คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #3 : บทที่ 3 จ่ายตลาดหรรษา
บทที่ 3 จ่ายตลาดหรรษา
“ ฮึบๆ โอ้ย ไม่ไหวๆ เฮ่ย ตัวคนเดียวยกไม่ไหวจริงๆ ด้วย ”
ไวท์ นั้งพักหอบ หายใจครู่นึ่ง ก่อนจะยืนขึ้น มองผลงานตัวเอง 5 ก้าวเอง แบกของออกจากตลาดมาได้แค่ 5 ก้าวก็จอดสนิท แบกเหรอ น่าจะเรียกว่า ลากมา มากกว่า
เฮย แค่ 5 ก้าวก็ดีแล้ว นี้ถ้าดูจากขนาดของถุงที่ใส่ ก็ใหญ่กว่าตัวผมตั้งหลายเท่า ทำไงได้ละวันนี้ดังโชคดีมีเงินเยอะ แถมโชคดีอีก 2 ชั้น ที่ซื้อของมาได้ราคาถูกๆ แบบนี้ ไม่ขุดให้ ถึงที่สุด กลับไปคงนึกเสียดายเป็นแน่
ตลาดประจำหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมของพ่อค้า แม่ค้า จากมุมเมืองต่างๆ ที่จะเดินทางไปทำการค้าต่อที่เมืองหลวง โดยมาหยุดพักกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ แต่ถ้ามาหยุดพักเฉยๆ คงเสียชื่อ พ่อค้า แม่ขาย เป็นแน่ ตลาด แห่งนี้เลยเกิดขึ้น
วันนี้ทั้งวัน ไวท์แทบจะโชคดีมาตลอดทั้งวันเลยจริงๆ ตั้งแต่ตื่นเช้า มาก็มีงานง่ายๆ เงินเยอะๆให้ทำ อย่างทำกรอบรูป วาดภาพ ช่วย ซ่อมบ้าน ไปจนถึง เขียนแปลนบ้าน ออก แบบสะพาน แม้มันจะดูเป็นงานที่เด็กอายุ 13 ปี ไม่สมควรจะทำเลยแม้แต่น้อย แต่กับเด็กที่ได้ฉายา “ไอหนูหัวขาวทำได้ทุกอย่าง” อย่างเขา ไม่เคยมีใครเลยแม้แต่คนเดียวที่ มาจ้างเขา แล้วไม่พอใจ หรือเข้ามาต่อว่างานของเขาเลยซักครั้ง ‘โฮ้ๆ ทำไงได้ละคนมันเก่ง ฮ่าๆ’ ไวท์คิดผยองในใจ
ส่วนมากที่เข้ามา ต่อว่าก็เรื่องนิสัยเสียๆ ของไวท์เองนั้นละ โถ่เอ๋ย เขาไม่ได้งก ซักหน่อย แค่ รู้คุณค่าของเงิน เลยต้องหามาเก็บๆ ไว้ก็เท่านั้นเอง
หลัง จากงานสุดท้ายของวัน ที่ไวท์ชนะการท้าพนันค่าจ้างจากตาบาทหลวง ก็รีบตรงดิ่ง มาซื้อของต่างๆ ในตลาด ที่ใกล้จะปิด แต่แล้วก็ต้องถูกใจกับการลด แลกแจกแถมกันแบบกระจายแหลก เพราะเมื่อตลาดใกล้จะปิด จากลูกค้าที่ไม่มีกันอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่มีกันเข้าไปใหญ่ ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ที่เหลือกันเกลื่อนแผงขาย ผสมกับพรุ่งนี้ตลาดปิดบริการเพื่อทำความสะอาด ทำให้ทั้งพ่อค้า และแม่ค้า เจอลูกค้ารายสุดท้ายเป็นเทวดามาจุติ ทั้งซื้อ 1 แถม 2 ซื้อ โน้น แถมนี้ ลดราคาแทบแจกให้ไป ฟรีๆ และเมื่อรวมๆ กับความสารถพิเศษของเขา ไม่ใช้สิ ทักษะพิเศษที่สืบทอดมาจากพ่อมากกว่า มัน ออกจะเลวๆ ไปนิดหน่อยแต่ก็ได้ผลซะด้วยสิ
* 2 ชั่วโมงที่แล้ว
ผมหายใจลึกๆ เข้าปอด แล้วผ่อนออกเบาๆ สอง สาม ครั้ง ปรับเปลี่ยนหน้าตา วางท่าทางใหม่ แล้วเดินเข้าไปในตลาด
เริ่ม เลยละนะ
“ น้าครับๆ ผักนี้เท่าไรเหรอ ครับ ”
ผม ทำหน้าทำตาใสๆ ให้เหมือนกับเด็กปกติทั่วๆ ไปที่โดนพ่อ แม่ ใช้ให้มาซื้อของที่ตลาด แต่ใส่น้ำจิ้มลงไปอีกนิด คือ หน้าตาเศร้าๆ ของเด็กที่ถูกบังคับให้มาจ่ายตลาด
“ มัดละ 5 เหรียญ ”
พ่อ ค้าคนนี้ใจดำชะมัด แกคงไม่ชอบเด็กละมั่ง ถ้าเป็นคนปกติต้องยิ้มออกมาบ้าง อย่าง นี้แผนการ “ มารยาเด็ก ” ก็ใช้ไม่ได้
"หืม อืม รู้สึกร้านป้าคนโน้นจะถูกกว่านะ 3 มัด 10 เหรียญ แถมอีกมัด เป็น 4 มัด อืมๆ"
แผน แรกไม่ได้ผล งั้นก็เริ่มแผนสอง แผน ตีไข่ ตั้งใจพูดกับตัวเองแบบเบาๆ แต่ก็ไม่วาย ตั้งใจให้พ่อค้าตรงหน้าได้ยิน อย่างหน้าด้านๆ ไม่อายว่ากำลังโกหก แค่สังเกตเชือกที่ใช้ผูกผัก ระหว่างร้านตาลุงคนนี้ กับร้านป้าคนนั้น ว่ามัน เหมือนกัน ก็เลยเลือกแผนนี้ขึ้นมา
“ บัง อาดนัก เจ้แมว รับของๆ ข้าไปขาย แล้วยัง จะแย่งลูกค้าข้าไปอีกเหรอเนี่ย หนอยมันจะมากไปแล้ว ”
จริง ดังคาด ติดกับแล้ว ติดกับแล้ว เสร็จโจร ละทีนี้ หลุดปากในสิ่งที่ไม่สมควรหลุดออกมาแบบนี้ สวยเลย แบบนี้หวานหมู ผมยืนบิดไป บิดมา อยู่หน้าร้านเดิม เหมือน กำลังจะเดินไปร้าน ป้าที่ไปใส่ร้ายตั้งไว้
“ เอย..ไอหนูข้าเปลี่ยนใจแล้ว ไหนๆ ข้าก็รีบจะปิดร้านอยู่แล้ว ข้าขายเจ้า หมดนี้ 20 เหรียญเอาไหม “
และ แล้วสิ่งที่รอคอยอยู่ ก็สำเร็จ
"จะ ดีเหรอน้า ข้ามีเงินไม่มากนะ เดียวต้องไปซื้อของอีกมาก ข้าว่า..."
"งั้น 15 เหรียญ เป็นไง"
โอ้โห! เกินกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย ตาลุงคนนี้แกคงรักศักดิ์ศรี พ่อค้าแกมาก แบบว่า ‘ลูกค้าข้าใครอย่า เตะ’ น่า นับถือจริงๆ
"งัน ก็ได้ครับ 15 เหรียญ"
จบ จากร้านผักไวท์ก็ตรง ไปร้านเนื้อทันที ทิ้งให้เจ้าของร้านฝักที่ผ่านมาแล้ว ส่งสายตา อย่าผู้ชนะไปหาร้านอีกร้านที่ส่งสายตา งงๆ กลับมาให้
"อืมๆ"
ผม เดินวนไป วนมา หน้าร้านเนื้อ อย่างเจาะจงเป็นที่สุด มองหาร้านที่ มีคู่แข่ง และไม่ค่อยจะถูกหน้ากัน โดยดูจากปฏิกิริยาตอบสนอง และสายตาอาฆาตของคนขายคนอื่น พ่อเคยสอนผมไว้ว่า “ คนบาปมักจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหว เมื่อ คุมมันไม่ไหว เลยให้มันควบคุมตัวเอง ทำให้ขาดสติ”
เมื่อ เจ้าของร้าน เริ่มสังเกตเห็น เขาจึงเริ่มแผนการอัน แยบยล ปั่นหัวพ่อค้าทั้งคู้ซะเลย
“ หืม เจ้าเด็กน้อย มาทำอะไรหน้าร้านข้าเหรอ เห็นเดินไปเดิมมาหน้าร้านข้าหลายรอบแล้ว ”
ขั้น แรก ไวท์ ตีหน้าโง่ มึนๆ งงๆ ไม่เข้าใจ
“ อืมๆ ข้ากำลัง คิดอยู่ว่า จะซื้อเนื้อจากร้านท่านดีไหม ”
“ ถ้าไม่คิดจะซื้อแล้วเดินไป เดินมาทำไม ข้าเริ่มจะปวดหัวแล้วนะ ”
ขั้น ที่สอง ใส่ร้ายสินค้า
“ ข้าลังเลอยู่ เพราะว่าแอบได้ยินมานิดหน่อย ว่าร้านท่านขายเนื้อเก่าๆ ค้างคืนมาหลายวันแล้ว ”
“ หึ เจ้าเอาที่ไหนมาพูด ร้านข้าไม่ได้ขายของเก่านะ อย่าใส่ร้ายกันแบบนี้ ข้าเสียหาย ”
ขั้น ที่สาม ใส่ร้ายป้ายสี
“ ข้าไม่ได้ใส่ ร้ายท่านนะ ข้าได้ยินมาจากร้านตรงข้ามท่านโน้น นั้นไงตอนนี้ก็ยังเม้ากันอยู่เลยละมั้ง ”
ไวท์พูดพรางชี้ไปทางร้านฝั่งตรงข้ามห่างออกไป ซึ่งเจ้าของร้านกำลังคุยเม้ากับลูกค้าที่กำลังซื้อของอยู่
“ ชิ ไอร้านนั้น อะนะ หนอย อย่างนี้มีเรื่อง แน่ ”
“ เอา ไปเลยเจ้าหนู ข้าให้เจ้าไปทดลองชิมเนื้อข้า ฟรี แล้วช่วยกันแก้ข่าว เลวๆ จากพวกเลวๆ พวกนั้น ให้ข้าด้วยละกัน ”
ขั้น สุดท้าย แม้จะติดกับ ก็อยากหยุดหลอก ให้หลอกครั้งสุดท้าย
"ขอบ คุณครับ แต่มันน้อยไปหน่อย ข้าขอซื้อเพิ่มละกัน มันไม่พอคนที่บ้านจะกิน เลยครับ"
“ อืม...ไม่พองั้นเหรอ งั้นข้าให้เจ้าไปอีกหน่อยละกัน เอานี้ ”
และ ต้องรู้จักคำว่าพอ พ่อผมสอนเอาไว้
“ มากไปแล้วครับ กินไม่หมดกันพอดี ”
“ เอา ไปเหอะน่า ข้าอยากให้เจ้า ชิชะ บังอาจ ปล่อยข่าวหลอกลูกค้า อย่างนี้เล่นขี้โกงนี้หว่า ยังไงเจ้าก็ต้องช่วยข้าด้วยนะ เจ้าหนู ”
“ ขอบ คุณมากๆ ครับ ข้าคงต้องไปแก้ข่าวให้ท่านแล้วละ ไปก่อนนะ ท่าน ”
จบ แผนการ
จบ จากร้านเนื้อ ก็ไปต่ออีกหลายๆ ร้าน ซึ่งหากหลอกไปมากกว่านี้ อาจทำให้ตลาดปิดไปยาวเป็นแน่ เนื่องจาก อาจมีการตีกันตายเกิดขึ้นในตลาด
* กลับ มาสู่ปัจจุบัน
“ ลุงๆ ฝากของหน่อยสิ เดียวข้ามาขนไปตอนหลัง ตอนนี้ต้องไปเรียกกำลังเสริมก่อน ขนไปไม่ไหวแล้ว ”
ไวท์ ลากถุงใบใหญ่ๆ นั้นออกจากตลาด ได้ เพิ่มอีกไม่กี่ก้าว เห็นลุงคนนี้นั่งอยู่หน้าร้าน เหล้า เลยเข้าไปขอความช่วยเหลือ
“ หึ หึ หึ ค่าฝาก 2 เหรียญ งดเชื่อ เบื่อทวง เซ็งค้าง รำคาญเบี้ยว ”
คำ พูดของผมนี้ ซวยแล้ว ดันไปเจอกับ ลุงที่รับเหมาสร้างสะพาน ที่เข้าเคยไปช่วยแก้แผนผังสะพานไว้เมื้อเช้า
“ ไม่เอาน่าลุง คนกันเองแท้ๆ ข้าไปทำอะไรไว้เหรอ ”
เขาจำ ได้ดีด้วยซ้ำไปว่า ไปหลอกเอาอะไรไว้ หรือไปทำอะไรลุงคนนี้ไว้บ้าง แต่เพื่อการเอาตัวรอด เลยตีหน้าโง่ ไม่รู้อะไร ไปงั้นๆ แหละ เพื่อหาทางเอาตัวรอด
ทำไง ได้ละ กลับจากตลาดคราวนี้ไม่เหลือเลยแม้แต่เหรียญเดียวด้วยซ้ำ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าอาจจำไม่ได้แต่ข้าจำได้ดี เจ้า แก้แผนผังต่อสะพานเสร็จก็ดัน เรียกค่าทาสีเพิ่ม แถมยังแอบฉกเอาสีข้าไปอีก อย่างนี้แล้วข้าต้องเก็บคืนจากเจ้าหน่อยแล้ว"
“ อ้าว ท่านบอกให้ข้าแก้แผนผังต่อสะพานนี้ ไม่ ได้สั่งให้ข้าทาสีสะพานซักหน่อย ข้า เลยคิดเพิ่ม ส่วนสีมันก็เหลือมานิดหน่อย ข้าเลยขอท่านไปแล้ว ท่านคงไม่ได้ยินละมั่ง ”
“ไม่ ต้องมาพูดแก้ตัวอะไรอีกแล้ว เจ้าพูดทีไร ทำเอาข้าใจอ่อนทุกที จะไปไหนก็ไป เดียวข้าดูของให้ แต่ค่าดูให้ 3 เหรียญ ”
“ อะไร กัน เมื่อกี้ยัง 2 เหรียญอยู่เลย ”
“ งั้น 4 เหรียญ จะเพิ่มอีกถ้าเจ้าไม่หุบปาก แล้วรีบไปให้พ้นๆ ”
“..ชิ.. ชะ..อะไรหนัก หนา ”
โดน แก้เผ็ดซะแล้ว รู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟร้อนๆ รนก้น จี้ให้รีบวิ่งเลยเฮะ ไวท์คิดในใจ
“ หืม อะไรนะ ข้าได้ยินไม่ชัด ข้าบอกแล้วใช้ไหมว่าถ้าเจ้าพูด..... หนอยเจ้าเด็กบ้า วิ่งเร็ว เป็นลูกธนู เหมือนเจอผีเลย ”
ไวท์ ไม่ยอมให้ตาลุงคนนี้ ได้โอกาสขึ้นราคาค่าเฝ้าของ หรอก ดูท่าทางแกบูดๆ แบบนี้แล้ว ฟันธงได้เลย ทะเลอะกับเมีย มาชัวร์
“ เฮย เหนื่อยเป็นบ้า เฮยๆ ”
ไวท์หอบ หายใจด้วยความเหนื่อย พยายามวิ่งสุดชีวิตเท่าที่ขา เรียวๆ เล็กๆ ของเขาจะทำได้ แต่มันก็เร็วได้แค่นี้ ละ ‘เฮ้ย เหนื่อยโว้ย หนีมา ไกลขนาดนี้คงพ้นแล้วมั้ง ไม่ไหวๆ ต้องรีบไปตามพวกที่บ้านแล้ว ถ้ากลับมาช้า มีหวังของโดยยึดแน่’ ไวท์คิดได้ดังนั้นก็ยิ่งรีบเร่งฝีเท้าต่อไป
เขา เดินช้าๆ พักเหนื่อย พร้อมกับโยนแอปเปิ้ล ที่หยิบออกมาจากกระเป๋า ขึ้นๆ ลงๆ โยนไป โยนมา จากมือหนึ่ง ไปอีกมือหนึ่ง ก่อนที่จะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในความมืด ของซอยแคบๆ ของบ้าน 2 หลังที่ปลูกติดกัน เว้นซอยแคบๆ ไว้ตรงกลาง มีเด็ก หญิงตัวเล็กๆ วัยน่าจะใกล้เคียงกับไวท์ ไม่สิ อาจจะน้อยกว่า กำลังนั่งกอด เข่าตัวเอง และสั่นด้วยความหนาว เนื้อ ตัวสกปรกมอมแมมเป็นที่สุด สภาพดูไม่ต่างอะไรเลยกับเศษขยะที่อยู่รายล้อมตัวเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เอาอีกแล้ว เด็กโดนทอดทิ้ง ทำไม เขามักจะเจอแต่สิ่งพวกนี้นักนะ หรือสวรรค์ชอบให้เขาต้องมาดูแลคนพวกนี้ ไม่ก็สวรรค์ชอบให้เขาต้องเจอเรื่องลำบากไปตลอดชีวิต เมื่อไหร่เรื่องดีๆในชีวิตจะเกิดกับเขาบ่างน่า คิดได้แบบนั้น ไวท์ก็ถอนหายในยาวๆสักพัก ก่อนจะเดินตรงไปหา เด็กผู้หญิงในซอยแคบๆนั้น
ความคิดเห็น