[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 17 : หลังตะวัน : 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

 


หลังตะวัน : 4


[ Shogun’s Part ]

 
            
‘เริ่มต้นใหม่ได้มั้ยครับ’
            
‘…ลืมผู้หญิงคนนั้นไป แล้วเริ่มต้นใหม่ได้มั้ย...’
 
                
กล้าขอออกไปได้ยังไง ทั้งที่ตัวเองยังทำไม่ได้...
                
ผมจะเริ่มต้นใหม่ได้ยังไง ในเมื่อคนที่ผมกำลังมีใจให้ ยังมีรักฝังใจให้ผู้หญิงอีกคน
                
“ยังรักมากเหรอครับ” เอ่ยถามแผ่วเบา ทั้งที่รู้ว่าเสียงตัวเองไม่อาจส่งถึงคนที่นอนหลับสนิทอยู่เคียงข้างกาย ร่างเปลือยเปล่ายังคงแนบชิดก่ายเกยกันอยู่บนโซฟาใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกหยิบมาตอนไหน แขนแข็งแกร่งโอบรัดผมไว้ ขณะที่ลมหายใจร้อนเป่ารดลงบนปลายจมูกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
                
“ยังเจ็บปวดขนาดนั้นเลยเหรอ” ยกมือขึ้นเกลี่ยแก้มใส ระมัดระวังไม่ให้รบกวนจนอีกฝ่ายรู้สึกตัว
                
รู้ดีว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดขึ้นจากบาดแผลในใจ ไม่คิดโกรธเคืองใดๆ แม้ว่าจะถูกใช้เป็นที่ระบาย เพื่อลบเลือนความเจ็บปวดที่ถูกสร้างโดยใครอีกคน

ต้องโทษตัวเองที่โลภ... หลงระเริงกับความต้องการชั่ววูบ ถูกความสุขสมชักจูงจนถลำลึกทำสิ่งที่ไม่ควรลงไป ไร้สติขนาดนั้นได้ยังไง แม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง
                
ที่ซันทำคงเพียงเพราะพลาดพลั้งจากความเมา มันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ผมล่ะ... จะหาเหตุผลอะไรมาอ้าง กับสิ่งที่ทำลงไป?
                
ตอนนี้ก็เช่นกัน... ผมจะหาข้ออ้างอะไรมารองรับการกระทำอันฉวยโอกาสของตัวเอง ที่ลักลอบจรดริมฝีปากลงไปบนหน้าผากใส... ปลายจมูก... และริมฝีปากที่กดจูบซ้ำๆ ลงมาอย่างอ่อนโยนตลอดทั้งคืน
                
เพราะเป็นครั้งแรกจึงทั้งงุ่มง่ามและตื่นตระหนก แต่เขาก็ยังใจเย็น ไม่เร่งเร้า ทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ทำให้ผมเจ็บ
                
แต่มันคงยากเกินไป เมื่อลืมตาขึ้นมามันถึงได้ปวดระบมไปทั้งร่าง ปวดหนึบไปหมดทั้งกาย... รวมถึงหัวใจ
                
ผมกดจูบลงไปอีกครั้งสัมผัสอย่างระมัดระวัง แผ่วเบาราวกับไม่ได้แตะต้อง ก่อนจะผละออกมาเพื่อมองใบหน้าคนหลับใหลที่เอาแต่จับจ้องมานานนับตั้งแต่ลืมตา

ไม่อยากให้รู้ตัว ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร

แค่อยากจะบอกว่าผมเต็มใจในทุกสิ่งทุกอย่าง แค่ได้อยู่เคียงข้าง ได้ปลอบใจ เหมือนที่คุณเคยทำให้ผมตลอดมา... แค่นั้นก็พอ
 

ทุกอย่างมันยากลำบากไปหมดในเช้าวันนี้

หลักจากกอดกกซบอกหนาซึมซับความอบอุ่นจนพอใจ ผมก็ขยับตัวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า พยายามไม่ส่งเสียงร้องออกมากับความรวดร้าวที่ถูกทิ้งไว้ทั่วร่างกาย

เจ็บจนอยากจะร้องไห้ แต่ก็ต้องกลั้นไว้เพราะไม่อยากให้เสียงสะอื้นรบกวนคนขี้เซา

หยิบแว่นตากรอบหนาขึ้นมาสวมแล้วหันกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง ร่องรอยที่คั่งค้างอยู่ทั่วร่างยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือความจริง ผมยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเห็นแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ไม่เข้าใจ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรรู้สึกยังไง

มีความสุขจนแทบคลั่ง แต่ก็ตระหนักดีว่ามันเป็นเพียงความสุขชั่วคราว เหมือนความฝันที่พอตื่นมาทุกอย่างก็หายไปเหลือเพียงความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลทำเรื่องที่ไม่ควร

ไม่รู้ว่าจะมองหน้าเขายังไงแล้ว

ทำไมถึงทำลงไปได้... โง่จริงๆ

ถอนหายใจอีกหลายครั้งก่อนจะวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าซ้ำๆ หวังเรียกสติตัวเองกลับมา เผื่อจะรู้ว่าควรทำยังไงต่อไป แต่ก็เหมือนจะไม่ช่วยอะไร จนสุดท้ายก็ได้แต่บอกให้ตัวเองช่างมัน

ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน... แบบนั้นคงดีกว่าทั้งกับผมและเขา

แต่ความตั้งใจนั้นก็ถูกสั่นคลอนทันทีที่ออกจากห้องน้ำมาแล้วพบว่าร่างสูงยืนรออยู่หน้าประตู ผมผงะถอยหลังด้วยความตกใจ ดวงตาหลุบต่ำโดยอัตโนมัติก่อนจะทันได้เห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งตื่นนอน แต่ระดับสายตาที่อยู่ตรงลำคอแกร่งก็ทำให้เห็นว่าผิวเนื้อใต้คางไล่ไปจนถึงไหล่กว้าง มีรอยคมขีดข่วนของเล็บและคมเขี้ยวสองสามรอยปรากฏชัดขึ้นมา อยากจะเบือนหน้าหนี แต่ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรเอาสายตาตัวเองไปไว้ตรงไหน ในเมื่อทั่วร่างกายกำยำที่ท่อนบนยังคงเปลือยเปล่า เต็มไปด้วยร่องรอยน่าอายที่ตัวเองฝากไว้ไม่ต่างกัน

ทำยังไงดี ผมอยากจะหายไปจากตรงนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอด

“อะ...เอ่อ...” ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ พยายามนึกคำพูดที่ควรจะพูดออกไป แต่ยังไงก็คิดไม่ออกสักที

นี่มันไม่เห็นจะเป็นธรรมชาติตรงไหนเลย

“ตี๋...” แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ผมก็รวบรวมสติพูดตัดหน้าออกไปเสียก่อน

“อะ... อาบน้ำก่อนนะครับ กลิ่นเหล้าหึ่งเชียว เดี๋ยวผมไปหาอะไรให้กิน” แต่พอได้ยินเสียงเขา คำพูดออกมาง่ายดาย คำพูดเฉไฉที่เอ่ยขัดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มฉาบฉวย ก่อนจะเบียดตัวเดินจากมาโดยไม่สบตา เพราะไม่อยากฟังว่าเขาจะพูดอะไร

ผมยังไม่พร้อมจะฟังอะไรทั้งนั้น ยังไม่อยากเห็นสีหน้าเขาที่คงจะเต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

อย่างน้อยให้ผมได้เตรียมใจก่อนสักนิด ได้ซึมซับความรู้สึกสุขสมที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไว้ ก่อนที่มันจะกลายเป็นเพียงฝันร้ายที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเราไปตลอดกาล

ผมเดินเข้ามาในครัวเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์เมื่อแน่ใจว่าร่างสูงไม่ได้เดินตามมา เสียงประตูห้องน้ำปิดลง ทั้งห้องเหมือนเหลือเพียงผมกับมวลความเงียบงันอันน่าอึดอัดจนแทบจะทนไม่ไหว ถอนหายใจกับตัวเองอีกหลายครั้ง พยายามรวบรวมสติตัวเองกลับมาเพื่อหาอะไรอุ่นๆ ให้เขากินอย่างที่บอก

ในตู้เย็นมีโจ๊กที่ผมซื้อเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน...

ตั้งแต่ที่เขามาขอสลับกะกับนายเพราะต้องไปงานเลี้ยงส่งวี ผมก็รู้ทันทีว่าเขาคงกลับมาในสภาพที่ไม่ปกติ...

เพิ่งรู้ว่าตัวเองกระวนกระวายแค่ไหน ก็ตอนที่ถูกทักว่าเอาแต่มองประตูร้านสลับกับโทรศัพท์จนไม่มีกะจิตกะใจทำงาน โดนถามถึงสาเหตุหลายครั้งแต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ไม่สบายใจทั้งที่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เป็นห่วง...ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง

ผมตัดสินใจอยู่นานกว่าจะโทรไปเพื่อถามไถ่ อย่างน้อยถ้าเขาเป็นอะไรก็อาจจะพอช่วยได้ ถ้าเมา... ผมจะไปรับ ถ้ากำลังเศร้า... ผมจะรีบไปตรงนั้น จะปลอบใจจนกว่าจะหาย จะร้องไห้ก็ได้ ผมจะให้ยืมไหล่ จะให้แกล้ง กวนตีนจนกว่าจะพอใจ แค่ให้เขากลับมายิ้มได้ก็พอ

เพราะแบบนั้นถึงได้ดีใจที่ได้ยินว่าเขาจะมาหา... เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าแค่คำขอสั้นๆ ของเขามันมีอิทธิพลกับหัวใจของผมแค่ไหน

ผมฝากร้านไว้กับนาย เพื่อกลับมาเตรียมนมอุ่นๆ ให้เขาตามที่บอกไว้ ไม่วายแวะซื้อโจ๊กเตรียมไว้ให้ ทั้งที่เขาไม่ได้ขอ... ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าจะค้างคืน

เผลอทำเกินหน้าที่จนรู้สึกละอายใจ

แต่มันน่าละอายยิ่งกว่าเมื่อทบทวนถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไป... อาศัยความเมาของอีกฝ่ายฉวยโอกาสทำตามอำเภอใจอย่างไม่น่าให้อภัย

“ตี๋” ผมหลุดจากภวังค์ความฟุ้งซ่านเมื่อได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นมาจากด้านหลัง เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะตั้งสติ ปั้นยิ้มเตรียมไว้ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวที่เจ้าตัวแอบเอามาเนียนทิ้งไว้ นับตั้งแต่วันที่ผมแกล้งประชดไปว่าให้เขาหอบเสื้อผ้ามา

ทั้งที่ก่อนหน้านี้มองว่ามันรกหูรกตา เปลืองพื้นที่ตู้เสื้อผ้าของตัวเอง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกใจหาย เมื่อคิดได้ว่าต่อไปมันคงไม่จำเป็น 

หลังจากวันนี้ เขาอาจจะไม่อยากเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้ ทำยังไงดี

“มีแต่โจ๊กนะครับ” บอกก่อนจะปิดเตา เอื้อมมือไปหยิบชามออกมาเพื่อตักโจ๊กใส่ พยายามทำตัวนิ่งเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้


“กูขอโทษ” แต่ก็ต้องชะงักไป เมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

เป็นคำต้องห้ามของเช้าวันนี้ที่ผมไม่อยากจะได้ยิน

ขอโทษ... ไม่ได้ตั้งใจ... ทำไปเพราะเมา...

คิดว่าผมไม่รู้เลยหรือไง ทำไมยังใจร้ายเอ่ยมันออกมา

“ช่างเถอะครับ” แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้แต่ท้วงในใจ ขณะที่ความจริงทำได้เพียงปั้นยิ้ม พร้อมกับหันไปสบตา “อย่าพูดถึงมันเลย” 

ต้องทำให้เขารู้ว่าไม่เป็นอะไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องใส่ใจ

แต่สุดท้ายริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนไม่สามารถยิ้มต่อไปได้ ต้องเบือนหน้าหนีกลับมา ซ่อนใบหน้าและแววตาของตัวเองไว้ ไม่ให้เขาเห็นว่าตอนนี้มันกำลังฉายความรู้สึกแบบไหนออกไป

“ตี๋ ฟังก่อน”

“...!!”  สะดุ้งสุดตัวเมื่อร่างสูงกลับไม่ยอมเลิกรา ขยับเข้ามาใกล้ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะคว้าเข้ามาที่แขนผมคล้ายจะดึงให้กลับไปเผชิญหน้าอีกครั้ง เผลอสะบัดแขนออกจากมือเขาอย่างแรงจนไม่ทันมองว่าข้างตัวมีชามโจ๊กที่วางไว้ในตำแหน่งที่มือตวัดไปพอดิบพอดี

เพล้ง!

“ตี๋!” ได้ยินเสียงตะโกนเรียกดังขึ้นมาในขณะที่โลกของผมคล้ายจะหยุดนิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนไกลออกไป แม้แต่เสียงโวยวายของร่างสูงที่คุกเข่าลงตรงหน้าปัดเศษโจ๊กร้อนๆ ที่กระเด็นลงมาบนเท้าให้ผมโดยไม่สนใจเลยว่าเท้าตัวเองก็โดนลวกเหมือนกัน

ทำไมถึงยังทำแบบนี้... ทำไมยังทำดีกับผมได้อีก...

“ผมไม่เป็นไร” ผมดึงเท้าตัวเองออกมา ก้าวถอยหลังช้าๆ มองเจ้าของใบหน้าตื่นตระหนกที่เงยหน้าขึ้นมาสบตา “ขอโทษนะครับ คงไม่ได้กินข้าวเช้าแล้ว”

“ตี๋...” แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่คล้ายจะพรั่งพรูออกมา

“ถ้ายังไงจะกลับเลยก็ได้นะครับ”

ความรู้สึกที่ผมไม่อยากจะคาดเดาว่าคืออะไร

“ให้กูรับผิดชอบนะ” แต่เท้าที่กำลังจะก้าวหนีกลับต้องชะงักลงอีกครั้ง หมุนตัวกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ

“ตั้งใจจะทำอะไรครับ” ไม่สามารถปั้นยิ้มได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน

“กูอยากรับผิดชอบเรื่องที่ทำไปเมื่อคืน” แต่ซันก็ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“...”

“กูรู้ว่ากูเมา แต่ว่า...”
                
“ไม่จำเป็นครับ”

เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน

“ตี๋” เขาเอ่ยชื่อผมซ้ำไปซ้ำมา อ้าปากเหมือนพยายามจะพูดบางอย่างแต่ผมไม่เปิดโอกาสให้ได้เอ่ยอะไร

ไม่อยากฟังคำพูดที่จะทำให้หัวใจมันเจ็บมากไปกว่านี้แล้วจริงๆ

“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ” ผมหลับตา ข่มความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงอีกครั้ง เอ่ยออกไปด้วยสีหน้าจริงจังไม่แพ้กัน

“อย่าลืมสิครับว่าเราต่างก็เป็นผู้ชาย มันไม่มีอะไรเสียหาย... เพราะฉะนั้น ไม่ต้องมาขอรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น”

“แต่กู...”
 
“อย่าทำแบบนี้เลยครับ” ผมเอ่ยขัด พร้อมกับยิ้มออกมาบางๆ ขณะที่ความรู้สึกบางอย่างมันกำลังกดทับลงมาจนหนักอึ้งอยู่ในหัวใจ  

“เพราะแบบนี้ใช่มั้ย ตรีถึงได้ชอบคุณ...” เผลอเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจอย่างไม่อาจควบคุมได้ คำพูดมากมายที่เคยได้แต่เก็บไว้ในความคิดถูกเอ่ยออกไป เมื่อเห็นดวงตาหวั่นไหวของอีกฝ่ายที่มองกลับมา

“เพราะคุณใจดีเกินไป คนที่อยู่ใกล้ๆ ถึงได้เผลอใจชอบคุณไปหมด”

“...”

“อย่าให้ความหวังดีของตัวเองทำร้ายคนอื่นเลยครับ”

“...”

“ทำแบบนี้ผมยิ่งลำบากใจนะ”

“...”
                
“ผมเคยผิดหวังมาครั้งนึงแล้ว... และมันเจ็บเจียนตาย” รู้เลยว่าใบหน้าของตัวเองกำลังบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่ประดังขึ้นมาจนยากที่จะสบตาอีกฝ่ายได้อีกต่อไป

“...”

“ขอร้อง อย่าหยิบยื่นความหวังที่เป็นไปไม่ได้มาให้ผมอีกเลยนะ” แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงฝืนยิ้มออกไป เพื่อให้เขารู้ว่าผมไม่เป็นอะไร เขาไม่จำเป็นต้องฝืนใจรับผิดชอบใดๆ กับสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างทำพลาดไป

“ถ้าอยากจะรับผิดชอบจริงๆ หลังจากนี้ช่วยกลับไปเป็นเหมือนเดิม ได้มั้ยครับ”

“...”

“ลืมๆ มันไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้มั้ย”

เพราะผมเต็มใจ และพร้อมจะยอมรับผลในสิ่งที่ตัวเองทำไป

“แต่ถ้าลำบากใจ จะไม่มาเจอกันอีกก็ได้”

“...”

“เลือกมาสักทางนะครับ... ผมจะรอคำตอบจากคุณ”

ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหนก็ต้องยอมรับให้ได้ทั้งนั้น

“ตี๋”

“แต่ตอนนี้กลับไปก่อนเถอะนะ” ผมพูดขัดอีกครั้งเมื่อเขาทำท่าจะเอ่ยอะไรออกมา

“...”

 “นะครับ”

“กูขอโทษ” ซันยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้เมื่อผมไม่มีวี่แววว่าจะเปลี่ยนใจ ยังคงผลักไสเขาออกไปด้วยสายตา

“ขอโทษจริงๆ” เขาเอ่ยย้ำ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปช้าๆ ไม่วายหันกลับมาสบตาผมอีกครั้งด้วยสายตาที่ดูสับสนจนยากจะอธิบาย

ผมมองตามจนกระทั่งเจ้าของแผ่นหลังกว้างลับสายตาไป ในจังหวะเดียวกับที่ทุกสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจผมพังทลาย กลายเป็นเศษซากความรู้สึกที่ผุพังและยังถูกเหยียบย่ำซ้ำๆ จนแหลกละเอียดยากที่จะเก็บมันขึ้นมาประกอบใหม่ได้

ทั้งที่เคยคิดว่าตัวเองเผื่อใจเอาไว้ คิดว่าถ้าถอนตัวออกมาตั้งแต่เนิ่นๆ จะไม่เป็นอะไร

แต่มันคงสายเกินไป

เอาเข้าจริง คำพูดที่ว่าเผื่อใจเอาไว้ก็ไม่มีความหมาย... เมื่อรู้ตัวอีกที ก็ถูกเขาครอบครองพื้นที่ไปแล้วทั้งใจ

เมื่ออยู่ลำพัง ผมจึงปล่อยร่างกายที่หนักอึ้งทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพด้วยความรู้สึกอ่อนแรงที่โถมเข้าเล่นงานจนทนไม่ไหวอีกต่อไป หลายความรู้สึกปะปนกันอยู่ในใจจนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกไหนมีมากกว่า สายตาเหลือบไปเห็นสองเท้าของตัวเองที่ถูกลวกจนเห่อแดงแต่กลับไม่รู้สึกอะไร

คงเพราะมีแผลอื่นที่เจ็บกว่า

เจ็บ... จนสุดท้ายก็ต้องปล่อยให้น้ำตาที่กักเก็บไว้ล้นทะลักออกมา ก่อนจะตระหนักได้ว่าเมื่อไม่มีอ้อมกอดอบอุ่นแสนอ่อนโยนคอยปลอบใจ การร้องไห้คราวนี้ก็เหมือนจะทรมานกว่าครั้งไหนๆ เพิ่งรู้ชัดก็ตอนนี้ว่าการกอดขาตัวเองไม่ได้ช่วยให้หายเศร้า และการพยายามซุกหน้าลงกับเข่าทั้งสองข้างก็ไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นที่ดังไปทั่วห้องได้ 

“ฮึก...” ตอนนี้ผมอยากให้มีใครสักคนอยู่ตรงนี้ บอกผมทีว่าเรื่องทุกอย่างมันผิดพลาดที่ตรงไหน ผมทำอะไรผิดนักหนาทำไมถึงได้กลับมาสู่วังวนความเจ็บปวดแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา

และถ้าเป็นไปได้ ช่วยบอกผมทีว่าควรทำยังไง จะให้ขอร้องก็ได้ แต่ช่วยหน่อยได้มั้ย

ไม่เอาแล้วได้มั้ยครับ ความเจ็บระดับนี้




--------------------------------------------------------------------------------

อดทนอีกนิดนะคะ คิดว่าอีกประมาณสองตอนก็จะจบพาร์ทหลังตะวันแล้ว

จะไถ่โทษที่ทำให้ตี๋ร้องไห้อย่างสาสมแน่นอน สาบานเลย


ขอโทษที่หายไปนาน เพราะเหตุผลหลายๆ อย่างทำให้แทบไม่ได้แตะนิยายเลย

แต่กลับมาแล้วนะคะ จะพยายามเขียนให้ได้อาทิตย์ละตอนเนอะ ^^

อาจจะอัพบ่อยเหมือนช่วงก่อนไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างฝึกงาน ยังไงก็อย่างเพิ่งทิ้งซันกับตี๋นะ (อ้อน) 5555


ฝาก #ซันโช ด้วยนะคะ 

อยากรีบเขียนให้ถึงตอนเขาสวีทกันจะแย่แล้วค่ะ 55555





B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #531 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:34
    ตี๋!! ฟังเค้าหน่อยสิลูกกกกกกก
    #531
    0
  2. #448 Papillons es Roses (@BL_Bualalissa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 19:45
    ฟังซันหน่อยนะลูกอย่าพึ่งมโน เชื่อแม่นะคะ!
    #448
    0
  3. #428 taihuafoo (@taihuafoo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 02:05
    ร้องทั้งตอนเลยค่ะตอนนี้ จุก!!
    #428
    0
  4. #422 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 14:18
    เรี่ยมันเป็นเรื่อละเอียดอ่อนต้องเลือกใช้คำพูดใจตรงกันแต่ยังไม่ได้เปิดความรู้สึกบอกกััน ต่างคนต่างเข้าใจอีกแบบแน่เลย โชก็คิดอยู่แล้วว่าทำเพราะเมาจริงๆก็เมื่อคืนซันไม่ได้ปฏิเสธอะไรเลย
    #422
    0
  5. #384 YammyKiD. (@Yamikid) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 12:59
    ซันนนนนน เทอต้องเคลียเส่ะะะะะะะะะะะ
    #384
    0
  6. #382 Jinny2534 (@Jinny2534) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 00:26
    อ่านแล้วแทบจะร้องให้ สงสารโซ แต่ทั้งหมดเพราะคิดไปเองทั้งนั้น แต่ซันก็ปากหนักเกินไป ตอนที่เขาไล่ทำมั้ยไม่พูด เดินออกไปให้เขาเข้าใจผิดกว่าเดิมทำมั้ย????????????
    #382
    0
  7. #281 Pandan_s (@Pandan_s) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:56
    ตี๋ ฟังซันหน่อยลูกกกก อย่าคิดมาก โอ๋ๆนะตี๋
    #281
    0
  8. #262 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 07:43
    โอ๊ยยยยยนังซันโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยน นึกว่าจะรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ทำไมมมมมกรี๊ดดดดดด อึดอัด แงงงง
    #262
    0
  9. #146 น้ำพัน (@numpun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:42
    โอยยยยยยยย ใจจะขาดแทนตี๋ อยากอ่านตอนซันเสียใจแล้วค่ะ
    ปล.รู้สึกตัวเองจะเป็นไบโพลาร์ขึ้นทุกทีที่อ่าน เดี๋ยวอยากให้เขาดีกันเดี๋ยวอยากให้เขาโกรธกัน 5555
    #146
    0
  10. #88 ♡ aunjai ♡ (@aumten) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 02:19
    เอ้า ทำไมทำงี้อะ เอ้าาาาา ไม่เข้าใจ โอ้ย โมโห จะหลับต ทนเลยเนี่ย ซัน!!!!
    #88
    0
  11. #69 Min (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:07
    อ่านตอนนี้แล้วจุกมากกกก

    สงสารตี๋ ซันทำไมทำแบบนี้

    อยากจะเข้าไปช่วยซับน้ำตาให้ตี๋จริงๆ

    โอ๋เอ๋น้า คนเก่งไม่ร้องน้า 😭😭😭
    #69
    0
  12. #68 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:55
    โอ๊ยยย สงสารโชอะ ทำไมต้องมาเจ็บซ้ำๆ นังซันนน!! รีบๆ พูดความรู้สึกตัวเองได้แล้ว เห็นไหมว่าโชเสียใจ TT
    #68
    0
  13. #67 TTN || ชิ้บปี้ :) (@inutty) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:54
    อ่านตอนนี้แล้วหายใจไม่ออกเลยค่ะ เจ็บ..เจ็บจริงๆ TT
    #67
    0
  14. #66 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 14:05
    น้ำตาซึมเลยสงสารโชจัง เจ็บแบบซ้ำๆ แบบนี้ แล้วซันปากเป็นอะไรทำไมไม่รีบๆ พูด มาทำให้โชของชั้นต้องร้องไห้แบบนี้ทำไม
    #66
    0
  15. #65 _nalynda (@_nalynda) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 13:05
    อยากร้องไห้สงสารโชจังเจ็บแบบซ้ำๆตลอดเลยซันรีบมาทำให้โชมีความสุขสักที
    #65
    0
  16. #64 Namk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 11:52
    คือออไม่เข้าใจทำไมซันไม่พูดๆไป๊ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ แงวววงวง อยากกอดตี๋มากๆฮือลูกโชของแม่ะ รออ่านมุมของซันนะคะ สู้ๆค่าไรต์💕💕💕💕💕
    #64
    0
  17. #63 sparkleVegetable (@sparkleVegetable) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 09:06
    ฮืออออ ตอนที่แล้วยังเขินอยู่เลยค่ะ TT
    ที่เจ็บคือที่โชคิดว่าซันทำไปเพราะไม่ได้รู้สึกอะไร ขัดกับที่ซันรู้แล้วว่าเมื่อวาน มีความรู้สึกปนมาแน่ๆ แน่ชัดด้วย แต่ว่าทำไมวันนี้ไม่พูดอะไร เดาว่าเพราะคิดว่าตี๋ของเขาคงพูดมาเพราะเสียใจ แต่เสียใจในคนละสาเหตุจริงๆที่โชแสดงออกมาเหมือนพยายามไม่ให้แคร์

    อยากอ่านมุมมองซันจังเลยค่ะ นี่ แกะรหัสคำพูดโชดีๆเซ่! "เพราะคุณใจดีเกินไป คนที่อยู่ใกล้ๆถึงได้เผลอใจชอบคุณไปหมด" ที่เขาพูดแบบนี้ ไม่คิดว่าเจาชอบเธอบ้างหรือ? #อิน
    #63
    0
  18. #62 L-co-op (@steal) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 08:51
    โว้ยยยยยย โกรธซัน ตอนที่แล้วทำเหมือนรู้ใจตัวเองแล้ว แล้วทำไมไม่พูดๆไปปปปปป
    #62
    0
  19. #61 BeNz Na Ja (@berbenz1905) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 08:46
    ฮือออปวดใจจจ สงสารตี๋แต่ซันก็ไม่ชัดเจนอะ
    #61
    0
  20. #58 muk ka (@ooomukooo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 06:59
    ตาย อิซัน จัดการด่วน ทียังงี้มัวแต่อ่ำอึ่ง อธิบายดีๆดิ โอ้ยขัดใจ พระเอกกากกกกกก
    #58
    0