[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 23 : หลงตะวัน : 4 [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,839
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    4 ก.ค. 60

หลงตะวัน : 4 
   

[ Shogun’s Part ] 


มีความสุขขนาดนี้... ได้จริงๆ เหรอครับ?

ผมถามคำถามนี้กับตัวเองซ้ำๆ ในทุกๆ วันที่ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับฝันไป ไม่คิดจริงๆ ว่าจะมีวันนี้ วันที่ผมได้ตื่นมาในอ้อมกอดของเขา... ได้เห็นใบหน้ายามหลับใหลที่ผมเคยแอบมองอยู่ห่างๆ ในระยะเพียงลมหายใจคั่นเท่านั้น

นี่มัน... ความฝันชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง...

คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยืนยันให้ตัวเองแน่ใจด้วยการขยับใบหน้าเข้าไปฝังจูบเบาๆ ลงบนริมฝีปากของคนที่กำลังหลับใหล หัวใจยังคงเต้นแรงไม่ต่างจากครั้งแรกที่เราจูบกัน และมันยิ่งทวีขึ้นทุกวัน เมื่อทุกๆ รอยจูบของเขามันสื่อสารทุกความรู้สึกออกมาไม่มีปิดบัง ราวกับจะตอกย้ำลงไปหัวใจที่ยังคงหวั่นไหวของผม ว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ให้ผมมั่นใจว่าถ้อยคำที่เขาพูดมาคือความจริง... 

คำว่ารักที่ได้ยินอยู่ข้างหูทุกคืนก่อนหลับไป ดังก้องชัดเจนเมื่อเขากระซิบมันซ้ำไปซ้ำมายามที่เรากอดก่าย แนบกายสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน แลกเปลี่ยนลมหายใจ... ค่อยๆ ซึมลึกลงไปในตัวตนของกันและกัน ใช้ร่างกายที่สอดประสานแนบแน่นในทุกๆ วินาทีแทนคำสัตย์ที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ 

“ผมเชื่อคนง่ายนะ รู้มั้ย” กระซิบพลางยกมือขึ้นมาแตะปลายจมูกโด่งเบาๆ อย่างคาดโทษที่เขาทำให้ผมหวั่นไหวได้ขนาดนี้

ไม่รู้ว่าตัวเองยิ้มกว้างขนาดไหนขณะไล่สายตามองใบหน้าของเขาซ้ำๆ อยู่นานก่อนจะลักลอบกดจูบลงไปอีกครั้ง ลงน้ำหนักมากกว่าเดิมด้วยความมันเขี้ยว  

“...!” แต่คราวนี้คนถูกขโมยจูบกลับงับริมฝีปากผมไว้ ไม่ยอมให้ผละออกง่ายๆ และกลับกลายเป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาหยอกล้ออย่างซุกซน

“แต๊ะอั๋งว่ะ” ตั้งข้อหากันทั้งที่ตัวเองนั่นแหละฉวยโอกาส ผมตีหน้าบึ้งทั้งที่แก้มร้อนฉ่า เห็นดวงตาคมเปล่งประกายวาววับอย่างคนทะเล้นแล้วเกิดหมั่นไส้ขึ้นมาจนอยากจะหันหน้าหนี

แต่ทำได้ที่ไหน 

พอเห็นผมขยับตัวหน่อยแขนแข็งแกร่งก็รวบหลังผมไปกอดไว้ ร่างกายเปลือยเปล่าแนบสนิทอีกครั้งชวนให้หัวใจเต้นรัว 
ไม่ไหว... เหมือนเขาจะทำให้ผมหัวใจวายได้จริงๆ

“รีบตื่นทำไม ยังเช้าอยู่เลย” เสียงทุ้มถามเสียงแผ่ว ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ระหว่างคิ้วตามจังหวะของคำพูดที่เอ่ยออกมา

เช้าที่ไหน นี่มันจะเที่ยงแล้วครับ

ผมเถียงในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป เพราะรู้ตัวว่าตื่นเร็วเกินไปจริงๆ เพราะวันนี้เป็นวันหยุด เลยไม่มีเรียน ถ้าเป็นปกติผมคงตื่นสายกว่านี้ เพราะกว่าจะปิดร้าน เก็บร้านเสร็จก็เกือบสว่าง แถมเมื่อคืนนี้ยัง... 

นั่นแหละ ความจริงผมควรนอนลากยาวจนถึงเย็นเลยด้วยซ้ำ 

“หิวน่ะครับ” ผมเฉไฉ ทั้งที่ความจริงไม่ได้รู้สึกหิวเลยสักนิด ซันถอยใบหน้าออกมามองหน้าผมแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปาก

“อือ หิวเหมือนกัน” 

สาบานเถอะว่าความหมายเดียวกัน

“อยากกินแอปเปิ้ล” ว่าจบก็งับลงมาที่แก้มทั้งสองข้างแล้วหัวเราะลั่นเมื่อเห็นผมเบิกตากว้างทำหน้าไม่ถูกไปหลายวินาที

เดี๋ยวก็โดนแอปเปิ้ลอาบยาพิษหรอกครับ!

“ซัน” ผมเรียกเสียงนิ่ง ไร้คำสรรพนามนำหน้า

“...” และมันได้ผลเมื่อคนที่กำลังชอบใจหยุดขำ ก้มหน้าลงมาสบตากันอย่างประหลาดใจ

ผมอมยิ้มแล้วเรียกซ้ำ “ซัน” 

“เดี๋ยว” เขาเบรกผมใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง

ดูเหมือนจะมีแอปเปิ้ลสองลูกกำลังสุกน่ากินอยู่ตรงหน้าผมนะครับ

เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงอดใจไม่ไหว ผมยิ้มก่อนจะฉกฉวยริมฝีปากลงไปบนแก้มทั้งสองข้างของเขาเบาๆ... 

ถ้าแอปเปิ้ลสองลูกนี้มียาพิษจริง... ก็คงเป็นยาพิษที่หวานที่สุดเท่าที่ผมเคยชิม

“ตี๋~” เขาลากเสียงยาว สีหน้างอแงงุ่นง่านเหมือนเด็กที่ถูกแกล้งแต่ไม่รู้ต้องทำยังไง
   
คิดว่าตัวเองน่ารักมากมั้ย?

ใช่ครับ... น่ารักมาก
   
“บอกความลับให้มั้ยครับ” ผมหัวเราะ แล้วกระซิบถาม ถอยใบหน้าออกมาเพื่อที่จะสบตาเขาได้ชัดเจน
   
“ที่เรียกซันว่าคุณเพราะอยากแกล้งน่ะครับ” 
   
“หือ?” เขาทำหน้าไม่เข้าใจ 
   
“ผมคุยกับคนอื่นอย่างสนิทสนมได้ทั้งที่เจอครั้งเดียว แต่กับซันผมไม่อยาก...”
   
“...”
   
“ตอนแรกมันเป็นเพราะผมไม่ชอบหน้า อยากยุ่งกับซัน ไม่อยากสนิทสนม เลยสร้างระยะห่างเอาไว้ แต่ตอนหลังมันไม่ใช่...” ผมยกมือขึ้นมาเกลี่ยแก้มใสเบาๆ ขณะที่มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังมองลึกเข้ามาเช่นกัน
   
“เพราะซันเอาแต่แกล้ง ผมก็ยิ่งหมั่นไส้ แต่ยิ่งพูดเพราะด้วยก็ยิ่งกวนให้ผมหลุดทำตัวหยาบคายใส่ คนอะไรนิสัยไม่ดี” ผมเบ้ปากตีหน้าดุใส่เขา แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะ รวบมือผมไปจูบที่ปลายนิ้วเบาๆ ก่อนจะกลับมาสบตากันอีกครั้งด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย
   
สายตาแบบที่ผมหลงใหล
   
“แต่ผมชอบมากเลย” ผมดึงมือที่ยังกุมกันไว้มากดจูบเบาๆ ลงที่หลังมืออีกฝ่ายบ้าง กดแช่ไว้อย่างนั้นหวังจะใช้มือของเขาบดบังใบหน้าที่คงจะดูประหลาดเมื่อต้องเอ่ยเรื่องน่าอาย “รอยยิ้มกว้างๆ ของซัน สายตาที่มองมาตอนที่แกล้งผมได้... มันน่ารักมาก” 
   
เดิมทีผมไม่ใช่คนยิ้มง่าย ไม่ใช่คนร่าเริงอะไร แต่เพราะภาพลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไป ทำให้ผมพยายามเปลี่ยนตัวเองมากมายเพื่อให้ใครต่อใครมองผมอย่างเอ็นดู ซึ่งพออยู่กับเขามันไม่ใช่ ผมหงุดหงิดได้ อยากจะตีหน้าบึ้งคว่ำปากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากเมื่อผมสามารถแสดงด้านแย่ๆ ใส่ใครสักคนได้โดยที่เขาไม่ว่าอะไร... ผม
สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจ โดยที่เขายังคงมองผมด้วยสายตาเอ็นดู... เหมือนสายตาที่เขากำลังมองผมอยู่ตอนนี้
   
สายตาที่ทำให้ผมหัวใจของผมหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ทุกที... และเขาต้องจับได้แน่ในเมื่อร่างกายของเราสองคนยังแนบสนิทโดยไร้สิ่งใดกั้นอยู่แบบนี้ 
   
“หึ” เขาจ้องผมอยู่นานเหมือนกำลังซึมซับทุกความรู้สึกที่ผมส่งไป มุมปากที่เคยยิ้มบางๆ ค่อยๆ คลี่กว้างขึ้นจนกลายเป็นหัวเราะ หลบสายตาผมแวบหนึ่งราวกับกำลังอาย แต่ไม่ทันไรก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา มองหน้าผมนิ่งอีกครั้ง

คราวนี้เนิ่นนานเหมือนจะใช้สายตาหวานล้ำนี้กักขังผมไว้ชั่วนิรันดร์
   
“โช...” เสียงทุ้มเรียกชื่อผมพลางยื่นหน้าเข้ามาฝังจูบลงบนหน้าผากผมเบาๆ 
   
“...” 
   
“โช...” เรียกซ้ำไปซ้ำมาขณะไล่ริมฝีปากลงมาที่ดวงตา ปลายจมูก ข้างแก้ม...

จนกระทั่งถึงริมฝีปากเสียงออดอ้อนก็ยังคงเรียกชื่อผมอยู่อย่างนั้น  

“โชกุนครับ”

“...”

“คืนนี้ลางานสักวันเนอะ” ว่าจบก็ฉกฉวยริมฝีปากลงมาอีกครั้ง ผมหลุดหัวเราะเบาๆ ทั้งที่ริมฝีปากยังแตะกัน ไม่คิดจะคัดค้านคำขอแสนเอาแต่ใจ เพราะรู้ดีว่าไม่อาจะห้ามได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น... ผมแน่ใจว่าตัวเองก็ต้องการสิ่งเดียวกัน
จริงอยู่ว่าทุกวินาทีที่เราสัมผัสกัน ในใจผมก็ยังสั่นคลอนด้วยความไม่มั่นใจ แต่เขาก็ช่วยปัดเป่ามันออกไปทุกครั้ง 
ปลอบโยนและให้คำมั่นผ่านการกระทำที่ไม่เคยเร่งรัดจัดวาง... 

ซันไม่ยัดเยียดความเชื่อใจ กลับค่อยๆ สร้างความเชื่อมั่นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป บรรจงถมหลุมลึกในใจผมด้วยมือทั้งสองข้างอย่างถะนุถนอม กลบเกลี่ยเรียบเนียน ทว่ามั่นคงพอที่จะพาผมเหยียบย่างผ่านมันไป กุมมือผมไว้แผ่วเบาทว่าหนักแน่นพอที่จะทำให้ผมมั่นใจว่าเขาจะไม่ปล่อยผมไว้กลางทาง 

เขารู้ว่ายังไม่ใช่วันนี้แน่... วันที่ผมจะทิ้งความหวาดกลัวที่สั่งสมมานานแล้วตามเขาไปทุกหนแห่งโดยไร้ข้อแม้ แต่แน่ล่ะว่าคงอีกไม่นาน... 

หัวใจที่กำลังตกลงไปในหลุมลึกอย่างช้าๆ สักวันคงไม่อาจถอนตัว มัวเมากับความรักที่เขามอบให้โดยไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด... แม้กระทั่งเปลวไฟที่รายล้อมอยู่บนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ที่พร้อมจะแผดเผาร่างกายผมจนแหลกสลาย

อีกไม่นานผมคงเชื่อมั่นหมดใจ ว่าถ้าเป็นพระอาทิตย์ดวงนี้ล่ะก็...ผมจะไม่เป็นอะไร เขาจะยอมโอบกอดผมไว้ ยอมกลายเป็นเปลวไฟที่อบอุ่นเพียงหลอมละลาย.... คลายทุกความหนาวเหน็บที่เกาะกินอยู่ในหัวใจผมให้หายไป ตลอดกาล




“สรุปว่าดีกันแล้ว?” คำถามที่ได้ยินทำเอาผมชะงักมือที่กำลังเก็บอุปกรณ์ชงกาแฟแวบหนึ่ง แต่ก็ทำไขสือไม่รู้ไม่ชี้ต่อได้ เพราะผมไม่ใช่คนที่ถูกถาม

“เออ” คนถูกถามจริงๆ ตอบห้วนๆ กลับไปใส่เจ้าเด็กขี้สงสัยที่นั่งท้าแขนเกาะเคาน์เตอร์อีกฝั่งมองพวกผมสลับกันด้วยสีหน้ามีเลศนัย

“ผมถามเคล็ดลับได้ป่ะว่าทำยังไงถึงได้ดีกันเร็ว” ผมชะงักมือตัวเองอีกครั้ง เผลอหันไปมองเจ้าของคำถามโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำหน้ายังไง 

รู้แต่ว่าแก้มร้อนฉ่าอย่างกับวางอยู่บนเตาไฟก็ไม่ปาน

เจ้านายมองหน้าผมแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “โอเค ดูจากหน้าพี่โชแล้วน่าจะถามไม่ได้”

เด็กแสบ!

“อย่ามาแซวแฟนกู” แต่คนที่แสบยิ่งกว่าคงเป็นหัวโจกที่พอได้ยินแบบนั้นก็ร่วมขำ จนผมต้องหันไปถลึงตาใส่ แต่เจ้าตัวก็ไม่สะทกสะท้านอะไร กลับอมยิ้มเดินเข้ามาแย่งอุปกรณ์ในมือผมไปพร้อมกับกดริมฝีปากลงมาบนขมับผมเร็วๆ  จนดังจุ๊บ ก่อนชิ่งหนีไปที่อ่างล้างจาน ทิ้งให้ผมตกใจจนทำหน้าไม่ถูกต่อหน้านายที่ส่งสายตาล้อเลียนอย่างไม่คิดจะปิดบัง

อีกแล้ว ทำแบบนี้อีกแล้ว

คืนนี้ทั้งคืนผมทำงานไม่เป็นสุขเลยสักนิด เพราะเขาเอาแต่หาเรื่องแต๊ะอั๋งกันตลอดเวลา ถ้าอยู่สองคนผมจะไม่ว่าเลย แต่นี่มันในร้านนะครับ ถึงลูกค้าจะกลับไปหมดแล้ว และซันก็ฉวยโอกาสเร็วมากจนแม้แต่ผมยังตั้งตัวไม่ทัน ก็ใช่ว่ามันจะทำเรื่องแบบนี้ได้ตามใจนะครับ 

อย่างตอนนี้ แค่สบตานายหน้าผมก็ร้อนจะแทบจะระเบิดแล้ว ให้ตาย

“พี่โชหน้าแดงมาก โคตรน่ารัก” 

แล้วจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา...

“ไอ้มิ่งๆๆๆ” แต่คนที่เดือดร้อนกว่ากลับเป็นร่างสูงที่รีบปรี่ออกมาจากอ่างล้างจานชี้หน้านายแล้วส่งเสียงร้องเรียกคนที่กำลังนั่งสะลึมสะลืออ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะใกล้เคาน์เตอร์เสียงดังจนเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วงุนงง 

“แฟนมึงเต๊าะแฟนกูอ่ะ มาดูเร็ว” คนขี้ฟ้องตะโกนบอก 

“ไอ้พี่ซัน!” นายโวยวายขึ้นมาอย่างไม่จริงจัง ดูจากรอยยิ้มขำๆ ตอนหยิบเมล็ดกาแฟที่ใส่โหลตกแต่งเคาน์เตอร์ขึ้นมาปาใส่รุ่นพี่จอมกวน

เล่นอะไรกันเป็นเด็กๆ เลย

แต่คนถูกฟ้องดูเหมือนจะไม่รู้ว่าสองตัวแสบนี่กำลังล้อเล่น มิ่งเดินมาที่เคาน์เตอร์ตามที่ซันเรียก มองหน้านายก่อนจะเบือนสายตามาที่ผมแล้วยิ้ม

“พี่โชหน้าแดงจัง... น่ารัก” 

ดะ... เดี๋ยวสิครับ ไหงหันมาเล่นงานผมเล่า!

ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาดันแว่นตัวเองเก้อๆ อึกอักไปหมดในขณะที่พวกที่เหลือพากันหัวเราะเสียงดัง คุกคาม... แบบนี้มันเข้าข่ายคุกคามกันชัดๆ เลย

พอไม่รู้จะทำยังไง ผมเลยแกล้งเฉไฉด้วยการหนีมาล้างจานต่อจากที่ซันล้างไว้มันดื้อๆ นี่แหละ แต่ทำได้ไม่เท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงร้องห้าม

“เฮ้ย เดี๋ยวล้างเอง” 

คราวนี้ผมหันไปตีหน้านิ่งใส่ร่างสูงที่มายืนข้างกันทำท่าจะแย่งแก้วกาแฟในมือผมไปอย่างไม่ยอม นอกจากจะหาเรื่องแต๊ะอั๋งกันตลอดเวลาแล้ว เรื่องที่ทำให้ผมไม่พอใจอีกอย่างคือวันนี้เขาแทบไม่ให้ผมแตะงานอะไรเลยนอกจากชงกาแฟ

“แค่ชงกาแฟก็เหนื่อยแล้วไง ปล่อยที่เหลือให้กูทำก็ได้” เหมือนอ่านใจผมออก เขาจึงรีบแย้งทันที

ผมถอนหายใจ เงยหน้าสบตาร่างสูงอย่างเหนื่อยหน่าย “อย่าสปอยล์กันนักสิครับ” 

“...”

“เป็นแฟนนะ ไม่ได้เป็นง่อย” มุมปากบางอมยิ้มทันทีที่ผมพูดจบ 

ดุขนาดนี้ก็ยังไม่สะทกสะท้านอยู่ดี คนอะไร

“ซันไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมทำเอง” ผมบอก ซันหัวเราะกลับมาเบาๆ 

“โอเค ยอม” เขายกมือสองข้างอย่างยอมแพ้ แต่กว่าจะถอยออกไป ก็ทิ้งจังหวะอยู่นาน เอาแต่จ้องผมด้วยสายตาแปลกๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีก่อนที่หัวใจจะเต้นแรงกว่านี้ และหน้าจะร้อนขึ้นมาจนถูกล้ออีก 

“ทำไมเดี๋ยวนี้พี่โชเรียกพี่ว่าซันเฉยๆ แล้วอ่ะ” เจ้าเด็กขี้สงสัยยังตั้งคำถามไม่เลิกเมื่อซันเดินกลับไปนั่งหน้าเคาน์เตอร์ปล่อยให้ผมล้างจาน

ไม่คิดว่าจะมีคนสังเกตเหมือนกันว่าสรรมพนามที่ผมใช้เรียกซันมันเปลี่ยนไป... หลังจากวันก่อนที่ผมบอกความลับออกไป
ก็แค่... รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องระยะห่างต่อไปแล้วน่ะครับ 

อีกอย่าง เวลาเรียกชื่อเฉยๆ แล้วเหมือนเขาจะชอบใจ เหมือนจะมีหางโผล่ออกมากระดิกดิ๊กๆ ให้เห็นแทบทุกครั้งเลย

“แปลกเหรอ” คราวนี้มิ่งเป็นคนถาม ผมไม่ได้หันกลับไปมองแต่หูก็ยังฟังบทสนทนาต่อไป

“แปลกดิ” นายว่า “มันดูสนิทสนมกว่าปกติ” 

“แต่เขาเป็นแฟนกันก็ต้องสนิทสนมดิ”

ทำไมคู่นี่มันขี้สงสัยกันขนาดนี้

“ใช่เรื่องที่พวกมึงต้องเสือกมั้ยเนี่ย” ซันเอ่ยเหมือนที่ในใจผมคิดพอดี แต่แทนที่จะสลด นายกลับหัวเราะเบาๆ แล้วเปลี่ยนคำถามในประเด็นเดียวกัน

“แล้วเดี๋ยวนี้พี่ซันเรียกพี่โชว่าอะไร” 

คนถูกถามเงียบไป พร้อมๆ กับผมที่ชะงักมือ 

“กะ... ก็เรียกไอ้ตี๋ไง” เขาอึกอัก พูดเสียงดังกว่าปกติจนสังเกตได้ ผมลอบยิ้ม แกล้งล้างแก้วต่อทั้งที่ใบสุดท้ายนี่ผมถูวนไปมาจนแทบจะสึกอยู่แล้ว

“โม้สัส ลับหลังก็เรียกชื่อเฉยๆ เหมือนกันอ่ะดิ” นายสันนิษฐานด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ 

ซึ่งผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะแก้ตัวว่ายังไง

“โช โชกุนครับ งี้เหรอ โห แม่งโคตรอ้อนเลย”

“ไอ้เหี้ยนาย!” แต่คนถูกอ่านใจถูกกลับเถียงไม่ออก เลยได้แต่โวยวายเสียงดังจนผมหลุดหัวเราะออกมา 

ใช่ว่าผมไม่เคยสงสัยว่าทำไมเขาไม่เคยเรียกชื่อผมในที่สาธารณะ กลับยังเรียกฉายากวนๆ ที่ตัวเองตั้งอยู่แบบนั้นทั้งที่พักหลังเวลาอยู่ด้วยกันสองคนเขาเรียกชื่อผมบ่อยจะตาย 

ซึ่งผมพอจะเดาได้นะว่าทำไม...

“พี่ซันหน้าแดงจัง” ผมอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองตามเสียงมิ่งแล้วยิ่งยิ้มกว้างไปกันใหญ่เมื่อเห็นว่าใบหูของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดจริงๆ

“เหมือนหมาปวดขี้อ่ะ ไม่เห็นน่ารักเหมือนพี่โชเลยวะ” 

“พวกมึงหุบปากแล้วไสหัวออกจากร้านไปเลยไป” คนถูกแซวตะโกนไล่กลบเกลื่อนความอายของตัวเอง

ผมมองอาการประดักประเดิดเก้อเขินของเขาแล้วหันกลับมาลอบหัวเราะเบาๆ กับตัวเองอีกครั้ง รู้เลยว่าสีหน้าตัวเองก็คงไม่ต่างกัน เพราะงั้นขอหนีเอาตัวรอดก่อนโดนแซว

คิดว่าดีแล้วล่ะที่ผมยังเรียกผมว่าไอ้ตี๋เหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นคงได้แต่ต่างคนต่างเขินจนไม่เป็นอันทำอะไร 

แล้วอีกอย่าง ผมออกจะดีใจ... ที่ได้เป็นไอ้ตี๋ของเขาแค่คนเดียว




วันหยุดสุดสัปดาห์เวียนมาอีกครั้งโดยที่ชีวิตประจำวันของเราระหว่างนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก มันดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเหมือนที่เคยเป็นมา แต่ผมกลับรู้สึกราวกับว่ามีสิ่งพิเศษเพิ่มขึ้นมาในแต่ละวัน มันอาจเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาหยิบใส่ลงมาอย่างเป็นธรรมชาติจนไม่ทันได้สนใจ เป็นความใส่ใจในความไม่ใส่ใจที่ผมรู้ดีว่าเป็นนิสัยที่ติดตัวเขามานาน

“เข้าห้องน้ำป่ะ” ซันหันมาถามหลังจากเราเดินออกมาจากโรงหนัง

“ผมรอตรงนี้ดีกว่า” ผมปฏิเสธ แล้วนั่งลงที่โซฟา มองแผ่นหลังกว้างที่เดินหายไปทางห้องน้ำ ก่อนจะก้มลงมองป๊อปคอร์นที่เหลืออยู่ก้นถังแล้วลอบยิ้มกับตัวเอง

มันเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จัก...ที่เรามาดูหนังในโรงด้วยกัน 

ผมไม่ทันสังเกตเลยจนกระทั่งเขาชวน มันไม่ใช่หนังพิเศษอะไร แค่แอนิเมชั่นภาคต่อที่ผมรู้รายละเอียดเกือบทั้งเรื่องแล้วจากสปอยล์ที่เจอเกลื่อนกราดเพราะหนังใกล้จะออกจากโรง แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกที่อบอวลอยู่ในหัวใจตลอดการดูหนังกลับแตกต่างจากทุกครั้งที่ผมนั่งอยู่ในโรง

ไม่รู้สึกเหงา ทั้งที่ไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับหนัง มีหันมายิ้มให้กันบ้างเวลาเจอมุกตลก เวลาเรื่องดำเนินไปจนถึงตอนที่รู้สึกชอบจนอยากจะแชร์ความรู้สึกกับใครสักคน แค่ผมหันไปข้างตัว ก็จะเห็นดวงตาคู่สวยจ้องผมอยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาเหมือนรับรู้ว่าผมต้องการจะสื่ออะไร มือที่จับกันอยู่ทำให้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศไม่หนาวอีกต่อไป 
และผมพบว่าหัวใจของตัวเองสูบฉีดดีเกินไปทุกครั้งที่เขาบีบมือผมเบาๆ

“ตกลงว่าเป็นจริงๆ ใช่ป่ะ หลีดบริหารคนนั้น” แต่แล้วความรู้สึกทุกอย่างก็เหมือนจะพังทลายลงอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยจากโซฟาอีกตัวด้านหลังที่ถูกออกแบบพนักพิงให้สูงขึ้นมาจนบังศีรษะคนนั่ง

เอาอีกแล้ว... คำนินทา

“โชกุนอ่ะนะ? เป็นดิ ชัดเจน”
   
อยากจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องตัวเองเหมือนกัน แต่ได้ยินชื่อตัวเองเด่นหราอยู่ในบทสนทนาขนาดนั้นก็ไม่รู้จะหลอกตัวเองยังไงเหมือนกัน 
   
“แล้วตกลงนางสอยพี่ซันหลีดวิศวะไปกินจริงๆ ใช่ป่ะ” 
   
“โห มาดูหนังแถมนั่งสวีทมองตากันขนาดนั้น ฉันว่าไม่รอด” 

ไม่อยากจะใส่ใจ แต่พอได้ยินชื่ออีกคนถูกพาดพิงแล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่ขึ้นมา

“เสียดายย” 

ผมทำให้ชื่อเสียงเขาเสียหายจนได้

ถึงซันจะบอกแล้วบอกอีกว่าไม่แคร์ แต่ผมจะเชื่อได้ยังไงว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ บางทีเขาอาจจะแค่พูดเพื่อให้ผมสบายใจ...

“ตี๋” แต่แล้วความคิดฟุ้งซ่านของผมก็ถูกทำลงเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกทั้งที่เจ้าตัวก็ยืนอยู่ข้างหลังผมนี่เอง มันดังพอที่จะทำให้บทสนทนาของคนพวกนั้นชะงัก แล้วหนึ่งในนั้นก็ชะโงกหน้าออกมามองว่าพวกเราเป็นใคร ก่อนจะทำสีหน้าตกใจ ไม่นานก็พากันกระวีกระวาดลุกออกไป 

ผมถอนหายใจ แล้วถือป๊อบคอร์นที่เหลืออยู่ลุกขึ้นบ้าง “ไปกันเถอะครับ”

จงใจถือถังป๊อบคอร์นในฝั่งที่เขายืนอยู่เพราะรู้ดีว่าเจ้าของมือหนาเตรียมตัวจะคว้ามือผมไปจับไว้เหมือนตอนที่เราเดินมา โดยลืมไปว่าเราไม่ควรให้ใครเห็น

“มึงได้ยินใช่ป่ะ” แต่แทนที่จะเดินเขากลับเอ่ยถามออกมาตามตรง ผมเงยหน้าสบตา ถึงไม่ตอบซันก็คงเดาได้ เขาถึงได้ยิ้มออกมาบางๆ “กูก็ได้ยิน”

“...” ผมขมวดคิ้ว แต่เขากลับหัวเราะ

“ครั้งแรกเลยเนี่ยที่โดนนินทาระยะเผาขนขนาดนี้” แววตาที่มองมาไม่ได้ฉายแววกังวลอย่างที่ผมหวาดกลัว กลับดูขบขัน เหมือนกับเจอเรื่องตลกไร้สาระปกติในชีวิตประจำวัน

“ที่เขาว่าพระพุทธเจ้าก็ยังโดนนินทานี่ท่าจะจริง” พยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองเหมือนค้นพบสัจจธรรม ก่อนจะก้มลงยิ้มบางๆ ให้ผมอีกครั้ง ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเขาอ่านใจผมออกเหมือนทุกครั้ง

“ถ้าไม่อยากได้ยินก็ปิดหูเอาแล้วกัน” มือสองข้างยื่นมาปิดหูผมไว้แทนมือที่ไม่ว่างเพราะต้องถือถังป๊อปคอร์น “ร้องเพลงดังๆ กลบเสียงไปเลยก็ได้อ่ะ”

“เพลงอะไรครับ” สุดท้ายผมก็หลุดอมยิ้ม ขณะที่ร่างสูงที่เลิกคิ้วทำท่านึกเพลง ไม่อยากคาดหวังให้เขาร้องเพลงซึ้งๆ ออกมาหรอก เพราะรู้ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้

“บาบาบา บาบานาน่า...”

แล้วผมคิดผิดที่ไหน

ถึงกับหลุดหัวเราะ มองเจ้าของเสียงทุ้มที่ร้องเพลงตามตัวการ์ตูนในแอนิเมชั่นอย่างขำๆ แล้วรู้สึกได้ว่าความกังวลที่มีอยู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง

ที่คิดว่าเขาแค่แกล้งไม่ใส่ใจเพื่อให้ผมสบายใจ กลายเป็นความคิดงี่เง่าเมื่อเห็นแววตาของเขาที่บ่งบอกย้ำชัดว่านอกจากความรู้สึกของผมแล้ว เขาก็ไม่คิดจะสนใจคำพูดของใครอีก... ผมเอง ก็ควรทำแบบนั้นไม่ใช่หรือไง นอกจากเขาแล้วผมไม่ควรเอาคำพูดแย่ๆ ของใครมาใส่ใจ เลิกคิดเองเออเอง แล้วเรียนรู้ที่จะมองแค่สายตาคู่นี้ที่สื่อความรู้สึกชัดเจนอยู่ตลอดเวลา เปิดเผย ไร้การปิดบัง ไม่มีทางปล่อยให้ผมคลางแคลงใจ

เมื่อเห็นผมสบายใจ ซันก็ยิ้มกว้างกว่าเดิมพลางจับไหล่ผมหมุนไปตรงทางออก แอบอาศัยจังหวะที่ผมหันหลังฉกฉวยริมฝีปากลงมาบนกระหม่อมเร็วๆ ก่อนจะดันหลังผมให้เดินนำหน้าไป พร้อมกับเสียงร้องเพี้ยนๆ ที่หลอกหลอนอยู่ข้างหูผมไปตลอดทาง จนกระทั่งเข้ามาอยู่ในลิฟต์ที่มีผู้โดยสารแค่สองคนเขาก็ยังไม่หยุดฮึมฮัม ผมส่ายหน้าเอือมๆ ทั้งที่ยังยิ้มกว้าง ขณะที่เปลี่ยนไปถือป๊อปคอร์นในมืออีกข้าง เพื่อเปิดโอกาสให้เขาเอื้อมมือมากุมมือผมไว้โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ อีกต่อไป

และมันก็เหมือนกับหลายๆ ครั้ง ที่ผมรับรู้ได้ทันที่ว่าหัวใจมันกลับมาเต้นแรงอย่างไม่อาจห้าม เมื่อเขาบีบมือผมเป็นจังหวะตามเพลงเบาๆ 

ให้ตาย... ผู้ชายคนนี้จะทำให้ผมตกหลุมรักเขาซ้ำๆ ไปอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งกัน










------------------------------------------------------------
ที่บอกว่าอยากให้ความรู้สึกซีนแรกมันฟุ้งอยู่สักพัก 
เพราะซีนหลังๆ มันไร้สาระจ๊นนน 5555 
กลัวเพลงบาบาน่าของเจ้าซันจะกลบบรรยากาศซึ้งๆ ที่ตี๋อุตส่าห์บรรจงสร้างมาเฉยๆ น่ะค่ะ ไม่ได้จะมีดราม่าอะไร  

แอบทอล์กยาวได้มั้ย อยากพูดถึงคาแร็กเตอร์ซันมากเลย (ไม่อยากอ่านก็ข้ามได้เลยนะคะ มันไร้สาระ 555)
ตั้งแต่ต้นมาเราว่าหลายๆ คนอ่านแล้วคงรู้สึกว่าซันเป็นพระเอกที่ธรรมดามากกก ไม่ได้จัดอยู่ในคาแร็กเตอร์พระเอกพิมพ์นิยม ไร้ซึ่งความกร๊าวใจใดๆ เคยมีคนบอกว่าเป็นคู่ที่ไม่น่าเอาใจช่วยเลยด้วยซ้ำ 55555
แต่เราชอบคาแร็กเตอร์นี้มาก เราไม่ต้องอวย ไม่ต้องยัดเยียดอะไรใส่เขาเลย 
เคยคิดเหมือนกันว่าอยากพรีเซ้นซ์ในความเป็นหนุ่มฮอตของซันเพื่อให้ดึงดูดคนอ่าน แต่เอาเข้าจริงทำไม่ได้ 5555
เขียนไปเขียนมาทั้งสถานการณ์ ฟีลลิ่ง อะไรหลายๆ อย่างมันไม่ได้เลยเว้ยเฮ้ย 
ส่วนหนึ่งเราว่าเพราะทั้งเรื่องมาซันเอาแต่อยู่กับตี๋อ่ะ พูดถึงตี๋ตลอดเวลา ไม่ค่อยพูดถึงตัวเอง 
คงสังเกตได้บ้างว่าตอนอยู่กับคนอื่นซันเป็นอีกแบบเลยนะ มีความแพรวพราว มีความคาสโนว่า 
แต่พออยู่กับตี๋ทีไรกลายเป็นลูกหมากากๆ ที่ยอมเขาไปหมด (เขาหลงของเขามาแต่ไหนแต่ไรอ่ะเนอะ)

ที่บ่นมานี่ไม่ใช่อะไร แค่กำลังย้อนกลับไปอ่านเชนตรีแล้วเห็นความแตกต่างของพระเอกสองเรื่องนี้น่ะค่ะ 5555
จริงๆ ก็ชอบทั้งสองคาแร็กเตอร์เลย อารมณ์แบบ ถ้ายกพี่เชนเป็นสามี คงให้เจ้าซันนี่เป็นมนุษย์แฟน อะไรแบบนั้น

เผลอทอล์กยาวกว่าเนื้อหาแล้วมั้ง ตัดจบมันห้วนๆ งี้เลยแล้วกันนะคะ 5555
ขอโทษที่ลั่นวาจาว่าจะอัพเมื่อวาน พอดีเรากลับจากทำงานก็เพลียกมากจนหลับยาว แง้งง หวังว่าจะไม่มาช้าไปเนอะ -..-

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์มากๆ เลยค่า








B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #537 Jibangrin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:50
    แง้้้้้ เขินมากกก ดีไปหมดดด
    #537
    0
  2. #510 Aoney XD (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 23:07
    อ่านถึงท่อนเพลงแล้วขำแรงมาก55555 คือเราชอบทำเหมือนที่ซันบอกเลยเวลาไม่อยากฟังอะไร(ทำแบบขำๆ) ร้องเพลงนี้ตลอดเลยชัดเจนในคาแรคเตอร์ของซันมากเหมือนตัวเราเองแน่ๆ555555
    #510
    0
  3. #470 ppppjih (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 16:18
    ซันนี่มนุษย์แฟนมาก ดีสุดๆๆ ฮื่อ
    #470
    0
  4. #395 mookyoun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 21:09
    ยิ้มแก้มแตกแล้วโว้ยยย เขิน
    #395
    0
  5. #392 $iviα✻ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 16:13
    เราชอบคาแรคเตอร์ซันนะคะ ชอบความไม่พิมพ์นิยมของนางนี่หละ เวลาอยู่กับโซก็แสดงมุมกากๆ มุมละมุนๆให้เขาเห็น พระเอกแบบนี้หละค่ะ ดีต่อใจมากเลย;////////;
    #392
    0
  6. #282 Pandan_s (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    เราชอบซันนะ เราว่าซันมีความขี้แหย่อะ ซันแคร์คนรอบข้างนะ ซันดูไม่ใช่คนปลอบเก่งอะ แค่ซันดูดูแลดี แถมซึนอีก

    ตีชะนีปากปูได้ไหม แย่ๆ ขี้เมาท์

    แอบเจอคำผิดนิด แอนิเมชั่น? มันต้องสะกด อนิเมชั่น?ปะคะ
    #282
    0
  7. #269 Sket-D (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:10
    เนี่ย ชอบที่ซันทำให้โชสบายใจได้ทุกครั้งที่เจอเรื่องแย่ๆ ชอบเวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันมากๆ เหมือนโลกนี้ไม่มีใครแล้วมีแค่เราสองคน ฮืออออ เหม็นความรักกกกกกกกกก
    #269
    0
  8. #165 kiyotaka45 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:24
    ชอบค่ะ!!!! มีความหวานนุ่มๆละมุนละมัย ชอบคู่นี้ให้ความรู้สึกว่าจะผ่าฟันไปด้วยกันสร้างสายสัมพันธ์ให้แข็งแรงมากขึ้นๆ ชอบบบบบบบ
    #165
    0
  9. #164 from mars (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 22:40
    เขิน แต่เข้าใจแหละ มันคงไม่ราบเรียบไปซะหมดหรอก คนรอบข้างร้อยพ่อพันแม่ ใครจะไปเข้าใจเราหมด ไม่มีร๊อก

    รออ่านต่อจ้า
    #164
    0
  10. #163 mamieweiei (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:19
    ชอบที่พวกนางเอาใจใส่กันอะ หื้อออละมุนนนน่ารักหลง
    #163
    0
  11. #162 ♡ aunjai ♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 14:28
    เราชอบความธรรมดาแบบนี้มากๆ
    อ่านแล้วยิ้มแก้มแตกยิ้มแบบไม่สนใจใครเลยค่ะ ไม่สน55555555 น่ารักมากๆเลยยยยย
    #162
    0
  12. #161 noowiwie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:45
    รู้สึกว่าโชกุนโคตรโชคดีที่มันซันอะ แบบไม่ต้องสนใจใครล้วนะโช สนใจแค่ความรู้สึกของซันก็พอ
    ชอบวิธีเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการร้องเพลงกากๆ ของซันด้วย ถึงมันจะกากแต่เราก็ยังเขิน >///<

    จริงๆ เราว่าซันเป็นพระเอกที่ธรรมดาแบบไม่ธรรมดานะ เขาจะมีความพิเศษของเขาอยู่
    ซึ่งต้องแบบ.. เป็นโชอะ ถึงจะรู้ว่าซันพิเศษกว่าคนอื่นยังไง 555555 // อยากได้มนุษย์แฟนแบบซัน ><
    #161
    0
  13. #160 Bunnisa Kaewnit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 09:30
    หวานกันจังคู่นี้555555
    น่ารักอ่ะโชโชคดีแล้วที่มีซัน ไม่งั้นคงคิดมากตาย
    #160
    0
  14. #159 jibbubu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 08:40
    โอ๊ยยยยยย อิจฉาทั้งคู่ที่เอาใจใส่กันซะขนาดนี้จริงๆ
    #159
    0
  15. #158 HDG-girl (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 08:18
    เราว่าซันแบบนี้คือดีมากเลยค่ะ เค้าอยู่ด้วยกันยิ่งพอดีมากๆเลย น่ารักมากกก
    #158
    0
  16. #157 ต๊ะต๋าาาา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 05:45
    เด้งตอนนี้ก้อ่านมันตอนนี้ 55555555 ไม่รู้ตะหวีดอะไรแล้วอ่ะคู่นี้แค่รู้ว่า เขินมากกก ฮื่ออออ แค่คิดเวลาซั้นเรียก โชอย่างงั้น โชกุนอย่างงี้ละ เขินนนนนนนน
    #157
    0
  17. #156 19ying (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 20:37
    หูยยยยยโชน่ารักง่ะขอได้ป้ะพี่ซันนน5555555555
    #156
    0
  18. #155 noowiwie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 07:12
    แหมมมมมมม ถึงขนาดต้องลางานนนน >< ชอบและเขินมากกกกกกกก
    #155
    0
  19. #154 ♡ aunjai ♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 01:24
    เราชอบหินแอปเปิ้ลพอดีเล้ยยยยยย แหมมมม ลางานเลยหรอ ตัดเงินเดือน!!!
    #154
    0
  20. #153 mamieweiei (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:45
    โอ้ยยยยน่ารักไปแล้ววววว
    #153
    0
  21. #152 aormanii (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 21:02
    ปกติเราไม่ชอบอ่านซ้ำอ่ะ แต่เรื่องนี้พอตอนใหม่มา เราจะกลับไปอ่านตอนก่อนหน้าทุกที เราชอบภาษา ชอบการเขียนของไรท์มาก อ่านแล้วมันอิ่มใจยังไงไม่รู้ ^^
    #152
    0
  22. #151 OnlYmEYaB (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 20:52
    ภาษาไหลลื่นสุดเลยค่ะไรท์ อ่านไม่มีสะดุดเลยอ่ะ ละมุนมาก เขินนนนนนน
    #151
    0