[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 2 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 1 : [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59





:: EPISODE01 ::
-ผู้หญิงคาวๆ-



รัก...ไม่ต่างอะไรกับคราบโคลน เมื่อเปื้อนแล้วต้องเช็ดทิ้ง

-พู่ไหม-

 

ซ่า ซ่า ซ่า...

สายน้ำจากฝักบัวไหลกระทบร่างกายและพื้นผิวกระเบื้องจนเกิดเสียง ฉันยืนนิ่งปล่อยให้ร่างกายได้รับการชำระล้างหลังจากที่มันผ่านสมรภูมิรบมาทั้งคืน

เคยมีความสัมพันธ์ที่บอกใครไม่ได้กันบ้างมั้ย ฉันน่ะ...กับผู้ชายที่กำลังหลับอยู่บนเตียงข้างนอก เราเป็นอย่างนั้นกัน ไอ้สิ่งที่เรียกว่า ชู้

หนึ่งปีกว่า...ที่ความสัมพันธ์เราเป็นแบบนี้ แรกๆไม่มีใครรู้นอกจากเราสองคน เพราะเราทั้งคู่เรียนคนละมหาลัยกัน เพทายเป็นเดือนแพทย์ห้าปีซ้อน ไม่รู้เพราะความหล่อหรือความเลวของเขากันแน่ แต่ฉันยกให้อย่างหลัง เพทายมีแฟนอยู่แล้ว เรียนที่เดียวกันนั่นแหละ...และฉันก็เป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน

ถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงไม่ดี ชอบลักกินขโมยกินของคนอื่นใช่มั้ย? ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้น แต่ฉันก็ลักกินแค่คนนี้คนเดียว อย่าเพิ่งคิดว่าฉันพิศวาสเพทาย

...ทุกการกระทำของฉันมีเหตุผลชักจูงเสมอ

หลังๆมานี้เริ่มมีคนรู้เรื่องเรา แต่ไม่มากและเป็นคนสนิทของฉันเองทั้งนั้น อย่างวงฉันไง...พวกนั้นเผลอมาเห็นตอนเรากำลังจูบกัน วันนั้นเพทายมากับแฟน ฉันที่เพิ่งร้องเพลงเสร็จก็มาเข้าห้องน้ำแล้วเขาตามมาอีกที ส่วนธีมกับน้องสาวฉันเพราะอยู่บ้านเดียวกันถึงรู้

ตอนนี้เพทายยังหลับอยู่ ขนาดหลับพร้อมกันฉันยังตื่นก่อนเขาเลย อันที่จริงก็ไม่ได้อยากลุกจากเตียงเท่าไหร่ ร่างกายมันยังร้าวระบม แต่ก็ต้องฝืนตื่นด้วยเหตุผลจำเป็นบางอย่าง...

เมื่อกี้มีไลน์เข้าโทรศัพท์เขา และฉันก็ไร้มารยาทมากพอที่จะเปิดอ่านโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของแต่อย่างใด

ยี่หวา :: กำลังไปหานะ ขับรถอยู่

เธอกำลังมาที่นี่ ยี่หวา...แฟนของเพทายกำลังมาที่นี่

ไม่ได้จะหนี แต่เพราะเธอจะรู้ตอนนี้ไม่ได้ ฉันต้องการให้มันนานว่านี้ ต้องการให้ความสัมพันธ์แบบลับๆของเราเป็นความลับนานกว่านี้อีกหน่อย ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา...

รออีกหน่อยเถอะน่า...ขอฉันเสพสุขกับผู้ชายของเธอให้มากกว่านี้อีกหน่อย

แกรก...

ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นเพทายนอนกดโทรศัพท์เล่นอยู่บนเตียง ฉันเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงพลางเท้าแขนมองเขา พอเห็นฉันเพทายก็ลดโทรศัพท์ในมือลงก่อนขยับตัวเอาหัววางบนตักฉัน ใบหน้าเขาซุกซบอยู่ตรงหน้าท้อง

“จะกลับแล้วหรอ”

“อือ ได้เวลาแล้ว” ฉันสางผมเขาเล่นในขณะที่พูด เพทายเงยหน้ามองฉัน เขาแค่มองมานิ่งๆ ในแววตาคู่นั้นกำลังคิดอะไรฉันไม่อาจรู้ เพราะเขาไม่เคยเปิดเผยมัน ฉันก็เองก็เช่นกัน...เราทั้งสองต่างก็ไม่เคยแสดงความรู้ใดๆให้อีกฝ่ายรับรู้ หากไม่ใช่ความตั้งใจ

“เปิดอ่านใช่มั้ย ไลน์อ่ะ”

“อือ ถึงได้ต้องรีบกลับนี่ไง” เพทายพ่นลมหายใจเล็กน้อยจึงยอมขยับลงจากตัก ฉันกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเอง

“กลับดีๆ” ฉันบิดยิ้มให้เพทายที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ก็ยังดีที่มีผ้าห่มปกปิดไว้ “จ้องทำไม อยากโดนฟัน?”

“คงไม่ทันมั้ง...ไว้ไปหาเอาข้องนอก” พอพูดไปแบบนั้น ใบหน้าเขาที่เคยนิ่งเฉยก็บิดยิ้มเยาะ “ไปนะ”

ฉันโบกมือพลางส่งจูบให้ผู้ชายตรงหน้า ก่อนจะหันหลังเดินไปใส่รองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ด ก็ไม่ได้ชอบใส่แต่อาชีพที่ทำมันต้องอะไรเทือกนี้ รองเท้าส้นสูง ชุดแวบวับเปิดนมเปิดก้น สั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า...

พรึบ!

“อะ...”

ร่างฉันถูกกระชากกลับก่อนจะถูกเหวี่ยงติดผนังห้องแสนเย็บเฉียบ ร่างสูงของเพทายทาบทับไว้ แขนกำยำทั้งสองข้างกักขังฉันไม่ให้ไปไหน

“อะไร?” ฉันเงยหน้าถามเขา

“ที่ว่าหาเอาข้างนอก...ไม่ได้มีแค่ฉันงั้นสิ” เพทายบีบคางฉัน เขาลงแรงมากจนฉันอดเบ้หน้าด้วยความเจ็บไม่ได้

“ก็ไม่เคยบอกว่ามีแค่นาย เอาเสร็จก็แยกย้ายไม่ใช่?”

ใครว่าล่ะ...ฉันไม่เคยมีใครเลยนอกจากเขาต่างหาก คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงร่านรักรึไง ฉันรักตัวเองพอที่จะไม่ทำตัวไร้ศักดิ์ศรีแบบนั้น ใครหลายคนจะคิดยังไงก็ช่าง ฉันรู้ตัวเองดีก็พอแล้ว

“เธอแม่ง...คาวดีว่ะ!

“ไม่คาว ก็ไม่เร้าใจสิ” ฉันส่งสายตายั่วยวนเขา มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามสะโพกผายไร้ซึ่งสิ่งปกปิด ก็ยั่วเล่นๆเท่านั้น ไม่ได้มีอารมณ์อะไรอย่างว่า

“งั้นขออีกรอบ...”

“จุ๊ๆ ลืมไปรึเปล่าทาย แฟนนายกำลังมานะ” ฉันจุ๊ปากพลางส่ายนิ้วชี้ไปมาต่อหน้าเขา แสร้งเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“แล้วไง...ก็อยาก” แต่เพทายก็ยังหน้าด้านหน้าทน

ก็รู้ว่าความต้องการสูง แต่จำเป็นต้องมากขนาดนี้มั้ย?

“คิดว่าทัน? แฟนนายอาจกำลังขึ้นมาก็ได้นะ” ขณะที่พูดมือเขาที่วางทาบอยู่บนผนังก็เริ่มไต่เลื่อนลงมาตามสีข้างฉัน ก่อนจะหยุดลูบวนตรงสะโพกและลามไปจนถึงโคนขาอ่อน

เขาทำแบบนั้น และมันทำให้ฉันเสียววูบ

“หนึ่งนาทีก็เสร็จทัน” เพทายกระซิบเสียงพร่า กดใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเราบดเบียดกัน ริมฝีปากเราเฉียดใกล้กันทุกครั้งเมื่อมีการขยับปาก

“....”

“เอามั้ย?”

“รู้ว่าเก่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา” ฉันดันเอาออกห่าง ร่างกายเราชิดกันจนอะไรๆมันเหมือนจะเตลิดหากไม่รีบหยุดยั้ง “ฉันยังไม่อยากรู้จักแฟนนาย กลัวเสียโฉม”

กับแฟนเขา...ยี่หว่าน่ะ ฉันรู้จักเธอดี แต่แค่เธอไม่รู้จักฉันเพราะเราไม่เคยคุยกัน เธอแทบไม่เคยเห็นหน้าฉันเลยด้วยซ้ำ แต่คิดว่าอีกไม่นานคงได้ทำความรู้จัก

“งั้นมาเป็นแฟนฉัน” ใช้อะไรคิด จะให้ฉันไปเป็นแฟนเขาเนี่ยนะ ลืมไปรึไงว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว “ถ้าเลิกกับหวา มาคบกันมั้ยล่ะ”

“ขอบใจ แต่ไม่อยากโดนชู้แย่งในอนาคต” เป็นความจริงที่ผู้หญิงทุกคนไม่อาจยอมรับหากจับได้ว่าคนรักของตัวเองมีชู้ และคนรักที่ว่าก็ดันติดใจชู้มากกว่าแฟนตัวจริง

“หึ เหมือนเธอตอนนี้น่ะหรอ” เพทายหัวเราะในคอ มันทั้งเยาะเย้ยและสมเพชไปในตัว ไม่ว่าจะคำพูด การกระทำหรือแม้แต่น้ำเสียง

“ฉันไม่ได้แย่ง...แค่แอบกินในที่ลับตา”

“ชอบว่างั้น?”

“ก็...เร้าใจดี ยิ่งเซ็กส์ของนายฉันก็ยิ่งสนุก” ฉันแนบริมฝีปากบนแผงอกเปลือยเปล่าของคนตรงหน้า เพทายหลุบตามองฉัน ในแววตาคู่นั้นสื่ออารมณ์ความต้องการอย่างเห็นได้ชัด แต่ขณะเดียวกันก็แฝงความเย็นเยียบอย่างเงียบงัน

“....”

“ไปก่อนนะ...ผู้ชายของคนอื่น”

จุ๊บ

ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบเขาเบาๆแล้วผละออก เพทายแค่นหัวเราะในคอพลางใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้ม ฉันจึงบิดยิ้มมุมปากให้เขาก่อนจะเดินออกมา

หญิงร้ายชายเลว...นิยามนี้เหมาะกับเราสองคนดีว่างั้นมั้ย?

แต่สำหรับฉัน มีใครบางคนนั้นเลวกว่า

อาจเป็นเพราะความบังเอิญหรือโชคดีของฉัน ยังไงก็แล้วแต่ เพราะเมื่อก้าวเท้าพ้นกรอบประตูห้องนั้น เสียงลิฟต์เตือนเมื่อถึงชั้นที่หมายก็ดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างเพรียวบางของใครบางคนก้าวเดินออกมา

ฉันไม่ได้หยุดนิ่งหรือชะงักให้กับสิ่งใด ตั้งใจก้าวเดินไปตามทางข้างหน้า ก่อนจะค่อยๆสวนกับใครบางคนที่ว่า เธอเป็นผู้หญิงสวย สวมใส่ชุดนักศึกษาของมหาลัยเอกชนชื่อดัง ริมฝีปากสีแดงฉานเรียบตึงเป็นธรรมชาติ ใบหน้าตั้งเชิดอย่างสาวมั่นบวกบุคลิกลักษณะการเดินที่คล้ายจะพยายามให้ตัวเองดูสง่า

ฉันรู้จักเธอ ยัยผู้หญิงที่ สวยแต่รูป จูบไม่หอม

ยี่หวา...ตัวจริงของเพทาย

ฉันปรายหางตามองเธอและบิดยิ้มด้วยความสมเพชระหว่างที่เราเดินสวนกัน เธอไม่เห็นเพราะไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างหรือจะพูดอีกอย่างคือเธอไม่สนใจจะมองฉัน

ก็ดี...โง่อยู่แบบนั้นแหละ

Rrrrrr Rrrrrr

“ฮัลโหล ว่าไง” โทรศัพท์ฉันกรีดเสียงร้องเมื่อเดินมาถึงหน้าลิฟต์ ฉันไม่ได้สนใจจะมองเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอ เพราะตั้งเสียงริงโทนไว้สำหรับเบอร์นี้โดยเฉพาะแล้ว

“(ไหมอยู่ไหน)” เสียงเรื่อยๆของคนปลายสายเอ่ยถาม

“กำลังกลับ ทำไม...หิวหรอ” ฉันพูดในระหว่างที่รอลิฟต์ เมื่อกี้ตอนเดินมาถึงลิฟต์มันก็ขึ้นไปรับคนข้างบนซะก่อน ฉันเลยต้องรอ

“(เปล่า)” ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง มีเสียงร้องของเด็กแทรกเข้ามาด้วย “(ม๊า ม๊า...เงียบหน่อยฟ้า อย่ากวน)”

“ไม่ไปเรียนหรอเรา”

“(อยากเรียน แต่ไม่อยากเจอคนพวกนั้น น้องรำคาญ)” ใหม่จีนเหมือนจะกระแทกเสียงเล็กน้อยในตอนท้าย

เธอคือน้องสาวฉัน น้องสาวแท้ๆพ่อแม่เดียวกัน ท้องคลอดเดียวกัน อย่างที่บอกเธอเรียนอยู่มอ.ปลายปีสุดท้าย ใหม่จีนค่อนข้างเก็บตัว เพราะงั้นทุกคนจึงคิดว่าเธอหยิ่ง น้องฉันเธอจึงไม่ค่อนมีเพื่อนหรือเรียกได้ว่าไม่มีเลย สักคนเจริญรอยเท้าตามพี่มันซึ่งก็คือฉัน

“อืม ช่างเขาเถอะ” ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าโดนหาเรื่องก็คงต้องมีตบสั่งสอนบ้าง

“(ม๊าๆ มะ...แม่ อยู่นิ่งๆน่าฟ้า เดี๋ยวก็โดนดุหรอก)”

“ขอพี่คุยกับฟ้าหน่อย” จะไม่ให้เด็กคุยด้วยก็ดูจะใจร้ายเกินไป อีกอย่างฉันเองก็คิดถึงเธอด้วย เมื่อวานตอนเย็นก็ไม่ได้กลับบ้าน จึงไม่เห็นหน้าเธอ

“(ม๊า ม๊า...มีหนาย~)” ฉันอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆนั้น ทั้งที่ยังพูดได้ไม่มากแต่ก็พยายามพูด แม้จะเพี้ยนไปหน่อย แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับเด็กคนนี้

“อยู่ข้างนอกค่ะ ฟ้าอยากหม่ำอะไรมั้ย”

“(หม่ำๆ ม๊า...นมค่า)”

“นมอีกแล้วหรอ ไม่อยากกินอย่างอื่นบ้างหรอฟ้า” เด็กคนนี้น่ะชอบดื่มแต่นม มันก็ดีที่เธอชอบ แต่บางครั้งเธอก็ไม่เอาอะไรเลยนอกจากจะดื่มนมอย่างเดียว

...ขอแค่เป็นนมไม่ว่าจะรสอะไรเธอกินหมด

“(นมค่า...นม เอาแลต...รี่)” เธอหมายถึงนมรสช็อคโกแลตกับรสสตอเบอรี่

“เดี๋ยวม๊าซื้อไปให้ แค่นี้ก่อนนะ ลิฟต์มาแล้ว” เธอไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ฉันพูดหมายถึงอะไร เธอยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจอะไรๆในตอนนี้

 

-PHETHAY TALK-

แกรก...

เสียงจากบานประตูข้างนอกดังลอยกระทบใบหูก่อนจะตามมาด้วยบานห้องนอน ร่างบางในชุดนักศึกษารัดติ้วเดินเข้ามาหย่อนตัวนั่งข้างเตียง ซึ่งในเวลานี้ผมกำลังนอนเปลือยท่อนบนเล่นโทรศัพท์อยู่

“พาสาวมาค้างอีกแล้วหรอ” ยี่หวาถามใบหน้าบอกบุญไม่รับ แต่ขัดขืนอะไรไม่ได้ เพราะเธอรู้ว่าผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตเกินจำเป็น ถึงแม้เธอจะได้ชื่อว่าแฟน แต่มันก็แค่คำที่ใช้เรียกเพื่อให้เธอดูต่างจากผู้หญิงคนอื่นเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริงก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก

พูดเหมือนไม่รักแฟนตัวเองเลยผมเนี่ย

ก็ใช่แหละ ผมไม่ได้รักยี่หวานี่ ก็แค่คบด้วยเฉยๆ เห็นตามตื้ออยู่นาน บวกกับตอนนั้นที่ผู้หญิงหลายๆคนไม่ยอมจบกับผม พวกเธอเรียกร้อง พยายามใช้สิทธิ์เพียงคืนเดียวฉุดรั้งผม

...มันน่ารำคาญ

แต่ถามว่ามีแฟนแล้วหยุดมั้ย ตอบตามตรงเลยว่าไม่ เรื่องอะไรที่ผมต้องหยุด อะไรที่เป็นผมมันก็ยังคงเป็น ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อก่อน

“หวาไม่ชอบนะรู้มั้ย” เธอว่าพลางลูบไล้แผ่นอกผมเล่น

“...หึ” ผมเค้นยิ้มใส่เธออย่างไม่ยี่หระ

ยี่หวาสวยและผมชอบคนสวย แต่ยี่หวาไม่ผ่านเรื่องนิสัย เธอจุกจิก ไม่ค่อยเก็บอารมณ์ รู้สึกยังไงก็แสดงออกมาหมดทั้งสีหน้าและท่าทาง บางครั้งก็แสดงความเอาแต่ใจของตัวเองกับผม อย่างคำพูดในตอนนี้ไง

ที่จริงจะบอกเลิกหรือไล่ให้ไปไกลๆก็ได้ แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ...เพราะยังต้องใช้ประโยชน์จากเธออีกนาน

“แค่หวาไม่พอหรอ” ไม่รู้ยี่หวาเอาความกล้าที่ไหนมา แต่เธอถามคำถามนั้นกับผมทั้งที่น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว “อย่าเงียบสิทาย”

“เธอรู้ดีหวา อย่าถามอะไรโง่ๆแบบนี้อีก”

ผมสะบัดมือเธอทิ้งก่อนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำ ไม่สนว่ายี่หวาจะรู้สึกยังไงกับการกระทำของผม เธอเรียกร้องผมรู้ แต่เธอก็เอาแต่ใจด้วย ซึ่งผมไม่ชอบ

“...อ่า”

ผมเผลอครางเสียงกระเส่าเมื่อนึกถึงใครบางคนที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่ อุณภูมิในร่างกายพุ่งสูงทั้งที่สายน้ำจากฝักบัวหล่นกระทบร่างไม่หยุด

สมองผมเอาแต่นึกถึงพู่ไหม นึกถึงสัมผัสยามเมื่อร่างกายเราสอดประสานกัน ยามเมื่อเธอกลืนกินตัวตนผม ภายในตัวพู่ไหมที่ทั้งร้อนและนุ่มนิ่ม เสียงกระทบกันของเรา เสียงครางกระเส่าของเธอ

อา...ดีชะมัด

ต้องการเธอ...ผมต้องการพู่ไหม

 

@หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ผมมามหาลัยพร้อมยี่หวา เราเรียนที่เดียวกันแต่คนละคณะ ผมต้องขับไปส่งเธอที่หน้าตึกคณะก่อนจะวนกลับมาที่คณะตัวเอง

คณะแพทยศาสตร์คือคณะของผม ตอนนี้ก็อยู่ปีห้าแล้ว เรียนหนักงานหนักแทบไม่มีเวลาพัก เมื่อคืนก็แอบเฉียดเวลาไปหาพู่ไหม นอกจากนั้นยังเป็นเดือนคณะห้าปีซ้อน ไม่เคยอยากได้มันเลยไอ้ตำแหน่งบ้าบอนั้น แต่ก็ถูกยัดเยียดให้ทุกปี และผลพลอยได้ของมันคือพวกผู้หญิงที่ดาหน้าเข้ามาไม่เว้นวัน

สำหรับผม...มันน่ารังเกียจ

“เร็ว จารย์ใหญ่มาแล้ว!

เสียงรุ่นน้องในคณะดังว่อนไปทั้งตึกชั้นล่าง ผมหลีกทางให้พวกเขาวิ่งขึ้นไปก่อน นาทีนี้บันไดและลิฟต์คือสิ่งสำคัญ ผมรู้เพราะผ่านชีวิตช่วงนั้นมาแล้ว

อันที่จริงปีห้าไม่ค่อยได้อยู่ในห้องเรียนแล้ว แต่ต้องไปฝึกกับผู้ป่วยจริง เราต้องเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง ที่ผมมามหาลัยเพราะมาเอาของ เสร็จแล้วก็ต้องไปเข้าเวรดูแลผู้ป่วย

ตามตารางวันนี้ผมต้องอยู่เวรถึงเช้า คงไม่มีเวลาไปรับใครบางคน ต้องให้เธอกลับคนเดียวอีกแล้ว มันก็ปกติเพราะบ่อยครั้งที่เราไม่ค่อยได้เจอกัน แต่หลังๆงานเริ่มเยอะจนไม่ค่อยมีเวลา อีกทั้งเธอเองก็เรียนมนุษย์ฯปีสุดท้ายแล้ว คงงานหนักเหมือนกัน

ผมขึ้นลิฟต์ไปชั้นสามเพื่อทำธุระของตัวเองก่อนจะรีบลงมา ใกล้เวลาเข้าเวรแล้วผมต้องรีบไป เบื่อที่ต้องโดนบ่นจากรุ่นพี่ คนอื่นในรุ่นไม่เห็นโดน แต่กับผมรุ่นพี่คนนั้นกลับเฉ่งได้ทุกวัน ชอบทำตัวอยู่เหนือคนอื่นเหมือนตัวเองเป็นหัวหน้า  รุ่นพี่คนอื่นไม่เห็นเป็นงั้นสักคน

เขาเกลียดขี้หน้าผม...ผมรู้ดี

และผมก็รู้เหมือนกันว่าคนในรุ่นหลายคนไม่ชอบผม แต่คนพวกนั้นแค่ไม่แสดงออก เรียนแพทย์ต้องอยู่กับความโดดเดี่ยวให้เป็น เพราะไม่มีใครอยู่ข้างเราจริงแม้สักวินาทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อความผิดพลาดมาเยือน เราแทบถูกโยนลงเหวอย่างไร้เยื่อใย

...เพราะเหตุนี้ที่ทำให้ผมไม่คบใครเป็นเพื่อน

ตู๊ด...ตู๊ด

“(ไรมึง)” เมื่อเข้ามานั่งในรถผมก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนคนหนึ่ง จะว่าเพื่อนก็ใช่แต่เรียกลูกพี่ลูกน้องจะถูกกว่า

“ได้ข่าวว่าถึงไทยแล้ว” มันชื่อ เอเชีย เพิ่งกลับจากอิตาลีเพื่อมาเรียนต่อที่ไทย จะเรียกว่าเรียนต่อก็ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่เพราะไม่ได้จะเข้าเรียนในระดับปีหนึ่ง แต่มันจบปีสองที่นู้นแล้วจะย้ายมาเรียนต่อปีสามที่นี้

ไม่ควายจริงๆทำไม่ได้นะแบบนี้

เรียนอิตาลีก็ดีอยู่แล้วจะกลับมาทำไมไทย สู้เรียนให้จบค่อยกลับไม่ดีกว่าหรอวะ?

“(เออ ถึงหลายวันแล้ว เพิ่งรู้ไงมึง)”

“กูรู้ตั้งแต่ฝ่าตีนมึงเหยียบพื้นสนามบินละไอ้ญาติชั่ว” เป็นปกติที่ผมกับมันคุยกันแบบนี้

“(โทรมามีไร)” ผมขับรถออกมาจากมหาลัยเพื่อตรงดิ่งไปโรงพยาบาล ขณะที่ขับรถก็คุยโทรศัพท์กับมันไปด้วย

“ไปรับไหมให้หน่อย กูมีเวร”

“(ถึงไทยก็ถูกใช้เลยหรอวะกู เหี้ยสัส)” ไอ้เอเชียบ่นแต่ไม่จริงจังนัก มันรู้จักพู่ไหมเพราะช่วงแรกๆผมชอบไปขลุกอยู่กับเธอบ่อย แล้วผมก็ติดต่อกับมันบ่อยด้วยเหมือนกัน ทั้งสองคนถึงได้ทำความรู้จักกัน “(แล้วแฟนมึงล่ะ?)”

“ช่าง หาทางกลับเองได้อยู่แล้ว”

ยี่หวาไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวหรอก แม้จะบอกว่ารักผมแต่เธอก็ยังแอบไปนอนกับผู้ชายคนอื่น ผมไม่ได้เสียใจหรือเจ็บอะไร อย่างที่บอกว่าไม่ได้รักเธอ คำว่าแฟนไม่ควรใช้กับยี่หวาเพราะเธอเป็นเพียงคู่นอนชั่วคราวสำหรับผม เอาจริงๆผมเคยกับยี่หวาแค่ครั้งเดียว

ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว และผมรู้ยี่หวาก็คิดเหมือนกัน

ผมมันเป็นพวกรุนแรง โดนเฉพาะกับเซ็กส์ผมยิ่งรุนแรงและป่าเถื่อน ผู้หญิงหลายคนรวมทั้งยี่หวาไม่เคยรับมันได้ ถึงได้บอกไงว่าครั้งเดียวก็เกินพอ

แต่กับพู่ไหม...ยัยนั่นรับได้ ผมรู้เธอชอบมัน นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพู่ไหมถึงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่กับผมได้นานเป็นปี

อีกเหตุผลคือพู่ไหมอ่านยาก เธอไม่เคยเปิดเผยความรู้ใดๆ ดวงตาเธอว่างเปล่า มีเพียงช่วงเวลาอย่างว่าที่แววตาเธอเปล่งประกาย เวลาอื่นแทบจะเฉยชา ซึ่งมันลึกลับและน่าค้นหา

“(ไร้เยื่อใยฉิบหาย อย่างว่า...ไม่ใช่คนโปรดนี่หว่า)” ถูกของมัน ผู้หญิงมันก็แค่ของเล่นระบายอารมณ์ เบื่อหรือหมดประโยชน์เมื่อไหร่ก็เขี่ยทิ้ง

“หึ” ผมหัวเราะเมื่อนึกถึงผู้หญิงเหล่านั้น

“(แต่ระวังนะมึง...ระวังคนโปรดทิ้งไปมีคนใหม่)”

ผมเป็นคนแรกของพู่ไหมก็จริง แต่ไม่รู้ว่าเธอมีใครนอกจากผมรึเปล่า เพราะเรียนคนละที่ ชั้นปีก็ต่างกัน ผมจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวพู่ไหมเลย นอกจากบ้าน มหาลัย และที่ทำงาน

แต่รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะยังไงสักวันเธอก็ต้องถูกผมเขี่ยทิ้งอยู่ดี!

“แล้วไง คาวอย่างนั้นกูไม่หวงหรอก”


-PHUMAI TALK-

ฉันเดินออกจากมหาลัยด้วยใจที่วุ่นวาย เพิ่งจะเข้าไปเรียนแท้ๆแต่กลับโดนหาเรื่องตั้งแต่ต้นคาบ ดีที่อาจารย์ยังไม่เข้า ไม่งั้นป่านนี้ฉันคงไปนั่งอยู่ในห้องอธิการบดีแล้ว

มีเรื่องบ่อยจนรายชื่อติดอยู่ในบัญชีดำของมหาลัย!

ที่บอกว่าวันนี้ไม่มีเรียนน่ะโกหก ก็ตั้งใจจะไม่มาอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าลืมธีสิสที่ต้องแก้ ฉันอยากให้เวลามันเดินเร็วกว่านี้ เอาแบบพรุ่งนี้รับปริญญาเลย ฉันอยากเรียนแต่ไม่อยากเจอคนพวกนั้น ที่จ้องแต่จะทำร้ายฉันทางคำพูดไม่เว้นแต่ละวัน

มันน่าเบื่อ น่ารำคาญ!

ฉันยืนนิ่งอยู่หน้าประตู กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้ออะไรไปฝากสองคนนั้นที่บ้านดี จวบจนสายตาปะทะเข้ากับร้านตรงข้ามมหาลัย มันอยู่เยื้องกันเล็กน้อย เป็นร้านกาแฟผสมเบเกอรี่ โต๊ะในสุดติดกระจกมีผู้หญิงสองคนนั่งอยู่ ฉันรู้จักพวกเธอ

พลอยขวัญกับยาดา

ตื๊อดึง...

เท้าที่กำลังจะก้าวเดินหยุดกึกเพราะเสียงเข้าของไลน์ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอก นอกจากคนในมหาลัยที่คอยแต่จะนินทาฉันแล้ว มันยังมีพวกโรคจิตที่ตามตื้อตามทักฉันไม่เลิก แต่ละข้อความที่ส่งมามีแต่คลิปโป๊และคำพูดแทะโลม

เคยลบไลน์ทิ้งแล้วเหมือนกัน แต่พอสมัครใหม่ก็ยังเหมือนเดิม บางครั้งก็โดนโทรมาด่าจนต้องเปลี่ยนเบอร์อยู่หลายครั้ง ไม่รู้คนพวกนั้นเอาไอดีกับเบอร์ฉันมาจากไหน แต่หลังๆฉันเริ่มชินจึงปล่อยๆมัน

...อยากตามเป็นสัมภเวสีก็ทำไป

“อะไรนักหนาวะ” ฉันบ่นกับตัวเองเบาๆ ไม่อยากคิดเรื่องคนพวกนั้นจนปวดประสาท เปลืองพลังงานสมอง แต่ไลน์มันเด้งจนน่ารำคาญ

PHETHAY :: ไม่ว่างไปรับ เข้าเวร

PHETHAY :: บอกไอ้เซียแล้ว มันจะไปรับ

PHETHAY :: ตามนี้นะ

ฉันตัดสินใจเปิดอ่านและเจอข้อความจากเขา สาเหตุที่ไม่ลบแอปไลน์ออกจากเครื่องก็เพราะต้องใช้สื่อสารกับเพทาย เราไม่มีเบอร์โทรติดต่อกัน ฉันไม่เคยขอ เขาเองก็ไม่เคยขอ ฉันเคยแอบเปิดโทรศัพท์เขา พบว่าในรายชื่อติดต่อมีเพียงเบอร์พ่อแม่เขาและคนอื่นอีกสองสามคนอย่างเอเชีย...แต่กลับไม่มียี่หวา

มันทำให้ฉันคิดว่าใครที่ไม่สำคัญต่อเขาจริงๆ จะถูกปิดกั้นจากอะไรหลายๆอย่างที่เขาเป็นคนสร้าง แม้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเขาก็ทำ

PHETHAY :: อย่าอ่านแล้วไม่ตอบ

เผด็จการเป็นบ้า!

PHUMAI :: อืม

ฉันตอบไปสั้นๆ เตรียมจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเพราะคิดว่าเพทายคงไม่พิมพ์ตอบกลับมาแล้ว แต่เปล่าเลย...

PHETHAY :: อยู่บ้านใช่มั้ย

เพทายคิดว่าฉันไม่มีเรียน เพราะเมื่อคืนฉันบอกไปแบบนั้น

PHUMAI :: เปล่า อยู่มอ.

PHETHAY :: ไหนว่าไม่มีเรียน โกหกฉันหรอ

PHUMAI :: งั้นมั้ง ถามทำไม จะมาหาหรอ

PHUMAI :: ไม่ว่างนะ อยู่กับผู้ชาย

เพทายอ่านแต่ไม่ตอบ ฉันยกยิ้มเพราะคิดว่าเขาเชื่อ ป่านนี้คงกำลังเยาะเย้ยและสมเพชฉันอยู่ อาจคิดว่าผู้หญิงอย่างยัยพู่ไหมเนี่ยเล่นผู้ชายไม่เลิก

PHETHAY :: หรอ

แต่คำตอบในวินาทีต่อมามันดันแปลก เขาทำเหมือนไม่เชื่อ เพทายเงียบไปเลยฉันจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเตรียมจะก้าวข้ามถนน ทว่า...

เอี๊ยด!

“.....!” รถคนหนึ่งจอดชิดตรงหน้า จนฉันเกร็งตัวด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโมโหเพราะไอ้คันที่ว่ามันรถเพทาย กระจกฝั่งคนนั่งข้างลดลงพร้อมกับเจ้าของรถที่หันมายิ้มเยาะใส่

“ไง ไหนล่ะผู้ชาย” เขายักคิ้วถามอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่ฉันกัดปากล่างด้วยความเจ็บใจ โผล่หัวมาได้ยังไง? ซวยชะมัด!

“.....”

“อย่าริอ่านโกหกผู้ใหญ่ เข้าใจมั้ยเด็กน้อย”

“ค่ะพ่อ!” ฉันประชดเสียงดังเพื่อให้เขาหงุดหงิดใจเล่น ผู้ชายคนไหนเขาก็ไม่อยากถูกเรียกว่าพ่อทั้งที่ยังหนุ่มหรอก เพทายก็หนึ่งในนั้น ฉันดีใจที่ทำให้เพทายขมวดคิ้วมุ่นได้ แต่อยู่ดีๆเขาเปลี่ยนเป็นยิ้มสะใจจนฉันไปไม่ถูก

...อะไร?

“ขอบใจที่ยกฉันให้เป็น พ่อทูนหัว

“อะ...” ฉันสตั๊น ไม่คิดว่าเขาจะหลงตัวเองได้มากขนาดนี้ คิดได้ไงว่าจะยกให้เป็นพ่อทูนหัว บ้าเหอะ...ฉันพ่นลมหายใจด้วยความระอา ยกแขนขึ้นกอดอกพลางหันมองไปทางอื่น เหม็นขี้หน้า

“วันนี้เข้าเวร เดี๋ยวไอ้เซียจะมารับ ฉันโทรบอกมันแล้ว” ฉันมองร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนหูก็ฟังที่เขาพูดไปด้วย “ตามนี้ ไปล่ะ”

พูดจบเขาก็กระชากรถออกไปทันที ฉันถอนหายใจก่อนจะเดินข้ามถนนเข้าร้านเบเกอรี่ สองคนนั้นยังไม่เห็นฉัน พวกเธอเอาแต่คุยกันกระทั่งฉันหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ

“นั่งด้วยคนได้มั้ย?” บทสนทนาของพวกเธอจำเป็นต้องหยุดลงเมื่อฉันเอ่ยขึ้น พลอยขวัญเงยหน้ามองพอเห็นว่าเป็นฉันเธอจึงระบายยิ้ม

“ไหม มาได้ไง”

“ลอยมา” ฉันตอบกวนๆขณะที่หย่อนกายนั่งลงข้างยาดาที่เอาแต่ก้มหน้าตักเค้กเข้าปาก หิวมากนะนั้น...

“อย่ากวน โดดเรียนมาใช่มั้ย” เธอพูดอย่างรู้ทัน แน่ล่ะ ตึกคณะฉันตั้งถัดจากเธอตึกเดียวเอง เกิดอะไรขึ้นข่าวรั่วไปคณะเธอเร็วปานสายฟ้า

“ก็คงงั้น” ฉันตอบอย่างเบื่อหน่าย เอนกายพิงพนักเก้าอี้

กินไหม?” ยาดาที่เงียบอยู่นานตักเค้กพอดีคำยื่นมาจ่อตรงปากฉัน เธอเป็นพวกคุยกับชาวบ้านเขาด้วยหน้าตาเอื่อยเฉื่อย ถ้าคนไม่สนิทจริงๆอาจคิดว่ากวนตีน...บอกเลย

ไม่ล่ะ ไม่อยากแย่งเด็ก จากหน้าเอื่อยๆกลายเป็นงอง้ำ ยาดายัดเค้กคำนั้นเข้าปากแล้วไม่คุยกับเราสองคนอีกเลย ฉันกับพลอยขวัญหัวเราะเบาๆ ยาดาเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้สำหรับฉัน เธอดูแปลกประหลาดแต่ก็เข้าพวก ไม่รู้สิ ฉันชอบสองคนนี้นะ

ไม่มีพิษสง ไม่ร้ายต่อใครด้วย เราคุยกันสักพักก็มีรถจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้าน ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจแต่พอคนในรถก้าวลงมาจึงรู้ว่าถึงเวลากลับของฉันแล้ว

“ไปนะ แล้วเจอกัน”

“อืม บาย”

ฉันเดินอออกนอกร้าน เห็นเอเชียกำลังยืนพิงรถเก๊กหล่ออยู่ จึงเอ่ยแซวเล่นๆตามประสาคนรู้จัก

“แหม่ ยืนเท่เชียวนะ”

“หล่อไง ทำไรก็ดูดีหมด” ฉันแทบสำลักลมหายใจ เกิดมาไม่เคยเจอใครหลงตัวเองเท่านี้ก่อน ฉันเสยผมตัวเองเสตาไปทางอื่น ขี้เกลียดมองคนตรงหน้า เห็นแล้วหมั่นไส้ เอเชียเองก็เงียบไปพอฉันหันกลับมาก็เห็นว่าเขากำลังมองอะไรบางอย่าง

“มองไร?”

“เปล่า ไปเหอะ” เอเชียเปิดประตูรถเป็นการบังคับ ฉันจึงพาตัวเองขึ้นไปก่อนเขาจะปิดประตูเสียงดัง เป็นบ้าไรวะ อยู่ดีๆก็อารมณ์เสีย เดี๋ยวนี้ผู้ชายมีรอบกันแล้วหรือยังไง

เอเชียส่งฉันที่บ้านก่อนจะกลับมารับอีกทีในช่วงเย็น และเพราะฉันต้องไปซื้อของให้ใหม่จีนซึ่งร้านมันอยู่แถวมหาลัย เราจึงตกลงที่จะไปยาดาด้วยเลย

คืนนี้คนเยอะเหมือนเคย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ได้ข่าวแว่วๆมาว่าพวกผู้ชายนัดกันแข่งรถ คงเป็นอย่างนั้นจริง

“ไอ้ทายมันไม่มาคุมหรอวันนี้” ธีมทักทายเมื่อฉันลงเวทีหลังจากร้องเพลงเสร็จ

“เข้าเวร”

“เอาไรหน่อยมั้ย” เขาวางแก้วที่เพิ่งเช็ดแล้วหันไปผสมค็อกเทลโดยที่ฉันยังไม่ทันได้พูด จริงๆแล้วฉันดื่มได้หมด ธีมเองก็รู้ดีเขาจึงไม่รอคำตอบจากฉัน

“กลับเมื่อไหร่”

“อีกเดี๋ยว รอยาก่อน” ฉันจิบเครื่องดื่มสีแดงลงคอ รสชาติมันเปรี้ยวๆหวานๆ อร่อยดี

“กลับบ้านใช่มั้ยคืนนี้”

“พูดอย่างกับฉันมีที่ไปที่อื่น”

“คอนโดไอ้ทายไง เมื่อคืนหายไปเลยนะ โทรบอกน้องมันสักคำก็ไม่มี เลวมาก” รู้หรอกว่าแค่พูดเล่น เขาไม่ได้จะด่าฉันว่าเลวจริงๆหรอก

“อ้าวหรอ โทษที”

“เก็บไปพูดกับยัยฟ้าดีกว่านะ รายนั้นร้องหาแต่ม๊าๆอย่างเดียว ร้องไห้เป็นชั่วโมงกว่าจะหยุด เล่นเอาเหนื่อยกันทั้งบ้าน” ธีมส่ายหัวเมื่อพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

ถ้าฉันอยู่คงไม่เกิดเรื่องแบบนั้น ฟ้าคราม คงไม่ร้องไห้ลั่นบ้านอย่างที่เขาเล่า เด็กคนนั้นติดฉันอย่างกับอะไรดี เวลาอยู่บ้านก็เกาะติดฉันไปซะทุกที่

“เด็กก็แบบนั้นแหละ”

“เออ พูดได้นี่ ไม่เคยเจอยัยฟ้างอแงใส่ไง” พูดอย่างเดียวก็มั้ง ไม่จำเป็นต้องทำหน้าแล้วพูดประชดแบบนั้นก็ได้

ฉันนั่งเล่นกับธีมสักพักก็ได้เวลาเลิกงานของยาดา ปกติแล้วเวลาเพทายเข้าเวรฉันมักจะรอกลับกับธีม หรือไม่บางทีก็โดยสารแท็กซี่เวลามียาดา ครั้งนี้ก็เหมือนกันที่ฉันต้องใช้บริการแท็กซี่

ก่อนหน้านี้เอเชียโทรมา บอกให้ฉันไปส่งยาดาที่หอซึ่งมันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เขาก็บอกอีกว่าให้ฉันอยู่เล่นเป็นเพื่อนเธอไปก่อนเพราะพลอยขวัญยังไม่กลับ ฉันพอรู้มาว่าสองคนนั้นเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่เลิกกันไปนานแล้ว ไม่รู้เพราะอะไร ฉันไม่เคยถามแค่รู้มันมาจากเพทาย เขาเผลอเล่าให้ฟัง จะว่าเผลอก็ไม่ใช่ เหมือนมีความตั้งใจอยู่หน่อยๆ

ฉันกับยาดานั่งเล่นกันในหอจนกระทั่งเธอเข้านอน ฉันยังคงนั่งแช่อยู่ในห้องข้างนอก อยากกลับบ้าน ไม่รู้ป่านนี้ใหม่จีนกับฟ้าครามหลับไปแล้วหรือยัง น้องสาวฉันน่ะไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เธอโตจนเข้าใจอะไรได้มากมายแล้ว แต่ฟ้าครามยังเด็กเกินไป เธอเพิ่งสองขวบกว่าๆเอง

คืนนี้คงร้องไห้จ้าเหมือนเดิมแน่

ตื๊อดึง...

นั่งเหม่ออยู่นานจนเมื่อเสียงไลน์เด้งเข้าโสตประสาท มันเป็นข้อความจากเอเชีย

ASIA :: ลงมา อยู่ล่างหอ

PHUMAI :: แล้วยาล่ะ ฉันไม่อยากปล่อยเธอไว้คนเดียว

หอที่นี้ค่อนข้างไร้ระบบรักษาความปลอดภัย มีเพียง รปภ.แก่ๆหนึ่งคน ถ้าเกิดเหตุโจรขึ้นตึกลุงแกก็คงไม่รู้ หรือถึงรู้ก็คงโดนอัดจนน่วม

ASIA :: เดี๋ยวเพื่อนเธอก็กลับ

ฉันอ่านแต่ไม่ตอบ ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน เห็นยาดานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่ได้อยากทิ้งเธอแต่ฉันก็ต้องกลับบ้าน ฟ้าครามก็รอฉันเหมือนกัน

“กลับก่อนนะยา ฝันดี”

ก้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ไม่ลืมขยับผ้าห่มกายให้เธอดีๆ ยาดาน่ารักนะ ฉันชอบเธอมากๆเลยล่ะ เป็นผู้หญิงเงียบๆ แต่บางครั้งก็เด็ดขาดเอาเรื่อง

 

เอเชียไม่บอกว่าเขากำลังจะพาฉันไปไหน คิดจะถามอยู่เหมือนกันแต่เขาคงไม่ตอบ ดูจากสีหน้าแล้วพร้อมจะหาเรื่องคนได้ทันที

ไปโดนใครก่อกวนมาล่ะนั่น

“จอดทำไมตรงนี้”?

ฉันสงสัย เพราะมันไม่ใช่แถวบ้านฉัน แต่มันเป็นที่ไหนก็ไม่รู้ ทั้งมืดทั้งเปลี่ยว ลองผู้หญิงคนใดคนหนึ่งมาแถวนี้คนเดียวในตอนกลางสิ...ไม่เหลือ

“....”

เขาเงียบ ฉันจึงทำได้เพียงระบายลมหายใจแล้วนั่งเงียบๆเป็นเพื่อนเขา จนกระทั่งมีรถคันหนึ่งจอดเทียบอยู่ข้างหลังรถเรา ทีแรกมองอะไรไม่ค่อยเห็นเพราะแสงไฟหน้ารถคันนั้นแยงตาจนต้องเบือนสายตาออกจากกระจกมองหลัง แต่พอไฟดับลง ฉันจึงเห็นว่าเป็นรถของเพทาย

“นี่...อ้าว” ฉันหันไปหาคนข้างๆ แต่เอเชียเปิดประตูออกไปแล้ว ฉันจึงรีบลงจากรถตามเขาไป

เอเชียกระชากผู้หญิงคนหนึ่งลงมาจากรถเพทาย แถวมืดจนมองไม่ค่อยออกว่าเป็นใคร แต่พอเดินเข้าไปใกล้และสายตาเริ่มปรับชินกับความมืด ฉันจึงเห็นว่านั่นคือใคร

“ขวัญ!..”

ฉันรีบเข้าไปหาพลอยขวัญ ตกใจไม่น้อยที่เห็นสภาพร่างกายเธอ...เละ แบบนั้น โดนใครทำอะไรมา?

“ไหม มาได้ไง ละ...แล้วยาดาล่ะ” เธอละล่ำละลักถาม สภาพตัวเองก็แย่อยู่แล้วยังจะถามหาคนอืนอีก

“ยาอยู่หอ ไม่ต้องห่วง เธอหลับไปแล้ว”

“งั้นหรอ”

“ไปทำอะไรมา ทำไมสภาพเป็นงี้” ฉันสำรวจร่างกายพลอยขวัญ เอาจริงๆก็ไล่มองตั้งแต่เห็นว่าเป็นเธอ

พลอยขวัญดูสะบักสะบอมมาก เหมือนเพิ่งผ่านเรื่องบนเตียงมาไงงั้นเลย แถมฉันยังเห็นด้วยว่าตรงหน้าอกเธอมีรอยช้ำเหมือนโดนใครกัดมา

“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะ ไม่มีไรหรอก”

“แน่ใจ?”

“อืม...” ฉันรู้ว่าพลอยขวัญโกหก แต่ก็ไม่คิดจะซักไซ้อะไร เพราะถ้าไม่อยากบอกก็เรื่องของเธอ ฉันไม่มีสิทธิ์คาดคั้น

“กลับกันเถอะไหม” เสียงเพทายดังอยู่ข้างๆ ไม่รู้เขามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และที่สงสัยคือ..ไหนบอกเข้าเวร โผล่หัวมาได้ไง?

เพทายกำรอบข้อมือฉันและบังคับทางสายตาว่าให้รีบขึ้นรถ ฉันไม่อยากมีเรื่องต้องถกเถียงกับเขา ถึงได้ยอมบอกลาพลอยขวัญทั้งที่ใจนั้นเป็นห่วง

“อืม ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับก่อนนะ...ดูแลขวัญให้ดีๆล่ะเซีย” ประโยคหลังฉันหันไปพูดกับเอเชีย ถึงทั้งสองจะเคยเป็นแฟนกัน แต่ฉันก็ยังแอบไม่ไว้ใจเอเชียอยู่ดี สองคนนี้ดูเหมือนมีเรื่องบาดหมางกัน

“ไหนบอกเข้าเวร” พอขึ้นรถฉันก็โพลงคำถามใส่เพทายทันที

“ขอออกมาทำธุระข้างนอก” เพทายตอบโดยไม่มองฉัน เขาตั้งหน้าตั้งตาอยู่กับถนนเบื้องหน้า

“อืม”

จากนั้นภายในรถก็ต้องอยู่ในวังวนแห่งความเงียบ ไม่ได้อึดอัดหรอก มันเป็นปกติที่ฉันกับเขาจะเงียบใส่กัน ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุย ทุกวันนี้ใช้ภาษากายในการคุยกันตลอด

ตั้งแต่มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเพทาย ฉันก็ไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับครอบครัวเขา รู้เพียงแค่ว่าเพทายรวย เป็นคนมีชาติตระกูล ไม่เคยถามอะไรที่มันเจาะลึกลงไปมากนั้น แต่เป้าหมายหลักฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ฉันสนแค่เพทายคือแฟนของยี่หวา

“คิดอะไร ไหนบอก” หลังจากเงียบอยู่นานเขาก็ถามขึ้น มันเป็นช่วงที่รถติดไฟแดง เขาจึงหันมาหาฉันได้

“ก็เรื่อยเปื่อย อย่าสนเลย”

“หรอ” เพทายพูดแค่นั้นก่อนจะเงียบไป ฉันสงสัยจึงหันไปมองแต่ก็ถูกเขาที่รอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้วกระชากต้นแขนจนตัวปลิวไปหาเขา

“อือ” เพทายบดจูบบนเรียวปากที่ฉันเพิ่งทาลิปติกสีชมพูเสร็จ เขาเล็มเลียอยู่ข้างนอกก่อนจะแทรกเรียวลิ้นเข้ามาข้างใน ความชื้นและนุ่มนิ่มแตะสัมผัสกัน ทั้งชวนใจสั่นและวาบหวาม เพทายชักจูงฉันให้เหลิงไปกับสัมผัสที่เขามอบให้

เราจูบกันเนิ่นนานกระทั่งเสียงแตรจากรถคนข้างหลังดังขับไล่เรา พร้อมๆกับคำก่นด่าที่สมทบตามมา ก็เพราะว่าไฟเขียวแล้วไง

“ต้องเข้าเวร พรุ่งนี้แล้วกัน” เขาจูบลงบนเรียวปากฉันอีกครั้ง ไม่ได้สอดแทรกปลายลิ้นเข้ามา เขาทำเพียงแตะริมฝีปากกันเท่านั้น “หรือถ้าคิดถึงฉันมาก ให้โทรมา”

“....”

“แล้ว Sex Phone กัน”


TO BE CON...


แหม่ ด่าเขาแต่ก็ต้องการชิมิล๊าา

ใครสงสัยฟ้าคราม รออีกหน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวก็ได้เจอนาง

หึหึ...

อ่านเม้นต์โหวตนะ เม้นต์เถอะอยากอ่าน ด่าอิทายเต็มที่เลย ฟรีค่ะ 5555


>>>>> <<<<<

ไม่ได้ลงหลักปักฐานกับเรื่องนี้นะ ฉะนั้นแล้วอาจมีการอัพช้า

เรื่องหลักที่อัพอยู่ตอนนี้คือนารายณ์นาจา รอเรื่องนั้นใกล้จบเมื่อไหร่ เราจิมาจัดเต็มกับเรื่องนี้กัน อุวะฮ่ะๆๆ

__________________________________________________________



___________________________________________________


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #16 Namwhans (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:26
    รอค่าาา
    #16
    0
  2. #15 DynamiteSugar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 12:52
    รอค่าาา
    #15
    0
  3. #14 belenn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 15:53
    แล้วน้องฟ้าครามนี่ยังไงอ่า??? หญิงร้ายชายเลวจริมๆ แซ่บ
    #14
    0
  4. #13 siriyakonr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:35
    รอๆๆๆ ไรท์หัวเราะได้น่ากลัวมาก ฮ่าๆๆๆ
    #13
    0
  5. #12 Namwhans (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:35
    รอค่าาาา
    #12
    0
  6. #11 fon_siliphone (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:16
    เจิมค่าาาาาา
    #11
    0
  7. #10 Sinyjunior19 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:09
    รอเลยๆๆๆ
    #10
    0