[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 4 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 3 : [130%] cut

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    10 ส.ค. 60




:: EPISODE03 ::

 

เกลียดความรัก...คลั่งไคล้ในเซ็กส์

-เพทาย-

 

“อือ ใช่...แต่ตอนนี้ไม่ต้องทำแล้ว” เพทายก้าวลงบันไดมาหาฉัน มุมปากเขาขยับยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มปีศาจ “ฉันหิวอย่างอื่นมากว่า”

หมับ!

“อื้อ!...” ตัวฉันถูกกระชากทันทีที่เพทายเดินเข้ามาถึง เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างรุกราน เอาแต่ใจ ปากฉันเจ็บผลจากการโดนกระแทกจูบ

แผ่นหลังฉันเย็นวาบ เพทายดันตัวฉันติดชิดผนัง ด้านข้างเราเป็นขั้นบันไดซึ่งทอดตัวขึ้นไปชั้นสอง เขาบดเบียดฉัน ทั้งริมฝีปากและร่างกาย...โดยเฉพาะสะโพก

บางอย่างดุนดันอยู่ตรงนั้น

“อื้อ พะ...” ฉันเบี่ยงหน้าหลบ พยายามบอกให้เขาหยุด ฉันไม่มีอารมณ์จะทำเรื่องอย่างว่ากับเขาตอนนี้ ฉันอยากกลับบ้าน

“อยาก ขึ้นห้องกัน” เพทายกระซิบชิดผิวแก้ม เขาขบเม้มมันเบาๆก่อนจะลากลงตามกกหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวกายปลุกปั่นให้ฉันรุ่มร้อนโดยไม่รู้ตัว

“ปล่อยได้แล้ว ร้อน” ฉันพยายามดันไหล่เขาทั้งที่สติเริ่มพร่าเบลอ

“ยอมก่อนสิ แล้วจะปล่อย” เพทายพูดชิดร่องอก ลงไปตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?

“อย่าดื้อเพทาย พอได้แล้ว วันนี้ฉันเหนื่อย ไม่มีแรงจะทำอะไรทั้งนั้น” ฉันยังคงดันไหล่เขา พยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

“งั้นก็หลับไปเลย” ทั้งที่พูดอย่างนั้นแต่ริมฝีปากกลับยังไม่ผละออกจากทรวงอก “ทำคนเดียวได้ สามารถพอ”

“นี่มันร่างกายฉันนะทาย” ฉันทุบไหล่เขา จากเบาๆเริ่มกลายเป็นแรง “หยุดเดี๋ยวนี้!

เราห้ำหั่นกัน ฉันระดมทุบเขาทั้งต้นคอไปจนถึงหลังหัว แต่เพทายกลับเอาแต่ขบเม้มผิวกายฉัน เจ็บแปลบและเสียดวูบเป็นพักๆ หากอารมณ์โกรธที่ไม่ได้พักมันมีมากกว่า และเมื่อเพทายไม่คิดจะหยุดฉันจึงลงแรงทั้งหมดใส่หัวเขา

ปึก!

“อั่ก...” คราวนี้เขายอมหยุด ฝ่ามือร้อนข้างที่เคยวางทาบบนสะโพกบัดนี้ถูกยกขึ้นลูบหลังหัว ฉันใช้จังหวะนั้นผลักเขาอกและวิ่งหนีขึ้นมาชั้นบน

แต่มันช่างเป็นความที่ผิดอย่างมหันต์ ไม่เข้าใจว่าทำไมขามันถึงพาตัวขึ้นมาข้างบนซึ่งปิดกั้นทุกทางอย่างช่วยไม่ได้ ชั้นสองมีห้องอยู่สองห้อง ฉันเลือกหมุนลูกบิดหนึ่งในสองห้องนั้น พอเข้ามาข้างในก็รีบสอดตัวเองเข้าห้องน้ำทันที

ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมฉันต้องวิ่งหนีเขาอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ด้วย

“คิดว่ารอด?” เร็วชะมัด เพทายยืนอยู่หน้าห้องน้ำนี่เอง บ้าไปแล้ว

ตึกตัก ตึกตัก

ภายในห้องน้ำเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น มันเป็นของฉันเอง ไม่รู้เต้นอะไรนักหนา

“จะบอกให้เอาบุญ บ้านหลังนี้ไม่ได้ใช้งานนานแล้ว แม่บ้านก็ไม่ค่อยเข้ามาทำความสะอาด”

“....” บอกเพื่อ? ไม่ได้อยากรู้เลย

“สมัยก่อนฉันซน แล้วเผอิญห้องนี้ดันเป็นห้องฉัน” ซวยกว่านี้มีอีกมั้ย! “ของทุกอย่างมันเลย...พังหมด”

“....” พูดมากความเพื่ออะไร

“...รวมถึงกลอนห้องน้ำด้วย”

แอ๊ด

เสียงประตูนั่น ถ้าในหนังสยองขวัญมันคงเขย่าประสาทน่าดู แต่นี่มันไม่ใช่ สิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั่นคือโรคจิตต่างหาก เพราะทันที่พูดจบ มันก็ถูกผลักเข้ามาอย่างง่ายดาย

"ไง"

[CUT]

 


03:36 AM.

ฉันนั่งนิ่งพิงหัวเตียงด้วยสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ มันไม่มีแรงแม้แต่จะขยับแขนเพื่อดึงผ้าห่มที่ร่นลงไปกองอยู่ใต้ฐานอก

แกรก...

ประตูห้องถูกเปิดพร้อมปรากฏร่างสูงซึ่งเดินเปลือยท่อนบนเข้ามา ในมือเขาถือแก้วน้ำและเม็ดยาสีขาวชนิดหนึ่ง

“กิน” เพทายยื่นมันมาตรงหน้าแต่ฉันกลับเบือนหนี ฉันไม่ได้ต้องการยาชนิดนี้ มันเป็นยาแก้ปวด ใครๆก็ดูออก

“ยาคุม” ฉันพูดในสิ่งที่ต้องการ และหวังว่าเขาจะหามาให้ได้ อันที่จริงฉันก็มี มันอยู่ในกระเป๋าสะพายข้างล่าง ฉันไม่มีแรงจะลุกเหินเพราะฉะนั้นเขาต้องเป็นคนลงไปเอา “อยู่ในกระเป๋า”

“แล้ว?” ฉันหันขวับ มองเพทายที่วางแก้วน้ำและเม็ดยาไว้บนโต๊ะหัวเตียง กล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเกิดฉันท้องขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

“ไม่กลัวฉันท้อง?” ถามกลับไปด้วยไม่ได้หวังอะไรมากกับคำตอบ

“ท้องแล้วไง เลี้ยงดิ” คำตอบนั้นทำเส้นประสาทในสมองขาดผึง

“พูดพล่อยๆ!” ฉันตะคอกใส่เขา ในหัวสมองนั่นคิดอะไรอยู่ จะให้ฉันท้องทั้งที่สถานะเราเป็นแบบนี้เนี่ยนะ

“เด็กคนเดียวฉันมีปัญญาเลี้ยง”

“อย่าพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้” ไม่มีทางที่เราทั้งคู่จะปล่อยให้มันเกิดขึ้น ฉันมั่นใจอย่างนั้น แต่ทว่า...

“ได้ไม่ได้ก็คอยดู”

...เรื่องบางเรื่องก็ไม่แน่นอนเสมอไป

จริงอยู่ที่เพทายไม่เคยป้องกัน เป็นฉันเองที่ต้องคอยทานยาคุมตลอดทุกครั้ง ฉันเคยทานยาคุมแบบแผงแค่ในช่วงแรก ซึ่งหลังๆมานี่ฉันเปลี่ยนมาทานแบบฉุกเฉินเพราะไม่บ่อยแล้วที่เราจะเจอกันในลักษณะนั้น การทานยาค่อนข้างยากสำหรับคนไม่ชอบอย่างฉัน

“ฉันต้องการยาคุม” มันคือสิ่งเดียวที่ฉันต้องการ ณ เวลานี้

“ลงไปเอาเอง” เพทายพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้อง ทิ้งให้ฉันนั่งหงุดหงิดอยู่บนเตียง ไร้น้ำใจเป็นบ้า ไอ้สารเลว!

 

สุดท้ายฉันก็ต้องลงมาข้างล่างอยู่ดี ไม่ใช่เพื่อเอายาคุม แต่เพราะมีคนกดกริ่งหน้าบ้านแล้วเพทายหายไปไหนไม่รู้ เหมือนจะออกไปข้างนอก ได้ยินแว่วๆเหมือนมีคนสตาร์ทรถ

คือก่อนหน้านี้ฉันผล็อยหลับไป ผ่านไปกี่ชั่วโมงไม่แน่ใจ แต่ตื่นอีกทีก็สายแล้วป่านนี้แล้ว ฉันจึงต้องลากสังขารตัวเองลงมาอย่างที่เห็น

ติ๊งต่องๆๆ!!

เสียงกริกดังระรัวตามอารมณ์คนกด ฉันที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นประตูถึงกับนิ่วหน้าพลางเพ่งมองใครบางคนหน้าประตูบ้าน เป็นผู้หญิงล่ะ แต่อยู่ไกลกันพอสมควรจึงไม่เห็นหน้าชัดเจน ถึงอย่างนั้นก็พอดูออกว่าสวย

ฉันตัดสินใจเดินไปหาเธอ ผู้หญิงแปลกหน้าขมวดคิ้วไม่ต่างกัน ทั้งฉันและเธอต่างก็ไม่รู้จักอีกฝ่าย เรายืนสำรวจกันเงียบๆโดยมีรั้วประตูกั้นขวาง จนกระทั่งเอ่ยปากขึ้นพร้อมกันในเวลาต่อมา

“ใคร?/เธอเป็นใคร?” ฉันกอดอกถามนิ่งๆ ในขณะที่คนตรงหน้าแสดงสีหน้าไม่พอใจปนสงสัย

เราเงียบกันอีกสักพัก ก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามอีกครั้ง ไม่งั้นคงไม่ได้ทำอะไรกันพอดีถ้ายังเอาแต่ยืนจ้องกันแบบนี้

“มาหาใคร” ฉันเปลี่ยนคำถาม

“เธอเป็นใคร เข้าไปได้ยังไง” เธอยกมือขึ้นกอดอก ฉันมองท่าทางที่เหมือนกันของเรา ดูแล้วคงจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันหรือไม่ก็อาจน้อยกว่าฉันสักปีสองปี

“ตอบมาก่อนสิ” ตอนแรกก็ว่าจะคุยดีๆ แต่ท่าทางโอหังของผู้หญิงตรงหน้าดันทำให้ฉันอยากลองกวนประสาทคนดูสักครั้ง

“เธอนั่นแหละ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเข้าไปได้ยังไง ขโมยหรอ?” เธอถลึงตามองฉันอย่างเอาเรื่อง เข้าใจว่าฉันเป็นขโมย ใช้อะไรคิด?

“ไม่มีของให้ขโมย” บ้านมันโล่งมาก เดาได้เลยว่าไม่มีใครมาอยู่นานแล้ว เฟอร์นิเจอร์บางอย่างก็จับฝุ่นจนไม่กล้าแตะต้อง บางอย่างพัง...อย่างประตูห้องน้ำนั่นไง

“ยอมรับโต้งๆเลยงั้นสิ” เธอไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตามีความดูถูกดูแคลน บางอย่างในตัวเธอคล้ายเพทาย “ดี ฉันจะได้โทรแจ้งตำรวจให้มาจับแก”

“โง่นะนั่น” ฉันตีหน้านิ่ง เธอหยุดชะงักมือที่กำลังจะกดโทรศัพท์ ใบหน้าสวยแต่งอง้ำขัดใจ เธอมองฉันด้วยความรู้สึกโมโหซึ่งเปิดเผยอย่างชัดเจน

อา ไม่ได้ตั้งใจสร้างศัตรูนะ

“ว่าไงนะ?” เธอเค้นเสียงถาม ฉันเองก็ขี้เกียจพูดมากแล้ว มันเสียเวลาพักผ่อน จึงพูดไปอีกครั้งพร้อมอธิบายใจความ

“ฉันบอกว่า โง่นะนั่นถ้าเป็นโจรจริงๆ ป่านนี้ฉันคงยิงเธอไส้แตกก่อนจะได้แตะโทรศัพท์” ฉันพูดตามความจริง มีโจรที่ไหนถูกจับได้แล้วจะยืนนิ่งเฉยรอให้คนเขาโทรแจ้งตำรวจล่ะ

“นี่ว่าฉันโง่หรอ!” ตะคอกไม่พอยังกระโดดตะครุบประตูรั้วแล้วสั่นเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ยัยหัวขโมย! นี่แกว่าฉันหรอ!

เธอเอาแต่ดิ้น และฉันกำลังคิดว่าเธออาจจะเป็นเด็กประถมที่หน้านำไปก่อนวัย หรือไม่ก็พ่อแม่หรือครอบครัวตามใจจนเกินเหตุ

“แล้วสรุปมาหาใคร?” ฉันตัดปัญหาทั้งหมดทิ้ง ขี้เกียจคิด รกสมอง เปลืองความสุข

“ฉันเป็นเจ้าของบ้าน เธอนั่นแหละเข้าไปได้ยังไง” เจ้าของบ้าน? ไหนเพทายบอกเป็นบ้านเขาไง สรุปยังไงแน่

“เธอบอกเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้?” ฉันทวนถาม

“ใช่ นี่บ้านฉัน เธอเป็นใคร แล้วเข้าไปได้ยังไง” คำถามถูกปล่อยระรัวไม่ยั้ง จนฉันไม่รู้ควรจะตอบคำถามไหนก่อนดี

“มีคนพาเข้ามา” ฉันพูดออกไปตามตรง แต่เหมือนเธอจะไม่เชื่อ ต้องให้ขยายความก่อนหรอ “เจ้าของบ้านหลังนี้ เป็นผู้ชาย เขาเป็นคนพาฉันเข้ามาเอง”

“ฮะ? ผู้ชาย” คิ้วสวยขมวดพันกัน สีหน้าแสดงความยุ่งเหยิง ฉันกำลังคิดว่าผู้หญิงคนนี้อาจเป็นใครสักคนที่เพทายรู้จัก จะว่าผู้หญิงที่คั่วอยู่ก็ไม่น่าใช่ สเป็คเขาไม่ใช่แบบนี้ ถึงเธอจะสวยแต่ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจมีมากไป

“เธอรู้จักเขารึเปล่าล่ะ” ฉันตั้งคำถามกลับ

“นี่ยัยหัวขโมย คนที่พาแกมาที่นี้ชื่ออะไร” ควรบอกเธอดีมั้ยว่าฉันชื่อพู่ไหม ไม่ใช่ ยัยหัวขโมย เห็นเรียกมาตั้งแต่เมื่อกี้ละ

แดดยามสายนี่ร้อนเป็นบ้า ไม่ต้องพูดถึงตอนบ่าย ตอนนี้ฉันรู้สึกอยากอาบน้ำอีกรอบแล้ว นี่ขนาดว่าฉันใส่แค่เสื้อยืดของเพทาย แล้วก็บ๊อกเซอร์เขาตัวเดียวยังตับแทบแตก

“ถามไม่ได้ยินหรอ!” ฉันพ่นลมหายใจแรงๆจนผมม้าปลิวสะบัด

“ชื่อเพทาย” เพื่อตัดปัญหาและฉันก็ไม่ชอบอะไรยึดเยื้อจึงตอบแบบส่งๆไป

“ว่าแล้ว ไอ้พี่บ้า กล้าลากผู้หญิงเข้าบ้านได้ยังไง” เธอพึมพำพูดกับตัวเอง คิดว่างั้นนะ แต่เผอิญตรงนี้มีแค่เรา ฉันจึงได้ยินในสิ่งที่เธอพูดโดยไม่ต้องพยายาม

ปรี๊นๆ

ในตอนนั้น รถสีดำของเพทายก็เลี้ยวเข้ามาจอดตรงประตูข้างจากบั้นท้ายยัยนั่นแค่นิดเดียว แต่แปลก ฉันคิดว่าเธอจะกรี๊ดกลับนิ่งเฉยคล้ายชินชา

“มาทำไม” เพทายลงมาจากรถ เขาเหลือบตามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนไปมองหน้าผู้หญิงอีกคน

“แม่ให้มาตาม ออกมาแบบนั้นมันเสียมารยาทรู้รึเปล่า” ฉันกอดอกมองเธอบ่น สองคนนี้ดูสนิทกัน...มากด้วย ปกติเพทายไม่ยอมให้ใครมาเจ้ากี้เจ้าการใส่ แต่คนนี้เขากลับยืนฟังด้วยสีหน้าปกติสุข

“ก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน” เขายักไหล่ตอบ

“ไม่มีกับผีสิ มุกนี่ไงโดน พี่รู้มั้ยว่าแม่บ่นมุกตั้งแต่พี่ออกไปยันทานเข้าเช้า นี่ถ้าไม่รีบออกมามีหวังหูมุกคงชาจนใช้การไม่ได้ไปเล่า” น้องหรอกหรอ ก็ไม่แปลกที่เราไม่รู้จักกัน

ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่อาจจะเป็นปัญหาที่เพทายลากฉันที่นี้ก็ได้ เมื่อวานเขาก็บอกอยู่ว่าหนีงานดูตัวมา อยากเห็นหน้าผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตเขาชะมัด โชคร้ายแย่...

“แล้ว?” เพทายดูไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของน้องสาวเท่าไหร่ เขายืนล้วงกระเป๋าทำหน้าเฉยเมย จังหวะหนึ่งที่เพทายเหลือบมองฉัน มันทำให้น้องสาวเขาหันมามองตาม

“ว่าจะถามอยู่ ยัยนั่นใคร?” สองคนนั่นจดจ้องฉัน แล้วมันก็โคตรอึดอัด ฉันไม่ชอบให้ใครมาจ้องกันโต้งๆแบบนี้ หลายคนก็เป็นเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ มันแปลกๆนะเวลาคนมองเรา แล้วยิ่งด้วยสายตาที่อ่านยากยิ่งอึดอัด

“ยุ่ง” เพทายละสายตาจากฉัน เขาขยี้ผมน้องสาวจนเธอหันไปเหวี่ยงใส่อีกรอบ ฉันตั้งท่าจะหันกลับเพราะคงไม่ใช่เรื่องของตัวเองแล้ว

Rrrrrr Rrrrr

ทว่าโทรศัพท์ในมือดันกรีดร้อง คือก่อนหน้านี่ฉันกำลังจะโทรหาใหม่จีน ก็พอดีกับเสียงออดหน้าบ้านดัง ฉันจึงเดินออกมาก่อน คิดไว้ว่าคุยกับยัยนี่เสร็จค่อยโทร แต่ชื่อที่ปรากฏบนจอคงไม่ต้องแล้ว

“ว่าไง” ใหม่จีนโทรมา ฉันปล่อยให้สองพี่น้องคุยกันแล้วเดินเข้าบ้าน

“(อยู่ไหน ทำไมยังไม่กลับ)” ทำตัวเหมือนแม่เลยว่ามั้ย แต่มันเพราะเธอติดฉันมาตั้งแต่เด็ก

“อือ ไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวก็กลับแล้ว” เป็นคำตอบที่ไม่ค่อยตรงคำถามเท่าไหร่ แต่ใหม่จีนจะเข้าใจ เธอรู้ว่าถ้าตอบแบบนี้มันหมายถึงฉันไม่ต้องการตอบคำถามในข้อดังกล่าว

“(ฟ้าจะคุยด้วย)”

“เอาสิ” ฉันคุยโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจว่ากี่นาที แต่หันมาอีกทีก็ปะทะเข้ากับหน้าอกแกร่งของเจ้าของบ้านแล้ว

มายืนทำบ้าอะไรตรงนี้!?

“คุยกับใคร” ยังไม่ทันเอ่ยปากด่าก็ถูกเขาชิงพูดตัดหน้า แถมยังขมวดคิ้วใส่อีก

“ยุ่ง” คุ้นๆมั้ย ใช่เลย คำที่เขาพูดกับน้องสาวตัวเองก่อนหน้านั้นไง

“ยอกย้อนนะเดี๋ยวนี้” เขาว่าฉัน

“เผด็จการนะเดี๋ยวนี้” ประชดกลับซะเลย เอาสิ ว่าฉันยอกย้อน เขามันก็เผด็จการล่ะน่า

เพทายหัวเราะโรคจิตก่อนจะรวบเอวฉันเข้าไปใกล้ ฉุนนะบอกเลย เอะอะๆก็ประชิด หื่นกามไปมั้ย แตะอยู่ได้เนื้อตัวฉันเนี่ย

แล้วเสื้อผ้าฉันตอนนี้มันมิดชิดซะเมื่อไหร่ ชั้นในก็ไม่ได้ใส่มีแค่เสื้อยืดกับบ๊อกเซอร์หลวมๆของเขา ก็มันกระชากจนใช้การไม่ได้ไปแล้วไง บราเซียร์กระขอหลุดหายไปไหนไม่รู้ อันเดอร์แวร์ก็ขาดข้าง แล้วจะให้ฉันเอาอะไรมาใส่ กางเกงในมันรึไง!

“ปล่อย แตะอยู่นั่น” ฉันเอี้ยวแขนแกะมือเขาออก แต่มันแน่นหนามาก มือคนหรือมือตุ๊กแก

“ทำไม? แตะไม่ได้” เขาเลิกคิ้วถาม ฟังดูเหมือนจะหาเรื่องกัน แต่เปล่าเลย มันยียวนกันชัดๆ อ้อ นี่นอกจากจะเผด็จการขึ้นแล้วยังกวนประสาทขึ้นด้วย

“อึดอัดน่า ร้อน” แกะมือไม่ได้ก็หันมาดันไหล่แทน

“นุ่ม” เพทายพูดคำหนึ่งออกมา ตอนแรกฉันไม่เข้าใจ แต่การกระทำในเวลาต่อมาเล่นเอาฉันแทบประสาทเสีย

“ทาย!...” มันส่ายอกตัวเองเสียดสีอกฉัน นึกภาพออกมั้ยฉันไม่ได้ใส่ซับใน แล้วหน้าอกมันก็ไม่ได้เล็กขนาดนั้น พอเพทายทำแบบนั้นมันเลย...

“เด้งดึ๋งๆ”

ทำอะไรของมัน ไอ้ตัวเส็งเคร็ง!

“หยุดทำลามกกับร่างกายฉันเดี๋ยวนี้” ฉันกางฝ่ามือตะครุบหน้าเพทายแล้วดันออกด้วยแรงที่มี เขาทำฉันโกรธบอกเลย ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้มาก่อน

“อะไรตุ่มๆ?” ฉันชะงักกึก อารมณ์โกรธแล่นลิ่วเข้ามาเหมือนลาวาปะทุ

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เพทายก้มหน้าลงจนเกือบชิดอกฉัน ตอนนี้เขากำลังจ้องมัน หมายถึงหน้าอกฉัน...ปลายความนุ่มหยุ่นนั่น

“ระงับความอยากหน่อยทาย” ฉันดึงกลุ่มผมเขาเพื่อให้เงยหน้าขึ้น เพทายยักคิ้วทีหนึ่งก่อนจะยอมปล่อย

เพทายเดินนั่งบนโซฟา โต๊ะกระจกด้านหน้ามีถุงอะไรไม่รู้เยอะแยะมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เตะตาฉันมากคือไอ้กล่องเล็กๆนั่นต่างหาก ฉันเพ่งมอง มันคุ้นๆเหมือน...กล่องถุงยางอนามัย

“มานั่งนี่” ฉันเลื่อนสายตาจากของสิ่งนั้นไปทางเพทาย เขาเรียกฉัน พลางตบที่นั่งด้านข้าง

“มีไร?” ฉันไปนั่งข้างเขาตามคำสั่งแต่โดยดี เพทายตวัดแขนโอบรอบเอวแถมยังดึงให้กายเราแนบชิดกันยิ่งขึ้น เห็นมั้ย? จริงอย่างที่ฉันพูด แอะอะๆก็ประชิด

“อยากลองใช้มั้ย?” หางคิ้วกระตุกเลย รู้มั้ยเขาหมายถึงอะไร ถุงยางอนามัย!

“ถามตัวเองสิ” เขารึเปล่าที่ต้องใช้ ไม่ใช่ฉันเลย

“ไม่ ฉันชอบสด” เพทายพูดออกมาตรงๆ ไม่มีความอายในหนังหน้าเลยสักนิด

“ทุเรศ” ใจจริงอยากด่าเขามากกว่านั้น แต่คิดคำพูดไม่ออก มันเยอะเกินไป หมายถึงคำนิยามตัวตนเพทายน่ะ

“ยังไง? ปกติฉันก็เอาเธอแบบนั้น” เพทายหันมาขมวดคิ้วใส่แถมมือที่อยู่ตรงเอวยังสอดเข้ามาใต้เสื้อ ลูบไล้หน้าฉันโดยเฉพาะตรงสะดือ

“ไม่รู้ เอามือออก” ฉันหยิกแขนเขา แต่เพทายก็ไม่ยอมปล่อย หนำซ้ำพอหยิกเข้ามากๆก็ตีมึนเลื่อนขึ้นตะครุบทรวงอกฉันอย่างหื่นกาม “...นี่!

“หืม?” เขาทำหน้าสงสัย แต่เชื่อสิ มันไม่เกี่ยวกับที่ฉันตะคอกใส่เมื่อกี้หรอก “ใหญ่ขึ้นนะ”

เห็นมั้ย บอกแล้ว

“อย่ายุ่มย่าม...อ๊ะ” เพทายบีบมัน แรงด้วย เข้าใจมั้ยว่ามันเจ็บ “เจ็บ!

“แค่บีบนม เจ็บน้อยกว่าโดนฉันเสียบอีก” ทำได้ไง พูดแบบนั้นด้วยสีหน้านิ่งๆ “หรือไม่ใช่?”

ตุบ!

“อั่ก!...” เพทายเบ้หน้าเมื่อโดนกำปั้นฉันทุบลงกลางอก ฉันหวังจะใช้จังหวะนั้นลุกหนี แต่แทนที่จะได้ทำอย่างที่คิดกลับโดนรัดเอวหนักขึ้นกว่าเดิม

“อย่ารัดแน่น หายใจไม่ออก” ฉันเงยหน้าพูดกับเขาก่อนจะสำนึกได้ว่าเราใกล้ชิดกันมากแค่ไหน

เรียกได้ว่าแทบเกยตัก ขาข้างหนึ่งของฉันก่ายอยู่บนขาอีกข้างของเขา มือหนาผละจากทรวงอกวางแหมะอยู่ใต้ฐาน ลำตัวเราแนบชิด ยิ่งตอนนี้ฉันหันตัวคุยกับเขามันก็ยิ่งเหมือนเรากำลังโอบกอดกัน

ใครมันสรรค์สร้างให้อยู่ในท่านี้!...

“โห้ ท่าแม่งได้” เพทายพูดชิดริมฝีปากพลางเกลี่ยปลายจมูกอย่างหยอกล้อ ฉันจ้องมองมุมปากเขาซึ่งยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ฉันนั่งนิ่งสบตาเขาอย่างแน่วแน่ และเพราะใบหน้าเราอยู่ใกล้กัน ลมหายใจร้อนที่เป่าออกมาจึงรินรดผสมผสานกัน เราเข้าใกล้กันมากขึ้น ฉันเริ่มมองเห็นเพียงดวงตาสีดำสนิท ขนตายาวเป็นแพสวย

เพิ่งจะรู้สึกก็วันนี้ ดวงตาเพทายมีอำนาจบางอย่างที่ดึงดูดให้เข้าใกล้

บอกตามตรง...มันสวยมาก

ตุบ!

“...อั่ก!” แต่ถึงจะสวยยังไงฉันก็ไม่หลงให้เขาหรอก “ไหม...”

ฉันเด้งตัวเองออกจากการโอบกอด รีบลุกขึ้นยืนให้ห่างจากเขา เพทายพูดไม่ออก ใบหน้าบิดเบ้อย่างเจ็บปวด มือข้างหนึ่งชี้ตรงมาที่ฉันส่วนอีกข้างกุมอยู่ตรงกลางหว่างขาทั้งสอง

กำลังคิดว่าเมื่อกี้ลงแรงไปรึเปล่า เขาอาจสูญพันธ์ได้

อ้อ ฉันเพิ่งทุบน้องชายเขาไปอ่ะ

“เจ็บมั้ย?” ฉันถาม

เพทายก้มหน้านิ่ง ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่อาการนิ่งผิดปกตินั่นทำใจฉันวูบไปนิดหนึ่ง คือเพทายนิ่งมากไง ก้มหน้าด้วย รู้แปลกๆล่ะ

“ทาย” ฉันเรียกเขา แล้วมันก็มีแค่ความเงียบงัน

ตายแล้ว?

ฉันขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้ เทพายยังนิ่งอยู่เหมือนเดิมจนฉันสงสัยว่ามันตายไปแล้วใช่มั้ย

“นี่ เพทะ...”

หมับ!

ในตอนที่กำลังยื่นมือเพื่อแตะไหล่เขา เพทายก็เงยหน้าขึ้นแล้วคว้าหมับที่ข้อมือฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว

“หึ...” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มพร้อมหัวเราะโรคจิต “ทุบน้องฉันคิดดีแล้ว?”

ตอนแรกก็คิดดีแล้ว แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าตัวเองคิดผิด ลืมไปได้ยังไงว่าเพทายอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายอย่างคนมีประจำเดือน

“ถ้าฉันสูญพันธ์เธอต้องรับผิดชอบ”

พรึบ!

ใครมันจะไปรอให้ตัวเองโดนลงโทษเล่า ฉันสะบัดมือแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นบันได แต่เพทายเร็วกว่า เขากระโดดข้ามพนักพิงโซฟาแล้ววิ่งตามมาติดๆ

“มาหาฉันไหม” เพทายอยู่ข้างหลังฉันนี่เอง เขาแค่ไม่กระชากเฉยๆ อาจเพราะตอนนี้เราวิ่งอยู่บนบันไดซึ่งมันอันตรายพอสมควร

ฉันไม่ตอบรับแต่เร่งสปีดเท้าให้เร็วขึ้น กระทั่งเหยียบชั้นสองฉันก็สาวเท้าวิ่งไปยังห้องนอน ประตูมันดี ไม่ได้พังเหมือนประตูห้องน้ำข้างใน อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึง ฉันเอื้อมมือเตรียมคว้าลูกบิด...แต่ดันช้าไปไง

หมับ!

“ปล่อยนะทาย!” ฉันตะปบมือเขาที่บีบอยู่ตรงท้องพลางดิ้นสะบัดตัวเองให้หลุดจากพันธนาการ

เพทาย ยก ตัวฉันด้วยแขนเพียงข้างเดียวก่อนจะเปิดประตูด้วยมืออีกข้าง พาฉันไปยังเตียงที่ตั้งอยู่กลางห้อง

ตุบ

ไม่เคยทำดีกับร่างกายฉันเลยสักครั้ง โยนแรงแบบนี้ทุ่มกันเลยดีกว่า ถ้าไม่ติดว่าเขาก็เรียนยูโดเหมือนกันป่านนี้ฉันคงหนีออกไปได้แล้ว ถามว่าเคยใช้มั้ย?...เคย แต่แพ้ไง ฉันดั้งสอง เพทายดั้งสี่ คิดว่าใครจะชนะล่ะ

“ทำผิดแล้วคิดหนี?” เพทายคร่อมอยู่เหนือร่างฉัน เขาโน้มหน้าลงมาถามอย่าใกล้ชิด

“จะทำอะไร” ฉันพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นในตอนที่เอ่ยถาม

“ทำโทษเด็กดื้อ”




TO BE CON...


เอาว่ะคู่นี่ เอากะพวกมันสิ

555555555555555555555555555555

เพลียแรงงงง


>>> เม้นต์ให้เค้าด้วย ทุกโค๊นนนนน T^T <<<













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #1316 PuyMatika (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 04:43
    ไรท์เรางงตอนที่นางเอกคุยโทรศัพท์กับน้องสาวแล้วเพทายก้มาแกล้งทั้งๆที่ยังไม่ได้วางสาย ให้ฟ้าถือสายรออยู่เลย งงจัง
    #1,316
    1
    • #1316-1 JaowNR(จากตอนที่ 4)
      20 สิงหาคม 2561 / 15:14
      ปลายสายตัดไปเองค่ะ มีจีนอยู่กับฟ้า จีนรู้เลยตัด
      #1316-1
  2. #1286 Papaya80 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:04
    บทลงโทษที่แสนหวาน
    #1,286
    0
  3. #58 tawonrotanan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:53
    ขอหวานนนนนนๆๆๆๆ
    #58
    0
  4. #57 toonnjjr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:48
    ตั้งแต่ที่เคยอ่านมาชอบเรื่องนี้มากกกกกกก
    #57
    0
  5. #56 Namwhans (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:40
    เพทายมาแรงตอนนี้ อิอิ้้
    #56
    0
  6. #55 fon_siliphone (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:37
    ทายมีความน่าร๊ากกกกก
    #55
    0
  7. #54 Ppp-01 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:28
    จิตนิดๆ หวานหน่อยๆ ชอบคู่นี้ค่ะ
    #54
    0
  8. #53 Thanatchaya_ple (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:38
    ชอบๆๆๆๆ มาต่อไว้ๆๆๆ
    #53
    0
  9. #52 belenn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 18:30
    ชอบคู่นี้ว่ะ 555555 ดึ๋งๆ
    #52
    0
  10. #51 FahAmorn Amornsiri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 16:05
    มาต่อไวๆนะจร้
    #51
    0
  11. #50 FahAmorn Amornsiri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 16:05
    ฉันชอบบบคู่นี้55555
    #50
    0
  12. #49 Sopi_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 15:49
    ชอบบบบ
    #49
    0
  13. #46 belenn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 01:22
    ทำไมไม่ขอคบกันดีๆ ทำท้องเลยหรอ55
    #46
    0
  14. #45 fon_siliphone (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 22:32
    อีทายมันร้ายยย
    #45
    0
  15. #44 tawonrotanan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 19:49
    งั้นท้องเลยดีกว่าคะ
    #44
    0
  16. #43 FahAmorn Amornsiri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 15:07
    ท้องนี่ท่าจะดี
    #43
    0
  17. #42 FahAmorn Amornsiri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 15:06
    ท้องรึไม่ท้องนาจาาา
    #42
    0
  18. #41 Thanatchaya_ple (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 14:43
    อ่ๆๆๆๆท้องเลยท้องเลย สู้ๆๆๆ ^^ รอ
    #41
    0
  19. #40 k_kao2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:20
    เจิมมมม
    #40
    0
  20. #39 k_kao2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:19
    เจิมมมม
    #39
    0
  21. #38 k_kao2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:19
    เจิมมมม
    #38
    0
  22. #37 k_kao2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:18
    เจิมมมม
    #37
    0
  23. #36 k_kao2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:16
    เจิมมมม
    #36
    0
  24. #35 Poker Face :D (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 06:07
    เจิมมมม
    #35
    0
  25. #34 siriyakonr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 20:14
    เจิมจ้าาา
    #34
    0