[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 25 : หลงตะวัน : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    13 ก.ค. 60

หลงตะวัน : 6

   
แล้วพวกมันก็มาจริงๆ ครับ 

“น่ารัก” 

“มาคราวก่อนน่ารักขนาดนี้มั้ยวะ” เพื่อนสี่ตัวของผมยืนบ่นพึมพำมองหน้ากันเลิ่กลั่กอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ในขณะที่ไอ้ตี๋ที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่ขยับแว่นท่าทางอึกอัก มองหน้าผมอย่างงุนงงที่อยู่ๆ ผมก็หอบเพื่อนมา

ตั้งใจจะพามาที่ไหน วันนี้ผมเข้าคณะไปตรวจความคืบหน้าโปรเจ็กต์พร้อมกับหาข้อมูลเพิ่มเติมตามปกติ แต่ตอนจะออกมาดันเจอพวกมันดักรออยู่ที่รถ แถมถือวิสาสะยัดกันเข้ารถผมทันทีพร้อมกับบังคับให้พามาที่ร้านโดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆ

พวกเพื่อนเวร ดูดิ๊ ไอ้ตี๋มันตกใจหมด

“จะแดกอะไร” ผมถอนหายใจ เดินเข้าไปวางกระเป๋าแล้วมายืนหน้าแคชเชียร์แทน วันนี้เป็นเวรไอ้นาย แต่มันไลน์มาบอกตั้งแต่เมื่อเย็นแล้วว่าจะเข้าสาย ตอนนี้หลังเคาน์เตอร์ถึงได้มีไอ้ตี๋คนเดียว

“กูไม่อยากสั่งกับมึงอ่ะ” เพื่อนผมพากันเบ้ปากใส่ ก่อนจะเมินคำถามแล้วหันไปสนใจคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมแทน

“ที่ร้านอะไรอร่อยบ้างอ่ะครับ” พอมีคนหนึ่งเปิดปากแซวพวกที่เหลือก็แห่แซวตามทันที

“เอาแบบที่กินแล้วติดใจจนอยากมาทุกวันแบบไอ้ซันเลยอ่ะ”

“ไอ้โง่! ไอ้เหี้ยซันมันติดใจกาแฟที่ไหน มันติดใจคนชง”

“ยังงี้ไม่เรียกติดแล้ว เรียกเป็นทาส”

“หว่ายยย”  

ไอ้พวกเหี้ย!

ผมกำลังจะตะโกนด่าออกไปแล้ว ถ้าไม่ติดที่ว่าคนข้างตัวเอื้อมมือมากำชายเสื้อผมไว้ทำให้ต้องหุบปากฉับ หันไปมองก็เห็นเจ้าของดวงตาเรียวกำลังกะพริบตาปริบๆ มองผมงงๆ ปนตกใจ 

“ซัน?” 

พอได้ยินไอ้ตี๋เรียกชื่อผมเท่านั้นแหละ พวกเพื่อนชั่วของผมก็เปิดปากปล่อยหมาออกมาอีกรอบ

“โห มึงทนได้ไงเนี่ย”

“แค่เรียกชื่อเฉยๆ ทำไมมันดูอ้อนจังวะ” 

“น่ารักเหี้ยๆ”

“เป็นกูก็หลงอ่ะ”

“สรุปเอาน้ำล้างตีนสี่ที่นะครับคุณลูกค้า” ผมประชดก่อนจะเจ้ากี้เจ้าการสั่งน้ำให้พวกมันเหมือนๆ กันโดยไม่รอคำตอบให้เสียเวลา รู้แล้วว่าจุดประสงค์พวกแม่งไม่ได้อยู่ที่กาแฟเลยสักนิดเดียว 

“ไปนั่งรอไป๊ เกะกะ” ผมโบกมือไล่อย่างรำคาญ พวกมันทำเป็นเบ้ปากใส่ ก่อนจะหันไปยิ้มแซวไอ้ตี๋อีกรอบกว่าจะยอมเดินไปนั่งโต๊ะใหญ่ที่ว่างอยู่ ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วหันมาหาไอ้ตี๋ที่มองอยู่ก่อนพอดี มือยังกำอยู่ที่ชายเสื้อผมสีหน้าดูลำบากใจ 

ผมว่าผมรู้นะว่าเรื่องที่มันกำลังกังวลคืออะไร เลยยิ้มออกมาบางๆ พลางดึงมือที่จับอยู่ที่ชายเสื้อมากุมไว้ในขณะที่อีกข้างยกขึ้นมาลูบหัวคนตัวเล็กกว่าเบาๆ

“ตกใจอ่ะดิ” ผมเลิกคิ้วถามล้อเลียน แต่คนตรงหน้ากลับขมวดคิ้ว ยังไม่คลายความกังวล

“เพื่อนซันรู้แล้ว?” 

“อือ” พยักหน้าพลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยระหว่างคิ้วที่ย่นเข้าหากันให้คลายลง
   
“ไม่เป็นไรเหรอครับ” เจ้าตัวคงรู้ว่าเผลอทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก ถึงได้ยอมคลายคิ้วที่ขมวดแต่ยังไม่วายเอ่ยคำถามด้วยความไม่แน่ใจ
   
“เป็นดิ...” แกล้งตอบ ก่อนจะหลุดหัวเราะเมื่อเห็นเจ้าของดวงตาเรียวเบิกตากว้าง มองผมอย่างตกใจระคนเป็นห่วงอย่างชัดเจน “มีแต่เพื่อนปากหมาอ่ะ เป็นห่วงแฟน”
   
“...”
   
“เนี่ย โดนแซวนิดเดียวก็หน้าแดงเป็นลูกเชอร์รี่แล้ว” ว่าพลางเลื่อนมือลงมาบีบแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อตั้งแต่เมื่อกี้แรงๆ “ถ้าโดนมากกว่านี้ไม่เขินจนแก้มระเบิดเลยหรือไง” 
   
ถ้าอยู่ในห้องแค่สองคนคงจะฟัดให้หายมันเขี้ยวสักที แต่นี่อยู่ร้าน ถึงตอนนี้ลูกค้าจะไม่เยอะก็เหอะ แต่ก็ต้องท่องนโมพุทโธห้ามใจไว้ ยิ่งมีไอ้พวกเพื่อนเวรนั่งมองอยู่ยิ่งอันตราย ขืนโชว์หวานต่อหน้ามีหวังโดนแซวไปอีกร้อยปี
   
“เลิกพูด แล้วไปชงกาแฟเถอะครับ” แต่จะทนไม่ได้ก็เพราะคนตรงหน้าทำเป็นตีหน้าเอือมใส่ แต่สุดท้ายก็หลุดยิ้มเขินออกมาแบบน่ารักชิบหายนี่แหละ
   
แม่งเอ๊ย ถ้าจับจูบตอนนี้ แล้วโดนแซวร้อยปีจริงๆ ก็คุ้มไม่ใช่เหรอวะ

   




“ตกลงคืนนี้มึงไปกับพวกกูนะ” ยืนเป็นเพื่อนไอ้ตี๋เฝ้าเคาน์เตอร์ได้ไม่นาน ไอ้นายก็มาทำงาน ผมเลยถูกไล่ให้มานั่งคุยกับเพื่อนที่โต๊ะเพราะไอ้ตี๋เห็นว่านานๆ เพื่อนจะมาที่ร้านที แต่ไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังผลักผมลงหลุมพรางที่ไอ้พวกเพื่อนเวรสร้างไว้
   
ผมน่าจะเอะใจตั้งแต่มันแห่ขึ้นรถมาว่าเจตนาคงไม่ได้แค่ต้องการมาแซวผมกับไอ้ตี๋แน่ และตอนนี้ผมก็รู้กระจ่างชัดแล้วว่าเจตนาแอบแฝงของพวกมันคือต้องการชวนผมไปร้านเหล้า ฉลองเนื่องในโอกาสที่ผมกับไอ้ตี๋คบกัน
   
ตอแหลมากครับ อยากแดกเฉยๆ ก็พูดมา
   
“กูไม่ค่อยอยากว่ะ” ผมบอกตามตรง วันนี้โคตรเพลียเลย อยากเคลียร์โปรเจ็กต์ให้ได้ตามเป้าด้วย เพิ่งคุยกับอาจารย์มากำลังมีไฟ ไม่อยากให้ไฟมันมอดซะก่อนจะได้เริ่มทำอะไร 

แล้วอีกอย่าง ถ้าผมไป ใครจะอยู่ช่วยไอ้ตี๋เฝ้าร้าน... เออ มีไอ้นายไง
   
แต่ไอ้นายไม่ใช่ผมไง เฝ้าร้านได้แต่เฝ้าไอ้ตี๋ไม่ได้ รายนั้นแม่งยิ่งชอบทำตัวน่ารักเรี่ยราดจนผมอยากจะขังไว้ในห้องให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
   
“ไม่อยากเหี้ยอะไร ติดเมียก็บอกมา” พอเห็นผมปฏิเสธไอ้เพื่อนตัวดีก็เบ้หน้าใส่ เอ่ยอย่างรู้สันดาน
   
“คุณเขาดุเหรอวะ มา เดี๋ยวกูขออนุญาตให้” ว่าจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะไปหาคนตัวเล็กที่ยืนเฝ้าอยู่หลังเคาน์เตอร์โดยที่สายตามองมายังกลุ่มผมเป็นระยะ ผมรีบลุกตามไปทันทีแต่ยังไม่ทันได้ค้านอะไรไอ้เพื่อนเวรก็เสนอหน้าถามไอ้ตี๋ไปก่อนจะถึงตัวซะอีก
   
“โชครับ ขอพาไอ้ซันไปกินเหล้านะ” ทำเสียงอ่อนเสียงหวานอ้อนไอ้ตี๋ต่อหน้าต่อตาผมเลย
   
“ครับ?” ไอ้ตี๋ทำหน้างง หันมามองผมเหมือนจะถามว่าเรื่องอะไร
   
“พอดีมันบอกว่าจะไม่ไปถ้าโชไม่อนุญาตอ่ะ”
   
“อนุญาตพ่อมึง!” ผมโวยและกำลังจะลากคอเพื่อนเวรที่ยืนเกะกะเคาน์เตอร์ออกไป แต่ยังไม่ทันไรเสียงของคนที่ตีหน้างงอยู่พักใหญ่ก็เอ่ยออกมา
   
“ไปเถอะครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร” แถมมองผมตาใส เหมือนอนุญาตให้ไปจริงๆ
   
“ตี๋~” ผมครวญคราง แสดงสีหน้าว่าไม่อยากไปสุดๆ แต่คนที่เข้าใจดันเป็นไอ้นายที่หัวเราะพรืดออกมา ในขณะที่คนตรงหน้าผมยังตีหน้างง เหมือนไม่เข้าใจว่าผมงอแงอะไร
   
รั้งกันไว้หน่อยเถอะครับ ไหว้ล่ะ
   
“โอเค คุณเขาอนุญาตแล้วโว้ย ไปพวกมึง” ว่าจบก็ตวัดแขนกลับมาเป็นฝ่ายลากคอผมออกจากร้าน ในขณะที่พวกที่เหลือตามมาพร้อมเอ่ยพร้อมกันอย่างรู้งาน
   
“โชกุน ขอบคุณคร้าบ~”
   
นี่พวกมึงเป็นคณะตลกหรือไง

   
 ต่อให้ปฏิเสธให้ตาย สุดท้ายผมก็ต้องเป็นคนมาส่งพวกมันที่ร้านอยู่ดี เพราะพวกแม่งวางแผนมาตั้งแต่แรกไงถึงได้พากันยัดมาในรถผมคันเดียว สุดท้ายก็ต้องรอส่งพวกมันกลับด้วยเพราะไม่มีใครมีรถสักคน  

แต่เพราะใช้ข้ออ้างเรื่องขับรถนี่แหละผมถึงรอดตัวไม่ต้องกินเหล้าได้ แค่นั่งคุยกับพวกมันเรื่อยเปื่อยตามประสาเด็กปีแก่ที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตมหาลัย ขุดเรื่องตั้งแต่รับน้องตอนปีหนึ่งขึ้นมาเล่าแล้วหัวเราะตลกโปกฮากันไปทั้งที่มันก็แทบจะไม่มีเรื่องใหม่ เป็นเรื่องเดิมๆ ที่พูดขึ้นมาในวงเหล้าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเบื่อสักที
   
“เดี๋ยวกูมานะ” ผมว่า ก่อนจะปลีกตัวออกมาจากวง
   
นั่งมาเพลินๆ จนตอนนี้ตีสามกว่าเข้าไปแล้ว ร้านเหล้าปิดไปตั้งแต่เที่ยงคืน แต่เพราะตรงที่เรานั่งเป็นส่วนเอาท์ดอร์ก็เลยนั่งต่อได้ ถึงแม้ร้านจะปิดไฟ และไม่ขายเครื่องดื่มแล้วก็ตาม ผมเดินออกมานอกร้านใกล้กับลานจอดรถพลางกดโทรศัพท์หาไอ้ตี๋ที่ป่านนี้คงจะกำลังปิดร้านอยู่
   
[ ครับ ] รอสายไม่นานอีกฝ่ายก็รับ
   
“ปิดร้านเสร็จหรือยัง” ผมถามกลับไปพลางดูเวลา
   
[ เสร็จแล้วครับ ] ปลายสายตอบกลับมา 

[ ซันเมาหรือเปล่า ห้ามขับรถนะ ] ผมหลุดยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินคำถามแสดงความเป็นห่วงเป็นใย

“ไม่ได้เมาครับ ไม่ได้กินเลย” 

ปกติด้วยสันดานแล้ว ต่อให้กินเหล้า แต่ถ้าขับรถไหวผมก็มักจะกลับด้วยตัวเอง แต่อยู่ๆ วันนี้ผมกลับห้ามตัวเองไม่ให้กินได้ สาเหตุหนึ่งคงเพราะพรุ่งนี้ผมต้องเข้าคณะตอนบ่าย แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นมาในใจ... เป็นเพราะนึกถึงหน้าใครอีกคน 
   
[ ดีแล้วครับ ] ยิ่งได้ยินน้ำเสียงโล่งอกแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกดีที่ตัวเองรู้จักยับยั้งชั่งใจ... 

กลับไปกระดิกหางขอรางวัลสักหน่อยดีมั้ย
   
“แล้วนี่กลับยังไง” ผมถาม ที่โทรหาก็เพราะเป็นห่วงเรื่องนี้แหละ ดูเวลาแล้วผมคงกลับไปหาไม่ทันแน่ๆ  
   
เคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่าถึงหอไอ้ตี๋จะใกล้ร้านแค่ไหน แต่ผมก็ไม่ชอบให้มันเดินกลับคนเดียว ช่วงก่อนจะคบกันผมถึงขั้นหาข้ออ้างด้วยการเอารถไปจอดไว้หอมัน ลามปามถึงขั้นหน้าด้านไปขออาศัยนอนโซฟาห้องคุณเขา จนกลายเป็นความเคยชินที่ต้องกลับพร้อมกันทุกวัน แต่พอคบกันข้ออ้างเหล่านั้นก็ไม่จำเป็น ผมเป็นห่วงอย่างเปิดเผยได้ อยากไปไหนผมก็ไปส่งได้ในฐานะแฟน 

ถ้ารู้ว่าจะทำตามใจตัวเองได้แบบนี้ รู้งี้สารภาพรักไปตั้งนาน
   
[ นายไปส่งครับ ] เว้นวรรคไปพักหนึ่ง ปลายสายก็ตอบกลับมา 

ตอนแรกคิดว่าคนดื้อจะตอบว่ากลับเอง แต่พอได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา... รู้ว่าผมเป็นห่วงอยู่สินะ 

น่ารักว่ะ ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะจับฟัดสักที

“โอเค” ผมรับคำสั้นๆ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยคำเดียวกัน

[ โอเคครับ ]

แต่ยังไม่วางสาย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายยังมีอีกหนึ่งคำถาม...

โกหกอ่ะ จริงๆ ไม่รู้หรอก แต่กำลังรอให้มันถาม

[ แล้ว... จะกลับเมื่อไหร่ครับ ]

เพราะแบบนั้นถึงได้หลุดยิ้มกว้างกว่าเดิมตอนที่ได้ยินคำถามที่ต้องการ

ให้ตาย อยากกลับไปหาตอนนี้เลยได้มั้ย

“เดี๋ยวกลับแล้ว ขอไปส่งเพื่อนก่อนนะ”

[ โอเคครับ ]

“โอเค” เราพูดคำเดิมซ้ำขณะถือสายไว้ ยังไม่มีใครยอมวาง ฟังเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายผ่านสายโทรศัพท์สักพัก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน 

“เหมือนโทรจีบกันเลยว่ะ” ผมพึมพำพลางยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอย

ก็ไม่รู้จะเขินทำไมเหมือนกัน ไม่ใช่ครั้งแรกที่โทรคุยกันสักหน่อย แต่... ไม่รู้ดิ มันเป็นความรู้สึกประหลาดดีที่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เป็นสถานการณ์ที่... สร้างความคิดถึงในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งผมไม่รู้จะอธิบายยังไง 

รู้แต่ว่ามันทำให้หัวใจอุ่นวาบขึ้นมา และอยากจะวาร์ปไปหาซะเดี๋ยวนี้เลย

[ วางได้แล้ว ] ต่างคนต่างเงียบไปอีกครั้งก่อนปลายสายจะเอ่ยกลั้วหัวเราะ 

[ ขับรถดีๆ นะครับ ] ทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะวางสายไป สงสัยรู้ว่าถ้ารอผม คงฟ้าสว่างนู่นแหละกว่าจะได้วาง

ผมยิ้มค้างกับตัวเองอยู่สักพัก ก่อยจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและกำลังจะเดินกลับเข้าร้านไปตามไอ้พวกเพื่อนเวร แต่พอหมุนตัวกลับมาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ามีใครบางคนยืนกอดอกมองอยู่ด้านหลัง เจ้าของใบหน้าหวานยิ้มบางๆ ออกมาทันทีที่ผมหันไปสบตา

“ไงซัน” 

“พราว?” ผมเลิกคิ้วประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเธอในที่แบบนี้ แถมเวลานี้อีกต่างหาก

นับตั้งแต่หลังงานเลี้ยงส่งวีคืนนั้น ผมก็ไม่ได้เจอพราวอีกเลย ไม่ได้ไปหา ไม่ได้ติดต่อ เหมือนเราต่างรู้กันดีว่าถึงเวลาต้องแยกย้าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะมองหน้ากันไม่ติด เพราะเราไม่ได้จากกันด้วยไม่ดี ตรงกันข้าม ผมกลับคิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่น่ารำคาญ ออกจะตรงไปตรงมาสามารถเปิดใจคุยกันได้หลายเรื่องด้วยซ้ำ ต่างจากผู้หญิงคนหลายๆ คนที่ผมเคยคลุกคลี 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ” ร่างบางอันคุ้ยเคยเอ่ยทักทาย พร้อมกับสาวเท้าเข้ามาหาในระยะที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อยู่ในลมหายใจ 

“พราวเมาเหรอ?” ผมเลิกคิ้ว เอ่ยถามออกไป 

“กินไปนิดหน่อยน่ะ” เสียงหวานหัวเราะเบาๆ

“แล้วนี่มากับใคร” ผมเปลี่ยนคำถาม มองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นใครที่ดูเหมือนว่าจะรู้จักพราวเลย เธอมองตามสายตาผม ก่อนจะยักไหล่ท่าทางไม่ใส่ใจ

“มากับเพื่อน แต่กลับกันหมดแล้ว ซันล่ะ?” 

“มากับเพื่อนเหมือนกัน” ผมตอบ ขมวดคิ้วพลางโน้มตัวมองคนตรงหน้าในระดับสายตา

ให้ตาย ตาเยิ้มขนาดนี้ไม่ได้กินไปนิดเดียวแล้วมั้ง 

“พราวจะกลับยังไง ให้เราโทรเรียกใครมั้ย” แต่แทนที่จะตอบคำถาม เจ้าของดวงตาหวานเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็หัวเราะเบาๆ อีกครั้ง พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะหน้าผม เกลี่ยเบาๆ แล้วยิ้มกว้าง 

“ซันนี่ ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย”  

ผมขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจคำพูดของเธอ แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงเป็นแค่คำพูดเรื่อยเปื่อยของคนเมา แล้วถามย้ำอีกครั้ง 

“ให้เราเรียกใครให้มารับมั้ย?” 

มองหน้าผมอยู่พักใหญ่ พราวก็ส่ายหน้าปฏิเสธ สีหน้างอแง “ไม่เอา...”  

ผมขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ในขณะที่พราวหัวเราะออกมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตจ้องหน้าผมนิ่งด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย พร้อมกับใบหน้าหวานที่เคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นจนจมูกแทบจะแตะกัน ขณะที่นิ้วเรียวเกี่ยวกุญแจรถของตัวเองออกมาจากกระเป๋า แกว่งไกวจนได้ยินเสียงพวงกุญแจกระทบกันข้างหู แล้วกระซิบเบาๆ

“พราวอยากให้ซันไปส่งพราว” 






ผมตัดสินใจโยนกุญแจรถตัวเองให้เพื่อนที่นั่งคุยกันจนสร่างแล้ว ส่วนตัวเองก็ขับรถพราวมาส่งเธอที่หอ อย่างที่บอกว่าต่อให้เราไม่ได้ติดต่อกัน แต่ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของเธอได้ เพราะในใจก็ยังเป็นห่วงในฐานะเพื่อนอยู่ดี 

ตอนแรกผมกะว่าส่งเธอถึงหอผมก็จะกลับ แต่เพราะพราวบอกว่ามีของของผมที่เคยลืมไว้ บวกกับสภาพเจ้าตัวที่ดูแล้วน่าเป็นห่วงว่าจะไม่สามารถเดินถึงห้องได้ ผมเลยตัดสินใจขึ้นมาส่ง

“ไหวมั้ยเนี่ย” ผมถามกลั้วหัวเราะ ขณะเดินตามร่างบางไปตามทาง ไม่ได้เข้าไปประคอง แต่ก็คอยระวังหลังให้ เผื่อว่าคนที่เดินโซเซบนรองเท้าส้นสูงจะล้มลงมา พราวหัวเราะเบาๆ พยุงตัวเองเดินต่อจนถึงประตูห้องอันคุ้นเคย

ไขประตูเข้ามาได้เธอก็สลัดรองเท้าส้นสูงออกก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เวียนหัวชะมัด” 

“ไหนบอกดื่มไปนิดเดียวไง” ผมว่าพลางเดินไปที่ครัว รินน้ำมาให้เจ้าของห้องดื่มโดยไม่ถามอะไร พราวมองแก้วน้ำที่ผมวางไว้ให้นิ่งๆ ไม่ยอมหยิบไป ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา 

“ซัน...” เอ่ยชื่อผม แต่ไม่ยอมพูดอะไร เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยสายตาอ่านยากอีกครั้ง จนผมรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวเรามันเปลี่ยนไป ถึงได้ผละออกมา มองหาสิ่งที่พราวบอกว่าลืมไว้

“ไหนเหรอ ของของเรา”

พราวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบออกมา “อยู่ในห้องนอน” 

ผมพยักหน้า พลางเดินเข้าไปในห้องนอนตามที่บอก ก็เห็นว่าบนโต๊ะข้างเตียงมีนาฬิกาข้อมือของตัวเองวางทิ้งไว้ จึงเดินไปหยิบมาใส่ ก่อนจะกวาดสายตามองหาอย่างอื่นแต่ไม่เห็นอะไรที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นของตัวเองอีก เลยหันไปถามเจ้าของห้องเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินตามมา

“มีแค่นี้เหรอ...” 

แกรก

แต่พอหันกลับมาก็เห็นว่าพราวกำลังปิดประตูห้องนอนพอดี

“พราว?” เสียงล็อกประตูทำให้ผมขมวดคิ้ว เรียกชื่อเธอออกไป 

“คืนนี้ค้างที่นี่นะ” แต่ร่างบางกลับเดินเข้ามาประชิดตัวสวมกอดผมไว้พลางเงยหน้ากระซิบจนลมหายใจร้อนๆ ละต้นคอ 

มันเป็นสัญญาณที่เราต่างรู้กันดีว่าหมายถึงอะไร...

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงยิ้มให้เธอและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป แต่ตอนนี้คงไม่ได้

“พราว” ผมเรียกชื่อเธออีกครั้ง ดันไหล่ร่างบางให้นั่งลงบนเตียงแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้เรามีแฟนแล้ว” 

ถึงข่าวลือเรื่องผมกับไอ้ตี๋จะเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แค่ไหน ก็ใช่ว่าทุกคนจะรู้ บางทีพราวอาจจะไม่เคยได้ยินก็ได้ ถึงได้แสดงท่าทีแบบนี้ออกมา

“ว่าแล้วเชียว” แต่ผมคงเข้าใจผิด พอได้ยินแบบนั้นพราวก็หัวเราะออกมา เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแล้วเอ่ยคำถามที่ดูเหมือนเธอจะค้างคาใจตั้งแต่ตอนที่เราเจอกันหน้าร้านเหล้า “คนที่ร้านกาแฟนั่นเหรอ”

“อืม” ผมยอมรับตามตรง พราวขมวดคิ้วมองผมสีหน้าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ดูสับสนวุ่นวายในคราวเดียวกัน

มันคงแปลกน่าดูที่ผมเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอย่างเธอ แต่อยู่ๆ กลับเปลี่ยนใจไปคบกับผู้ชาย

“ตกลงว่าซันเป็นเกย์จริงๆ เหรอ?” 

ผมหัวเราะพลางยักไหล่ “ก็คงงั้น”

เป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอให้ได้อยู่ข้างๆ ไอ้ตี๋ก็พอ

“เราพิสูจน์ได้มั้ย” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกฉีกยิ้มร้าย ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาดึงใบหน้าผมให้โน้มลงไป

“อย่าดีกว่า” แต่ผมก็ขืนตัวไว้ เอ่ยขำๆ ก่อนจะเฉไฉพาตัวเองออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย “ตกลงว่าของที่ลืมไว้มีแค่นาฬิกาอย่างเดียวใช่มั้ย?” 

“นานแค่ไหนแล้ว?” แต่แทนที่จะตอบ พราวกลับขมวดคิ้ว เอ่ยถามคล้ายกับมันเป็นโรคร้ายแรงบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่สามารถตอบได้จึงเงียบไป พราวจึงมองผมนิ่ง แค่นหัวเราะ ก่อนจะถามใหม่ 

“งั้นเปลี่ยนเป็นถามว่าซันรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ดีมั้ย?” 

“พราว”

“ตั้งแต่คุยกับพราวแล้วใช่มั้ย” เธอแค่นหัวเราะออกมาอีกครั้ง ยกมือขึ้นมากุมขมับพลางส่ายหน้าไปมา “น่าสมเพจริงๆ”

“...” ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ในเมื่อสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง... ถ้าสืบสาวกลับไป ผมรู้ตัวดีว่าผมมีใจให้ไอ้ตี๋มาตั้งนาน... อาจจะก่อนคุยกับพราวด้วยซ้ำ

“นอกจากจะใช้ประชดวีแล้ว ยังใช้พราวเพื่อพิสูจน์ตัวเองด้วย... ใช้กันซะคุ้มเลยนะซัน” เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะ แต่แววตาไร้ความขบขัน

“ขอโทษนะ” ผมได้แต่พูดแค่นั้น รู้ดีว่าการกระทำของตัวเองมันไม่ต่างจากที่เธอพูดนัก 

จริงอยู่ที่เรื่องวีมันเป็นการตกลงปลงใจร่วมกัน แต่หลังจากนั้น... หลังจากที่ผมรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้คิดอะไรกับวีแล้ว ผมกลับยังไปมาหาสู่กับพราว เพียงเพราะต้องการพิสูจน์ตัวเอง

ต้องการยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นเกย์ ต้องการรู้ว่าความจริงแล้วผมกำลังรู้สึกยังไง... และมันก็ได้ผล เพราะตลอดเวลาที่อยู่กับพราว ผมกลับยังนึกถึงแต่หน้าไอ้ตี๋ แถมมีบางครั้งบางที ที่ผมมาหาเธอ เพียงเพราะต้องการจะหนีความรู้สึกตัวเองที่ทวีขึ้นทุกวัน... ไม่ต่างจากการหลอกใช้เธอ  

มันโคตรจะเลวที่ผมทำแบบนั้น แต่ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนแล้วจริงๆ  

“มันแย่ตรงที่ ต่อให้รู้ตัวว่าถูกหลอกใช้... พราวก็เกลียดซันไม่ลงอยู่ดี” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกแค่นยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ดวงตากลับทอประกายบางอย่างที่ผมไม่อาจเข้าใจ

คล้ายกับจะตัดพ้อ แต่ก็ดูร้ายกาจอย่างยากจะอธิบาย

“งั้นพราวขอทำให้ซันเกลียดพราวแทนแล้วกัน” ผมยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่เมื่อเธอเอ่ยประโยคนั้นออกมา พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นมาให้ตรงหน้า

“เฮ้ย!” แต่เมื่อเห็นหน้าจอที่ค้างอยู่ผมก็เบิกตากว้าง ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ คว้าโทรศัพท์มาถือไว้เองเพื่อดูให้แน่ใจ ว่าหน้าต่างแชทของแอพพลิเคชั่นไลน์ เป็นชื่อแอคเคาท์และรูปโปรไฟล์ของคนที่ผมคิดจริงๆ

มันคือไลน์ของไอ้ตี๋

“ทำบ้าอะไรเนี่ย!” แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผมตกใจจนขึ้นเสียง ไม่ใช่เรื่องที่พราวมีไลน์ไอ้ตี๋ได้ยังไง แต่เป็นเพราะข้อความ
ล่าสุดที่เธอเพิ่งส่งไป... รูปถ่ายเพียงรูปเดียวที่อยู่ในกล่องสนทนา 

รูปที่ผมยืนใส่นาฬิกาอยู่ตรงหัวเตียงของพราว 

ถ้าหากดูเผินๆ มันคงเป็นเพียงรูปถ่ายธรรมดาที่ไม่น่าสงสัยอะไร ไม่ได้ล่อแหลมหรือดูอันตรายเลยสักนิด แต่เพราะผมรู้ดีว่าเจตนาของคนส่งคืออะไร ถึงได้รู้สึกร้อนใจขึ้นมา และมันยิ่งน่าหวั่นใจ เมื่อเห็นว่ามุมขวาของรูปขึ้นว่าอีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่กลับไม่ตอบอะไรกลับมาแม้แต่ข้อความเดียว





--------------------------------------------------
กลัวว่าจะเบื่อความหวานกัน เลยหาอะไรมาตัดเลี่ยนให้ค่ะ 5555
เข้าสู่ครึ่งหลังของพาร์ทหลงตะวันแล้วล่ะ (คิดไว้ว่าน่าจะมีประมาณ12ตอนค่ะ) 
ใกล้จบเต็มทีแล้วค่ะ เริ่มใจหายนิดๆ เนอะ  
ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้อีกครั้งนะคะ 
ทุกคอมเม้นต์เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ ยังไงก็ช่วยอยู่ด้วยกันไปจนจบเลยนะคะ

ฝาก #ซันโช ด้วยน้า 
ขอบคุณมากๆ ค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #539 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:10
    โว้ยยย ซันน!ยังไม่หายโง่อีกหรออออ55 พราวนี่น่ารำคาญอะะะ
    #539
    0
  2. #472 ppppjih (@ppppjih) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 16:45
    โอ๊ยยยยยย พราว!!!!
    #472
    0
  3. #271 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:35
    อะไรของพราววะแม่ง โอ๊ยยยยย อย่ามาทำลูกชายฉันนังผีร้ายยยย ฮือออ นุ้งโชจะเป็นไงบ้าง;___;
    #271
    0
  4. #194 -sktrr (@-sktrr) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 23:09
    ค้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก มาต่อไวๆนะคะ ไม่อยากให้โชเศร้าเลย
    #194
    0
  5. #193 mamieweiei (@mamieweiei) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:01
    โอ้ยยยมารจริงๆ
    #193
    0
  6. #192 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 11:03
    อ้าววว อินังพราวนี่!!! บ้าจริง!!! อ่านไปยิ้มไปมาตลอดจนกระทั่งนั่งพราวมาเนี่ยแหละ หุบยิ้มและเปลี่ยนสีหน้าไม่ทันเลย
    ซันหนอซันไม่น่าใจดีมาส่งนังมารร้ายนี่เลยอะ โอ๊ยยย แล้วโชกุนจะว่าไงเนี่ยยยย
    งื้อออ ไม่เอาดราม่าได้ไหม เรายอมหวานเลี่ยนนะ แต่ไม่อยากให้โชกุนมีน้ำตา แง้ TT
    #192
    2
    • #192-1 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 25)
      14 กรกฎาคม 2560 / 12:00
      โอ้ นังพราววววววว จากกันด้วยดีไม่ชอบอยาก จากแบบตายไปงานศพ งานเผาก็ไม่อยากให้ซันเหยียบไปเหรอค่ะ สงสารตี๋จังไม่รู้จะคิดมากแค่ไหนเมื่อเห็นรูป ซันหนอซันทำดีไม่ได้ดีเนอะอุตส่าห์เห็นว่าเป็นเพื่อนอุตส่าห์ใจดีช่วยพากลับดันโดนดัดหลังแบบนี้ แต่นางก็น่าสงสารแต่ในเมื่อนางก็รู้และยอมให้ซันใช ้นางก็ไม่ควรทำแบบนี้นะ เราว่านางคิดผิดจริงๆ ที่ทำแบบนี้
      #192-1
    • #192-2 poommyTY (@poommyTY) (จากตอนที่ 25)
      17 กรกฎาคม 2560 / 13:44
      นังพราว หล่อนจะเล่นใช่มะ

      น้องโยหลบไปลูก แม่ตบมันเอง แอร๊ยยยยยย อินมาก อินเว่อร์ นังทัวดี
      เห็นเค้ามีความสุขไม่ได้ใช่มะ

      โอ้ยยยน้อออ หัวใจแม่ น้องโชลูกกกก
      #192-2
  7. #191 L-co-op (@steal) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 07:42
    ไม่ใช่แค่ซันเกลียดพราวหรอก นี่ก็เกลียด โว้ยยยย
    #191
    0
  8. #190 ต๊ะต๋าาาา (@Hanbinie) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 05:38
    ว่าจะเข้ามาเสพน้ำตาล สงสัยจะได้เสพน้ำตาแทน โชลูกกกกกกอย่าเพื่งตีโพยตีพายนะชะนีมันร้าย!!!!
    #190
    0
  9. #189 i_am_a_weirdo (@i_am_a_weirdo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 01:27
    อีนังพราว โดนตบ
    #189
    0
  10. #188 mayjoyy (@mayjoyy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 00:13
    โอ้ยยยยยยยนังพราวววเกือบดีแล้วววว ซันก็ใจดีเกิ้นนนนนนนนนนนนนนน ตี๋งอนเลยฮึ่ยยยยย
    #188
    0
  11. #187 ♡ aunjai ♡ (@aumten) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 23:54
    ฮืออออ ไรท์อะ ขัดความหวานหมดเลย
    มาต่อตอนต่อไปเร็วฟเลยน้า!
    ไหนซันลองง้อสิ แต่เพื่อนๆซันนี่แสบจริงๆ
    สงสารตี๋ของเรา โอ๋ๆนะเรากอดปลอบเอง <3
    #187
    0