[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 10 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 9 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    26 ม.ค. 60





รัก...หลงทาง

-พู่ไหม-

 

EPISODE09




“คุณแม่ต้องดูแลตัวเองหน่อยนะคะ อายุครรภ์น้องยังน้อย อย่าทำกิจกรรมหักโหม เพราะจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อแก” ฉันพยักหน้าตามคำพูดหมอ ภายในหัวกลั่นกรองและประมวลผลไปพร้อมๆกัน

น้อง หมายถึงสิ่งที่อาศัยอยู่ในร่างกายฉันตอนนี้

ผลจากการตรวจเมื่อวานคือฉันท้อง ที่บอกธีมนั่นโกหก เชื่อมั้ยถ้ามันรู้จะต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแน่ ยิ่งฉันไปโกหกมันแบบนั้นอีก

“ช่วงนี้จะมีอาการแพ้ท้องนะคะ ยังไงก็ดูแลตัวเองและบอกคุณพ่อด้วย”

“ค่ะ” ฉันโค้งให้ทีหนึ่งแล้วเดินออกมา ในมือกำถุงยาไว้แน่น

ผิดพลาด...ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด

ฉันท้องได้ห้าสัปดาห์ เมื่อลองนับย้อนมันตั้งแต่วันที่เขาลากฉันไปบ้านหลังนั้นไง

Rrrrr Rrrrr

ฉันสะดุ้งเสียงโทรศัพท์ มันอยู่ในกระเป๋าต้องล้วงขึ้นมา หน้าจอปรากฏชื่อธีม อยู่ดีๆก็เกิดอาการขี้ขลาดไม่กล้ารับสายมันขึ้นมาดื้อๆ

“ว่า” แต่ถ้าไม่รับมันจะสงสัยเอา

“(ตื่นยัง ทำไมยังไม่มาเรียน)”

“ตื่นแล้ว กำลังไป” ฉันแวะเข้าห้องน้ำโรงพยาบาลเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษา ข้างในเสื้อกันหนาวเป็นเสื้อนิสิต เลยต้องเปลี่ยนแค่กางเกงเป็นกระโปรงอย่างเดียวซึ่งฉันพับมันใส่กระเป๋าสะพายเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน ส่วนรองเท้าก็ใส่แบบผ้าใบไป

“(รีบมาล่ะ วิชาบ่ายควิซนี่)” ไม่ใช่แม่ก็เหมือนแม่ ธีมมันชอบจู้จี้เรื่องฉันอยู่ร่ำไป ก็ไม่ได้รำคาญอะไรหรอก รู้ว่าที่มันทำก็เพราะเป็นห่วงฉันทั้งนั้น

“อืม รู้แล้ว แค่นี้นะ”

ฉันเดินออกมาจากโรงพยาบาลโดยกำสายกระเป๋าสะพายแน่น เล็บมือจิกเข้าเนื้อตลอดเวลาเหมือนเป็นการเตือนสติตัวเองไม่ให้เหม่อลอย

กำลังคิดจากนี้ควรทำยังไง อีกไม่กี่เดือนจะจบการศึกษาและฉันไม่ต้องการให้ใครรู้อย่างน้อยก็ช่วงนี้ แต่มันอาจไม่เป็นแบบที่คิด หมอก็เพิ่งบอกว่าอาจมีอาการแพ้ท้อง จะรุนแรงรึเปล่านั้นก็รอดูอีกที ตอนนี้สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ควรทำ

“ไง ทำไมมาโผล่โรงบาลล่ะ?” ความคิดหยุดชะงักเมื่อเดินเหม่ออยู่ดีๆก็ปะทะใครบางคนเข้า

สวรรค์จงเกลียดจงชังฉันขนาดนั้นเลยรึไง

เปาโลยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้า จะก้าวพ้นประตูโรงพยาบาลอยู่แล้วเชียว ดันมาตกม้าตายปะทะผู้ชายอันตรายอย่างเปาโลเข้าจนได้

“เมินกันด้วยแฮะ” เปาโลฉีกยิ้ม นัยน์ตาคมกริบกวาดขึ้นลงไล่มองไปทั่วร่าง

“....”

“ไม่คิดจะคุยกันหน่อยรึไง”

ฉันไม่สนว่าเขาจะพูดอะไรและมาทำอะไร แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะไปเรียนสาย ขืนยังเสียเวลาอยู่ตรงนี้มีหวังโดนปรับตกควิซรอบนี้แน่

เปาโลยังคงฉีกยิ้มตลอดเวลา มันไม่ใช่รอยยิ้มน่ายินดี หากแต่เป็นรอยยิ้มเยาะ

ฉันเบี่ยงตัวหลบเดินผ่านร่างหนาอย่างไม่ไยดี ไม่อยากเจอเขา...ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่อยากเจอ

หมับ

“เย็นชาจังนะ” มือฉันถูกจับยึดในจังหวะที่กำลังจะเดินผ่าน “แฟนเก่าทักอ่ะ หัดตอบบ้างดิ”

“ปล่อย” ฉันสั่งด้วยวลีสั้นๆและหวังว่าเขาจะทำตาม แม้ในใจลึกจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ มีบางอย่างที่เปาโลเหมือนเพทาย นั่นคือความเอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง อยากได้อะไรต้องได้ ไม่สนวิธีการ

“ไม่เจอตั้งนาน ไม่คิดถึงกันบ้างหรอ?” คิ้วเข้มยกขึ้นเป็นการยียวนพร้อมรูปประโยค

“รกสมอง” ฉันบิดข้อมือออกจากฝ่ามือหนาและหันหลังเดินจากมา เปาโลไม่ได้ยื้อไว้แต่ฉันรู้ว่าเขายังยืนอยู่ตรงนั้น

อากาศในตอนเที่ยงนั่นร้อน ฉันเดินห่างโรงพยาบาลมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ข้างหน้านั่นมีป้ายรถเมล์สายเดียวกับทางไปมหาลัย ฉันเร่งฝีเท้าเพื่อจะได้หลบเข้าร่มสักที แต่เพราะแดดมันร้อนมากหรืออาจสาเหตุอื่น ร่างกายมันถึงเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าแบบนี้

มือข้างหนึ่งที่เผลอวางบนหน้าท้องถูกยกขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายรอบกรอบหน้า รู้สึกคล้ายจะเวียนหัวเบาๆ

หมับ...

อีกไม่กี่ก้าวจะเข้าใกล้ร่มป้ายรอรถเมล์ ทว่าอยู่ๆต้นแขนก็ถูกจับไว้ ร่างฉันถูกดึงไปข้างหลังปะทะอกแกร่งเต็มๆ ฉันรีบสะบัดหน้ามองก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

...เพทายไง

“จับทำไม ปล่อย” ฉันสั่ง เพทายนิ่ง  เขามองฉันก่อนริมฝีปากร้ายจะขยับเป็นคำพูด

“ทำไมหน้าซีด?” ฉันเลี่ยงไม่ตอบคำถาม พยายามบิดข้อมือให้หลุดออกแต่เปล่าประโยชน์เพราะเขากำมันแน่น

“เจ็บ” คิ้วขมวดในตอนที่พูด ทำนองเสียงเหวี่ยงหน่อยๆ

ก็คนมันไม่ชอบไง เนี่ยร้อนจะตายอยู่แล้ว ยังจะมายื้อกันกลางแดดอีก ผิวเนื้อที่แตะกันนี่ก็โคตรร้อนเหอะ

“มาทำอะไรแถวนี้ ไม่มีเรียนไง?” เพทายไม่ปล่อย แต่กลับลากฉันเดินไปหารถตัวเองที่จอดเทียบฟุตบาทไม่ไกลจากที่เราอยู่นัก

มีญาณทิพย์รึไง ทำไมเขาชอบหาฉันเจอได้ง่ายๆ

“มาทำธุระ” เพทายยัดฉันเข้ามาในรถก่อนที่ตัวเขาจะรีบขึ้นตาม ถึงไม่อยากเจอหน้าแต่เวลานี้ฉันต้องพึ่งเขา

ว่ากันตามตรงเลยนะ ร้อนๆแบบนี้ใครก็ไม่อยากนั่งรถเมล์ที่บรรจุคนเอาไว้เยอะๆหรอก ร้อนไม่พอยังอึดอัดด้วย ถ้าเป็นเวลาปกติฉันไม่ค่อยเกี่ยงเรื่องพวกนั้น แต่อย่าลืมว่าตอนนี้ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว

“ส่งมอนะ” พูดแค่นั้นก่อนหันหน้ามองออกนอกกระจกรถ

ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนตามมาด้วยทำนองเพลงคลาสสิก ฉันเคลิ้มไปช่วงหนึ่งก่อนตื่นอีกทีเมื่อใกล้ถึงทางเข้ามหาลัย

ฉันอ้าปากเตรียมบอกให้เขาจอดแต่เพทายกลับขับเข้ามาข้างในและตรงไปยังตึกคณะฉัน จะไม่อะไรเลยถ้าตอนนี้ไม่มีกลุ่มนักศึกษายืนออดูประกาศบางอย่างบริเวณทางเข้าตึก

เพทายเป็นคนดัง ใครๆก็รู้จักเขา นั่นแหละเหตุผลที่ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเรามาด้วยกัน แค่ตอนวันแข่งยูโดก็เริ่มมีคนร่ำลือกันบ้างแล้วเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรา ไหนจะยี่หวาที่ดูท่าจะไม่ยอมจบง่ายๆ

“ขับวนไปประตูหลัง” ฉันพูดจริงจัง ประตูหลังไกลพอสมควร ปกติเวลานี้ไม่ค่อยมีคนเข้าออกทางนั้นเท่าไหร่ ฉันจะลงตรงนั้นและเดินย้อนกลับมาอีกทีเพื่อไม่ให้ใครเห็น

“ไปทำไม?”

“ธุระ” ขืนบอกเหตุผลจริงๆเขาต้องขัดขวางมันแน่

“ไม่อยากให้คนรู้ว่ามากับฉันก็บอก” เพทายชะลอรถและจอดเทียบตรงลานหน้าตึกคณะซึ่งมันเป็นจุดที่สามารถมองเห็นได้ง่าย “เสียใจ คงไปส่งประตูหลังไม่ได้ ลงตรงนี้แล้วกัน”

เพทายจงใจแกล้งฉัน เขาหันมายักคิ้วอารมณ์ดีในขณะที่ฉันทำได้เพียงเม้มปากถลึงตามองเขาอย่างไม่พอใจ

ไม่ใช่ว่าไปส่งไม่ได้ แต่จงใจไม่ไปต่างหาก!

จิ๊ปากใส่พลางจ้องมองกลุ่มนักศึกษาที่มุงดูอะไรสักอย่างบนบอร์ด คงมีข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์ล่ะมั้ง

สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องจำใจลงจากรถ ณ ที่ตรงนั้น แต่ระหว่างที่เอี้ยวเตรียมเปิดประตูสายตาดันปะทะสิ่งของบางอย่างซึ่งตกอยู่ตรงซอกประตูและเบาะนั่ง ฉันเบิกตาเล็กน้อยก่อนจะรีบก้มเก็บมันโดยไม่ให้เพทายจับสังเกต

หวังว่าเขาคงยังไม่เจอมัน

“เดี๋ยวไหม” เพทายเรียกรั้งในจังหวะที่กำลังจะเปิดประตู

“?” ฉันเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

ก็แล้วจะรั้งไว้ทำไมไง มีอะไรก็น่าจะพูดซะตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วมั้ยล่ะ

“เลิกกี่โมง?”

“ทำไม? จะมารับ...”

“เออ จะมารับ” ฉันยังพูดไม่จบเขาก็ตัดบทขึ้นมาดื้อๆ “เร็ว เลิกกี่โมง”

ฉันกรอกตาเหนื่อยหน่าย ไม่คิดว่าเพทายจะดื้อด้านหนักขนาดนี้ อย่างที่บอก พักนี้เขาตามติดชีวิตฉันมากเกินไปจนบางทีมันก็เริ่มจะล้ำเขตความเป็นส่วนตัว

“บ่ายสาม” ฉันตอบส่งๆ

บ่ายสามที่ไหนกัน ถ้าตามตารางปกติก็เวลานั่นแหละ แต่วันนี้มีควิซไง ใครสอบเสร็จก่อนก็กลับเลยไม่มีสอนต่อ วิชานี้ค่อนข้างง่ายสำหรับฉันเพราะงั้นเลยจะรีบทำและหนีกลับก่อน อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมกลับกับเขา

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋ามีแมสปิดปากอยู่ ก่อนลงจึงไม่ลืมหยิบมันขึ้นมาสวมทับปกปิดใบหน้าไปเกือบครึ่ง

ฉันปิดประตูและเดินอ้อมหลังรถ โชคดีที่ไม่มีใครหันมาสนใจฉันสักคนเพราะเอาแต่สนใจบอร์ดตรงหน้า ฉันรีบเร่งฝีเท้าเดินผ่านพวกเธอ แต่แล้วเสียงพูดของหนึ่งในนั้นก็หยุดยั้งขาไว้ไม่ให้ก้าวต่อ

“ยัยคนนี้แย่งผู้ชายของยี่หวาจริงๆหรอ?”

“น่าจะใช่มั้ง ถ้าจำไม่ผิดเป็นรุ่นพี่สาขาเราด้วยนี่” เสียงพวกเธอสามสี่คนดังอยู่ด้านหลังไม่ห่างจากฉันมากนัก

“ที่ชื่อพู่ไหมป้ะ? สวยดีนะ แต่เห็นเขาว่าร้ายไม่เบา” ฉันน่ะหรอร้าย? เหอะ คนพวกนั้นรึเปล่าที่ทำให้ฉันดูร้าย

“ร้ายไม่ร้ายก็แย่งผู้ชายนังหวาได้อ่ะนะ” ดูท่ายี่หวาก็ศัตรูรอบด้านไม่ต่างกันเท่าไหร่

“แต่พี่ทายอย่างหล่อ ไม่รู้ติดใจอะไรผู้หญิงพวกนี้”

ไม่รู้ว่า ผู้หญิงพวกนี้ ในความหมายของพวกเธอคืออะไร แต่สำหรับฉันมันเป็นเหมือนคำพูดที่ใช้แบ่งแยกเราออกจากสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งฉันไม่ชอบเอาซะเลย

ฉันเลิกสนใจพวกเธอและเดินขึ้นตึก ไม่อยากเสียเวลาไปกับคำพูดเรื่อยเปื่อยของคนอื่น แค่ตอนนี้ปัญหาก็รุมเร้ามากพอแล้ว

สิ่งที่ฉันควรสนใจในเวลานี้คือทำยังไงกับเด็กในท้อง...

 

-PHETHAY TALK-

ผมถึงโรงพยาบาลในเครือมหาลัยได้สักพักจนตอนนี้ก็ยังนั่งอยู่ในรถ ในหัวฉายเหตุการณ์ที่พู่ไหมเดินออกมาจากโรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ยัยนั่นคงไม่รู้ว่าที่นี้เป็นที่ฝึกงานแพทย์ของผม ซ้ำอาผมยังเป็นหุ้นส่วนของที่นี้ด้วยครึ่งหนึ่ง

วันนี้ไม่มีเวรขึ้นวอร์ด ผมแค่เข้ามาเอาเอกสารผู้ป่วยจากอาจารย์ใหญ่ แต่ดันมาเจอพู่ไหมซะก่อน แถมยังคุยกับผู้ชายท่าทางอันตรายคนหนึ่ง

ผมจอดรถตรงฟุตบาทมองสองคนนั้นคุยกัน แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่จากสีหน้าแล้วสองคนนี้คงไม่ดีกันเท่าไหร่

ผมผละจากความคิดเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่ต้องตรวจเช็ค เมื่อเช้าขณะค้นรถผมเจอสิ่งหนึ่งตกอยู่ข้างฝั่งคนนั่ง เห็นแวบแรกแปลกใจอยู่บ้าง จำได้ว่าไม่ได้ซื้อมันมา แต่พอนึกย้อนดูดีๆไม่มีใครเคยขึ้นรถคันนี้เลยนอกจากพู่ไหม

มันอาจเป็นของเธอและแน่นอนผมปักใจเชื่อไปแล้ว ใจเต้นนิดหน่อยเมื่อเผลอคิดอะไรบางอย่าง

ผมตัดสินใจวางมันลงที่เดิม และเหมือนโชคจะเข้าทางเมื่อเจอพู่ไหมพอดี ยอมรับว่าลุ้น มันจะเป็นของเธอรึเปล่า ผมมั่นใจว่าพู่ไหมต้องเห็นมัน ถ้าใช่ของเธอสิ่งนั้นต้องหายไป แต่ถ้าไม่...มันก็ยังคงอยู่ที่เดิม

แกรก

ผมเดินลงจากรถและอ้อมมาอีกฝั่ง เปิดประตูพร้อมมองหาสิ่งของที่ว่า

...ว่างเปล่า

ไม่มีอะไรอยู่บริเวณที่นั่งข้างคนขับ มันหายไปแล้ว

แท่งตรวจครรภ์ที่ว่านั่น...




ตกเย็นผมมารับพู่ไหมตามที่บอกไว้เมื่อเช้า มาก่อนเวลาด้วยซ้ำกันยัยนั่นหนี ผมจอดรถที่เดิมกับเมื่อเช้าพลางนั่งรอเวลา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นร่างบางๆของพู่ไหมสักที ผมไม่ชอบรอใครและไม่เคยรอ แต่ยัยพู่ไหมเป็นรายแรกที่ผมทำ ซึ่งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หลายครั้งแล้วที่ยัยตัวดีชอบปล่อยให้ผมรอเก้อ มาสายบ้างก็ยังดี แต่นี่ไม่มาเลยไง

“(เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่...)”

กดตัดสายด้วยความหงุดหงิดเบาๆ พู่ไหมหนีผมไปแล้วนั่นคือความจริง แถมยังปิดเครื่องจนติดต่อไม่ได้

เป็นบ้าไรวะ แค่มารับกลับบ้านก็ไม่ได้ไง?

ผมวนรถออกจากหน้าตึก ในเมื่อไม่เจอที่นี้ก็ต้องบุกไปบ้าน แต่รายนั้นคงจะยอม ไปรอที่คลับก็ได้ถ้างั้นอ่ะ

ผมกลับบ้านเพื่อรอเวลาคลับเปิด ทั้งบ้านเงียบเหงาไร้เงาแม้กระทั่งแม่บ้าน นี่ก็ใกล้จะเย็น สงสัยออกไปตลาดกันล่ะมั้ง แต่ยกโขยงหายกันไปทั้งบ้านก็อันตรายอยู่นะ พ่อกับแม่ไม่อยู่อาทิตย์หนึ่ง ท่านทั้งสองไปฮันนีมูนต่างประเทศเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จะเหลือก็แต่...

“ทำไมวันนี้กลับเร็วจังอ่ะ?” ...ยัยน้องสาวตัวดี

เพิ่งก้าวเท้าพ้นขอบประตูเสียงของไข่มุกก็ดังมาแต่ไกลก่อนร่างเล็กๆผมสั้นประบ่าจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาจากห้องครัว

“อืม ทำไรอยู่” ผมยกแขนกอดคอคนน้องในขณะที่ไข่มุกเองก็กอดเอวผมหลวมๆแล้วพากันเดินไปห้องครัว ภายในนั้นมีพี่เลี้ยงอยู่สองคนกำลังเขมักเขม้นทำอาหาร ถึงว่าทำไมไม่ได้ยินเสียงเลย

“มุกกำลังช่วยทำอาหาร” ไข่มุกเงยหน้าฉีกยิ้มกว้าง จะว่าเธอเหมือนเด็กไม่โตก็ได้ แต่นั่นก็เพียงสิ่งที่แสดงในยามปกติ เอาเข้าจริงๆก็แอบร้ายไม่เบาเหมือนกันนั่นล่ะ มอปลายปีสุดท้ายละไง

“กินได้หรอ?”

“ได้ดิ!” ไข่มุกขึ้นเสียง ปากเล็กยู่ออกอย่างขัดใจ

“อืม ได้ก็ได้” ผมขยี้หัวน้องจนมันร้องโวยวายก่อนจะเดินหนีขึ้นมาข้างบน

ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงพอดีกับเสียงข้อความเข้าดังขึ้น ที่จริงมันดังมาเกือบทั้งวัน ยี่หวาส่งข้อความมาก่อกวนผมไม่หยุด เธอพยายามมาเจอผมที่คณะ แต่ช่วงนี้ผมต้องขึ้นวอร์ดบ่อยทำให้ทิ้งห่างการเข้าคณะ ซึ่งก็ดี ไม่อยากเจอเธอเท่าไหร่

วุ่นวายเปล่าๆ

ยี่หวา : มาเจอกันหน่อยได้มั้ย

ยี่หวา : หวาขอโทษถ้าทำอะไรผิด กลับมาคบกันนะทาย

ยี่หวา : หวายังรักทายอยู่นะ

ผมถอนหายใจเมื่อไล่อ่านข้อความแต่ละอย่างที่ยี่หวาส่งมา บอกว่ารักผมแต่เมื่อวานยังบังเอิญเห็นเธอควงแขนผู้ชายคนหนึ่งเข้าผับอยู่เลย

หลังจากนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามาเรื่อยๆซึ่งผมไม่ขอทน มันน่ารำคาญจนต้องบล็อกไปซะ ผมกดเข้าห้องแชทของพู่ไหม กดปลายนิ้วส่งคำทักทายน่ารักน่าชัง...

เพทาย : อยู่ไหนคะ?

ไม่นานก็ขึ้นว่าอ่าน ผมยกยิ้มรอเวลาว่าพู่ไหมจะตอบกลับมายังไง จะบอกให้ การได้กวนพู่ไหมให้อารมณ์ขึ้นถือเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งเลยล่ะ

พู่ไหม : เสือก

ผู้หญิงอะไรหยาบคายเป็นบ้า ที่จริงผมไม่ซีขนาดนั้น แต่พู่ไหมใช้คำพวกนี้กับผมบ่อยๆไง ในขณะที่คนอื่นไม่เห็นจะหยาบคายใส่แบบนี้บ้าง

เขาเรียกลำเอียงรึเปล่า?

เพทาย : ถามดีๆค่ะ

เพทาย : อยู่ไหน จะไปหา

พู่ไหม : ที่ไหนก็ที่นั่นแหละ ถามไรนักหนา รำคาญ

พู่ไหมบอกรำคาญผมบ่อยเหลือเกินเดี๋ยวนี้ แถมยังชอบด่าชอบทำร้ายร่างกายด้วยไง ไม่ใช่ที่รองมือรองเท้าก็เหมือนใช่

เพทาย : อย่ารำคาญ อยู่คลับใช่มั้ย?

อ่านแต่ไม่ตอบหมายความว่าไง ผมรอไม่ถึงสามนาทีก็ต่อสารโทรหาทันที เดี๋ยวนี้ดื้อด้าน สั่งอะไรไม่เคยทำตาม

ชักจะเหลิง...

“(จะโทรมา...)”

“อยู่ไหนจะไปหา บอกมา” ผมออกคำสั่ง แต่พู่ไหมเป็นคนไม่ยอมคน ใครที่บอกว่าผมเอาแต่ใจ ขอแก้ตรงนี้เลยว่าพู่ไหมเอาแต่ใจมากกว่าผมหลายเท่า เวลาต่อมาเธอสาปแช่งผม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการกดตัดสายใส่หน้า แต่อะไรก็ดูไม่น่าโมโหเท่าคำพูดสุดท้ายที่ทิ้งไว้

“(จะไปตายไหนก็ไป)”

...เพียงเท่านั้นผมก็ลุกขึ้นทันที

 

-PHUMAI TALK-

“ไหมแรง”

“อืม ช่างมัน” ฉันเบ้ปากทีหนึ่งเมื่อคุยกับน้องในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับคนที่เพิ่งถูกตัดสายไปเมื่อครู่ จะใครซะอีกล่ะ

“ไม่กลัวเขาโกรธหรอ” ใหม่จีนที่นั่งอยู่ข้างๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ในปากก็เคี้ยวขนมเสียงดังกรุบกรับ

“กลัวทำไม มีไรต้องกลัว”

หน้าอย่างเพทายมีอะไรที่ฉันต้องกลัวกัน? ก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง เขาไม่ได้มีสามขาห้าสักหน่อย

“ระวังโดนนะ” ฉันหรี่ตามองน้องสาวที่กระพริบตาพูดด้วยท่าทีเฉยเมย

“โดนไร?”

“ไม่รู้” พูดเสร็จก็ลุกหนีไปเล่นกับฟ้าครามเฉย ทิ้งให้ฉันมองตามอย่างหงุดหงิด

พักนี้มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป ฟ้าครามร้องงอแงหาฉันบ่อยแถมยังชอบซุกหน้าท้องเหมือนจะรู้อะไร บางอย่างทำให้ฉันเริ่มระแวง อาการแพ้ท้องยังไม่ออกมากเพราะฉันหลีกเลี่ยงอาหารคาวตลอดเวลา เมื่อวานใหม่จีนถามว่าทำไมช่วงนี้กินแต่ผัก ฉันไม่สามารถให้คำตอบอย่างอื่นแก่น้องได้นอกจาก...ลดน้ำหนัก

ส่วนธีม...ฉันคิดว่าในเร็ววันนี้มันต้องรู้แน่ ภายนอกเหมือนจะไม่ใส่ใจแต่ฉันรู้ว่ามันแอบสอดส่องพฤติกรรมอยู่เงียบๆ

“เขามา” จากที่นั่งเหม่อก็ถูกเรียก ใหม่จีนยืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ฉันขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าน้องพูดอะไร ทว่าไม่ถึงหนึ่งนาทีร่างสูงใหญ่ของเพทายก็ปรากฏ เดี๋ยวนะ ใครอนุญาตให้เข้ามากัน

“ไร้บ้านหรอ?” ฉันนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากลางบ้าน เพทายปรายตามองใหม่จีนเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนกลับมามองฉัน เขาอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างแต่เสียงโทรศัพท์ก็รั้งเขาไว้ก่อน เพทายหายออกไปรับสายก่อนจะกลับเข้ามาเมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาที

“เมื่อกี้ว่าไงนะ” เขาทิ้งตัวนั่งลงข้างฉัน ลำแขนเรียวยาวพาดพิงบนพนักโซฟา

“หน้าด้าน” ฉันด่าลอยๆแต่จงใจให้เขาได้ยิน

“ด้านได้อายอด”

...แปะ

“....” เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ บทสนทนาระหว่างเราเป็นอันต้องหยุดเมื่อฟ้าครามคลานต้วมเตี้ยมเข้ามา ฝ่ามือน้อยๆตะปบเข่าฉันเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ในมือข้างหนึ่งถือกล่องนมรสสตอเบอร์รี่

“ม๊าๆ...รี่” ฟ้าครามส่งเสียงพลางยื่นกล่องนมมาตรงหน้า ฉันโน้มลงอุ้มฟ้าครามขึ้นมานั่งตัก แล้วจัดการเจาะกล่องนมให้เธอดื่ม ช่วงเวลานั้นมีแต่ความเงียบแต่ฟ้าครามเหมือนจะร่าเริงแปลกๆ เธอเอนหลังพิงฉันโดยแกว่งขาทั้งสองสลับกัน

“นั่งดีๆฟ้า” สะโพกเธอกดทับหน้าท้องฉัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะไม่อะไรเลย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไง

“งื้ออ” ฟ้าครามเงยหน้างอแงใส่เพราะฉันยกวางเธอให้นั่งข้างๆแทน

“ไม่เอาค่ะ ม๊าปวดท้อง” ฉันดุเธอ ฟ้าครามหน้ายู่แต่ก็ยอมนั่งโดยดี ถึงจะดูเหมือนเอาแต่ใจไปบ้างแต่เธอก็ใส่ใจความเจ็บปวดของฉันมากกว่า

“มานั่งนี่สิ” แต่แล้วคนนอกที่เกือบลืมไปแล้วว่ายังนั่งอยู่ในบ้านก็โพลงขึ้น ฉันและฟ้าครามเงยหน้ามองเพทายแทบจะพร้อมกัน ก็ไม่รู้ว่าฟ้าครามทำหน้ายังไงเพราะเธอหันหลังให้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วินาทีร่างเล็กๆป้อมๆก็โผเข้ามาตักอีกคนทันที

“ฟ้า...”

“ห้ามดุ” ฉันชะงักค้างคำพูดไปเลยเมื่อเพทายส่งสายตาเข้มแกมดุ “ถ้าไม่อยากให้เด็กนั่งตักก็ไม่ต้อง ตักฉันก็มี”

“ไม่จำเป็น” ฉันขยับเข้าไปใกล้เพื่อดึงตัวฟ้าคราม

“อยู่นิ่งๆได้มั้ย ขยับอยู่ได้” เขาว่าฉันไม่ใช่ฟ้าคราม

“เป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง”

“ผัวไง”

ฉันจิกหางตาใส่ เป็นไรไม่รู้ แต่เดี๋ยวนี้เพทายชอบกวนประสาทฉัน นึกถึงช่วงแรกที่เราเจอกันแค่เฉพาะทำเรื่องอย่างว่า ไม่มีการพูดคุยในเชิงนี้ แล้วทำไมเดี๋ยวนี้มันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เล่า

“โผ~

ฮะ?...

ฉันถึงกับชะงึกกึก มองริมฝีปากเล็กของฟ้าครามที่ห่อรวมกันจนจู๋ มีเสียงลอดออกมาจนกลายเป็นคำบางคำ

...คำบางคำที่พยายามคัดลอกผู้ใหญ่!

“หึ” แว่วเสียงหัวเราะโรคจิตจากคนด้านข้าง เพทายกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมฉายแววผู้ชนะอย่างเย้ยหยัน หัวใจคันยุบยิบ ทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห เกลียดมันไอ้รอยยิ้มถากถางนั่นรวมทั้งสายตาที่ท้ายทายอย่างน่ารังเกียจ

ฉันลากสายตาลงมองฟ้าครามที่บัดนี้ได้ปล่อยตัวอิงแอบแนบซบอกเพทายสบายใจเฉิบ มันแปลกไปหน่อยแล้ว ปกติฟ้าครามไม่สนิทกับใครง่ายขนาดนี้ ขนาดโฟนที่มาเยี่ยมบ่อยกว่าจะเข้าใกล้เธอได้ยังใช้เวลาตั้งเกือบเดือน แต่กับเพทายพวกเขาเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งทว่าฟ้าครามกลับให้ความสนิทสนมมากเป็นพิเศษ

คิดเยอะไปก็เท่านั้น พอมองดีๆแล้วทั้งเพทายทั้งฟ้าครามมีความคล้ายคลึงกันอยู่...อย่าเข้าใจผิดคิดว่าหน้าตาทั้งสองคนเหมือนกันอะไรแบบนั้นล่ะ ฉันหมายถึงนิสัยร้ายๆที่แอบฝังอยู่ลึกๆ ฟ้าครามนั่นยังเด็กเลยไม่ค่อยออกอาการเท่าที่ควร รอเธอโตขึ้นสิ รับรองได้เลย ร้ายกว่าตัวร้ายในละครอีกล่ะมั้ง

“เห็นรึเปล่า เด็กมันจำ” ฉันมองแรงใส่ก่อนจะมองหาใหม่จีนซึ่งหลบหายไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ อีกเดี๋ยวฉันต้องเข้าคลับแล้ว ธีมเองก็ยังไม่กลับ หายหัวกันให้หมดทั้งบ้านสิ

“แล้ว? โตมายังไงก็ต้องได้รู้” เพทายเลิกคิ้วขึ้นพร้อมคำพูดหน้าตาเฉยเมย “หรือชาตินี้จะไม่ให้ลูกมีผัว”

“คงงั้นมั้ง” ฉันตอบส่งเดช  ไม่อยากต่อร่อต่อเถียง  การทำสงครามประสาทกับเพทายถือเป็นเรื่องสิ้นเปลืองพลังงานสมองมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา

หรือถ้าพูดกันตามตรง...เพทายน่ารำคาญ

“ลูกตัวก็ไม่ใช่ ยังจะกันไม่ให้มีผัวอีก”

“...นี่”

“ก็รู้ว่าอยู่บนคานมันสบาย แต่ไม่จำเป็นถึงขนาดต้องดึงเด็กมันขึ้นไปอยู่ด้วยหรอกมั้ง”

ตุบ!

“อั่ก”

พอโดนก่อกวนเข้ามากๆก็ไม่ไหว ร่างกายมันไปเอง มือฉันเอื้อมออกไปกระชากเส้นผมเพทายลงบนพนักพิงโซฟา มันแรงมากจนเขาส่งเสียงออกมา

อย่าถามหาคำว่ารู้สึกผิด มันมีแต่สะใจล้วนๆ

“กลับไปซะ” ฉันไล่เขาพร้อมทั้งอุ้มฟ้าครามเดินหนีขึ้นมาข้างบน แน่ใจว่าเพทายจะไม่ตามขึ้นมา

ใหม่จีนอยู่ในห้องนอน น้องกำลังนั่งทำการบ้านถ้าดูไม่ผิด ฉันฝากฟ้าครามไว้กับเธอเพราะต้องเตรียมตัวอกไปคลับแล้ว

ฉันใช้เวลาจัดการตัวเองไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ฉันคิดว่าเพทายคงกลับไปแล้วแต่เปล่าเลย เขายังนั่งรออยู่ที่เดิม ฉันเดินผ่านโดยไม่ชายตาแลแต่รู้ว่าเขาเดินตามหลังออกมานอกบ้าน

“ไปด้วยกัน” ไม่ได้อยากไปด้วยเลยสักนิด แต่เพทายดื้อรั้นที่จะพาฉันไปด้วยให้ได้ ก็ดี ประหยัดตังค์ไปอีกแบบ

กว่าจะถึงคลับก็เกือบสองทุ่มพอดี ทีเคเปิดให้บริการมาสักพักแล้ว ตารางคิววงฉันถูกเลื่อนออกไปเป็นสี่ทุ่ม เนื่องจากมัพติดปัญหาส่วนตัวเล็กน้อย ฉันจึงต้องมานั่งคอยอยู่ในห้องวีไอพีที่ไม่ได้อยากเข้ามาเลยสักนิดหากอีกคนไม่ลากเข้ามา

“จะกินไร” เพทายหันมาถาม ภายในห้องมีเพียงเราสองคน

“ไม่หิว” ที่จริงก่อนเขาจะบุกเข้าบ้านฉันดื่มนมและทานสลัดไปแล้ว

“ไม่หิวก็ต้องกิน จะเอาไรว่ามา” ทีเคคลับเป็นร้านอาหารกึ่งผับบาร์ โซนชั้นล่างเป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องราตรี ชั้นบนแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนของร้านอาหารและส่วนของบาร์ ในส่วนของบาร์นั้นมีทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ทั้งนี้ยังมีห้องพักอยู่บนชั้นสามด้วย

“ไม่เอาอะไรทั้งนั้น อย่าถามมากได้มั้ย” พูดเสร็จก็ยกมือขึ้นนวดขมับ

ค่อนข้างเวียนหัวทีเดียว ตั้งแต่เข้ามาในคลับเสียงเพลงและบีทหนักๆเริ่มทำลายประสาทสมองยังไงชอบกลทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น ก็คงเป็นเพราะฉันท้องนั่นแหละ อะไรๆค่อนข้างลำบากทัเดียว กำลังคิดอยู่ว่าอีกเดือนสองเดือนคงจะหยุดงาน ให้ทำต่อไม่ไหวแน่ แค่ห้าสัปดาห์ร่างกายก็เริ่มแปรปรวนแล้ว

“เป็นไร?” เพทายตีหน้ายุ่งถาม

“เปล่า”

“โกหก ปวดหัวหรอ”

“เวียนหัวเฉยๆ” ฉันพิงหลังไปกับพนักโซฟา เหมือนจะเวียนหัวแต่มันก็แค่วูบเดียวสักพักก็ดีตามปกติ เป็นแบบนี้ซ้ำๆหลายรอบ

“งั้นก็กลับ ไม่ต้องร้องแล้ว” เพทายคว้าหมับที่ข้อแขนซึ่งฉันสะบัดออกในวินาทีต่อมา

“ก็แค่เวียนหัวน่า” ฉันรู้ว่าตัวเองดื้อแพ่งมากแค่ไหน แต่แล้วยังไง นี่มันตัวฉัน ฉันจะทำอะไรกับร่างกายตัวเองก็ได้ แล้วอีกอย่างถึงจะท้องอยู่แต่ฉันก็รู้ลิมิตตัวเองดีว่าไปได้แค่ไหน

ฉันก็แค่เวียนหัว ไม่ได้เป็นอะไรมาก

“แล้วเวียนหัวเพราะอะไร?” จู่ๆเพทายก็ตั้งคำถามไร้สาระ “ทำงานหนัก เครียด ป่วย”

“.....”

“หรือเพราะอะไร?” ฉันจ้องตาเขาที่กำลังฉายแววแปลกประหลาดที่ให้ความรู้สึกคล้ายเกร็งไปทั้งร่าง

“ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น” โกหกออกไปและเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาเพราะคำพูดจากปากคนตรงหน้าที่มองมาอย่างคาดคั้น

“เผื่อเธอลืมว่าฉันเรียนหมอ


130%

เพทายนี่มันยังไง

ดูคำพูดนางสิ 55555555555555

ที่มันน้อยไม่ใช่อะไรนะ คือมันหมดหน้ากระดาษแล้วอ่ะ




เราหายไปนานใช่มั้ยล่ะ....ขอโทษค่าาาาา TT

ครึ่งเดือนนี่โคตรนานเลยแม่ม

อย่าด่าเราแรงนะ หงึ












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #1304 Kaoztt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 23:12
    ดขินนนนนน
    #1,304
    0
  2. #1288 Papaya80 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 00:13
    เพทายรู้แล้ว
    #1,288
    0
  3. #698 ตะขบแอฟริกา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 11:35
    พู่ไหมอารมณ์หญิงมากอ่ะ เอะอะไล่ตลอด555
    #698
    0
  4. #232 CB-xixi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 16:05
    ลุ้นนนนนนน
    #232
    0
  5. #231 k_kao2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 11:07
    บอกไปเลยยยยยย
    #231
    0
  6. #230 KatekanokKate (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 07:26
    ผัวเเกเรียนหมอนะไ-่าลืมมมมม
    #230
    0
  7. #229 sweetpinkypie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 06:43
    อัพบ่อยๆนะคะ
    #229
    0
  8. #228 Springday (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 06:26
    ลุ้นเลยย เพทายน่าจะรู้ตั้งแต่เห็นที่ตรวจครรภ์แล้ว
    #228
    0
  9. #227 wirre (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 06:21
    ก็ท้องนะสิถามได้
    #227
    0
  10. #226 aomessi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 05:53
    เอาแลัวจะเกิดไรขึ้น
    #226
    0
  11. #225 heykeo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 04:49
    อดทนหน่อยนะเพทาย..ไหมชอบทำร้ายร่างกายอ่ะ
    #225
    0
  12. #224 FAHIIII (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 03:20
    โผ ~ น่ารักชะ ฟ้าคราม
    #224
    0
  13. #223 FAHIIII (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 03:20
    เปิดพรีด่วน มีความอยากได้
    #223
    0
  14. #222 Khaimuk1910 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 18:53
    มีความรักเด็ก
    #222
    0
  15. #221 CB-xixi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:35
    ดีใจจัง อัพแล้ว
    #221
    0
  16. #220 heykeo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 17:04
    นานก้อรอขอแค่มาต่อเรื่อยๆ..น้าาาา
    #220
    0
  17. #219 KatekanokKate (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 16:26
    อุบ..ผัววววว
    #219
    0
  18. #218 My.iD Noey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 16:21
    รอตอนต่อไปอยู่น้าาา
    #218
    0
  19. #217 k_kao2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 16:13
    คำเดียวสั้นๆ แต่ได้ใจความ "ผัว" 555555
    #217
    0
  20. #216 mintmoexsia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:47
    คิดถึง
    #216
    0
  21. #215 kpnana (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:43
    มาต่ออีกน้าาา
    #215
    0
  22. #214 2303tum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:28
    มาแล้วๆๆหายไปนานมากๆๆๆ
    #214
    0
  23. #213 Springday (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:22
    ต่อน้าาา
    #213
    0
  24. #209 ศศิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 10:07
    ค้างงง
    #209
    0
  25. #208 nanjar_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 09:30
    รีบมาอัพต่อนะ ค้างหนักมากกกก
    #208
    0
  26. #205 0813353175 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 19:29
    อัพด่วนนชอบบบ
    #205
    1
    • #205-1 th888(จากตอนที่ 10)
      19 มกราคม 2560 / 19:38
      อัพะเถอะะะ รอนานเเย้วน้ะะ
      #205-1