คัดลอกลิงก์เเล้ว

The Destiny เธอเนี่ยแหละ พรหมลิขิต!

ผมว่า...ผมกำลังตกหลุมรักนะ... =.=;

ยอดวิวรวม

2,534

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2,534

ความคิดเห็น


15

คนติดตาม


17
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 3
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ม.ค. 55 / 17:38 น.
นิยาย The Destiny ԢԵ!

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

The Destiny เธอนี่แหละ พรหมลิขิต!



  



             PLOT : 'พรหมลิขิต' คือสิ่งที่หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้ว่า มันมีอยู่จริงหรือเปล่า เชื่อว่าหลายคน บางครั้งเวลาที่เราได้พบกับคนที่ชอบ ก็มักจะเหมาเอาเรื่องบังเอิญเล็กๆ น้อยๆ เป็นพรหมลิขิต แต่บางคน... กลับไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลยสักนิด


'พรหมลิขิตคือเรื่องเพ้อเจ้อ' นั่นคือความคิดของเขา... ก่อนจะมาเจอกับ 'เธอ'

MY BANNER :P

เธอเนี่ยแหละ พรหมลิขิต!
:)shalunla

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ม.ค. 55 / 17:38


  

คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย?

            ...ผมรู้ ว่ามันเป็นคำถามที่โคตรจะซ้ำซากเลย -_- เชื่อว่านิยายรักไม่ต่ำว่าร้อยเรื่องในโลกนี้ ก็เคยถามไอ้คำถามซ้ำซากนี่กันทั้งนั้น และผม... ก็ลอกเค้ามาอีกที =_=;

            ผมเป็นคนหนึ่งล่ะที่คิดว่า พรหมลิขิตอะไรนั่น เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในพระเจ้าอะไรทำนองนั้นหรอกนะ ในโลกนี้มันมีปรากฏการณ์มากมายที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์นี่นา และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมแอบเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาตินิดหน่อย แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละ!

            โอเค ผมว่าผมเริ่มจะพาออกทะเลไปไกลแล้วนะนั่น =_= ประเด็นคืออะไรนะ? อ่า... พรหมลิขิตใช่มั้ย? ที่ผมกำลังจะบอกก็คือ ผมไม่เชื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก ไม่ๆ ผมไม่ได้จะว่าคนที่เชื่อเรื่องนี้เป็นคนงมงายหรอกนะ (หรือว่าไปแล้ววะ =O=) แต่... จะว่าไงดีล่ะ อันที่จริง ผมไม่เคยมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ในความคิดผม มนุษย์ก็แค่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ มีความสุขโดยไม่ต้องเดือดร้อนใคร และเตรียมใจที่จะตาย... แค่นั้นก็พอแล้วนี่ จริงมั้ย?

            แต่...นั่นมันก็เป็นความคิดของผม... ก่อนที่จะได้เจอกับเธออ่ะนะ :P

 

            ผมจำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงหน้าฝน... ฤดูที่เย็นฉ่ำ...และเฉอะแฉะ -_-; ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบฤดูฝนหรอกนะ มันโอเคทีเดียวกับอากาศเย็นๆ ที่มักจะไม่ได้มีบ่อยนักในเมืองไทย และผมก็ไม่ได้ซีเรียสถ้าการตากฝนเพียงเล็กน้อยจะทำให้ผมที่เซตมาเป็นอย่างดีของผมต้องเปียกลู่ไม่เป็นทรงด้วย -_- แต่ปัญหาก็คือ ผมขี้เกียจพกร่มนี่แหละ =_=

            และเพราะเหตุนั้น จึงทำให้ผมต้องมายืนติดแหง็กอยู่ที่หน้าร้านขายโปสการ์ดที่ไม่เปิดทำการ ท่ามกลางพายุฝนที่เทกระหน่ำลงมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด =_=; ฝนบ้านี่มันตกหนักมาเกือบชั่วโมงแล้วนะ ไม่คิดจะหยุดพักให้ผมได้กลับบ้านกลับช่องหน่อยหรือไง -_-^ และคงถือเป็นคราวซวยของผมจริงๆ นั่นแหละ เพราะนอกจากจะไม่มีมนุษย์คนไหนอยู่แถวนี้แล้ว แม้แต่แท็กซี่ก็ไม่มีโผล่มาสักคัน ดีจริงๆ -_-

            ผมหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบหูและเปิดเพลงฟังฆ่าเวลา อันที่จริง ผมก็ไม่ได้รีบอะไร อีกอย่างคอนโดฯ ของผมก็อยู่ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ด้วย แค่รออีกสักพักให้ฝนซาลงอีกหน่อย แล้วค่อยกลับก็ได้

            แล้วสายตาที่ทอดมองไปเรื่อยเปื่อยของผมก็ถึงกับชะงัก เมื่อผมเห็นใครบางคนกำลังวิ่งฝ่าฝนมาทางนี้ และระยะทางที่ใกล้เข้ามาทำให้ผมมองออกว่าเธอคนนั้นเป็นผู้หญิง เธอวิ่งสุดฝีเท้าเข้ามายังที่ที่ผมกำลังยืนอยู่ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ามีคนอยู่ตรงนี้ ผมขยับหนีนิดหน่อยเพื่อกันไม่ให้ตัวเองถูกชนเข้า

            “#&$^$())+#@!” เธอบ่นอะไรสักอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะเสียงเพลงที่เปิดอยู่ดังกลบจนหมด ผมถอดหูฟังออกโดยไม่ละสายตาไปจากผู้หญิงตรงหน้า เธออยู่ในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงยีนตัวจิ๋วที่เปียกโชก เผยให้เห็นเรือนร่างสุดเพอร์เฟ็กต์ที่ทำเอาผมถึงกับใจแกว่งนิดๆ เลยทีเดียว เธอสะบัดผมที่เปียกไปมาโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกผมจ้องอยู่ วินาทีนี้ผมพูดได้คำเดียวเลยว่า ผู้หญิงคนนี้...

ฮอต-เป็น-บ้า!

ความคิดของผมคงจะเตลิดไปไกลกว่านี้แน่ ถ้านัยน์ตาสีเทาอ่อนของเธอคนนั้น ไม่ช้อนขึ้นมามองผมอย่างประหลาดใจ ที่เห็นว่าผมจ้องเธอไม่วางตาขนาดนั้น ผมกระแอมนิดหน่อย เพื่อตั้งหลักก่อนจะแสร้งทำเป็นเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ให้ตายเถอะ...นี่ผมกลายเป็นพวกจิตอกุศลแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย =__=;; ผมต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งกับการที่จะห้ามตัวเองไม่ให้หันไปกลับมองผู้หญิงคนนั้น ...แต่ด้วยความสัตย์จริง... ผมอดไม่ได้จริงๆ ที่จะแอบเหลือบมองเธอเป็นระยะๆ -_- ให้ตายเถอะ ผมนี่มันโรคจิตเป็นบ้า

แชะ!

O_O!

ผมสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงพร้อมแสงแฟลชที่สาดส่องมาทางผมอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมหันไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง เธอลดกล้องถ่ายรูปในมือลงด้วยท่าทางตื่นๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวเก้อๆ

อ่า...โทษที ฉันแค่เห็นว่านายหล่อดีเธอพูดอย่างอายๆ นิดหน่อย คำพูดตรงไปตรงมากับท่าทางมึนๆ ของเธอทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด อะไรเนี่ยผู้หญิงคนนี้

ขอบคุณ ผมพูดทั้งที่ยังอมยิ้มอยู่ แต่คราวหลังก็น่าจะบอกให้ฉันตั้งตัวหน่อยนะ ผมบอกอย่างล้อๆ อันที่จริงผมก็ไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ ถ้าเธอจะขอถ่ายดีๆ เพราะอันที่จริงอาชีพที่ผมทำ ก็ต้องอยู่หน้ากล้องแบบนี้อยู่แล้ว ผมเป็นนายแบบน่ะ เอ๊ะ... ผมบอกไปรึยังนะ ยังใช่มั้ย อ่า...ผมเสียเวลาเวิ่นเว้อมาตั้งหลายบรรทัดโดยไม่บอกอาชีพการงานของตัวเองได้ยังไง =_= แต่ก็ช่างเถอะ เพราะผมก็ไม่ใช่นายแบบดังอะไร ก็แค่ถ่ายแบบให้กับเสื้อผ้าแบรนด์เล็กๆ เท่านั้น

แชะ!

เฮ้ ฉันบอกให้บอกล่วงหน้าก่อนถ่ายไง ผมตีหน้ายุ่ง เมื่อถูกเธอแอบถ่ายรูปตอนคิดอะไรเพลินๆ อีกแล้ว

มันดูดีนะ เธอตีหน้าซื่อและยื่นกล้องมาให้ ผมได้แต่หัวเราะเบาๆ เมื่อเธอเปลี่ยนเรื่องไปหน้าตาเฉย

ผมรับกล้องมาและดูรูปที่เธอเพิ่ง (แอบ) ถ่ายไป มันไม่เลวทีเดียว อ่า...ไม่สิ มันเยี่ยมมากๆ เลยล่ะ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะ ว่าจะมีใครถ่ายรูปท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำได้สวยขนาดนี้ ผมเงยหน้าขึ้นมาและตั้งใจจะพูดชมฝีมือการถ่ายรูปของเธอ แต่พอหันกลับมาก็พบว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่ข้างตัวผมอีกแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเดินไปนั่งลงตรงบันไดเล็กๆ ที่หน้าร้าน พลางกอดไหล่ตัวเองด้วยความหนาว นั่นทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าเสื้อที่เธอใส่มันเป็นเสื้อกล้ามตัวจิ๋ว ที่บางจนแทบเหมือนกับไม่ใส่อะไรเลยท่ามกลางลมพายุแบบนี้

ต้องการแจ็กเกตสักตัวมั้ย ผมถามและเตรียมจะถอดแจ็กเกตของตัวเองให้เธอ

ไม่ล่ะ ยังจะปฏิเสธกันอีกนะ -_-

แต่เสื้อที่เธอใส่มันเปียกจนมองเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วนะ ผมว่าพลางจ้องไปที่บอดี้สุดเพอร์เฟกต์นั่น เธอจึงกอดตัวเองไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพูดออกมาอย่างจำยอม

บางที ถ้าได้แจ็กเกตสักตัวก็คงไม่เลว -_-”

ฮ่ะๆ ผมหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะยื่นแจ็กเกตไปให้ เธอรับมันไปและรีบสวมอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันมาผงกหัวให้ผมเป็นการขอบคุณ ผมยักไหล่ก่อนจะยกกล้องของเธอขึ้นมากดชัตเตอร์บ้าง

แชะ!

เธอตาโตด้วยความตกใจ และนั่นทำให้ผมหัวเราะออกมาอีกรอบ

แลกกันไง ผมว่าพลางยื่นกล้องกลับไปให้เจ้าของ บางทีรูปนี้อาจจะทำให้เธอรู้ตัวขึ้นมาบ้าง ว่าฝนทำให้เธอฮอตมากแค่ไหน ผมพูดยิ้มๆ

เธอแค่นหัวเราะก่อนจะรับกล้องคืนไปเช็กดูรูป เธอหัวเราะเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้า ท่วงท่าแต่ละอย่างของเธอ มันดูมีเสน่ห์ซะจนผมเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมเผลอเอาแต่มองเธออย่างไม่วางตามาตั้งแต่เมื่อไหร่

ฉันมาโค ผมแนะนำตัว และยื่นมืออกไปเช็คแฮนด์ ผู้หญิงตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างแปลกใจ เธอมีท่าทางลังเลนิดหน่อย แต่สุดท้ายเธอก็ยื่นฝ่ามืออุ่นๆ ของเธอมาสัมผัสกับมือผมในที่สุด

ควีน...

            สารภาพเลยว่าคำแนะนำตัวสั้นๆ เพียงคำเดียวของเธอ ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของผมพองโตขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ฝ่ามืออุ่นๆ ของเธอส่งผ่านความร้อนไปทั่วร่างกายของผมจนรู้สึกว่าผมกำลังจะสุกในไม่ช้า

            ควีนงั้นเหรอ... สาบานได้เลยว่าผมจารึกกับตัวเองไว้แล้ว ว่าเธอคือราชินีที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเจอมาเลย J

 

            นั่นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน ทุกคนต้องด่าว่าผมโง่แน่ๆ ถ้าผมปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นผ่านไป โดยไม่สานต่อความสัมพันธ์ใดๆ ต่อ แต่...นั่นแหละ ด่าผมว่าโง่ได้เลย เพราะชื่อของเธอเป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้จริงๆ -_-;

หลังจากจบการแนะนำตัวสั้นๆ ของทั้งสองฝ่าย จู่ๆ ก็มีรถสปอร์ตคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าพวกเรา ผู้ชายคนหนึ่งเปิดประตูลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ และวินาทีต่อมาราชินีของผมก็ขึ้นรถไปกับผู้ชายคนนั้นโดยที่ผมยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากบอกลาเลยด้วยซ้ำ =_= ถึงจะเห็นตำตาขนาดนั้น แต่ผมก็ยังภาวนาว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่ใช่แฟนของเธอ และที่สำคัญ...ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เจอเธออีก...สักวันหนึ่ง   

            และรู้อะไรมั้ย... คำภาวนาของผมต้องเป็นจริงแน่ เพราะการที่ผมได้เจอกับเธอ มันคือลิขิตของพระเจ้าไงล่ะ J

            ให้ตายเถอะแอล ฉันบอกแล้วใช้มั้ยว่าให้นายฟิตหุ่นให้มากๆ เพราะวันนี้เรามีถ่ายแบบกางเกงยีน ซึ่งนายต้องถอดเสื้อน่ะ!”

            เสียงบ่นของลิซ่าซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ดังลั่นห้องแต่งตัว ผมกับนายแบบคนอื่นๆ ต่างก็มองไปทางแอลที่ได้แต่ยืนทำหน้าเซ็ง ด้วยความขบขัน หมอนั่นชอบถูกบ่นแบบนี้เป็นประจำ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าลิซ่ามีอคติส่วนตัวอะไรกับหมอนั่นหรือเปล่า

            ไม่เอาน่าลิซ ผมไม่เห็นว่าหุ่นของผมมันน่าเกลียดตรงไหนเลยนะ -_-” แอลกลอกตาอย่างเซ็งๆ และหันมาขอความเห็นจากพวกผมซึ่งได้แต่ยักไหล่กลับไป

            แต่นายต้องยอมรับนะว่าคนอื่นเค้าหุ่นเฟิร์มกว่า และถ้านายยังไม่รีบไปฟิตหุ่นอีกล่ะก็ ถ่ายแบบคราวหน้าพุงปลิ้นๆ ของนายมันต้องออกมาทักทายหน้ากล้องแน่

            พระเจ้า! ลิซ่า คุณดูยังไงว่ามันคือพุง มันคือซิกซ์แพ็กต่างหากเล่า ไม่เชื่อลองจับสิ แอลโวยวายอย่างไม่ยอมพลางจับมือลิซ่ามาจับที่ซิกซ์แพ็กแข็งๆ ของตัวเอง ผมเห็นยัยนั่นหน้าแดงแปร๊ดก่อนจะชักมือกลับและทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน

            มะ...ไม่รู้ล่ะ ถ้าคราวหน้านายยังไม่ยอมฟังคำสั่งของฉันล่ะก็ ฉันไม่เอานายไว้แน่! ฉะ...ฉันจะไปเช็คความเรียบร้อยข้างนอก ถ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วก็รีบตามมาล่ะ ลิซ่าเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน แอลหันมายักคิ้วให้ผมด้วยท่าทางของผู้ชนะ ผมยักไหล่ให้หมอนั่นก่อนจะเดินตามลิซ่าออกไป

            วันนี้เรามีถ่ายแบบกางเกงยีน ก็อย่างที่ลิซ่าบอกนั่นแหละ พวกเราทุกคนต้องถอดเสื้อ เพื่อที่จะโชว์กางเกงยีนเพียวๆ และมันไม่มีปัญหาเลย เพราะผมค่อนข้างจะมั่นใจในรูปร่างของตัวเองอยู่ไม่น้อยอ่ะนะ -.-

            “ตากล้องยังไม่มาอีกงั้นเหรอ! ให้ตายเถอะ ใครก็ได้ช่วยโทรตามที สาบานได้ว่าถ้าไม่โผล่หน้ามาภายในสิบนาทีล่ะก็ฉันจับยัยนั่นฆ่าหมกส้วมแน่!” ทันทีที่เข้ามาในสตูดิโอ สิ่งแรกที่ได้ยินก็คือเสียงแว้ดๆ ของลิซ่าที่ดังไม่หยุดหย่อน ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเธอกินอะไรเป็นอาหาร ทำไมพลังเสียงถึงได้สุดยอดขนาดนี้ -_-

               พวกผมนั่งรอที่โซฟาที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ และมองความวุ่นวายภายในสตูดิโอด้วยความงุนงง มีไม่บ่อยนักหรอกที่พวกเราจะต้องมานั่งรอตากล้องแบบนี้ ส่วนใหญ่ตากล้องจะต้องเป็นคนมานั่งรอพวกเราแต่งตัวมากกว่า ผมได้ยินเสียงบ่นจากนายแบบคนอื่นๆ ที่เริ่มไม่สบอารมณ์ที่ต้องมานั่งรอ

ได้ยินว่าตากล้องคนที่ว่า เป็นเพื่อนของลิซ่า และเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ ลิซ่าบอกว่าเธอเป็นตากล้องผู้หญิงที่มีฝีมือมากทีเดียว ก็เลยดึงตัวมาช่วยถ่ายแบบให้เป็นการชั่วคราว แทนตากล้องคนเก่าที่เพิ่งลาออกไป (ได้ยินว่าถ่ายให้ฟรีๆ ด้วยล่ะนะ ลิซ่าก็เลยดี๊ด๊าเป็นการใหญ่ =_=)

            พูดถึงตากล้องผู้หญิงแล้ว... มันทำให้ผมอดคิดถึงผู้หญิงที่เจอในวันที่พายุกระหน่ำคนนั้นไม่ได้จริงๆ ...ดวงตาคมๆ ของเธอยังติดตามผมอยู่เลย...

            ความคิดของผมหยุดลงเมื่อเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของใครบางคนดังขึ้น  พวกผมมองซ้ายมองขวาหาที่มาของเสียง และเพราะสตูดิโอมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทำให้เสียงนั่นดังไปทั่ว ทุกคนที่ได้ยินเสียงต่างก็พากันหยุดชะงัก บางคนก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูให้แน่ใจว่าใช่เสียงเรียกเข้าของตัวเองหรือเปล่า ความเงียบทำให้พอจะเดาออกว่าเสียงโทรศัพท์นั่นดังมาจากทางไหน ทุกสายตาหยุดลงที่ฉากสีขาวล้วนซึ่งต้องใช้สำหรับการถ่ายแบบวันนี้

ท่าทีของลิซ่าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เธอถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะเดินนำไปยังด้านหลังฉากที่ว่านั่น ทีมงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่างก็เดินตามเธอไปเป็นขบวน ผมยังคงนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิมและมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ค่อยแยแสเท่าไหร่ จะตื่นเต้นทำไมล่ะ ก็แค่เสียงโทรศัพท์ -_-

พระเจ้า! ยัยควีน เธอมานอนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้ยะ!” เสียงโวยวายของลิซ่าดังขึ้นมาเป็นคนแรก และชื่อที่เธอเรียกก็ทำให้ผมถึงกับชะงักมือที่กำลังจะยื่นไปหยิบขวดน้ำดื่ม

มานี่เลยยัยตัวดี รู้บ้างมั้ยว่าคนอื่นเค้าตามหาตัวเธอกันให้วุ่นน่ะ!”

...!!

ภาพที่ผมเห็น...คือลิซ่าลากผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากด้านหลังฉาก ผู้หญิงคนนั้นขยี้ผมดัดลอนสีน้ำตาลเข้มของตัวเองไปมาด้วยท่าทางมึนงง นัยน์ตาสีเทาอ่อน หรี่ลงราวกับปรับสภาพไม่ทันกับแสงจ้าภายในสตูดิโอ

แน่นอนว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้น...

ผู้หญิงที่ทำให้ผมไม่สามารถห้ามใจไม่ให้เต้นแรงจนแทบจะระเบิดได้ เมื่อผมได้เจอเธอ...อีกครั้ง

 

ผมอยากจะขอบคุณพระเจ้าอีกสักพันหนที่ในที่สุดท่านก็ดลบันดาลให้ผมได้เจอเธออีกครั้งจนได้ ถึงแม้ว่าท่าทางของเธอเหมือนจะจำผมไม่ได้ก็ตาม =_= ตอนนี้ลิซ่ากำลังลากเธอไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา และผมคิดว่าลิซ่าคงจะจับเธออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ด้วย เพราะชุดที่เธอใส่อยู่มันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าซึ่งมันทำให้ลิซ่าปวดหัว ทุกคนต่างก็งงว่าเธอมาจากไหน และไปอยู่ที่หลังฉากตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าให้ผมเดาล่ะก็ จากสภาพของเธอแล้ว ผมคิดว่าเธอคงจะนอนอยู่ที่นี่ทั้งคืนด้วยซ้ำ

ยี่สิบนาทีผ่านไปกับการรอคอย แต่คราวนี้กลับไม่มีใครออกปากบ่นอะไรเลยสักคำ ...แหงล่ะ ก็ตากล้องของเราสวยซะขนาดนั้น สาบานได้ว่าผมเห็นเพื่อนๆ ผมแต่ละคน มองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะกินเธอเข้าไปทั้งตัวด้วยซ้ำ

มาแล้วๆ ขอแนะนำนะ นี่ตากล้องคนใหม่ของเรา ชื่อควีน ลิซ่าเดินนำออกมาพร้อมกับแนะนำตัวให้เพื่อนเสร็จสรรพ ควีนเดินตามหลังมา เธอมองมาที่พวกเราก่อนจะยิ้มมุมปากน้อยๆ เป็นการทักทาย

ผม...รู้สึกเหมือนตัวเองหยุดหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียวเมื่อสบตากับผู้หญิงตรงหน้า ผมของเธอถูกรวบและม้วนไว้ด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้าเรียวที่ทุกส่วนบนใบหน้าล้วนงดงามราวกับพระเจ้าปั้นแต่ง เสื้อแขนยาวรัดรูปอวดรูปร่างเพรียวบางของเธอได้เป็นอย่างดี ไหนจะเรียวขาขาวที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นและบูธส้นสูงออกมาทำให้ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันที

ใครก็ได้ ช่วยบอกที่เถอะ ว่าผมไม่ได้กำลังทำหน้าหื่นอยู่ใช่มั้ย ในตอนนี้ =_=;

 “คุณ? ริมฝีปากบางของเธอขยับเป็นคำพูดเบาๆ ที่แทบไม่ได้ยิน เธอมองมาที่ผมอย่างครุ่นคิด ก่อนจะร้องอ๋อกับตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้

เจอกันอีกแล้วนะ ^^”

ให้ตายเถอะ...รอยยิ้มของเธอทำให้ผมใจเต้นแรงอีกแล้ว

 

การทำงานผ่านไปอย่างราบลื่นจนน่าตกใจ ลิซ่าไม่บ่นอะไรสักคำตลอดการทำงาน (ถ้าเป็นปกติ เธอจะต้องวีนแตกแน่ๆ ถ้างานออกมาไม่ได้ดั่งใจ -_-) นายแบบทุกคนต่างก็ให้ความร่วมมือจนได้รูปที่ออกมาเป็นเซ็กซี่และธรรมชาติมากที่สุด การถ่ายแบบเซตสุดท้ายจบลงด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ และแน่นอนว่างานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับตากล้องคนเก่งของเรา ที่นอกจากจะมีฝีมือยอดเยี่ยมแล้ว ยังสามารถเอานายแบบจอมขี้เกียจของเราได้อย่างอยู่หมัด ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำอะไรนอกจาก ใช้เสียงหวานๆ บอกให้เราหันซ้ายหันขวาโพสท่าไปมาก็ตาม -.-  

ให้ตายเถอะมาโค รูปนี้นายเซ็กซี่เป็นบ้า ฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังอยากจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัวยังไงยังงั้น ><” ผมหัวเราะแค่นๆ ให้กับคำชมของลิซ่า เมื่อเธอเลื่อนมาถึงรูปในเซตที่ผมถ่ายเดี่ยว

อันที่จริง ถ้าจะพูดให้ถูก คนที่ผมต้องการจะกลืนกินจริงๆ ไม่ใช่ลิซ่าหรือใครก็ตามที่อยู่หน้าจอคอมฯตอนนี้ทั้งนั้นแหละ แต่เป็นเจ้าของนัยน์ตาที่เทาอ่อนที่สบตากับผมผ่านเลนส์กล้องนั่นต่างหาก

ผมละสายตาจากหน้าจอคอมฯ และหันไปมองตากล้องคนเก่งที่กำลังทำความสะอาดกล้องอยู่ที่มุมห้องคนเดียว ความจริงก่อนหน้านี้เธอไม่อยู่คนเดียวหรอก เพื่อนผมแทบจะทุกคนแวะเวียนกันไปชวนเธอคุยไม่ได้ขาด แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้สนใจใครเลย เธอแค่พูดคุยตามมารยาทสองสามคำและเงียบไปจนเพื่อนผมยอมแพ้และถอนตัวกันออกมาเป็นแถว ...ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่การที่เธอแจกแห้วให้เพื่อนผมไม่ไว้หน้าขนาดนี้ ทำให้ผมเกิดอาการปอดแหกขึ้นมา จนไม่กล้าเข้าไปชวนเธอคุยจริงๆ -_-;

“-_-”

...!” ผมสะดุ้งนิดๆ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมเข้าอย่างจัง ผมได้แต่นิ่งค้างอย่างทำตัวไม่ถูก แต่แล้วมุมปากของเธอก็คลี่ยิ้มบางๆ ส่งกลับมา ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงสนใจกล้องในมือต่อ

ยิ้ม...งั้นเหรอ

ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ปล่อยให้รอยยิ้มเล็กๆ นั่น ทำให้ใจแกว่งได้ถึงขนาดนี้ ฮ่ะๆ...

แต่ดูเหมือนทุกการกระทำของผมจะไม่ได้เป็นความลับเอาซะเลย เมื่อแอลยื่นหน้ามาหรี่ตามองผมอย่างจับผิด

ฉันเห็นนะ

อะไร ผมแกล้งทำเป็นไขสือ

หึ... มิน่าล่ะ ตากล้องคนสวยของเราถึงได้ไม่สนใจใครเลย ที่แท้ก็มีนายแบบสุดฮอตอยู่ในใจแล้วนี่เอง J

เพ้อเจ้ออะไรของนาย -_-” ผมทำเป็นไม่พอใจกลบเกลื่อน ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ พูดจบผมก็เดินไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และจะได้กลับคอนโดฯ สักที ...แม้ว่าที่จริงแล้ว ผมจะอยากอยู่ต่ออีกสักนิดก็เถอะ...

 

ผมออกมายืนรอแท็กซี่ที่หน้าสตูดิโอ ฝนทำท่าว่าจะตกลงมาอีกแล้ว ดีไม่ดี มันอาจจะเทกระหน่ำลงมาก่อนที่ผมจะเดินไปถึงป้ายรถเมล์ด้วยซ้ำ เพราะงั้นไปแท็กซี่ปลอดภัยกว่าเห็นๆ =_= อันที่จริงผมก็มีรถเป็นของตัวเองนะ ติดตรงที่มันเป็นมอเตอร์ไซด์นี่แหละ =_= และผมก็เชื่อว่า ถึงมอเตอร์ไซด์ของผมมันจะแพงมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ช่วยทำให้ผมไม่เปียก เวลาที่ขี่ฝ่าพายุฝนอยู่ดี

เฮ้ มาโค!” ผมหันกลับไปตามเสียงเรียก และพบกับเพื่อนๆ ของผมที่เดินกอดคอกันออกมาพร้อมกับแหกปากร้องเพลงเสียงดัง แอลวิ่งมาตรงหน้าผมด้วยสีหน้าดี๊ด๊าเป็นพิเศษ ซึ่งผมก็พอจะเดาออกว่าหมอนั่นกำลังจะมาพูดเรื่องอะไร

วันนี้เราจะไปต่อกันที่คลับ นายจะไปหรือเปล่า

ว่าแล้วเชียว -_-;

ไม่ล่ะ วันนี้ฉันอยากกลับไปพักผ่อน

ฮ่ะๆ นายต้องเสียใจแน่ ที่พูดแบบนั้นออกมา สีหน้ากวนประสาทของแอลก็ทำให้ผมย่นหน้าด้วยความไม่เข้าใจ

หมายความว่าไง -*-” ผมถาม แอลไม่ตอบอะไร นอกจากบุ้ยหน้าให้ผมมองไปยังประตูทางเข้าสตูดิโอ และผมก็กระจ่างทันทีเมื่อเห็นผู้หญิงสองคนเดินออกมา

พร้อมกันหรือยังหนุ่มๆ ลิซ่าร้องถามด้วยท่าทางร่าเริง และแน่นอนว่าหนุ่มๆ ทุกคนในที่นี้ต่างก็ส่งเสียงตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียง ลิซ่าหัวเราะน้อยๆ อย่างพอใจ ก่อนจะกอดคอพาเพื่อนคนสวยเดินไปยังรถของตัวเอง คนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไปที่รถอีกสองคนที่จอดอยู่ไม่ไกล มันคือรถของแอลกับนายแบบรุ่นพี่อีกคน

 ว่าไง ทีนี้สนใจจะไปปาร์ตี้กับพวกฉันหรือยัง แอลยื่นหน้ามากระซิบถามผมด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์ ผมหัวเราะออกมาก่อนจะยักไหล่

เห็นว่านายขอร้องหรอกนะ

ในเมื่อพระเจ้าปิดโอกาสให้ผมอีกครั้งทั้งที...ผมสัญญาจะไม่ปล่อยให้วันนี้มันผ่านไปโดยที่ยังไม่ทันที่พูดอะไรกับเธอสักคำแน่ๆ เชื่อสิ! J

 

สถานที่รื่นเริงครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้นคลับประจำของพวกเรา เพวกผมมาบ่อยมาก จนรู้จักทุกซอกทุกมุมของคลับนี้เป็นอย่างดี ทุกคนต่างก็กำลังสนุกสนานกับการเล่นเกมพิเรนท์ๆ ที่ไม่รู้ว่าสรรหามาจากไหนกันนักหนา ในขณะที่ผม ได้แต่จิบแอลกอฮอล์เงียบๆ และมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผม โดยไม่ให้เธอคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว

ควีนหัวเราะเสียงใส หลังจากที่นั่งมองเพื่อนคนหนึ่งของผมถูกทำโทษเพราะแพ้เกมอะไรก็ตามที่พวกเขากำลังเล่นอยู่ (เห็นใจหน่อยเถอะ ผมไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากเธอจริงๆ -_-) หน้าของเธอขึ้นสีแดงน้อยๆ เพราะถูกคะยั้นคะยอให้ดื่มไปหลายแก้วแล้ว และถ้ามองไม่ผิด ผมว่าเธอก็เริ่มเมาแล้วด้วย -_- นี่พวกนี้ตั้งใจจะมอมเหล้าเธอหรือเปล่าวะเนี่ย

ใครน่ะ ลิซ่าถามขึ้นเมื่อควีนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เพราะมีสายเรียกเข้า ไมค์? นี่เธอยังไม่เลิกกับหมอนั่นอีกเหรอเนี่ย ลิซ่าทำท่าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เมื่อรู้ว่าคนที่โทรมาเป็นใคร ใจผมหล่นวูบไปกับคำถามของเธอ ยังไม่เลิกกัน? หมายความว่าคนที่โทรมาคือแฟน...งั้นเหรอ -O-;

เดี๋ยวฉันมานะ ควีนยักไหล่ ก่อนจะขอตัวออกไปรับโทรศัพท์

ผมได้แต่มองตามเธอไปพร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมาในใจ ไมค์? แฟนเหรอ? ...หรือว่าจะเป็นผู้ชายคนนั้น?

เฮ้ ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ พูดจบผมก็รีบลุกออกมาจากโต๊ะโดยไม่สนใจคำทักท้วงของใคร ผมเดินตามเธอออกมาข้างนอกคลับด้วยใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ผมรู้สึกใจไม่ดีเอาซะเลย เมื่อคิดว่าเธออาจจะมีแฟนแล้วจริงๆ

ไม่เอาน่าไมค์ ฉันแค่มาเที่ยวกับเพื่อนเองนะ!” เสียงหวานๆ ที่เจือไปด้วยความไม่พอใจทำให้ผมหยุดชะงัก ควีนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ กับน้ำพุด้านหน้าคลับ นี่ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์หรอกนะ ผมแค่...มาคอยรักษาความปลอดภัยให้เท่านั้นเอง -_- เชื่อสิ ว่าผมเห็นขี้เมาที่อยู่แถวนี้จ้องเธอตาเป็นมันกันทั้งนั้น

ก็มีลิซ่า กับ...คนอื่นๆ -_-; ไม่เอาน่าไมค์ พวกเขาเป็นเพื่อนของลิซ่าทั้งนั้น และเพื่อนลิซ่าก็เหมือนเพื่อนฉัน นายเข้าใจใช่มั้ย เธอเริ่มยกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญา และถึงแม้ผมจะค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าปลายสายเป็นใคร แต่ผมก็อดฟังต่อไปไม่อยู่ดี (ไหนบอกไม่ได้มาแอบฟัง -_-) ก็ไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่ท่าทางแฟนของเธอ จะเป็นคนประเภทไร้เหตุผลสุดๆ ไปเลย =_=

เดี๋ยวฉันกลับเอง ไม่หลงหรอกน่า ฉันไม่ใช่เด็กประถมนะ -_- ไม่ๆ นายไม่ต้องมา ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะกลับอะ... ไมค์ ไมค์!” เธอโวยวายขึ้นมาเมื่อถูกปลายสายตัดสายไปแล้ว ควีนสบถสองสามคำก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ

ผมมองแผ่นหลังบางๆ ของเธอด้วยความขบขัน ถ้าเป็นผม ผมคงจะกรีดร้องลั่นไปแล้วแน่ๆ ที่เจอแฟนเอาแต่ใจแบบนี้ แต่เธอกลับทำเพียงแค่ถอนหายใจ และยกมือขึ้นเสยผมอย่างลวกๆ ควีนมองซ้ายมองขวาเหมือนกับกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่เธอจะสาวเท้ายาวๆ เดินไปตามทางเท้าท่ามกลางความประหลาดใจของผม

จะไปไหนล่ะนั่นน่ะ -O-

 

ผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนสตอร์กเกอร์ก็ไม่ปาน หลังจากเอาแต่เดินตามคุณราชินี ที่เอาแต่เดินดุ่มๆ ไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จุดหมาย จนกระทั่งมาถึงสวนสาธารณะเงียบๆ แห่งหนึ่ง โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด ผมก็พอจะมองออกหรอกนะว่าเธอกำลังกลุ้มใจเรื่องแฟน จนไม่ได้สนใจอะไรเลย แต่ก็ช่วยระวังตัวไว้หน่อยได้มั้ยล่ะ ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงนะ ถ้าคนที่เดินตามมาไม่ใช่ผม แต่เป็นพวกโรคจิตที่จ้องจะทำร้ายเธอ จะทำยังไง =_=

ในที่สุดเธอก็ชะงักฝีเท้าลงเมื่อถึงม้านั่งเล็กๆ ตัวหนึ่ง ตอนแรกผมคิดว่าเธอรู้ตัวแล้วว่ามีคนตามมา แต่เปล่าเลย เธอเพียงแค่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะ...

ฟุบ~

เฮ้ย O_O!” ผมร้องเสียงดัง เมื่อผู้หญิงตรงหน้าทิ้งตัวลงนอนบนม้านั่งตัวนั้นหน้าตาเฉย ควีนผงกหัวขึ้นมามองผมด้วยสีหน้ามึนๆ นิดหน่อย ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงนอนหลับตาพริ้มเหมือนเดิม

เฮ้ๆ จะมานอนตรงนี้ไม่ได้นะ ผมเดินเข้าไปหาพลางเขย่าตัวเธอเบาๆ

ยุ่งน่า~” เธอปัดมือผมออกทั้งที่ยังหลับตาอยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ปะปนมากับลมหายใจของเธอทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย

นี่เธอเมาเหรอเนี่ย?

เปล่า ฉันแค่ง่วงมากเท่านั้นเอง เธอพึมพำตอบเสียงเบา จนผมต้องยื่นหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ

ถึงจะง่วงมากแค่ไหนก็เถอะ แต่จะมานอนตรงนี้ได้ยังไง มันอันตราย ผมเอ็ด แต่เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย เห็นทีผมต้องใช้วิธีบังคับแล้วล่ะมั้ง -_-

ไปเถอะ กลับเข้าไปในคลับ อีกสักพักแฟนเธอก็คงมารับกลับไปนอนบ้านเองแหละ ผมว่าพลางดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นมา คราวนี้ควีนหรี่ตาขึ้นมามองผมอย่างจับผิด

นายแอบฟังฉันคุยโทรศัพท์เหรอ -*-”

ให้ตายเถอะ เมื่อกี้ผมเผลอพูดอะไรออกไปเนี่ย =_=;

เปล่า ฉันแค่ผ่านมาได้ยินเข้าพอดี ไปเถอะ ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงแล้ว ผมเฉไฉพร้อมกับพยายามดึงเธอขึ้นมา แต่คนง่วง (หรือเมา?) ก็ไม่ให้ความร่วมมือเอาซะเลย เธอขืนตัวเอาไว้สุดกำลัง พร้อมกับพยายามแกะมือผมออกจากแขนของเธอ

ไม่เอา~ ถ้านายจะกลับก็กลับไปคนเดียวเถอะ เธอแกะมือผมออกได้สำเร็จ และล้มตัวลงนอนอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ ผมยืนมองยัยขี้เมาที่นอนขดตัวอยู่บนม้านั่งเล็กๆ ด้วยความเหนื่อยใจ

ผู้หญิงอะไรเนี่ย เมาแล้วรั่วเป็นบ้า -_-;

ผมทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นข้างๆ เธออย่างจนปัญญา เอาไว้รอให้เธอนอนเล่นจนสบายใจก่อนแล้วค่อยพากลับไปละกัน

ฉันเกลียดอากาศหนาวจริงๆ เธอพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับขดตัวมากกว่าเดิม

ก็ฝนมันเพิ่งตกไปนี่นา แถมนี่มันก็ดึกมากแล้วด้วย ไม่หนาวก็แปลก ผมบอกยิ้มๆ แม้จะไม่แน่ใจว่าเธอต้องการความคิดเห็นจากผมหรือเปล่า

ฉันน่าจะเอาแจ็กเกตตัวนั้นมาด้วย มันใหญ่พอที่จะเป็นผ้าห่มของฉันได้สบายเลย ผมหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังพูดถึงแจ็กเกตตัวไหน ก็จริงอ่ะนะ แจ็กเกตของผมมันใหญ่มาก เมื่อเทียบกับร่างเล็กๆ ของเธอ

ถ้างั้น ฉันก็มีผ้าห่มอีกผืนเตรียมมาให้เธอล่ะนะ ผมถอดแจ็กเกตตัวที่ใส่อยู่ออกมา ก่อนจะคลุมมันลงบนตัวของเธอ ควีนกระชับแจ็กเกตของผมให้แนบกับตัวเธอมากขึ้น ริมฝีปากบางสวยของเธอขยับเบาๆ เป็นคำพูดขอบคุณผม

ฉันเสียสละแจ็กเกตให้เธอไปสองตัวแล้วนะ อย่าลืมตอบแทนด้วยล่ะ ผมบอกอย่างไม่จริงจัง เจ้าของนัยน์ตาสีเทาอ่อนส่งยิ้มกลับมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่

ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันยังยืนยันนะ ว่าเราควรจะกลับไป ป่านนี้แฟนเธอคงจะตามหาเธอจนทั่วคลับแล้วมั้ง ผมย้ำสิ่งที่เราควรจะทำอีกรอบ ถึงในใจจริงๆ แล้วผมยังอยากจะอยู่กับเธอแบบนี้อีกสักพักก็เถอะ แต่ความจริงที่ว่าแฟนของเธออาจจะกำลังเป็นห่วง ก็ทำให้ผมจำเป็นต้องล้มเลิกความคิดเห็นแก่ตัวนั้นไปโดยปริยาย

นั่นแหละ เหตุผลที่ทำให้ฉันไม่อยากกลับไป

ว่าไงนะ?ผมถามซ้ำ และคราวนี้ควีนก็ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาคุยกับผมจริงจัง

เฮ้อ นายต้องนึกไม่ออกแน่ๆ ว่าไมค์เป็นผู้ชายที่งี่เง่าแค่ไหน  เขาเอาแต่จับผิดฉันตลอดเวลาจนฉันแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ทำอย่างกับแฟนของเขาสวยมากจนผู้ชายทุกคนพร้อมที่จะแย่งงั้นแหละ เธอเบ้ปากด้วยความไม่สบอารมณ์

แต่ฉันว่าเขาคิดถูกนะ ผมเผลอหลุดปากพูดในสิ่งที่ใจคิดออกมา ควีนมองหน้าผมอึ้งๆ ก่อนที่เธอจะหัวเราะแค่นๆ ออกมา

นี่ผมเพิ่งทำอะไรพลาดไปสินะ =_=;

แล้วเธอคิดว่าถ้านอนอยู่ตรงนี้แล้วเขาจะตามหาไม่เจอหรือไง ผมเปลี่ยนเรื่องเมื่อบรรยากาศมันเริ่มจะแปลกๆ ควีนยักไหล่ และล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

ช่างสิ... อย่างน้อย เขาก็จะได้รู้ว่าฉันพยายามจะหนี

หมอนั่นคงจะรับรู้ถึงความพยายามของเธอหรอกนะ เล่นหนีมาตั้งไกลขนาดนี้ (ประชดสุดๆ =_=)

ให้ฉันพากลับบ้านมั้ย ผมถาม ในเมื่อเธอไม่อยากกลับไปกับแฟนตัวเอง ผมก็จะชิงพาเธอกลับก่อนซะเลย จะได้ไม่ต้องเจอหน้าแฟนเจ้าปัญหานั่นด้วยไง

ฉันอยู่คอนโดฯ เดียวกับไมค์ เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจ

เฮ้ย! อยู่ด้วยกันอ่ะนะ O_O!” ผมโพล่งเสียงดัง ควีนจึงลืมตาขึ้นมามองอย่างตำหนิ

ห้ามคิดอะไรอกุศลเชียว ฉันเพิ่งกลับมาจากอังกฤษนะ มีที่ซุกหัวนอนเป็นของตัวเองที่ไหนล่ะ =_=”

อ่อ... เพราะงั้น เมื่อคืนเธอก็เลยไปนอนที่สตูดิโอสินะ ผมถามกลั้วหัวเราะเมื่อนึกถึงสภาพเธอตอนโผล่ออกมาจากด้านหลังฉาก

ฉันทะเลาะกับไมค์ และไม่รู้จะไปที่ไหนดี... ฉันไม่มีเงิน โทรหาลิซ่าก็ไม่ติด แต่พอดีว่าลิซ่าทิ้งแผนที่ไปสตูดิโอไว้ให้ฉัน และมันเป็นที่ซุกหัวนอนเดียวที่ฉันนึกออก เธอยักไหล่อย่างไม่ค่อยแยแส ผมหลุดหัวเราะออกมากับความไม่ยี่หระของเธอ

ผมรู้สึกว่าเธอเหมือนแมวจรจัดเข้าไปทุกที

 ผมนั่งมองยัยแมวจรจัดที่ลืมตาขึ้นมาสบตากับผมด้วยใบหน้าที่ไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกอะไร และผมขอยืนยันอีกครั้งว่าเธอเป็นราชินีที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาจริงๆ

งั้นไปกับฉันมั้ย เร็วกว่าความคิด ปากของผมมันดันพ่นสิ่งที่เป็นความเห็นแก่ตัวที่ผมควรจะเก็บไว้ออกมาในที่สุด ควีนมองผมอย่างสงสัย

ไปไหน

ไม่รู้สิ... ที่ไหนก็ได้ที่แฟนเธอตามหาไม่เจอล่ะมั้ง ผมยักไหล่ และคิดว่าสิ่งที่ได้กลับมาคงเป็นสายตาจับผิด ที่ผมกำลังพยายามล่อลวงเธอให้ห่างจากแฟนของตัวเองมากที่สุดแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ใจผู้หญิงคนนี้ล่ะ ในเมื่อคำตอบของเธอคือ...

เอาสิ

 

ผมพาเธอมาที่คอนโดฯ ของผม เฮ้ๆ อย่ามองผมด้วยสีหน้าตกใจแบบนั้นสิ ผมไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดีทั้งนั้นแหละ ในเมื่อมันดึกมากแล้วนี่นา แถมเธอก็บ่นว่าง่วงมาตลอดทางด้วย ดังนั้นที่นี่จึงเป็นที่เดียวที่ผมคิดออกจริงๆ ควีนมองผมด้วยสายตาไม่ไว้ใจทันทีที่เห็นว่าผมพาเธอมาที่ไหน แต่หลังจากที่ผมอธิบายเหตุผลให้เธอฟังด้วยความจริงใจ เธอก็ไม่ว่าอะไร (แม้ผมจะจับได้ว่าเธอยังไม่ค่อยไว้ใจผมก็ตาม -_-)

ผมเสียสละให้เธอนอนในห้องนอน ส่วนผมก็นอนที่โซฟาในห้องนั่งเล่นแทน และคงเป็นเพราะความง่วงถึงขีดสุด ทำให้เธอไม่โต้แย้งอะไร หลังจากทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของผมเธอก็หลับสนิททันทีหัวถึงหมอน โดยที่ยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ =_= แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกนะ เพราะผมเองก็ไม่คิดจะอาบเหมือนกัน เฮ้ คุณต้องเข้าใจนะว่านี่มันดึกมากแค่ไหน และแอลกอฮอล์ที่ผมดื่มเข้าไปมันก็เริ่มออกฤทธิ์แล้วด้วย ไม่ผิดสักหน่อยที่ผมรู้สึกไม่อยากทำอะไรเลย นอกจากปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา...

ออด~

อืม...

ออดๆๆ ออดดด~

พรึบ!

ผมสะบัดผ้าห่มออกและเด้งตัวลุกขึ้นมา ก่อนจะขยี้หัวแรงๆ ด้วยอารมณ์หงุดหงิด ใครมากดออดหาอะไรวะ! ผมเดินไปเปิดประตูโดยลืมเปิดอินเตอร์คอมฯ ดูด้วยซ้ำว่าใครมา และเมื่อประตูเปิดออก ผมก็พบกับ

พลั่ก!

อะไรบางอย่างลอยมากระทบมุมปากผมอย่างจัง เล่นเอาผมถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว ผมสะบัดหัวไปมาด้วยความงุนงง และเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของหมัดหนักๆ ที่ทำร้ายผมโดยไม่ทันต้องตัว

แกใช่มั้ยที่เอาแฟนฉันมาซ่อน!”

ผู้ชายคนนี้มัน... เจ้าของรถสปอร์ตที่มารับควีนไปวันนั้นนี่...

เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบอะไร ไอ้บ้านี่ก็ถือวิสาสะผลักผมให้พ้นทางและเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องหน้าตาเฉย มันเปิดประตูห้องนู้นนี้ไปทั่ว ก่อนจะมาหยุดที่หน้าห้องนอนของผม

เฮ้ย!” ผมร้องและกำลังวิ่งไปห้ามมันไว้ แต่ช้าไปแล้ว แฟนของควีนเปิดประตูห้องเข้าไป และเมื่อพบว่าเธอกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง มันก็ยิ่งอาละวาดเป็นการใหญ่

ควีน! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!” มันเดินไปกระชากร่างควีนขึ้นมาจากเตียง เธอลืมตาขึ้นมาและมองคนตรงหน้าด้วยความงุนงง

ไมค์? เธอมองผู้ชายคนนั้นสลับกับผม ก่อนที่จะเงียบไปสักพักอย่างประเมินสถานการณ์ พระเจ้า! นายมาที่นี่ได้ยังไง O_O”

ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนถาม! กลับบ้านเดี๋ยวนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกัน พูดจบมันก็กระชากร่างที่ยังไม่ตื่นดีของควีนลงมาจากเตียง โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามือหนาๆ ของมันจะทำให้ข้อมือของเธอเป็นรอย

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมทนไม่ได้

เฮ้!” ผมเรียกไอ้หมอนั่นเอาไว้ก่อนจะปล่อยหมัดใส่หน้ามันเต็มแรง

พลั่ก!

แกไม่ควรทำรุนแรงกับผู้หญิงนะ ผมพูดเสียงเรียบพร้อมกับดึงมือควีนออกมา มันเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะลุกขึ้นมาและปล่อยหมัดใส่ผมบ้าง แต่ผมก็หลบทันและสวนหมัดใส่ที่ลำตัวของมัน

ถึงจะไม่ชอบทำร้ายใคร แต่ผมก็ไม่คนที่จะปล่อยให้ใครมาทำร้ายตัวเองได้ง่ายๆ หรอกนะ -_-

ไอ้เวรเอ๊ย!”

เดี๋ยวๆ หยุด!” ควีนแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางเมื่อแฟนเธอทำท่าจะลุกขึ้นมาเอาคืนผมอีกรอบ

ถอยไปควีน! ฉันจะจัดการมัน

จัดการอะไร นายเป็นคนที่ทำร้ายเขาก่อนนะ คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่ารอยช้ำที่มุมปากมาโคเป็นฝีมือนายน่ะ!” ควีนตวาดเสียงดัง หมอนั่นชะงักไป

นี่เธอกำลังปกป้องมัน?

ฉันเปล่า แต่มาโคเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย นายจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่ได้นะไมค์

แต่มันเป็นคนพาเธอหนีมาจากฉัน!” มันว่าพลางจะเข้ามาชกผมอีก และผมก็พร้อมเสมอ แต่ติดที่ว่าควีนดันร่างมันกลับไปซะก่อน

พอซะทีไมค์! นายยังไม่รู้หรือไงว่าที่ฉันพยายามจะหนีหน้านายมันเป็นเพราะอะไร ให้ตายเถอะ! นายนี่มันงี่เง่าชะมัด!” เธอสบถออกมาเสียงดัง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างพยายามสงบสติอารมณ์ กลับไปคุยกันที่บ้านเถอะ เธอบอกด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

แต่ว่ามัน...!”

นายอยากจะเลิกกับฉันจริงๆ ใช่มั้ย ไมค์ เธอขู่ก่อนจะหันมามองผมเป็นเชิงขอโทษ และลากแฟนเจ้าปัญหาออกไป แต่มันก็ยังไม่วายหันมาส่งสายตาอาฆาตให้ผมเป็นเชิงว่ามันจะมาเอาคืนสักวันแน่

เหอะ...ทำอย่างกับผมกลัวนี่ -_-^

ผมถอนหายใจก่อนจะกลับมาทรุดตัวลงที่โซฟาอีกรอบ บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมโคตรจะสับสนเลย =_= ผมไม่โทษควีนหรอก ที่การไปพัวพันกับเธอทำให้ผมต้องเจ็บตัวแบบนี้ เพราะต้นเหตุจริงๆ มันก็เกิดจากความเห็นแก่ตัวของผมทั้งนั้น ผมแค่ต้องการอยู่ใกล้เธออีกสักนิด โดยไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะบานปลายมาขนาดนี้ ผมไม่อาจรู้เลยว่าเธอต้องถูกไอ้แฟนงี่เง่านั่นทำอะไรบ้าง แต่ผมสาบานเลยว่าถ้าหากมันทำร้ายเธอแม้แต่ปลายเส้นผม ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่ -_-^

ผมเอาแต่เป็นห่วงเธอจนลืมไปเลยว่า ต่อให้เธอถูกทำร้ายหรือโดนดุด่ามากแค่ไหน ผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรทั้งนั้น เพราะระหว่างเธอกับผม... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน

ให้ตายเถอะ การยอมรับความจริงข้อนี้ มันทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ นะ -_-

 

ลิซ่าโทรมาขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่ที่เธอทำให้ผมต้องถูกแฟนของควีนทำร้าย อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ จนกระทั่งเธอเฉลยว่าเธอเป็นคนบอกที่อยู่ของผมให้หมอนั่นรู้ เพราะไม่คิดว่าควีนจะอยู่กับผมจริงๆ =_= เหอะๆ จะว่าไปเรื่องของผมกับควีน ก็ยังไม่มีเพื่อนคนได้รู้เรื่องเลยนี่นา ก็คงไม่แปลกที่ลิซ่าจะไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอมาอยู่ที่ห้องผม

ผมได้แต่บอกเธอว่าไม่เป็นไร และตัดสายไปเลยเพราะไม่อยากถูกถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น และโชคดีมากที่ตลอดอาทิตย์นี้ผมไม่มีงานถ่ายแบบ ไม่อย่างนั้นผมคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปให้ลิซ่าซักไซ้ถึงที่

หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับควีนอีกเลย... มันอาจเป็นเพราะว่าผมเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องและไม่ได้สนใจโลกภายนอกเลย นี่ผมไม่ได้ตั้งใจจะหนีนะ แต่ผมเพียงคิดว่าถ้าผมออกไปข้างนอกแล้วเจอเธออีก มันคงจะไม่ดีต่อตัวเธอแน่ ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกพิเศษกับเธอ แต่ผมก็ไม่เลวพอที่จะพยายามทำให้เธอมีปัญหากับแฟนหรอกนะ และเหตุผลอีกข้องหนึ่งก็คือ...ถ้าผมเจอกับเธออีกครั้ง ผมกลัวจริงๆ ...กลัวว่าความเห็นแก่ตัวที่กำลังพยายามกักเก็บไว้มันจะปะทุออกมา ทำให้ผมทำอะไรโง่ๆ ลงไป จนทำให้เรื่องมันยิ่งแย่ไปกันใหญ่

มาโค! พระเจ้า! ในที่สุดฉันก็ได้เจอหน้านายสักที ฉันโทรไปนายก็ไม่ยอมรับสายเลย แถมปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก รู้มั้ยว่ามันทำให้ฉันอึดอัดจนแทบบ้า!” ลิซ่าโวยวายทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามาในสตูดิโอ ผมหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะโยนกระเป๋าไปไว้บนโซฟาในห้องแต่งตัวเลยนั่งลงตาม

ถ้าอยากเจอนัก ทำไมไม่บุกไปหาฉันที่ห้องเลยล่ะ

เหอะ! มันมีอะไรเป็นหลักประกันมั้ยล่ะ ว่าถ้าพวกฉันบุกไปหานายที่ห้องแล้วนายจะเปิดประตูต้อนรับน่ะ -_-” คราวนี้เป็นแอลที่พูดขึ้นมาอย่างรู้ทัน ลิซ่าพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม

เล่ามา สีหน้าอยากรู้จริงจังขอลิซ่าทำให้ผมถึงกับหลุดหัวเราะ

ผมคิดว่าคุณจะซักไซ้เอาความจริงจากเพื่อนของคุณมาหมดแล้วซะอีก

ฉันก็อยากจะทำอย่างนั้นหรอกนะ แต่ยัยเพื่อนตัวดีดันไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย แล้วตั้งแต่เลิกกับไมค์ไป ยัยนั่นยังไม่โผล่หน้ามาให้ฉันเห็นด้วยซ้ำ...

เดี๋ยวๆ เมื่อกี้คุณว่าไงนะ ผมเบรกไว้เมื่อคำพูดบางอย่างของลิซ่าสะดุดหู

ยัยนั่นยังไม่โผล่หน้ามาให้ฉันเห็นเลย

ไม่ๆ ก่อนหน้านั้น คุณบอกว่าเธอ...เลิกกับ...

ใช่ เธอเลิกกับไมค์ อีตาแฟนขี้หึงที่ชกปากนายคนนั้นแล้ว มีอะไร...? เฮ้ๆ เดี๋ยวสิ มาโค นายจะไปไหนน่ะ!” ลิซ่าร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ผมก็ผุดลุกออกมาจากที่นั่ง แต่แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงวิ่งกลับไปหาเธออีกครั้ง

ลิซ่า ฉันขอยืมไอ้นี่แป๊บนึงนะ พูดจบฉันก็คว้าโทรศัพท์มือถือของลิซ่า ที่คาดว่าคงจะมีเบอร์โทรที่ผมต้องการเมมเอาไว้

กรี๊ดดด มาโค วันนี้ฉันต้องรับสายลูกค้าสำคัญนะ!” ผมไม่สนใจเสียงกรีดร้องของลิซ่าและวิ่งออกมาจากสตูดิโออย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะไปไหน ผมยกโทรศัพท์ของลิซ่าขึ้นมาและกดหาเบอร์ของ เธอคนนั้นด้วยหัวใจที่พองโตอย่างควบคุมไม่อยู่ เสียงจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติทำเอาผมใจเสียลงเล็กน้อย แต่ผมก็ยังคงวิ่งไปเรื่อยๆ อย่างไม่ลดละ พลางกดโทรออกเบอร์เดิมซ้ำไปซ้ำมา แม้ว่าสิ่งที่ได้ตอบกลับมาจะเป็นเสียงอันน่ารำคาญที่เอาแต่พล่ามว่าหมายเลขไม่สามารถติดต่อได้ก็ตาม

ผมยังคงวิ่งไปอย่างไม่รู้จุดหมาย วิ่งโดยที่ไม่คิดจะหยุดพัก วิ่งไปหาเธอ...ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ผมเชื่ออย่างไม่มีเหตุผล ว่าถ้าหากผมวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละความพยายาม ผมจะต้องเจอเธอแน่ๆ ...ในเมื่อพระเจ้าให้โอกาสผมมาถึงสองครั้งแล้ว กับการที่ให้ผมได้เจอเธอ ดังนั้นผมจึงเชื่อว่ามันจะต้องมีแน่... โอกาสครั้งที่สาม ที่ท่านจะบันดาลให้ผมได้เจอเธออีก... ต้องมีแน่ๆ...ผมเชื่ออย่างนั้น

และผมก็พบว่าตัวเองคิดถูก ...เมื่อโอกาสนั้นมันมาอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ร่างเล็กที่แสนคุ้นตาทำให้ผมชะลอฝีเท้าที่กำลังวิ่งสุดชีวิต ผมหอบตัวโยนขณะที่มองเธอที่กำลังเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัวว่าผมกำลังมองเธออยู่ เธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ผมยาวๆ ของเธอถูกตัดจนเหลือแค่ประบ่า และมันถูกเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีบอล์นทองที่ทำให้เธอโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางผู้คน ผิวของเธอแทนขึ้นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังจำเธอได้อยู่ดี... จำได้แม่นซะด้วย

ควีน!!” ผมตะโกนเรียกชื่อเธอที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของถนน ผู้หญิงผมบอล์นคนนั้นหันกลับมามองผมด้วยความสงสัย แต่แล้วสีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นผม วินาทีนั้น ผมรู้สึกได้เลยว่าผมยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ในที่สุด...ผมก็ได้เจอเธออีกครั้งจนได้

...และคราวนี้ผมจะไม่ปล่อยให้เธอผ่านไป เหมือนครั้งก่อนๆ แน่ ผมสัญญา ไม่สิ สาบานเลย! J

รออยู่ตรงนั้นนะ!” ผมตะโกนบอกเธอและวิ่งข้ามถนนไปท่ามกลางความตกใจของคนรอบข้างที่เห็นว่าผมวิ่งลงมาบนถนนที่รถกำลังพลุกพล่านโดยไม่สนใจสัญญาณไฟที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเลยสักนิด

เสียงแตรรถและเสียงสบถด่าดังระงมไปทั่ว แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ สายตาของผมยังคงจับจ้องอยู่ที่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น จริงๆ

พระเจ้า! นายจะทำฉันหัวใจวายตายนะ เธอร้องทันทีที่ผมวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ถ้ารถชนขึ้นมาจะทำยังไง เธอถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง และนั่นทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ

ก็ดีสิ... เธอจะได้รู้ว่าฉันมีความพยายามขนาดไหน ในการตามหาเธอ ผมว่าพลางหอบตัวโยน

นี่วิ่งมาจากไหนเนี่ย

สตูดิโอ

เฮ้ย จริงดิ O_O!” เธอถามอย่างไม่อยากเชื่อ

สภาพฉันเหมือนคนกำลังโกหกหรือไง ผมพูดยิ้มๆ และยืดตัวเต็มความสูง ให้ตายเถอะ เหนื่อยเป็นบ้าผมเงยหน้าบ่นเสียงดัง ควีนคลายปมที่คิ้วของเธอก่อนจะหัวเราะน้อยๆ

นายนี่มัน... เป็นผู้ชายที่บ้าบิ่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลย เธอมองอย่างทึ่งๆ ผมหัวเราะกลับไป

ฉันก็ว่างั้นแหละ

...

...

บรรยากาศจมลงสู่ความเงียบ เมื่อพวกเราไม่พูดอะไรออกมานอกจากจ้องตากันและกันด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างมองมาที่พวกเราด้วยความสงสัย แต่ผมไม่ได้สนใจ และผมก็รู้ว่าเธอเองก็ไม่คิดจะสนใจใครหน้าไหนเหมือนกัน หัวใจผมเต้นรัวจนแทบจะระเบิดอีกครั้งเมื่อสบกับนัยน์ตาสีเทาอ่อนที่สวยที่สุดของผู้หญิงตรงหน้า มันเป็นแบบนี้มาตลอด และผมรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ดวงตาคู่นี้ของเธอ... จะยังไงทำให้ผมใจเต้นแรงแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนผมลืมนับไปเลยด้วยซ้ำว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไหร่...

ไง ริมฝีปากสวยของคนตรงหน้าขยับเป็นคำทักทายเบาๆ เหมือนกับเราเพิ่งเจอกัน ผมยิ้มก่อนจะตอบรับคำทักทายของเธอ

ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งครับ...ราชินีของผม

ถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้น คุณคงจะแปลกใจแน่ว่าเราเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่ทำไมผมถึงได้ตกหลุมรักเธออย่างหัวปักหัวปำขนาดนี้ แต่...ไม่รู้สิ ผมเองก็ไม่ได้มั่นใจอะไรเหมือนกัน มันไม่มีหลักประกันอะไรเลยสักนิดที่จะบอกเธอนี่แหละคือคนที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต

แต่แน่ล่ะ...ผมไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก จะคิดถึงอนาคตไปทำไม ในเมื่อตอนนี้ วินาทีนี้ผมเชื่อสุดใจอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเลยว่า ผู้หญิงตรงหน้านี้...คือพรหมลิขิตของผม...

 

แล้วคุณล่ะ เคยเจอคนที่คิดว่าเป็นพรหมลิขิตของตัวเองหรือยัง?

 

เฮ้ๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะถามคำถามน้ำเน่าหรอกนะ -_- ก็แค่คิดว่า ถ้าจบด้วยคำถามเท่ๆ มันคงไม่เลวเลย แต่ช่างเถอะ ถึงมันจะเป็นคำถามที่ซ้ำซากจำเจ (และไม่เท่) ก็ไม่เป็นไร ถ้ามันจะช่วยให้คุณได้ทบทวนกับตัวเองว่าคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ จะมีซักกี่คนกันที่เป็นพรหมลิขิตจากพระเจ้าน่ะ

คำเตือนก็คือ... อย่าปล่อยให้คนที่คุณมั่นใจว่าเป็นพรหมลิขิต หลุดมือไปได้ง่ายๆ ล่ะ J

 

---------------------------------

 

TALK WITH ME : เป็นเรื่องสั้นที่อึนได้ใจจริงๆ =_=; 555 เป็นไงคะ เรื่องสั้นเรื่อง...ที่สอง ในชีวิต (เรื่องแรกแต่งตอนม. ต้น ซึ่งกากมาก =_=;) หนุกไม่หนุกยังไงก็บอกกันได้เนอะ ^^

PS. ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ ^/\^  

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ makok_num/ Martian

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. #15 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 20:21
    สนุกมากกกกกกกเลยค่ะ อ่านมาเรื่อยๆ เฮ้ยๆจบแล้ว สนุกมากๆค่ะ
    #15
    0
  2. วันที่ 29 กันยายน 2556 / 20:26
    อร๊างงงง เนื้อเรื่องน่ารักมากเลยคร๊ >///<
    #14
    0
  3. วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 19:50
    อร๊ายยย น่ารัก >.<
    แอบจับผิดได้หนึงที่ . . "ลิซ่า ฉันขอยืมนี่แป๊ปนึงนะ" พูดจบฉัน...
    #13
    0
  4. #12 Fah
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 19:11
    สนุกมาก



    แต่งเรื่องสั้นบ่อยๆนะ



    ส่วนเรื่องยาวเราจะไปหาเช่าอ่านและกัน (ล้อเล่น 55)
    #12
    0
  5. วันที่ 22 กันยายน 2555 / 20:09
    น่ารักกก ><
    #11
    0
  6. วันที่ 5 เมษายน 2555 / 23:06
    แบบว่า...
    ตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องยาว
    แต่อ่านมาครึ่งเรื่อง เริ่มเพิ่งมีสติ... ว่าเรื่องสั้นหรือเปล่า
    เพราะเลื่อนๆๆๆ อ่านๆๆๆ ยังไม่ได้เลือกตอนเลย
    โอ้... รู้ตัวช้า ฮ่าๆ

    แต่แบบว่า
    เรื่องนี้หวานอ่ะ
    ถ่ายทอดด้วยมุมมองพระเอก เจ๋งอ่ะ
    หล่อได้อีกนะ... ^^
    #10
    0
  7. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:42
     สนุกมากเลยค่ะ  ^^
    #9
    0
  8. วันที่ 29 มกราคม 2555 / 11:33
    555  > < เรื่องนี้จะอ่านกีทีๆก้อชอบเสมอ  > <
    #8
    0
  9. วันที่ 5 มกราคม 2555 / 17:42
    อืม อ่านแร้วก้อสนุกนะ
    แต่ถ้าเป็นเรื่องยาว อาจจะดีกว่านะ
    แบบว่ายังค้างคา  55
    #7
    0
  10. วันที่ 4 มกราคม 2555 / 12:24

    เรื่องสั้นนี่ก็ชอบค่ะ ทำออกมาได้สนุกมากๆเลย ชอบนิยายของไรเตอร์ทุกตอนเลย
    แต่ยังไม่ได้ไปอ่านเรื่องแม่มดเลยฮ่าๆ

    #6
    0
  11. วันที่ 2 มกราคม 2555 / 22:34
     อธิบายได้ดีค่ะ  ถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรแต่งเป็นเรื่องยาวๆนะ
    จะเหมาะกว่า อยากเจอพรหมลิขิตแบบนี้จังแต่คงไม่มีโอกาส TT^TT
    #5
    0
  12. #4 Topop
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 17:44
     พรมลิขิต คงไม่มีเพราะหน้าไม่ให้เลยอ่ะ T^T
    #4
    0
  13. วันที่ 2 มกราคม 2555 / 20:10
     สนุกดีค่ะ เปิดเรื่องและปิดเรื่องได้ดี 

    เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย 

    เอาใจช่วยต่อไปนะคะ


    ปล1.แล้วแต่งเรื่องดีๆให้อ่านอีกนะ
    ปล2.รู้สึกว่าเราจะยังไม่เคยเจอคนที่เป็นพรหมลิขิตเลย เฮ้อ ~
    #3
    0
  14. วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 18:47
    ถ้าจะอ่านแล้วชอบมากมายอ่ะไรขนาดนี้น่ะ !!!! 

    ให้ตายสิ ><♥  แล้วพรหมลิขิตของฉันมันเป็นยังไงกันน่ะ ?? ~!!
    #2
    0
  15. วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 16:22
     อ่านละรู้สึกเหมือนมันเป็นเรื่องยาวนะ
    ยังไม่เคลียร์
    ส่วนสำนวนสนุก เหมือนนิยายเป็นเล่มๆ เลยเธอ
    นางเอกฮอตมาก กกก มายก่ายกอง
    พระเอกก็หล่อเว่อร์
    แต่เรายังหาคำถามของเรื่องสั้นไม่เจอ
    เลยอึนๆ กับมันนิดหน่อย
    อย่างว่า เหมาะกับเรื่องยาวมากกว่า
    #1
    0