ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [Fic SJ] Mysticism Sense

    ลำดับตอนที่ #4 : ตอนที่ 2 [UP!!!]

    • อัปเดตล่าสุด 24 พ.ย. 56


    ตอนที่ 2

              หมาป่าคยูฮยอนที่กำลังวิ่งไปเรื่อยๆในป่า ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำอะไรลงไป ทั้งที่นางฟ้าตนนั้นเป็นศัตรูของราชินีแล้วแท้ๆ ต่อให้เป็นพี่น้องกันมาก่อนก็ตาม แต่ยังไงซะคยูฮยอนก็ต้องทิ้งความสงสัยไว้เพียงเท่านั้น แล้วมายืนสงบนิ่งบริเวณหน้าถ้ำของมังกรดำ ไม่นานนัก สัตว์ใหญ่ที่เป็นที่น่าเกรงขามของสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ออกมาจากถ้ำ ก่อนจะกางปีกแล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี ไม่มีใครล่วงรู้และไม่มีใครกล้ายุ่งว่ามังกรดำตัวนี้ออกไปที่ใดในยามราตรีเช่นนี้ คยูฮยอนจึงวิ่งตามไป

    มังกรดำบินออกมาจากป่าตรงไปยังเมืองมนุษย์อย่างสงบเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ผู้คนเห็นหรือแตกตื่น จากนั้นก็มุ่งตรงไปที่ปราสาท บินวนอยู่รอบหอคอยสูงของปราสาทเหมือนกำลังดูลาดเลา

    ภายในหอคอยสูง มีร่างบางผู้สูงศักดิ์ ใบหน้าสวย ผิวขาวหากแต่สีหน้าไม่ค่อยสดชื่นนัก เพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงตั้งแต่เด็ก นอนหลับตาพริ้มอยู่บนที่นอนกว้าง มังกรดำค่อยๆบินลงมาเกาะบนหลังคาอย่างช้าๆและพยายามไม่ให้เกิดเสียงดังเพื่อไม่ให้คนที่นอนหลับนั้นรู้สึกตัว จากนั้นก็กลายร่างเป็นมนุษย์แล้วปีนลงมาจากหลังคา ก่อนจะเดินไปที่เตียงนอนที่ตั้งอยู่กลางห้องกว้างนั้น ร่างที่นอนอยู่บนเตียงยังคงหายใจอย่างสม่ำเสมอ ผู้บุกรุกเผยยิ้มอ่อนๆให้กับร่างนั้น ก่อนจะนั่งมองอยู่อย่างนั้น ทำได้แค่มองใบหน้าสวยในยามหลับทุกค่ำคืน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เจ้าชาย “ฮยอกแจ” ยังเด็ก มังกรดำยังคงจำได้ดี นัยน์ตาสุกใสเป็นประกาย ท่าทางร่าเริงของเจ้าชายน้อย แม้ว่าตนเองจะสุขภาพดีนัก ก็ยังคงเล่นอย่างร่าเริง สนุกสนาน แต่แล้ววันนึงอาการก็ทรุดหนักจนทำให้ไม่สามารถออกมาเล่นข้างนอกได้บ่อยนัก จึงเป็นหน้าที่ของพี่ชายอย่างเจ้าชายซีวอนที่จะขึ้นมาเยี่ยมและมาเล่นด้วยตนเอง ไม่ว่าน้องจะอยู่สูงแค่ไหนซีวอนยังคงรักและห่วงน้องชายเสมอ มังกรดำก็เช่นกันถึงแม้ว่าจะทำได้เพียงแค่มาหาในยามวิกาล ไม่ได้พูดคุย ไม่ได้ยินเสียง แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาพอจะทำได้คือการได้เฝ้ามองและคอยปกป้องดูแลอยู่ห่างๆนั่นเป็นสิ่งที่ทำด้วยใจของเขา เขาไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัสร่างบางเพราะกลัวร่างบางนั้นจะสลายไป

    หากแต่เขาไม่รู้ว่าค่ำคืนนี้ต่างไปจากทุกวัน...

    ร่างบางที่นอนอยู่นั้นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา ทำให้มังกรดำตกใจ จะวิ่งออกไปทางหน้าต่าง

    “เดี๋ยวก่อนฮะ คุณมังกร”เสียงเล็กร้องเรียกทำให้เขาหยุดชะงักอย่างแปลกใจ ทั้งๆที่เขาอยู่ในร่างมนุษย์แท้ๆ

    “ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน ทำแบบนี้ทำไม แต่แค่คุณไม่ทำร้ายผมเท่านั้นก็พอฮะ”ฮยอกแจพูด มังกรดำยังคงยืนนิ่งอย่างทำตัวไม่ถูก

    “ผมรู้ตัวมาสักพักแล้วล่ะว่าคุณมาหาผมทุกคืน”

    “แล้วทำไม??”

    “ตอนแรกๆก็กลัวฮะ แต่พอเห็นว่าคุณมาแล้วก็ไป ความกลัวมันก็หายไปเองจนกลายเป็นความสงสัยมากกว่า วันนี้เลยตัดสินใจดักรอน่ะฮะ”ฮยอกแจพูดราวกับรู้จักกันมานาน

    “...”

    “แล้วก็อยากตื่นมาคุยกับคุณตั้งนานแล้วแต่ก็สลบไปเพราะฤทธิ์ยาทุกที คืนนี้เลยไม่กิน...”

    “อะไรนะ?? กินเดี๋ยวนี้เลย...”มังกรดำเดินเข้ามาหาที่เตียง ทำให้ฮยอกแจมองใบหน้าของคนแปลกหน้าได้ชัดขึ้น

    “ถ้าผมกินผมก็ไม่ได้อยู่คุยกับคุณสิฮะ...”

    “เดี๋ยวข้าก็จะกลับแล้ว กินยาซะ”

    “ไม่เอา...อย่าเพิ่งกลับสิฮะ คุณมังกร คุยกับผมก่อนนะ ผมเหงามากเลย”ฮยอกแจงอแง กอดแขนมังกรดำไว้อย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ทำให้มังกรดำตัดสินใจนั่งลงที่เดิม ฮยอกแจยิ้มอย่างดีใจจนออกนอกหน้า มังกรดำยอมรับว่าตอนนี้ใจเขาเต้นแรงมาก ตื่นเต้นที่ได้พูดคุยกับคนที่เฝ้ามองมานานนับสิบปีในระยะใกล้ขนาดนี้ ได้ฟังเสียง ได้เห็นท่าทางและรอยยิ้มของร่างบางตรงหน้า

    “ว่าแต่...คุณมังกรมีชื่อมั้ยฮะ?”

    “ข้าชื่อฮันคยอง”

    “ดูท่าทางจะอายุมากกว่าผมแน่ๆเลย งั้น...พี่ฮันฮะ”ท่าทางน่ารักของฮยอกแจทำให้มังกรดำฮันคยองหลงใหล แล้วค่ำคืนนี้ฮยอกแจก็จ้อไม่หยุดจนกระทั่งดึกมากแล้ว

    “พี่ต้องไปแล้ว นอนได้แล้วนะ”

    “ยังอยากคุยต่อนี่นา”

    “อย่าดื้อสิ สัญญาว่าจะมาหาอีก”

    “ต่อให้พี่ฮันไม่สัญญาพี่ฮันก็ต้องมาอยู่ดีนั่นล่ะ”

    “กินยานอนไดแล้วนะ...”ฮันคยองพูดเตือนทำให้ฮยอกแจกอดอกแล้วหันหน้าหนี

    “จะไม่ยอมกินยาใช่มั้ย?”ฮันคยองเอ่ยถามและตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด หยิบยาของฮยอกแจขึ้นมาอมไว้ในปากพร้อมกับน้ำ จากนั้นค่อยๆจับคนตรงหน้ามาประกบริมฝีปากแล้วส่งยากับน้ำเข้าไปในปากอีกคนจนมั่นใจว่าร่าบางได้กลืนมันลงไปแล้ว

    “อื้อ..อึก”ฮยอกแจทั้งตกใจ แต่ก็กลืนยานั่นเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

    “ทีนี้ก็นอนได้แล้ว”ฮันคยองผละออกก่อนจะดันให้ร่างบางนอนลงกับเตียงแล้วจัดการห่มผ้าให้ ซึ่งตอนนี้ฮยอกแจหน้าแดงเพราะความเขินอาย ทำให้ฮันคยองก้มลงจูบหน้าผากบางเบาๆ

    “ฝันดีครับเจ้าหญิง...”

    “ผะ...ผมเป็นเจ้าชายต่างหาก!!”ฮยอกแจแย้งทันควันอย่างเขินๆ ตอนนี้ใบหน้าร้อนผ่าว ทำให้ฮันคยองยิ้มแล้วเดินไปที่หน้าต่างก่อนจะกระโดดลงไป ทิ้งให้เจ้าชายน้อยนอนเหม่อจนเผลอหลับไปในที่สุดพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังอยู่บนใบหน้า...
     

    เช้าวันต่อมา เมืองภูติซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเตรียมพิธีฉลองครบรอบวันประสูติของราชาคังอิน หากแต่ราชากลับไม่รู้สึกร่าเริงแม้แต่น้อย ยังคงรู้สึกผิดกับฮีชอลและเป็นห่วงความรู้สึกของซองมินอยู่เพราะส่งภูติไปตามหาฮีชอลแล้วก็ไม่มีวี่แวว ส่งภูติไปหาซองมินก็เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านของตน

                ปราสาทมนต์ดำ

                ฮีชอลได้ฟังเรื่องราวของมังกรดำจากคยูฮยอนในตอนเช้าขณะที่กำลังแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ

                “หืม...น่าสนุกดีนี่ มังกรหลงรักเจ้าชายผู้อ่อนแอ เห็นทีข้าต้องไปเยี่ยมเจ้าชายน้อยสักหน่อยแล้ว”ฮีชอลพูดอย่างนึกสนุก คยูฮยอนซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักจึงก้มโค้งให้แล้วก้าวเท้าออกจากห้องน้ำเพื่อไม่เป็นการรบกวนราชินี

                “นี่คยูฮยอน...ข้าว่าข้าจะไปงานครบรอบประสูติราชาคังอิน เจ้าคิดว่าไง?”ฮีชอลเปรยถามขึ้น

                “จะดีหรอครับ ท่านแน่ใจแล้วหรอ?”คยูฮยอนถาอย่างอดห่วงไม่ได้

                “ข้าเปลี่ยนไปแล้วคยูฮยอน ข้าไม่ใช่คนเดิม ข้าไปเพราะข้าก็ได้รับเชิญ ไปเพื่อให้เขาได้รู้ว่าฮีชอลคนเดิมได้ตายไปแล้วและเขาก็จะได้รู้สำนึกว่าเขาไม่ควรทำให้ข้าเสียใจ!!”น้ำเสียงที่แข็งกร้าวในตอนท้ายนั้นสั่นน้อยๆเพราะความอ่อนไหวในจิตใจ จากคนที่อ่อนโยนได้ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นคนที่อาฆาต คยูฮยอนนั้นรู้ดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ซื่อสัตย์และอยู่เคียงข้างฮีชอลตราบเท่าที่ชีวิตเขาจะอยู่ได้เท่านั้น

               

                เมืองมนุษย์

                “เจ้าชายซีวอนครับท่านจะไปไหนครับ?”เสียงองครักษ์ประจำตัวของเจ้าชายซีวอนเอ่ยถามขึ้นขณะที่ซีวอนกำลังจะขึ้นไปอยู่บนหลังม้า

                “ข้าว่าข้าจะเข้าไปในเมืองสักหน่อย ไปซื้อขนมปังร้านโปรดให้น้องฮยอกแจ”

                “ทำไมไม่ให้พวกทหารไปซื้อล่ะครับ?

                “ไม่ดีกว่าเดี๋ยวชาวบ้านแตกตื่น”

                “งั้นให้ผมไปให้ดีกว่ามั้ยครับ?”

                “เจ้าก็ไปกับข้านั่นล่ะเยซอง ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าร้านนี้มีดีตรงไหนทำไมน้องข้าถึงชอบทานนัก พวกสาวใช้ก็บอกไม่รู้ มีหน้าที่แค่ไปซื้อตามคำสั่งของฮยอกแจอย่างเดียว”ซีวอนยืนกรานพร้อมเหตุผล เยซองจึงเดินไปขึ้นขี่ม้าอีกตัวแล้วก็ควบตามไป ตรงไปยังร้านขนมปัง

                กริ๊งๆ เสียงกระดิ่งประตูร้านขนมปังเล็กๆดังขึ้น

                “ยินดีต้อนรับครับ”อีทึกออกมากล่าวทักทายลูกค้าเสียงใสตามปกติ พอพบว่าลูกค้าเป็นใครจึงรีบคุกเข่าลงทันที

                “พี่อีทึก พายรออีก 5 นาทีนะ...เจ้าชายซีวอน!!”คิบอมซึ่งเดินออกมาจากห้องครัวอย่างไม่รู้เรื่องเมื่อออกมาเจอบุคคลที่ยืนสง่าอยู่ในร้านขงตอนก็รีบคุกเข่าตามพี่ชายทันที

                “ลุกขึ้นได้แล้ว”เจ้าชายซีวอนบอก ทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันเองแล้วก็ทำตาม

                “เจ้าชายมีอะไรให้พวกผมรับใช้ครับ?”คิบอมเอ่ยถามขึ้นก่อนอย่างเคารพ

                “ข้าแค่จะมาซื้อขนมปังที่น้องข้าชอบทานของร้านนี้แถมยังแนะนำให้ขนมปังในงานพิธีครองบัลลังก์ของข้าอีก ท่าทางน้องข้าจะชอบขนมปังของที่นี่มาก”

                “เป็นพระกรุณาอย่างสูงครับ”

                “ว่าแต่ฮยอกแจชอบกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า ข้าลืมถามพวกสาวใช้มาน่ะ”

                “ฟังจากที่สาวใช้ที่มาบ่อยๆเล่า ทรงโปรดมัฟฟินเป็นพิเศษครับ”อีทึกตอบ

                “งั้นทำให้ข้าสัก 10 ชิ้น เยซองเจ้าอยากกินอะไรมั้ย??”ซีวอนสั่งแล้วหันไปถามองครักษ์ประจำตัว

                “มิบังอาจครับ”

                “เจ้านี่น้า...”เจ้าชายบ่นอย่างหน่ายๆกับความเคร่งในระเบียบของเยซอง

                “ตามนั้นละกัน ข้าไปเดินเล่นในหมู่บ้านสักหน่อยเดี๋ยวข้ามาเอา...”เจ้าชายสั่งแค่นั้นแล้วก็ออกประตูร้านไป ทำให้สองพี่น้องรีบทำกันอย่างสุดฝีมือ

                ณ ถ้ำใต้ภูเขา ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมังกรดำ

                ราชินีได้ล่วงล้ำเข้ามายังอาณาบริเวณของมังกรดำ เดินเข้าไปในถ้ำอย่างไม่เกรงกลัว ทำให้มังกรดำไม่พอใจนักที่มีคนมาลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของตน ก่อนจะมองไปยังร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาในถ้ำ ใครเล่าจะรู้ว่ามังกรดำนั้นสามารถหยั่งรู้จิตใจคนได้เพียงแค่สบตา

                “ท่านมีธุระอะไรถึงมาหาข้าที่นี่?”

                “ข้าจะมาชวนเจ้าไปอยู่กับข้า”

                “ข้าขอปฏิเสธ”

                “เจ้าจะไม่คิดดูสักหน่อยเลยหรือ??”

                “ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับมนต์ดำ”

                “ตอบง่ายจังเลยนะ งั้นไว้ข้าจะมาหาใหม่ละกัน”ฮีชอลยิ้มและยอมถอยแต่โดยดีก่อนจะเดินออกไปยังหน้าถ้ำซึ่งมีคยูฮยอนยืนรออยู่ ทำให้มังกรดำอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดจึงยอมโดยง่ายเช่นนี้

                ฮีชอลให้คยูฮยอนพามาที่เมืองมนุษย์ในเวลาต่อมาหลังจากที่การเจรจาถูกปฏิเสธแล้วตรงไปที่ปราสาทบนหอคอยสูง

                ฮยอกแจซึ่งกำลังนั่งถักผ้าพันคอสีขาวสะอาดตาบนเตียงนอน ตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ใกล้จะเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆมีคนมาปรากฏอยู่ในห้องของตน ใบหน้าสวยแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจทำให้ฮยอกแจกลัว

                “สวัสดียามสายเจ้าชายฮยอกแจ...”ฮีชอลแสร้งทักทายอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆเตียง ทำให้ฮยอกแจกระโดดลงจากเตียงอย่างไม่ไว้ใจ

                “ท่านเป็นใคร? ขึ้นมาทำอะไรที่ห้องของข้า?”

                “ข้าคือคนที่จะมาพาท่านออกไปจากหอคอยสูงแห่งนี้ไง”

                “ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ท่านกลับไปเถอะไม่งั้นข้าจะเรียกทหาร”

                “ท่านไม่เหงาหรอที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนหอคอยแห่งนี้ ถูกกักขังไม่ให้ไปพบกับผู้คน ไม่ให้ลงไปเดินเล่นปฏิบัติกับท่านเหมือนนกในกรงแบบที่พี่ชายของท่านทำ”ฮีชอลกล่าวต่ออย่างไม่เกรงกลัวคำขู่ฮยอกแจแม้แต่น้อย

                “ไม่ พี่ซีวอนแค่เป็นห่วงข้าเท่านั้น”

                “จุ๊ๆ...ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นเช่นนั้น”ฮีชอลยิ้ม

                “ข้าเชื่อในตัวพี่ชายของข้า”

                “ท่านนี่ก็ดื้อเอาการแฮะ”ฮีอชอลกอดอกมอง

                “ท่านต้องการอะไรกันแน่?”ฮยอกแจเอ่ยถาม ทำให้ฮีชอลนับถือความกล้าหาญที่สู้ไม่ถอยของเจ้าชายซึ่งคงเป็นเพราะสายเลือดโดยแท้ และยิ่งสำหรับเจ้าชายร่างกายอ่อนแอถือว่าใจสู้ไม่เบา

                “งั้นข้าจะไม่อ้อมค้อม ข้ามาเพื่อพาตัวท่านไปต่อรองกับมังกรดำ”

                “คุณมังกร?”

                “ใช่ คุณมังกรของท่าน ข้าอยากได้ให้มาเป็นพวกของข้า”

                “ไม่มีทาง ท่านไม่ใช่คนดี”

                “อ๊ะๆ!! อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ....”ฮีชอลเดินไปที่แจกันดอกไม้ตรงหัวเตียงของฮยอกแจ มองมันอย่างโหยหาและคิดถึงซึ่งฮยอกแจสังเกตเห็นได้ก่อนที่แววตาของฮีชอลจะแปรเปลี่ยนเป็นเกลียดชังและทำลายดอกไม้นั้นจนกลายเป็นเถ้าธุลี

                “หากท่านปฏิเสธ ผลที่ตามมากับคนรอบตัวท่านจะเป็นเช่นนี้”ฮีชอลพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆทำให้ฮยอกแจเกิดอาการกลัวมากกว่าเดิมน้ำตาคลอ

                “ต่อให้ดื้อดึงยังไง ท่านก็ต้องไปอยู่ดี...”ฮีชอลพูดต่อแล้วเดินเข้าไปหาฮยอกแจอย่างผู้ชนะ เมื่อฮยอกแจสบตากับฮีชอลทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดมนแล้วสมองก็ดับวูบไป ฮีชอลรับร่างของฮยอกแจที่ไร้สติ ก่อนจะยิ้มออกมาแฝงด้วยความเศร้า แต่แล้วประตูก็เปิดออก ปรากฏร่างชายหนุ่มสูงสง่าเดินเข้ามาพร้อมถาดขนม วินาทีแรกที่ซีวอนมองคนแปลกหน้าที่เข้ามาอยู่ในห้องของฮยอกแจโดยไม่ได้รับอนุญาตก็รู้สึกถูกตรึงไว้ด้วยใบหน้าคมสวยชวนหลงใหลจนไม่อาจคลาดสายตาไปได้หากแต่ร่างที่หมดสติที่คนตรงหน้ากอดไว้อยู่นั้น

                “ฮยอกแจ!! เจ้าเป็นใคร??”ซีวอนได้สติถามขึ้นทันทีอย่างตกใจ

                “ข้าก็แค่จะมายืมตัวน้องชายของท่านสักหน่อย”ฮีชอลกรีดยิ้มตอบ ซีวอนตรงเข้าไปเพื่อจะดึงตัวฮยอกแจมาหากแต่ฮีชอลถอยหนีจนชิดหน้าต่าง

                “ไว้ท่านค่อยไปรับน้องคืนที่เมืองภูติแล้วกัน....”ฮีชอลพูดทิ้งท้ายก่อนจะใช้มนต์ดำหายตัวออกจากหอคอย ทิ้งให้เจ้าชายซีวอนตกใจที่น้องของตนถูกผู้มีเวทย์มนต์จับไป จึงรีบลงไปสั่งทหารให้ออกตามหา ให้เยซองออกตามสืบเรื่องราวทันที

               

                ร้านขนมปัง

                “คิบอมพี่ไปข้างนอกหน่อยนะ”อีทึกตะโกนบอกน้องชายของตนก่อนจะเดินออกจากร้านมา

                “รีบไปรีบกลับนะ กลับก่อนมืดล่ะ”คิบอมตะโกนไล่หลังมา อีทึกเดินไปตามทางริมลำธารเรื่อยๆ แต่แล้วจู่ๆก็มีหมาป่าตัวใหญ่กระโจนตัดหน้า ทำให้อีทึกตกใจจนล้มลง สายตาพลันไปเห็นห่อผ้าข้างหลังของหมาป่าตัวนั้น ชายผ้าเปิดขึ้นมาเล็กน้อย

                เจ้าชายฮยอกแจ!!!

                เมื่ออีทึกตั้งสติได้ก็วิ่งตาหมาป่าตัวนั้นไปอย่างไม่ลังเล







    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
    ครบละนะ น้อยไปใช่มั้ย นี่เพิ่งไปสอบสัมภาษณ์ มศว มาเลยแวะมาอัพนะค่ะเนี่ยย
    ต่อไปก็เป็นกีฬาสี สอบแกทแพทอีก เป็กำลังใจให้ไรท์เตอร์หน่อยน้าาาาาาเม้นๆๆๆๆ

    รักรีดเดอร์ทุกคนเลย <3

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×