[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 8 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 7 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59



รัก...ผิดพลาด พลั้งเผลอ

-พู่ไหม-

 

EPISODE07

 

ฉันต้องหาทางแก้ให้ตัวเอง ให้รอเพทายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด อะไรหลายอย่างในตอนนี้เริ่มไม่ชัดเจนแล้ว

ตู๊ด...ตู๊ด

ฉันจัดการต่อสายหาธีม มันเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยฉันในเวลานี้ได้ ฉันจะไม่ใจร้อน ไม่วู่วามใดๆทั้งสิ้น

“(ไง ทำไมยังไม่กลับ)” พอรับสายมันก็ชิงส่งคำถามมาก่อนเลย

“มาหาหน่อย คอนโดทาย”

“(ไปทำไม ให้มันมาส่งสิ)” เวร! มันมีความรักเพื่อนบ้างรึเปล่า

“ไปไม่ได้ ถูกขัง” ฉันพูดตามตรงพลางเดินมาหยุดอยู่หน้าบานประตู ถึงเปิดไม่ได้แต่ข้างล่างมันมีช่างลอดเล็กๆอยู่

“(ทำไงให้มันจับขังได้?)” ธีมย้อนถาม มีเสียงกุกกักดังมาจากฝั่งนั่นด้วย

“อย่าถามมากน่า รีบมาแล้วก็แวะร้านยาด้วย”

“(แวะไมวะ? ซื้อยาคุมอ่อ)” มันอาจดูแปลกประหลาดที่ฉันกับมันคุยกันเรื่องยาคุมได้อย่างปกติ แต่มันเป็นไปแล้วไง ออกจะบ่อยด้วยซ้ำเพราะฉันมักให้มันซื้อตุนไว้ให้ตลอด

“เออ แล้วก็...” ฉันเงียบ ไม่รู้จะพูดดีมั้ย

“(แล้วก็อะไร? เร็ว จะถึงร้านแล้ว)” มันเร่งฉันทั้งที่ไม่จำเป็นขนาดนั้นเลย

“ซื้อที่ตรวจครรภ์มาด้วย”

“(.....)” ปลายสายเงียบจนอดลุ้นไม่ได้ ฉันรู้ตอนนี้มันอาจกำลังงงหรือใช้สมองประมวลผลอะไรสักอย่างซึ่งคงไม่พ้นในสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดกับมันไป

“ธีม...”

“(มันไม่ป้องกันรึไง?)” เสียงธีมเข้มขึ้น อย่าได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น มันแค่หวงเพื่อน

“ไม่เคย ปกติฉันกินยา” จริงๆมันมีเพียงครั้งเดียวที่เพทายป้องกัน ครั้งแรกนั่นแหละ ส่วนหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยใช้มันอีกเลยไอ้สิ่งที่เรียกว่าถุงยาง

“(...กูไม่อยากได้ยินมึงพูดว่าลืมหรอกนะไหม)” เสียงมันดุดันขึ้นเรื่อยๆ ถึงธีมจะดูไม่อะไรกับทุกเรื่องแต่นั่นก็ไม่ใช่กับทั้งหมด

“โทษที” ฉันใช้น้ำเสียงในโทนราบเรียบ

“(แม่ง...กูว่าละ)” ธีมดูอารมณ์เสียขึ้นมาทันตา ถ้าตอนนี้ฉันยืนอยู่ต่อหน้ามันคงเข้ามาเขย่าตัวฉันจนหัวสั่นหัวคลอน “(นานแค่ไหน?)”

“เดือนหนึ่งแล้ว”

“(เวร...)” ธีมสบถเบาๆแต่ถือสายอยู่ฉันจึงพลอยได้ยินไปด้วย “(เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ระวัง)”

ธีมค่อนข้างเซนซีทีฟกับเรื่องนี้ มันมีเหตุผลที่ทำให้เป็นแบบนั้น

“(กูไม่อยากให้มึงเป็นแบบชมนะไหม)” กรณีตัวอย่างก็คือชมพู เพื่อนสนิทเราสองคนและเป็นแม่แท้ๆของฟ้าคราม เธอท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบ สุดท้ายเลยเลือกที่จะฆ่าตัวตายหลังคลอดฟ้าคราม

“มึงรู้จักกูดีธีม” ฉันไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย ต่อให้ปัญหาที่เจอจะหนักหนาแค่ไหนฉันก็ไม่ทำ การทิ้งขว้างชีวิตตัวเองเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีอยูในหัว

“(ก็เพราะรู้จักมึงดีไง กูไม่อยากให้มึงเป็นแบบชมก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ากูอยากให้มึงเป็นแม่ที่ใจร้าย)” ใครๆก็ไม่อยากเป็นคนใจร้ายทั้งนั่นแหละ

“รู้...แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ” บางครั้งเส้นทางก็ไม่ได้มีให้เลือกมาก

 

“รู้วิธีใช้ใช่มั้ย” ธีมพูดผ่านประตูซึ่งกั้นกลางระหว่างเราหลังจากมันสอดแผงยาและที่ตรวจครรภ์เข้าช่องใต้ประตู

“อืม” จริงๆมันก็มีบอกอยู่ในใบกำกับยา แต่ธีมมันไม่สอดเข้ามาด้วยไง คือช่องมันไม่ได้ใหญ่ขนาดที่สามารถสอดเข้ามาได้ทั้งกล่อง จึงต้องแกะเอาแค่แท่งตรวจสอดเข้ามาอย่างเดียว ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะมีผลต่อการตรวจมั้ย

“ให้ดีตรวจตอนเช้า” ไอ้ธีมพูดพล่ามอยู่ข้างนอก ให้เดามันคงกำลังอ่านใบกำกับยา

“ตอนนี้ตรวจไม่ได้?” ขณะที่ถามก็จับพลิกดูไอ้แท่งสีขาวๆในมือไปด้วย

“ได้ แต่ถ้าอยากได้ผลที่แน่ชัดควรเป็นตอนเช้า” เวลาไหนผลมันก็ต้องเหมือนกันไม่ใช่รึไง เรื่องมากเป็นบ้า “แต่ทางที่ดีมึงควรไปโรงบาล”

มันพูดถูก ฉันควรไปโรงพยาบาลแต่ประเด็นคือออกห้องไม่ได้ไง ขอฉันตรวจกับแท่งโง่ๆนี้ไปก่อนแล้วกัน ถ้าออกห้องได้เมื่อไหร่ค่อยไปตรวจอีกที

“รวดไปผับเลยรึเปล่า” ที่ถามเพราะเพิ่งฉุกคิดได้ว่าต้องรับยาดาไปทำงานด้วย “ฝากไปรับยาหน่อย”

“อืม รู้แล้ว” ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นส่องช่องประตูแมว เห็นธีมกำลังยัดๆกระดาษสีขาวซึ่งน่าจะเป็นใบยาใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง “เป็นเด็กดีล่ะ เดี๋ยวได้โดนอีก”

ธีมยักคิ้วใส่ประตูก่อนเดินหายไปจากหน้าระยะการมองเห็น ฉันเข้ามาในห้องครัวอีกครั้ง หลังจากยัดยาคุมลงท้องไปแล้ว คราวนี้ก็มานั่งจับเจ่าอยู่ตรงโซฟา เสียงรายการโทรทัศน์ไม่ได้เข้าหูเลยแม้แต่น้อย แค่กำลังคิดว่าถ้าท้องขึ้นมาจริงๆจะทำไง

ก่อนอื่นเลย ฉันควรบอกเรื่องนี้กับเพทายรึเปล่า ฉันคิดว่าควรบอกนะ ไม่รู้สิ บางทีมันอาจมีทางเลือกเพิ่มขึ้นถ้าเขารู้ เพทายก็คงไม่อยากมีบ่วงติดคอตอนนี้หรอก

ริมฝีปากล่างถูกขบเม้มจนเจ็บไปทั้งปาก ฉันกลับเข้ามาในห้องเก็บแท่งตรวจครรภ์ไว้ในกระเป๋าสะพาย ข้างหัวเตียงมีแม็คบุ๊ควางไว้ มันคงเป็นของเพทายและบางทีฉันอาจเล่นมันได้ ซึ่งพอเปิดแล้วไม่มีอะไรในนั้นเลยนอกจากแฟ้มงานและประวัติการรักษาผู้ป่วย

ฉันปิดแม็คบุ๊คแล้วคว้าหนังสือเล่มหนึ่งในตู้เล็กๆข้างหัวเตียงขึ้นมาอ่าน นวนิยายเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ ฉันนอนอ่านแก้เบื่อเพราะอยู่แต่ในห้องไม่มีอะไรทำ เพทายจะกลับเมื่อไหร่ไม่อาจทราบ จนเมื่อฉันเคลิ้มๆจะหลับนั่นแหละถึงได้มีเสียงดังกุกกักมาจากข้างนอก

แวบแรกฉันคิดว่าเป็นเพทาย เพราะงั้นเลยเดินออกมาจากห้องนอน มันเป็นจังหวะเดียวกับที่บานประตูถูกผลักเข้ามาพอดี

“.....” ฉันยืนนิ่งมองคนตรงหน้าที่ระยะห่างไกลกันพอสมควร

ไม่คิดว่าจะเจอ

“แกเข้ามาได้ยังไง!?” ยี่หวาตะคอกถาม ตีหน้ายุ่งอย่างนางยักษ์ขมูขี นิ้วเรียวยกชี้หน้าฉันอย่างองอาจ

“เดิน” ฉันตอบไปอย่างกวนๆ

“อีบ้า” และนั่นคือคำตอบที่ได้รับ

ไม่มีคำอื่นจะด่าแล้วรึไง อีบ้าเนี่ยเบสิกมากเลยนะ

“ใครกันแน่บ้า เธอรึเปล่า จู่ๆก็ด่า” ฉันกอดอกกรอกตาใส่ ยี่หวาทำท่าเหมือนจะกระทืบเท้าแถมยังกัดฟันกรอด รู้หรอก อย่างยี่หวาตอนนี้คงกำลังปรี๊ดได้ที่เลย ก็เล่นไปแหย่เธอแบบนั้น

“อีหน้าด้าน เข้าห้องคนอื่นแล้วยังมีหน้ามาด่าเมียเขาอีก” ฉันเลิกคิ้วสูง

“เขาลากฉันเข้ามาเอง”

“อะไรนะ?” เสียงเธอขุ่นเคืองพอตัว ฉันยกยิ้มกริ่มแล้วค่อยอธิบายช้าๆ

“เขา...หมายถึงแฟนเธอน่ะ ลากฉันเข้ามาเอง ตั้งแต่หน้าห้อง...ยัน-เตียง-นอน” ฉันค่อยๆเน้นย้ำทีคำโดยเฉพาะสามคำสุดท้าย

“ทายไม่เคยพาใครมาที่นี่! อย่ามั่ว” ก็เพิ่งรู้นี้แหละว่าเพทายไม่เคยพาใครมาคอนโดนี่ ก็ปกติฉันออกจะมาบ่อย ไม่เห็นเขาบ่นอะไรเลย

“อ้อหรอ” ฉันรับคำแสร้งทำหน้าคิด “แต่ฉันมาออกบ่อย ไม่เห็นว่าเขาจะบ่นอะไรเลยนี่”

“เมื่อกี้แกพูดว่าไงนะ” ยี่หวาจ้ำอ้าวเข้ามาคว้าข้อศอกฉัน เธอบีบมันแรง เล็บทั้งห้าจิกลงบนผิวเนื้อฉันอย่างจงใจ “มาที่นี่บ่อยงั้นหรอ?”

“ก็ ใช่ล่ะมั้ง” ฉันกำลังสงสัย ยี่หวาเคยมาที่นี่รึเปล่า ไม่...ไม่ใช่ ต้องเป็นยี่หวาเคยเข้ามาในห้องนี้รึเปล่า สังเกตจากตอนเข้ามา เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูทั้งที่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นถ้าเห็นมีใครอยู่ในห้องแฟนตัวเองแล้วล่ะก็ ต้องรีบแจ้นค้นอะไรสักอย่างภายในห้องแน่ๆ

แต่ยี่หวากลับยืนนิ่ง สายตาเธอแอบเหลือบมองรอบข้างขณะที่คุยกับฉันในบางระยะ เธอทำเหมือนคนที่กำลังสำรวจห้องๆหนึ่งว่ามีฟังก์ชันการใช้งานอะไรบ้าง

“แก...” ยี่หวาจะพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วก็เงียบไป นัยน์ตาเคลือบบิ๊กอายสีน้ำตาลอ่อนกราดมองทั่วใบหน้าฉัน “แกมันยัยบ้าวันนั่นนี่”

อยู่ๆก็อยากด่าคนกะทันหัน

“เพิ่งรู้หรอ...โง่จัง” ฉันคลี่ยิ้มพลางบีบข้อมือยี่หวาข้างที่กำข้อศอก ออกแรงบีบไม่มากมันก็หลุดออกพร้อมสีหน้าบิดเบ้ของเธอ ลูกคุณหนูอย่างยี่หวาออกแรงนิดๆหน่อยๆก็เจ็บแล้วเหอะ บอบบางซะขนาดนั้น

“โง่?” ยี่หวาทวนคำพูดฉันพลางยื่นมืออีกข้างที่ว่างบีบต้นแขนฉันด้วยความแรงตามอารมณ์ “แกด่าฉันว่าโง่...หรอ?”

“....” ฉันจะไม่โต้ตอบเพราะยี่หวาในเวลานี้คงกำลังเดือดได้ที่

“กล้ามากนะ คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรแกรึไง” ฉันรู้ว่ายี่หวากล้าทำ แต่เธอแค่ไม่ลงมือด้วยตัวเอง ฉันได้ยินข่าวคาวของผู้หญิงคนนี้มามากมาย ชาติตระกูลดี พ่อมีอิทธิพล และคงไม่ต้องบอกว่าเงินมันจะมีอำนาจมากแค่ไหน

“....”

“เงียบทำไม กลัว?” เปล่าหรอก ยี่หวาไม่มีอะไรให้ฉันต้องกลัวเธอทั้งนั้นแหละ ที่เงียบเนี่ยเพราะกำลังรอสถานการณ์

“....”

“อย่าคิดลองดีกับฉัน ไม่งั้น...”

“ไม่งั้นทำไม?” ฉันไม่ได้พูดนะ คนข้างหลังเธอต่างหากที่พูด

“ทะ ทาย” เพทายยืนอยู่ข้างหลังในระยะห่างไม่ใกล้ไม่ไกล เขามาตั้งนานแล้ว เทพายค่อนข้างชอบทำอะไรเงียบเชียบ เพราะงั้นยี่หวาจึงไม่ได้ยินตอนที่เขาเปิดประตูเข้ามา ที่ฉันเห็นเพราะยืนหันหน้าไปทางประตูไง

“มาทำไม” เทพายสะพายกระเป๋าสีดำไว้เหนือบ่าเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างหิ้วถุงอะไรสักอย่าง อ้อ เสื้อนิสิตอยู่ในกางเกงด้วยนะ เพิ่งเคยเห็นสภาพเรียบร้อยก็วันนี้ แปลกตาดี

“ทาย ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ” ยี่หวาตรงเข้าไปเขย่าแขนเพทายอย่างบ้าคลั่ง แต่ดูท่าเขาจะอารมณ์ไม่ดี หน้านิ่งตั้งแต่ก้าวเข้าห้องแล้ว

“ใครใช้ให้เข้ามา” นอกจากจะไม่ตอบแล้ว เขายังสวนคำถามที่ทำเอายี่หวาสตั๊นแบบกู่ไม่กลับ

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง อธิบาย...”

“ไม่เคยอนุญาตให้เข้ามา แล้วทำไมเท้าเธอถึงเหยียบอยู่ในนี้” เห็นได้ชัดว่ายี่หวาสะอึกให้กับประโยคนั่นมากแค่ไหน แต่ก็แปลก เพทายไม่เคยให้ใครย่างกรายเข้ามาในห้องเลยรึไง

เพทายมีสองคอนโด ซึ่งอีกที่หนึ่งตั้งอยู่ใกล้มหาลัย เขาจะพักที่นั่นก็ต่อเมื่องานหนักมากๆเท่านั้น ซึ่งคอนโดที่ว่าฉันเคยไปมาแล้ว ถ้ายังจำกันได้ก็ไอ้คอนโดที่ฉันเดินสวนกับยี่หวาเมื่อหลายเดือนก่อนนั่นล่ะ งั้นก็แสดงว่าคอนโดนี่ยังไม่เคยมีใครเข้ามาก่อนนอกจากตัวเจ้าของห้องเอง...แล้วก็ฉัน? งั้นหรอ?

“ว่าไงนะทาย” ยี่หวาถามอย่างไม่เชื่อ สีหน้าอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด มือที่จับแขนเขาค่อยๆร่วงลงขนานข้างลำตัว

“....” เพทายเงียบ เขาไม่ตอบอะไรและเดินหนีมาทางฉัน

“ที่บอกเลิกหวาเพราะอีนี่ใช่มั้ย!

อะไรนะ? เลิกกันแล้ว? ตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้

บรรยากาศตอนนี้มาคุสุดๆ เพทายเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ข้างหลังเขาคือยี่หวาที่ใกล้จะอาละวาดเต็มที ฉันมองข้ามไหล่เพทายไปยังยี่หวา เธอจ้องกลับมาจนตาแทบถลน

มองแรงเป็นบ้า

“ตอบหวาสิ!

“เลิกก็คือเลิก ไม่เข้าใจรึไง” กลายเป็นสงครามขนาดย่อมระหว่างคนสองคน ฉันคืออากาศไปเลยไง

“ทาย...”

“กลับไปได้แล้ว น่ารำคาญ” เพทายไม่ใช่คนใจเย็นมากขนาดนั้น ถ้ายังดื้อรั้นจะตอแยเขาต่อมันคงเป็นความคิดที่ไม่เวิร์กเท่าไหร่

ฉันเลื่อนสายตากลับมามองคนตรงหน้า เพทายจ้องฉันอยู่ก่อนแล้ว เรายืนใกล้กันพอสมควร

“ได้ หวากลับก็ได้” ยี่หวาพยักอย่างจำยอม “แต่เรื่องนี้เราต้องเคลียร์กัน หวาจะไม่ยอมจบกับทายเพราะผู้หญิงคนนี้แน่นอน”

มันคือการประกาศศักดารึเปล่า ถ้าใช่ก็...คงสนุกดี

ยี่หวากระแทกเท้าเดินออกไป เสียงเปิดปิดประตูดังสนั่นไปครู่หนึ่ง พอเหลือแค่เราสองคนฉันจึงระบายลมหายใจแล้วหันหลังกลับเข้าห้องนอน

“จะไปไหน” เพทายก้าวเท้าขวางหน้าฉันไว้

“นอน” ฉันเบี่ยงตัวเดินผ่านเขา เพทายไม่ได้ตามเข้ามา เขาทำอะไรสักอย่างอยู่ข้างนอก

เมื่อล้มตัวลงนอนบนเตียงเป็นที่เรียบร้อยก็ได้แต่นอนนิ่ง กำลังคิดอยู่ว่าจะเอายังไง ก่อนอื่นพรุ่งนี้ฉันต้องได้ออกห้อง เป็นห่วงฟ้าครามกับใหม่จีน ถึงจะมีธีมอยู่ด้วยแต่มันก็อดห่วงไม่ได้ ฟ้าครามน่ะติดฉันอย่างกับอะไรดี

“ลุกขึ้น” เพทายยืนพูดอยู่ตรงปลายเตียง เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่? “ไปกินข้าว เร็ว”

“ไม่หิว” ฉันพลิกตัวนอนคว่ำมุดหน้าลงกับฟูกเตียง

“ซื้อมาแล้ว ต้องกิน” บังคับชัดๆ เอาจริงๆฉันเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง เมื่อเช้าก็ทานแค่ข้าวต้มที่เขาทำไว้ให้นิดหน่อย

“กินคนเดียวสิ จะหลับ”

“ลุกไม่ลุก” เสียงเข้มขึ้นมาทันที ฉันไม่มีอารมณ์ยัดอะไรลงท้องหรอกนะ เห็นหน้ายี่หวาเมื่อกี้แล้วความหิวเสื่อมสมรรถภาพ

ฉันเงียบเขาก็เงียบ ผ่านไปสักพักฉันก็เริ่มขยับ คิดว่าเขาคงไปแล้ว ที่ไหนได้พอกำลังจะพลิกตัวกลับข้อเท้าทั้งสองข้างก็ถูกจับยืดไว้แน่น

“ทำอะไร?” ฉันหันหัวถาม เพทายตีหน้าดุก่อนจะออกแรงกระชากข้อเท้าจนตัวฉันไถลไปยังปลายเตียง “ไอ้บ้า!

“ลุก” เพทายปล่อยเท้าฉันจนมันแตะพื้น ท่าฉันคือครึ่งตัวบนอยู่บนเตียงส่วนท่อนล่างนั่นแตะพื้นไปแล้ว “เร็ว”

มือฉันถูกจับและดึงขึ้นจนตัวลอย กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนเตียงและมือข้างหนึ่งถูกจับไว้โดยเขา ฉันพ่นลมหายอย่างเบื่อหน่าย ไม่รู้จะเผด็จการไปถึงไหน

สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องออกมาทานข้าวกับเขา เพทายซื้ออะไรมาบ้างไม่รู้เยอะแยะมากมาย มีแค่สองคนมั้ยล่ะ ซื้อมาเยอะเพื่อ?

“ยาคุมอยู่บนโต๊ะ” เพทายพูดพลางเดินตามหลังฉันหลังจากทานข้าวเสร็จ

ถุงยาสีขาววางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาภายในห้องนั่งเล่น แม้จะยังไม่เลยเวลาก็จริงแต่ฉันไม่แน่ใจว่าถ้ากินมันเข้าไปแล้วยังจะช่วยอะไรได้อีกอยู่มั้ย จากเรื่องที่เป็นอยู่ตอนนี้คือมันมีโอกาสพลาดและไม่พลาดครึ่งต่อครึ่ง

“จ้องไปมันก็ไม่หายเข้าท้องหรอก” เพทายแซะฉัน เขานั่งลงบนโซฟาสีน้ำเงินเข้มพลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเล่น

ฉันคว้าถุงยาแล้วเดินเข้าห้อง ไม่คุยมันแล้วไอ้เรื่องจะท้องไม่ท้องเนี่ย มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละ

 

-สองวันต่อมา-

ฉันได้ออกจากคอนโดเพทายในเช้าของอีกวัน เขาส่งฉันที่บ้านก่อนจะหายตัวไปจนวันนี้ก็ยังไม่โผล่หัวมา ซึ่งมันดีมากสำหรับฉัน ช่วงนี้งานหนัก ค่อนข้างเครียดบ่อย แล้วก็ยังไม่มีโอกาสไปตรวจที่โรงพยาบาลอย่างที่พูดไว้

ติ๊งต่อง...

ฉันหยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเคยมาคราวที่แล้ว หลังจบคลาสบ่ายก็ออกมาทันที เวลาแบบนี้น่าจะมีคนอยู่บ้าน

อันที่จริงบ้านหลังนี้มีคนอยู่เพียงคนเดียว

ติ๊งต่องๆ!

ฉันกดย้ำอีกสองสามทีก่อนเสียงกระแทกกันระหว่างบานประตูกับผนังจะกระทบกันดังปัง หญิงสูงวัยร่างกายผายผอมกำลังเดินออกมาจากตัวบ้านด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง

เธอมองเห็นฉันเมื่อเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งเราเผชิญหน้ากันตรงๆโดยมีรั้วเหล็กกั้นกลาง

“ไง ไม่เจอซะนาน” เธอบิดยิ้ม

“....”

“ยังไม่ตายอีกหรอ?” คำพูดนั่น...จากปากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าแม่

ดูเป็นคำทักทายที่น่ารักไม่หยอก...ประชดน่ะนะ มีใครที่ไหนอยากได้ยินคำสาปแช่งพวกนี้จากปากคนเป็นแม่บ้าง แน่นอนว่าไม่

แม่น่ะ...บิดเบี้ยวมากเกินไป

“สบายดีนะแม่” ฉันยิ้มเล็กๆมุมปาก ไม่สนหรอกคำพูดพวกนั้นน่ะ มากกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

“ตามยถากรรม” แม่กอดอกไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสะอิดสะเอียน

ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่มักส่งผลต่อเด็กอย่างเราเสมอ แม่รู้สึกยังไงกับพ่อ ก็รู้สึกอย่างนั้นกับฉันและน้อง

“ไหมซื้อข้าว...”

“ทิ้งไว้ตรงเท้าแกนั่นแหละ” ฉันตีหน้านิ่งก่อนตัดสินใจคล้องถุงข้าวที่แวะซื้อบนรั้วประตู ทว่าแม่กลับปัดมันทิ้ง จังหวะเดียวกันมือฉันสะบัดไปโดนเหล็กแหลมที่โผล่ขึ้นเหนือประตู โชคดีที่ปลายมันไม่แหลม แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เจ็บ

แม่หันหน้าหนี แสดงความเบื่อหน่ายผ่านสีหน้าและท่าทาง

“ขอโทษที่หายไปนาน ไม่ค่อยมีเวลา” ปกติแล้วฉันจะมาหาแม่อาทิตย์ละสองถึงสามครั้ง แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมามันวุ่นวายหลายๆอย่างจนมาไม่ได้

“....” ความเงียบทำให้อึดอัด ถ้าฉันยังอยู่ตรงนี้แม่อาจจะประสาทเสีย

“ไหมมีธุระ คงต้องไปแล้ว ไว้วันหลังจะมา...” ฉันหยุดชะงักในระหว่างพูดเมื่อสายตาปะทะร่างหนึ่งซึ่งกำลังเดินออกมาจากข้างในบ้าน

ผู้ชายร่างสูงโปร่ง ผมดำสนิท ดวงตาคมกริบบนใบหน้าเรียวสัน ฉันมองเขาในทุกย่างก้าวจนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า แม่ที่ยืนอยู่ข้างๆสอดมือโอบกอดรอบเอวสอบเช่นเดียวกับเขาที่โอบไหล่ท่าน ทั้งสองคนยิ้มให้กันก่อนผู้ชายที่ว่าจะหันมาหาฉัน

“หวัดดี นี่ลูกพี่หรอ?” คำทักทายจากผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ผิดหรอก คนที่ยืนโอบเอวแม่อยู่ตอนนี้อายุเทียบเท่าฉันหรืออาจจะมากกว่าหนึ่งปี

เราเคยรู้จักกัน เขาชื่อเปาโล

เปา...แฟนเก่าฉัน พ่อแท้ๆของฟ้าคราม และหนึ่งในอดีตผู้ชายของยี่หวา

“....” ฉันตอกกลับคำทักทายด้วยความเงียบ

เราเลิกกันนานแล้ว สี่ปีเห็นจะได้ เริ่มคบตอนม.ห้าและจบกันในวันสุดท้ายของชีวิตมอปลาย ฉันเองที่เป็นฝ่ายบอกเลิก

“เย็นชาจังนะ” เปากระตุกยิ้ม เราต่างเล่นบทคนไม่รู้จัก แม่ไม่รู้อดีตความสัมพันธ์ของเรา

“เด็กคนนี้ก็แบบนี้แหละ อย่าไปสนเลย เข้าบ้านกัน” ไม่ต้องอธิบายด้วยคำพูดก็พอรู้ความสัมพันธ์บ้าบอของทั้งสอง

แม่ไม่ได้แก่หงำเหงือก สวยมากด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่มียังผู้ชายเข้าหาแม้อายุจะห่างกันเป็นรอบก็ตาม

แม่หันหลังกลับพร้อมเขา ในตอนนั้นเปาเหลือบตามองฉัน แววตาเขากำลังสื่อสารบางอย่างที่...อันตราย ฉันหันตัวกลับทันทีในวินาทีนั้น

ฉันกับเปา เราจบกันไม่สวย มันเละเทะ ไม่น่าจดจำแต่กลับไม่ลืม

 

ฉันกับถึงบ้านหนึ่งทุ่ม คืนนี้ไม่ไปร้องเพลงเพราะพรุ่งนี้มีแข่งยูโด ธีมยังออกกำลังกายไม่เลิก มุมหนึ่งของบ้านมีเครื่องออกกำลังกายอยู่สองสามตัว ซึ่งเป็นของมันทั้งหมด บางครั้งฉันก็เล่นด้วย

“มือเป็นไร?” ธีมเดินเข้ามาพร้อมจับมือขวาฉันขึ้นดู มันแดงและอีกสักพักคงช้ำ

พรุ่งนี้มันต้องเป็นปัญหาแน่ๆ

“เปล่า” ฉันจะดึงมือกลับแต่มันไม่ยอมปล่อย

“ทำไรมา? พรุ่งนี้มีแข่งจำไม่ได้ไง” ธีมหน้ามุ่ย มันดึงมือฉันให้เดินตามก่อนกดให้นั่งลงบนโซฟา

“ไม่ได้ตั้งใจ” ฉันแสร้งหลุบตาทำหน้ารู้สึกผิด

“อย่าตอแหล นี่เพื่อนไม่ใช่ผัว” มันตบหน้าผากฉันดังป้าบ

“หยาบคาย”

“ค่ะ แม่คนสุภาพ” ธีมบ่นพลางขวนมือฉันด้วยยาน้ำสักอย่างที่กลิ่นคล้ายยาหม่อง เมื่อกี้เห็นแวบๆอะไรน้ำมันมวย...นั่นแหละ เพิ่งเคยใช่

“ม๊า” ขณะที่ธีมกำลังให้โอวาท เสียงเล็กน่ารักของฟ้าครามก็ดังแทรกอย่างช่วยเหลือ

ใหม่จีนอุ้มเธอลงมาจากชั้นสอง ยัยเด็กน้อยยื่นมือมาตรงหน้าโดยที่ฉันจดจ้องใบหน้าเธอที่โปะแป้งหอมจนเหมือนจูออน

ใหม่จีนควรไปเรียนเสริมด้านการดูแลเด็ก...

“ว่าไงฟ้า อาบน้ำแล้วใช่มั้ย” ฟ้าครามไม่ตอบแต่คว้ากอดตอนคอเมื่อเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดฉัน

“เกาะอย่างกับลูกลิง” ธีมว่าก่อนจะหอมแก้มเธอเบาๆหนึ่งที ฟ้าครามหัวเราะคิกคักซุกหน้าหนีตรงซอกคอ

“ไหม อาทิตย์หน้าน้องจบแล้ว” ใหม่จีนกระพริบตาพูด เธอไขว้มือไว้ข้างหลัง ท่าทางแบบนั้นน่ะมันบ่งบอกได้อย่างเดียว

“อยากได้อะไร” ปกติใหม่จีนไม่ค่อยขอในสิ่งที่อยากได้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆคือจะไม่พูดถึงเลย แต่มันก็มีบ้างนานๆทีเธอถึงจะขอ

“อยาก...” น้องหลุบตาต่ำ กระพริบเบาๆสองสามทีแล้วเงยหน้าพูด “น้องอยากไปหาแม่”

ฉันเงียบให้กับคำตอบ ตั้งแต่เล็กจนโตใหม่จีนไม่เคยถูกแม่ทำร้าย อาจเพราะเธอยังเด็กแม่จึงไม่อะไรกับเธอมาก อีกอย่างฉันเองก็ไม่เคยทำให้น้องต้องมาเห็นเหตุการณ์พวกนั้น สำหรับใหม่จีนทุกอย่างถูกปิดบัง

“อืม แล้วแต่” แต่ถึงแม้ฉันไม่เคยบอก น้องมันคงรับรู้ทุกอย่างได้จากความห่างเหินระหว่างฉันกับแม่ ไหนจะรอยแผลตามตัวฉันซึ่งมันมีออกบ่อย

“ม๊า ม๊า” ฟ้าครามเริ่มดิ้น

“อย่าดิ้นฟ้า แม่หนัก” มือฉันเจ็บ พอเธอดิ้นจึงทำให้การอุ้มทุลักทุเล

“มานี่มา” ธีมขยับเข้ามารับตัวเธอ ฟ้าครามดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ไปหา ฉันแอบสะบัดมือโดยไม่ให้ใครเห็น

“มีคนมา” ใหม่จีนชะโงกหน้ามองผ่านหน้าต่าง

ที่หน้าบ้านเพทายยืนอยู่ตรงนั้น เขาก้มหน้าทำบางอย่างก่อนโทรศัพท์ฉันจะเด้งเตือนข้อวามในเวลาต่อมา ฉันเดินมาหยิบมือถือซึ่งวางอยู่บนโซฟาข้างกระเป๋า

PHETHAY : อยู่หน้าบ้าน ออกมา

PHUMAI : ขอเหตุผลที่ต้องออกไป

PHETHAY : ไม่มีเหตุผล นี่คือการบังคับ

ถอนหายใจให้กับความเผด็จการนั้น ฉันกำโทรศัพท์ไว้และเดินออกมาท่ามกลางสายตาสอดรู้ของคนในบ้าน ก่อนพ้นประตูฟ้าครามเอาแต่เรียกฉัน

“มาทำไม” ฉันกอดอกถาม

“มาหาไม่ได้?” เพทายเลิกคิ้ว พิงสะโพกไปกับกระโปรงหน้ารถ ฉันกรอกตาก่อนจะเปิดประตูเล็กออกมาหาเขา

“มีไรว่ามา”

“ก็บอกแล้วไงว่าแค่มาหา” อยากจะบ้าตาย ฉันกรอกตาอีกรอบก่อนจะทำร้ายร่างกายเขาด้วยการออกแรงเตะปลายเท้าทั้งสองข้างเล่น “เตะทำไม?”

“....” ฉันเงียบและเตะไปเรื่อยๆ

“คิดว่าไม่เจ็บ?”

ปึก...ปึก

“พอแล้ว ไม่เจ็บเท้าไง?” ฉันเกือบชะงักเมื่อคำพูดเขาคล้ายเป็นห่วง

“มีไรว่ามา” ฉันยอมหยุดและตั้งคำถามเดิมซึ่งพูดไปแล้วก่อนหน้านี้

“พักนี้งานหนัก ไม่ค่อยได้เจอ” ฉันขมวดคิ้ว ต้องการสื่ออะไร? “ไว้จะโทรหา”

“แล้ว?”

“เอาเบอร์มา” ตอบทีนี่ขอหรือบังคับ?

ฉันปล่อยความเงียบ มองอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายตรงหน้าในขณะที่โดนจ้อง ฉันเตะปลายเท้าเขาอีกรอบพร้อมเบี่ยงสายตากลับมา

“เอาไปทำไม ไม่ให้” ส่งไลน์ก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นเลยสักนิดที่ต้องมีเบอร์ ไม่รู้สิ รู้สึกว่าถ้าเรามีเบอร์กันความสัมพันธ์ระหว่างเราต้องขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิม

ฉันไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น

“เอามา” เพทายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาเขาบังคับขู่เข็ญ น้ำเสียงนั่นมีความดุกลายๆ

“....”

“ไหม” ไม่บ่อยหรอกนะที่เพทายจะเรียกชื่อฉัน

ฉันเป่าลมขึ้นหน้าผากพลางกัดปากล่างเบาๆ ก่อนจะเหยียบเท้าทั้งสองขึ้นยืนบนเท้าเขา เพทายยังตีหน้านิ่งทั้งที่แอบคิดไว้ว่าเขาต้องแสดงสีหน้าเจ็บปวด แต่ลืมไป นี่เพทาย เขาไม่แสดงความรู้สึกให้ใครเห็นหรอก

ปึก!

ฉันจัดการทุบโทรศัพท์ลงบนแผ่นอกเขาแรงๆ เพทายขมวดคิ้ว คงจุกแหละ ไม่รู้สึกก็ให้มันรู้ไป

“เร็วๆ” ฉันเร่งเขาซึ่งกำลังกดหน้าจอมือถือยิกๆ

“ไว้จะโทรหา” เพทายยื่นโทรศัพท์กลับมา ฉันคว้ามันและสอดเก็บในกระเป๋ากางเกง

“ไม่ต้อง รำคาญ” ฉันตัดฉับในสิ่งที่เขาอาจจะทำจริงๆในอนาคต

“อยากโทร...” จู่ๆเพทายก็พูดออกมาแบบนั้น และคงไม่มีอะไรปั่นป่วนจิตใจฉันเท่าสองคำต่อมาที่เขาพูดมันด้วยสีหน้าราบเรียบ

“....”

“คิดถึง”


130%

ปมมา ตัวละครใหม่โผล่ และ...ความฟินเล็กๆ

โถ่ๆๆๆ คุณทายของหม่อม มีคงมีขอเบอร์เมีย 

นี่พวกเอ็งรู้จักกันมาเป็นปีเพิ่งได้เบอร์เนี่ยนะ 5555 ขรรม


มีการเปลี่ยนเมจตัวละคร อย่าว่าเรานะ 5555

คือแบบตอนแรกบีไอไง แต่ไปๆมาๆดูบทอิเปาละแบบ เฮ้ย ฮันบินน้อยของฉัน ไม่เอาอ่ะ 555 เปลี่ยนเฉยเลย


ปล. นายน์จะตามมาทีหลังนะ


1 เม้นต์ 1 ใจ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #1095 t_g_k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 08:36
    เพิ่งมีเบอร์กัน555
    #1,095
    0
  2. #137 sweetpinkypie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 00:06
    ต่อน้าาช
    #137
    0
  3. #136 KomyHyfer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 19:25
    อยากให้เพทายเจอฟ้าครามอ่า
    #136
    0
  4. #135 CB-xixi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 11:31
    ชอบเพทาย น่ารักจัง
    #135
    0
  5. #134 2KSJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 10:48
    เปาดูไม่น่าวางใจจเลยย มาต่อไวๆนะคะ ??????
    #134
    0
  6. #133 belenn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 00:28
    เอาแล้วว เริ่มรักละ
    #133
    0
  7. #132 aomessi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 23:45
    อัพบ่อยๆนะคะ
    #132
    0
  8. #131 RattanaponBeer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:47
    รอจ้าา
    #131
    0
  9. #130 0817571723 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:42
    ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆ
    #130
    0
  10. #129 sweetpinkypie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:25
    อัพต่อน้าาา
    #129
    0
  11. #128 0817571723 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 00:36
    โอ้ยยยยยยยยยยย
    #128
    0
  12. #127 aomessi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 16:50
    มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #127
    0
  13. #126 nampaka2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 14:19
    ท้องๆๆๆๆ
    #126
    0
  14. #125 th888 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 06:59
    ขอไห้ท้องเถอะนะ
    #125
    0
  15. #124 th888 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 06:58
    oh เเม่ไหมเเยงจัง
    #124
    0
  16. #123 2KSJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 00:24
    คำทักทายแม่ไหมนี่ดูแรง ไหมไปหาแม่ทำไมม รออ่านต่อนะไรท
    #123
    0
  17. #122 RattanaponBeer (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 13:02
    รอน้าา
    #122
    0
  18. #121 th888 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 13:00
    จะท้องไหมๆ????????
    #121
    0
  19. #120 2KSJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 00:45
    มาค่อไวๆนะคะ อยากรู้ว่าไหมจะจัดการกับยี่หวายังไง อีกอย่างจะท้องไหมมม 5555
    #120
    0