[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 20 : หลงตะวัน : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    19 มิ.ย. 60



หลงตะวัน : 1

   
เช้ามาคนที่หายไปจากอ้อมกอดกลับเป็นอีกคน
   
ผมขมวดคิ้วทั้งที่ยังหลับตา เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วไม่มีไออุ่นจากคนข้างกาย แต่พอลืมตาก็พบว่ามันไม่ได้หายไปไหน แค่ถอยห่างออกไปนอนตาแป๋วจ้องหน้ากันอยู่ที่ขอบเตียง
   
“...!” พอเห็นว่าผมลืมตาก็สะดุ้งนิดๆ กะพริบตาปริบๆ เหมือนถูกจับได้ ก่อนจะพลิกตัวหนีไปนอนหันหลังให้กันเฉยเลย
   
“เป็นอะไร” ผมหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือออกไปรั้งคนตัวเล็กเข้ามาแนบกายเพราะเห็นว่าอีกนิดก็จะตกเตียง 

“รังเกียจกันหรือไง” แกล้งถามไปอย่างนั้นพร้อมกับเกยคางไว้บนไหล่ เอียงคอมองใบหน้าที่คล้ายว่ากำลังมีบางอย่างอยู่ในใจ 
   
“เปล่าครับ” รีบปฏิเสธทันควัน เอียงหน้ากลับมาหาผมในระยะที่จมูกชนกัน ขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะตอบเสียงเบาเหมือนไม่มั่นใจ “กลัวว่าจะแปลกน่ะครับ”
   
“หือ? แปลกอะไร” ผมเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่คนในอ้อมกอดเบือนหน้าหนีไป พวงแก้มใสเปลี่ยนเป็นสีจัดขึ้นมา
   
“คุณคงไม่เคยตื่นมาบนเตียงเดียวกับผู้ชาย”
   
หือ?
   
ผมชะงักกับคำตอบที่เหนือความคาดหมาย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
   
“เออ โคตรแปลก” อดไม่ได้ที่จะแกล้งแหย่อีกครั้งให้คนตัวเล็กเอียงหน้ากลับมาขมวดคิ้วมุ่นมองหน้ากัน แล้วฉวยโอกาสนั้นกดจูบลงไปบนริมฝีปากบาง แกล้งจนพอใจแล้วค่อยถอยใบหน้าออกมาสบตาคนที่ยังตกใจแล้วยิ้มกว้าง เอ่ยความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในใจออกมา
   
“แต่โคตรมีความสุขเลย” พูดจบก็ซุกซบใบหน้าลงกับไหล่บางอีกครั้งพร้อมกระชับอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม

สูดกลิ่นหอมกรุ่น ซึมซับไออุ่นจากร่างกายที่ช่วยเติมน้ำเลี้ยงหัวใจในเช้าวันใหม่ที่พิเศษกว่าวันไหนๆ ที่ผ่านมา 

ลอบยิ้มกับตัวเองเมื่อคิดว่า คงมีความสุขเป็นบ้าถ้าได้ตื่นมาแล้วได้เจอหน้ามันเป็นคนแรกทุกวัน





ตอนกลางวันผมต้องพาไอ้ตี๋ไปหาหมอจนได้ เพราะหลังจากต่างคนต่างหลับไปอีกรอบคนในอ้อมกอดก็เหมือนจะตัวรุมๆ ขึ้นมา ตอนแรกยังทำเป็นดื้อจะไม่ไป จนต้องขู่ว่าถ้าคืนนี้ไม่หายผมจะรักษาให้ถึงได้ยอม

ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคิดว่าวิธีรักษาของผมคืออะไร ถึงได้มีท่าทีลนลาน แถมใบหน้ายังขึ้นสีแดงซ่านไปถึงคอ

น่ารัก...

รู้มานานแล้วแหละว่ามันน่ารัก แต่ไม่คิดว่าตอนเขินจะน่ารักจนใจพังขนาดนี้

โว้ยย ทำไงดี แค่คิดถึงหน้ามันผมก็มีความสุขจนหุบยิ้มไม่ได้เลยทั้งวัน จะบ้าตาย

“น่าหมั่นไส้โคตร” แต่เป็นอันต้องหดมุมปากลงหนึ่งมิลเมื่อได้ยินเสียงเหน็บแนมจากเพื่อนร่วมงาน หันไปมองก็เห็นไอ้นายยืนกอดอกเบ้หน้าส่งสายตาแสดงความหมั่นไส้ออกมา 

“วันก่อนนู้นยังทำเหมือนจะเป็นจะตาย แล้วไอ้สีหน้าลั้ลลานี่อะไร เป็นไบโพล่าร์เหรอวะพี่ซัน” ถ้าไม่ติดว่าผมกำลังอารมณ์ดีอยู่คงได้ดีดกะโหลกข้อหาพูดจาปีนเกลียวสีกที แต่คราวนี้ผมแค่ยักไหล่ลอยหน้าลอยตากลับไป

ช่างหัวมัน คนมีความสุขใครจะทำไม

“อาการหนัก” ไอ้รุ่นน้องที่ทำตัวไม่เหมือนรุ่นน้องเท่าไหร่ บ่นพึมพำพลางส่ายหน้าระอาใจ จนผมหลุดหัวเราะ หยิบเมล็ดกาแฟปาใส่อย่างไม่จริงจัง

“ชงกาแฟไปเถอะมึงอ่ะ” 
   
หลังจากหายหัวไปหลายวัน พอกลับมาทำงานก็ถูกพี่โมหักเงินเดือน และรับโทษโดยการเข้ากะแทนไอ้นายตามจำนวนวันที่หายไปตามระเบียบ ไอ้ตี๋ก็โดนเหมือนกัน แต่เพราะมันป่วยอยู่พี่โมเลยให้พักจนกว่าจะหาย ครั้นจะให้ผมดูร้านคนเดียวก็ไม่มีใครไว้ใจ สุดท้ายไอ้นายก็เลยอาสามาช่วยจนกว่าไอ้ตี๋จะกลับมาทำงาน
   
เกือบจะสงสารอยู่หรอก ถ้าไอ้เด็กเวรนี่ไม่เอาแต่แซวตั้งแต่ผมกลับมา
   
“ถามจริง คบกันแล้ว?”
   
สรรหาคำถามมาเซ้าซี้อยู่ได้ทั้งที่รู้ว่ายังไงก็ได้คำตอบเดิม
   
“เสือก” 
   
“โห่ พี่ซันแม่ง ขี้กั๊ก” 
   
กั๊กเหี้ยอะไรล่ะ เรื่องของกูมั้ยเนี่ย
   
“ถามมากกูจะไปฟ้องไอ้มิ่งว่ามึงยังมีเยื่อใยให้ไอ้ตี๋” ผมแกล้งขู่
   
“อ้าวพี่ ถามแค่นี้ต้องเล่นถึงบ้านแตกเลย” อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นมันหน้าเหวอ แต่ก็ยังไม่วายเสนอหน้าเข้ามารัวคำถามอีกชุดใหญ่
   
“ตกลงว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น? พี่กับพี่โชมีปัญหาอะไร? แล้วกลับมาดีกันได้ไง? ถึงขั้นคบกันยัง?” 
   
“เสือกอะไรขนาดนี้” ปกติเห็นชอบมองนิ่งๆ ยิ้มๆ จริงๆ เป็นคนงี้เองเหรอวะ
   
“ก็ผมอยากรู้” 
   
“มึงจะรู้ไปทำไม” 
   
“ก็ผมลุ้นอยู่ไง” ผมเลิกคิ้วเมื่อมันทำหน้าจริงจัง “ตะหงิดใจมาตั้งแต่ตอนที่พี่เสนอตัวเป็นพ่อสื่อให้แต่เสือกกั๊กพี่โชไว้แล้วว่ามันต้องมีอะไร ยิ่งเห็นพี่หวงก้างก็ยิ่งโคตรหมั่นไส้ จริงๆ เชียร์ให้พี่โชมีแฟนให้พี่อกแตกตายไปเลยด้วยซ้ำ”
   
อ้าว ไอ้นี่...
   
“แต่ผมก็ลุ้นให้พี่รู้ใจตัวเองสักทีเหมือนกัน” เกือบจะด่าแล้วถ้ามันไม่กลับลำ พลางยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนรู้ทัน “ทีนี้รู้หรือยังว่าคนที่ทำให้พี่โชมีความสุขได้ มีแค่พี่คนเดียว”
   
ผมหัวเราะออกมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำพูดแบบเดียวกับที่ไอ้ตรีเคยพูดไว้ ไม่อยากจะอวยตัวเองแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเป็นความจริง ไม่ได้หมายความว่าผมเป็นคนเดียวที่ดูแลไอ้ตี๋ได้ แต่เป็นเพราะผมรู้ตัวดีว่าตัวเองอยากให้ไอ้ตี๋มีความสุขมากกว่าใครๆ ที่ผ่านมาถึงได้หาวิธีต่างๆ นานามาช่วยให้มันเลิกเสียใจจากความรักที่ไม่สมหวังสักที
   
ไม่ทันคิดว่าวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดจะเป็นการยอมรับใจตัวเอง

ถึงจะรู้ตัวช้าไปนิด แต่ก็อย่างที่เคยบอกไว้ ไม่ว่ายังไงต่อไปนี้ผมจะทำให้ไอ้ตี๋มีความสุขให้ได้ ด้วยตัวผมเอง
   
“ตกลงว่าคบกันแล้ว?” ไอ้นายวกกลับมาคำถามเดิม ปลุกผมจากภวังค์ และคราวนี้ผมยิ้ม พยักหน้าตอบมัน ไม่ยึกยักอีกต่อไป
   
“เออ” เขินนิดๆ ที่ต้องป่าวประกาศ แต่ด้วยความหน้าด้านที่สั่งสมมาก็เลยยังพูดต่ออย่างมั่นใจ “คบแล้ว”
   
“...”
   
“รักมาก ห้ามแตะ” ไม่วายหวงก้างด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
   
จากคำพูดและการแสดงออกของไอ้นายก็รู้หรอกว่ามันไม่ได้ชอบไอ้ตี๋ในเชิงชู้สาวแล้ว แต่ขอกันท่าไว้ก่อน ก็ไอ้ตี๋ของผมน่ารักจะตาย เกิดมันกลับมาหวั่นไหวอีกทำไง

“แหม ใครจะกล้าแตะ ถึงอยากเขาก็ไม่ให้ผมแตะหรอก เนอะพี่โชเนอะ” มันทำเสียงล้อเลียนมองเลยผมไปด้านหลัง ขณะที่ผมเบิกตากว้างรีบหันตามอย่างตกใจเมื่อได้ยินชื่อคนที่เพิ่งบอกรักอย่างไม่มีกระดากอายใดๆ

แทบจะเอาหัวโขกเคาน์เตอร์ตอนที่เห็นว่าไอ้ตี๋ในสภาพมีผ้าปิดปากครึ่งหน้า สวมแว่นหนาเตอะยืนนิ่งค้างกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์จริงๆ 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้ยินทุกคำ

“ไอ้เชี่ยนาย” ไม่รู้จะทำไงเลยได้แต่หันมาเข่นเขี้ยวใส่ไอ้คนถามที่ยักไหล่ หัวเราะเสียงดังแล้วหลบฉากเข้าหลังร้านไป 

ผมหันกลับมาหาไอ้ตี๋ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้ามาหลังเคาน์เตอร์แล้วจัดนู่นจัดนี่หน้าตาตาย ทั้งที่หูเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างชัดเจน... ถ้าให้ทาย ใบหน้าใต้หน้ากากอนามัยนั่นก็คงขึ้นสีไม่ต่างกัน

เอาวะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผมที่เขินอยู่คนเดียว

“มึงมาทำไมอ่ะ” ถามเมื่อนึกขึ้นได้ขณะที่ไอ้ตี๋หยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาใส่เตรียมตัวทำงาน

บอกแล้วว่าให้พักผ่อน กว่าจะคะยั้นคะยอกล่อมจนกินยาหลับไปได้ก็ตั้งนาน แล้วไหงตื่นมาเสนอหน้าอยู่นี่เฉยเลย

“ทำงานไงครับ” 

“ตี๋” ผมเรียกเสียงดุ กอดอกมองหน้าคนที่ทำเป็นเฉไฉจัดโน่นจัดนี่รอลูกค้าเข้า แต่ทนโดนจ้องได้ไม่นาน สุดท้ายก็หันมาถอนหายใจใส่กัน

“ผมไม่เป็นไรแล้ว” 

ดื้อชะมัด

“ไม่มีไข้แล้วล่ะ”

“...”

“ตัวไม่ร้อนแล้วเนี่ย เห็นมั้ยครับ” พอเห็นผมยังจ้องไม่เลิกก็ทำเสียงอ่อน เอื้อมมือมาจับมือผมไปแตะหน้าผากตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำ เล่นเอาชะงัก เกิดอาการอึกอักขึ้นมากะทันหัน

“ตะ... แต่หมอบอกให้มึงพักไง”

ทำไมอยู่ๆ ทำตัวเหมือนอ้อนอ่ะ กูไปไม่เป็นเลย
   
“ผมตื่นมาแล้วนอนไม่หลับน่ะครับ” บ่นพึมพำดึงมือผมลงจากหน้าผาก แต่ยังไม่ปล่อยมือ 
   
“...”

“สงสัยเพราะไม่มีหมอนข้าง” ยังไม่ทันจะได้อ้าปากเถียงอะไร คนตรงหน้าก็ช้อนสายตาขึ้นมาสบตาด้วยดวงตาใสซื่อจนผมชะงักไป
   
“แล้วอีกอย่าง..." มันทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่ก็เว้นวรรค ดวงตาแสดงประกายบางอย่างที่ผมตามไม่ทัน 

"หายไปหลายชั่วโมงแล้วนะครับ...”
   
ก่อนเอ่ยคำพูดที่เจ้าตัวรู้ว่าถ้าพูดออกมาคงปิดเกมน็อคเอาท์ผมได้อย่างสวยงาม
   
“คิดถึงมากเลย” 
   
“...”
   
นั่นแหละครับ... กูยอม 
   
   



ถึงจะยอมให้ทำงาน แต่ก็ไม่ถึงขั้นให้โหมทำคนคนเดียวเหมือนทุกวัน หน้าที่ไอ้ตี๋คืนนี้มีแค่ยืนหน้าแคชเชียร์เท่านั้น ที่เหลือผมกับไอ้นายเป็นคนจัดการ ทั้งชงกาแฟ ล้างจาน เช็ดโต๊ะ ยกของ ผมไม่ให้มันแตะสักอย่าง ต่อให้อ้อนแค่ไหนก็ไม่ให้ทำ
   
แต่เหมือนคนตัวเล็กจะรู้ทัน ถึงได้ไม่ขอทำอะไรนอกเหนือจากนั้น ยอมนั่งเฉยๆ รอรับออเดอร์จากลูกค้าที่นานๆ จะโผล่มาสักคนเพราะไม่ใช่ช่วงที่ต้องโต้รุ่งอ่านหนังสือจนกระทั่งถึงเวลาปิดร้าน ไอ้นายช่วยล้างจานให้ก่อนจะขอตัวกลับไปก่อน ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเดิมทีวันนี้ก็ไม่ใช่เวรมัน แค่ที่ช่วยมาทั้งคืนก็ถือว่าเกินหน้าที่มันมามากแล้ว 

ผมทำงานที่เหลือโดยมีอีกคนมองตามไปทุกที่เหมือนอยากช่วย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกผมกำชับไว้ว่าถ้ายังไม่อยากกลับก็ต้องนั่งพัก ห้ามออกแรง 
   
 “ตี๋” ผมเรียกหลังจากเก็บโต๊ะเสร็จแล้วกลับมาหลังเคาน์เตอร์ ยกมือขึ้นอังหน้าผากคนที่เงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วมองเพราะนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ระดับต่ำกว่าก่อนจะพยักหน้าพอใจกับตัวเอง
   
ตัวไม่ร้อนแล้วจริงๆ
   
“บอกแล้วไงครับ ว่าหายแล้ว” ได้ทีทำเป็นออกตัว ถึงมีหน้ากากปิดอยู่ครึ่งหน้าก็พอจะเดาได้ว่ามันกำลังทำหน้ายังไง
   
คงไม่พอใจที่ผมไม่ยอมให้แตะงานอะไรเลย
   
“รอหายจริงๆ ก่อนแล้วค่อยอวดดีนะครับคุณ” ว่าพลางขยี้หัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดูปนหมั่นไส้ แต่คราวนี้กลับไม่ถูกฟาดเหมือนทุกที ไอ้ตี๋เพียงก้มหน้าบ่นพึมพำอะไรสักอย่างกับตัวเองอีกแป๊บหนึ่ง ดูตลกจนผมหลุดขำออกมาก่อนจะหันไปจัดการกับเครื่องชงกาแฟ
   
แต่เพราะนึกอะไรขึ้นได้เลยหยุดมือไว้ก่อน หันกลับมามองไอ้ตี๋ที่ยังจ้องกันไม่เลิกแล้วถามอย่างรู้ทัน
   
“อยากชงกาแฟป่ะ”
   
“ครับ” หัวเราะเบาๆ อีกครั้ง เมื่อมันพยักหน้าตอบแบบไม่คิดเลย 
   
“งั้นขอลาเต้ที่นึง” แกล้งสวมบทบาทเป็นลูกค้าคนสุดท้ายก่อนจะถอยออกมานั่งแทนคนที่ลุกออกไปยืนหลังเครื่องชงกาแฟ
    
เท้าคางมองท่าทางคล่องแคล่วทว่าพิถีพิถันในทุกกระบวนการแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม ถึงจะเสียดายนิดๆ ที่มีหน้ากากปิดไว้ทำให้ไม่เห็นใบหน้าอีกครึ่งหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ทำให้ความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้นมาทุกครั้งที่ได้เห็นภาพนี้ลดลง 
เคยบอกหรือเปล่าว่าเวลาไอ้ตี๋ใส่แว่นแล้วน่ารักกว่าปกติ ยิ่งบวกกับท่าทางตอนตั้งใจชงกาแฟแบบที่ผมหลงใหลยิ่งทำเอาหัวใจเต้นแรงจนน่ากลัวว่าจะกระเด็นออกมา 

“รู้มั้ยว่ากูมองมึงตอนชงกาแฟทุกวัน” ตัดสินใจเอ่ยถามขณะที่สายตาอีกคนจับจ้องอยู่ที่เครื่องกลั่นกาแฟ... และสายตาของผมก็จ้องที่มันอีกที
   
“ครับ” ตอบโดยไม่หันกลับมามอง
   
สาเหตุคงเพราะใบหูที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออีกรอบนั่นแหละ 
   
“รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” อดประหลาดใจไม่ได้ 

คิดว่าตัวเองเนียนแล้วเชียว 
   
คนตัวเล็กเงียบไป หยิบกาแฟช็อตขึ้นมาผสมลงในแก้วใบเล็กให้ผม ก่อนจะเริ่มวาดโฟมนมเป็นลาเต้อาร์ตซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผมโปรดปราน ยิ่งตอนนี้ในร้านมีเพียงแสงไฟสลัวของส่วนเคาน์เตอร์เท่านั้น ภาพตรงหน้าจึงไม่ต่างจากฉากหนึ่งในหนังที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศละมุนละไม
   
“คุณเคยวาดรูปไว้บนชีท” ตอบอ้อมแอ้มพร้อมกับเสิร์ฟกาแฟให้ ผมขมวดคิ้วนึกอยู่สักพักว่าชีทอะไร ก่อนจะนึกขึ้นได้เลยหรี่ตามอง
   
“แอบดูชีทกู?”
   
คนตรงหน้าอึกอัก พูดเฉไฉเหมือนเคย “ก็... แค่หาอะไรอ่านเล่นๆ น่ะครับ”
   
“...”
   
“ภาพวาดกากๆ แต่ก็พอเดาออกว่าอะไร”
   
“...”
   
“หลังจากนั้นก็เลยเพิ่งสังเกต... ว่าถูกมองจริงๆ” เอ่ยพลางหลบสายตา ท่าทางประหม่าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"เขินป่ะ" เห็นแบบนั้นแล้วอดไม่ได้แต่จะเย้าแหย่ออกไปจนอีกฝ่ายทำเสียงกระเง้ากระงอดบ่นพึมพำ

"ใช่เรื่องที่ต้องถามเหรอครับ" 

   
ผมหัวเราะเบาๆ ที่มันไม่ตอบคำถาม แต่ก็ไม่คิดจะคาดคั้น ในเมื่อคำตอบก็เห็นอยู่ชัดเจน เปลี่ยนคำถามใหม่ขณะใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวคนตัวเล็กเข้ามายืนระหว่างขาทั้งสองข้าง เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าปลายจมูกตัวเองอยู่ตรงตำแหน่งปลายคางได้รูปพอดี 
   
“แล้วอยากรู้มั้ยว่าทุกครั้งที่มองกูคิดอะไร” เป็นคำถามที่ตัวเองรู้คำตอบอยู่คนเดียว 

"..." 
"กูคิดว่า..." เมื่อไม่มีเสียงตอบจึงตัดสินใจจะเฉลย ใช้มืออีกข้างเกี่ยวผ้าปิดปากที่แสนเกะกะออกไป 

ไม่ลืมจะดึงแว่นหนาออกด้วยเพราะรู้ว่าถึงจะชอบให้มันใส่แว่นแค่ไหน... แต่ในสถานการณ์นี้คงไม่จำเป็น 
   
“ถ้าได้ทำแบบนี้สักครั้งก็คงดี” 

พูดจบก็รั้งใบหน้าไอ้ตี๋ให้โน้มลงมาหา... แล้วมอบจุมพิตแผ่วเบา 
   
ฉับพลัน รสจูบที่หอมหวานกว่าในจินตนาการ ก็กลายเป็นสิ่งที่ผมโปรดปรานยิ่งกว่ารสชาติของลาเต้ในทันที  





--------------------------------------------
หลงกันเบาๆ เนอะกับบทแรก  
เป็นตอนที่เขียนๆ แล้วแบบ... เหม็นความรัก 55555
มาอัพเร็วอีกแล้วอ่ะ ถามว่าทำไม เพราะนังคนเขียนค้างเองอีกแล้วค่ะ 
ความยับยั้งชั่งใจน้อยกว่าเจ้าซันก็คือฉันเอง แงงง
จั่วหัวว่าไม่ค่อยว่างมาทำไมตั้งหลายตอนอ่ะ 55555555

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ที่เป็นกำลังใจให้อีกครั้งนะคะ (และจะขอบคุณอีกหลายๆ ครั้ง)
ฝาก #ซันโช ด้วยน้า ^^

ปล. เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีภาพประกอบเลยอ่ะ พอดีเนตไม่อำนวยในการหาภาพมากๆ เลยค่ะ  
แค่อัพนิยายได้ก็เป็นบุญมากแล้วจริงๆ ;^;







B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #534 Jibangrin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:10
    โอ้โหหหหหห บทแรกมาไม่เกรงใจดราม่าในตอนที่แล้วเลยนะ5555555 เขินนนนนนนน!!
    #534
    0
  2. #497 metalx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:06
    หนูโชลูกกกกก มาบทแรกก็เล่นสะเขินเลยนะ
    #497
    0
  3. #425 jxperyah (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 16:02
    แฟนกันวันแรกก็หวานเจี๊ยบเลย
    #425
    0
  4. #394 mook_youn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 20:34
    แหมมมมมมมมดขึ้น
    #394
    0
  5. #289 sweetlemon12 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 04:27
    ตี๋เล่นของใส่ซันแน่ๆ หลงอะไรขนาดนั้นค่ะคุณ5555555
    #289
    0
  6. #265 day-life (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 08:22
    โอ้โหหหหห กลิ่นความรักมันแรงจนเหม็นเลยจ้าาาา หมั่นไส้ซันเบาๆ แหม คนหงอยเมื่อไม่กี่ตอนหายไปไหนแล้วยะ55555
    #265
    0
  7. #148 numpun (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 16:25
    เเหม็นความรักจรงๆ ด้วยค่ะ 5555
    #148
    0
  8. #115 piida (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 10:30
    ง่ะ ตามจากเชนตรี มาซันโช เอิ้กก ม้วนหน้าม้วนหลังเลย
    #115
    0
  9. #114 sparkleVegetable (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:20
    นี่มันไม่ใช่หลงเบาๆแล้ว!!! //ทุบโต๊ะ
    อะไรมันจะขนาดนี้คะพี่ตา หายใจเข้าโช หายใจออกกุน เหม็นความรักกกกก ฮรื้ลลลลลลล
    #114
    0
  10. #113 mamieweiei (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 18:27
    พึ่งมาอ่าน แต่ติดงอมแงมมากคะ5555 ฮื่ออออน่ารักกกก
    #113
    0
  11. #112 clickclack (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 17:18
    ความหลงแฟนนี้
    #112
    0
  12. #111 0821202281 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:27
    ต้องบอกก่อนว่า พึ่งมาตามอ่านเมื่อเช้า และถึงตอนล่าสุดตอนนี้ ( ทำงานไปด้วย ) เค้าชอบอ่ะ ตอนหน่วงนี้น้ำตาพรากๆ 5555 แต่นี้มาหลงกันตอนแรกก็ขนาดนี้แล้วอ่ะ โอ๊ยยยยย เขินมั้ยยยยย เขินนน จะหลงอะไรเบอร์น้านนนนน #ใต้ความหมั่นไส้ของเราเอง 55 รอๆนะคะไรท์ ????
    #111
    0
  13. #110 aumten (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:12
    โอ้ยยย เหม็นความร้ากกกกก
    #110
    0
  14. #109 kiyotaka45 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 19:33
    อ๊ากกกกกก
    หลังจากหนวงๆมา น้ำตาลขึ้น!! 
    ชอบ!!! ชอบ!!!
    #109
    0
  15. #108 ฮาย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 12:12
    นี่คือหลงเบาๆอ่อคะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟจะบ้าแร้วววว จะอัพเลเวลความหวานใช่มะ งื้ดดดดด รอคะๆๆๆๆ
    #108
    0
  16. #107 _nalynda (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 11:14
    โอ๊ยใจไม่ดีเลยคะไรท์ จะหวานไปไหนเนี้ย มดคงขึ้นหมดแล้วมั่ง อ่านแล้วเขินแทนโชเลยหลงหนักมากจริงๆ
    #107
    0
  17. #106 cheetah (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 10:31
    ฮื่อออออโชน่ารักมากกกก เห็นอย่างนี้อิจฉาเจ้าซันเลยเนี่ย พอๆแยกๆไม่ให้อยู่กับซันแล้วหมั่นไส้????????
    #106
    0
  18. #105 wiwie-nmk21 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 09:12
    กรี๊ดดดดดด เขาหลงกันหนักมากจริงๆ ค่ะ อะไรจะหลงกันเบอร์นั้นนน~ โดยเฉพาะซัน ออกหน้าออกตาน่าหมั่นไส้มากกกกกก
    #105
    0
  19. #104 hy-dran-gea (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 08:07
    โอ้ยยย หลงหนักมากกก เราก้ฟินมากค่ะ5555
    #104
    0
  20. #103 UltraPP (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 07:03
    เหม็นความรักจริงๆค่ะ อะไรจะหลงขนาดนั้น
    #103
    0
  21. #102 ooomukooo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 05:30
    อร้ายยยย หวานมาก ชอบๆๆๆ เอาอีกๆ

    เอาให้เป็นเบาหวานกันไปข้างเลย 555
    #102
    0