[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 5 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 4 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    22 ต.ค. 59





ถ้ารัก...หักหลังเรา

-เพทาย/พู่ไหม-

 

EPISODE04



-PHETHAY TALK-

ผมลงมาข้างล่างหลังจัดการพู่ไหมจนสลบคาเตียง พักหลังมานี้เริ่มรู้สึกต้องการมันมากกว่าปกติ ใจจริงก็สงสารเธอ แต่ความอยากมันมีมากกว่า และพู่ไหมคือผู้หญิงใกล้ตัวผมมากที่สุดในตอนนี้

หากถามถึงยี่หวา รายนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ติดต่อหลายวันแล้ว ป่านนี้คงอยู่กับผู้ชายสักคนของเธอ

ช่าง ไม่คิดจะสนอยู่แล้ว

ประเด็นตอนนี้คือความหิว เอาจริงก็ไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เที่ยงของเมื่อวานแล้วไง งานล้นมือจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ผมมองนาฬิกาติดผนังซึ่งบอกเวลาบ่ายสามครึ่ง

อืม นานพอควรเลยที่รังแกผู้หญิงข้างบน

ผมเดินไปหยิบถุงอาหารที่ซื้อเข้ามาตอนออกไปข้างนอกเข้าห้องครัว บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าสมัยก่อน ผมเคยมาอยู่แค่ไม่ถึงเดือนเพราะตอนนั้นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน แม่เลยพาผมกับไข่มุกหลบมาอยู่ที่นี้

ลืมบอก ผู้หญิงที่มาเมื่อเช้าคือน้องสาวผมเอง น้องในไส้ คลานตามกันมา เธอชื่อไข่มุก อายุเพิ่งจะยี่สิบปีบริบูรณ์เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

เธอมาคุยเรื่องดูตัวที่ผม หนี มาเมื่อคืน เอาจริงๆไม่คิดมาก่อนว่าชีวิตจะเจออะไรแบบนี้ แม่นะแม่ คิดได้ไงจะจับเชาหมั้นกับลูกสาวคนอื่น ที่สำคัญคือไม่ถามความเห็นกันก่อนเลยว่าสมัครใจมั้ย

Rrrrr Rrrr

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดีงแหวกอากาศในขณะที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย มันดังมาจากกระเป๋าสะพายพู่ไหมซึ่งวางอยู่แถวโซฟา

ปกติผมไม่ค่อยชอบยุ่งกับของส่วนตัวใคร แต่ครั้งนี้อยากยุ่งแปลกๆ ผมจึงตัดสินใจเดินไปรันมันให้ด้วยความหวังดี

“....” ผมกดรับสายแต่ไม่ได้กรอกเสียง

“(ไหมอยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับ)” เสียงเป็นผู้หญิง ผมลดโทรศัพท์ออกจากหู มองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

ใหม่จีน...ใคร?

ผมไม่รู้จักคนในสาย ไม่รู้ด้วยว่าเกี่ยวข้องยังไงกับพู่ไหม

“(เป็นไรรึเปล่าไหม ทำไมไม่ตอบน้อง)” ผมเงียบฟัง คนในสายก็เอาแต่เร่งเร้า

ผมได้ยินเสียงเดินลงบันไดจึงหันไปมอง พู่ไหมกำลังจ้องผม เราอยู่ห่างกันไม่มาก อีกไม่ถึงห้าขั้นเธอก็ถึงพื้น แต่สิ่งที่ทำให้พู่ไหมพุ่งเข้ามาหาเป็นเพราะโทรศัพท์เธอที่แนบหูผมอยู่

“เสียมารยาท เอามา!” ผมเบี่ยงตัวไม่ยอมให้

“(ไหม เกิดอะไรขึ้น?)” คนในสายยังพูดอยู่ตลอด ตอนแรกไม่คิดจะสนใจเพราะอยากแกล้งพู่ไหม แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเด็ก “(ม๊า ม๊าขา...เดี๋ยวก่อนฟ้า อยู่...)”

พรึบ

จังหวะที่เผลอพู่ไหมก็คว้ามันไป เธอมองผมอย่างโกรธๆแล้วตั้งท่าจะเดินหนีไปทางอื่น แต่ผมก็คว้าเส้นผมด้านหลังเธอไว้ก่อนด้วยแรงที่คิดว่าเบา

“โอ๊ย!” แต่อาจจะแรงสำหรับผู้หญิง

พู่ไหมสะบัดตัวกลับมาผมจึงปล่อยมือออกจากผมเธอ คิ้วสวยขมวดมุ่น ริมฝีปากเล็กขบกัดกันอย่างข่มกลั้นอารมณ์

“กัดปากทำไม ไม่เจ็บ?” ผมเลิกคิ้วสงสัย ไม่ใส่ใจสีหน้าโกรธกริ้วของเธอ

“ทำบ้าอะไรของนาย” พู่ไหมโยนโทรศัพท์ไปทางโซฟา คงวางสายแล้ว “ไม่มีใครเคยสอนรึไงว่าห้ามยุ่งของส่วนตัวของคนอื่น”

“เธอไม่ใช่คนอื่น” ผมโต้กลับ แต่ดูเธอคงไม่พอใจ พูดผิดตรงไหน? ก็เธอไม่ใช่คนอื่นนี่ “คนอื่นที่ไหนเขาเอากันเป็นปี?...อึก!

ผมกำลังพูด แต่จู่ๆนิ้วมืวเรียวเล็กทั้งสี่ก็กระซวกเข้ามาในปากอย่างไม่คาดคิด ผมพูดไม่ได้อีกต่อไปเพราะปากถูกอุดด้วยนิ้วมือคนตรงหน้า อวัยวะในปากถูกแตะต้อง ทั้งฟัน ลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก อะไรต่อมิอะไรในนั้น

เออ โคตรอีโร

“ถ้านายยังพูดมาก...โอ๊ย” พู่ไหมร้องเมื่อผมบังคับฟันกัดเข้าที่นิ้ว สม...ใครใช้ให้สอดนิ้วเข้ามาเอง “เจ็บ...อ๊ะ!

ผมจะไม่หยุด ถ้าเธอยังไม่หยุดต่อว่า และเพราะแบบนั้นเธอจึงใช้นิ้วโป้งที่ไม่ได้สอดเข้ามาในโพรงปากกดบีบใต้คาง เท่ากับว่าตอนนี้พู่ไหมกำลัง ง้าง ปากล่างผม

ใครมันจะไปยอม เธอออกแรงง้างผมก็ออกแรงกัด อยากนิ้วหักก็ง้างให้มันแรงๆ

ปึก!

พู่ไหมยกขาขึ้นเตะแต่ผมคว้าไว้ได้ทันและไม่มีทางปล่อยด้วย ผมจับขาเรียวค้างไว้จนพู่ไหมต้องยืนด้วยขาเพียงข้างเดียว

“เพทาย! ปล่อยขาฉัน!” เธอโวยวาย มือข้างที่เหลือก็ทุบไปตามร่างกายผม เจ็บฉิบหาย ผู้หญิงอะไรมือหนักอย่างกับกอลีล่า

พอร่างกายโดนทำร้ายเข้ามากๆก็เริ่มทนไม่ไหว ผมใช้สายตาไล่มองร่างกายพู่ไหมจนสะดุดเข้ากับจุดหนึ่ง ไวกว่าความคิดเมื่อมือผมคว้าหมับตรงความอ่อนไหวกลางกายเธอ

“เฮือก” พู่ไหมผวา สีหน้าแดงก่ำไปด้วยความอาย...ตอนแรกคิดงั้น แต่คิดใหม่อีกที ผมว่าบางทีเธออาจจะโกรธ

.......

โอเค หลังจากนั้นความเจ็บก็บังเกิด

โครม!!

 

หนึ่งเดือนนับจากนี้อย่าหวังว่าจะได้เจอฉัน

นั่นคือคำพูดที่พู่ไหมทิ้งไว้ก่อนออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่รอให้ผมไปส่ง เธอโกรธมากที่ผมแบบนั้น แต่ผมก็เจ็บตัวเหมือนกันนะเว้ย ยัยบ้าเล่นกระชากเส้นผมจนหนังหัวแทบถลก แค่นั้นไม่พอยังเหวี่ยงผมไปชนโต๊ะแถวนั้นโคตรแรง

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดบนโต๊ะดันมีแจกันอยู่ด้วย มันตกลงบนหัวผมจนแตก แต่พู่ไหมก็ยังไม่สนใจ เธอเดินไปคว้ากระเป๋าแล้วออกไปเลย

เกือบสองอาทิตย์แล้วที่ผมไม่เจอเธอ

เหอะ โคตรเวร!


-PHUMAI TALK-

“ม๊าขาๆ” มือเล็กขาวนุ่มแตะลงบนหน้าขาฉันเบาๆ

ฟ้าครามกำลังเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ตัวใหม่ที่ฉันเพิ่งซื้อให้เมื่อหลายวันก่อน เธอแกะจุกผมมันและดึงเล่นจนเส้นผมหลุดออกบางส่วน น่าขัน ตุ๊กตาหัวโล้น

“ไหม อาทิตย์หน้าแล้วนะ” ฉันหยุดมองฟ้าครามเมื่อใหม่จีนทักฉันจากทางเข้าออกกรอบประตูบ้าน

“อืม” ฉันรับคำก่อนจะหันกลับไปมองฟ้าครามอีกครั้ง

เด็กน่ะ...บริสุทธิ์จนน่ากลัว

อาทิตย์หน้าที่ใหม่จีนพูดถึง เป็นวันเกิดของเพื่อนสนิทฉัน เธอชื่อ ชมพู เป็นเพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ฉันมี เธอสดใส คิดดีต่อโลกใบนี้เสมอ ต่างกับฉันที่มองโลกทั้งใบเต็มไปด้วยคราบโคลนสกปรก เราต่างความคิดแต่กลับเชื่อใจกันอย่างน่าประหลาด

แต่น่าเศร้า...เธอเสียชีวิตไปแล้ว

ฟ้าครามคือลูกแท้ๆของเธอ

“วันนี้ไปทำงานมั้ย?” ใหม่จีนเดินเข้ามาวางกระเป๋านักเรียนพร้อมถุงขนมหลายอย่างบนโต๊ะ วันนี้เธอไปโรงเรียน สลับกับฉันที่โดดเรียนนอนเล่นอยู่บ้านกับฟ้าคราม

“อืม ทำไม? อยากไปด้วยหรอ” ถามไปงั้นแหละ รู้ว่าไม่ไปหรอก ใหม่จีนไม่ชอบอยู่ในที่ที่คนเยอะ

“ถามเฉยๆ เห็นนอนอืดอยู่บ้านตั้งหลายวัน” ยัยน้องบ้ามันแซะฉัน จริงอย่างที่ใหม่จีนว่า ฉันไม่ได้ไปเข้าผับมาหลายวันจนไอ้พวกวงทั้งหลายโทรจิกเป็นว่าเล่น

“อย่าแซะ นี่พี่” ฉันว่าอย่างไม่จริงจัง จับแขนฟ้าครามให้ขยับเข้ามาใกล้ ผมเธอยุ่ง ฉันควรมัดให้ใหม่

“ทะเลาะกันหรอ” จู่ๆใหม่จีนก็ถาม “ไม่เห็นเป็นอาทิตย์”

เป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพทาย ถามว่าทะเลาะกันหรอก็คงงั้น เป็นใครก็โกรธโดนทำแบบนั้นใส่ แถมเขายังกัดนิ้วมือฉันจนเป็นรอยเขี้ยว มันช้ำด้วยบอกเลย

“งั้นมั้ง” ฉันตอบส่งๆ เป็นการแสดงออกว่าไม่อยากตอบ

“น่าเห็นใจ” ฉันเหล่ตามองน้องที่นั่งอยู่บนโซฟา ในมือมีถุงขนมเล่ย์และแผ่นกลมๆนั่นกำลังถูกส่งเข้าปาก เธอจ้องมองเข้าไปในถุงขณะที่พูดกับฉัน แต่สิ่งที่ไม่เข้าท่าคือใหม่จีนนั่งไขว่ห้างข้างบน ส่วนฉันนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น

ฉันเปล่าคิดอะไรไม่ดีนะ แค่พูดให้เห็นภาพยศถาบรรดาในตอนนี้เฉยๆ

“อะไร?” บอกเลยไม่ค่อยเข้าใจ ถึงจะเป็นพี่น้องกันแต่บางเรื่องก็ใช่ว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง

“พี่เขา น่าเห็นใจนะ” เธอเหลือบมองฉัน แค่แวบเดียวเท่านั้น

“ตรงไหน?” ไม่เห็นรู้สึกว่าเพทายจะน่าเห็นใจตรงไหน เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่เจอเขาเดือนหนึ่งสวรรค์ชัดๆ

“ตรงที่เขาได้พี่” สมองปรี๊ดเลย ฉันหยุดชะงักมือที่กำลังจะมัดผมให้ฟ้าคราม จริงๆมันควรจะเสร็จนานแล้ว แต่เธอดิ้นไปมามันทำให้มัดยาก

“ตอนที่พูดคิดรึเปล่าว่าฉันพี่” เราไม่ได้จะทะเลาะกัน มันเป็นปกติที่ฉันสองคนคุยกันแบบนี้

“พี่อ่ะใจแข็ง พูดจริงทำจริง ใจมารมากด้วย บางครั้งก็หักดิบกันหน้าด้านๆ บางคนเขาไม่ชอบรู้รึเปล่า”

“ไม่ชอบแล้วไง จำเป็นต้องสน?” ฉันเลิกคิ้วใส่

“ไม่” ตอบแบบไม่ต้องคิด

“แล้วที่พูดน่ะดูตัวเองบ้าง ต่างกันตรงไหน ไอ้หักดิบหน้าด้านๆน่ะ แกก็ทำเหอะ” พี่น้องกันนี่ มันก็ต้องเหมือนกันล่ะ

ใหม่จีนเงียบไม่โต้ตอบเมื่อเจอความจริง เธอไม่ได้โกรธ แค่ไม่รู้จะคิดอะไรต่อ ฉันจึงคว้าถุงขนมบนโต๊ะลงมาแกะกิน ไม่ลืมเจาะกล่องนมรสช็อกโกแลตยื่นให้ฟ้าคราม

จริงๆฟ้าครามมีตารางการดื่มนมด้วยนะ ตอนเช้ารสสตอเบอรี่ ตอนเย็นรสช็อกโกแลต วันหยุดเสาร์อาทิตย์ต้องนมเปรี้ยวเท่านั้น บ้าดีมั้ยล่ะ

“ไหม จะไปด้วยกันรึเปล่า” ธีมเดินลงมาจากชั้นบน แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมออกไปทำงาน หมายถึงแต่งหล่อพร้อมโปรยเสน่ห์เรี่ยราด

“ไม่ล่ะ มีธุระ” ธีมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะแย่งถุงขนมในมือใหม่จีนไปพร้อมทั้งยีหัวเธอเล่น

“งั้นไปนะ เดี๋ยวซื้อถุงใหม่มาให้น่า” ประโยคแรกเขาพูดกับฉัน แต่ประโยคหลังนั่นพูดใหม่จีน เธอหน้าบูดเพราะโดนแย่งขนม

ธีมออกไปแล้ว ฉันเก็บของเล่นที่ฟ้าครามไม่เล่นแล้วใส่กล่องไม้ เหลือทิ้งไว้เพียงตุ๊กตาหัวโล้นในมือมารน้อย เหลืออีกหลายชั่วโมงเหมือนกันกว่าจะถึงคิวร้อง มีเวลาให้จัดการธุระพอสมควร

“พี่จะไปที่นั่นหรอ” ใหม่จีนเดินมาถามฉันที่เก็บของเข้ากระเป๋าใบเล็ก

“อืม”

 

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

บ้านสองชั้นหลังหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าฉัน มันเก่าพอสมควรเนื่องจากผ่านการเวลามานานหลายปี สภาพแวดล้อมรอบตัวบ้านเต็มไปด้วยหญ้ารกครึ้ม เป็นคำตอบว่าเจ้าของบ้านไม่คิดใส่ใจดูแลมัน

ฉันกดกริ่งอยู่นานแต่ก็ไร้ซึ่งสิ่งตอบรับใดๆ บ้านเงียบ ท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้ว ฉันจ้องเข้าไปภายในบ้าน คิดว่าคงไม่มีใครอยู่เพราะมันมืดสนิทไม่มีแม้แต่แสงไฟ

“หายไปไหน” บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินจากมา ไม่ได้ถอดใจหรอก พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็ได้ ความจริงแล้วต่อให้มีคนอยู่ก็คงไม่คิดจะออกมาต้อนรับฉันหรอก เชื่อสิ เจอมาแล้ว

ฉันเข้าผับในเวลาต่อมา หลังจากหายไปนานลูกค้าก็ยังแน่นเหมือนเดิม ฉันเข้าไปรวมกลุ่มกับพวกเดียวซึ่งกำลังหยอกล้อกันอยู่

“มาแล้วหรอพี่ หายไปไหนมาตั้งหลายวัน” มัพเป็นคนแรกที่เห็นฉัน

“นั่นดิ” คนต่อมาคือก๋า “ว่าแต่สวยขึ้นนะพี่ ดูมีน้ำมีนวล”

ฉันก้มมองตัวเอง ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างที่ก๋าว่า สงสัยฉันคงอ้วนขึ้นเพราะพักนี้กินเยอะกว่าปกติ

“สงสัยได้น้ำดี” เสียงพึมพำแกมหยอกล้อดังมาจากข้างหลัง ธีมพาดแขนบนไหล่ฉันพลางยักคิ้วกวน เอากับมันสิ คำพูดน่าเกียจเนี่ย

“อยากได้บ้างมั้ยล่ะ ติดต่อให้ได้นะ เผื่อนายอาจจะชอบข้างหลัง” ธีมผลักหัวฉันจากทางด้านหลังก่อนจะเดินหนีไปยืนข้างกันต์

“หลบไม” ฉันถาม

“ไม่หลบก็โดนตีนสิครับ” มันกระแทกเสียงใส่ไม่วายเบ้ปาก พอฉันทำท่าจะเข้าไปแตะมันก็วิ่งหนีกลับเคาน์เตอร์บาร์ทันที

พวกเราขึ้นร้องในเวลาต่อมา คืนนี้เล่นแค่ไม่กี่เพลง เหมือนเดียวจะมีธุระ หน้ามันนิ่งแต่รังสีที่แผ่ออกมานั่นโคม่าใช่เล่น

ห้าทุ่มครึ่งกับเพลงสุดท้ายที่จบลง ฉันเดินมาเข้าห้องน้ำ มีบางอย่างทำให้ต้องคิด ตอนอยู่บนเวทีเหมือนเห็นเพทายเร่ร่อนอยู่ในนี้ แล้วก็นะ คล้ายว่าจะเห็นใครอีกคนที่ไม่เจอมานานอยู่ที่นี้ด้วยเช่นกัน

แต่ประเด็นคือเพทายมาที่นี้ไง มันอาจคิดได้หลายกรณี เขามาเที่ยว นัดเจอเพื่อน หรือมาเพื่อเจอฉัน แต่อย่างหลังฉันก็บอกไปแล้วว่าหนึ่งเดือน

หนึ่งเดือนที่เราจะไม่เจอกัน

เขาควรทำตามมัน ถึงจะดูมัดมือชกแต่ฉันต้องการให้เขาทำ แค่อยากดัดนิสัยในบางเรื่องของเขา และอยากเคลียร์อะไรหลายๆอย่างก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่ต้องการ

ไม่มีอะไรหรอก แค่การมอบ ความสุข ให้ใครหลายๆคน

“อื้อ! ใจเย็นสิคะ” ฉันชะงักเท้าที่กำลังจะเดินผ่านห้องน้ำห้องหนึ่ง “อื้ม~

ฉันพ่นเสียงในลำคอเบาๆ มองบานประตูที่ปิดสนิท นี่กล้าลากกันเข้ามาในห้องน้ำหญิงเลยว่างั้น ปกติเห็นมีแต่ลากเข้าห้องน้ำชาย

ฉันทำเป็นไม่สนใจ ผละเดินไปเข้าห้องอื่น จะทำเป็นว่าไม่รู้เห็นอะไร ในผับก็งี้ อยากทำอะไรกันก็ทำ ไม่มีใครเขามาห้ามคุณหรอก เพราะไอ้คนที่ไม่คิดจะห้ามมันก็ไร้สำนึกเหมือนกันนั่นแหละ แต่ว่านะ...

“อื้อ พะ...เพทาย” ชื่อนี้มีแค่คนเดียว หมายถึงในจำนวนคนที่ฉันรู้จัก แล้วก่อนหน้านี้ก็เห็นแวบๆด้วย

เสียงผู้หญิงคนเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง แล้วอะไรไม่รู้ดลใจให้ฉันเข้าห้องน้ำที่ติดกัน พอมองภาพห้องน้ำสาธารณะออกใช่มั้ยล่ะ มันเป็นห้องเล็กๆที่มีช่องลอดข้างล่างและข้างบนก็ไม่ได้ติดเพดาน ฉันมองหาบางอย่างก่อนจะคว้ามันขึ้นมา

มุมปากแอบแสยะยิ้มเล็กน้อยในตอนที่หงายหัวมันขึ้นก่อนจะกดนิ้วโป้งลงไปจนมิด น้ำจากสายชำระล้างพุ่งสูงแล้วตกลงที่ห้องข้างๆพร้อมกันนั่นเสียงกรีดร้องก็ดังตามมา

“กรี๊ดดด!!” เสียงร้องแสบแก้วหูดังระงมห้องน้ำ หรือบางทีอาจเล็ดลอดออกไปข้างนอกด้วย “อีหมาบ้า! ใครอยู่ห้องนั่น หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

เธอร้องโวยวาย ให้เดาเจ้าหล่อนคงออกมาไม่ได้ ฉันยังไม่หยุดฉีดน้ำ แล้วบางทีเธออาจจะโป๊อยู่ ส่วนผู้ชายนั่นเงียบสนิทเลย ช็อกตายแล้วมั้งน่ะ

“เงียบ” แต่สุดท้ายก็พูดออกมา มันตอบความมั่นใจอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของฉันจนครบร้อย

หนึ่งเดือนที่บอกไว้ใช่ว่าเขาจะต้องอดอยาก

“ฉันจะออกไปตบมัน” เธอโวยวายด้วยเสียงแหลมปรี๊ด ฉันหยุดฉีดน้ำแล้ว และห้องข้างๆก็กำลังจะออกมาหาเรื่อง เอาสิ พร้อมรับเสมอ

“น่ารำคาญ” ฉันได้ยินเสียงเปิดประตู แต่ไม่ยักมีแรงทุบหรืออะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนั้นจะเข้ามาหาเรื่องฉันเลย

“จะไปไหน อยู่ต่ออีกหน่อยสิ คอนโดฉันก็ได้” อ่อ ที่แท้ก็หวงผู้อยู่ ไอ้ฉันอุตส่าห์กอดอกรอ

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวโดนด่า” เพทายตอบกลับ

“ใครด่า? แฟนหรอ ไม่รู้หรอกน่า ตอนนี้มีแค่เรานะ” เธออาจจะลืมว่ายังมีฉันอยู่ “ถ้าไม่รวมหมาบ้าในห้องนั่น”

ยังไม่ลืมแฮะ ฉันกรอกตามองเพดานและอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ แล้วก็ห้ามปากไม่ได้ด้วยเมื่อมันเร็วกว่าความคิด

“คลั่งดุ้นขนาดนั้น?” ฉันโพล่งถาม ไม่คิดจะออกจากห้อง ไม่ใช่เพราะกลัวแต่ไม่เห็นหน้าเพทายต่างหาก

“แก! พูดอะไรน่าเกียจ” เสียงตึงตังของฝ่าเท้าดังเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดยืนอยู่หน้าห้อง ฉันหลุบมองรองเท้าสีแดงสดเล็กน้อย

“อ่อ คำพูดฉันน่าเกียจ แต่การกระทำเธอมันน่ารักว่างั้น”

ปึง! ปึง! ปึง!

“แน่จริงก็ออกมาสิ หลบอยู่หลังประตูทำไมล่ะ” เธอทุบประตูทั้งตะโกนเสียงดัง

“ขี้อยู่ ไม่ได้กลิ่นหรอ” แล้วฉันก็ยกแขนขึ้น แนบริมฝีปากลงไปก่อนจะเป่าลมออกมาจนเกิดเสียง

“อี๋! ยัยน่าเกียจ สกปรกเป็นบ้า หน้าด้าน!” เธอด่าฉันก่อนเสียงส้นเท้ากระทบพื้นดังตึงๆออกไป

ภายในห้องน้ำกลับมาเงียบตามแบบฉบับ ฉันยังไม่ยอมออกเพราะรู้ว่าเพทายยังอยู่ ฉันนั่งลงบนชักโครก ยืนนานๆมันก็เมื่อย

“ตกส้วม?” เพทายถามจากอีกฝั่งของประตู ฉันเห็นเท้าเขาผ่านช่องลอด อยู่หน้าประตูนี่เอง

“....” ฉันจะไม่ตอบกลับใดๆทั้งสิ้น

“เงียบนี่ตายแล้วหรือว่าไง” ฉันกัดปาก พยายามไม่ด่ากลับ

“....”

“โอเค ไม่ตอบก็ไม่ตอบ ลืมไปว่าหนึ่งเดือน”

จากนั้นก็ได้เสียงเท้าเดินไปยังประตูทางออก ฉันพ่นลมหายใจและคิดว่าอีกสักพักค่อยออกไป แต่เสียงของเพทายกลับดังกลบความคิดอีกครั้ง

“แต่รู้อะไรไว้ สามสิบวันเท่ากับสามสิบเท่าที่ฉันจะเข้าออกในตัวเธอ”

“...!” ฉันเผลอกลืนน้ำลาย ใจกระตุกจังหวะหนึ่ง

“แล้วเจอกัน...พู่ไหม” เพทายจากไป ทั้งไว้เพียงร่องรอยความตื่นตระหนกที่อยู่ก็ผุดวาบในตัว ฉันรู้ว่าที่เขาพูดมันจะเกิดขึ้นจริงรึเปล่า ง่ายๆ ฉันต้องเตรียมรับมือ มันคือทางเดียวสำหรับคนพยศอย่างฉัน

คนอย่างเพทาย คำไหนคำนั้น!


อีกอาทิตย์จะครบหนึ่งเดือน ช่วงนี้ฉันวุ่นวายทั้งจากงานที่ทำ การเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ซ้ำยังมีพวกที่ไม่ชอบขี้หน้าฉันเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไม่รู้ใครมันไปยุยง น่ารำคาญฉิบ

“สรุปเอาไง จะลงมั้ย?” ธีมเดินกอดคอฉันออกมาจากตึกคณะ จุดหมายปลายทางของเราคือเมอร์เซเดสสีดำคันสวยที่จอดอยู่ในลานข้างตึก

“ไม่รู้ คิดก่อน” หัวข้อสนทนาคือการแข่งขันยูโดที่จะจัดขึ้นอาทิตย์หน้า เป็นกีฬาสีภายในของมหาลัยฝั่งตรงข้าม และชมรมเราถูกเชิญให้เข้าร่วมการแข่ง

อย่างที่เคยบอก ฉันกับธีมเรียนยูโด เมื่อกี้ก็เพิ่งไปรวมตัวกัน มีหลายคนเลยล่ะที่อยากลงแข่ง ส่วนมากก็พวกผู้ชาย ผู้หญิงมีไม่กี่คนหรอก ถ้านับฉันก็แค่สามคนเอง

“อย่าคิดนาน อาทิตย์หน้าแล้ว ไหนต้องรวมเวลาซ้อมอีก” ธีมบ่น แล้วมันจะรัดคอฉันเพื่อ? หายใจไม่ออก

“รู้น่า อย่ารัดแน่นดิ” ฉันแงะแขนมันออก แต่ธีมไม่ยอมปล่อยหนำซ้ำมันยังรัดแน่นกว่าเดิมจนฉันต้องกระทุ้งศอกใส่หน้าท้องมันเต็มแรง

“โอ๊ย กูเจ็บ” มันครวญครางกุมหน้าท้อง สีหน้าบิดเบ้ด้วยความเจ็บ

ก็ฉันไม่ได้ออมแรงเลยนี่ตอนทำน่ะ อย่าคิดว่าฉันจะทำเบา อย่างธีมมันต้องหนักๆเน้นๆ

“สม” ฉันใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากมันเบาๆก่อนจะออกคำสั่ง “ รีบไปได้ละ”

“เออๆ สั่งจัง” ธีมบ่นงุงงิงอย่างกับผู้หญิง นี่ถ้าแฟนมันอยู่ด้วยคงโดนทำหน้าเอือมใส่ไปแล้ว

วันนี้ธีมมันต้องตามใจฉัน เพราะเมื่อวานมันแพ้เกมส์ โดยพนันกันว่าคนแพ้ต้องกลายเป็นทาสรับใช้ผู้ชนะเป็นเวลาสามวัน ฉะนั้นแล้วสามวันนี้ฉันจะมีสารถีคอยรับส่ง รับใช้ ตามใจทุกเรื่อง

ถามว่าแฟนมันไม่ว่าหรอ จะบอกให้ยัยนั่นน่ะเจ้าของความคิดเลย นี่ก็กำลังจะไปรับเธอที่มหาลัย แฟนธีมชื่อโฟน ยัยนั่นเรียนอยู่มอฝั่งตรงข้าม มอเดียวกับที่จะจัดงานกีฬานั่นแหละ ถ้าจำไม่ผิดเพทายก็เรียนที่นั่นด้วยล่ะมั้ง

อย่าพูดถึงผู้ชายคนนั้นเลย หดหู่แปลกๆ

“ที่ว่าหนึ่งเดือนนี่เอาจริงดิ” ธีมถามขณะตีไฟเข้าเลนส์ในเพื่อยูเทิร์น

“อืม” อีกหนึ่งอาทิตย์จะครบเดือน มันเพิ่งมาถามเอาป่านนี้

“ไม่กลัวมันมีคนใหม่ไง?” ที่ถามนั่นไตร่ตรองครบร้อยรอบรึยัง

“ต้องกลัวด้วยหรอ”

ก็รู้ๆกันอยู่ ความสัมพันธ์แบบฉันกับเพทายไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีอะไรรับประกันความยั่งยืนได้ มันก็แค่อารมณ์ฉาบฉวย ต่างฝ่ายต่างอยู่ เจอกันแค่เรื่องอย่างว่า สร้างความสุขให้กันในโลกที่ต่างออกไป แล้วแยกย้ายเมื่อหมดเวลา

มันก็แค่นั้น...

“จะรู้มั้ย นั่นความรู้สึกมึง กูแค่ถาม” มันกำลังจริงจัง

ปกติแล้วธีมกับฉันจะใช้สรรพนามอื่นในการเรียกอีกฝ่าย อย่างเช่น เธอ ฉัน เรา แต่เมื่อใดก็ตามที่ขึ้นมึงกูนั่นหมายถึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังจริงจังกับสิ่งที่พูด

“อย่าจริงจัง” ฉันเอื้อมมือไปดึงหูมันเล่นทีหนึ่ง ธีมส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจแล้วหันไปให้ความสนใจเส้นทางตรงหน้า ในตอนนั้นฉันก็เพิ่งนึกอะไรได้ “เออธีม”

“ว่า?” มันขานรับ

“พรุ่งนี้ไปด้วยกันมั้ย” พรุ่งนี้คือวันเกิดชมพู ฉันจะลาเรียน ใหม่จีนก็ลาด้วย จะไปทำบุญแล้วก็ถือโอกาสนั้นพาฟ้าครามเที่ยวไปในตัว

ฉันไม่ค่อยมีเวลา ใหม่จีนเองก็ต้องเรียน ฟ้าครามเลยไม่ค่อยได้ไปไหนนอกจากอยู่เล่นกับพี่เลี้ยงข้างบ้าน นานทีปีหนเลยมั้ง นี่ก็จำไม่ได้แล้วว่าครั้งว่าล่าสุดที่ฟ้าครามได้เที่ยวมันคือเมื่อไหร่

“เอาสิ พาโฟนไปด้วยนะ” ฉันพยักหน้า มันจะไปพาใครไปก็ได้ทั้งนั้นแหละ

ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงมหาลัยแฟนมัน คำว่าฝั่งตรงข้ามไม่ได้หมายถึงตั้งอยู่ตรงข้ามกันแบบนั้นนะ ฉันแค่ขี้เกียจพูดชื่อก็เลยเรียกสั้นๆไปว่ามอฝั่งตรงข้าม ซึ่งอันที่จริงมันก็อยู่ไม่ไกลกันมากนักหรอก

ในขณะที่ฉันนั่งรออยู่ในรถ สายตาที่มองไปทั่วก็หยุดชะงักอยู่ที่จุดหนึ่ง ก็เพิ่งสังเกตอ่ะนะว่าตึกคณะแพทย์กับคอมธุรกิจอยู่ใกล้กัน แล้วหน้าตึกคณะแพทย์เนี่ยก็มีสวนหย่อมเล็กๆรวมไปถึงม้านั่งสำหรับกลุ่ม

ที่ตรงนั้นมีกลุ่มนักศึกษานั่งอยู่ประมาณห้าหกคน มันจะไม่สะดุดสายตาฉันเลยถ้าในนั้นไม่มีเพทายกับยี่หวา

ว้าว ชู้รักชู้ชื่นนั่งอยู่กับตัวจริงแหละ

ตอนแรกก็ว่าจะนั่งรออยู่ในรถเงียบๆ แต่ดูท่าตอนนี้คงต้องออกไปล่าความตื่นเต้นซะหน่อยแล้ว

ฉันค้นหาของบางอย่างในลิ้นชักหน้ารถ ก่อนจะเอามันออกมาถือไว้แล้วประตูลงจากรถ ใกล้กับที่จอดมีเสาปูนเล็กต้นหนึ่ง ฉันเดินเข้าไปหามันก่อนเคาะแว่นตาทรงกลมที่แอบเอาจนกระจกข้างหนึ่งร้าว

อย่าโกรธกันนะธีม เดี๋ยวใช้คืนทีหลัง...

ฉันจัดการสภาพตัวเองให้ดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย โชคดีที่วันนี้ใส่กระโปรงพลีทซึ่งยาวลงมาจนเกือบถึงหน้าแข้ง ก็ไม่ได้อยากใส่ แต่เมื่อเช้าหยิบผิดตัวและมันก็สายมากแล้วด้วย

ฉันเดินตรงไปยังตึกคณะแพทย์ ตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายที่ไม่มีใครสังเกตเห็นฉันสักคน เมื่อเริ่มเข้าใกล้ก็เริ่มได้ยินบทสนทนามากขึ้น

“ใช้ลิปของอะไรอ่ะหวา สีสวยจัง” ผู้หญิงหนึ่งในนั้นถาม

“ของดีสิ แพงนะ เธอซื้อไหวหรอ” ยี่หวายิ้มกริ่มพูด สีหน้าแววตาเธอไม่เก็บอาการดูถูกเลย ผู้หญิงที่ถามถึงเหวอไปเล็กน้อย

“อ่อ เราแค่ถามอ่ะ” ยี่หวาไม่สนใจจะตอบ เธอหันซบไหล่เพทายที่นั่งนิ่งกดโทรศัพท์เงียบๆ คงไม่ทันเห็นว่าผู้หญิงสองคนในกลุ่มหันมาเบ้ปากใส่กัน ในตอนนั้นเองที่ฉันเอ่ยปากแทรกการสนทนา

“เอ่อ ขอโทษนะคะ” ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองฉัน หัวคิ้วขมวดชนกันแทบทุกคนโดยเฉพาะเพทาย เขาเงยหน้ามองฉันเป็นสุดท้ายเลยนะ

“มีอะไรหรอครับ” หนึ่งในผู้ชายบนโต๊ะถาม ที่จริงผู้ชายก็มีอยู่สองคนเท่านั้นแหละ อีกคนก็เพทายไง

“คือว่า...ตึกคอมธุรกิจอยู่ตรงไหนหรอคะ?” ฉันแสร้งถามอย่างสุภาพ พลางเสหลบสายตาอย่างเขินอาย

“อ่อ อยู่ตรง...”

“ตาถั่วรึไง หันหลังไปสิ ป้ายชื่อใหญ่กระแทกตาขนาดนั้น” เจ้าของประโยคข้างบนยังพูดไม่ทันจบยี่หวาก็เอ่ยแทรกด้วยความหงุดหงิด

“เฮ้ยหวา แรงไปป้ะ เขาถามดีๆ” ผู้ชายที่จะตอบฉันก่อนหน้านี้ขมวดคิ้วใส่ ยี่หวาถึงกับจิกตามองเขา ไม่วายเผื่อแผ่มาถึงฉันด้วย

“เอ่อ ไม่เป็นไร” ฉันโบกมือสองสามทีก่อนจะแสร้งทำหน้ารู้สึกผิดส่งไปให้ยี่หวา “ขอโทษแล้วกันนะ พอดีว่าเราสายตาสั้นอ่ะ แล้วเมื่อกี้เพิ่งทำแว่นแตกเลยมองอะไรไม่ค่อยเห็น”

ฉันยิ้มจืดๆพลางยกแว่นที่ตัวเอง(ตั้งใจ)ทำแตกให้ดูเป็นหลักฐาน ยี่หวาเบ้ปากเล็กน้อย แล้วเธอก็หันไปซบไหล่เพทายอีกครั้ง เสี้ยววินาทีนั้นฉันเลื่อนสายตามองเขา เราประสานตากันแค่ครู่เดียว แล้วฉันหันก็กลับมามองผู้ชายอีกคนที่นั่งยิ้มอยู่ใกล้ๆ

“ให้เราไปส่งมั้ย” เขาถาม

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้ไกลใช้มั้ยล่ะ เราไปเองได้” ฉันยิ้มบาง ทำท่าทางเกรงใจ คือต้องเรียบร้อยไง

“ไม่ต้องเกรงใจ เราไปส่งได้ เธอมองไม่ค่อยเห็นนี่ อันตรายนะนั่น” ไม่รอคำตอบเขาก็ลุกยืนทันที ก็ดี จะได้ไม่ต้องเหนื่อยพูด

“อะ อื้ม ขอบใจนะ” ฉันก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางยกมือทัดผมไว้หลังหูอย่างเก้อเขิน ไงล่ะ...

“เจ็บเท้าหรอ?” เขาถามในก้าวแรกที่เห็นฉันเดิน ก็ฉันแกล้งทำเท้ากะเผลกๆเหมือนคนเจ็บไง ทั้งที่จริงแล้วสบายดีสุดๆ

“อ่อ นิดหน่อยน่ะ” ฉันยกมือถูจมูกเก้ๆกังๆ

“สำออย” แต่แล้วเสียงไม่พึงประสงค์ก็ดังแหวกอากาศ ยี่หวานั่นแหละ ฉันที่ได้ยินอย่างนั้นก็แสร้งเม้มปากทำหน้าเสีย

“เกินไปนะหวา เป็นบ้าอะไรอยู่ดีๆก็ไปด่าเขา” คนนี่ก็เข้าข้างฉันเหลือเกิน

“เอ๊ะ! อะไรของนายเนี่ยเจมส์!” ยี่หวาขึ้นเสียง เธอตั้งท่าจะลุกแต่ก็ถูกเพทายรั้งแขนไว้ ยี่หวาหันไปทำหน้าขัดใจใส่เพทาย แต่มันก็แค่แป๊บเดียว เธอคงเพิ่งสำเหนียกได้ว่าเพทายไม่ชอบผู้หญิงท่าทางแบบนั้น

คงทัน เล่นหลุดวีนไปตั้งหลายประโยค

“อย่าไปสนเลย ปะ ไปกัน” ผู้ชายที่ฉันเพิ่งรู้ว่าชื่อเจมส์ขยับเข้ามาพยุงต้นแขน

แล้วมันก็เป็นอะไรที่ดีมากเพราะว่าทางที่เราจะไปต้องเดินผ่านเพทายกับยี่หวา ฉันแกล้งเดินกะเผลกไปเรื่อยๆจนกระทั่งใกล้ถึงตัวเพทาย

จังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าซ้ายฉันก็เซล้มลงด้านข้าง มันลงล็อกมากเพราะฉันนั่งทับตักเพทายอย่างเหมาะเจาะ และเพียงเสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครทันสังเกต ฉันออกแรงดันไหล่ยี่หวาจนเธอตกเก้าอี้ลงไปนั่งบนพื้นอย่างรุนแรง

ภาพที่ทุกคนเห็นคือฉันเกิดข้อเท้าพลิกกะทันหันแล้วล้มลงบนตักเพทาย แต่ด้วยความที่ล้มแรงมากตัวฉันมันจึงไปกระแทกใส่ยี่หวาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ

...มันคืออุบัติเหตุ

“ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ”


TO BE CON...


ยัยพู่ไหมมีความร้าย 555555


มาถึงตอนนี้แล้วก็ขอพูดถึงคาแลคเตอร์พระนางหน่อย อย่างที่บอกคู่นี้มัน sm อะไรๆมันเลยจะรุนแรงตามไปด้วย ตอนนี้แค่เบาะๆนะ (ฮา)

แล้วพู่ไหมก็ไม่ได้เรียบร้อยอะไร มันเลยจะมีบ้างที่ไหมพูดคำหยาบออกมา(ช่วงแรกๆยังไม่โผล่)

ส่วนเพทาย...ขรุขรุ

เรื่องระยะเวลา คู่นี้ไม่เหมือนคู่อื่น คือก็ไม่ได้เจอกันบ่อยอ่ะนะ เจอกันทีไรก็แค่เพื่อเรื่องอย่างว่า แล้วก็คงไม่ว่าชิมิ ถ้าจะบอกว่าคู่นี้มันค่อนข้าง รัก กันบ่อย 5555555

อันที่จริงถ้าถึงฉากนั้นไรท์จะไม่บรรยายอะไรมากนะ อย่างสองตอนที่ผ่านมา แต่แบบบรรยายละเอียดเลยก็มีเหมือนกัน อันนั้นจะลงให้อ่านในกลุ่ม (หากันเอาเองนะแจ๊ะ) ซึ่งก็มีแค่ไม่กี่ตอนที่บรรยายละเอียด ไม่เร็วๆนี้ก็อีกหลายตอนเลย

พวกเธอจะได้รู้ว่าฉากรักสองคนนี้เป็นยังไง วะฮ่าฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!



ปล. ขอพื้นที่โปรโมทหน่อยยย เราแต่งฟิคกุกวีด้วยนะ เพิ่งลงตอนแรก ไปอ่านกันได้ ไม่บังคับจ้า


>> เม้นต์ให้ด้วยจิ<<




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #1009 Warisa Paunghom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 15:47
    ชอบพู่ไหมเว่อชั่นนี้มากกกกกกกกกก
    #1,009
    0
  2. #468 063632 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 15:33
    55555+ชอบ
    #468
    0
  3. #396 dreamptk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 12:49
    อร้ายยยยยยยนางร้ายนาาาา
    #396
    0
  4. #66 KomyHyfer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 15:51
    อยากอ่านตอนเข้าออก30ทีละ 5555555
    #66
    0
  5. #65 k_kao2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 20:12
    30 ที -.,-"
    #65
    0
  6. #64 KomyHyfer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 11:15
    เมนแทแทเหมือนกันนนนน
    #64
    0
  7. #63 belenn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 01:17
    ชอบจ้าาา รักกันมันส์ดี อิอิ
    #63
    0
  8. #62 jenny-0- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 22:55
    น้องฟ้าลูกใคร?
    #62
    0
  9. #61 tawonrotanan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 20:19
    รุนแรงมากกกกก
    #61
    0
  10. #60 KomyHyfer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 18:10
    อยากให้น้องฟ้าเจอกับเพทาย
    #60
    0
  11. #59 Namwhans (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 13:45
    มาต่อเร็วๆๆนะค่าาา
    #59
    0