[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 19 : หลังตะวัน : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    19 มิ.ย. 60

หลังตะวัน : 6

   
รู้แล้วว่าต้องทำยังไง แต่มันง่ายที่ไหน แค่ควานหาคำทักทายในหัวยังไม่เจอเลย
   
ผมควรเริ่มยังไงดี
   
ผมเดินวนไปวนมาอยู่หน้าหอไอ้ตี๋ มองขึ้นไปยังระเบียงห้องบนชั้นที่จำได้ดีว่ามีคนที่อยากเจออยู่ในนั้น แสงไฟจากในห้องส่องสว่างชัดมาจนถึงระเบียงเมื่อพระอาทิตย์บอกลาท้องฟ้าไปแล้ว วันนี้ไอ้ตี๋มีเรียนแค่ครึ่งวัน และปกติตอนนี้ก็คงจะเตรียมตัวไปทำงาน แต่ไอ้ตรีเพิ่งบอกว่ามันไม่สบาย... บางทีอาจจะนอนซมอยู่บนเตียงทั้งวัน ด้วยความดื้อด้านของมันที่ถ้าไม่อาการหนักจริงๆ ก็คงไม่ไปโรงพยาบาล
   
เวร ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนรน ใจแม่งเข้าไปอยู่ในห้องแล้ว แต่เท้ามันไม่ยอมก้าวไปไหนสักที
   
ปกติผมขี้ขลาดขนาดนี้เลยเหรอวะ ให้ตาย!
   
ผมเดินวนไปวนมาอยู่แบบนั้นพักใหญ่ ขยำหัวตัวเองจนใกล้พัง ก่อนจะถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อยแล้วตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน กุญแจกับคีย์การ์ดสำรองที่เคยจิ๊กไว้ยังคงมีประโยชน์จนกระทั่งผมเดินออกจากลิฟต์และเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องอันคุ้นเคย
   
รู้ดีว่าไม่ควรถือวิสาสะไขเข้าไป จึงได้แต่เคาะแล้วถอยออกมา
   
“...” 
   
ยืนรออยู่นานแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีคนเปิดประตู
   
ก๊อกๆๆ
   
ตัดสินใจเคาะอีกครั้งด้วยความดังที่มากกว่าเดิม  

และคราวนี้ในความเงียบงันผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากอีกฝั่งของประตู 
   
หัวใจมันเต้นรัวตามระยะห่างของเงาที่เข้าใกล้มา แต่แล้วก็เหมือนจะหล่นวูบลงไปเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงฝีเท้ายืนนิ่ง ค้างอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน 
   
“ตี๋” และเมื่อได้ยินว่าคนอีกฝั่งขยับ แสงที่ลอดผ่านบานประตูเริ่มวูบไหวอีกครั้ง ผมก็เรียกรั้งเอาไว้ก่อนที่มันจะหนีไป 

“กูรู้นะว่ามึงอยู่ตรงนี้” มองที่ตาแมว และคิดว่าคนข้างในก็อาจจะกำลังใช้มันมองมายังผมเช่นกัน แม้จะไม่ยอมตอบอะไรกลับมาสักคำก็ตาม
   
“ไหนมึงบอกจะรอคำตอบไง” อ้างคำพูดของมันที่เคยทิ้งไว้ในวันสุดท้ายที่เจอกันขึ้นมา หวังว่าจะเป็นประเด็นที่ใช้ในการรั้งมันเอาไว้ได้

“...”

“ไหนบอกจะให้กูเลือก ว่าจะให้ลืมเรื่องคืนนั้นไป หรือจะไม่มาเจอหน้ามึง” 
   
“...”
   
“แล้วทำไมถึงเป็นฝ่ายหนีไปเอง” ผมถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงถึงความโกรธหรือไม่พอใจ แต่เจือไปด้วยความน้อยใจชัดเจน
   
“...”
   
แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็ยังคงเงียบสนิท 

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ บอกตัวเองว่าไม่ควรเร่งเร้า ก่อนจะก้าวถอยหลัง วางกุญแจสำรองห้องมันไว้ที่หน้าประตู 
   
“วันนี้มึงจะไม่เปิดก็ได้ แต่พรุ่งนี้กูจะมาใหม่...”

“...” 

“จะมาทุกวันจนกว่ามึงจะยอมฟังคำตอบจากกูจริงๆ” ตั้งใจจะให้เห็นเจตนาว่าต่อให้ผมไขเข้าไปเองได้ แต่ผมพร้อมจะรอ... รอให้มันเป็นฝ่ายเปิดรับผมเข้าไปอีกครั้ง เหมือนกับคราวที่มันยอมให้ผมก้าวเข้าไปเข้าใจความเศร้าของมันอย่างเต็มใจ
   
แกรก
   
ไม่คิดว่าจะได้ผล จนกระทั่งหมุนตัวทำท่าจะกลับ เสียงลูกบิดที่รอฟังก็ดังขึ้นเรียกให้ผมชะงักฝีเท้าหันกลับไปมอง
   
หัวใจเหมือนจะรัวกลองได้ตอนที่เห็นประตูค่อยๆ เปิดออก แต่เพียงแวบเดียวก็คล้ายกับใจจะสลาย ตอนที่เห็นว่าเจ้าของใบหน้าที่ผมกำลังโหยหามีสภาพย่ำแย่แค่ไหน... ร่างกายที่ดูผอมบางอยู่แล้วยิ่งดูซูบลงกว่าครั้งล่าสุดที่เจอจนสังเกตได้ ดวงตาใต้กรอบแว่นหนาดูบวมแดง และใบหน้าขาวก็ซีดเซียวดูไร้เรี่ยวแรงจนน่ากลัวว่าจะล้มพับลงไป

ไอ้ตี๋ไม่สบายอย่างที่ไอ้ตรีว่าจริงๆ 
   
“ตอบมาสิครับ” ผมแทบไม่ได้สนใจประโยคที่เอ่ยออกมา สนแต่ว่าเสียงของมันแหบแห้งขนาดไหน ในใจคิดแต่ว่าอยากกอด อยากเข้าไปใกล้ๆ... อยากจะทำอะไรให้มันกลับมาสดใสได้เหมือนเดิม
   
แต่แค่จะยื่นมือออกไปแตะหน้าผากวัดอุณหภูมิร่างกายยังไม่กล้า
   
ผมแม่ง โคตรขี้ขลาดเลยจริงๆ
   
“ตี๋” ผมครางชื่อมันเสียงแผ่ว คิ้วขมวดแน่นมองเจ้าของดวงตาคู่สวยที่โหยหามาหลายวัน 

“มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะครับ” แต่มันกลับหลบสายตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาแบบที่ไม่เคยได้ยิน 

ถึงปกติมันจะไม่ได้พูดดีๆ กับผมนัก แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป... กลายเป็นน้ำเสียงที่แสดงความผลักไสอย่างชัดเจน

“โกรธกูขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมยิ้มขืนๆ กับตัวเอง ก่อนจะถามออกไป หัวใจทวีความปวดหนึบขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของมัน 

“เกลียดกูมากเลยใช่มั้ย?”

“ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็กลับไปเถอะครับ” ว่าจบก็ทำท่าจะเดินเข้าห้องไป แต่ผมก็ไวพอที่จะรั้งแขนมันไว้ และสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่ผิดปกติชัดเจน

ไม่ได้ร้อนจัดถึงขนาดมีไข้ แต่ก็สูงกว่าคนทั่วไปจนรับรู้ได้ผ่านฝ่ามือ

“ได้ยินว่ามึงไม่สบาย” ผมยอมปล่อยมือออกเมื่อเจ้าของแขนบางหันกลับมามองด้วยสายตาที่ทวีความเย็นชา แต่ก็ยังสู้สบสายตาเพื่อให้รู้ว่าผมมาด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง

“ครับ” มันตอบ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวและมือข้างหนึ่งยังจับอยู่ที่ประตู “ผมอยากพักผ่อน ช่วยกลับไปก่อนเถอะครับ”

“ตี๋ อย่าหนีกูแบบนี้” พอมันทำท่าจะหนี ผมก็ยื้อต่ออีกครั้ง ไอ้ตี๋จึงขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม 

“ผมเปล่าหนี”
   
“แล้วที่ทำอยู่นี่อะไร” 

“...” คราวนี้มันชะงักไป ให้คำตอบไม่ได้ เพราะเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ทำอยู่คือการหลบหน้าผมจริงๆ

“กูขอโทษ... ขอโทษจริงๆ แต่อย่าหลบหน้ากูแบบนี้” เอ่ยคำเดียวที่วนอยู่ในใจเป็นพันๆ ครั้งพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปจับต้นแขนที่ผ่ายผอมจนแทบจะกำได้มิดในมือเดียว

“...”

“ให้กูรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำได้มั้ย” 

“พอได้แล้วครับ” มันถอนหายใจหนักๆ ออกมา มองมือของผมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย 
คล้ายจะโกรธ แต่ก็ดูสับสน ไม่เข้าใจ และแฝงไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ข้างใน 

“ที่ผมพูดไปคราวก่อนไม่เข้าใจเลยเหรอ” 

“...”

“คุณจะรับผิดชอบยังไง คบกับผมงั้นเหรอ? หรือว่าแต่งงาน” มุมปากบางแสยะยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ ดึงแขนตัวเองออกจากมือผมไป “ก่อนจะพูดออกมา คิดบ้างหรือเปล่าครับว่ามันหมายความว่ายังไง” 

“...”

“รับได้แล้วเหรอครับที่ตัวเองมีอะไรกับผู้ชาย”

“ตี๋” ผมขมวดคิ้วเรียก หวังให้มันหยุดประชดประชัน

“รับได้เหรอครับที่จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รักตลอดไป” แต่ถึงอย่างนั้นคนตรงหน้าก็ยังมองผมแล้วยิ้มหยัน ก่อนทำท่าจะถอยหลังเดินเข้าห้องไป

“...”

“ถ้ารับไม่ได้ ก็อย่าขอรับผิดชอบอะไรเลย” ประตูกำลังจะปิดลง และผมก็รู้ว่ามันคงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพูดในสิ่งที่ตั้งใจ จึงรีบยื่นมือออกไปกันไว้ โดยไม่สนใจว่าบานไม้สีขาวจะหนีบเข้าที่แขนเต็มๆ 

กึก!

“คุณซัน!” ไอ้ตี๋เปิดประตูออกมาอีกครั้ง สีหน้าตื่นตระหนกขณะดึงมือของผมขึ้นมาสำรวจบาดแผล แต่มันไม่ได้เจ็บอะไร ถึงจะขึ้นรอยแดง แต่ผมไม่คิดจะใส่ใจ เพราะมีสิ่งอื่นที่อยากพูดออกไปจนทนไม่ไหว

“รัก” 

“...” คนตรงหน้าชะงัก ละสายตาจากแขนมามองหน้าผมอย่างงุนงงระคนตกใจ

“ไม่ใช่แค่รับได้... แต่เต็มใจรับผิดชอบเพราะรัก ได้ยินมั้ย” ผมขยับเข้าไปใกล้ เพื่อจะสบตาให้แน่ใจว่ามันจะเห็นความจริงใจของผมได้ชัดเจน

“นี่คุณ...เมาอีกแล้วเหรอ?” แต่คนตัวเล็กกว่ากลับหลบสายตาอีกครั้ง แววตาดูสับสนและหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน 

“เปล่า ไม่ได้เมา” ผมส่ายหน้ายืนยัน 

จะให้พิสูจน์ยังไงก็ได้ แต่ผมแน่ใจว่าตัวเองกำลังมีสติครบถ้วยทุกประการ 

“คืนนั้น... ระหว่างเรา กูก็ไม่ได้ทำไปเพราะเมา” คราวนี้ไอ้ตี๋เงยหน้าขึ้นมามองผม สบตาด้วยความไม่เข้าใจ

“พะ...พูดอะไรออกมา” เสียงของมันเริ่มสั่น ก้าวถอยหลังทำท่าจะหนีอีกครั้งแต่ผมก็รั้งแขนมันไว้ อยากจะดึงมากอดด้วยซ้ำแต่ก็รู้ว่ายังทำไม่ได้ จนกว่าจะพูดให้มันเข้าใจ

“ตี๋ ฟังกูนะ ฟังกูก่อน” ผมขอร้อง สบตาดวงตาที่กำลังวูบไหวอย่างเว้าวอน “กูขอโทษที่ทำแบบนั้น ขอโทษที่ไม่ยับยั้งชั่งใจ... แต่เชื่อเถอะว่าทุกอย่างที่ทำเพราะกูตั้งใจ”

“...”

“มันโคตรเห็นแก่ตัวที่กูพิสูจน์หัวใจตัวเองด้วยวิธีแบบนั้น แต่ขอโอกาสให้กูได้มั้ย ให้กูได้แก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำได้มั้ย” 

“คุณซัน...”

“ที่มึงให้กูเลือก บอกเลยว่ากูเลือกไม่ได้... ไม่ว่าจะข้อไหนก็เลือกไม่ได้ทั้งนั้น”

“...” 

“กูลืมเรื่องคืนนั้นไม่ได้ พอๆ กับทนคิดถึงมึงไม่ได้ ถึงได้หน้าด้านโผล่หัวมานี่ไง” 

“ดะ...เดี๋ยว”

“ตี๋...”

“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น!” มันขึ้นเสียง สะบัดแขนออกจากมือผม ถลึงตามองมาด้วยความสับสนจนสะท้อนออกมาในแววตา

“...” 

“ตั้งใจจะทำอะไรครับ” คิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูคล้ายกับจะร้องไห้เต็มทน “กำลังล้อเล่นอะไร” 

“ไม่ได้ล้อเล่น ไม่ได้คิดจะล้อเล่นเลยสักนิด” ผมยืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง “กูรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่ตอนนี้กูแน่ใจ... แน่ใจยิ่งกว่าอะไร” 

“...”

“กูเคยปฏิเสธไอ้ตรี เพราะไม่ได้ชอบผู้ชาย... แล้วดูตอนนี้ดิ คนที่กูตกหลุมรักหัวปักหัวปำดันเป็นผู้ชาย... ดันเป็นมึง” ยิ้มจางๆ อย่างนึกสมเพชที่กลืนน้ำลายตัวเองเข้าอย่างจัง ก่อนจะสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง ด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี

“กูรักมึง ตี๋”

“นะ... นี่มันอะไรกัน...” แต่พอได้ยินคำสารภาพ ไอ้ตี๋ก็ยิ่งดูตกใจและทวีความสับสนเกินกว่าจะบรรยาย “คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร” 

“ตี๋...” ผมกำหมัดแน่น รู้สึกปวดไปหมดทั้งใจเมื่อพบว่ามันไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดออกไป “กูรู้ว่ากูเห็นแก่ตัว กูทำมึงเสียใจ หน้าด้านแค่ไหนที่ยังกล้ามาพูดแบบนี้กับมึง แต่กูไม่อยากเสียมึงไปจริงๆ” 

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะครับ” มันขมวดคิ้วมองผมด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาทั้งสองข้างเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

ผมส่ายหน้ารัว ไม่คิดจะหยุดคำพูดที่พรั่งพรูเข้ามาในหัว เพราะหวาดกลัวเหลือเกินว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้าย และถ้าไม่พูดทั้งหมดออกไป ก็คงไม่ได้พูดอีกเลยตลอดกาล

“ให้โอกาสกูนะตี๋ มึงอาจจะยังตัดใจจากไอ้ตรีไม่ได้ หรือมึงอาจจะยังไม่อยากมีใคร แต่กูไม่สนใจอะไรแล้ว กูรักมึง ได้ยินมั้ย” 

“พอได้แล้วครับ”

 “กูผิดเองที่ไม่ได้เจอมึงเร็วกว่านี้ ไม่ได้เจอมึงก่อนที่มึงจะรักไอ้ตรี ไม่อย่างนั้นกูคงทำให้มึงรักกูแทนได้ กูมั่นใจ” พูดพล่าม อวดอ้างออกไป ทั้งที่กำลังกลัวจับใจว่าจะถูกผลักไส กลัวว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหลังจากวันนี้ 

ถ้ามันหนีไปอีก ผมจะทำยังไง

“คุณซัน...” 

คงทรมานกว่านี้อีกหลายเท่า... คงคิดถึงจนบ้าตายขึ้นมาจริงๆ

“ตอนนี้มึงอาจจะโกรธกู เกลียดกู แต่อย่าไล่กูไปเลยนะ ให้กูอยู่ข้างๆ เหมือนเดิมได้มั้ย... ให้กูรอก็ได้ นานแค่ไหนก็ได้ แต่กู...!”

กำลังอ้อนวอน ขอร้องอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใดๆ แต่กลับถูกหยุดคำพูดทุกอย่างไว้... ด้วยริมฝีปากของอีกคน
   
ริมฝีปากร้อนจัดที่ทาบทับลงมาแนบสนิท กดเน้นราวกับจะกลืนกินคำพูดทั้งหมดลงไป ทำให้ผมได้แต่ชะงักค้างอยู่อย่างนั้น

ตกใจ... ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายกลับทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม กับรสจูบชวนฝันที่ไม่ต่างจากคืนนั้น
   
นี่มัน... อะไรกัน
   
“บอกให้หยุดได้แล้วไง” เมื่อถอนริมฝีปากออก คนตัวเล็กก็เงยหน้ามองผมด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย มือบางข้างที่ไม่ได้ถือแว่นไว้กำปกเสื้อผมไว้แน่น คล้ายกับกำลังตกใจ และมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน
   
“โช...” เนิ่นนานกว่าผมจะหาเสียงตัวเองเจอ เผลอเรียกชื่อจริงของมันออกไปแผ่วเบา ในขณะที่คนตรงหน้าหลบสายตาพลางพูดพึมพำ

“ทำไม ใจร้ายขนาดนี้”

“...” 
   
“ทำไม...ถึงเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้ครับ” เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยคำถามที่ทำให้ผมเริ่มเข้าใจ ว่ามันมีบางอย่างที่ผิดพลาดไประหว่างเรา 
   
ความผิดพลาดที่เกิดจากความโง่และขี้ขลาดของผมเอง

“ผมคิดมาตลอดว่าที่คุณนอนกับผมเพราะเสียใจจากคุณวี... แล้วนี่มันอะไร” แต่ตอนนี้ผมว่าผมเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร... รู้แล้วว่าจูบเมื่อกี้คืออะไร และความเจ็บปวดในแววตาที่ได้เห็นในวันนั้นมันหมายความว่ายังไง... 

ไม่ใช่เพราะรังเกียจ... แต่เป็นเพราะความเข้าใจผิด ที่คิดว่าผมยังรักใครอีกคน 

“ผมเอาแต่บอกตัวเองว่าไม่ควรหวัง ไม่ควรรู้สึกอะไรกับคุณ เพราะคุณไม่มีทางชอบผู้ชาย แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงได้...” 
รู้แล้วว่าไม่ได้มีแค่ตัวเองที่รู้สึกไปอยู่ฝ่ายเดียว

“ตี๋...”
   
“รู้มั้ยครับว่าร้องไห้คนเดียวมันทรมานแค่ไหน...”
   
“...” 
   
“แล้วทำไม... ฮึก... ทำไมถึงปล่อยให้ผมร้องไห้อยู่ตั้งหลายวัน”  
   
“ตี๋” ผมดึงร่างบอบบางเข้ามากอดไว้แน่นเมื่อมันเริ่มสะอื้นไห้ ตัดพ้อด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
   
อยู่ๆ หัวใจที่เคยสั่นไหว ก็กลับมาเต้นรัวอีกครั้งเมื่อปะติปะต่อชิ้นส่วนที่ผิดพลาดเข้าด้วยกันใหม่จนได้ภาพที่สมบูรณ์ ความสุขเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาในใจ เมื่อไร้การปิดบังหรือความเข้าใจผิดที่ทำให้ต้องเก็บงำความรู้สึกอีกต่อไป
   
“กูไม่ได้รักวีแล้ว ไม่ได้สนใจใครทั้งนั้นนอกจากมึง ได้ยินมั้ย” พูดซ้ำอีกครั้งให้แน่ใจ ขณะที่คนในอ้อมกอดเริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม
   
“คนใจร้าย... ทำไมถึง... ได้ใจร้ายขนาดนี้” ถูกคาดโทษซ้ำและไม่คิดจะแก้ตัว เพราะรู้ว่ามันเป็นความผิดผมเต็มๆ ที่ไม่ยอมพูดให้คนตรงหน้าเข้าใจ ไม่มีความกล้าพอที่จะอธิบายความรู้สึกตัวเองออกไปตั้งแต่ต้น ปล่อยให้ต่างคนต่างเข้าใจผิดอยู่ได้ตั้งนาน

โง่จริงๆ
   
อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ กับความงี่เง่าของตัวเอง ก่อนจะผละอ้อมกอดออกแล้วโน้มหน้าลงไปหาคนตัวเล็กกว่าจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน 
   
“ตาช้ำหมดแล้ว” ว่าพลางปาดน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุดออกให้อย่างแผ่วเบา
   
“อย่าร้อง” 

“ฮึก...”

“ทำไมขี้แยขนาดนี้วะตี๋” ผมถามกลั้วหัวเราะแต่ยังไม่หยุดเช็ดน้ำตา 

“แล้วมันเพราะใคร” เจ้าของดวงตาแดงช้ำเบะปากมองหน้ากัน ทำน้ำเสียงเอาแต่ใจทั้งที่ยังสะอื้นไม่หาย

“ขอโทษ ขอโทษนะ” ผมดึงมันเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง ลูบหลังปลอบประโลมพร้อมกับเอ่ยขอโทษซ้ำๆ อย่างรู้สึกผิดจับใจ จนคนในอ้อมแขนส่ายหัวไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยท่าทางงอแง 

“คุณซัน...”

“...” 

“ไม่เอาแล้วนะครับ... ไม่เอาแบบนี้แล้ว ไม่อยากทรมานขนาดนี้แล้ว” 

“...”

“ผมตัดใจจากตรีได้แล้ว ตัดใจได้ตั้งนานแล้ว ได้ยินมั้ยครับ”

“...”

“เพราะงั้นไม่รอแล้วได้มั้ย ไม่ให้รออะไรทั้งนั้น... ฮึก” แล้วอยู่ๆ ก็กลับมาสะอึกสะอื้นยกใหญ่จนต้องมุดหัวกลับเข้ามาซบอกผมอีกครั้งด้วยความอาย ผมหัวเราะเบาๆ พลางกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น จับตัวคนขี้แยโยกเบาๆ ก่อนจะกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่ม เอ่ยกระซิบรับคำ

“ไม่รอ... กูก็ไม่อยากรออะไรแล้วเหมือนกัน” 

กอดปลอบสลับกับเช็ดน้ำตาให้อยู่อย่างนั้น โดยไม่คิดจะเร่งเร้าใดๆ 

ปล่อยให้ร้องไห้จนพอใจ พร้อมสัญญากับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ไอ้ตี๋จะเสียน้ำตา





ใช้เวลาอยู่นานกว่าเสียงร้องไห้จะหยุดลง ผมพาไอ้ตี๋เข้ามาในห้องเพื่อพักผ่อน ในขณะที่ตัวเองก็นอนอยู่ข้างๆ ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการพูดคุย บอกสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เคยรู้ออกไป เพื่อไม่ให้มีเรื่องที่เข้าใจผิด หรือคิดไปเองอีก พูดออกไปจนแน่ใจว่าไม่เหลืออะไรคั่งค้างอยู่ในใจ ก่อนต่างคนต่างเงียบแล้วเอาแต่นอนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น ซึมซับความสุขใจที่เรื่องทุกอย่างคลี่คลายลงได้โดยไม่เสียอีกคนหนึ่งไป แถมยังได้รู้ว่าที่จริงแล้วใจตรงกันมาตั้งนาน

ดีจริงๆ ที่ตัดสินใจมา

“จูบได้มั้ย?” เอ่ยถามออกไปตามความรู้สึกหลังจากที่ไล่สายตามองใบหน้าใสอยู่นาน ไอ้ตี๋เบิกตากว้างยกมือปิดปากตัวเองไว้แล้วส่ายหน้ารัว

“ไม่ได้ครับ”

“อ้าว” ผมเหวอไป เพราะไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธทันควัน 

“ไม่ใช่แบบนั้นนะ” คนตรงหน้าขมวดคิ้ว สีหน้ายุ่งยากใจ หลบสายตาไปครั้งหนึ่งก่อนจะมองหน้าผมใหม่แล้วเอ่ยพึมพำ 

“เดี๋ยวติดไข้”

พอได้ยินเหตุผลผมก็หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ กระซิบเสียงเบา 

“ทีเมื่อกี้ยังจูบได้” ยิ้มมุมปาก ทวนความจำของคนป่วยที่ฉวยโอกาสจูบกันเพื่อให้ผมหยุดพูดพล่ามเรื่องไร้สาระ

“อันนั้นมัน...” สายตาหลุกหลิกเหมือนพยายามคิดคำแก้ตัว แต่คงคิดไม่ออก ถึงได้กลับมามองผมด้วยสีหน้าเอาแต่ใจ 

“ลงโทษไงครับ” พึมพำทั้งที่ยังเอามือปิดปากตัวเองไว้ จนผมอดไม่ได้ที่จะกัดลงไปบนหลังมือด้วยความหมั่นไส้
ก็จริงของมัน ผมสมควรถูกลงโทษจริงๆ 

แต่แค่นั้นมันจะไปพอได้ยังไง 

“คุณซัน…!” สบโอกาสตอนที่ไอ้ตี๋ตกใจจนคลายมือออกพร้อมกับอ้าปากเตรียมด่ากันฉกฉวยริมฝีปากลงไปอีกครั้ง...บนริมฝีปากบาง
   
เจ้าของร่างบอบบางดูเหมือนจะตกใจ ทำท่าจะถอยหนีออกไปจนผมต้องใช้มือข้างหนึ่งรั้งเอวบางไว้ จนสองร่างแนบชิดกว่าเดิม บดจูบเนิ่นนานกระหวัดลิ้นดูดดุนราวกับตั้งใจจะกดซับความร้อนออกจากร่างกายอีกฝ่ายมากักเก็บบรรเทาไว้ที่ตัวเอง
   
ตักตวงจนคนในอ้อมกอดทักท้วงขออากาศหายใจ จึงได้ผละริมฝีปากออกมาแต่ยังคงแตะหน้าผากไว้กับหน้าผากร้อน ใช้นิ้วเกลี่ยคราบน้ำออกจากริมฝีปากหวานเชื่อมก่อนจะยิ้มยียวน
   
“งั้นให้ลงโทษสองครั้งเลย”
   
คนตัวเล็กกว่าถลึงตามองผมอย่างไม่พอใจ แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีจัดก็บ่งบอกว่าไม่ได้จริงจัง  

ไม่นานก็กลับมาทำสีหน้าอ่อนลงอีกครั้ง มือบางยกขึ้นมาเกลี่ยใบหน้าผมเบาๆ ไล่สายตามองตั้งแต่หน้าผาก ดวงตา จมูก ริมฝีปาก และปลายคางด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย เหมือนจะมีความสุข แต่ก็ยังไม่มั่นใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวั่นไหว ขณะเอ่ยคำถามออกมา
   
“พรุ่งนี้ถ้าตื่นมา คุณจะยังอยู่ตรงนี้มั้ย?”
   
ผมหัวเราะเบาๆ จับมือมันมากดจูบลงไปบนฝ่ามือก่อนจะพยักหน้า “อยู่ดิ”

“...” 

“จะไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ต่อให้ถูกไล่ก็ไม่ไป จะหน้าด้านเกาะแกะมึงเป็นลูกลิงจนรำคาญตายไปเลย” ยืนยันด้วยคำพูดติดตลก แต่คนตรงหน้าคงมองออกว่ามันล้วนมาจากใจ ถึงได้คลายคิ้วที่ขมวดลง เผยยิ้มบางอย่างพอใจ

“นอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไข้ขึ้นกันพอดี” ผมว่าพลางลูบหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู

รู้แหละว่าร้องไห้ไปขนาดนั้น ถ้าไข้ขึ้นก็คงไม่แปลกอะไร วางแผนไว้ในใจแล้วว่าตื่นมาต้องพามันไปหาหมอให้ได้ แต่ตอนนี้คงต้องให้นอนพักผ่อนไปก่อนเพราะรู้ว่ามันคงดื้อไม่ยอมไป

“ครับ” รับคำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนอนลืมตามองหน้ากันไม่มีทีท่าว่าจะหลับตา

แล้วมาคงมาครับอะไร

“ถึงตาจะตี่แต่ก็แกล้งหลับไม่เนียนหรอกนะตี๋” ผมแซวกลั้วหัวเราะ จนถูกเบ้หน้าใส่ แต่แวบเดียวก็กลับมาจ้องหน้าผมอีกครั้งด้วยสีหน้าคล้ายกับจะงอแง

“ซัน”

“หืม?” ผมเลิกคิ้วประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆ คนตรงหน้าก็เรียกชื่อโดยไร้คำนำหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายขยับเข้ามาซุกหน้าลงกับอกแล้วยกเมื่อขึ้นมาโอบร่างผมไว้ ราวกับกลัวว่าจะหายไปจริงๆ

“ตี๋...”

“ปกติผมติดหมอนข้างน่ะครับ” 

ขี้โม้สัส ในห้องนี้มีหมอนข้างสักใบที่ไหน 
   
ผมหัวเราะออกมาเสียงดังกับความปากแข็งตีหน้ามึนของมัน วาดแขนกอดกลับไป กระชับอ้อมกอดแน่น พลางยกขาขึ้นมาก่ายบนกายบาง ก่อนจะกดจูบหนักๆ ลงไปบนกระหม่อมอย่างเอ็นดู เลื่อนริมฝีปากลงมาที่ข้างใบหูแล้วแกล้งกัดเบาๆ 
   
“มึงนั่นแหละหมอนข้าง” 




------------------------------------------
ขอหมอนข้างแบบตี๋หนึ่งอัตรา  

ไม่คิดว่าตอนนี้จะเขียนยากเพราะเขียนร่างไว้เยอะมาก คิดว่าพอเขียนจริงคงแค่หยิบๆ มาใช้
แต่พอถึงเวลาต้องตัดออกไปหลายประโยคมากก เสียดาย 
อยากให้จังหวะมันออกมาพอดี ไม่รีบเกินไป ไม่ช้าเกินไป ไม่ดราม่าจนแบบ... จะลีลาทำไม อะไรแบบนั้น 5555 
ไม่รู้ว่าสื่อออกมาได้ดีแค่ไหน ยังไงก็ติได้เสมอเลยนะคะ 

ตอนนี้เริ่มพาร์ทหลงตะวันแล้วล่ะ เป็นพาร์ทที่โนดราม่า และมีแต่ชูก้าร์ล้วนๆ เลยค่ะอยากจะเตือน 5555
B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #559 fgh88 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 21:50

    ชอบการไม่ซ่อนความรู้สึกของทั้งสองคน มีอะไรบอกกันให้หมด! แบบนี้มันดีมาก!!!

    #559
    0
  2. #533 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:01
    โอ้ยยยยย คืนดีได้อึดอัดมากก บรรยายสวยมากกกกกชอบบๆๆ //โล่งละะ เห้ออออ
    #533
    0
  3. #496 mmamaexx (@metalx) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:57
    ถ้าไม่ได้ตรีซันคงนอนโง่อยู่เหมือน แอบเอ็นดูโชอะ ความซึนหน้ามึนนี่ ใจตรงกันนสักที
    #496
    0
  4. #491 liarguy (@liarguy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 19:06
    ทางนี้ก็ติดหมอนข้างนะ ขอหมอนข้างแบบน้องโชซักใบสิ
    #491
    0
  5. #468 ppppjih (@ppppjih) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:48
    ลุ้นมาก แงงงง ถ้าไม่กดดันมากๆซันก็ไม่พูดเนอะ555 โชก็จะไม่เข้าใจซักที
    #468
    0
  6. #451 Palita Sansuk (@palitasansuk) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 02:24
    น้องโชชชชชชชชชฮือออออ
    #451
    0
  7. #436 Theaeaeee (@Theaeaeee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 07:51
    ฮืออร้องไห้ตามมาหลายตอนแล้วนะคะ ต่อไปจะมุ้งมิ้งแล้วววว
    #436
    0
  8. #424 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 15:07
    น่าารักกกกกก ใจตรงกันแบบดีจัง
    #424
    0
  9. #408 สีน้ำ (@re-turn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:12
    พี่ซันคนกากไม่มีแล้วนะะะ 555555 #ตัลล๊าก
    #408
    0
  10. #398 คัพครีม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 13:57
    กว่าจะเลิกขี้ขลาด ลุ้นจนขี้เหนี่ยวหมดแล้วเนี้ย โอ้ยยย
    #398
    0
  11. #393 mookyoun (@mook_youn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 20:27
    ฮือออออน้ำตาจะไหล อบอุ่นหัวใจ
    #393
    0
  12. #383 Jinny2534 (@Jinny2534) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 01:05
    อมยิ้มแบบบ้าคลั่ง
    #383
    0
  13. #264 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 08:03
    เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนานนนน จุดพลุฉลองให้น้องซันคนไม่กากแล้วด้วยค่าาา เกร๊ดดดดดด ชอบตอนนี้มากเลย เขินตอนนอนมองหน้ากันเฉยๆ แบบ แงงง ฉันเขินอะรั้ยยยย แต่นั่นแหละค่ะ5555 รอดูตอนเขาสวีทกันนะคะ5555
    #264
    0
  14. #101 muk ka (@ooomukooo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 12:22
    ความกากของซันหายไปแล้ว ยินดีมาก รอตอนต่อไป ขอหวานกว่านี้อีก 555
    #101
    0
  15. #100 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 00:09
    นี่เขายังไม่หลงกันอีกหรอคะ ><
    เขาสองคนเข้าใจกันแล้ววว~ ชอบจังชอบจังงงงง //รอตอนต่อไปน้าาา เราเตรียมโอวัลตินไม่ใส่น้ำตาลรอไว้แล้ว อิอิ
    #100
    0
  16. #99 sparkleVegetable (@sparkleVegetable) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 21:05
    หลงตะวัน!!!!!! กรี๊ดดดด
    นี่ยังไม่หลงอีกหรอ นี่ยังไม่หลงอีกเหรอ! //ทำตัวเป็นป้าข้างบ้านขี้โวยวาย
    ทำไมสองคนนี้น่ารักจัง(โว้ย) ว่าตัวเองไบแอสตี๋นะคะ แต่ตอนนี้ซันก็น่ารักกก ชอบเวลาเขาอยู่ด้วยกันแล้วเข้าใจกันจัง ไปค่ะ ไปเดทกันนน //ปูเสื่อรอพาร์ทหลงตะวัน

    ขอบคุณสำหรับตอนนี้ค่า~
    #99
    2
    • #99-1 sparkleVegetable (@sparkleVegetable) (จากตอนที่ 19)
      17 มิถุนายน 2560 / 21:06
      ปล. แอบเห็นคำผิดนิดนึงค่ะ บอกไว้กันลืม แฮ่
      ก็รู้ -> กูรู้
      ตกใจ -> ตกใข
      ชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
      #99-1
    • #99-2 makok_num (@olive) (จากตอนที่ 19)
      19 มิถุนายน 2560 / 02:16
      ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ แก้แล้วนะคะ ถ้าเจออีกเตือนได้เสมอเลยนะคะ ^^
      #99-2
  17. #98 ♡ aunjai ♡ (@aumten) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 21:02
    กรี๊ดดดดด ดีมากกกกกก กรี๊ดดดดดด
    ขอชูการ์เน้นๆค่ะ
    #98
    0
  18. #97 L-co-op (@steal) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 20:17
    กรี๊ดดดดกกก ดีใจๆๆๆ เข้าใจกันแล้ววงวว
    #97
    0
  19. #96 Nam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 19:08
    ฮ่อกกกก แค่นี้ก็บิดหมอนแล้ว55555555555 รอพาร์ทหลงตะวันเลยค่ะ มันจะหลงกันขนาดไหน(วะ)เนี่ยย ฟฟฟฟฟฟ
    #96
    0
  20. #95 OnlYmEYaB (@lone1234) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 18:31
    ฮือออเขียนดีมากกก โถ่ตี๋T^T เข้าใจกันซักที
    #95
    0
  21. #94 UltraPP (@UltraPP) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 17:01
    นี่ก็น่ารักไป ฮืออ ใจเราบาง
    #94
    0
  22. #91 HDG-girl (@hy-dran-gea) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 14:54
    อร๊ายย เข้าใจกันแล้ว รักคู่นี้มากๆเลย น่ารักจัง
    #91
    0