Luhan Story in Little Galaxy

ตอนที่ 7 : FRIEND 80 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ต.ค. 60


You ;(N)

/yoo unstrested yoo,yuh/

Mean Happiness

 

 

 


พระอาทิตย์กำลังตก ลมพัดแรงจนก้อนเมฆปลิวหายไปพร้อมความสว่าง ความมืดทักทายเมืองหลวงขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยแสงสี

 

 

ตอนนี้เป็นเวลา 6 โมง 25 นาทีตามนาฬิกาสากลในประเทศไทย และมันเลยเวลาเลิกเรียนของนักเรียนชายล้วนแห่งนี้มานานพอสมควร

 

 

แต่ฉไนเลยหน้าโรงเรียนถึงมีนักเรียนเสื้อสีขาวสะอาดตา ชายเสื้อปล่อยออกนอกกางเกงสีน้ำเงินเข้ม ผมดำสนิทไถขึ้นตามฉบับแบบนักเรียนแต่มีหน้าม้ายาวเฟื้อยผิดกฎหนึ่งคนและอีกหนึ่งกลุ่มยืนจ้องหน้ากันที่รั้วประตูขนาดใหญ่

 

 

มึงจะเอาอะไรกับกูก็ว่ามาหนึ่งชายผู้โดดเดี่ยวท่ามกลางลมเย็นกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ

 

 

พลั่ก!

 


และสิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือหมัดกระแทกเข้าที่โหนกแก้มแทนคำพูด กำปั้นใหญ่ๆนั่นมาจากนักเรียนหัวโจกที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบายอารมณ์

 


วิถีคนถ่อย

 


และใช่เขาก็ไม่ได้ต่างจากพวกคนถ่อยนี่สักเท่าไหร่นักหรอก

 


พลั่ก!

 


เสียงกระดูกฝ่ามือกระแทกสวนกลับไอ้นักเรียนที่ทำตัวเหมือนมาเฟียโง่ๆ

 


ลิ่วล้อ 3 ชีวิตพากันทำหน้าเลิกลั่กเมื่อผู้นำกลุ่มล้มลงนอนคว่ำที่พื้นปูน

 

 

 

มองอะไร!จัดการมันสิวะ!!” เสียงตวาดของหัวหน้ากลุ่มทำให้อีก 3 คนที่มองเหตุการณ์วิ่งกรูเข้ามารุมกระทืบชายหนุ่มผู้ห้าวหาญ

 


ทักษะด้านการต่อสู้อาจมีพอประมาณ ต้องขอบคุณเกมส์เพลย์ที่สอนให้เขารู้จักวิธีการเตะต่อยที่ถูกต้องและประสบการณ์ในอดีตสำหรับเรื่องชกต่อย

 


แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะเก่งถึงขนาดป้องกันตัวจากไอ้พวกหมาหมู่ 3 ตัวนี้ได้

 


ซี่โครงขวาถูกหน้าแข้งเตะอย่างจังจนปวดร้าวไปหมด มุมปากแตกเนื่องด้วยไอ้หน้าปลาทองปล่อยหมัดกระแทก หน้าท้องจุกเสียดทันทีเมื่อใครไม่รู้ต่อยเข้าให้เต็มแรง

 

 


เขาพลาดท่า เข่าอ่อนเมื่อไม่อาจทนความปวดได้ ทรุดตัวลงด้วยแรงที่แทบไม่เหลือ

 


ไม่รอให้ใครสั่ง หัวโจกหน้าสก๊อยเดินเข้ามาเตะสีข้างแล้วกระทืบกลางหลังด้วยความสะใจ 

 


จำไว้นะไอ้ซินธ์ ว่าอย่ามาหาเรื่องพวกกูอีก!” คนถูกกระทำกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจและอาการเจ็บที่แล่นลามนั่นทำให้ต้องกัดปาก ข่มตาระงับทุกสิ่งอย่างที่ปะทุในใจ

 


ไอ้พวกหมาหมู่…” เค้นเสียงพูดให้ชัดๆ ไม่ว่าเปล่ายังถุยน้ำลายใส่พื้นเป็นขวัญตา

 


ถุย…”

 

 

มึง!” ฝ่าเท้ายกสูงเตรียมลงแรงที่กลางหลังซ้ำอีกรอบ ซินธ์ยิ้มเยาะทั้งที่กำลังจะโดนเหยียบ

 

 

เฮ้ย!พ่อมึงมา!!”

 


ทุกคนชะงักงัน เสียงเล็กเหมือนเด็กพึ่งแตกสาวตะโกนมาจากไหนสักที่ นักเรียนชายหมาหมู่มองหน้ากันอย่างงุนงงไม่ต่างจากซินธ์ที่ยังตามสถานการณ์ไม่ทันมากนัก

 

 

กูหมายถึงพ่อที่อยู่ในบ้านมึงอ่ะ!”

 

 

โครม!!

 

 

คนแปลกหน้ากล่าวแถลงไขความไม่เข้าใจด้วยการอธิบายพร้อมถีบเต็มแรงที่เอวนักเรียนชายหน้าสก๊อยจนฝ่ายนั้นกระเด็นล้มลงนอนราบกับพื้นปูนอีกรอบ

 

 

คนแปลกหน้าพยุงซินธ์ให้ลุกขึ้นและวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์ฟีโน่ ปากพร่ำถามว่าโอเคใช่มั้ย ทนหน่อยนะ ซ้ำไปมา

 

 

ถึงจะเจ็บและยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าเท่าไหร่ แต่สมองสั่งให้เขาออกแรงวิ่งไปพร้อมชายแปลกหน้าที่ตัวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่ง

 

 

พยายามยกขาซ้อนท้ายเบาะ แรงแทบไม่เหลือให้ใช้ เจ็บก็เจ็บแต่ก็ต้องอดทน กลิ่นน้ำยาซักผ้าติดลมลอยเข้าโพรงจมูกยามเอนหัวพิงด้วยความเหนื่อย  รู้สึกดีที่ได้กลิ่นน้ำหอมเคมีแทนที่กลิ่นเหล็กในปากและจมูก

 

 

 

เสียงก่นด่าไล่หลังมาติดๆ จังหวะที่พวกมันกำลังปารองเท้านักเรียนใส่เขา เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่มอเตอร์ไซค์ฟีโน่สตาร์ถออกจากที่จอดชั่วคราวในซอยแคบๆ

 

 

และเขาเห็นคนแปลกหน้าชูนิ้วกลางใส่ไอ้พวกหมาหมู่นั่นอย่างไม่กลัวตาย

 

 

หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดไปหมดยามที่พลังงานขีดสุดท้ายในร่างกายไม่เพียงพอ

 

 

 

 

 

ลืมตาอีกทีก็มาอยู่ที่ห้องสีขาวกลิ่นดอกไม้เคมียี่ห้อคอมฟอร์ท

 

 

อะไรวะ…”

 


เป็นไงบ้างผู้ชายหน้าตาประหลาดนั่งดูดนมกล่องรสช๊อกโกแลตอยู่ปลายเตียงมองหน้าเขา ตาแป๋วๆนั่นไม่ได้จ้องเหมือนคาดคั้นคำตอบ ก็แค่มอง มองมาที่เขาเหมือนคนปกติที่รอคำตอบที่ถาม

 

 

แต่เขารู้สึกใจเต้นผิดสเต็ปไปหลายช่วง

 

 

นายเป็นใคร?”

 


คนมารยาทที่ดีไม่ถามสวนกลับมาหรอกนะชายตาแป๋ว(ที่เขาตั้งโดยส่วนตัวตามสิ่งที่เห็น)สวนกลับและนั่นทำเอาซินธ์สะอึกไปพอควร

 

 

กวนประสาท

 

 

ถ้าฉันมารยาทดีฉันจะไปต่อยกับไอ้พวกนั้น?”

 

 

เราเรียกสิ่งที่เห็นว่าการป้องกันตัวน่ะนะปากสีชมพูเล็กนุ่มนิ่มงับหลอดสีขาวพลางดูดของเหลวรสหวานสู่ลำคอ

 

ฉันอยู่ที่ไหนซินธืถามต่อ เขาควรที่จะรู้ว่าเขาอยู่ส่วนไหนของโลก รู้ดีว่านี่ไม่ใช่บ้านเขาแน่นอนล่ะ ห้องนอนเขาไม่มีกรอบรูปที่บรรจุกระดาษสีขาวเปล่าๆไว้แปะพนังเล่นหรอกนะ

 

 

แปลกเหมือนหน้าตา

 

เรียวคิดขมวดเข้าหากันด้วยความขัดใจเมื่อเจ้าของตาแป๋วนั่นไม่ตอบคำถามซ้ำยังดูดนมในกล่องจนไม่เหลืออะไรให้ดูด

 


ปวดเอวกับปากนิดหน่อย ทีนี้บอกฉันได้รึยังว่าตอนนี้ฉันอยู่ไหน นายเป็นใครและช่วยฉันทำไม

 


นายถามเยอะจังแฮะ…” ปากกระจับคายหลอดแล้วพึมพำงุ้งงิ้ง

 


อย่างแรก เราจะแนะนำตัวก่อนนะ ถึงที่ไทยจะไม่ค่อยมีใครแนะนำตัวแบบทางการแล้วก็เถอะ เราชื่อกวาง ชั้นมัธมศึกษาปีที่ 5 อยู่โรงเรียนเดียวกับซินธ์

 


รู้จักฉัน?” เขาไม่คุ้นผู้ชายหน้าทอมตรงหน้าสักนิด อันที่จริงนอกจากเพื่อนในกลุ่มแล้วเขาก็แทบไม่คุ้นใครเลยสักคน

 


ไม่มีเพื่อนเยอะไม่ได้แปลว่าต้องไม่รู้จักเพื่อนในรุ่นนะตอบตาใสแต่รู้สึกเหมือนโดนด่าอ้อมๆว่าไม่สนสังคมภายนอก

 

 

อย่างที่สอง นี่ห้องเรา ห้องในหอที่ซินธ์อยู่นั่นแหละ

 


นายรู้?”

 


ถึงเราจะไม่อยากรู้แต่ก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆเพราะตอนทำแผลเราเห็นในกระเป๋ากางเกงด้านหลังตรงก้นซินธ์มีอะไรนูนๆแล้วมันเป็นกุญแจห้องหอเลยเอาออกให้ เดี๋ยวนอนไม่สบายตัว

 


รู้สึกหน้าร้อนวูบเมื่อร่างกระจ้อยพูดคำว่าก้น

 


ทำไมไอ้คนตรงหน้าดูหน่อมแน้มจังวะไม่หลุดหยาบสักคำแต่ทุกประโยคแซะเขาแทบทุกคำพูด

 

 

ขอบใจ แต่ไม่จำเป็น

 

จำเป็นไม่จำเป็นแต่เราทำไปแล้ว ยังไงก็จะรับคำขอบคุณนะพูดจบแล้วฉีกยิ้มตาหยี

 

 

ครั้งที่ 9 ที่เขาหายใจกระตุกตั้งแต่ลืมตา

 

 

ช่วยฉันทำไม?”  ไม่อยากใส่ใจ บางทีเพราะเขาโดนทำร้ายร่างกายมาเลยเป็นผลเอฟเฟคตามมา ถ้าไปหาหมอเดี๋ยวก็คงหาย

 

 

เพราะซินธ์โดนทำร้าย ใครจะยอมให้เพื่อนถูกทำร้ายกัน จริงไหม?”

                                                                       

 

ความรู้สึกประหลาดพุ่งขึ้น อุ่นไปทั้งหัวใจ รู้สึกแปลกๆรอบที่สิบตั้งแต่เจอกวางตาแป๋ว

 

 

ไม่เคยมีใครใช้คำว่าเพื่อนกับเขาทั้งๆที่ไม่เคยคุยกันแบบนี้

 

เหมือนจะดีใจแต่ก็ใจเต้นด้วยความสุขที่ไม่เคยพานพบ

 

ได้แต่สงสัยพร้อมกดความรู้สึกนั่นให้ลึกลงไป

 

 

อาไอ้กวางตาใสนี่ถูกเลี้ยงมาแบบไหนนะถึงได้น่าขย้ำแบบนี้

 

 

ฉันอยากกลับห้อง

 

 

อื้อตอบรับและมองหน้าเขา

 

 

อะไร?” กวางเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียง

 

นายฉันลุกไม่ขึ้น

 

อ่าห้ะ

 


คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมใหญ่ๆ ใบหน้าร่างเล็กมีรอยยิ้ม เอียงองศาคอเล็กน้อยเหมือนรอคอยเขาให้ลุกจากเตียงสีครีม

 

 

เขาไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะเจอคนแบบนี้มาก่อน คนประเภทที่ไม่กลัวเขาและยังกวนประสาทได้หน้าซื่อตาใส

 

 

 

ช่วยฉันหน่อยฉันลุกไม่ขึ้นสุดท้ายแล้วก็ต้องพูด ถึงจะเจ็บใจแต่เพราะสังขารไม่เอื้อที่จะอวดเก่ง

                                                                       

 

รอยยิ้มหวานจับตาส่งมาให้เด็กผู้ชายตัวสูง ซินธ์รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยที่จะได้กลับห้อง

 

 

 แต่ก็ไม่ คนรู้จักไม่แม้แต่จะกระดิกตัว

 

 

นาย…”

 

ใคร?ฉันเหรอ?”

 

 

แล้วทั้งห้องมีกี่คนที่ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดของหนุ่มผู้บาดเจ็บไม่ทำให้กวางหวั่นเกรง

 

 

กวาง

 

อะไร?”

 

 

เรามีชื่อ และกวางคือชื่อเรา

 

ฉันรู้

 

อือฮึ เพราะงั้นเราไม่ได้ชื่อนาย

 

นายกำลังกวนประสาทฉัน…”

 

ไม่เลยคุณซินธ์ ในโลกนี้มีคนชื่อนายตั้งหลายคน พูดแบบนั้นเราไม่รู้หรอกนะว่าขอให้เราช่วย

 

กวนตีน…” ซินธ์คิดว่าเขาทนมามากพอแล้วกับการกวนประสาทของคนตรงหน้า เหยียดตัวตรงด้วยแรงทั้งหมดที่มีและนั่นทำเอาเขาต้องเบ้หน้าเพราะความจี๊ดที่แล่นขึ้นมาจากช่วงเอว

 


อาการเจ็บนั่นทำให้เขาเสียสมดุลในการยืน แรงทั้งหมดถ่ายเทไปด้านหลัง ร่างสูงหงายหลังเตรียมกระแทกลงเตียงที่พึ่งลุก

 

 

ปึก!

 


เชี่ย…”ทำได้แค่สบถระบายความปวด

 

 

ดื้อจริงๆเลยกวางส่ายหน้าน้อยๆ เขาวางกล่องนมที่พื้น ก้าวเท้าประชิดร่างสูงที่ตัวงอเป็นกุ้งสุกเวลาต้ม

 

 

ดื้อแบบนี้นี่เองเลยต้องเจ็บตัว

 

 

ไม่ต้องมายุ่ง…”

 

อย่าเอาศักดิ์ศรีมาใช้ให้มากเลยนะ หนักเปล่าๆเพื่อนหน้าหวานเอ็ดเพื่อนตัวโตผู้ซึ่งพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ปากบอกไม่แต่มือยาวๆนั่นเกาะไหล่เขาแน่น

 


ปากแข็ง

 

 

คุณลักษณะเพื่อนใหม่ถูกบันทึกในหน่วยความจำ กวางไม่ปริปากพูดเมื่อซินธ์ไม่ตอบอะไรเขา

 

 

นายอยู่ห้องไหนกวางเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ

 

“9407” เสียงเรียบๆดังแผ่วข้างกกหู กวางขนลุกนิดหน่อยแต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าน้ำหนักของซินธ์ที่โถมใส่ตัวเขา

 

 

แต่เขาจะไม่บอกหรอกว่ามันหนักมาก

 

 

โอ๊ะ จริงเหรอตากวางขยายกว้างเหมือนนึกอะไรออก

 

ทำไม นายอยู่ใกล้ห้องฉันเหรอไง?”  ซินธ์กระตุกยิ้ม

 

บอกให้เรียกชื่อไง

 

เรื่องมาก

 

เรื่องไม่มากหรอก แต่ซินธ์ต่างหากที่ไม่อยากทำ

 

รู้แล้วจะบังคับทำไม?”

 

เพราะเราอยากให้ซินธ์เรียกเจ้าของชื่อถอนหายใจ ยอมแพ้ก็ได้ เห็นแก่ที่ช่วยเขาหรอกนะ

 

กวางอยู่ใกล้ห้องฉัน?”

 

สรรพนามห่างเหินจังอ่ะ

 

ไอ้กวางเรื่องมาก!

 

สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนหายใจ ยกมือมาเคาะหัวทุยนั่นหนึ่งทีด้วยความหมั่นใส้ เพื่อนใหม่หัวเราะคิกคัก ไม่ยี่หระความเจ็บแปล๊บๆบนหัว

 

กวางอยู่ใกล้ห้องเรา?” สาบานเลยเขาไม่เคยใช้สรรพนามมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งแบบนี้กับเพื่อนผู้ชายตั้งแต่ขึ้นม.ปลาย

 

กวางหันมายิ้มเผล่ พยุงเขาให้เดินหันหลังกลับไปทางเดิม

 

พ่ามพาม!”

 

 

เรามาหยุดที่หน้าห้อง 9407 ซึ่งตรงข้ามกับหน้าห้อง 0794

 

ร่างสูงมองเลขห้องอย่างระอา  เขาเหนื่อยที่ต้องเดินไปกลับ พลังงานที่แทบไม่มีหายไปมากกว่าครึ่ง หากเขาเป็นiphone ขีดแบตคงขึ้นสีแดง เปอร์เซ็นต์ที่โชว์ไม่น่ามากไปกว่า 20%

 


ใจจริงอยากจะกัดใบหูเล็กๆนี่ให้เลือดซิบโทษฐานทำให้ตนเหื่อยฟรีแต่ก็กลัวอีกฝ่ายจะร้องไห้จ้าเสียก่อน

 

 

คงตลกพิลึก

 

 

สวัสดีคุณเพื่อนห้องตรงข้ามตบท้ายด้วยยิ้มหวานๆอีกรอบที่ทำให้ซินธ์ใจเต้นตุบตับไม่เป็นจังหวะ

 

 

และนั่นทำให้คนที่เข้าถึงยากที่สุดมีเพื่อนใหม่ที่โดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าดีหรือร้าย แต่เวลาไอ้หน้าหวานนี่อยู่ด้วยทีไรเหมือนโลกสดใสยิ่งกว่าตอนเดินห้างโซนตุ๊กตาบาร์บี้

 

 

 

 

Ł

 

 

ตื่นสาย

 

 

วันนี้ก็เหมือนวันเปิดเทอมทั่วไปของนักเรียนชั้นมัธนมศึกษาตอนปลายเช่นเขา

 

 ตื่นเช้าอาบน้ำกินข้าวแล้วไปโรงเรียน

 

และการเปิดประตูห้อง 9407 เพื่อมาเจอหน้าคนอาศัยฝั่งตรงข้าม

 

เมื่อคืนใครชวนกูดูบอลจนถึงตี 3 ไม่ทราบสรรพนามห้วนๆพัฒนาตามกาลเวลา

 

 

 

 หนึ่งวัน

 

 

หนึ่งเดือน

 

 

 หนึ่งปี

 

 

 

น่าแปลก จนถึงตอนนี้ทั้งเขาและกวางรู้จักกันมาเกือบปีแล้ว

 

ยิ่งอยู่ห้องตรงข้ามก็ยิ่งได้รู้จักกันมากขึ้น  เวลาไปเรียนก็เจอมันยืนรอ เวลากลับก็เจอมันเดินข้ามถนน

 

 

ตอนแรกก็ทำเมิน แต่กวางข้างๆดันสายตาดี ตะโกนเรียกชื่อเขาดังลั่นถนน

 

เรียกครั้งเดียวเขาจะแกล้งทำเมินต่อ แต่เล่นเรียกจนทุกคนหันมามอง สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องเดินไปหาตัวแสบที่ยิ้มแก้มแตกอยู่อีกฝั่ง

 

 

Rrrrrrrrrr

 

 

อ่าม๊าโทรมาแหะ

 

เปิดลำโพงซินธ์ขมวดคิ้ว ตวัดสายตามองหน้าคนเตี้ยกว่า จดจ้องหน้าจอมือถือสีแดงขึ้นตัวเลขดิจิตนับเวลา

 

อื้อ ครับม๊ารอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าหวานยามรับสายผู้กำเนิด

 

แล้วรอยยิ้มหวานจับตากลับหุบฉับลงแทบไม่ทันเมื่อผู้มีพระคุณตอบกลับมา

 

 

(เมื่อไหร่แกจะกลับบ้าน จะให้พวกฉันต้องแก่ตายก่อนใช่มั้ยห้ะ!)เสียงแก่ๆตวาดออกมาจากลำโพง

 

ซินธ์พ่นลมหายใจ พิงขอบประตูรอด้วยความรู้สึกบีบคั้น



ไม่ใช่นะครับช่วงนี้งานเยอะมากผมเลยเสียงเว้าวอน เบาลงแทบกระซิบ ดัดลงให้หวานขึ้น ฟังดูเหมือนปลอบประโลม

 

 

(ตอแหล!!พรุ่งนี้กลับบ้านมาหาฉันด้วย!อ้อ แล้วช่วยพาไอ้พ่อเฮงซวยของแกไปหาหมอด้วยนะ!!ฉันรำคาญกรี๊ดดด!!!!)

 


เสียงตึงตังดังแทรกคำพูดมาพร้อมการกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ซินธ์หลับตาลง เอื้อมแขนไปบีบไหล่เล็กที่เริ่มสั่น

 


ม๊า!!ม๊าครับ!!!”

 


(ไม่ต้องกลับมา!กลับมาก็มีแต่จะแย่ลง! แค่ฉันเห็นหน้าแม่แกฉันก็ปวดกบาลพอแล้ว จะไปไหนก็ไปแต่ไม่ต้องมาโผล่ที่นี่!)

 

เสียงแหบระโหยโรยแรงของผู้ชายอายุราว 40 กว่าตะโกนแทรกเข้ามา จบประโยคนั้นสายก็ถูกตัดไป

 

 

มึง…” การสนทนาถูกตัดโดยสมบูรณ์ พร้อมกับหัวใจที่ปิดการรับรู้ลงของลูกคนเดียว

 

 

ปิดเปลือกตา พ่นลมหายใจ

 

 

ไม่หัวใจไม่ได้ปิดตาย เพียงแค่กำลังปรับสภาพให้ทันกับการเต้นที่จะเพิ่มทวีความรุนแรง

 

 

รู้แค่ว่าต้องยิ้ม ฉีกยิ้มที่คิดว่าดีพอจะทำให้เพื่อนที่คิดมากกว่าเพื่อนรู้สึกสบายใจ

 

 

 

จะรู้มั้ยหนอว่าเพียงแค่สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือนั่นสามารถทำให้ความคิดและความรู้สึกที่มากมายในใจจางหายไปรวดเร็วยิ่งกว่าสายไหมหล่นลงน้ำ

 

 

 

ไม่เป็นอะไรหรอก ที่ม๊าอยากให้เราไปหาก็เพราะคิดถึง ส่วนที่ป๊าไม่ให้ก็เพราะไม่อยากให้เราเป็นห่วงสุขภาพ แต่แค่พวกเขาปากหนักมากๆแค่นั้นเอง พรุ่งนี้ที่นัดกันไว้ว่าจะไปสยามก็คงต้องยกเลิกนะ ขอโทษด้วยน้า

 


กวางกล่าวเสียงใส แววตากลมโตนั่นทอประกายเปี่ยมล้นด้วยความสุข

 

 

ซินธ์อยากตะโกนใส่หน้าว่าไอ้ที่เจอไม่ได้เป็นแบบที่มึงคิด มึงเลิกสวยได้แล้วไอ้ซื่อบื้อ!!

 

 

แต่เขาก็ไม่อยากทำร้ายความสุขเล็กๆของเพื่อนสนิทให้มันดับสลายไปมากกว่านี้

 

 

 

 

Ł

 

 

 

 

พลั่ก!

 

ไหล่เล็กกระแทกอย่างจังกับกำแพงสีหม่น นักเรียนชายตัวสูงใหญ่ผลักร่างกวางติดกำแพงเต็มแรงด้วยความรำคาญที่ถูกเปรียบเทียบเรื่องคะแนนกับไอ้เตี้ยนี่ตลอดเวลา

 

แรงอัดแรกพุ่งตรงสู่หน้าท้อง แรงอัดที่สองพุ่งอัดซ้ำที่เดิมติดๆ

 

จุกจนพูดไม่ออก

 

เป็นการรุมต่อยที่เงียบเชียบ ไม่มีเสียงหัวเราะ มีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดด้วยความพอใจของฝ่ายลงมือ

 


เฮ้ยมึง!” ซินธ์วิ่งถักๆมาหากวางที่ทรุดกับพื้น ตัวคุดคู้ ฝ่ามือกุมท้อง น้ำหูน้ำตาไหล

 


เขาบอกเพื่อนตัวเล็กให้รอหน้าห้องน้ำ เขาจะเข้าไปล้างมือที่เปื้อนสีน้ำแล้วค่อยกลับพร้อมกัน พอออกมากลับไม่พบเพื่อนหน้าหวาน

 

ก้มลงเช็คสภาพเพื่อนที่นั่งแหมะ เอื้อมมือหมายจะจับที่ท้องแต่ต้องชักมือกลับลูบหัวไหล่แทน

 

เป็นอะไร?” กวางส่ายหน้า กลั้นหายใจยามปลายจมูกโด่งเคลื่อนเข้ามาดูใบหน้าที่ก้มต่ำของตน

 

 

โรคสำออยไง แตะนิดแตะหน่อยทำเป็นทรุด เหอะถ้าการที่แตะนิดแตะหน่อยของไอ้โจ้ทำเขา มันก็คงเป็นอะไรที่นิดหน่อยจริงๆ

 

 

แต่ไม่ใช่นี่คือกวาง เด็กผู้ชายที่รูปร่างบอบบางและเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เขาเชื่อใจมากที่สุด

 

 

 

หรือไม่ความรู้สึกนั้นก็เกินมากไปกว่าคำจำกัดความในกรอบพวกนี้

 

 

 

ไอ้เหี้ยโจ้!” ซินธ์ผุดลุกขึ้นทันใด ความโมโหครอบงำจิตใจรวดเร็วยิ่งกว่าสาดน้ำมันใส่ ไม่ต้องถาม แค่เห็นหยดน้ำตาไหลลงปลายคางนั่นก็มีเหตุผลมากพอที่เขาจะกระทืบมันโดยไม่รู้สึกผิด

 

 โจ้ตั้งการ์ดพร้อมโต้กลับ  ซินธ์รู้สึกถึงความร้อนภายใต้ผิวหนังกำพร้า ขาซ้ายกำลังส่งแรงเหวี่ยงไปสงเคราะห์ข้อพับไอ้เวรนี่ แต่มือป้อมๆดึงชายกางเกงไว้แน่นไม่ให้ยกขา

 

 

ก้มลงมองด้วยความขัดใจ พบเจอเด็กน้อยอายุเท่าเขาแหงนมอง แสดงสีหน้ามู่ทู่เหมือนไม้ถูบ้านหลังจุ่มน้ำแล้วบิด  ดวงตาใสพราวด้วยหยดน้ำ ปากเล็กเม้มแน่นอย่างสุดจะกลั้น

 

 

ไม่ชอบ…” ประโยคเดียวตัดทุกอารมณ์โกรธาให้หายปลิวไปตามสายลม ชั่ววินาทีทุกอย่างเงียบกริบ

 

ซินธ์ไม่พูดอะไร ใบหน้าบึ้งตึง ข่มใจไว้ให้ลึกที่สุด ย่อตัวคุกเข่ากับพื้น ทำการแบกร่างเพื่อนสนิทขึ้นหลัง เสียงสูดขี้มูกนั่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์เดือดให้โหมมากขึ้นอีกเท่าตัว

 

 

โจ้ทำหน้ามึนงงกับสถานการณ์ ท่าเตรียมสู้ดูจะทำเก้อเลยลดมือลงแล้วต้องชักขึ้นใหม่เมื่อซินธ์หันหน้ามามองเขา

 

ดวงตาคมดุดันจ้องเขาราวกับจะฆ่าให้ตายภายในหนึ่งหมัด

 

อย่าให้เห็นว่ามึงยุ่งกับคนของกูอีก วันหลังมึงไม่ได้หายใจและตั้งท่าโง่ๆแบบนี้แน่

 

 

เสียงแหบกดต่ำตามอารมณ์ที่เดือดดั่งน้ำอุณหภูมิ 100 องศา มันเยือกเย็น นิ่งสงบชนิดที่คนฟังยังขนลุก

 


 

ซินธ์เป็นตัวอันตรายเขารู้ดี ไม่ใช่แค่เขา ทั้งโรงเรียนต่างก็ทราบดี

 


 

ใบหน้าเฉื่อยชาไม่รับแขก ส่วนสูง189 เซนติเมตร ไหล่กว้างกับตำแหน่งนักกีฬาบาสของโรงเรียนยิ่งทำให้คนนี้ดูน่าเกรงขามจนแทบไม่กล้าเข้าใกล้ ไหนเลยจะเรื่องที่ว่าบิดาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนและมารดาเป็นผู้ดีเก่าแก่มีเงินในคลังมหาศาล

 

 

ซินธ์เป็นเด็กนักเรียนรุ่นเดียวกับเขา ชื่อเสียงมันกระฉ่อนใช่ย่อยเรื่องเตะต่อยและสารพัดความดำมืดที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ภายในและนอกโรงเรียน

 

 

มันเข้าออกห้องปกครองบ่อยกว่าห้องเรียนด้วยซ้ำ

 

 

แต่เมื่อปีก่อน ได้ข่าวหนาหูว่าซินธ์ปลีกวิเวก เลิกราเรื่องที่คนดีๆเข้าไม่ทำ ไม่ต่อยตีกับใคร ทั้งยังตั้งใจเรียนและผันตัวมาเป็นนักกีฬาโรงเรียนเต็มรูปแบบจากที่ปกติมาแค่ตอนแข่ง สร้างความอัศจรรย์ใจให้คณะจารย์และห้องปกครองรวมถึงผู้ปกครองของมัน

 

 

บ้างก็ว่ามันมีแฟน บ้างก็ว่ามันป่วยหนัก บ้างก็ว่ามันเบื่อ

 

 

แต่ไม่คิดว่าที่มันยอมเลิกทุกอย่างเพื่อผู้ชายตัวเล็กแสนฉลาดนั่น

 

 

 

สำนวนที่ว่า ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุท่าจะจริง

 

 

เห็นไอ้ซินธ์ทำราวกับจะฆ่าเขาให้ตายทั้งๆที่คนโดนคือกวางเหมือนถูกกระตุ้นโดยมือที่มองไม่เห็นว่าให้ทำซ้ำอีกรอบ

                                                     

 

และยิ่งเป็นเขาที่เกลียดไอ้กวางจนต้องบอกว่ารังเกียจยิ่งทำให้อยากรู้ว่าถ้าเกิดแตะต้องแรงขึ้นจะเป็นยังไง

 

 

 

Ł

 

 

 

เกลียดมึงชิบหาย ปากบอกว่าเกลียดแต่มือหนาเท่าใบลานลูบหัวเขาเล่นเหมือนลูกแมว

 


เขาจะไม่ตอบ รู้หรอก ปากบอกเกลียดแต่ในใจคงจ๋อยสนิท

 

ปากแข็งเหมือนสันหนังสือพจนานุกรมบัณฑิตยสถานที่เคยทำตกกระแทกหน้าผากตอนสมัยประถม

 

 

ทีงี้ล่ะหุบปาก ทำไม กลัวกูจะขี่มอไซค์ไปกระทืบมันที่บ้านเหรอไง?”

 

ถ้าซินธ์ทำ เราจะไปอยู่กับคิน ช้อนตากวางสบประสานนัยน์ตาสีนิลที่จ้องมองทุกคืน

 

ล้อเล่นขามๆเน้อซินธ์ก้มลงงับจมูกรั้นอย่างนึกหมั่นเขี้ยว

 

เจ็บบบบงอหน้า ย่นจมูก เคี้ยวคู่คมแทงจึกที่ปีกจมูกนั่นทำเอากวางสะดุ้ง

 

 

ไม่พอใจนะ ไม่พอใจ มันเจ็บนะ ถ้าจมูกขาดล่ะ!

 

 

ทีโดนต่อยล่ะไม่ร้องแบบนี้

 

ก็มันจุก

 

เหอะ หัดสู้ซะบ้างสิวะ ตัวก็ไม่ได้เล็กขนาดนั้น สูงจนหมาเลียตูดไม่ถึงยังจะนั่งร้องไห้เป็นเด็ก

 

ก็เราไม่อยากสู้

 

ถ้าสู้แล้วเขาต้องเจ็บ เราก็ไม่อยากสู้หรอก

 

เขาเจ็บ เราเจ็บ แล้วสุดท้ายเราได้อะไรล่ะ?ความสะใจ?พอใจ?การรู้สึกชนะ?”

 

“…”

 

ซินธ์ก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้เราไม่ชอบ…” เอ่ยเสียงแผ่ว ซินธ์นั่งนิ่ง มือหน้าเกลี่ยปอยผมให้เข้าที่เข้าทาง

 

 

เราต่างตระหนักดี  การอยู่ร่วมกันต้องมีการเสียสละและแลกเปลี่ยนแบ่งปันเพื่อการอยู่ด้วยความสันติสุข

 

 

กูจะพยายามมากกว่านี้

 

แค่เป็นในแบบที่เป็นในตอนนี้เราว่ามันก็ดีที่สุดแล้วซินธ์ ขอบคุณนะที่ไม่มีเรื่องเพราะเห็นแก่เรา

 

 

 

มั่วเถอะ กูไม่มีเรื่องกับใครเพราะเบื่อเวลามึงบ่นซินธ์เบนหน้าหนี ทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนเสียงตึกตักภายในอกซ้ายที่ทำงานเกินหน้าที่

 

กวางยิ้มตาหยีเหมือนเด็กได้ขนมจากพี่ชายใจดี

 

 


Rrrrrrrrrrrr เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มันสั่นสะเทือนที่ท้องกวาง กวางหลับตาลง ไม่ได้กดรับ เพียงหยัดตัวขึ้นจากตักหนา หยิบสมาร์ทโฟนที่สั่น มองชื่อบุคคลที่โทรเข้า

 


‘Dad DT’

 


อา…” ครางฮึมฮัมในลำคอ ขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปหยิบกระเป๋าตังค์ แล้วเดินเข้าห้องนอนเปลี่ยนเสื้อผ้า

 


ซินธ์จับจ้องเจ้าของห้องเดินไปมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เขามีคำถามแต่เขาจะไม่ถาม เขาไม่ใช่บุคคลที่จะต้องมาถามเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว

 


เดี๋ยวมานะกวางเดินออกมาจากห้อง กลิ่นโคโลญจน์หอมฟุ้ง เสื้อผ้าชุดใหม่สุภาพเรียบร้อยกว่าเก่ามากโข ผมหวีเรียบไม่ยุ่งเหยิง

 

จะไปไหน?” ซินธ์ก้าวขายาวๆไปหยุดยืนค้ำหัวเพื่อนที่นั่งผูกเชือกรองเท้าคอนเวิรส์สีขาว กวางเงยหน้า ขยับยิ้มละไม

 

 

บางสถานการณ์ก็บังคับให้เขาต้องถาม ยิ่งกับคนที่ตัวติดแทบจะ 24 ชั่วโมงอย่างกวางเขายิ่งต้องถาม ตัดพวกกฎที่ตั้งไว้ในสมอง กับคนที่ใส่ใจ ต่อให้ต้องถามมากกว่านี้เขาก็จะถาม

 


ไปซื้อดอกไม้ไหว้พระ พรุ่งนี้วันพระแล้วเรายังไม่ได้ซื้อพวงมาลัยเลยอ่ะไปซื้อดอกไม้บ้านมึงใส่เสื้อเชิ๊ต

 


ซินธ์ไม่ได้หลุดปากพูด ไม่อยากให้อีกฝ่ายหน้าเสีย

 


ให้ไปด้วยมั้ย?” เขาถาม กวางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าจนแก้มยุ้ยสั่นตาม

 

อยากกินมาม่าชีส ต้มให้กินหน่อยนะกระจับปากสีชมพูแย้มยิ้มน่ารัก ลุกขึ้นยืนแล้วมองหน้าเขา กวางมองเห็นความไม่พอใจในแววตา คำถามมากมาย และความเป็นห่วงที่ท่วมล้น

 


มือเล็กๆยกขึ้นเขี่ยเส้นผมหน้าม้าที่ไม่เป็นทรง จัดแต่งให้เข้าที่เข้าทาง การกระทำเอาใจใส่นั่นทำเอาซินธ์หยุดคิดเรื่องเมื่อครู่ไปหนึ่งจังหวะ

 

 

เขาไม่ชอบมันก็เพราะแบบนี้ ขี้อ้อนและรู้วิธีเอาใจสารพัด

 

 

ก็ได้ ระวังตัวด้วยสุดท้ายก็ต้องยอมมันอยู่ดี

 

อื้อ!

 

 

กวางจะรู้มั้ยว่าตัวเองเป็นคนที่โกหกได้แย่ที่สุดในสายตาคนตัวสูง

 

 

พรุ่งนี้ไม่ใช่วันพระ ถึงเขาจะไม่ได้นับถือพุทธแต่เขาจดไว้ในปฎิทินที่ห้องพัก

 

 

ยังไงซะเขาก็ต้องลงไปซื้อมาม่าชีสให้กวางเลี้ยงแกะอยู่แล้ว

 

 

ไม่ได้เรียกว่าตามไปหรอก

 

 


 

Ł



 

กวางเดินไปตามทางเดินฟุตบาท

 


ผ่านบ้านสองชั้น ผ่านร้านค้าโชว์ห่วย ผ่านไปอีกสองซอยเจอ7-11 ซึ่งระยะทางที่เดินมาเรียกได้ว่าไกลจากหอพักชายพอสมควร จวบจนถึงถนนเส้นเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านกาแฟเก่า อยู่มาตั้งแต่สมัยรุ่นย่าเจ้าของร้าน อาแปะแกว่าอย่างนั้นนะ

 


กวางมองซ้ายมองขวา สืบเท้าข้ามถนนเมื่อทางโล่งพอจะให้เดินไปพบเป้าหมายที่นัดไว้ได้ รถฮอนด้าสีขาวจอดชะลอให้เขาเดินผ่าน กวางผงกหัวขอบคุณน้ำใจที่ในวันนี้เขาได้รับเพิ่ม 1 ครั้งจากคนในเมือง


 

ไม่มีประตูเข้าร้าน ไม่มีกระดิ่ง เป็นร้านกาแฟเปิดโล่ง มีเจ้าของร้านเป็นอาแปะอายุ 65 ชงกาแฟด้วยความคล่องแคล่ว พนักงานบริษัทนั่งกันตามโต๊ะ กรอบสายตาหวานมองหาบุคคลใส่แว่นตัวสูงชะลูดที่นัดเจอ

 


โต๊ะตัวในสุดถูกจับจอง มนุษย์ผิวขาวนั่งดูดโกโก้ปั่น ใครอีกคนที่นั่งข้างกันดูดกาแฟเย็น

 


กวางไม่ลังเล เดินเข้าไปหาแล้วยกมือไหว้คนทั้งสองทันที

 

แปลกใจนิดหน่อยที่คนใส่แว่นไม่ได้มาแค่คนเดียวตามที่นัดกันไว้ แต่คนที่มาด้วยก็เป็นคนรู้จักเช่นกันเลยไม่มีปัญหาอะไร

 

หมอสั่งนมเย็นปั่นให้เราแล้วนะ

 

ขอบคุณครับหมอมารุต

 

หมอมีเวลาไม่มาก เข้าเรื่องเลยแล้วกันบรรยากาศตึงเครียดไปถนัดตา แต่คนหน้าหวานที่นั่งถัดจากหมอมารุตยังคงดูดกาแฟมองหน้าเขา

 

ครับออกจะประหม่านิดหน่อยที่ถูกมองโต้งๆแบบนี้  แต่พยายามข่มใจตั้งใจฟังคุณหมอตรงหน้า

 

อาการของคุณพ่อตอนนี้ถือว่าดีขึ้นมากครับ สามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้วในระดับหนึ่ง กับสังคมภายนอก เขาสามารถออกไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติตามเดิมได้แล้ว อันนี้หมอต้องแขอแสดงความยินดีด้วย แต่ที่หมอยังเห็นว่าส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออาการดูจะเป็นกับคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเท่านั้นครับ

 

กวางเม้มปาก หัวใจบีบรัดเสียจนปวดหนึบ พยักหน้ารับรู้

 

มารุตถอนหายใจ เขาเป็นหมอประจำตัวคุณพ่อของกวาง รักษามา 3 ปี พบกับเจ้าเด็กนี่ตั้งแต่ที่เอาแต่ใจ หยิ่งผยองและแสนจะว่าอย่างไรล่ะต้องบอกว่าเห็นแก่ตัวกระมัง

 

จากตอนแรกที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง พอผ่านไปนานวัน เป็นเขาที่อยู่ในวัฐจักรการดำรงชีวิตเจ้าเด็กตรงหน้าซะงั้น

 



เวลาเปลี่ยน ทุกสิ่งอย่างย่อมต้องเดินไปข้างหน้าและปรับเปลี่ยนเพื่อให้อยู่รอดในสังคม

 


 

ตอนนี้หมอแนะนำให้กวางอยู่ที่หอพักจนกว่าจะจบม.6 ดีกว่านะครับ ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่เราหายดีก่อนเนอะมารุตส่งยิ้มใจดีให้ กวางมองหน้าและยิ้มบาง

 

ขอบคุณครับหมอมารุตอาแปะเดินมาวางแก้วนมเย็นสีชมพูบนโต๊ะ ทักทายนักเรียนขาประจำร้านแล้วเดินจากไปเมื่อมีลูกค้ามารอสั่งน้ำที่หน้าร้าน

 

มารุตผินหน้ามองคนข้างๆ พยักพเยิดให้พูดอะไรสักอย่างกับกวาง ร่างบางแยกเขี้ยวใส่หมอแว่นที่กวนเวลาเขาดูดกาแฟอึกสุดท้าย

 

ตอนนี้คุณแม่ดีขึ้นจนเรียกได้ว่าเกือบเต็มร้อย แต่หากมีสิ่งที่เร้าท่านมาก ท่านก็จะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน พี่แนะนำให้แยกกันอยู่กับพ่อเราก่อน แต่ดูเหมือนท่านจะดื้อเกินไปเลยไม่ยอม  ยิ่งเป็นแบบนี้บ่อยๆหมอคิดว่าอาการจะยิ่งแย่ลง

 

หมอหน้าหวานมองเขา น้ำเสียงจริงจัง แววตากลมนั่นจริงจังและมั่นคงทุกครั้งที่กล่าวทุกถ้อยคำ

 

กวางรับรู้ ในสมองประมวลผล พยักหน้าหงึกหงักให้คุณหมอตัวบาง

 

ขอบคุณที่ดูแลคุณแม่อย่างดีเลยนะครับขอบคุณทั้งหมอมารุตกับหมออรุณเลยนะครับ  ไม่รู้จะกล่าวอะไรออกไป จากแต่ก่อนที่เคยมีมากล้นเกินร้อย หล่นลงมาจากยอดเหลือเพียงติดลบ

 


ต้องขอบคุณหมอสองคนข้างหน้า ขอบคุณอย่างที่ไม่อาจจะหาอะไรมาตอบแทนได้แล้วจริงๆ

 

เป็นผู้มีพระคุณเป็นผู้ที่สอนให้เข้าใจชีวิต

 

จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนสำคัญ

 

 

พวกเขาพูดคุยสัพเพเหระกันสักพักตามประสาคนรู้จัก กระทั่งหมออรุณยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา สะกิดไหล่กว้างคนข้างๆแล้วกระซิบกระซาบกันสองคน

 

ดวงตาคมเบิกกว้าง สีหน้าตื่นตระหนกผิดกับหมออรุณที่ทำหน้าเบื่อหนาย

 

หมอต้องไปแล้วล่ะกวาง ดูแลตัวเองดีๆนะครับหมอมารุตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

ตั้งใจเรียนนะครับ มีอะไรไม่เข้าใจถามพี่ได้หมออรุณลุกตามติดๆ หยิบกุญแจรถแล้วเดินไปพร้อมกับอีกคน

 


กวางโบกมือบ๊ายบาย ฉีกยิ้มกว้าง เมื่อแผ่นหลังต่างขนาดพ้นสายตา มือเล็กลดลงแนบลำตัว เหม่อมองท้องถนนที่ตอนนี้ยังไม่มืดเท่าไหร่นัก ดูดนมเย็นอึกสุดท้ายแล้วลุกขึ้นยืน เตรียมเดินออกจากร้านไปซื้อพวงมาลัยไหว้พระปากซอยทางเข้าหอ

 


หมับ!

 


ความอุ่นแทรกที่แขน แรงบีบรัดจากกระดูกหุ้มด้วยผิวหนังสากส่งผ่านอุณหภูมิมาสู่ผิวหนัง กวางยืนนิ่ง หันหน้าไปมองคนกระทำอุกอาจที่จับแขนเขาเอาไว้

 


เรามีเรื่องต้องคุยกันตากลมโตเบิกกว้าง ความตกใจพุ่งขึ้นสูงเมื่อเห็นใบหน้าคนพูด

 


หมวกแก๊ปสีดำถูกถอดออก มือกว้างดึงแมสปิดปากลงไว้ใต้คางแหลม  แววตาคมเข้มดุดัน ไม่ได้ฉายแววตาว่างเปล่า มันถูกเติมเต็มด้วยความใคร่รู้ ความโกรธ ความหงุดหงิดงุ่นง่านปะปนกันไปเหมือนอาหารที่ถูกปรุงแต่ง

 

 


 แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิมในแววตาคมคู่นี้

 


ความเป็นห่วงและความรู้สึกที่ทำให้เขารู้สึกใจสั่นอยู่ร่ำไปยามสบตา

 

 

 

 

Ł

 

 


ซินธ์…”

 


เขาไม่ได้คาดหวังว่าเดินตามตูดไอ้กวางมาแล้วจะเจอมันซื้อพวงมาลัยจากป้าปากชมพูบานเย็นแล้วเดินกลับเข้ามาที่ตึก เขาพอจะดูออกตั้งแต่ต้นว่ามันไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ แต่มันนัดใครสักคนเอาไว้ ใครสักคนที่ไม่อยากให้เขารู้

 

 

เป็นความลับที่ซินธ์ไม่อยากให้เป็นความลับ

 

 

อาจมีกับทุกคนรอบตัว สังคมน้อยใหญ่

 


แต่ไม่อยากให้มีกับเขา

 


เป็นกับเพื่อนสนิทที่คิดเกินเพื่อนอย่างเขา

 


จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่คนขี้เสือก ไม่ใช่คนจุ้นจ้านชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่แต่ว่า

 


กับกวางกับไอ้เตี้ยตาแป๋วนี่

 

 

เป็นข้อยกเว้น ข้อยกเว้นเพียงสิ่งเดียวในใจที่ทำเพียงกระพริบตาใส่เขาก็เปิดประตูให้มันเดินผ่านกำแพงมาแสนง่ายดาย

 

 

ไม่ได้ผิดหวัง เขาสามารถตอบได้เต็มปากว่าไม่ผิดหวังสักนิดที่เพื่อนโกหกเขา

 

 

ไม่สิ มันอาจจะไม่ได้โกหก

 

 

มันแค่ไม่ตั้งใจบอกว่าจะมาเจอใครหรือทำธุระอะไรเสียมากกว่า

 


ซินธ์อยากรู้จากปากของกวางเอง ไม่ว่าจะรอนานเท่าใดก็อยากจะรู้จากปากของมัน

 


เขาเชื่อใจ แต่เป็นห่วง เป็นห่วงว่ามันจะโดนดักทำร้าย

 


ซินธ์รู้จักไอ้โจ้ดีพอว่ามันเป็นพวกหัวดื้อ ปากเก่ง เอาแต่ใจ วุฒิการตัดสินใจหรือการคิดวิเคราะห์ต่ำเกินที่คนอายุเท่ามันพึงจะมี พอๆกับการใช้เหตุผลในชีวิตที่แทบไม่มีนอกจากใช้อารมณ์เป็นบรรทัดฐาน

 

 

ไม่ได้ตั้งใจฟังกวางพูดคุยกับผู้ชาย 2 คน เขาทำตัวปกติ เดินเข้ามาทำทีสั่งโกโก้ 1 แก้วแล้วนั่งหันหลังมองถนนข้างนอก วางมือถือบนโต๊ะ เตรียมพร้อมโทรให้เพื่อนเข้ามาสมทบทุกเมื่อ

 

 

ความเงียบของร้านหลังจากกลุ่มพนักงานเดินจากไปทำให้เขาได้ยินประโยคบอกเล่าอาการพ่อแม่กวางโดยไม่ได้ตั้งใจ

 


เขาเงียบ จากที่ไม่ได้สนใจกลายเป็นว่าสมาธิพุ่งไปยังประโยคโต๊ะข้างหลังเขาแทน ก้มหน้าดูดของเหลวรสหวาน เงี่ยหูฟัง

 

 

 

ตั้งใจฟังจนไม่ได้สนใจโจ้ที่ยืนคุยโทรศัพท์ฝั่งตรงข้ามร้าน

                                                     

 

 

Ł

 

 

 

อากาศตอนเย็นในกรุงเทพใช่ว่าไม่ดี แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกเย็นเยียบไปหมดทั้งร่างกาย

 


เราเดินไปตามทาง หมายถึงผมกับซินธ์ กำลังเดินกลับ ผ่านสิ่งก่อสร้างเดิมๆแต่อยู่ตรงข้ามกับเส้นทางที่เดินมา

 


ร้านค้ากลางคืนเริ่มเปิดกันเต็มทาง คนเลิกงานค่ำก็เริ่มมาหาอาหารทานและเดินเล่นกันประปราย

 


เราที่เป็นนักเรียนก็ต้องเดินกลับที่พัก แต่บรรยากาศมันน่าอึดอัดไปหมด

 


ซินธ์ไม่ได้เดินห่างผมไกลสุดเอื้อม กลับกัน เขาอยู่แค่เอื้อมผมเท่านั้นเอง น้อยกว่าด้วยซ้ำไป

 


มีเพียงผมที่พยายามตีตัวออกห่างจากเขา และก็เป็นเขาที่เขยิบเข้ามาใกล้ทุกครั้ง

 


เราเดินเงียบท่ามกลางเสียงพูดคุย

 


เราต่างมองผ่านสีสันข้างทาง ทำเพียงจดจ้องทางตรงหน้าและอยู่ในความคิดที่วนเวียนซ้ำกัน

 


ผมอึดอัด อยากพูด อยากแก้ไข อยากอธิบาย ไม่ใช่เงียบกันทั้งสองฝ่าย

 

 

สุดท้ายผมทนไม่ไหว จู่ๆก็รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากเดิน อากาศที่หายใจมากมันไม่เพียงพอความต้องการของปอดที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายจากออกซิเจนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์

 


ความจริงมันเพียงพอ แต่ผมหายใจไม่ออกเพราะน้ำมูกใสมันตันในจมูก

 


ผมไม่อยากสูดเสียงดัง กลัวซินธ์จะรู้ว่าผมร้องไห้

 


ไม่อยากให้รู้เพราะความน่าอึดอัดครั้งนี้ผมเป็นนำพามันเข้ามาสู่ตัวเราสองคน

 


ผมยอมแพ้ ผมตายแน่ๆถ้าผมต้องกลั้นหายใจเกิน 3 นาที  

 


ความเหนื่อยของหัวใจเพิ่มขึ้น 50% จากการที่ไม่ได้หายใจ

 


อีก 50%มาจากการที่หัวใจเต้นช้าเพราะมัน

 

 


มันเต้นช้า

 

 


ช้าก็เพราะเขา

 


 

เขาที่ตัวสูง เขาที่ยืนมองหน้าผม มองด้วยแววตารู้สึกผิด เขาที่เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้า ปาดเม็ดน้ำตาซึ่งปริ่มอยู่หางตาผม

 


ขอโทษ…” ผมเอ่ยออกไป ไม่ได้ฟูมฟายขนาดหนักขนาดที่จะสะอึกสะอื้น แต่ผมแน่ใจว่าปากผมเบะหน้าตาเริ่มยับย่นจนคนเดินผ่านเริ่มมอง

 


ซินธ์ถอนหายใจ หยิกแก้มทั้งสองข้าง หน้าตาดูก็รู้ว่าไม่พอใจแค่ไหน แต่เพื่อนตัวสูงทำแค่หยิกแก้มผมแรงๆเท่านั้น

 

 

เจ็บแต่ก็เพราะเจ็บน้อยกว่าถ้าเราจะไม่คุยกันตลอดทาง

 

 

ผมก้มหน้า ซินธ์จูงมือผมเดินต่อ เราไม่ได้เดินกลางฟุตบาท เดินริมในสุดเพื่อไม่ให้ขวางทางใครและนั่นทำให้ผมรู้สึกว่าอยากทำบางสิ่งเพื่อให้คนตรงหน้าพูดอะไรกับผม

 

 

ผมปล่อยมือซินธ์ แม้ว่าซินธ์จะไม่ปล่อยแต่ผมก็บิดมือออก ซินธ์หันมามองผม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกว่าเก่า

 

 

หมับ!

 

 

ร่างเล็กกอดร่างสูงเต็มรัก ซินธ์เซถอยหลังเล็กน้อย ตกใจกับการกอดที่ไม่ได้เตรียมใจแบบนี้

 

ก้อนเนื้อขยับขึ้นลงพองตัวด้วยความเร็วชนิดที่กวางได้ยิน

 

แรงกอดกระชับแน่นขึ้น ใบหน้าน่ารักซุกเข้ากับแผ่นอกจนแนบแน่น การกระทำนั่นยิ่งทำให้ซินธ์ใจเต้นถี่รัวกว่าเดิม

 

สุดท้ายเขาก็แพ้มันอีกจนได้ แม้จะไม่ได้ตั้งใจเงียบหรือมึนตึงใส่ แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ

 

วงแขนกว้างกอดร่างแน่งน้อย ลูบหัวทุยอย่างที่ชอบทำ ไม่สนใจสายตาคนรอบข้างที่มองพวกเขา

 


ขอโทษขอโทษ เราขอโทษ ขอโทษที่โกหกกวางเงยหน้ามองสันกรามเพื่อนตัวสูง ผละออกจากอก แต่ไม่วายจับที่ข้อมืออีกฝ่าย

 


ซินธ์พยักหน้า ลูบแก้มนุ่มนิ่มที่ขึ้นรอยแดงจากการหยิกของตัวเอง

 


ถึงหอแล้วค่อยคุยกัน

 

แต่

 

เอาไว้คุยที่หอ ตอนนี้อยู่ข้างนอก เสียงดัง กูไม่ชอบ

 


กวางจำใจพยักหน้า แม้จะอยากแถลงไขความผิดตัวเองแค่ไหนก็ตาม แต่ร่างน้อยก็วางใจว่าเพื่อนสนิทไม่ได้โกรธตนแล้วเพราะมือของเราที่จับกันไว้

 

กวางก้มหน้าอมยิ้ม ไม่ต่างจากซินธ์ที่บนใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มประดับอยู่

 

พวกเราเดินจับมือจนถึงทางม้าลายที่ข้ามไปฟุตบาทฝั่งทางเข้าหอ

 


ไฟเขียวพึ่งหมดไปตอนเราหยุดเดิน อีกฟากถนนเป็นแม่ลูกคู่หนึ่ง เหมือนคุณแม่สาวจะยุ่งอยู่กับการคุยโทรศัพท์จนไม่ได้สนใจลูกน้อยที่ทำท่าจะเดินข้ามมาอีกฝั่ง

 


ซินธ์ก้มลงหยิบมือถือในมือเมื่อมันสั่นอย่างหนัก หน้าจอปรากฏเบอร์ประหลาด ก้มหน้ามองหน้าจอ สไลด์แล้วรับสาย เป็นใครสักคนที่เหมือนจะโทรผิด เขาเริ่มหัวเสียเมื่อปลายสายกวนมากเข้า แต่เขาไม่ได้ปล่อยมือกวาง ยังคงจับเอาไว้แต่มันง่ายเหลือเกินสำหรับการที่จะสลัดออก

 


รู้สึกถึงแรงเหวี่ยงของมือนิ่มที่จับกันมา เหวี่ยงออกและหายไป  ซินธ์เงยหน้ามองคนข้างกายผู้ซึ่งวิ่งฝ่ารถยนต์ไม่สนใจสิ่งใด แม้กระทั่งตัวเอง

 

 

 

ปริ๊นนนนน!!!!

 

 

 

โครม!!!!

 

 

 


Ł

 


 

 

 

ผมเกลียดความใจดีของเขา

 

 

เสียงแตรรถดังสนั่น ร่างเด็กน้อยตัวเท่าเข่ายืนกลางถนน รถเก๋งพุ่งตรงมาด้วยแรงขับเคลื่อนที่ไม่สามารถชะลอลงได้ทันเสี้ยววิ

 

 

ความแรงของพาหนะพุ่งตรงกระแทกร่างกายมนุษย์กระเด็นไปตามถนนยางมะตอย

 

 

เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว

 

 

แม้แต่เสียงเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้จ้าเมื่อตนถูกผลักกระแทกขอบฟุตบาท

 

 

ร่างเปื้อนฝุ่นที่นอนนิ่งอยู่ในสายตาเป็นคนเดียวกับที่เขาเกลียดมันมากที่สุด

 

 

เร็วเร็วเกินไป

 

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาสั้นๆ

 

 


กวาง!!!!!!” เสียงของผมมักออกไปก่อนความคิดเสมอ

 

 


ในสมองคิดเอาไว้ว่าเกลียดมัน

 

 

แต่ในก้นบึ้งรู้แน่ชัดว่ามันเป็นเพียงคนเดียวที่สำคัญที่สุดในวงจรชีวิต ณ ตอนนี้

 

 

มันเป็นคนดีที่เติบโตมาในสังคมที่โคตรบัดซบ

 


ผมรำคาญมันในบางครั้งเมื่อมันยิ้มให้กับเรื่องร้ายๆ

 


รำคาญเมื่อมันพูดจาให้กำลังใจในวันที่โลกมืดแปดด้าน

 


ไม่ชอบใจเวลามันกอดในวันที่ผมรู้สึกเดียวดายและดำดิ่งกับความเหงาจับจิต

 


เบื่อเมื่อมันให้อภัยเมื่อใครสักคนทำผิดมหันต์

 


แม้จะผิดจนไม่น่าให้อภัยมันก็มักจะหาเหตุผลล้านแปดมาใช้อธิบายเหตุผลที่ควรให้อภัย

 


แต่ไม่รู้ทำไมคนแบบมันถึงได้ดวงซวยมาเจอสิ่งเหล่านี้

 


ดวงซวยตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกับผม

 


ซวยทุกครั้งอยู่ร่ำไป

 

 


ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 


ทั้งๆที่คนแบบมันควรจะมีความสุขและชีวิตที่ดีกว่านี้

 


ครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อนที่แสนดี ชีวิตที่สงบสุข

 


บางทีผมก็เกลียดตัวเองที่พูดจาทำร้ายมันไม่เว้นวัน

 


แต่ก็เกลียดมันที่เลือกผมเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่มันเปิดรับและได้อยู่ด้วยกัน

 

 


ถ้ามึงตายกูจะตามไปจองล้างจองพลาญมึงในนรกเลยไอ้เหี้ยกวาง…”

 

 

ลืมตาสิลืมสิวะ…”

 

 

กูบอกให้มึงลืมตาไง!!!” เสียงตะโกนดังก้อง

 

 

ไหนมึงบอกจะไปคุยกับกูที่หอไงกวางฮึกกวางมึงลืมตาสิวะ…” ซินธ์ไม่เคยฟูมฟาย ครั้งสุดท้ายที่เขาร้องไห้คือตอนที่เขาโดนมารดาต่อว่าและยึดตุ๊กตากันดั้ม

 

 


ตะกรองกอดเพื่อนตัวเล็ก รับรู้ได้ถึงของเหลวอุ่นที่ผ่านมือ ไหลหยดลงพื้น แทรกง่ามนิ้วและไรผม ร่างอีกคนอ่อนปวกเปียกเหมือนตุ๊กตายัดนุ่นโดนน้ำสาด

 

 

แนบหน้าผากกับหน้าผากเข้าหากัน กลั้นก้อนสะอื้นและเงยหน้ามองบุรุษพยาบาลต่างวิ่งลงมาจารถพยาบาล

 

 

ซินธ์วิ่งตามและขึ้นรถเดินทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

 

 

 

 

โลกไม่เคยเอียงและมันก็ไม่เคยยุติธรรม

 

 

 


ถึงตอนนี้หน้าห้องICUก็มีแค่ผมที่นั่งรอมัน

 

 

ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติ ไม่มีใครสักคนมายืนรอมันเพื่อลมหายใจที่กำลังถูกยื้อ

 

 

ไม่มี

 

 

มีแค่ผม

 

 

แค่ผมคนเดียว

 

 

แค่ผมคนเดียวในโลกกลมๆของมัน

 

 

  

 

 

SPOIL

 

 


มันผิดอะไรผิดอะไรตอบผมหน่อย…”

 

 

 

ในฐานะที่พวกคุณเป็นพ่อแม่มัน ช่วยตอบได้มั้ยว่าอะไรที่ทำให้ชีวิตมันต้องมาเจอเรื่องบัดซบพวกนี้ด้วย?”

 

 

 

คุณรู้อะไรมั้ย

 

 

 

แม้แต่ช่วงเวลาที่มันหายใจเฮือกสุดท้าย คนที่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้ควรเป็นพวกคุณทั้งสองคน ไม่ใช่ผม

 

คนที่ควรจะพูดว่ารักและปลอบใจมันควรเป็นคุณพ่อที่แสนเสียสละและแม่ที่แสนน่ารักของมัน…”

 

 

 

 

 

Writer talkative

กวางดนดี ทำไมชีวิตต้องมาเจอคนแบบซินธ์ หาคุณไคดีกว่า(อุปส์)

มาต่อแล้ววว โอย ลากเลือดเวอร์ อย่าพึ่งเบื่อดราม่าเด้อ เอาจริงๆตอนนี้ยาวมาก ยาวชิบหาย ถ้ามีคำผิดแจ้งได้นะคะ เม้นติชมได้ซัมเหมอที่รักส์


Sad Blue Tone

(c) Chess theme

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #9 PPSnook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 01:26
    เฮ้ยยยเกิดอะไรขึ้นกับกวางอะ รอเลย
    #9
    0