Luhan Story in Little Galaxy

ตอนที่ 4 : Summer Season I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 พ.ค. 60

Season Twins


 

My Summer season


 


Yellow + Pink = Happiness Tone



 

 

ลู่ฮาน ลู่ฮาน!”  เสียงตึงตังดังขึ้นมาจากหน้าประตูก่อนจะเคลื่อนย้ายมาที่ข้างเตียง แรงยวบลงอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงแขกผู้มาเยือนห้องนอนที่มีคนนอนอยู่

 

อะไร อะไร!” ร่างบางที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาดีดตัวขึ้นมานั่งตัวตรงทันทีที่ได้ยินเสียงที่คล้ายคลึงกับเขาเรียกชื่อ เสียงหวานติดแหบเล็กๆเพราะพึ่งตื่น เส้นเสียงยังคงทำงานไม่เต็มที่นัก

 

หน้าร้อนแล้ว เช้านี้หน้าร้อนแล้วเสียงหวานเอ่ยเจื้อยแจ้วหลังจากที่เมื่อกี้ตนได้ไปสำรวจอากาศยามเช้ามา

 

ว้าว แสงแดด แสงแดดร่างเล็กเหยียดยิ้มกว้างเสียจนดวงตากลมโตหยีเล็กลง  เหมือนกระจกก็ไม่ปานเมื่อร่างเล็กอีกร่างตรงหน้าก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ดวงตาพราวระยับไปด้วยความตื่นเต้นสำหรับฤดูกาลใหม่ในปีนี้

 

ลงกันเถอะ สายแล้วละเสี่ยวลู่ลุกออกจากเตียงหนานุ่มสีน้ำทะเล เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ แหวกผ้าม่านสีน้ำเงินกำมะหยี่ออกจากกันให้แสงแดดสีส้มอ่อนในยามสายของวันสาดส่องเข้ามาภายในห้องสีน้ำทะเล

 

   เสี่ยวลู่รวบผ้าม่านทั้งสองฝั่ง จัดการเปิดหน้าต่างทั้งสองบาน ทันทีที่เปิดอ้าบานกระจกออกจากกัน ลมอุ่นปะทะใบหน้าหวาน กลิ่นใบไม้ ต้นไม้ แสงอาทิตย์ กลั่นกันเป็นลมอุ่นในยามสายของวันนั้นเป็นสิ่งที่ลู่ฮานโปรดปรานที่สุด ทุกครั้งที่เจ้าตัวแสบลู่ฮานได้กลิ่นหรือได้สัมผัสกับลมอุ่นเช่นนี้ เหมือนทุกสิ่งอย่างรอบตัวที่รุมเร้า หน้าที่การงาน ความลำบากและเจ็บปวดมากมายมันได้หายไปเหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นของแสงแดดในแต่ละวันท่ามกลางต้นหญ้าสีเขียวและดอกเดซี่ ต้นไม้ใหญ่อายุเท่ากับเขาหลายสิบต้น   มันเปรียบเสมือนสวรรค์น้อยๆของเขา

 

   เด็กน้อยลู่ฮานสลัดผ้าห่มผืนโตทิ้ง กระโดดลงจากเตียงวิ่งไปหาแฝดน้องที่อายุห่างจากเขา 2 นาที แทรกตัวเข้าช่องว่างระยะห่างของตัวเสี่ยวลู่และขอบหน้าต่าง ลมอุ่นหน้าร้อนพัดผ่านฝาแฝดทั้งสองผ่านเข้าไปในห้องนอนบรรยากาศอึมครึมให้กลับกลายเป็นความอบอุ่นในฉับพลัน  ลู่ฮานหลับตาพริ้มรับลมอุ่น หน้าม้าสีน้ำตาลอ่อนโคคาโคล่าขยับบางเบาไปตามแรงลม  เป็นสัญญานการเริ่มต้นวันใหม่ของลู่ฮานที่ดีในวันนี้

 

หน้าร้อนปีนี้มาถึงแล้ว


 

 


 

หานเกออย่าแย่งขนมปังเรา!!!” ลู่ฮานแหวเสียงดังลั่นห้องครัวพ่วงห้องกินข้าวไปในตัวเมื่อลู่หานหยิบขนมปังปิ้งของเขาไปหน้าตาเฉยทั้งๆที่เมื่อกี้พึ่งกินหมดไป 2 แผ่น

 

เฮ้ย!ฮานฮานอย่าจิ้มไข่ดาวเกอ!!!”  พี่ใหญ่สุดของบ้านตกใจสุดขีดเมื่อน้องที่อายุห่างจากเขา 7 นาทีใช้ส้อมจิ้มเข้าใจกลางหัวใจไข่ดาว ซ้ำร้ายยังกระชากส้อมออกมาจนไข่แดงทะลักไหลย้อยเต็มไข่ขาว

 

โถ่ความภูมิใจของกู

 

      ลู่ฮานหัวเราะคิกคักกับภาพตรงหน้า  ลู่หานนั่งมองไข่แดงที่ไหลออกจากใจกลางด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง  ต่างจากร่างสูงที่สุดของบ้านผู้ซึ่งกำลังนั่งทาแยมกุหลาบสตรอเบอร์รี่ให้อีกคนที่นั่งขนาบกันติดเป็นปาท๊องโก๋ รวมทั้งสร้างขอบเขตสีชมพูกีดกันให้ทั้งเขาและหานเกอไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้

 

    เซฮุนหันมามองพี่ใหญ่ที่นั่งทำหน้าเหมือนกวางป่วย  ส่ายหน้าอย่างระอาใจแถมยังมีหัวเราะในลำคอตบท้ายกับภาพตรงหน้า ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจทาแยมบนขนมปังในมือต่อโดยมีเสี่ยวลู่นั่งถือกล่องนมจืด จดจ้องการกระทำของร่างสูงพร้อมทั้งพิงหัวไหล่อยู่ข้างๆ

 

   ทำหน้าป่วยได้สักพักพี่ใหญ่สุดของบ้านยกจานเปล่าไปที่หน้าเครื่องปิ้งขนมปัง ทิ้งให้ลู่ฮานนั่งเกลี่ยไข่แดงในจานอีกฝ่ายไปมา  ผ่านไปสักพักลู่หานเดินกลับมาพร้อมขนมปังปิ้งขอบไหม้สองแผ่นในจานกระเบื้องสีขาวสะอาดตา หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม เอื้อมมือไปหยิบขวดแยมองุ่นกับเนย จัดการทาเสร็จสรรพแล้วป้อนใส่ปากกวางแสบที่ยิ้มแก้มปริอยู่ข้างๆ  ลู่หานไม่ใช่คนที่ทำอาหารเก่ง กระทั่งขนมปังยังปิ้งไหม้ แต่ทุกครั้งที่เขาทำอาหารไม่มีใครปฏิเสธหรือปริปากบ่นเลยสักครั้ง แฝดทุกคนภายในบ้านล้วนแล้วแต่ทานกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนอาหารจานนั้นมาจากภัตตาคาร  โดยเฉพาะลู่ฮานที่ดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษ

 

ขนมปังไหม้กับเวลาต้อนเช้าในหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาวเป็นอะไรที่เข้ากันที่สุดแล้ว

 

   ลู่หานยิ้มบางให้น้องชายที่หน้าตาพิมพ์เดียวกัน แตกต่างกันที่รูปร่างและสีผม  ยกมือหนาขึ้นไปยีผมสีโคคาโคล่าที่แสนภูมิใจของเจ้าตัวเบาๆ ลูกกวางตัวแสบหลับตาพริ้ม เอียงหัวไปทิศทางของฝ่ามืออุ่น ทิ้งน้ำหนักของศรีษะลงไปตามแรงโน้มถ่วงโลก เอนเอียงพิงเข้าที่ลาดไหล่กว้าง 45 cm. อย่างเคยชิน  ประสาทรับรู้ได้กลิ่นจากผู้เป็นพี่ กลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่วานิลลาที่ลู่ฮานชอบใช้บวกกับกลิ่นไหม้นิดๆแซมกลิ่นกาแฟดำในยามเช้าทำให้ลู่ฮานรู้สึกเหมือนกำลังถูกโอบอุ้มโดยลมอุ่นที่มาจากประตูหลังบ้าน เสียงลมดังผะแผ่วเปรียบเสมือนเพลงในกล่องดนตรีที่เขาชอบฟังในตอนเด็ก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กำลังขับกล่อมให้ลู่ฮานเคลิ้มไปกับองค์ประกอบรอบข้าง  ดวงตาหนักอึ้งจนไม่สามารถลืมได้อีกต่อไป สติเริ่มเรือนลางไม่จดจ่อกับสิ่งใดๆอีกต่อไป พลันเสมือนทุกอย่างจะเงียบลงมีเพียงเสียงลมและความรู้สึกอบอุ่นในจิตใจที่ยังขับกล่อมให้กวางแสบเข้าสู่ห้วงนิทราในยามสาย

 

     ลู่หานนั่งอ่านข่าวในมือถือพลางลูบหัวอย่างเบามือ กล่อมกวางแสบที่ตอนนี้สิ้นฤทธิ์ให้หลับฝันดี ไม่คิดจะปลุกหรือขัดขวางห้วงนิทราในหนึ่งตื่น วันนี้เป็นวันหยุดและเป็นปกติที่ลู่ฮานจะอยู่กับเขา เสี่ยวลู่ชี้มาทางฝาแฝดลู่ให้เซฮุนดู เซฮุนเงยหน้าจากขนมปังที่ถูกกัดไปแล้วครึ่งแผ่น  เผยยิ้มกับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

 

                หากองครักษ์ของเสี่ยวลู่คือเซฮุนแล้ว องครักษ์ของลู่ฮานก็คงเป็นหานเกอคนนี้

 

  น้องเล็กของบ้านเบนหน้ากลับไปฉวยโอกาสสูดดมกลิ่นแป้งเด็กตรงแก้มนิ่มเต็มฟอดแล้วหันกลับไปกินขนมปังหน้าตาเฉย  สร้างเสียงหัวเราะเล็กๆให้กับทั้งลู่หานและเซฮุนเมื่อเสี่ยวลู่หน้าแดงแปร๊ดจนน่าดึงมาจับฟัดอีกรอบ

 

 

   ในหนึ่งวันหยุดที่แสนธรรมดาภายในบ้านหลักเล็กในฤดูร้อนกำลังถูกเติมเต็มไปด้วยความอบอุ่นของพี่น้องพิมพ์เดียวกัน 4 คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มึงว่า มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ในโลกนี้จะมีคนเจอรักแรกพบวะนักศึกษาชายตัวผอมผมดำเอ่ยปากถามเพื่อนที่นั่งด้วยกันบนโต๊ะหินอ่อนตรงข้าม

 

 

 

ไม่รู้อีกฝ่ายตอบกลับในทันทีที่คำถามจบ ไม่แม้แต่จะชะงักหรือคิดทบทวนคำถาม เหมือนเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่เขาจะตอบได้

 

 

 

        จงแดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในมือหมุนปากกาไปมา สำหรับเขาในตอนนี้ไม่จ่างอะไรกับคนที่ตกหลุมอะไรสักอย่าง มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ตัวเขาเผลอสบตากับเด็กคณะสถาปัตย์คนหนึ่งเข้าอย่างจังระหว่างซื้อกาแฟในเซเว่น และนั่นทำให้เขาตระหนักถึงกลไกการทำงานของหัวใจที่ผิดแปลกไป

 

 

 

      และนั่นเป็นปัญหาที่เขาต้องการคำตอบ โดยผู้ที่เขาต้องการปรึกษามากที่สุดในตอนนี้คือเพื่อนสนิทอย่างคิม จงอิน นักศึกษาแพทย์ผู้มีเหตุผลและหลักการมากที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมาในชีวิต

 

 

 

เอาดีๆ ขอแบบจริงจังได้ป้ะ นี่ก็เพื่อนมั้ยวะ วันๆใจคอมึงจะอาแต่ก้มหน้างมหาหอยในหนังสืออย่างเดียวไง

 

 

 

หอยที่ว่าก็คือสิ่งที่มึงใช้สอบรึเปล่าจงแดผมเงยหน้าจากแผ่นกระดาษสีขาวซึ่งถูกเติมเต็มด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน สีแดง สีดำเต็มไปหมด

 

 

 

ก็ใช่ เข้าประเด็นนะ คือกูว่าตอนนี้กูกำลังมีความรักว่ะชายหนุ่มผมดำจ้องผมด้วยความหวังว่าผมจะช่วยอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง

 

 

 

อืม…” ผมครางรับในลำคอ

 

 

 

เพราะงั้น กูอยากถามว่ามึงคิดว่าบนโลกนี้จะมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่คนจะเจอรักแรกพบพูดต่อด้วยสายตาเปี่ยมหวังที่ล้นปรี่ มันจะรู้ไหมว่าเพื่อนที่มันกำลังถามไม่เคยมีความรู้เรื่องความรักเลยสักครั้ง

 

 

 

กูไม่รู้ตอบด้วยความสัตย์จริง ในตอนนี้นอกเหนือจากเนื้อหาในชีทแล้วสมองผมไม่สามารถประมวลผลอะไรได้อีก

 

 

 

“…………” จงแดทำหน้าซังกะตายก่อนแล้วบ่นงึมงำเป็นภาษาห่าเหวอะไรซักอย่างที่ผมไม่เข้าใจ

 

 

 

   ผมลุกขึ้นเต็มความสูง ชี้มือไปที่แก้วกาแฟว่างเปล่าบนโต๊ะแทนคำพูดใดๆ จงแดพยักหน้าแล้วก้มหน้าอ่านชีทในมือต่ออย่างตั้งใจ

 

 

 

       ผมเดินไปตามฟุตบาธข้างถนนในมหาวิทยาลัยยามเย็น  นักศึกษาหลายคนเดินไปมาเรื่อยเปื่อย บางคนบ้างเร่งรีบ บางคนบ้างทอดน่องเดินเช่นผม  ท้องฟ้าสีเหลืองมัสตาร์ดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพูทีละนิดตามดวงอาทิตย์ที่เริ่มตกลงผลัดเปลี่ยนเวรยามกับพระจันทร์สีขาวนวลพร้อมดวงดาวผู้ซื่อสัตย์ผู้อยู่เคียงข้างพระจันทร์ตลอดทุกค่ำคืน

 

 

 

 

 

มึงว่า มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ในโลกนี้จะมีคนเจอรักแรกพบวะ

 

 

 

 

 

คำถามของเพื่อนสนิทวกเข้ามาในโสตประสาทผมอีกครั้งระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าไปในร้านกาแฟไร้ชื่อซึ่งเต็มไปด้วยนักศึกษาหลากหลายคณะ

 

 

 

เรื่องของความรักเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและค่อนข้างย้อนแย้ง ซับซ้อน วุ่นวาย และไม่น่ายุ่งด้วย  เพราะงั้นผมถึงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับมัน  ใครต่อใครหลายคนเพ้อฝันว่าความรักนั้นเป็นสิ่งสวยงามแต่ท้ายที่สุดมันกลับทำลายตัวตนได้อย่างน่าสงสาร  ซึ่งผมมองว่ามันเป็นความเหลวแหลกที่ย่ำแย่พอๆกับการเข้าผับบาร์และเสพยาเสพติด

 

 

 

 คนเรามีทางเลือกมากมายในชีวิต  แค่มีภูมิคุ้มกันและป้องกันตัวจากภายนอก ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตนเองไปตามความรู้สึกซึ่งมันย้อนแย้งตัวตน

 

 

 

ความเป็นจริงแล้ว ใดๆในโลกล้วนแล้วแต่มีความเหลวแหลกกันทั้งนั้น เพียงแต่มันจะเป็นความเหลวแหลกแบบไหน

 

 

 

ปัจจุบันสังคมที่สวยหรูกลับซ่อนความเน่าเฟะไว้ได้อย่างแนบเนียนเสียจนรู้สึกเอียนเหมือนคลื่นเหียนเล่นงานความรู้สึก

 

 

 

ผมประจักษ์ความจริงข้อนี้ตอนที่เพื่อนผมในเซคคนหนึ่งเดินจูงมือผู้หญิงคนหนึ่งที่เมื่อวันก่อนหล่อนจูบกับผู้ชายอีกคนหลังตึกอักษรศาสตร์อย่างดูดดื่มไม่อายฟ้าอายดิน ซ้ำร้ายเจ้าหล่อนยังบอกว่ารักและคิดถึงผู้ชายหลังตึกคนนั้นเสียใจแทบขาด

 

 

 

 

 

คนเรามักตระหนักว่าแท้จริงแล้วตัวตนของคนเรามักย้อนแย้งกับสิ่งที่เผยออกมาจากข้างใน

 

 

 

แต่บางทีความย้อนแย้งจากภายในกลับเป็นสัดส่วนที่พอดีอย่างน่าประหลาดเมื่อบรรจบพบเจอกับความซื่อตรง

 

 

 

จนสัดส่วนที่พอดีกลับกลายเป็นความสวยงาม

 

 

 

 

 

อเมริกาโน่ครับ

 

 

 

 

 

ผมไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบพอๆกับที่ไม่เชื่อว่าอเมริกาโน่จะหวานได้เพราะความรัก  ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระ หาเหตุผลหรือสิ่งใดมาตัดสินได้ บางทีที่เขาบอกว่าหวานอาจเป็นเพราะเขาบอกให้คนทำกาแฟเพิ่มไซรัปเข้าไปในอเมริกาโน่แก้วโปรด

 

 

 

โกโก้ปั่นเพิ่มวิปครีม อ่าใส่ไซรัปวานิลลา 1 ปั๊มด้วยครับ

 

 

 

แต่ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผมดื่มอเมริกาโน่แล้วรสชาติมันหวานเหมือนใส่ไซรัป 3 ปั๊ม

 

 

 

ตรงหน้าของผมคือเด็กผู้ชายตัวสูงเท่าบ่า หน้าหวานเหมือนตุ๊กตากระเบื้องมีเหงื่อประปรายตามกรอบหน้า ผมสีน้ำตาลอ่อนเหมือนโคล่านั้นยุ่งเหยิงไปหมด เสื้อช็อปสีน้ำกรมท่าตัวโคร่งเกินพอดีนั้นทำให้เด็กคนนี้ดูตัวเล็กลงกว่าเดิม ผิวสีขาวอมชมพูที่ดูแล้วไม่เหมาะสมกับเสื้อที่สวมอยู่เลยสักนิด  ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหันไปมองเจ้าของเสียงใสเหมือนกระดิ่งสีทองบนปลอกคอแมว มันไม่ทุ้มต่ำเหมือนผู้ชาย แต่ไม่แหลมสูงเหมือนผู้หญิง เป็นเสียงที่นุ่มและหวานรื่นหู

 

 

 

  เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าผมกำลังมองเขา  เด็กหนุ่มหน้าหวานหันมามองผมตรงๆแล้วยิ้มกว้างให้เป็นการทักทาย

 

 

 

รอยยิ้มที่เหมือนแสงแดดยามสายของเขานั้นทำให้ผมเสียศูนย์

 

 

 

อเมริกาโน่ได้แล้วครับ

 

 

 

ผมไม่ได้หันไปรับกาแฟแก้วโปรดของผม

 

 

 

ผมยังคงจ้องดวงหน้าหวานที่มองผมกลับเช่นกัน  ดวงตาสีน้ำตาลสุกสว่างพอๆกับพระอาทิตย์เวลา 7 โมงเช้าที่ยังไม่ส่องแสงแรงเสียจนแสบตา  มันนุ่มนวลและวาววับบ่งบอกว่าเจ้าตัวดื่มน้ำเป็นประจำอย่างที่คนตาสวยคนหนึ่งจะดื่มกัน

 

 

 

คุณลูกค้าครับ

 

 

 

“……………………”  พนักงานเรียกผมอีกครั้ง เช่นเดิม ผมไม่ได้หันไป

 

 

 

อ่ะ…” คลื่นความเย็นถูกส่งมาจากแก้วกาแฟกำลังสัมผัสที่แก้มผมอย่างแผ่วเบาทำเอาผมหลุดจากภวังค์แห่งอะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จัก  ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนตรงหน้าหยิบแก้วกาแฟของผมแล้วยื่นมาแตะแก้มเรียกสติ

 

 

 

อเมริกาโน่ได้แล้วหมอเด็กน้อยเสื้อช็อปส่งยิ้มสดใสสาดใส่หัวใจที่แสนย้อนแย้งของผมให้ลอยขึ้นเหมือนลูกโป่งแก๊สฮีเลียมที่อัดแก๊สเข้าไปเต็มเปี่ยม

 

 

 

ผมว่าผมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงพอๆกับตอนที่ผมกำลังเล่นรถไฟเหาะแล้วพบว่าตัวเองยังไม่ได้เตรียมใจจะมาเล่น

 

 

 

ผมคิดว่าผมมีคำถามที่ต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน

 

 

 

ผมคิดว่าแม้แต่อาจารย์ก็ไม่อาจให้คำตอบผมได้เช่นกัน

 

 

 

ตึกตักตึกตัก...ตึกตัก

 

 

 

ผมไม่เข้าใจว่ารอยยิ้มของคนแปลกหน้าหนึ่งคนสามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นขนาดนี้ได้ยังไง

 




 

 

แย่ แย่ แย่แน่ๆ!” ร่างเล็กในเสื้อช็อปสีกรมกำลังวิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินฟุตบาธด้วยความร้อนรน วันนี้มีการรับน้องที่ห้องประชุมและลู่ฮานเป็นหนึ่งในพี่ว้ากซึ่งแน่นอนว่าอยู่กับพี่ใหญ่อย่างลู่หานที่มีหน้าที่เป็นหัวหน้าว้าก ผมสีน้ำตาลโคล่าปลิวไปตามแรงลมที่ตีปะทะหน้า

 

        ลู่ฮานเป็นเด็กหนุ่มนักศึกษาปี 3 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ ภาคเครื่องกล ใครๆต่างก็ลงความเห็นว่าคนอย่างลู่ฮานไม่เหมาะสมกับคณะแบบนี้สักเท่าไหร่ แม้แต่แฝดยังบอกเลยว่าไม่เหมาะกับเขา  เนื่องด้วยใบหน้าที่ค่อนไปทางหวานมากกว่าแฝดพี่ทำให้เจ้าตัวได้ชื่อว่าเป็นขวัญใจวิศวะ ผู้ซึ่งถูกเลี้ยงดูฟูมฟักอย่างดีจากเหล่ารุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อนพ้องในคณะ 

 

ในคณะไม่มีใครน่าเอ็นดูเท่ามึงอีกแล้วนี่คือคำตอบของคยองซูเพื่อนสนิทผู้โหดสัสไม่สมกับหน้าตาของมัน

 

สาเหตุความน่าเอ็นดูอาจจะรวมถึงวีรกรรมของหานเกอที่สร้างไว้ในปีแรกตั้งแต่เข้ามาในคณะทำให้ลู่ฮานถูกปะคบประหงมเป็นพิเศษ 

 

เพราะมาปีแรกในขณะที่กำลังรับน้อง ลู่ฮานโดนรับน้องมากเป็นพิเศษจนหานเกอทนไม่ไหว ชกรุ่นพี่ที่มาจับก้นลู่ฮานจนต้องหามเข้าโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังจากนั้นเมื่อลู่ฮานไปไหนที่นั่นจะมีลู่หาน แต่นั่นก็ได้สร้างความสนใจไคร่รู้ว่าทำไมลู่ฮานถึงต้องมีคนคอยอยู่ข้างๆขนาดนี้จนวันที่ลู่หานไม่อยู่ ทุกคนในคณะรวมตัวกันแกล้งลู่ฮานจนเจ้าตัวร้องไห้เพราะไม่สามารถช่วยคยองซูที่แกล้งตกลงมาจากโต๊ะได้แต่พอเจ้าตัวรู้ว่าโดนแกล้ง ไม่มีแม้กระทั่งความขุ่นเคือง สิ่งที่รู้สึกคือเป็นห่วงและโล่งใจที่เพื่อนสนิทไม่ได้เป็นอะไรจริงๆจังๆ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมารู้สึกทั้งคณะจะเอ็นดูลู่ฮานเป็นพิเศษจนบางทีเจ้าตัวก็เคืองว่าทำไมต้องทำเหมือนกับเขาเป็นผู้หญิง ขนาดซึลกิยังไม่โดนขนาดนี้เลยอ่ะ!

 

ทำไมละ!ลู่ฮานคนนี้นะโคตรแมนนะเว้ย!!

 

  

โครม!!!

 

     แรงประทะของสองร่างที่กระแทกเข้าหากันอย่างแรงทำเอาสิ่งของที่อยู่ในอ้อมแขนกระจัดกระจายตกลงสู่พื้นโลกอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเสียงดังโครมพร้อมกับที่ทั้งสองร่างหงายหลังลงไปกระแทกกับพื้นตามสิ่งของ

 

ในโลกนี้มีทฤษฎีความบังเอิญไม่กี่ทฤษฎีสำหรับลู่ฮาน

 

เชี่ยย…”  เสียงสบถหยาบคายตามมาเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บที่แล่นลิ้วมาตามก้นกบ

 


1.ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง ตามคำบอกของกูเฟย์ในกังฟูแพนด้า

 


ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆชายหนุ่มผิวสีแทนรีบหยัดตัว เอ่ยปากขอโทษด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งที่เดินไม่ดูทาง ก้มลงเก็บเอกสารสรุปงานวิจัยที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นด้วยความร้อนรน แว่นที่อยู่บนกรอบหน้าทำท่าจะหล่นแหล่ไม่หล่นแหล่อยู่รอมร่อ แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจกับมันไม่ ตอนนี้เขารู้เพียงกระดาษเอสี่สีขาว 5 ใบที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเท่านั้น มันสำคัญพอๆกับการกินข้าวในชีวิตประจำวันของเขา

 

  ลู่ฮานที่รีบไม่ต่างกันดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที  พยายามจะเข้าไปช่วยแต่เพราะเวลากระชั้นชิดที่จี้ตูดเขาเหลือเกินทำให้ไม่มีเวลามากพอจะมารับผิดชอบด้วยการพาไปไถ่โทษด้วยกาแฟสักถ้วยหรือโกโก้สักแก้ว ครุ่นคิดหาวิธีปากก็เอ่ยคำขอโทษออกมาไม่ขาดสาย เหลือบสายตาไปเห็นเสื้อตัวสีขาวเปื้อนเศษดินจนเกิดเป็นรอยดำ ตัดสินใจรีบก้มตัวหยิบแล้วถอดเสื้อช็อปแสนรักของตนออกทันที

 

คุณครับ ผมขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ เอางี้ เดี๋ยวผมจะเอาเสื้อคุณไปซัก แล้วให้คุณเอาเสื้อผมไป เหมือนเป็นการswap* คุณจะได้ไม่เดือดร้อนคนเดียว โอเคนะครับ ผมขอโทษจริงๆนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเอามาคืนให้นะครับ

 

   โค้งตัวขอโทษเป็นครั้งสุดท้ายแล้วติดเกียร์หมามุ่งทะยานสู่ลานประหารของน้องๆปี 1 ทันทีโดยไม่สนใจสายตาของชายหนุ่มที่มองตามด้วยสายตาสับสนจนแผ่นหลังเล็กนั่นหายไป

 

   เช็คเอกสารในมือ ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วไม่มีส่วนใดเปียกน้ำหรือฉีกขาด มีรอยดำนิดหน่อย แต่เป่าเบาๆก็ทำให้กระดาษชี้ชะตาเขาสะอาดหมดจดเช่นเดิม ปัดด้านหลังกางเกงแสล็คสีดำสองสามที ก้มลงเช็ดความเรียบร้อยของสภาพเสื้อผ้าแล้วค้นพบว่ามีบางสิ่งขาดหายไป

 

เสื้อกาวน์ตัวเก่งของเขาถูกแทนที่ด้วยเสื้อช็อปสีน้ำเงินแทน

 

แถมยังเป็นสีน้ำเงินกระดำกระด่างเสมือนผ่านสนามรบมาแรมปีโดยไม่ผ่านการซักใดๆทั้งสิ้นอีกต่างหาก

 

   ยกนิ้วชี้ขึ้นดันขาแว่นให้เข้าที่ พลางสำรวจเสื้อใหม่ที่ได้รับมาด้วยความสุดวิสัย

 

‘Lu Han’

 

เหยียดยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีกับผลลัพธ์เหตุการณ์ครั้งนี้  ผลที่ได้มันดีเกินขาด แม้จะผิดไปจากกรอบความคิดที่ผมคิดไปบ้าง แต่ก็นะ

 

อย่างน้อยหลังจากนี้เราก็คงมีโอกาสได้พูดคุยกันที่ร้านกาแฟร้านแรกร้านนั้น

 

ใช่มั้ยครับลู่ฮาน J

 

 

 

 

ฮานฮาน เอาเสื้อใครมานะลู่หานที่นั่งรออยู่ใต้ตึกหอประชุมพร้อมกับสมาชิกว๊ากคนอื่นๆเอ่ยถามน้องชายฝาแฝดทันทีที่เจ้าตัวล้มตัวนั่งข้างๆด้วยอาการเหนื่อยหอบ

 

ฮะ?” ผมหันหน้าไปทางหานเกอ

 

ที่ถืออยู่นะเสื้อใครพยักเพยิดไปที่เสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนฝุ่นในมือน้องชาย

 

อ๋อคนที่เราเดินชนเมื่อกี้อ่ะจับเสื้อกาวน์แผ่ออกให้เห็นเสื้อทั้งตัว

 

หยิบผิด?”

 

เปล่า ตั้งใจหยิบผลิกเสื้อกลับหลังหาชื่อที่ต้องปักอยู่ตรงไหนสักที่บนเสื้อสีขาว

 

ตั้งใจหยิบ?”

 

อื้อเจอชื่อแล้ว!

 

แล้วเสื้อช็อปตัวเอง?” ผมไม่ค่อยสนใจคำถามสักเท่าไหร่ ตอนนี้ผมสนใจชื่อที่ปักเหนือกระเป๋าเสื้อตรงอกฝั่งซ้ายมากกว่า

 

‘PhD. Kim Jongin’*

 

ก็ให้เขาเอาไปอ่ะถามมากจังอ่ะ

 

เฮ้ย!ให้ไปทำไม!” หานเกอเสียงดังทำไม

 

อ้าว ก็เราเอาของเขามาอ่ะ เราก็ต้องให้ของเราไปดิขมวดคิ้วมุ่นในท่าทางของฝาแฝด ไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อนเลย

 

แต่วันนี้เราต้องใส่นะฮานฮาน เกอไม่ตลกนะ

 

ก็ใช่ เขาก็ต้องใช้เหมือนกันนิ เราก็ให้ของเราไปไง เดือดร้อนเท่ากัน

 

แต่เราจะโดนทำโทษถอนหายใจออกมา ผมรู้อยู่แล้วละว่าตัวเองต้องโดนทำโทษเพราะผิดกฎ แต่ทำไงได้ละ เราทำเขาเดือดร้อน เราก็ต้องรับผิดชอบ เสื้อกาวน์สะอาดๆต้องมาเปื้อนเพราะผม จะให้ผมปล่อยไป ก็ดูจะนิสัยไม่ดีไปหน่อยละมั้ง

 

เราก็ทำโทษไง ยากอะไรอ่ะ

 

ฮานฮาน…” หานเกอพูดชื่อผมออกมาเสียงแผ่ว  ผมย่นจมูกให้เกอไปทีแล้วลุกขึ้นตามเสียงเรียกจากรุ่นน้องที่เป็นฝ่ายสันทนาการ 

 

หานเกอกับผมเราเดินจับมือเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ รุ่นน้องปี 1 หลายคนมองมาที่พวกเราด้วยสายตาประหลาดๆ มีบางคนหันไปซุบซิบกับคนข้างๆ บางคนขมวดคิ้วเมื่อมองมาที่ผมกับหานเกอ  เราเดินไปหยุดที่มุมห้อง หานเกอปล่อยมือผมแล้วเดินไปยืนหน้าห้องพร้อมคริสและชานยอล ผมเดินเข้าไปสมทบพร้อมกับคยองซูที่เดินเสมอข้าง

 

เสื้อช็อปมึงอยู่ไหน

 

อยู่กับหมอ

 

เชี่ยลู่ เสื้อช็อปมึงอยู่ไหน

 

ก็บอกว่าอยู่กับหมอผมวางเสื้อกาวน์สีขาวไว้บนโต๊ะวางของส่วนตัวพี่ว๊าก เดินไปยืนข้างๆหานเกอพลางสอดส่องสายตามองหารุ่นน้องที่ไม่มีเสื้อช็อปแบบผม

 

ดูเหมือนจะมีน้องๆ 3-4 คนที่ไม่มี

 

สวัสดีครับปี 1” แฝดพี่พูดเสียงปกติธรรมดาเหมือนว่าเรากำลังคุยกันปกติ แต่แปลกที่เสียงนั้นกลับก้องไปทั่วห้องประชุม  น้องปี 1 มองมาที่ผมสลับกับคนที่ยืนข้างๆ สายตาพวกเขาดูมีคำถามว่าทำไมผมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ทั้งๆที่พี่ว๊ากควรจะตัวสูง บึกบึน หน้าตาเหี้ยมโหด และต้องใส่เสื้อช็อป

 

ใช่ครับตอนนี้ผมเด่นมากที่สุดในบรรดาพี่ว๊ากแล้ว

 

 

x…

 


ผมยืนนิ่งไม่ขยับ ทำเมินไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ตอนนี้ในใจพวกเขาอาจจะกำลังนินทาผม สงสัยในตัวผมและสนใจใบหน้าของผมที่คล้ายคลึงกับคนข้างๆ ต่างกันที่ทรงผม ส่วนสูงและความกว้างของลาดไหล่

 

ผมบอกว่า สวัสดีครับปี 1!!!!!”

 

สวัสดีครับ!/ค่ะ!”

 

เสียงมีแค่นี้เหรอครับ!!” หัวหน้าว๊ากเพิ่มเลเวลเสียงมากขึ้น 4 ระดับจนน้องๆที่ฟังถึงกับหน้าซีด

 

สวัสดีครับ!!!/ค่ะ!!!”

 

ผมชื่อลู่หาน!”

 

“……………” ปี 1 เงียบ ตั้งใจฟังที่หานเกอพูด ความเงียบปกคลุมพื้นที่ไม่มีใครแม้แต่จะพูดคุยหรือส่งเสียงใดๆออกมาทั้งสิ้น

 

ผมเป็นหัวหน้าว๊าก!และ เป็นพี่ว๊ากของพวกคุณทั้งหมดในห้องประชุมนี้!”

 

“……………” ทุกคนเงียบ ผมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อที่จะแนะนำตัว ปี 1 ทุกคนล้วนแล้วแต่มองผม ผมยิ้มให้น้องๆอย่างสบายอารมณ์

 

สวัสดีครับผมเอ่ยประโยคสามัญประจำประเทศออกไป ปี 1 เงียบ ไม่มีใครตอบอะไรผม

 

ผมลู่ฮาน เป็นพี่ว๊ากของพวกคุณ มีอะไรสอบถามผมได้เฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น ย้ำนะครับ ถ้าไม่จำเป็นกรุณาอย่าถาม” 

 

“………………………” เงียบ

 

เข้าใจมั้ยครับ?”

 

เข้าใจครับ/ค่ะ

 

เข้าใจมั้ยครับ!”

 

เข้าใจครับ!!/ค่ะ!!” ผมเหยียดยิ้ม ก้าวถอยหลังไปยืนอยู่ที่เดิม

 

 

 

 

ผมเห็นพวกคุณบางคนไม่ได้ใส่เสื้อช็อปมาในวันนี้หานเกอเปิดประเด็นเรื่องการแต่งกายในวันนี้ แน่นอนอีกละ ทุกคนมองผมเป็นตาเดียว

 

ผมว่าก่อนหน้านี้ทางมหาลัยได้ชี้แจงไปแล้วเรื่องกฎระเบียบการแต่งกาย แล้วทำไมถึงยังมีพวกคุณบางคนไม่ใส่เสื้อช็อปมาอีกครับ!!”

 

แล้วทำไมพี่ลู่ฮานถึงไม่ใส่เสื้อช็อปได้ละครับ!!!!” ผู้ชายใส่แว่นใจกล้า หน่วยกล้าตายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาสุดเสียง เสียงฮือฮาเกิดขึ้นตามมาจนมันเริ่มดังขึ้น

 

เงียบ!!!” คยองซูตะโกนเสียงดังลั่นห้องประชุม ปี 1 หุบปากฉับแต่ยังมีบ้างที่หันไปนินทาผมกับเพื่อนข้างๆ

 

สำหรับวันนี้ใครไม่ได้เสื้อช็อปมาลุกขึ้นครับเก่อเกอออกคำสั่งเสียงเรียบ รุ่นน้อง 4 คนลุกขึ้นยืน สีหน้าพวกเขาไม่สู้ดีนัก ผิดกับผมที่ยังทำตัวเหมือนจะไม่เดือดร้อนอะไรทั้งสิ้น

 

นั่งลงครับหานเกอสั่งท่ามกลางความงุนงงของน้องๆแต่นั่นทำให้สถานการณ์หายตึงเครียดนิดหน่อย

 

ส่วนหลังจากนั้นไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

ว้ากเกอร์คนที่ไม่สวมเสื้อช็อปมา ช่วยมายืนข้างหน้าผมให้น้องๆทุกคนเห็นด้วยครับ

 

สิ้นเสียงพี่ชาย ผมเดินยืนตรงกลางตรงหน้าหัวหน้าว้าก หันไปมองบุคคลที่หน้าเหมือนผมแต่สูงกว่า ผมสีทองแสกกลางขับให้ผู้ชายตรงหน้าดูดีขึ้นสิบระดับ

 

ผมเบะปากไปทีด้วยความหมั่นใส้ หานเกอถลึงตาใส่ผม ผมไขว่มือไปข้างหลังพร้อมรับโทษทัณฑ์ในฐานะพี่ว้ากคนหนึ่ง

 

ทำไมคุณไม่เอาเสื้อช็อปมาครับ

 

ผมให้คนอื่นไปครับ!” ผมตอบเสียงดังฟังชัดแม้คนที่ถามจะอยู่ห่างจากผมไม่กี่ก้าวก็ตาม

 

นี่คือเหตุผลของคุณเหรอครับพี่ว๊าก!” หานเกอตะโกนใส่ผมเต็มที่ แววตาเขาไม่มีแววล้อเล่นเช่นเดียวกับผมที่ไม่ต่างกัน

 

วันนี้ในระหว่างทางมาหอประชุมผมวิ่งชนนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งครับ!นั่นทำให้ผมต้องรับผิดชอบเสื้อกาวน์ของเขาที่ผมทำเปื้อนครับ!!” รู้รึเปล่า พี่น้องสกุลลู่ไม่เคยยอมใครเรื่องความดังของเสียงหรอกนะ

 

ผมเดินทางออกมาจากบ้านสาย!ผมรีบร้อนจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ!ผมขอรับโทษของผมและของน้องที่ไม่ได้นำเสื้อช็อปมาในวันนี้เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ปี 1 สำหรับการทำผิดกฎครับ!!!”

 

ไม่ได้นะครับ!!!” ไม่ใช่เสียงผม ไม่ใช่เสียงรุ่นน้อง ทุกคนหันไปมองต้นเสียงที่หน้าประตูห้องประชุม ผู้ชายผิวแทนคนเดิมกับตอนเช้าที่ผมวิ่งไปชนเขากำลังยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน ในมือของเขามีเสื้อช็อปสีน้ำเงิน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านั่นเป็นของผม

 

นักศึกษาแพทย์จงอิน

 

คุณมาทำอะไรที่นี่!ที่นี่ไม่ใช่ที่ของนักศึกษาแพทย์ กลับไปซะ!!” ลู่หานตะโกนกร้าว หมอจงอินทำท่าจะเดินเข้ามาหาผม แต่ไม่ทันผมหรอก

 

ผมขอทำโทษด้วยการวิ่งรอบสนามฟุตบอล  100 รอบเป็นตัวอย่างแก่น้องปี 1 ที่ไม่ได้นำเสื้อช็อปมาครับ!”

 

ลู่ฮาน!!!” เสียงเรียกชื่อผมดังพร้อมกันจากหมู่มวลพี่ว้ากในห้องรวมถึงหมอจงอินที่ยืนนิ่งทำหน้าไม่สบอารมณ์พอๆกับหานเกอที่เหมือนอยากจะกินหัวผมอยู่รอมร่อ เอาหน่า ก็แค่ร้อยรอบสนามฟุตบอลเอ๊ง

 

น้องๆที่ไม่ได้นำเสื้อช็อปมาหน้าเสียทันที ผมหันไปยิ้มแหยๆให้พวกเขา

 

เห็นแบบนี้แต่ 200 รอบก็โดนมาแล้วนะครับไม่งั้นหน้าแข้งพี่จะสตรองขนาดนี้ได้ยังไง

 

 

 

นักศึกษาลู่ฮาน รหัส 8807 จะไม่ลืมนำเสื้อช็อปมาประชุมแล้วครับ!!!!!” เสียงหวานตะโกนก้องสนามฟุตบอล นี่ก็ 5 โมงเย็นแล้ว ผ่านมา 4 ชั่วโมงหลังจากที่ประชุม พี่ว้ากหลายคนนั่งอยู่บนแสตนด์มองร่างเล็กๆของลู่ฮานวิ่งวนไปมาในสนามหญ้าสีเขียว

 

ทำไมลู่ฮานถึงไปวิ่งแบบนั้น!” เสียงตื่นตระหนกจากร่างสูงที่วิ่งขึ้นมาบนแสตนด์พร้อมกับร่างเล็กๆของใครอีกคนที่ทำเอาผมเบิกตากว้าง

 

แฝด 4!!!

 

คนตัวเล็กหน้าเหมือนลู่ฮาน ส่วนสูงเหมือนลู่ฮาน ต่างกันที่สีผมนั่งลงถัดจากพี่ชายคนโต ข้างๆเป็นผู้ชายตัวสูง หน้าตาไม่เหมือนทั้งสามคนไปซะหมด ผิวขาวซีด ดวงตาคมสีดำสนิท ผมสีดำแสกกลางธรรมชาติ ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกันยืนมองพี่ชายที่วิ่งเหยาะๆในสนามด้วยสายตาเป็นห่วง

 

ไม่ยอมเอาเสื้อช็อปมาใส่ ทั้งๆที่หมอเค้าก็เอามาให้แล้วแท้ๆ แต่เจ้าแสบก็ดื้อไม่ยอมเอาแถมยังชิงตัดสินใจพูดว่าจะรับโทษเองคนเดียวด้วยการวิ่งรอบสนามร้อยรอบแทนปี 1 ที่ไม่ได้เอามาด้วยผมเงียบสายตายังคงจดจ้องคนในสนามที่ตอนนี้เริ่มทำท่าจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่

 

ให้ตายสิทำไมถึงได้ดื้อด้านแบบนี้นะ…” คนตัวเล็กบ่นออกมา แต่สายตาก็มิวายแสดงความเป็นห่วง

 

กลับบ้านก่อนก็ได้ เดี๋ยวเกอพาเจ้าแสบกลับเอง

 

ไม่เอาหรอก ถ้าจะกลับก็กลับพร้อมกันซี…”

 

ความจริงเกอกลับบ้านก่อนไม่ดีกว่าเหรอผู้ชายผมแสกกลางพูดขัดขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า ต่างกับคนอื่นๆแต่ดูเหมือนจะคล้ายลู่หานที่เสียงห้าวและแข็งกระด้าง

 

“……………” ลู่หานส่ายหน้า

 

เฮ้ย!!!!!” เสียงตะโกนของผู้ชายหูกางบนแสตนด์ทำเอาทุกคนหันไปมองแต่แล้วเหมือนกล้ามเนื้อในร่างกายมันดันบีบตัวกันแน่นโดยเฉพาะในอกข้างซ้ายที่พักหลังมันเริ่มมีปัญหามากวนใจมากขึ้น

 

ลู่ฮานเป็นลม

 

อะดรีนาลีนของผมเหมือนจะทำงานเร็วกว่าคนทุกคนในนี้ ก้าวขายาวๆของตัวเองลงจากแสตนด์แล้ววิ่งเข้าไปหาร่างเล็กที่นอนอยู่บนหญ้าสีเขียว  ไม่รู้เพราะความเป็นแพทย์มันสั่งให้ตัวเองวิ่งมาดูคนเจ็บหรือเพราะอะไรสักอย่างที่เหมือนสั่งให้ผมต้องมาดูเจ้าเด็กนี่

 

แต่ลึกๆมันกลับฟ้องว่าผมเป็นห่วงเด็กเสื้อช็อปคนนี้ตั้งแต่  4 ชั่วโมงก่อนด้วยซ้ำ

 

ผมจัดการช้อนตัวเด็กนี่ขึ้นมาในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งไปที่ตึกแพทย์ โชคดีที่ตึกอยู่ใกล้ๆไม่ไกลมาก ที่นั่นมีเครื่องมือปฐมพยาบาลมากมายพอที่จะทำให้เด็กคนนี้ลืมตาขึ้นมาเร็วขึ้น

 





มีใครมียาดมบ้างมั้ยครับ?”

 





ผมได้ยินเสียงใครสักคนลางๆ มันดูเบามากจริงๆ  แต่ผมชอบเสียงของเขาจัง เสียงทุ้มต่ำน่าค้นหา มีเสน่ห์เป็นบ้า ผมได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟของเขาจางๆ มันมาพร้อมกับกลิ่นหญ้าเวลาใกล้ค่ำ คุณรู้อะไรไหม ในแต่ละช่วงเวลาจะมีเอกลักษณ์ของมันแม้กระทั่งกลิ่น ผมคิดว่ามันโคตรเป็นอะไรที่เข้ากับกลิ่นอาฟเตอร์เชฟของผู้ชายคนนี้เลย  

 

ผมรู้สึกถึงแรงกอดที่โอบตัวผมอยู่ มันอบอุ่นและปลอดภัยให้ตายสิผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร ผมพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะลืมตาแต่มันก็ยากพอๆกับตอนที่ผมต้องอ่านภาษาฝรั่งเศส

 


แย่ชะมัด

 


ผมอยากอยู่แบบนี้อีกสักพัก หากผมขยับตัวมันจะทำให้ผมรู้สึกมากขึ้นรึเปล่า ผมหาคำตอบไม่ได้ และนั่นแหละ เหมือนร่างกายผมจะปิดตายไปเสียหมด สติก็แทบเรือนราง อะไรก็ไม่เป็นใจให้ผมได้รู้จักกับความอบอุ่นนี้เลยสักนิด

 


เขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนทุกเช้าเวลาตื่นมาในห้องนอนของหานเกอ

 


อบอุ่นเหมือนแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านสีขาว กรองผ้าม่านสีน้ำเงินเข้ามาอีกชั้นทำให้แสงแดดยามเช้านั้นมีแสงเพียงริบหลี่แต่กลับเผื่อแผ่ความอบอุ่นไปทุกอณูของหัวใจ

  


คุณคือใครกันนะคุณฤดูร้อน





 


เขาจะตื่นเมื่อไหร่?”

 

ผมก็ไม่ทราบครับ

 

เฮ้อ ทำไมชอบทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงอยู่เรื่อยนะ…”

 

   เสียงทุ้มนุ่มของบุรุษสองคนใกล้ๆปลุกให้ผมตื่นขึ้นจากความฝัน ผมค่อยๆลืมตาแต่แล้วก็ต้องหยีลงเมื่อม่านตาดันกระทบกับแสงสีขาวของหลอดไฟบนเพดานสีขาว

 

เพดานสีขาวที่มีรูปดาวเคราะห์ และดาวแบบการ์ตูนอันเล็กติดเต็มไปหมด

 

อานี่มันเพดานห้องนอนผม

 

ห้องนอนร้างในหน้าร้อน

 

ฮานฮานเป็นยังไงบ้าง?” เสียงหานเกอดังขึ้นเหนือหัวผม ผมกระพริบตาถี่ๆไล่ความง่วงงุนออกไปจากสมองอันว่างเปล่า เอียงหน้าไปหาพี่ชายแล้วก็ต้องสะดุดกับใครอีกคนที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังของหานเกอ

 

เจ้าของเสื้อกาวน์สีขาวตัวนั้น

 

นักศึกษาแพทย์จงอิน

 

อยู่ในห้องนอนของผม?

 

ฮานฮานลู่หานเรียกชื่อน้องชายซ้ำอีกรอบ

 

หือ…” ผมหันไปมองหน้าฝาแฝดเต็มตา พยักหน้าหงึกหงักกลับไปแล้วหันไปมองแขกตัวสูงอีกรอบ

 

มาได้ไงวะ?

 

งั้นเดี๋ยวเกอไปเอาเผาเผามาให้แล้วกันนะผมพยักหน้าขึ้นลงอีกรอบแล้วมองตามพี่ชายที่เดินออกจากห้องไปเอาตุ๊กตากวางตัวโปรดของผมที่ห้องนอนหน้าฝนของเกอ

   


   ตอนนี้ในห้องของผมเหลือแต่ผมที่นอนเป็นผักนึ่งอยู่บนเตียงกับชายแปลกหน้าเจ้าของเสื้อกาวน์  ไม่สิ ไม่แปลกหน้าสักหน่อย ต้องบอกว่าอยู่กับแขกที่พึ่งรู้จักเมื่อตอนบ่าย

 


เหมือนมีมวลอากาศอะไรสักอย่างมันอัดกันมากๆจนผมรู้สึกอึดอัดไปหมด ทั้งๆที่นี่ก็เป็นห้องของผมแท้ๆ

 


      หมอจงอินยืนมองผมนิ่ง ไม่ขยับ ไม่กะพริบตา เหมือนเขาจะไม่หายใจด้วยซ้ำ ตอนนี้หูผมได้ยินแต่เสียงเครื่องปรับอากาศทั้งๆที่ปกติมันจะไม่มีเสียง  ก้อนน้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงช้าๆ ผมทำใจกล้าสบตาคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลแล้วก็ต้องเม้มปากฉับ

 


ตาหมอคมมากกกกกกกกกกกกก

 


อาจจะคมไม่เท่าเซฮุนแต่ก็บอกได้เลยว่ามันคมบาดใจผมไปถึงเส้นเลือดเวนาคาวา

 

   หัวใจผมหยุดเต้นไปชั่ววินาที ไมโครวิต่อมาเหมือนการที่หัวใจหยุดเต้นเป็นการหยุดและเริ่มต้นจังหวะการเต้นที่เร็วขึ้นกว่าเดิมสามเท่าตัว  มันขยับขึ้นลงเร็วขึ้นจนเหมือนกับว่าผมพึ่งผ่านการออกกำลังกายมาทั้งๆที่ตัวเองพึ่งตื่นจากฝันในดินแดนโพนี่แลนด์แดนมหัศจรรย์

 


ผมหันหน้ากลับมามองเพดานตามเดิมเหตุผลเพราะต้องการตั้งหลักในการเริ่มต้นสนทนากับหมอจงอิน

 


ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ…” เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างสุภาพเมื่อเห็นท่าทางคนป่วยเหมือนจะดีขึ้นมากกว่าเดิมจนไม่มีอะไรต้องห่วง  ลู่ฮานหันขวับไปหาจงอินทันที

 


เดี๋ยวหมอ!” 

 


จงอินหยุดยืนที่หน้าประตูไม้สีขาวสะอาดตา ผินหน้ากลับไปมองร่างเล็กที่อยู่บนเตียง ใบหน้าเรียบนิ่งดั่งรูปปั้นไมเคิล แองเจโล่

 


  ลู่ฮานเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเคสสีเหลืองมัสตาร์ดมีคำว่า  YOURS ตัวอักษรสีชมพูพาสเทลเขียนอยู่ หันหน้ามาหานักศึกษาหน้าประตูแล้วแบมือยื่นไปข้างหน้า

 


จงอินนิ่งเงียบ รอยหยักในสมองเริ่มทำงานใหม่

 


  ลู่ฮานกระดิกนิ้วเร่งอีกคนให้ยื่นสิ่งที่เขาต้องการ ร่างสูงชั่งใจสักพักแล้วก็ต้องทำตามบัญชา เลื่อนมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเคสสีชมพูพาสเทลมีคำว่า I’M เป็นตัวอักษรสีเหลืองอยู่ เดินไปหาคนป่วยที่นั่งตาแป๋วแบมืออยู่บนเตียง

 


  นักศึกษาแพทย์หน้าขึ้นสีด้วยความเขินอายที่ตัวเองใช้เคสสีหวานแหวว

 


  ลู่ฮานยิ้มกว้างและจัดการเปิดมือถืออีกฝ่าย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อโทรศัพท์ของหมอไม่มีรหัสมือถือตั้งเอาไว้

 


อ่ะเด็กน้อยยิ้มตาใสส่งมือถือเคสสีหวานส่งคืนเจ้าของที่ยื่นมือมารับแล้วหยิบใส่กระเป๋ากางเกงด้วยความเร็วแสง

 


“…งั้นผมกลับก่อนนะครับ

 

หมอ

 

“…………………………………”

 

รับแอดเฟรนด์ด้วยนะใบหน้าหวานยิ้มตาหยีให้หมอจงอินที่ตอนนี้เม้มปากแน่น ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วจัดการเปิดประตูออกจากห้องอีกคนด้วยหัวใจสั่นรัวเหมือนตัวเองดื่มกาแฟอเมริกาโน่ไปประมาณ 10 แก้วติดกัน

 

อาการที่เขาหาสาเหตุไม่ได้มา 2 ปีกำลังกำเริบขึ้นภายในเสี้ยววิที่รอยยิ้มหวานนั้นเข้ามาภายใต้การรับรู้ด้านความรู้สึกของเขาอย่างจัง

 

อีกครั้งและอีกครั้ง

 

และเหมือนเดิม มันเกิดขึ้นแค่เพียงกับเด็กคนนั้นแค่คนเดียว

 

ลู่ฮาน

 

 

‘ Luhanhan Had Sent you friend request ’

 

 

ปิดหน้าจอมือถือทันทีที่เห็น


 

คิม จงอินโค้งลาสมาชิกแฝดๆภายในบ้านแล้วเดินไปขึ้นรถยนต์คันสีขาวคู่ใจ สตาร์ถรถแล้วขับมาไม่ถึงครึ่งทาง เสียงแจ้งเตือนแอพพลิเคชั่นสีเขียวดังขึ้น

 


  HanHan : หมออออออ 

  HanHan : อย่าลืมรับแอดเฟรนด์ในเฟสนะ

  HanHan : แล้วก็

  HanHan : ขอบคุณสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องตนในวันนี้นะฮับ!

  HanHan : 

 

 

     อนาคตคุณหมอเข้าซองรถในที่จอดรถของคอนโดแล้วเดินขึ้นห้องเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา

 

     แต่วันนี้มันแปลกไป

 

      สิ่งที่แปลกไปคือรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายของนักศึกษาแพทย์คิม จงอิน

 

 










*PhD=นสพ.

*swap= เหมือนการแลกเปลี่ยนสิ่งของซึ่งมีมูลค่าเท่ากันทั้งสองอย่าง คล้ายๆยื่นหมูยื่นแมว



Writer Talkative

แด่เธอ ผู้ที่ทำให้ฉันเพ้อฝัน 


(c) Chess theme

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #3 ♡MluM♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 22:43
    เป็นครอบครัวที่หรรษาจริงๆ ~
    #3
    0