Luhan Story in Little Galaxy

ตอนที่ 6 : Summer Season III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ส.ค. 60

Summer Season III



 



I really like summer...I mean,Now i also like it that my heart can feel.





Natural 4

 

       ครั้งแรกของนิตยสารที่ได้บุกสัมภาษณ์บุคคลทรงอิทธิพลด้านวัยรุ่นถึง 4 คน! หลังจากที่ทางเราได้เปิดโหวตตำแหน่ง The most Handsome Guy 2017 ในปีนี้ ผลตอบรับที่ได้กลับมาอย่างล้นหลามทำเอาทีมงานถึงกับอึ้งไปตามๆกัน เพราะไม่คิดว่าบุคคลที่โดนโหวตนั้นมีมากถึง  4 คน! จากการเปิดโพลสำรวจความชื่นชอบสำหรับวัยรุ่นทั่วฟ้าเมืองเกาหลีผลที่ได้แน่ชัดและกวาดคะแนนไปมากกว่าครึ่ง! ตายแล้วๆ อย่างนี้ดิฉันก็ตายนะสิคะคุณผู้อ่านนนนน !ซึ่งทางเราได้ทำการสัมภาษณ์ทั้ง 4 คนถึงไลฟ์สไตล์ คำถามที่คุณนักอ่านได้ส่งกันเข้ามาในสำนักพิมพ์ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะเจาะลึกแบบ Exclusive!


 

   มือสากเลื่อนเปิดผ่านบทสัมภาษณ์บุคคลแรกไปโดยไม่สนใจที่จะอ่านมัน เขาตัดสินใจซื้อนิตยสารเล่มนี้เพียงเพราะบุคคลเดียวที่มีอิทธิพลทางด้านจิตใจเขามาโดยตลอด นิ้วเรียวกรีดนิ้วเปิดอ่านหน้ากระดาษสีเหลืองอ่อนที่แตกต่างจากหน้าแรกซึ่งเป็นสีน้ำเงินหม่นอย่างลิบลับ  ภาพผู้ชายผมสีน้ำตาลยืนหลับพริ้มตากอดหมีขั้วโลกทำเอาหัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ

 


LUHAN ―Shining Boy


 


หนุ่มน้อยที่ลืมตาดูโลกก่อนน้องชายคนที่สาม  2 วินาที เป็นนักศึกษาวิศวะโยธาปี 4 เจ้าของตำแหน่ง Cute Boy ด้วยใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้มทำให้ผู้คนเทใจกดโหวตอย่างล้นหลาม  เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างใหญ่โตถึงเด็กหนุ่มน่ารักคนนี้ว่าเป็นใคร จนได้รับรู้ว่าเป็น 1 ในแฝด 4 ผู้โด่งดังของมหาวิทยาลัย Exo Planet และยังเป็นเจ้าของตำแหน่ง Faculty Ambassader ปี 2016 ซึ่งทำให้เจ้าตัวได้ไปโลดแล่นด้วยการไปโปรโมตคณะรวมทั้งคลิปโปรโมตต่างๆจนเป็นที่รู้จักทั้งโลกโซเชี่ยลทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม กลายเป็นที่จับตามองของหนุ่มสาววัยรุ่น แถมด้วยอุปนิสัยแสนดีและเฟรนด์ลี่ของลู่ฮานทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ติดอันดับวัยรุ่นชายที่เป็นที่รู้จักและน่าคบหามากที่สุด

 


MC : แนะนำตัวกันหน่อย

ลู่ฮาน : สวัสดีครับ ลู่ฮานครับ นักศึกษามหาวิทยาลัย Exo Planet คณะวิศวะปี 4 เป็นสมาชิกคนที่ 2 ของแฝดครับ

 

MC : ตื่นเต้นรึเปล่าที่ได้มาสัมภาษณ์นิตยสารของเรา?

ลู่ฮาน : ตื่นเต้นจนขาสั่นมือสั่นไปหมดเลยครับ(หัวเราะ)

 

MC: แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการมาทำอะไรแบบนี้นี่

ลู่ฮาน : แต่ไม่เคยโดนสัมภาษณ์นี่ครับ… (ก้มหน้างุดเลยครับ น่าเอ็นดูมาก5555555)

 

MC : รู้มั้ยเนี่ยว่าตัวเองมีแฟนคลับเยอะมาก โดยเฉพาะผู้ชาย

ลู่ฮาน : จริงเหรอครับ?แฟนคลับเลยเหรอ?ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติเสียอีกเวลามีคนเข้ามาชวนเราคุยหรือเอาของมาให้ ไม่คิดว่าจะเป็นแฟนคลับ(หัวเราะ)เฮ้! แต่ผมแมนๆนะ!

 

MC : ทำไมถึงคิดว่าตัวเองแมนละ?

ลู่ฮาน:ก็ผมเป็นผู้ชายนี่ครับ  เตะบอลเล่นบาสเหมือนผู้ชายทั่วไปนี่แหละ

 

MC : มีแฟนคลับหลายคนส่งมาถามเยอะมากว่าทำไมถึงเรียนวิศวะทั้งๆที่หน้าตาเหมาะกับจะเรียนบริหารไม่ก็นิเทศมากกว่า

ลู่หาน :ผมไม่ชอบกราฟต์เขียวแดง (หัวเราะ) ครอบครัวของเราทำงานด้านอะไหล่รถยนต์ส่งออกรวมถึงรถยนต์นั่นทำให้ผมตัดสินใจเข้าวิศวะ ผมว่ามันเท่นะ ตอนเด็กๆผมจะชอบไปดูคุณพ่อซ่อมรถบ่อยๆ โตขึ้นมาเลยอยากสานต่อด้านนี้กับหานเกอ  เสี่ยวลู่กับเซฮุนคงถนัดด้านบริหารมากกว่า(หัวเราะ)

 

MC : แล้วในบรรดาแฝดๆสนิทกับใครมากที่สุด

ลู่ฮาน : เสี่ยวลู่นะ เพราะว่าเราเกิดติดๆกันมันเหมือนสายใยอารมณ์จะชัดเจนมากที่สุด ไม่ใช่ว่ากับหานเกอและเซฮุนไม่มี แต่เสี่ยวลู่คือรับรู้ได้มากที่สุดว่าเรารู้สึกยังไงโดยไม่ต้องพูด แบบ สบตาก็รู้ใจ แต่ตัวจะติดกับหานเกอมากกว่า(กระซิบ)เซฮุนน่ะ..ขี้หวง

 

MC : สื่อสารทางอารมณ์คือยังไง?

ลู่ฮาน : ก็ถ้าเสี่ยวลู่โกรธ เราก็จะหงุดหงิดคนแรกถ้าอยู่ใกล้กัน ก่อนจะลามไปที่หานเกอ และเซฮุนเป็นคนสุดท้าย เพราะเซฮุนเนี่ยมีสติที่สุดในการควบคุมอารมณ์ของตัวเองและยังต้องคอยโอ๋เสี่ยวลู่อีก ใครที่ทำให้เซฮุนโมโหได้คือสกิลเข้าขั้นล้มบอส(ยกนิ้วโป้ง)

 

MC : มีแต่คนบอกว่าเซฮุนไม่ชอบพูด จริงรึเปล่า?

ลู่ฮาน : ไม่นะ เซฮุนพูดมากพอๆกับหานเกอเลย แถมยังขี้บ่นอีกต่างหาก

ลู่หาน : นินทาระยะเผาขน?

ลู่ฮาน : เขาเรียกเล่าสู่กันฟัง

 

MC : คิดว่าสมาชิกคนไหนปกป้องเราได้ดีที่สุด?

ลู่ฮาน : หานเกออออ ~  ฮ่าๆ เขาวิ่งตามเราทันที่สุดแล้ว ส่วนเซฮุนนี่ฟักเสี่ยวลู่อย่างเดียว(หัวเราะ)

 

MC : ทำไมเรียกลู่หานว่าหานเกอ?

ลู่ฮาน :(เกอ)ในภาษาจีนแปลว่าพี่ชายครับ ทุกคนจะมีชื่อเรียกเฉพาะที่ติดปากเรา อย่างหานเกอ แฝด  ฮุนฮุนแบบนี้ครับ

 

MC : แล้วของตัวเองละ?

ลู่ฮาน : สุดหล่อฮานฮาน!

ลู่หาน : มีถุงมั้ยครับ?เหมือนมีอะไรจะย้อนออกมาจากคอ

ลู่ฮาน : ย๊า!!!!

 

MC : คนในครอบครัวหวงเรารึเปล่า?
ลู่ฮาน : หวงมาก!ทั้งพี่ทั้งน้อยเลย!!หวงเรากับเสี่ยวลู่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

MC :อึดอัดมั้ย?

ลู่ฮาน :ไม่นะครับ สนุกดี(หัวเราะ)

ลู่หาน :หึ!

 

MC : รู้มั้ยว่าตอนนี้มีแต่คนอยากคบมากที่สุดจากการโหวตของนิตยสารเรา

ลู่ฮาน : ห้ะ?

 

MC : นั่นแหละ(หัวเราะ)รู้สึกยังไงบ้าง?(น้องน่าเอ็นดูมากครับ ยิ่งคุยยิ่งรู้สึกว่าเหมาะกับตำแหน่งมาก)

ลู่ฮาน :ก็ดีใจนะครับที่มีแต่คนอยากคบแต่ว่าก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน อยากคบหากับหานเกอมั่งซี่หานเกอก็ใจดีนะ

 

MC : น่ารักอย่างนี้ โสดมั้ยครับเนี่ย? (หัวเราะ)

ลู่หาน :อะแฮ่ม!(พี่เขาโหดจริงครับ555555)

ลู่ฮาน: (หัวเราะ)

 

MC : มีสเป๊คเป็นของตัวเองมั้ยครับ?

ลู่ฮาน : อยากได้แฟนแบบหานเกอครับ(หัวเราะ)

ลู่หาน : หืม?

 

MC : ยังไง?

ลู่ฮาน :คุมเราได้  แค่นั้นก็พอ เพราะยังไงที่เหลือเดี๋ยวหานเกอก็ทำให้เราเองแหละ55555555

ลู่หาน : เก่งกว่าเกอไม่มีอีกแล้วในโลก (ยิ้ม)

ลู่ฮาน : ผมขอถุงด้วยครับ(ยกมือเรียกสต๊าฟ)

 


MC : แล้วมีคนในใจรึยัง?

 


    ชายหนุ่มผิวแทนเลียริมฝีปากของตนอย่างประหม่ากับประโยคคำถามสั้นๆของพิธีกร เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงหลังรับรู้ถึงคำตอบ มันอาจจะดีใจ เสียใจ หรือไม่ก็รู้สึกผิด คิดถึงและโหยหามากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 


ลู่ฮาน : มีครับ เป็นหมีด้วยละ!

 


กึก

มือที่ยกแก้วกาแฟชะงักกลางอากาศ ไอร้อนแผ่กระจายแต่มือที่จับกลับเย็นเยียบ

 


MC :เพราะแบบนี้รึเปล่าถึงได้เลือกหมีมาประกอบฉาก?

ลู่ฮาน : ครับ (ยิ้ม)

ลู่หาน : เขาติดคนนั้นมากถึงขนาดลืมผมเลยด้วยซ้ำ ใช่สิเรามันก็แค่ของตายนี่

ลู่ฮาน : เกอถ่ายกับหมาเรายังไม่งอแงเลย!

 

MC : บอกหน่อยได้มั้ยครับว่าใคร?

ลู่ฮาน : หมอไค(หัวเราะ)เราเรียกหมอ บางทีก็เรียกชื่อจริง สูงมากกกก ใจดีด้วย!(ยกมือทำท่าประกอบ)

ลู่หาน : พอได้แล้วมั้ง

 


เพล้ง!

 

แก้วกาแฟสีขาวกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรงจากการขว้าง เศษกระเบื้องสีขาวปะปนไปกับน้ำสีเข้มที่สาดกระจายตามผนังและพื้น

 


MC : โหอกหักกันไปครึ่งประเทศเลยครับอิจฉาหมอคนนั้นจริงๆ

ลู่ฮาน : อิจฉาทำไมครับ(หัวเราะ)

 

 

 

หากเป็นแต่ก่อนเขาคงรู้สึกดีอย่างถึงที่สุด รู้สึกโชคดีที่ได้เป็นผู้ชายคนนั้น มีความสุขกับความจริงใจทีเปี่ยมล้นของเด็กน้อย แต่ในวันนี้มันไมใช่

 

 

 

เขากลับรู้สึกอิจฉาผู้ชายในหนังสือที่เด็กน้อยพูดถึงอย่างถึงที่สุด

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 


จงอินวางนิตยสารลงบนโต๊ะหน้าโซฟา สะบัดหน้าไปมาไล่ความมึนงงที่เกาะกุมเต็มสมอง เหยียดตัวลุกขึ้นด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งร่างกาย เดินไปที่ประตูห้อง บิดลูกบิดเปิดประตูให้กับแขกยามวิกาลซึ่งไม่พ้นเพื่อนสนิทของเขา

 

 

ผิดคาด...

 

 

ตรงหน้าจงอินเป็นผู้ชาย 2 คน ที่หนึ่งในนั้นหน้าตาเหมือนลู่ฮานอย่างกับแกะ ส่วนคนที่อยู่ข้างๆตัวสูงชะลูดและหน้าตาคล้ายเด็กหนุ่มข้างหน้าเขาอยู่บ้าง ผมสีเทาบุหรี่โดดเด่นนั่นไปกระตุ้นความทรงจำในคืนวันวาน

 

 

คุณจงอินผม…”แฝดหน้าตาดุจตุ๊กตากระเบื้อง ดูบอบบางกว่าลู่ฮาน ดูอ่อนหวานกว่า น่าถนุถนอมมากกว่าเอ่ยวาจาออกมาเสียงแผ่ว

 

เข้ามาก่อนสิครับจงอินแทรกประโยคเสี่ยวลู่ที่มีสีหน้ากังวล เขาอ้าประตูให้ทั้งสองเข้ามาในห้องพักที่ปกติสะอาดเรียบร้อยแต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์ แก้วกาแฟสองสามแก้วบนเคาน์เตอร์ห้องครัว เศษแก้วแตกตรงผนัง  ชีทเลคเชอร์ที่วางกองๆอยู่ไม่เป็นที่ เศษขยะมากมายวางเกลื่อนพื้นห้อง จงอินเดินเข้าไปเก็บกระป๋องเบียร์และแก้วกาแฟหน้าโซฟา บนโต๊ะ บนโซฟา เดินนำไปทิ้งที่ขยะในห้องครัว

 

 

ขอโทษที่ต้องให้พวกคุณมาเจอกับสภาพห้องแบบนี้ คุณมากะทันหัน ผมเลยไม่ได้เก็บกวาด ขอโทษด้วย”     

เสียงคิม จงอินราบเรียบพอๆกับสีหน้ายามขยับปากพูด ผิดกับสองแฝดที่เม้มปากแน่นกับสิ่งที่เห็น

 

 

หมอจงอินสภาพโทรมเหมือนคนทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ ไม่เหมือนเดิมกับที่เคยเห็นผ่านๆหรือไม่ได้หน้าตาใจดีอย่างที่ได้ยินมาจากปากพี่ชาย ตอนนี้สิ่งที่เห็นกลับสวนทางสิ้นเชิง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตำคล้ำ ปากอิ่มซีดผากไม่มีชีวิตชีวา ตอหนวดเขียวครึ้มขึ้นตามสันกรามและเหนือริมฝีปาก กลิ่นแอลกอฮอลล์ผสมกลิ่นกาแฟลอยคลุ้งไปทั่วห้อง

 

 

เสี่ยวลู่ที่เห็นจากตอนแรกว่าสลดแล้วตอนนี้ยิ่งสลดเข้าไปใหญ่ จงอินเดินมาวางแก้วน้ำบรรจุเครื่องดื่มสีส้มสองใบให้พวกเขา  บรรยากาศอึดอัดภายในห้องทำเอาเสี่ยวลู่จะบ้าตายให้ได้

 

 

มาหาผมดึกขนาดนี้ มีอะไรกันรึเปล่าครับ?” จงอินเอ่ยปากถามสองคนที่มีท่าทางหนักอกหนักใจ เขาพอจะรู้ถึงสาเหตุ แต่ถ้าทั้งสองไม่บอกคงได้อยู่แบบนี้กันทั้งคืน

 


เรื่องคืนนั้นที่คุณเห็นมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะครับเสี่ยวลู่พยายามเค้นเสียงออกมาพูด มือกำเข้าหากันบนหน้าตัก เรื่องวุ่นวายของตัวเองพาลทำให้ทุกคนพลอยเดือดร้อนไปเสียหมด เซฮุนเลื่อนมือกอบกุมมือเล็กที่กำจนขึ้นข้อขาว ลูบไล้หลังมือแผ่วเบา เรื่องในครั้งนี้เขามีส่วนผิดครึ่งหนึ่งและเขาเองก็รู้สึกผิดและเสียใจกับอาการซึมเศร้าของแฝดพี่อีกสองคน

 


เรื่องในคืนนั้นไม่ได้มีแค่ลู่ฮานที่รู้สึกดั่งทั้งโลกพังทลายยามเห็นรูปของหมอจงอินโอบเอวคริสตัล จอง

 


หานเกอเองก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย

 


ลูกหมาตัวนั้นติดเจ้าของมากเกินไปและยังไม่เชื่องเท่าที่ควร

 


ทุกวันนี้ยังไม่มีใครเห็นทั้งสองคนไปที่อื่นนอกจากบ้านและคณะ ไม่รู้ว่าลูกหมาที่เคยอ้อล้อกับหานเกอจะเป็นอย่างไรบ้าง

 


ส่วนหมีตัวตรงหน้าทั้งไม่เชื่องและยังหัวร้อนง่ายอีกต่างหาก

 


อันตรายทั้งสองตัวจริงๆ

 


ทำไมฮยองทั้งสองคนถึงได้เลือกพวกนี้มาเป็นคนรักนะ

 


รังสีทมึฬแผ่ออกมารอบตัวคนไหล่เล็ก เซฮุนหันไปมองแล้วต้องขมวดคิ้วกับสายตาตำหนิในดวงตาใส่แจ๋ว

 


บางทีเขาก็เบื่อที่พวกเราอ่านความคิดกันออก

 


ผม..ก็ขอโทษด้วยครับเซฮุนเอ่ยคำขอโทษ หน้าตาราบเรียบ แววตานิ่งสงบและเยือกเย็น ใช่ว่าคนตรงหน้าเป็นคนที่พี่ชายของเขารู้สึกดีแล้วเขาต้องหวั่นเกรง กลับกัน เขากลับไม่รู้สึกพิศวาส มีแต่ความไม่ชอบที่เคลือบอยู่ในจิตใจเมื่อนึกถึงน้ำตาที่ไม่ควรจะไหลลงมาในวันนั้น

 


สองสายตาสบประสาน เหมือนมีกระแสบางอย่างกระแทกกันจนเป็นเสียงดังเปรี้ยะ!

 


“……” เสี่ยวลู่กลืนน้ำลายอึก ทั้งหานเกอและเซฮุนหวงเขากับเสี่ยวลู่เสียยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก

 


เรื่องวุ่นวายของพวกเราอาจทำให้คุณเข้าใจผิดก็จริงแต่คุณก็ใจร้อน

 


เพี๊ยะ!

 

เซฮุนหลับตาข่มความไม่พอใจไว้ยามรู้สึกถึงความเจ็บที่ต้นแขน ตัวต้นเหตุนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้อง

 


ครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกเราเอง ขอโทษด้วยครับโอ เซฮุนก้มหัวขอโทษพร้อมกับเสี่ยวลู่ที่รีบก้มตามน้องชายคนสุดท้อง

 


คิม จงอินถอนหายใจ เขาจะมองข้ามที่เมื่อกี้เสี่ยวลู่ตีชายหนุ่มผมสีเทาต่อหน้าต่อตาและรับคำขอโทษแล้วกัน แต่จะให้เขามองข้ามเรื่องที่เกิดขึ้นก็คงไม่ได้ทีเดียว ตอนที่รู้เรื่องความโกรธก็แล่นริ้วแต่พอกลับมามองสถานการณ์ถึงได้ทราบว่าสองคนนี้ไม่ได้ผิดอะไร คนผิดคงเป็นเขาที่วู่วามและคิดเรื่องทุกอย่างไปเอง แถมยังทำให้เด็กน้อยร้องไห้ คงไม่แปลกที่เซฮุนจะไม่ชอบเขานัก

 

ไม่เป็นอะไรเลยครับ ผมเองก็ผิดที่ใจร้อนและขาดสติ ต้องขอโทษพวกคุณด้วยที่ทำให้ต้องเดือดร้อนกันทั้งครอบครัวนักศึกษาแพทย์ก้มหัวพร้อมกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ เซฮุนพยักหน้าพอใจผิดกับเสี่ยวลู่ที่มองเขาตาเขียวปั๊ด

 

 


ทำเป็นดุกลับบ้านไปจะคิดบัญชีให้คุ้มกับเวลาและความรู้สึกที่เสียหาย

 

 


งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ ขอโทษที่มารบกวนเวลาของหมอจงอินเสี่ยวลู่ลุกขึ้นยืน ไม่รู้ว่ากล่าวประโยคขอโทษไปกี่ประโยคแล้วในวันนี้ เซฮุนยืนก้มหัวลาแล้วก้าวออกจากห้องไปสตาร์ถรถรอ เมื่อไหล่กว้างก้าวพ้นประตูห้อง เสี่ยวลู่หยุดเดินแล้วหันมามองหมอไค

 

คุณหมอจริงจังกับเสี่ยวลู่ใช่มั้ยครับ?”

 

ครับ??” จงอินขมวดคิ้ว เสี่ยวลู่ก็คนตรงหน้าไม่ใช่หรืออย่างไร?

 

อาผมหมายถึงลู่ฮานใบหน้าตุ๊กตาไขข้อข้องใจให้คุณหมอ  จงอินนิ่งงันไปครู่หนึ่งแล้วก้มลงป้องปากกระซิบข้างหูฝาแฝด กลิ่นหอมกุหลาบอ่อนลอยแตะจมูกยิ่งนำพาให้เขาคิดถึงกลิ่นเสื้อที่ถูกตากแดดยามเช้าของเจ้าเด็กกวาง

 

 

จริงจังจริงจังเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีได้ครับร่างสูงผละออกแล้วเม้มปาก ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องก้มลงไปกระซิบ แต่เขาแค่ต้องการพิสูจน์บางอย่าง

 

 

เสี่ยวลู่แย้มรอยยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและอ่อนหวานเหมือนกลิ่นตัว

 

แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีเสียเท่าไหร่นัก มันทำให้เขายิ่งคิดถึงเด็กน้อยคนนั้นมากขึ้นกว่าเดิม

 

ก็เพราะในวันนั้นกลิ่นที่แตะจมูกไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของเด็กน้อย

 

 

แต่เป็นกลิ่นกุหลาบที่มันฉุนเหมือนโดนสาดมาเสียมากกว่าฉีด

 

 

 

ความผิดในครั้งนี้สาเหตุเป็นเพราะผม ผมจะช่วยคุณเองครับ หมอจงอิน

 


 

เสี่ยวลู่แลกไลน์กับเขาแล้วขอตัวกลับเนื่องจากน้องชายหัวเทาโทรตามรอบที่ 5 เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของสองคนนั้นเป็นยังไง แต่คิดว่าคงไม่ใช่พี่น้องธรรมดาแน่ๆ

 


พี่น้องอะไรจูบกันดูดดื่มขนาดนั้น

 


ความรักนี่เข้าใจยากชิบหาย

 


 

ติ๊ง

 

เสียงแจ้งเตือนแอพสีเขียวดังขึ้น เป็นข้อความจากคนแปลกหน้าซึ่งหน้าตาพิมพ์เดียวกับเจ้าของหัวใจ

 

 

ก็หวังหวังว่าสิ่งที่จะทำมันจะช่วยได้จริงๆ

 

 

จงแดพรุ่งนี้กูจะเข้าคลาสเย็น ช่วยอะไรกูหน่อย

 

 

ขอให้เด็กน้อยของเขาอย่าพึ่งงอแงก็พอ

 

 

 

 


ลู่ฮาน พอได้แล้วมึง

 

เราขอทำตรงนี้อีกแปปนะ เติมน้ำมันอะไหล่ก็เสร็จแล้ว

 

แต่นี่มันเลยเที่ยงแล้วนะเว้ย กูหิวใส้จะขาดแล้วคยองซูยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เสียงท้องร้องโหวกเหวกในมโนสำนึกและหน้าท้องทำให้หัวคิ้วขยับชิดติดกัน

 

คยองซูไปกินข้าวกับชานยอลเลยก็ได้ เราขอทำก่อนเสียงอู้อี้เล็ดลอดมาจากใต้ท้องรถยนต์

 

ถ้ามึงไม่ไปกูก็ไม่ไป

 

ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะน้ำเสียงหนักใจเต็มแก่เหมือนแบกรับภาระเป็นผู้ที่อดทนรอทานข้าว

 

มึงสิดื้อ ไอ้หานเรียกไปแดกก็ไม่ไป กูเรียกมึงจนปากเปียกปากแฉะมึงก็บอกเดี๋ยวๆ เดี๋ยวของมึงมาจะชั่วโมงแล้วคยองซูเริ่มจะเหลืออด ท้องเขามันชักจะแสบๆขึ้นมา ไอ้หิวข้าวก็หิว แต่เพื่อนผู้มุดอยู่ใต้ท้องรถก็สำคัญ

 

คยองซูขี้บ่นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ตัวต้นเหตุความหิวโหยของลำไส้โผล่หน้าออกมาแล้วหยัดตัวลุกขึ้นเตรียมตัวไปทานข้าว อันที่จริงใช่ว่าลู่ฮานจะไม่หิว แต่งานยังไม่เสร็จเลยยังไม่อยากละทิ้งชิ้นงานโบว์แดงคันนี้ไปไหน

 

ตั้งแต่ที่มึงอก

 

โครม!!

 

เสียงประแจลอยตัดผ่านหน้าคยองซูกระแทกผนังด้านหลังหล่นลงมาทับข้าวของเครื่องใช้นักศึกษาที่พักทานข้าวกลางวัน

 

เอาล่ะ เสร็จแล้วลู่ฮานขยับยิ้มหวานสวนทางกับน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว

 

เพื่อนสนิทตาโตกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตระหนก หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ลูบหน้าอกฝั่งซ้าย ผ่อนลมหายใจครู่หนึ่งแล้วหันหลัง

 

 คยองซูเดินไปหาลู่ฮานที่ก้มลงเก็บประแจ

 

บอกตามตรงว่าตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่พอสมควร แต่เพื่อนสนิทตัวดีเป็นแบบนี้มาได้สักพักแล้ว

 

 

ครั้งแรกเป็นโทรศัพท์มือถือของเจ้าตัว

 

ครั้งที่สองเป็นมือถือของลู่หาน สภาพพังยับเยิน หน้าจอแตกละเอียด ไม่เหลือเค้าความเป็นมือถือแต่แทนที่เจ้าของจะโกรธกลับเดินเข้าไปกอดแน่นแล้วนั่งร้องไห้กันสองคนที่มุมห้องนอนสีน้ำเงิน

 

เป็นภาพที่สะเทือนใจทั้งบ้าน ขนาดคยองซูเป็นคนนอกยังอดหดหู่ตามไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ไม่รู้ว่าคำพูดที่จงอินพูดกับลู่ฮานร้ายแรงขนาดไหน ไม่รู้ว่าแรงตบหรือคำด่ากราดของแบคฮยอนเจ็บแสบเท่าใด

 

 

แต่ที่แน่ๆมันทำให้หัวใจสองแฝดไม่เหลือสภาพให้เต้นได้ตามปกติจนถึงปัจจุบัน

 

 

ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวพอสมควร

 

 

ผ่านมา 1 อาทิตย์ทุกอย่างกลับไปแต่ก่อนเก่า ทุกคนเรียน กิน เที่ยว โดดบ้าง เข้าบ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมีเพียงทั้งพี่ทั้งน้องซึ่งทำงานกันเป็นบ้าเป็นหลัง เมื่อยังเป็นคนปกติตั้งใจเรียนเท่าใด ปัจจุบันให้คุณนึกสภาพเด็กนักเรียนเกรดสุดท้ายอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย

 

ขอโทษ…” เจ้าของผมสีดำสนิทนั่งคุกเข่า ในมือกำประแจเหล็กขึ้นสนิมแน่น ไหล่เล็กห่อลง แผ่นหลังบอบบางสั่นไหวตามด้วยเสียงสะอื้นฮัก คยองซูตาลีตาเหลือกวิ่งไปหาเด็กน้อยผู้เคยเป็นต้นกำเนิดรอยยิ้มให้ใครหลายคน แต่ในตอนนี้กลับมีไม่กี่คนที่ทำให้ริมฝีปากอิ่มเอิบขยับยิ้มออกมา ถึงทำได้นั่นก็ทำเอาแทบตาย

 

 

โด คยองซูได้แต่โทษตัวเองที่หลุดปากพูดถึงมัน

 

 

ไม่ต้องขอโทษกูมึงก็แค่หลุดมือ นิดหน่อยเองลูบหัวทุยๆที่เอนเอียงมาซบหาไออุ่นดั่งลูกแมว เส้นผมที่แต่ก่อนสากมือเพราะสีผมที่ย้อมทุกเดือนตอนนี้กลับนุ่มขึ้นถนัดตา สีที่เคยเป็นโทนสีโคล่ากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำแซมน้ำตาลเข้ม

 

 



ไปทำอะไรกับผมมา?!’

 

ย้อมแล้วก็ตัดนิดหน่อยเสียงหวานหูกลายเป็นแหบแห้งจนน่ากลัวว่าไอออกมาแล้วจะมีฝุ่นผง

 

ไม่เลยสักนิด!ไอ้เพื่อนเวรนี่ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนสีผมมาตั้งแต่ปี 1 เริ่มย้อมพร้อมกันทั้งหมู่คณะ 4 แฝด ไปๆมาๆกลับย้อมกลับเป็นสีสมัยวัยละอ่อน!?

 

เงาดำเคลื่อนตัวมาทางด้านหลังอาจเป็นตัวอธิบายคำตอบให้คลายความสงสัย แต่แล้วก็ต้องตะลึงหนักมากกว่าเก่าเมื่อไอ้พี่คนโตที่เป็นหัวโจกเรื่องรสนิยมสีเดียวใช้ถึงหัวหงอกกลับย้อมสีดำ!!!

 

 

ดำปิ๊ดปี๋ ดำเหมือนขนอีกาดำ!

 


พวกมึง กูขอคำอธิบาย

 


“…………” ลู่หานไม่พูด เดินหนีเข้าห้องเรียนไปนั่งหลังห้องโต๊ะตัวริมสุด มนุษย์หัวดำอีกคนปิดปากเงียบสนิทแล้วเดินตามพี่ชายต้อยๆ

 


ชานยอลและคยองซูรับรู้ถึงความผิดปกติได้ตั้งแต่ตอนนั้น



40%



มันเริ่มจากตอนนั้น กลุ่มที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโวยวาย เสียงหัวเราะ แปรสภาพเหลือเพียงเสียงหัวเราะเจื่อนๆและบรรยากาศอึมครึมเหนือหัวพวกเขา

 

 

 

ลู่ฮานไม่ใช่เด็กหัวรุนแรง แต่ติดนิสัยเมื่อความรู้สึกเกินกักเก็บ สติที่เหลือเพียงไม่มากจะขาดหายและชั่ววูบเดียวของในมือจะถูกขว้างไปโดยไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้สึกตัว ไม่รับรู้ถึงการกระทำ

 

คยองซูเคยเห็นเพื่อนสนิทเป็นแบบนี้เมื่อนานมาแล้วในวัยที่พวกเรายังขาดการยั้งคิด สติและใช้อารมณ์ในการตัดสิน

 

 

ขาไม่รู้ที่มาที่ไปแน่ชัดนักถึงต้นเหตุที่แท้จริงในการหล่อหลอมตัวลู่ฮานให้เป็นเช่นนี้

 

 


เขารู้ในสิ่งที่เขาอยากจะรู้

 

 

และสิ่งที่เขารู้ เขาก็คิดว่ามันก็มากเกินไปสำหรับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง

 

 

 

พี่น้องสกุลลู่ เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกช่วยเหลือออกมาจากศูนย์แพทย์โดยครอบครัวโอ เด็กน้อยที่ยังไม่สามารถรู้เรื่องราวได้มากกลับถูกจับมาเป็นหนูทดลองหลังจากผู้เป็นแม่เสียชีวิตทันทีหลังคลอดทั้งสามออกมา

 

 

และลู่ฮานเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกทดลองในศูนย์วิจัยห่าเหว

 

 

 

ถูกปลูกฝังมาโดยความรุนแรงของนักวิทยาศาสตร์ผู้โลภมากที่ต้องการเปลี่ยนความคิดเด็กให้เป็นเพียงเครื่องจักรสังหารวัยละอ่อน

 

 

 

โชคดีที่ลู่หานพาหนีออกมาได้

 

 

 

วันนั้นฝนตกลู่ฮานตัวสั่นงั่นงกนั่งคุดคู้อยู่ในอ้อมกอดพี่ชาย ในวงแขนมีน้องชายคนเล็กที่นอนหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

 

 

 พวกเขาถูกช่วยโดยหญิงสูงอายุ ลืมตาอีกครั้งเห็นเพดานสีขาว เตียง และสายระโยงระยาง 

 

 

 

บรรยากาศที่เกลียดแสนเกลียดไม่ได้ทำให้เขาหุบยิ้ม

 

 

 

ยามที่เห็นน้องชายนอนอยู่บนเตียงถัดไปทั้งสองคน

 

 

 

ไม่กี่วันหลังจากนั้นเด็กน้อย 3 คนก็ได้รับการช่วยเหลือ

 

 

เวลาผ่านไปอดีตถูกทิ้งไว้ พวกเราต่างเติบโต เดินตามเส้นทางที่สมควรจะเป็น

 

 

 

แต่แผลที่อยู่ภายในใจกลับไม่ถูกลบเลือนไปดั่งความทรงจำ

 

 

 

ลู่ฮานจะเผลอรุนแรงทุกครั้งยามเมื่อสมองหลั่งสารพิเศษซึ่งกระตุ้นอารมณ์ในก้านสมองมากจนไม่อาจกักเก็บ

 

 

 

ความรุนแรงความเจ็บปวดความสูญเสีย

 

 

 

นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาถูกยัดเยียดเข้ามาในสมอง จิตใต้สำนึก

 

 

 

 

ลู่หานตัดสินใจบอกเขาและชานยอลในวันที่ท้องฟ้าสีดำสนิท ห่าฝนตกลงมาอย่างหนักจนกลบเสียงเพลงที่เปิดคลอ ทุกสิ่งหยุดนิ่ง เราสองคนหยุดหายใจ แก้วเหล้าในมือเย็นเชียบ ความคิดเรื่องที่จะต่อว่าลู่ฮานหลังโดนปาของใส่นั่นปลิวหายไปทันที

 

 

ความสงสารเข้ามาแทนที่ และผันแปรเป็นความรู้สึกซื่อสัตย์ต่อเพื่อนสนิทคนนี้อย่างแท้จริง

 

 

 

 

ติ๊ง

 

 

 

ข้อความแสดงให้เจ้าของเครื่องเห็น ผู้รับสารขมวดคิ้ว อีกมือลูบหัวทุยเบาๆ อีกมือที่ว่างสไลด์หน้าจอพิมพ์ตอบกลับมือเดียวอย่างชำนาญ

 

 

ไม่นานอีกฝั่งข้อความก็เด้งขึ้น ความไม่พอใจแล่นริ้ว เสียงฮึดฮัดดังข้างหูเด็กน้อยขี้แย เงยหน้ามองทั้งที่น้ำตายังเปรอะทั่วใบหน้า จมูกขึ้นสีแดง ตาแดง แก้มแดง ปากแดง ดูฉ่ำๆเหมือนมะเขือเทศสุกควรค่าแก่การกัด

 

 

 

 

คยองซูดึงลู่ฮานให้ลุกขึ้น จับแขนเล็กและดึงไปที่โรงอาหาร

 

 

 

 

ทุกอย่างยังปกติดี

 

 

 

 

เพียงแค่เพื่อนสนิทตาโตติดธุระนิดหน่อยเลยกลับบ้านด้วยกันไม่ได้แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา

 

 

 

ครืน

 

 

ปัญหาอยู่ที่ท้องฟ้าซึ่งไม่เป็นสีฟ้า

 

 

ท้องฟ้าเหมือนกำลังเสียใจ

 

 

เสียใจไม่ต่างจากเขา

 

 

ผมเกลียดฝนโคตรจะเกลียดมันมันหนาวและเปียก

 

เย็นและน่ากลัว

 

ถ้าไม่จำเป็นสาบานได้ว่าผมจะไม่ก้าวขาออกจากห้องนอนสีเหลืองของผม

 

 

ไม่ไม่มีทางซะหรอก

 

 

 

แต่ดูเหมือนวันนี้ผมจะดวงไม่ดี

 

 

ฝนดันตกในเวลาที่ลู่เกอไม่อยู่

 

 

 

แปะแปะ

 

 

อา…”

 

ริมฝีปากเม้มแน่น เอื้อมมือออกไปรองน้ำฝน

 

 

 

ฝนเม็ดใหญ่ ตกแรงและมันต้องกระแทกผิวหนังจนคันแน่ๆ

 

 

 

แน่นอนเขาจะไม่ออกจากคณะจนกว่าฝนจะหยุดตก

 

 

มันก็แค่หยดน้ำที่ตกลงมาจากท้องฟ้าตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง

 

 

มาพร้อมลมฝน

 

หนึ่งหยดสองหยดสามหยด

 

 

เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมือเล็กๆนั่นเปียกไปหมด

 

 

แบมือออก

 

 

น้ำที่อยู่ในอุ้งมือไหลลงสู่พื้นถนน

 

 

 

มันเกิดจากแรงโน้มถ่วง

 

 

บางที ดวงตาของเขาก็คงเหมือนท้องฟ้าในตอนนี้

 

 

ดึงน้ำในร่างกายมาใช้และสร้างให้กลายเป็นหยดกลมๆ

 

 

 

 

และไหลลงตามแรงโน้มถ่วงพร้อมเม็ดฝนสีเทานั่น

 

 

 

 

ผมขอยืนยันเสียงเดิม

 

 

 

I xing hate rain season

 

 

 

 

แต่ก็นั่นแหละอะไรที่มันย้อนแย้งมนุษย์ย่อมชอบกระทำ

 

 

 

ผมยืนอยู่กลางถนน ตัวเปียก ผมเปียก เปียกแม่งทั้งตัวถึงขนาดที่นิ้วเท้ายังเปียก

 

 

 

และมันก็ถึงจุดอิ่มตัวของน้ำในกระบอกตา

 

 

 

ผมทรุดลงทำตัวเหมือนนางเอกเอ็มวีงี่เง่า ยกมือขึ้นปิดหน้า ปิดตา ความเย็นแทรกผ่านง่ามนิ้ว ปะปนไปกับความอุ่นที่ล้นทะลักออกมาจากก้นบึ้งความรู้สึก

 

 

  ไม่เคยคิดว่าความรู้สึกพวกนี้จะตื้นยิ่งกว่าอะไร บอบบางยิ่งกว่าแก้ว เปราะง่ายยิ่งกว่าแผ่นพิงเกิ้ล

 

 

 

ฮึก…”

 

 

ไม่ไหวก้อนสะอื้นกระแทกคอหอย กระบอกเสียงส่งออกมา ตัวผมสั่น อาจเพราะหนาวหรือเพราะกำลังร้องไห้ก็ไม่แน่ใจ

 

 

โชคดีที่ไม่มีใครแถวนี้หรือในเวลานี้ ไม่งั้นพวกเขาคงงงที่ผมมานั่งยองๆโง่ๆอยู่กลางถนน

 

 

 

ซ่า…!!!

 

 

ผมชูแขนเหนือหัว กำมือเป็นกำปั้นยามท้องฟ้าปล่อยน้ำพวกนี้ลงมามากกว่าเดิม

 

 

และชูนิ้วกลางใส่ท้องฟ้าโทษฐานที่แกล้งผม

 

 

 

เขาไม่ผิดหรอกนะ”  มีเสียงผู้ชายแทรกเข้ามาในหู

 

 

 

ซ่า!

 

 

       เขาที่ว่าคงเป็นเขาที่ทำให้ผมเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำ

 

 

 

แต่ก็ใช่ เขาไม่ผิด ผิดที่ผมเอง ผมเองที่ยอมโดนเขาประทุษร้าย

 

 

 

 

ถ้าตากฝนแบบนี้จะไม่สบายได้นะครับถึงอย่างนั้นเสียงฝนก็ไม่ได้กลบคำพูดที่แทรกได้

 

 

เสียงนุ่มละมุน มันทุ้มต่ำ ดูสุภาพถ่อมตน

 

 

เป็นเสียงที่เขาชื่นชอบ แม้บางครั้งจะทำให้เหมือนล่องลอย

 

 

แต่เสียงนี้ก็ฉุดให้ตกลงมากระแทกพื้นดินจนเจ็บร้าวทั้งสรรพสางร่างกาย

 

 

ลามไปก้อนเนื้อนอกเหนือคำสั่ง

 

 

 

ลู่ฮานหยุดนิ่ง ไม่เงยหน้า หยุดร้องไห้ ปล่อยให้ฝนสาดอยู่แบบนั้น

 

 

ถึงจะอยากหันไปหาแค่ไหน ถามเหตุผลว่าทำไมแต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญความจริง

 

 

ไม่รู้เหมือนกันทำไมรู้สึกแค่ว่ากำลังอ่อนแอ

 

 

 

 สายน้ำที่ไหลลงพาความกล้าน้อยลงทุกที

 

 

ร่างกายสูงใหญ่ย่อตัวลงข้างๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบไปตามร่างกาย ผมสีน้ำตาลแนบลู่ไปตามโครงหน้า สายตาจดจ้องเด็กน้อยผู้แสนอ่อนแอ

 

 

 

อ่อนแอไม่ต่างจากเขา

 

 

 

เขาก็ไม่ชอบหน้าฝนแต่แค่น้อยกว่าเด็กข้างๆ

 

 

 

วันนั้นพี่เห็นใครบางคนอยู่ในร้านเหล้าจงอินเปิดปากพูด เสียงไม่ดังแต่ชัดเจนพอให้ก้อนกลมๆข้างกายได้ยิน

 

 

พี่ไม่ชอบเข้าร้านแบบนั้น มันอึดอัด น่ารำคาญ วุ่นวายและเสียเวลาที่สุดลู่ฮานลดมือลงจากใบหน้า ปลายจมูกแดงรั้น

 

 

พี่เกลียดความวุ่นวายคิม จงอินพูดต่อ ลูบหน้าเมื่อหยดน้ำกระทบม่านตา

 

 

ลู่ฮานหันหน้ามามองเขา

 

ไม่มีรอยยิ้มให้  เช่นเดียวกับเขา

 

 

 

เราต่างรู้ดีถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ

 

 

 

มันเหมือนแมลงวันที่ชอบบินส่งเสียงรบกวนในหู และในตอนนั้น…” เด็กน้อยเม้มปาก ท่าทางเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ

 

 

จงอินเอื้อมมือสั่นเทาไปลูบแก้มนิ่ม

 

 

พี่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย แต่พี่ก็ไม่เข้าใจทำไมในความวุ่นวายพี่ถึงพอใจที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น

 

 

ความอุ่นชื้นตรงโคนนิ้วนั่นทำเอาจงอินหน้าเสีย

 

 

เขาสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะเข้มแข็งไม่อ่อนแอให้เด็กวิศวะเห็น และเชื่อใจว่าเขาจะเป็นคนรักที่ดี

 

 

ที่สามารถปกป้องได้

 

 

แต่ตอนนี้เขาผิดคำสัญญากับตัวเอง

 

 

นักศึกษาแพทย์ปล่อยผ่านหยดน้ำที่ขอบตา ปล่อยให้มันไหล ปล่อยพร้อมคำพูดมากมาย

 

 

 

พี่พอใจถ้ามันคุ้มค่ากับการรอ

 

 

และพี่เห็นเราไม่สิเห็นคนที่เหมือนเราจูบกับคนรักซึ่งพี่ พี่เสียใจ

 

 

โมโห โกรธ ผิดหวัง เสียใจ

 

เหมือนอกหัก…” จงอินเล่าต่อไม่ขาดตอน และทุกคำพูดยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้สั่นไหวกว่าเดิม

 

 

ลู่ฮานก้มหน้า ความอุ่นดั่งแสงแดดส่งผ่านฝ่ามือหนาส่งผลให้แนบเนื้อแก้มลงไปมากกว่าเดิม

 

 

พี่กินเหล้าเผื่อมันจะทำให้พี่หาย กินเหมือนกินน้ำ กินเพื่อลบ กินเพื่อลืม…”

 

 

แต่ยิ่งกินพี่ก็ยิ่งเห็นภาพนั้น…” จงอินหายใจสะดุดยามที่ได้สบแก้วตาใส

 

 

คิดถึงคิดถึงเหลือเกิน

 

 

คุณเลยนอนกับคริสตัลงั้นเหรอ?” ใบหน้าหวานเงยขึ้น ดวงตาแดงก่ำ แววตาสั่นไหว ความฉ่ำวาวในม่านตานั้นฉายแววผิดหวัง

 

 

สรรพนามห่างเหินกระชากความหวังริบหรี่มอดดับรวดเร็วยิ่งกว่าราดน้ำใส่ไฟ

 

 

ใช่

 

 

 

 

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายแต่มันสามารถฆ่าคนให้ตายได้

 

 

 

 

พลั่ก!!!

 

 

 

ชั่ววูบเดียว กำปั้นกระแทกเข้าสันกราม โลกหมุนคว้าง ร่างกายเสียหลัก แขนขวากระแทกพื้นและรับน้ำหนักทั้งร่าง

 

 

 

ซ่า!!!

 

 

 

ทำไมทำไมไม่ถามผม!!!” ยังไม่ทันที่จะลุกขึ้นมาตั้งหลัก ก็มีร่างโปร่งขึ้นคร่อม กระชากคอเสื้อแล้วแผดเสียงใส่หน้าเขา

 

 

เป็นลู่ฮานที่เขาไม่เคยเห็นและรู้จัก

 

 

ขอโทษ…”

 

 

พลั่ก!!!!หมัดลุ่นๆกระแทกสันกรามจงอินอีกรอบ คราวนี้มันร้ายแรงกว่าเดิม

 

 

 

แต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยผ่าน

 

 

 

ตกใจเหมือนกันแต่ก็รู้มาตลอดว่าที่ผ่านมาเด็กน้อยเป็นผู้ชายแท้ ไม่ใช่ผู้ชายแนวนั้น

 

 

 

วันนั้นโทรไม่ติด…”

 

 

กึก

 

 

มือที่กำเสื้อชะงัก เปลือกตาปิดลง ผ่อนลมหายใจระงับสติ

 

 

 

ขอโทษ…”

 

 

ลู่ฮานกัดปากจนรู้สึกถึงความคาวตรงปลายลิ้น

 

 

ขอโทษที่นอนกับเขา…”

 



พลั่ก!!!

 

 


ขอโทษแล้วมันหายมั้ยวะ?!ความโกรธแล่นริ้วขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคนั่น ความหนาวไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลงเลยสักนิด

 


 

ขอโทษ…”

 

 

พลั่ก!!!

 

 

ใบหน้าคมคายสะบัดไปตามแรงกระแทก มุมปากห้อเลือด มันเจ็บจี๊ดทุกคราที่เปิดปาก

 

 

ขอโทษที่ไม่ฟังเหตุผล…”

 

 

 

พลั่ก!!!

 

 

อึกขอโทษที่ไม่เชื่อใจ…”

 

 

 

ลู่ฮานหอบตัวโยน ก้มหน้าซุกแผงอกตรงหน้า ปล่อยโฮอย่างลืมอาย

 

 

 

ขอโทษ!”

 

 

สัมผัสนุ่มหยุ่นที่ริมฝีปากทำเอาจงอินหยุดหายใจ

 

 

ความร้อนแผ่ซ่านขนอ่อนลุกชูชัน

 

 

จะหาว่าลู่ฮานใจง่ายก็คงไม่ผิดนัก แค่คำขอโทษโง่ๆคำเดียวทำให้ความขุ่นเคืองปลิวหายไปกับสายลม

 

 

ความรักของเราสองคนเป็นเรื่องแปลกใหม่ยิ่งกับหมอจงอินผู้ซึ่งไม่เคยรู้จักสิ่งใดนอกจากตำราเรียนและความฝันสูงสุดในชีวิตอย่างการเป็นหมอ

 

 

เขาเข้าใจแม้มันจะเจ็บปวดแต่นั่นทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

 

 

และเขาให้อภัยยกโทษให้คนผิดที่ทำเพราะความรัก

 

 

 

ไม่สิ

 

 

 

เขาให้อภัยเพราะคนตรงหน้าคือคิม จงอินต่างหาก

 

 

 

ก้อนเนื้อที่อกซ้ายขยับเต้นกระหน่ำจนเจ็บไปหมด

 

 

เต้นแรงเท่ากับก้อนเนื้ออีกฝ่าย

 

 

 

จงอินหยัดกายขึ้นด้วยแรงที่เพิ่มขึ้นจนน่าใจหาย โอบเอวคอดที่นั่งทับต้นขา เอียงหน้ารับเลียวลิ้นที่แทรกเข้ามาอย่างอุกอาจ

 

 

 

ฝนเริ่มซาเมฆครึ้มเคลื่อนไหวเปลี่ยนทิศ

 

 

ทั้งสองร่างผละออก กอบโกยลมหายใจเข้าปอด

 

 

เป็นอนาคตแพทย์แนบหน้าผากลงที่หน้าผากกลมมน หลับตาฟังเสียงหยาดฝน

 

 

กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

 

 

ให้โอกาสพี่ได้มั้ย…”

 

 

ลู่ฮานพยักหน้า

 

 

 

คบกับพี่นะลู่ฮาน

 

 


ถ้าเราป่วยพี่จะต้อง ฮึก รักษาเราฮึก ด้วย

 

 

ได้ ได้สิ

 

 

 

เมฆก้อนหนาสีเทาน่ากลัวหายไปแล้ว

 

 

 

 

เหลือเพียงท้องฟ้าสีชมพูและแสงแดดตกกระทบไอน้ำในอากาศ

 

 

 

 

สายรุ้งได้ก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าเป็นวงกว้าง

 

 

พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าคนสองคนบนถนน

 

 

 

 

 



SPE;

 

 

นัยน์ตากวางมองสองร่างตรงหน้านิ่ง  ผมสีอีกาดำชื้นหยดฝน กอดอกพิงเสาต้นใหญ่ใต้ตึกวิศวะ

 

 

อย่าทำให้น้องชายฉันร้องไห้อีกคิม จงอิน

 

และฉันขอสั่งให้นายรักษาลู่ฮานในฐานะหมอประจำตัวเขา เข้าใจมั้ย?’

 

 

ครับ จงอินเหยียดยิ้มมุมปากแม้จะรู้สึกจุกตรงหน้าท้องไม่น้อย แรงชกนักเรียนวิศวะไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย

 

 

แต่คำอนุญาตของพี่ใหญ่บ้านลู่ก็ทำให้เขาสามารถยิ้มออกมาได้เต็มปาก

 

           

 

เหอะ

 

 

 

เบนหน้าหนีสายฝนเปาะแปะ  ลู่หานเดินจากเสาต้นใหญ่ใต้ตึก เดินยาวมาสุดโถง

 

 

สองขาหยุดเดิน มองแขกไม่ได้รับเชิญด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

 

 

หลบไปบยอน แบคฮยอน”          

 

 



 

 

Writer Talkative

;-; เขียนจบเรื่องแรกเลยค่ะ จะร้องไห้ ปริ่มมากอ่ะ แงงงงงง ขอบคุณนักอ่านทุกท่านนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ด้วยจริงๆ แล้วพบกันในฤดูฝน<3


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น