[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 6 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 5 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    13 พ.ย. 59






รัก...ความเจ็บปวดของขั้นกว่า

-พู่ไหม-


EPISODE05

 

“ยัยบ้า...โอ๊ย! ทายช่วยหวาที” ยี่หวาครวญครางพยายามลุกขึ้นแต่กลับทำไม่ได้ บางทีก้นกบเธออาจจะพัง นี่ฉันเล่นแรงไปมะ? ไม่หรอก...เนอะ

“ระ เราขอโทษนะ คือเราเจ็บข้อเท้ามาก ไม่ทันระวัง” ฉันพูดเสียงอ่อยอย่างตะกุกตะกัก แสร้งทำเป็นพยายามดันตัวเองลุกแต่เพราะเจ็บข้อเท้ามากจึงต้องนั่งลงที่เดิมอย่างช่วยไม่ได้

แต่ว่านะ มันมีมือผีแอบขยำก้นฉันล่ะ ไม่บอกก็รู้ใช่มั้ยว่าใคร

“มาหวา เดี๋ยวเราช่วย” ผู้หญิงคนหนึ่งช่วยดึงเธอลุกจากพื้น ผิวเผินเธอดูเป็นคนดี มีน้ำใจ แต่เปล่าเลย เมื่อกี้ฉันเห็นเธอหันไปยกยิ้มสะใจใส่ผู้หญิงอีกคนที่เพิ่งถูกยี่หวาหยามเรื่องลิปสติก

“ลุกไหวมั้ย?” ฉันเลิกสนใจยี่หวาแล้วหันมาหาเจมส์ซึ่งขณะนี้เขาขยับเข้ามาเพื่อดึงตัวฉันขึ้น “เจ็บมากมั้ย?”

“นิดหน่อย...โอ๊ย” คราวนี้เจ็บจริง ไม่ใช่เท้าแต่เป็นเอว เพทายหยิกสีข้างฉัน! แถมมือเขาที่เกี่ยวอยู่ตรงหน้าท้องเมื่อไหร่ไม่รู้ฉุดดึงฉันให้ต้องนั่งลงบนตักเขาเป็นรอบที่สาม

ไอ้บ้าเอ๊ย...คิดจะทำอะไร

“ร้องดังขนาดนี้ไม่หน่อยแล้วมั้ง” เพทายพูดโดยที่ยังไม่เลิกจ้องหน้าฉัน “สงสัยสาหัส”

ฉันรู้ว่าเขาประชด สองคำสุดท้ายนั่นกัดฟันพูดเลยไม่ใช่รึไง ฉันฟังออกนะ

“ลุกออกไปจากตักแฟนฉันได้แล้ว!” ยี่หวาที่ลุกขึ้นได้ก็ปรี่เข้ามาจะผลักฉันออก แต่ผู้หญิงที่ช่วยเธอฉุดรั้งเอาไว้ ฉันเองก็ขี้เกียจเล่นแล้วเพราะเมื่อกี้เห็นธีมเดินออกมากับโฟนพอดี

“โทษที เราไม่ได้ตั้งใจ” ฉันยิ้มแหยให้เธอก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองโดยระหว่างนั้นมีความช่วยเหลือจากเจมส์ดึงข้อมือฉันอีกที

“แน่ใจหรอว่าไม่ได้ตั้งใจ” ยี่หวาจ้องมองฉัน เธอไม่พอใจสุดๆเลยล่ะจากสายตานั่น ฉันรู้ว่าเธอรู้...เหตุการณ์เมื่อครู่มันเกิดจากความตั้งใจ

แต่แล้วไง ไม่มีใครเข้าข้างเธอหรอก เพราะพวกเขามองเห็นว่ามันเป็นอุบัติเหตุ อ้อ...ยกเว้นเพทายนะ

“อย่าหาเรื่องได้มั้ยหวา ทำตัวมีปัญหาว่ะ” เจมส์ว่าให้ ฉันเห็นยี่หวาตวัดหางมองอย่างไม่พอใจปนขัดใจ

“เอ่อ เราขอตัวก่อนนะ พอดีต้องรีบไปแล้ว” ฉันขอปลีกตัวออกมาจากเหตุการณ์ที่เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆจากฝีมือตัวเอง

ก็ขี้เกียจอยู่ต่อแล้ว ไอ้ธีมมันขมวดคิ้วมองหาฉันตั้งแต่เมื่อกี้ละ

“งั้นเดี๋ยวเราไปส่ง” เจมส์อาสา

“ไม่เป็นไร เราไปเองได้” ฉันไม่ต้องการให้เรื่องมันวุ่นวาย ดูออกหรอก ผู้ชายคนนี้สนใจฉัน

“อย่าตื้อดิ” ฉันไม่ได้พูดหรอก คนพูดมันเพทายต่างหาก

“ผู้หญิงมันเล่นตัวมากๆจะตื้ออยู่อีกทำไม โง่” ยี่หวาเสริม แต่บางทีเธอก็แทรกผิดจังหวะไป เพราะนอกจากจะไม่มีใครสนใจเธอแล้ว ยังโดนคำพูดแฟนตอกกลับกลายๆอีกด้วย

“ยุ่ง” สั้นดี ใจความกระชับ

“เราไปเองได้” ฉันพูดจบแต่นั้นก่อนจะเดินหนีออกมา ใจจริงอยากก้าวเร็วๆแต่ติดที่ว่าแกล้งขาแพลงอยู่ มันเลยทำให้ฉันต้องทำตัวสำออยเดินกะเผลกๆไปจนลับจุดสายตาคนพวกนั้น

 

21:37 PM.

วันนี้ที่ผับคนก็ยังเยอะอีกตามเคย ฉันขึ้นร้องเพลงได้สักพักแล้ว ตอนนี้ก็กำลังร้องเพลงอยู่ พยายามไม่สนใจสายตาโลมเลียจากสิ่งมีชีวิตเพศชายข้างล่างเวทีเหล่านั่น

ฉันร้องเพลงในขณะที่สายตาสอดส่ายไปทั่ว มีบางจังหวะที่หันไปมองธีมบ้าง ก็นะ มันกำลังงอนฉัน จะอะไรซะอีกถ้าไม่ใช่ไอ้แว่นตาที่ฉันตั้งใจเอาไปพังเล่นๆนั่น

พอมันรู้ก็ด่าฉันซะยับเยิน บอกว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ฉันก็บอกอยู่ว่าจะซื้อใช้ให้มันก็ไม่ยอมหายงอนสักที จนตอนนี้ฉันเริ่มจะรำคาญความเล่นตัวของมันบ้างละ

“เพลงสุดท้ายนะพี่” เดียวเข้ามากระซิบข้างหูฉันเมื่อเพลงล่าสุดจบลง

“อืม” ฉันพยักหน้ารับ ก่อนทำนองเพลงจะเริ่มขึ้น

ฉันลงจากเวทีในเวลาต่อมา ตอนแรกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เดินไปหาธีมที่ยืนปสมค็อกเทลให้ลูกค้าอยู่

“ธีม” มันเงยมองฉันแค่วิเดียว ก่อนจะทำเมินไม่สนใจ เออ เล่นตัวจัง “เดี๋ยวซื้อคืนน่า สวยกว่าอันเดิมเลย”

ฉันเท้าคางมองมัน ธีมวางแก้วทรงสูงต่อหน้าลูกค้าก่อนจะขยับมาหาฉัน มันทำสายตาเอือมๆใส่ ไม่รู้คิดบ้าอะไร

“คิดว่าฉันเป็นเด็กรึไง” เอ้าไอ้นี่ “ไม่ได้โกรธเว้ย”

“หรอ?” ฉันทำหน้างง ก็มันโกรธฉันอ่ะ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

“เออ แค่ไม่ชอบที่แกไปทำตัวแบบนั้น” ธีมดันหน้าผากฉันด้วยความแรงในระดับหนึ่ง “ไหนบอกจะไม่เจอมันหนึ่งเดือนไง แล้วอะไรคือการไปนั่งตักมันฮะ”

ธีมมันเห็นจริงด้วย ก็ถูกอย่างที่มันว่า แต่ตอนนั้นอารมณ์อยากป่วนยัยยี่หวามันมีมากกว่าไง นานๆทีถึงจะได้เจอเธอ ฉันจะถือว่านี่เป็นการเปิดตัวล่วงหน้าละกัน

“เปล่า ก็แค่อยากเล่น” ฉันเท้าคางทำหน้าเบื่อ

“เล่นมากระวัง” ตอนพูดมันทำสีหน้าจริงจัง

ก็รู้ว่าไม่ควรเล่นให้มันมาก เพราะบางอย่างมักมาโดยไม่รู้ตัว อย่างความรู้สึก...หรืออะไรก็ตามแต่ การถลำลึกคือการผลักตัวเองลงก้นเหวไร้ทางออก ซึ่งฉันไม่มีวันให้มันเกิดขึ้น

“เก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ให้ดี หมดเวลาเมื่อไหร่มึงแหลกแน่ กูกล้าเอาหัวเป็นพนัน” ธีมเคาะขมับตัวเองสองสามที สายตามันว่างเปล่าแต่จริงจัง

ฉันเชื่อว่ามันพูดจริง ไม่ใช่เพราะเป็นธีม แต่เพราะรู้ว่าเพทายเป็นคนยังไง

“ไหมมีคนมาหา” ฉันกับธีมเก็บบรรยากาศมาคุกลับเข้าที่เมื่อแว่วเสียงเจ๊ชาแนลดังมาแต่ไกล

“ใคร?” ฉันถามห้วนๆ

“ไม่รู้ย่ะ เสี่ยเลี้ยงเธอล่ะมั้ง เห็นแก่ๆ แหม่เดี๋ยวนี้รุ่นใหญ่นะ รายนี้คงรวยมากล่ะสิท่า...”

“เสือกน่าเจ๊” ฉันพูดขัดแค่นั้นก็รีบเดินออกมาทันที ไม่ได้อยู่รอเพื่อดูสีหน้าเจ๊ชาแนลเพราะรู้ว่ายังไงเธอก็คงชักดิ้นชักงอ

ฉันไม่รู้ว่าใครที่มาหา แต่ถ้าคนนั้นรู้จักฉันจริงๆเขาจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาเอง แต่ประเด็นคือฉันไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน เมื่อกี้ก็ไม่ได้ถาม ฉันเลือกที่จะออกมาหน้าผับ ใครคนนั้นอาจรออยู่แถวนี้ ซึ่งมันก็ใช่...

“พ่อ” ฉันเอ่ยเรียกผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เจอหน้ามานานหลายเดือน เกือบปีได้ถ้าจำไม่ผิด

ฉันคงไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวสักเท่าไหร่ ที่จริงแล้วฉันไม่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ พ่อกับแม่หย่ากันได้หลายปีแล้ว และตอนนี้พ่อก็แต่งงานใหม่ มีครอบครัวมีลูก ส่วนแม่...ท่านอยู่คนเดียว

แรกๆฉันอยู่กับแม่ แต่เพราะความสัมพันธ์ที่เริ่มเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆทำให้ฉันต้องพาใหม่จีนหนีออกมา ทิ้งผู้ให้กำเนิดไว้ในบ้านหลังนั้นอย่างโดดเดี่ยว

ไม่ได้จะเนรคุณ แต่ถ้าไม่ออกมานั่นหมายถึงการทิ้งชีวิตทั้งชีวิตไว้ที่นั่น แม่เกลียดฉัน เกลียดใหม่จีน เพราะอะไรรู้มั้ย...เพราะในตัวเรามีสายเลือดของพ่อไหลวนอยู่ไง แม่ทำร้ายฉันทุกวัน ไม่ว่าจะตบ ตี หรือการใช้วัตถุบางอย่าง มีคำคำหนึ่งที่ฝั่งใจฉันมาตลอดหลายปี

สายเลือดชั่ว อีมารหัวขน!’

แม่จารึกคำพวกนั้นไว้ในใจฉัน และบางทีมันอาจเผื่อแผ่ไปถึงใหม่จีนด้วย

“สบายดีนะไหม” พ่อคลี่ยิ้มอ่อนโยนในแบบที่ฉันเคยเห็น แต่บางมุมท่านก็ดูเหนื่อย ไม่รู้ว่าดึกป่านนี้แล้วท่านมาทำไม

เราไม่ได้เจอหน้ากันนานมาก แต่ก็ยังติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์บ้างบางเวลา แล้วพ่อก็ยังโอนเงินเข้าบัญชีฉันทุกเดือนเป็นค่าใช่จ่ายของฉันกับน้อง

“ค่ะ พ่อมาได้ไงคะ” ฉันยิ้มจากใจ แม้พ่อจะแต่งงานใหม่ฉันก็ยังรักอยู่ดี แล้วเท่าที่รู้มาผู้หญิงคนนั้นก็ดีด้วย เธอรักพ่อ หลายคนบอกเธอใจดี แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยพูดคุย

“พ่อเพิ่งคุยงานที่ญี่ปุ่นมา ลงเครื่องเสร็จก็มาหาเราเนี่ยแหละ” พ่อโอบรอบเอวฉันอย่างที่เคยทำ หลายคนที่ไม่รู้จักคงกำลังคิดว่าฉันมีเสี่ยเลี้ยง

“น่าจะรีบกลับบ้านก่อน ค่อยมาหาไหมทีหลังก็ได้ ดึกแล้วนะคะ” เป็นห่วงหรอก ไม่รู้ทำไมต้องรีบมาหาฉันด้วย

“พรุ่งนี้พ่อมีประชุมเช้า แล้วงานที่บริษัทก็รัดตัวสุดๆ พ่อกลัวจะไม่ได้เจอหน้าเราอีกนานเลยมาหา” พ่อหัวเราะน้อยๆ พลางวางมืออีกข้างบนกลุ่มผมฉัน “ลูกใครหว่าสวยเป็นบ้าเลย”

“ลูกคนแถวนี้แหละค่ะ” ฉันยิ้มเล็กๆ ไม่อยากตีหน้าเครียดเวลาอยู่กับพ่อ

“ยังไม่เลิกทำงานที่นี้อีกหรอไหม” พ่อกวาดสายตามองรอบตัวผับ พ่อไม่อยากฉันทำงานที่นี้ แต่เพราะรู้ว่าห้ามไปยังไงฉันก็ไม่ฟัง ฉันมันพวกดื้อรั้น

“ค่ะ แล้วพ่อมาทำไม” ฉันดึงมือพ่อที่วางอยู่บนหัวลงมาบีบเล่น

“พ่อซื้อของจากญี่ปุ่นมาฝากพวกเรา มานี่สิ”

 

-PAHTHAY TALK-

ผมกำลังยืนมองชายหญิงคู่หนึ่ง พวกเขาไม่เห็นผมหรอกเพราะรถคันนี้ติดฟิล์มดำอย่างดี ควันบุหรี่สีขาวลอยคลุ้งภายในรถ มองมาสักพักแล้ว มันนานพอที่จะก่อเกิดความหงุดหงิด

มีเสี่ยเลี้ยง? เหอะ...โคตรระยำ

ผมแค่นยิ้มมองภาพตรงหน้า ผู้ชายคนนั้นกำลังจูงมือพู่ไหมไปที่รถก่อนถุงกระดาษมากมายจะถูกยกออกมาแล้วยื่นมันให้กับเธอ ไม่อยากจะคิด ต้องทำมากแค่ไหนถึงจะได้เสี่ยใหญ่เปย์ให้ขนาดนี้

แต่ต่อให้ภาพตรงหน้ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหนผมก็ยังจะนั่งมองมันต่อไปเรื่อยๆ ทว่าความอดทนเหมือนจะพังลงเมื่อผู้ชายคนนั้นก้มลงหอมแก้มพู่ไหมโดยที่ยัยนั่นไม่คิดขัดขืนใดๆทั้งสิ้นแถมยังยิ้มหน้าชื่นตาบาน

ปึง!

ผมลงจากรถในนาทีนั้น อย่าคิดว่าผมจะเข้าไปกระชาก ไม่ทำหรอก ก็แค่เดินผ่าน พู่ไหมเหมือนจะเห็นผม เธอปรายตามองเพียงแวบเดียวก่อนจะส่งยิ้มให้ผู้ชายตรงหน้า

“รักนะคะ” พู่ไหมพูดพร้อมทั้งสวมกอดมันในตอนที่ผมกำลังเดินผ่าน

เหอะ...รักบ้ารักบอ ถ้าไอ้ผู้ชายมันรู้ว่าผู้หญิงหวังปอกลอกคงคลั่งตาย

แต่แปลกนะ ผมรู้สึกคุ้นหน้าไอ้แก่นั่นอย่างบอกไม่ถูก

“หน้าทมึงมาเชียวนะมึง” ไอ้ธีมทักผม มันยื่นแก้วค็อกเทลให้ลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งก่อนจะหันมาคุยกัน

“เออ” ผมตอบรับสั้นๆ ไม่ลืมสั่งน้ำเมาจากมันด้วย

“เห็นไหมรึเปล่า” ไอ้ธีมถามขณะผสมค็อกเทลในส่วนของผม “มันเดินออก...”

“ไม่เห็น” ผมตอบห้วนๆ ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อมีเสียงข้อความเข้า

 

YEEWAA : อยู่ไหนอ่ะทาย

PHETHAY : โรงบาล

 

ผับต่างหาก...จริงๆวันนี้ผมต้องเข้าเวร แต่ขอสลับกับอีกคน

ยอมรับเลยค่อนข้างอารมณ์เสียกับพู่ไหม ไอ้เรื่องเมื่อตอนเย็นนั่นไง ผมไม่ได้จะว่าหรอก สนุกดีที่เห็นพู่ไหมแกล้งยี่หวา เวลาทำตัวร้ายแม่งโคตรน่าฟัด

แต่ประเด็นคือไอ้เจมส์ มันแม่งมองพู่ไหมตั้งแต่หัวจรดเท้า ไอ้เจมส์มันไม่ได้เลวร้ายหรอก ออกจะมองโลกในแง่ดี อีกอย่างมันชอบผู้หญิงเรียบร้อย แล้วเผอิญวันนี้ยัยนั่นดันแกล้งทำตัวเป็นสาวเรียบร้อยไง สรุปคือไอ้เจมส์หลง

 

YEEWAA : แน่ใจนะว่าอยู่โรงบาล ไม่ใช่ที่อื่น

 

นับวันยิ่งทำตัวน่ารำคาญ ยี่หวาเริ่มแทรกแซงตัวเองเข้าในชีวิตผมทั้งที่เจ้าตัวก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วยิ่งไปกว่านั่นมันจะทำให้ผมขยาดผู้หญิงอย่างเธอมาขึ้นกว่าเดิม

อย่าหาว่าใจร้าย แต่ไม่ได้ชอบมาตั้งแต่แรกแล้วไง เหตุผลก็เคยบอกไปก่อนหน้าแล้ว

 

PHETHAY : อย่าหาเรื่อง

 

ผมกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ไม่สนว่ายี่หวาจะส่งข้อความเข้ามามากแค่ไหน ผมเบื่อ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงคนนี้แล้ว

ว่าจะเลิก เร็วๆนี้แหละ...อาจจะพรุ่งนี้



-PHUMAI TALK-

ฉันเดินกลับเข้ามาข้างในเพื่อเอาของ พ่อบอกจะไปส่ง ท่านอยากไปเจอใหม่จีนรวมไปถึงฟ้าครามด้วย พ่อรู้เรื่องเธอ ฉันไม่ได้ปิดบังอะไร

“ใครมา” ธีมถาม

ฉันยักคิ้วให้มัน บุ้ยปากไปทางยังชั้นวางด้านหลังซึ่งอยู่ต่ำลงไปเกือบติดพื้น กระเป๋าสะพายฉันอยู่ตรงนั้น ธีมหยิบขึ้นมาให้ ฉันรับมาโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปาก ก็ไม่อยากให้ใครบางคนแถวนี้ได้ยินเสียง

หมายถึงเพทายนั่นแหละ เขากำลังนั่งคุยสักอย่างกับธีมและฉันก็เดินเข้ามา ไม่สนใจหรอก เมื่อกี้อยากจิกตามองฉันเอง

ฉันโบกมือให้มันจากนั้นก็เดินออกมา พ่อยืนรออยู่หน้าผับ พอเห็นฉันก็ยิ้มกว้างทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยเปิดปิดประตูรถให้

“อยากดูตัวมั้ย?” จู่พ่อก็ถามขณะที่รถกำลังแล่นอยู่บนท้องถนน

“ไหมไม่อยากแต่งงาน” มันคือความจริง ฉันไม่อยากแต่งงาน

การแต่งงานคือการผูกมัดคนสองคนไปทั้งชีวิต ไม่มีอิสระ โดยเฉพาะทางความรู้สึก มันคือความคิดของฉัน หลายคนเคยบอกว่าฉันมักมองโลกความรักในแง่ร้าย อาจจะจริง ฉันคงเป็นแบบนั้น

“ก็ไม่ได้บอกว่าให้แต่ง แค่ถามว่าอยากดูตัวรึเปล่า” พ่อโอบไหล่ฉัน วางมือลงบนเส้นผมพลางกดให้ซบตรงไหล่กว้าง

“ไม่เอา” ตอบอย่างเด็ดขาด ฉันไม่ชอบอะไรก็ตามที่โยงไปถึงการแต่งงาน

“ไม่เอาก็ไม่เอา พ่อแค่ถามเฉยๆ เผื่อฟลุ๊คอยากดูตัวเหมือนยัยพราว” พราวในที่นี้คือลูกติดภรรยาใหม่พ่อ ไม่เคยเห็นหน้าหรอก แต่รู้ว่าเป็นผู้หญิงและเด็กกว่าฉันสักปีถึงสองปีได้

“เธอชอบดูตัวหรอ?” จู่ๆสมองก็ร้อยเรียงคำพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา ยัยเด็กนั่นแรดเป็นบ้า

“งานอดิเรกเค้าเลยล่ะ แต่เหมือนตอนนี้ไปถูกใจผู้ชายคนหนึ่งเข้า ขอให้พ่อพาไปดูตัวสานสัมพันธ์กับครอบครัวนั้นตั้งหลายรอบ” พ่อขำเล็กน้อย

“ขนาดนั้นเลย” ฉันฉุกถาม ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเธอโคตรบ้าผู้ชาย

“ขนาดนั้นแหละ แต่รู้อะไรมั้ย ฝ่ายชายไม่เล่นด้วย หนีหายไปไหนไม่รู้ตั้งหลายวัน” พอถึงตรงนี้พ่อก็หลุดขำพลางจับโยกหัวฉันไปมา

“แล้วเป็นไงต่อคะ” ที่ถามไม่ได้สนใจ แค่ไม่มีอะไรจะพูด

“ก็ไม่ไง จนถึงตอนนี้ยัยพราวก็ยังขอพ่อไปดูตัวกับบ้านนั่นอยู่” ฉันเงยหน้าสบตาพ่อ ท่านยิ้มนิดๆ “เผอิญบ้านนั่นมีน้องสาวอยู่คน ดูท่าจะไม่ถูกกับยัยพราวอย่างแรงเลยล่ะ”

พอนึกภาพออก ก็นะ นอกจากผู้ชายเขาจะไม่เอาแล้วยังมีมารน้องสาวคอยไล่จี้ด้วย

 

“ม๊าๆ...นี่” ฟ้าครามวิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาฉันพลางเอานิ้วจิ้มสิ่งที่อยู่บนหัว

มันคือที่คาดผมคุมะมง ไอ้หมีตัวดำๆนั่นไง พ่อซื้อมาให้จากญี่ปุ่น ยังมีของเล่นและของฝากอีกเพียบเลย ไม่รู้จะซื้อมาทำไมเยอะแยะ ที่สำคัญเป็นของฟ้าครามซะส่วนใหญ่ ใหม่จีนได้บล็อกเซตการ์ตูนมังงะตั้งสามเรื่อง ไหนจะฟีคเกอร์อีก ยังไม่เคยบอกใช่มั้ยว่าใหม่จีนเป็นโอตาคุตัวยง

“น่ารักแล้ว ไปนั่งเล่นตรงนู้นนะฟ้า ม๊าขอทำกับข้าวก่อน” ฉันดึงแก้มนิ่มเบาๆ ฟ้าครามพยักหน้าก่อนจะวิ่งเตาะแตะออกจากครัวไปห้องนั่งเล่น

เรามาเที่ยวทะเล จากใจเลยก็ไม่ได้อยากมา แต่ตามใจฟ้าครามไง ฉันลองเอาโบชัวร์ให้ดู เธอก็จิ้มๆลงบนภาพที่มีแต่ทะเล ตอนแรกก็นึกว่าจิ้มไปงั้น ที่ไหนได้พอลงเปลี่ยนเป็นภาพอื่นก็ยังชี้อยู่ที่ภาพเดิม

“ไหม” ยัยน้องสาวเดินเข้ามาหา สีหน้านั่นยู่อย่างเห็นได้ชัด

“เป็นไร?” ปกติใหม่จีนค่อนข้างเก็บอารมณ์เก่ง แต่ตอนนี้เธอกำลังหลุด

“อื้อ รมณ์ไม่ดี” เธอถอนหายใจหนักๆ ที่คอมีโชกเกอร์สีดำซึ่งเป็นเส้นเดียวกับที่พ่อซื้อมาให้ จริงๆมันมีสองเส้น แต่มันอยู่ที่ฉัน หมายถึงใหม่จีนให้

“ใครทำไรให้ล่ะ” ฉันกลับมาสนใจอาหารที่กำลังทำตรงหน้า ส่วนใหม่จีนก็ยืนหน้ายับอยู่ข้างๆ

“ไม่รู้จัก แต่โคตรเกลียด” ฉันเบาไฟปิดฝาหม้อแล้วหันไปหาน้องตรงๆ

“เกลียดได้ไงถ้าไม่รู้จัก?” มีคนสามารถทำใหม่จีนอารมณ์เสียได้ แปลกอยู่นะ

“ก็มันเดินชนน้องแถมยังเหยียบเท้าด้วย” แค่เนี้ยนะ? “แล้วยังมีหน้ามาด่าว่าน้องผิด เดินไม่ดูตาม้าเอาเท้าไปให้มันเหยียบ”

ฉันขมวดคิ้วก่อนจะทำหน้าไม่ถูก คือยังไงดี ฉันไม่รู้จะขำหรือสงสาร

“ไม่ด่ากลับล่ะ” อย่ามองว่าส่งเสริมน้อง...แค่สนับสนุนให้สู้คน

“ก็มันตัวใหญ่ จ้องน้องเขม็งเลย พอจะด่ามันก็เดินหนีไปแล้ว” ใหม่จีนเปลี่ยนมายืนกอดอกพลางกัดปากล่างอย่างเจ็บใจ

ฉันยื่นมือขยี้ผมเธอแรงๆก่อนจะดันหลังน้องและออกคำสั่งให้ไปเล่นกับฟ้าคราม ธีมกับโฟนหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

บรืน...

สงสัยกลับเข้ามาแล้ว มีเสียงรถหน้าบ้าน ยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่ามาเที่ยวหัวหิน เราเช่าที่พักเป็นบ้านซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวทะเล

มีเสียงความวุ่นวายเกิดขึ้นที่ห้องนั่งเล่น สองคนนั้นคงออกไปซื้อของกิน ได้ยินแว่วๆเหมือนธีมกับใหม่จีนจะแย่งขนมกันอีกแล้ว

“มีไรให้ช่วยมั้ย?” โฟนเดินเข้ามาในครัว ฉันกำลังจะส่ายหน้าแต่สายตาดันเหลือบมองไปทางนาฬิกาติดผนังซะก่อน

“อืม จะเที่ยงแล้ว จัดโต๊ะเลย” ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันที่ดีวันหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต อารมณ์ว่าเงียบเหงาและสงบดี

ประมาณสี่โมงเย็นฉันก็พาฟ้าครามและใหม่จีนออกมาเดินเล่นรอบหาด ยัยฟ้าอยากเล่นน้ำฉันก็ให้ แต่ต้องเล่นเฉพาะจุดที่ไม่ลึก โดยมีใหม่จีนคอยเล่นเป็นเพื่อน ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงฉันก็เดินละออกมาเพื่อหาซื้อขนมให้น้องกับลูก

มีมินิมาร์ทแถวนี้ ฉันเห็นเมื่อเช้าแต่ไม่รู้ป่านนี้ปิดไปแล้วรึยัง พอไปถึงก็ยังเปิดอยู่ ฉันเข้าไปซื้อขนมและรีบนำไปคิดเงิน ไม่ใช่อะไร แค่เป็นห่วงสองคนนั้น

แล้วในก็เกิดเหตุร้าย เมื่อฉันกลับมาอีกทีฟ้าครามก็กำลังนั่งตาแดงเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้

“เกิดอะไรขึ้น?” ฟ้าครามรีบโผเข้ากอดฉันทันทีที่เธอเห็น

“ฟ้าเกือบโดนรถเฉี่ยว” เกือบโดนรถเฉี่ยว?

“เมื่อไหร่?” ฉันถามพลางลูบศีรษะฟ้าครามที่ยังตัวสั่นไม่หาย

“เมื่อกี้” แสดงว่าคนทำเพิ่งหายไปก่อนฉันจะมา “มันเป็นอุบัติเหตุ ฟ้าไม่เห็นพี่เลยวิ่งออกมา ตอนนั้นรถกำลังวิ่งมาพอดี”

“อืม ช่างเถอะ” ถ้าเป็นอุบัติก็แล้วไป ฉันไม่เอาเรื่องคนขับหรอก ไม่มีใครตั้งใจสักหน่อย พวกเราพากันกลับบ้านพัก ตลอดเวลาฟ้าครามกอดคอฉันแน่น พอถึงบ้านก็โดนไอ้ธีมมันบ่นอีก

 

-PHETHAY TALK-

ผมกำลังไปหาไอ้เอเชีย พวกมันมาเที่ยวหัวหินกัน ไม่รู้นึกคึกอะไรถึงได้โทรชวนผม

Rrrrr Rrrr

“ว่า” ผมกรอกเสียงรับ

“(ถึงไหนแล้ว)” ไอ้เอเชียโทรมา คงเพราะผมยังไม่ถึงสักที ปกติผมเป็นคนตรงต่อเวลา แต่พอดีเมื่อกี้เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย เกือบขับรถเฉี่ยวลูกชาวบ้าน...ดีว่าเบรกทัน

“อืม อีกแป๊บ”

“(ให้เร็ว)” จริงๆมันมีหลายเหตุผลที่ผมมาหัวหิน ไม่ใช่เพราะคำชวนของไอ้ญาติหนึ่งเดียวคนนี้ หลักๆเลยคือหลีกหนีความน่ารำคาญ

ผมบอกเลิกยี่หวาไปแล้ว...

 

#วันสุดท้ายก่อนครบ 1 เดือน

หลังจากรอมานานวันนี้คือวันสุดท้าย ตอนนี้ผมอยู่ทีเคผับ มารอรับนักโทษ อีกไม่ถึงสามชั่วโมงก็ข้ามวันใหม่

พู่ไหมกำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีท่ามกลางสายตาแทะโลมของไอ้พวกวัวแก่ ผมนั่งเฝ้าอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต แต่เธอคงรู้ พู่ไหมเรดาร์ดีอย่างกับหมาบอกเลย หลายครั้งที่เราสบตากัน และผมมักจ้องมองเวลาบนหน้าจอมือถืออยู่ตลอด

ตื่นเต้นไง...

ผมนั่งรอจนกระทั่งเปลี่ยนวง พู่ไหมหายไปทางหลังร้านก่อนจะออกมานั่งดื่มหน้าบาร์ เธอทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จริง มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย ก็แค่กำลังจะ...

ว่าแต่คนอื่นผมก็เป็น เราสองคนกำลังทำตัวเหมือนปกติทุกวันทั้งที่ในใจต่างก็รู้ดีว่าอะไรกำลังจะเกิด ผมละสายตาจากพู่ไหมก้มมองสิ่งที่เพิ่งล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง ซองสีใสบรรจุผงขาว มันเป็นยาชนิดหนึ่ง เพื่อนคนหนึ่งให้ผมเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนหน้านี้ผมมีมันสองซอง แต่เผอิญเอาไปใช้กับคู่ไอ้เอเชียแล้ว เห็นทะเลาะกันอยู่นั่น

คืนนี้ผมจะใช้มัน...

‘23:55 PM’

เหลือเวลาอีกห้านาทีและตอนนี้พู่ไหมก็หายไปแล้ว คิดว่าไง... ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าโปรแกรมแชท

 

PHETHAY : หนีได้หนีไป

 

ไม่นานจากนั้นมันก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว ช่วงที่กำลังรอคำตอบจากฝ่ายตรงข้ามผมก็จัดการตัวเองให้เรียบร้อยเดินออกมาจากผับและขึ้นรถในเวลาต่อมา

 

PHUMAI : ใครหนี กำลังไป เจอกันที่เดิม

 

พู่ไหมน่ะใจเด็ด ผมรู้ในบางเรื่องเธอกลัวแต่ตัวตนที่แสดงออกคือความเย็นชา พวกเก็บความรู้สึกเก่งก็แบบนี้ แต่มันมีข้อเสีย เก็บความรู้สึกเก่งหมายถึงแสดงความรู้สึกไม่เก่ง อ่อนหัด ติดลบ

ผมขับรถมาถึงที่หมายโดยใช้เวลาไม่เกินสิบนาที ตอนนี้เข้าวันใหม่แล้ว ครบเวลาหนึ่งเดือนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ภายในห้องเงียบสงัด ไฟไม่ได้ถูกเปิดเพราะใครบางคนไม่ยอมเปิดมัน แต่แสงจากโคมและหน้าต่างก็พอให้มองเห็น

ที่ที่เราอยู่คือคอนโดผม คอนโดที่ต่างคุ้นเคยกันดี ในมือผมมีเตกีล่าขวดหนึ่งซึ่งซื้อก่อนออกจากผับ มันถูกเปิดออกแล้วตอนที่มาถึง ผมผสมบางอย่างลงไปก่อนจะขึ้นมาบนนี้

“ไง เตรียมตัวดีนี่” ผมวางขวดเตกีล่าลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าพู่ไหม

ที่ว่าเตรียมตัวดีน่ะเพราะตอนนี้เธออยู่ในชุดที่พร้อมแล้วต่างหาก ชุดคลุมอาบน้ำของผมที่อยู่บนเรือนร่างเธอ ท่านั่งไขว่ห้างที่ไม่รู้ทำยังไงคอเสื้อมันถึงได้แหวกจนเห็นร่องอกรำไร กลิ่นหอมของสบู่ลอยแหวกอากาศเข้าสู่จมูก ผมสูดกลิ่นนั้นเบาๆและมันทำให้ผมตื่นตัว

อะไรหลายๆอย่างทำให้ความรู้สึกรุนแรงขึ้น อาจเพราะเราไม่ได้มีเซ็กส์กันเป็นเดือน เพราะเธอใช้สบู่ของผม เพราะท่านั่งเธอมันเปิดเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียน หรือเพราะสายตาและริมฝีปากที่กำลังเชิญชวนกันแน่

“ยั่วหรอ?” เสียงผมแหบพร่า เสื้อยืดที่ใส่ถูกถอดออกจากร่างกาย ผมโยนมันไปสักที่ภายในห้องนี้

ลักษณะของเราในตอนนี้คือพู่ไหมนั่งไขว่ห้างยั่วผมอยู่บนโซฟา ส่วนตัวผมยืนเปลือยท่อนบนอยู่ตรงหน้าเธอโดยมีเพียงโต๊ะกระจกและขวดเตกีล่ากั้นกลาง

“แล้วได้ผลมั้ยล่ะ” เราหลุดยิ้มร้ายให้กัน พู่ไหมหลุบตามองขวดเตกีล่าตรงหน้าก่อนจะช้อนสายตามองผมอีกครั้ง

“ของเสริม” ผมชิงตอบ “เพื่อความบันเทิง”

“งั้นหรอ” พู่ไหมเลิกคิ้ว “ก็ดี เดี๋ยวรินให้”

“ไม่ต้อง” ผมขัดขวางพู่ไหมที่กำลังลุกเพื่อไปหยิบแก้ว ดื่มจากแก้วมันไม่เร้าใจ “ดื่มจากตรงนี้ดีกว่า”

ผมโน้มตัวลงไปใกล้พลางชี้ปลายนิ้วเข้าหาริมฝีปากตัวเอง พู่ไหมมองผมนิ่งๆ เธอลุกขึ้นในเวลาต่อมา ไม่ลืมคว้าขวดเตกีล่าไว้ในมือ พู่ไหมค่อยๆยกมันขึ้นดื่มขณะที่สายตายังคงประสานกับผม

เตกีล่าบางส่วนไหลย้อยลงมาข้างมุมปาก ผมไล่มองตามสายน้ำที่ไหลผ่านลำคอ ร่องกระดูกกระทั่งมันหายเข้าไปในร่องอก ผมลอบกลืนน้ำลาย ยอมรับอย่างไม่ปิดบังว่ากำลังตื่นตัว พู่ไหมมีแรงดึงดูดมากไปสำหรับผม

เธอดื่มเสร็จแล้วและกำลังยื่นหน้าเข้ามา ผมไม่รอช้าประกบริมปากชิมรสหวานปนขมในปากเธอ ผมรั้งเอวบางแนบชิดกับร่างกาย หน้าอกเราหรือแม้แต่หน้าท้องมันสัมผัสกันอย่างแนบแน่น ท้ายทอยพู่ไหมถูกผมกดและบีบบังคับให้เอียงรับการรุกราน

เรียวลิ้นเกี่ยวตะหวัดกันอย่างชำช่อง ผมเลื่อนมือจากเอวไต่เลื้อยลงไปหาสะโพกกลมมน บีบเคล้นมันเล่นด้วยความมันส์มือ

“อืม” พู่ไหมครางตอบรับสัมผัส เราผละริมฝีปากและเธอเริ่มต้นดื่มมันอีกครั้ง

ไร้ซึ่งบทสนทนา เรียวลิ้นเรากลับมาเกี่ยวรัดกันและกันซ้ำๆในหลายๆครั้ง เล็บยาวจากมือเรียวเล็กกรีดบาดผิวเนื้อผมจนเป็นรอยทางยาว

อีกครั้งที่ริมฝีปากเราผละออก ผมไม่ยอมหยุดนิ่งเมื่ออารมณ์มันเริ่มหนักข้อขึ้น เรายังอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีแต่โซฟา โต๊ะ บาร์ หรืออะไรหลายๆอย่างที่ไม่ใช่เตียง

เรียวลิ้นผมไม่หยุดหาที่สัมผัส มันลากไล้ตามหยดน้ำที่ล้นออกมาตั้งแต่ปลายคาง ลำคอ ไปจนถึงเนินอก ความนุ่มลื่นของผิวทำให้ทุกการเป็นไปหนักหน่วงยิ่งขึ้น

“ใส่อะไรลงไป” ผมบอกแล้วพู่ไหมเรดาร์ดีหรือไม่บางทีฤทธิ์มันคงออก

“ใส่” ผมบอกไปตามตรง ลากไล้ปลายลิ้นจากหัวไหล่กลมมนขึ้นไปตามลำคอ

“อะไร?” แม้เสียงจะสั่นแต่เธอก็ยังถาม

“ยาปลุกเซ็กส์”



TO BE CON...

เหตุการณ์คุ้นๆมั้ย ใครอ่านเอเชียมาแล้วจะรู้ว่ามันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันค่ะ

 

ขอโทษที่รอบนี้หายไปนานนนนนนนนนนนนนนนนนน

นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

(น.ล้านตัว 5555555)

กระซิบหน่อย จะได้อ่านฉากกินกันแล้วนะเออ อิอิ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #1336 Titiw Sroypikul (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 12:59
    อะไรคือการยืนมองในรถที่ติดฟิล์มดำ 555
    #1,336
    0
  2. #1287 Papaya80 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 23:09
    ร้ายยยยยยยย
    #1,287
    0
  3. #474 missbb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 11:02
    กรี้ดดดด...อิทายแกมันร้ายยยย
    #474
    0
  4. #82 th888 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 20:18
    อีเพทายยย กรี้ด เทอเเรงมาก
    #82
    0
  5. #79 nanjar_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 18:34
    สนุกมาก อยากให้อัพทุกวันเล้ยยยยยย
    #79
    0
  6. #78 kanatipp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 18:02
    เค้าจะกินกันแล้วคร่าาา หลังจากไม่ได้กินมาเป็นเดือน หิวแย่เลยเนอะ 5555
    #78
    0
  7. #76 GuRomeoZa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 22:40
    รอออ??????????
    #76
    0
  8. #75 tawonrotanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 16:47
    รออออออออออออ
    #75
    0
  9. #74 Namwhans (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 11:23
    โอ้ยยขำเพทายหึงแม้กระทั่งพ่อตา
    #74
    0
  10. #73 belenn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 11:01
    ใจเย็นนะทายยย 55555 นั่นพ่อตา
    #73
    0
  11. #71 โบวีา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 10:40
    เจิมไๆๆไๆๆๆ
    #71
    0
  12. #70 nanjar_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 17:44
    รอ อออออออ
    #70
    0
  13. #69 tawonrotanan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 05:58
    รออออออออออออ
    #69
    0
  14. #68 bylek96k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 02:48
    รอออออิ
    #68
    0
  15. #67 Barrybay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 02:02
    เค้ารออออ
    #67
    0