโชคดีที่ไหนที่คนข้างๆ เป็นไอ้ตี๋

คนที่พร้อมจะเข้าใจผม ไม่ว่าจะเรื่องอะไร
   
“โอเคครับ” หลุดยิ้มกว้างกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กพยักหน้าอย่างว่าง่าย แต่ไม่นานก็ตีหน้ามุ่ย ยื่นมือออกมาตรงหน้าผม “งั้น... ผมเช็กโทรศัพท์ได้มั้ย”
   
ผมหัวเราะอีกรอบ ก่อนจะควักโทรศัพท์ออกมาปลดล็อกแล้วส่งให้ทันทีด้วยความบริสุทธิ์ใจ  
   
ไอ้ตี๋เลิกคิ้วมองหน้าผมอย่างชั่งใจนิดหน่อย แต่ก็หยิบโทรศัพท์ แล้วขยับไปนั่งพิงหัวเตียงสวมบทบาทแฟนขี้หึงที่กำลังแอบเช็กโทรศัพท์แฟน ผมหัวเราะอย่างเอ็นดู ก่อนจะขยับตามไปนั่งข้างๆ ลอบอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักขณะที่มันกำลังเคร่งเครียดกับการเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ 
   
ผมยืดตัวเกยคางลงบนหัวคนที่เอนร่างลงมาพิงบนตัวผมอย่างสบาย มือสองข้างเช็ดผมให้เจ้าตัวที่ดูเหมือนว่าจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเพิ่งสระผมมา มองหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองก็พบว่าถูกกดเข้าแอพลิเคชั่นไลน์เป็นอย่างแรก เพราะมันรู้ว่าเป็นช่องทางที่ผมใช้ติดต่อใครต่อใครมากกว่าแอพอื่นๆ นิ้วเรียวเลื่อนผ่านแชทล่าสุดที่ส่วนใหญ่เป็นไลน์กลุ่มที่ผมไม่ได้สนใจจนขึ้นแจ้งเตือนรวมกันเป็นร้อยๆ ข้อความ
   
เดาได้ไม่ยากว่าไอ้ตี๋คงกำลังเลื่อนหาแชทของผมกับพราว แต่มันตกลงไปไกลทีเดียว เพราะอย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ติดต่อกันมานาน
   
“อันนี้เหรอครับ” แต่พอค้นเจอดันหันกลับมาถามกันด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ
   
เป็นการเช็กโทรศัพท์ที่โคตรจะไม่มีความน่ากลัว นี่ถ้าผมคุยกับคนอื่นจริงแล้วลบแชทก็รอดตัวแล้วไม่ใช่หรือไงวะ 
   
เจ้าของใบหน้าใสก้มหน้าก้มตาเลื่อนโทรศัพท์ผมอีกครั้งเมื่อผมพยักหน้า ในขณะที่ผมเปลี่ยนมาเกยคางบนไหล่ หยุดเช็ดผมแล้วใช้แขนสองข้างลงมากอดเอวบางไว้แทน  
   
“ไม่น่าดูเลยอ่ะ” เลื่อนอ่านข้อความในแชทได้ไม่น่าก็กดออก วางโทรศัพท์แล้วหันมาตีหน้าบึ้งใส่กัน “ทำไมมีแต่ข้อความชวนไปที่ห้องล่ะครับ”
   
ผมชะงัก เพราะไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าคุยกับพราวแต่เรื่องทำนองนั้น
   
“นอนด้วยกัน... บ่อยเหรอครับ” พอเห็นผมไม่พูดอะไร ไอ้ตี๋ก็เอียงตัวกลับมา เอ่ยถามเสียงเบา 
   
“อืม” ผมตอบตามตรง รู้ว่ามันจะทำให้ฝ่ายหญิงดูไม่ดี แต่ตอนนี้ผมไม่อยากจะสนใจใครแล้ว นอกจากคนตรงหน้า ถ้าไม่ยอมรับความจริง ก็กลัวว่าจะยิ่งทำลายความเชื่อใจ
   
“คิดอะไรกับเธอหรือเปล่าครับ” พอผมยอมรับ ไอ้ตี๋กลับยิ่งตีหน้ามุ่ยกว่าเดิม 
   
“ไม่ได้คิด” 
   
“ไม่หวั่นไหวเลยเหรอครับ” คราวนี้ผมหัวเราะ ยกตัวคนตัวเล็กให้หมุนกลับมาเผชิญหน้าทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตัก
   
“ไม่เลยสักนิด”  

ผมกับพราวตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราจะไม่มีเรื่องหัวใจมาเกี่ยวข้อง และต้องยอมรับตามตรงว่าผมเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มีเซ็กซ์กับคนที่ไม่ได้รักได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร 

“แต่ก็ยังนอนกับเธอ” แต่คนตรงหน้ากลับหงอยลงจนผมต้องรีบอธิบาย
   
“เซ็กซ์ไม่ได้แปลว่ารัก” 

กับพราวยิ่งไม่ใช่... ต่อให้เรานอนด้วยกันบ่อยแค่ไหน แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่ได้รักเธอ

“แต่ซันรักผมหลังจากเรามีเซ็กซ์กัน” 

“ไม่ใช่” ผมตอบทันควันเมื่อไอ้ตี๋สรุปความแบบนั้น 

“ไม่ใช่เพิ่งรัก แต่เพิ่งรู้ว่ารัก... มันไม่เหมือนกัน” ผมขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง 

จริงอยู่ที่ผมกับพราวเราต่างก็พึงพอใจทั้งสองฝ่าย แต่มันก็เป็นเพียงความสุขชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น... แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไอ้ตี๋

ความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้ว่าการมีอะไรกับคนที่รัก มันมีค่าที่มากกว่าความสุขชั่วคราวเหล่านั้นอย่างเทียบไม่ได้

“ถ้างั้น... พิสูจน์ได้มั้ยครับ” นิ่งไปสักพักกว่าจะเอ่ยออกมา 

“หือ?” ผมได้แต่เลิกคิ้วงุนงงขณะที่มือบางยกขึ้นมาแตะใบหน้าผมแล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปมา พลางอธิบาย

“พิสูจน์ว่ามันไม่เหมือนกัน”

“...”

“พิสูจน์คำพูดตัวเอง ว่าซันรักผมโดยไม่มีเซ็กซ์มาเกี่ยวข้องได้จริงๆ” เสียงกระซิบแผ่วดังชัดเจนเมื่อเจ้าของใบหน้าใสเคลื่อนมาจนหน้าผากแตะกัน ดวงตาเรียว จ้องเข้ามาในดวงตาผมราวกับกำลังท้าทาย “สักเดือนนึงก็พอ” 

“...”

“ทำได้มั้ยครับ” 

ให้ตาย... ทำไมอยู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในหลุมที่โคตรจะอันตรายยังไงก็ไม่รู้วะ

“ได้” 

แต่ถึงจะรู้ว่ามันอันตราย ผมก็เหมือนถูกมัดมือมัดเท้าไว้ จนทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมจำนน    

“หึ” ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะกัดลงมาเบาๆ ที่ปลายจมูกผมคล้ายจะบอกว่าคำตอบผมเป็นที่พอใจ “น่ารักมากครับ” 

เอ่ยชมเสร็จก็ผละออกไป ไล่สายตาทั่วใบหน้าผม ก่อนจะหยุดลงตรงอกซ้าย... ตำแหน่งเดิมที่ดวงตาเรียวหยุดไว้ตอนที่ผมเดินเข้าห้องมา

แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วล่ะว่าคนตรงหน้ามองอะไร เมื่อสังเกตเห็นรอยลิปสติกจางๆ ที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว

“เค้ากอดซันใช่มั้ย” กลับมาขมวดคิ้วอีกครั้ง พลางยกนิ้วขึ้นมาลูบรอยนั้นไปมาราวกับพยายามจะทำให้มันหลุดออกไป 
แต่แน่ล่ะว่ามันไม่ได้หลุดง่ายๆ ใบหน้าใสจึงยิ่งย่นคิ้วอย่างขัดใจ ก่อนที่นิ้วเรียวจะเปลี่ยนจากพยายามเช็ดเป็นแกะกระดุมเสื้อผมออกแทน ผมหัวเราะเบาๆ ยอมให้คนตัวเล็กกระทำกับร่างกายตัวเองตามใจ ไม่กี่วินาทีต่อมาเสื้อเชิ้ตสีขาวก็ถูกถอดโยนทิ้งไปที่พื้นข้างเตียง

“ทำอย่างอื่นอีกหรือเปล่า” พอจัดการกับรอยที่ไม่อยากเห็นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาถาม

ผมส่ายหน้า แกล้งตีหน้ามุ่ยบ้าง “ใครจะกล้า” 

“ดีแล้วครับ” ริมฝีปากบางจึงคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะขมวดคิ้วอีกครั้ง สีหน้าเหมือนกำลังมีเรื่องยุ่งยากใจ

“ทำยังไงดี” ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนเสื้อตัวโคร่งเสียดสีกับหน้าท้องผมเบาๆ ขณะซบหน้าลงกับไหล่ผมแล้วเอ่ยพึมพำ “แบบนี้เรียกว่าหึงใช่มั้ยครับ” ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ใช้คลุมหัวไว้ร่วงไปตั้งนานแล้ว ทำให้ผมชื้นๆ สัมผัสกับคอของผมโดยตรง 

แทนที่จะรู้สึกรำคาญ กลิ่นแชมพูที่ผมชอบ กลับปลุกปั่นความรู้สึกอื่นขึ้นมาแทน 

นี่มัน... ยั่วกันชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง

แต่เพราะข้อตกลงที่เพิ่งลั่นวาจาออกไป ทำให้ผมต้องห้ามใจไม่ให้ตัวเองทำอะไรมากกว่าการฝังจูบลงบนขมับ และพยายามข่มอารมณ์

ชิบหาย... ผมถอนคำพูดตอนนี้ทันมั้ย ตั้งเดือนนึงใครจะไปทนได้วะ

“ผมเคยคิดว่าการหึงมันเป็นเรื่องงี่เง่า” แต่ดูเหมือนจะยังไม่สาแก่ใจ เจ้าของลมหายใจร้อนๆ จึงเลื่อนใบหน้าขึ้นไปกระซิบ พลางกัดใบหูผมเบาๆ  

ผมเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ แต่ไม่นานก็หลุดหัวเราะ เหลือเชื่อกับสิ่งที่มันทำ แต่ไม่คิดจะต่อว่าอะไร ปล่อยให้ฟันซุกซนขบกัดเนื้อหนังตัวเองจนกว่าจะพอใจ มือข้างหนึ่งโอบรัดเอวบางแนบร่างไว้ ในขณะที่อีกข้างแทรกอยู่ในกลุ่มผมชื้น ลูบไปมาอย่างเอ็นดู

“แต่ตอนนี้ผมกำลังงี่เง่า...” เสียงทุ้มหวานยังคงเอ่ยความรู้สึกตัวเองออกมาตรงๆ ขณะที่สัมผัสของฟันคมๆ เลื่อนลงมาที่สันกราม 

“งี่เง่ามากๆ”  ไล่ลงไปที่ลำคอ...

“ผมหวงนะ”   ลามไปที่หัวไหล่เปลือยเปล่า พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ 

“ดังนั้นขอเลย...” เว้นวรรคไปพักหนึ่งก่อนที่ลมหายใจร้อนๆ จะลากต่ำลงไป พร้อมกับริมฝีปากที่หยุดลงตรงอกซ้าย...

ตำแหน่งเดียวกับที่มีรอยลิปสติกฝังไว้บนเสื้อที่ผมเคยใส่... 

“อย่าให้ใครมาฝากรอยลิปสติกไว้แบบนี้อีกเชียว” 

แล้วจัดการทดแทนมันด้วยรอยฟันของตัวเอง ที่ขบกัดลงมาบนผิวเนื้อของผม... จนขึ้นสีชัดเจน
   


--------------------------------------------------------------------------
ร้ายกว่าพราวก็ตี๋นี่แหละ -..- 
ถ้าจะงี่เง่าแล้วน่ารักขนาดนี้ เป็นซันจะยอมให้งี่เง่าด้วยตลอดชีวิตเลยค่ะ  
จากตอนที่แล้วมีใครเตรียมทิชชู่ไว้บ้างมั้ย? ไม่ต้องทิ้งเนอะ ไม่ได้เช็ดน้ำตาก็เช็ดกำเดาแทน 5555

จริงๆ ปมเรื่องนี้มีเเค่ความรู้สึกของตี๋อย่างเดียวเลย 
ทุกวันนี้เหมือนซันกำลังทำคะแนน สร้างความเชื่อใจเติมลงไปในหัวใจที่มีแต่ความหวาดกลัว ความไม่มั่นใจของตี๋
ไม่รู้ว่าตอนนี้เติมได้มากแค่ไหนแล้ว แต่คงใกล้เต็มเต็มทีแล้วล่ะ 5555

ฝาก #ซันโช ด้วยน้า 
ใกล้จบเต็มทีแล้วค่ะ ^^


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #557 snk_onge (@ongnielisreal) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 11:29
    โชกุนลูก ซันไหวไหมมมมมมม
    #557
    0
  2. #540 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:21
    งุ้ยยยยย โช ยั่วสุดดดดด
    #540
    0
  3. #499 mmamaexx (@metalx) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 17:01
    โชชลูกกก ทำไมหนูมันร้ายและน่ารักแบบนี้อะ
    #499
    0
  4. #492 liarguy (@liarguy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 17:53
    น้องโช~ ทำแบบนี้ซันจะทนไหวได้ยังไงตั้งเดือนนึง
    #492
    0
  5. #473 ppppjih (@ppppjih) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 16:53
    กรี๊ดดดดดน้องโชทำไมยั่ววว!! ซัน! ฮึบไว้ซัน!5555
    #473
    0
  6. #447 Mtttt (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 19:06
    ฮื่อออชอบตี๋ตอนงี่เง่า
    #447
    0
  7. #409 สีน้ำ (@re-turn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:18
    ท่องไว่ซันกนึ่งเดือนๆ
    #409
    0
  8. #385 YammyKiD. (@Yamikid) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 16:50
    มือหงิกมืองอเลยค่ะแงงงงงงง
    #385
    0
  9. #283 Pandan_s (@Pandan_s) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:51
    ยัยพราวร้ายยยย
    ซันเอ๋ยยยย ขันทีๆๆๆๆ
    #283
    0
  10. #272 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:44
    โอ๊ยยยย โชเป็นคนที่งี่เง่าได้น่ารักที่สุดในโลกเลย;___; จริงอย่างที่ซันว่า ซันกับโชไม่มีทางเลิกกันเพราะมือที่สามแน่ๆ ทั้งสองคนพร้อมที่จะเชื่อใจกัน บริสุทธิ์ใจต่อกัน มีไรก็พูดก็เคลียร์ตรงๆไม่เก็บไว้ ฮือออ คู่รักตัวอย่างมากๆเลยอ่ะแกกกก
    #272
    0
  11. #204 poommyTY (@poommyTY) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 13:55
    ชอบความเข้าใจกันของสองคนนี้อะ
    มีอะไรพูด สงสัยอะไรให้ถาม ดีจังเลย

    และน้องโชลูกกก ห้ามเค้าแล้วอย่ายั่วเค้าลูกกก เดี๋ยวครบเดือน พี่ซันจะขัดหนักนะลูกกกกกกกก

    พราว เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่ทำอะไรเพื่อความสะใจอะ มีสติมากขึ้นคงจะดีนะพราว

    ไม่รู้นักเขียนจะได้อ่านคอมเม้นท์เรามั้ย
    คือเราเพิ่งมาตามอ่านนะ แต่ชอบมากเลยนะ ชอบมากๆ ทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่องนี้

    เราอ่านเชนตรีมาก่อน ตอนนั้นเราก็ชอบแล้ว แต่มาเรื่องนี้ สัมผัสได้เลย ว่านักเขียนเขียนได้ดีขึ้น ภาษาที่ใช้ การบรรยาย การคุมบรรยากาศในเรื่อง มันดี มันอิน มันใช่ การเรียบเรียง การดึงอารมณ์ ดีขึ้นมากๆเลย

    รออ่านตอนต่อๆไปนะคะ เลิฟฟฟฟฟ


    #204
    0
  12. #201 สายดอง (@PLOY_MB) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 07:02
    เดือนหนึ่งนี่แนะนำให้ซันไปบวช เพราะถ้าตี๋ยังยั่วแรงเบอร์นี้ได้สติแตกก่อนเดือนหนึ่งแน่ๆ 555
    #201
    0
  13. #200 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 18:16
    โชน่ารักมากกกกกกกกก หึงและหวงได้น่ารักมากกกกกกก >< // ซันเอ๋ยยย จำศีลไปเลยลูก 1 เดือน 5555
    #200
    0
  14. #199 mamieweiei (@mamieweiei) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:43
    โชไม่เบานะคะเนี่ย555 แอบสงสารซัน จำศีล1เดือนไปคะ6555
    #199
    0
  15. #198 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:38
    ตี๋ยั่วได้น่ารักมากกกกก ไม่ใช่ซิต้องบอกว่าหึงและหวงได้น่ารักมากกกกกซินะถึงจะถูก
    #198
    0
  16. #197 wormploy (@ploy_cha) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:31
    ตี๋น่ารักมากแงงงงงงง
    #197
    0
  17. #196 UltraPP (@UltraPP) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:05
    วั้ยหนึ่งเดือนเองหรอ สักปีมั้ยซัน สงสารจุง ฮ่าๆ
    #196
    0
  18. #195 ♡ aunjai ♡ (@aumten) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:50
    ไม่อยากให้จบเลยค่าาาา
    โอเค รักไรท์เหมือนเดิมแล้ว
    สมน้ำหน้าซันมากๆ
    ไงหละอบอกให้โชพูดตรงๆ เป็นไงหละะะะ
    หนึ่งเดือนสามสิบวันสามร้อยกว่าชมเองงงงงง!
    #195
    0